<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 Nov 2021 07:17:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 08 Nov 2021 07:15:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Community]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[COVID GAP]]></category>
		<category><![CDATA[มุกดา คำวินิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ชำนาญ สังข์ทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สุนิสา คงสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[มินตรา กะลินตา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47641</guid>

					<description><![CDATA[<p>เจาะลึก GAP การศึกษาไทย&#160; ศ.นพ.วิจารณ์ระบุ ใหญ่กว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เจาะลึก </strong>GAP<strong> การศึกษาไทย&nbsp; ศ.นพ</strong>.<strong>วิจารณ์ระบุ ใหญ่กว่า </strong>COVID GAP<strong> เหตุนโยบายและวิธีปฏิบัติสร้างช่องว่างและความด้อยโอกาสให้โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล คาดผลลัพธ์การเรียนรู้เฉลี่ยของเด็กไทยไม่เกิน </strong>30%<strong> เสนอทางออกโรงเรียนพัฒนาตนเอง ชูครูเป็น </strong>‘<strong>ผู้ก่อการ</strong>’<strong> ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ&nbsp;</strong></p>



<p><strong>เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเองชี้ หากเด็กเรียนไม่ทันจะยิ่งหลุดจากระบบการศึกษา แนะโรงเรียนใช้ </strong>5<strong> มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยรับเปิดเทอม เน้นประเมินและช่วยเด็กเป็นรายคน พร้อมชูนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ ช่วยลดช่องว่าง ส่งผลนักเรียนมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ&nbsp;</strong>เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ 11 เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง ได้แก่ มูลนิธิเพื่อทักษะแห่งอนาคต มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ยวพัฒน์ มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิสยามกัมมาจล และ 11.สพป. สุรินทร์ เขต 2 ซึ่งมีโรงเรียนเข้าร่วมโครงการด้วยความสมัครใจจำนวน 659 แห่งทั่วประเทศ จัดเสวนาออนไลน์ <strong>“โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-939804"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-อ.วิจารณ์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และประธานอนุกรรมการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ กล่าวว่า Learning Loss ภาวะการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Gap ช่องว่างการเรียนรู้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยมานานและมากกว่าที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 แต่หลายฝ่ายไม่รู้ตัว เป็นช่องว่างที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาโดยใช่เหตุ ไม่บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน ถ้าไม่ระวังจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้และไม่ได้รับการดูแล เป็นช่องว่างที่ต้องปิดเพื่อทำให้อย่างน้อยนักเรียนทุกคนต้องบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำ นี่เป็นเป้าหมายที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง&nbsp;</p>



<p>ประเทศที่คุณภาพการศึกษาดีทำได้ แต่ไม่ใช่ที่ประเทศไทยทำอยู่ในปัจจุบัน ต้องเปลี่ยนวิธีคิด ความเชื่อ และเปลี่ยนระบบ เรื่องนี้เป็นเป้าหมายของโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองที่ กสศ.ร่วมกับ สพฐ. ตชด. อปท. สช. และ 11 เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง&nbsp;</p>



<p>“GAP หรือช่องว่างมีมากกว่าและใหญ่กว่า COVID GAP เกิดขึ้นจากวิวัฒนาการของการศึกษาของเรา ไม่ใช่แค่ประเทศไทย อีกกว่าครึ่งโลกก็เป็น แต่หลายประเทศรู้ตัวและหาทางแก้ไข ประเทศฟินแลนด์ใช้เวลากว่า 30 ปี จัดระบบที่ให้นักเรียนไม่ว่าอยู่ห่างไกลแค่ไหน แต่ต้องได้รับการศึกษาที่คุณภาพเท่าเทียมกัน เรื่องนี้สามารถทำได้ในประเทศไทย แต่ต้องเป็นนโยบาย นโยบายของไทยขณะนี้ แม้ว่าต้องการให้เท่าเทียม แต่วิธีปฏิบัติสร้างความแตกต่าง สร้างความไม่เท่าเทียม สร้างความด้อยโอกาสให้แก่โรงเรียนที่อยู่ห่างไกล นี่คือปัญหา เช่น ทุกโรงเรียนได้รับงบประมาณแบบเดียวกัน เหมือนกันหมดทั้งประเทศ นโยบายนี้สร้างช่องว่าง โดยไม่รู้ตัว ในนามของความหวังดี แต่จริง ๆ แล้วคือนโยบายที่ไม่ดี” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-008343"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า การเรียนรู้ที่ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าครูไม่เรียนรู้จากการทำหน้าที่ของตน นี่คือหัวใจในโลกปัจจุบันการศึกษา การเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก ทั้งมุมของเด็กและครู ดังนั้นแม้ครูเรียนมาจากสถาบันที่เก่งเท่าไหร่ พอมาทำงาน ความรู้ประสบการณ์เหล่านั้นไม่พอ ต้องเรียนรู้เพิ่ม ต้องเรียนรู้จากการทำหน้าที่ครู ครูต้องเป็นนักเรียน เรียนจากการทำงานในหน้าที่ครู เรียนร่วมกัน ดังนั้นโรงเรียนต้องเป็นชุมชนการเรียนรู้ (learning community) ทั้งของครูและของศิษย์&nbsp;</p>



<p>“ผมเชื่อว่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของเด็กไม่มีวันเต็ม 100% เด็กแต่ละคนเต็มไม่เท่ากัน ผมเข้าใจว่า ขณะนี้โดยเฉลี่ยของเด็กไทย น่าจะไม่ถึง 30% เด็กเก่งอาจไม่ถึง 80-90% แต่จะมีเด็กบางคนอาจได้แค่ 10-20% ไม่ใช่พูดให้ท้อถอย หรือตำหนิใคร แต่ชี้ให้เห็นว่า ครู โรงเรียน มีโอกาสที่จะพัฒนาอีกมากมาย ช่วยกันหาทางเพื่อให้นักเรียนเรียนรู้เต็มศักยภาพยิ่งขึ้น” ศ. นพ.วิจารณ์กล่าว&nbsp;</p>



<p>ศ.นพ.วิจารณ์กล่าวว่า ถ้าปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนดี หลายครั้งนักเรียนที่หงอย ไร้แรงบันดาลใจ กลายเป็นคนมีชีวิตชีวา เท่ากับว่าครูได้ชุบชีวิตของนักเรียนขึ้นมา กรณีเด็กเกเร ครูก็สามารถช่วยได้ โดยการใช้เรื่องของปฏิสัมพันธ์เชิงบวก นอกจากนี้ยังมีช่องว่างที่เกิดขึ้นจากการใช้ปฏิสัมพันธ์แบบนายกับลูกน้องระหว่างครูกับผู้บริหาร ปฏิสัมพันธ์แบบแนวดิ่ง เชิงอำนาจ เป็นตัวบั่นทอนคุณภาพการศึกษา เป็นคำพูดของนักการศึกษาทั่วโลกที่ทำวิจัยมา และชี้ให้เห็นว่า การสร้างเงื่อนไข กติกา ออกข้อบังคับ ออกหลักสูตรให้ดีอย่างไร แต่ครูไม่เป็นครูผู้ก่อการ ทำงานเพื่อสนองนาย สนองคำสั่ง ระบบการศึกษาไม่มีวันที่มีคุณภาพได้ นี่คือผลการศึกษาวิจัยจากทั่วโลก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45fb5b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้นความเป็นกัลยาณมิตร ระหว่างผู้บริหารกับครูนั้นหมายความว่า ปฏิสัมพันธ์เน้นความเป็นแนวราบ ผู้บริหารต้อง Empower ครู ไม่ใช่สั่งการครู ทำให้ครูมีพลังขึ้นมา เพื่อจะทำงานพัฒนา ครูนั้นไม่ใช่เป็นเพียงผู้ทำงานเชิงเทคนิคหรือสอนเท่านั้น แต่เป็นผู้ทำงานพัฒนาในทุกระดับ จนถึงระดับจังหวัดระดับประเทศ ครูเป็นผู้ส่วนร่วมพัฒนาระบบการศึกษาในทุกระดับ ไม่ใช่แค่ผู้รอรับคำสั่งจากเบื้องบนเท่านั้น</p>



<p>สำหรับช่องว่างหรือ GAP ระหว่างต้นสังกัดใหญ่ โรงเรียนและครู นั้นต้องร่วมกันสร้างสัมพันธ์แนวราบในระบบการศึกษา เป็นเครือข่ายสร้างสรรค์ ไม่ใช่สายการบังคับบัญชา เพื่อให้ทุกจุดของระบบมีพลังสร้างสรรค์ เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบการศึกษาไทยไปถูกทาง เป็นระบบที่เรียนรู้และปรับตัว การศึกษาไทยปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่มีการเรียนรู้ เพราะสั่งการจากเบื้องบนหมด ข้างล่างปฏิบัติตามคำสั่งและมีการมาตรวจวัด ไม่มีวันที่เราจะทำให้การศึกษามีคุณภาพอย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าการศึกษาใดครูไม่เป็นผู้ก่อการ หวังยากมากที่จะทำให้การศึกษานั้นมีคุณภาพสูง หัวใจสำคัญคือ อยู่ที่ความเป็นผู้ก่อการ (agency) ในระดับปฏิบัติ แต่แน่นอนว่า ระดับนโยบายมีความสำคัญด้วย นโยบายที่ทำให้เกิดขึ้นได้ คือนโยบายแบบ empowerment ความสัมพันธ์แนวราบ” ศ.นพ.วิจารณ์กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">หวั่นเรียนไม่ทันเด็กยิ่งหลุดจากระบบการศึกษา แนะโรงเรียนใช้ 5 มาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยรับเปิดเทอม เน้นประเมินและช่วยเด็กเป็นรายคน</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65834c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.นรรธพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงการเสวนาออนไลน์ในประเด็นการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย จากประสบการณ์เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง <strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร CEO Starfish Education หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</strong> กล่าวว่า โควิด-19 เป็นวิกฤตที่เข้ามาซ้ำซ้อนวิกฤตช่องว่างการเรียนรู้เดิม ดังนั้นเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเองจึงพยายามใช้มาตรการที่ลดช่องว่างการเรียนรู้ให้มากที่สุด เพราะสิ่งที่เรากังวลคือการที่เด็กหลุดออกนอกระบบ การฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย หรือ Learning Loss จึงไม่ไช่เพียงด้านวิชาการเท่านั้น ต้องประกอบด้วย 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ด้านวิชาการ 2. ด้านพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ 3. ทักษะทางสังคม ดังนั้นการเปิดเทอมจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่แผนการสอน&nbsp;</p>



<p>สำหรับมาตรการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยมี 5 ด้านสำคัญ ได้แก่&nbsp;</p>



<p><strong>1. การประเมินสภาพแวดล้อมเด็กและครอบครัวทั้งระบบ</strong> ผู้ปกครองและครูสามารถช่วยกันประเมินความพร้อมของเด็กเป็นรายคน เช่น งานวิชาการบางอย่างเด็กเคยทำได้ แต่วันนี้กลับทำไม่ได้ สภาพชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจของครอบครัว การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต&nbsp;<br><strong>2. การวางแผนของโรงเรียนทั้งระบบ</strong> เพื่อฟื้นฟูการเรียนถดถอย เรื่องนี้ไม่สามารถทำแค่ครูบางคน บางชั้นเรียน เพราะเด็กทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมด ดังนั้นต้องวางแผนระดับโรงเรียน ทั้งระบบงาน มีทีม ทรัพยากรและงบประมาณ&nbsp;<br><strong>3. สนับสนุนเครื่องมือและการพัฒนาครู</strong> เช่น พัฒนาศักยภาพและสนับสนุนเครื่องมือเพื่อประเมินช่องว่างการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นกับเด็กรายคน และจัดการเรียนการสอนช่วยเด็กๆ ได้ รวมถึงการสร้างสื่อการเรียนรู้&nbsp;<br><strong>4. การช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล </strong>เพราะสถานการณ์ที่บ้านของเด็กมีความต่างกัน ต้องประเมินเพื่อจัดการเรียนการสอนเป็นรายบุคคล หรืออย่างน้อยที่สุดจัดการเรียนการสอนเป็นรายกลุ่ม เพราะเราไม่สามารถใช้แผนเดียวทั้งห้องเรียนได้&nbsp;<strong>5. การติดตามและปรับปรุง</strong> ต้องทำในระยะสั้น ทำไปปรับไป เพื่อให้ทันสถานการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f12fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ถอดบทเรียนนโยบายต่างประเทศ ลดช่องว่างการเรียนรู้</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-797c6a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.ภูมิศรัณย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการ<br>สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า หลายประเทศให้ความสำคัญกับการวัดและประเมินผลเพื่อการพัฒนา (Formative Assessment) เพราะเด็กกลับมาด้วยพื้นฐานความรู้ที่แตกต่างกัน ครูต้องสามารถประเมินรายคนได้ ควรได้รับการติดตามและเยียวยาเป็นรายบุคคลจนพัฒนาการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ&nbsp;</p>



<p>มีตัวอย่างนโยบายในระดับชาติที่น่าสนใจจำนวนมากเพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ เช่น โครงการ Teach at the Right Level (TRL) ขององค์กร Pratham ในอินเดีย ประเมินความรู้ของเด็กว่าอยู่ที่ระดับไหน เพื่อสอนให้เด็กคนนั้นฟื้นฟูความรู้กลับมา และสร้างอาสาสมัครชุมชน ช่วยสอนเสริมให้เด็กที่เรียนตามไม่ทัน ขณะที่ในเอเชียใต้ แอฟริกา ก็ใช้อาสาสมัคร ช่วยสอน เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง ติดตามเพื่อนกลับเข้าห้องเรียน&nbsp;</p>



<p>องค์กร BRAC ในบังกลาเทศ มีโครงการ Pashe Achhi หรืออยู่ข้างคุณ ช่วยเหลือสนับสนุนดูแลสุขภาพจิต (Psychosocial) โดยการโทรศัพท์ไปคุยเพื่อสำรวจให้กำลังใจผู้ดูแลและพ่อแม่เด็กทุกสัปดาห์ สำหรับประเทศที่มีงบประมาณจำนวนมาก เช่น อังกฤษ รัฐบาลตั้งกองทุนงบประมาณ 1 พันล้านปอนด์ ชื่อ educational catch-up initiatives เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปใช้ให้มั่นใจว่านักเรียนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-27dee5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดให้มีโครงการ National Tutoring Programme โดยโรงเรียนสามารถจ้างติวเตอร์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีช่องว่างการเรียนรู้ มีการจัด in-house mentor ให้กับกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบาก ซึ่งผู้มาเป็น mentor จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ขณะที่เวลส์ มีการรับสมัครครูและผู้ช่วยสอนเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและกลุ่มด้อยโอกาส เปราะบางในทุกกลุ่มอายุ&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ชูนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ ช่วยลดช่องว่าง กลุ่มเข้าไม่ถึงออนไลน์<br>ส่งผลนักเรียนมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศ</h2>



<p><strong>น.ส.มินตรา กะลินตา หัวหน้าฝ่ายวิชาการ โรงเรียนวัดบ้านไร่ (ประชานุกูล) จังหวัดสมุทรสาคร เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง </strong>กล่าวว่า แม้เด็กนักเรียนจะไม่สามารถมาโรงเรียนได้ แต่การเรียนรู้ไม่มีวันหยุด&nbsp; คุณครูสำรวจความพร้อมของนักเรียนทุกคนว่ามีความสามารถเรียนในรูปแบบใดได้บ้าง ต้องยอมรับว่าแต่ละครอบครัวมีความหลากหลาย ทั้งชาวไทยและต่างด้าว เช่น ลาว มอญ แต่นักเรียนสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ โรงเรียนจัดการเรียนการสอนตามความพร้อมรายบุคคล ไม่อัดแน่นเนื้อหาในออนไลน์มากเกินไป ต้องทำให้เด็กมีความสุขกับการเรียน หากตึงเครียดมาก เราพบว่า ชั่วโมงถัดมานักเรียนจะเริ่มหายไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8803ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ยังมีคลิปการเรียนการสอนดูย้อนหลังได้ สำหรับกลุ่มที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ผู้ปกครองต้องออกไปทำงาน 1 บ้านมีโทรศัพท์เพียง 1 เครื่องเท่านั้น ซึ่งการจัดทำใบงานเพียงอย่างเดียวนานวันเข้าก็ขาดการส่งงาน เพราะนักเรียนไม่เข้าใจ จึงนำนวัตกรรมกล่องการเรียนรู้ หรือ Learning box เข้ามาปรับใช้ในแต่ละรายวิชา นักเรียนได้ลงมือทำ ประดิษฐ์ ทดลองจากอุปกรณ์ในกล่องการเรียนรู้ แทนการนั่งเขียนแต่ใบงาน&nbsp;</p>



<p>“แม้โรงเรียนปิดแต่การทดสอบระดับชาติยังดำเนินต่อไป ทั้ง RT ป.1 NT ป.3 และ O-NET ป.6 ซึ่งเราพบว่า จากการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของโรงเรียน นวัตกรรม learning box ได้ผลจริงๆ เห็นได้จากผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนทุกรายวิชา คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ สูงเกินกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศทั้งหมด” น.ส.มินตรากล่าว<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-637109"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.มุกดา-บ้านปลาดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางมุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางมุกดา คำวินิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปลาดาว จังหวัดเชียงใหม่ </strong>กล่าวว่า โรงเรียนไม่สามารถเปิดเรียนแบบ onsite ได้ คุณครูจะลงพื้นที่ 4 วันต่อสัปดาห์ และอีก 1&nbsp; วันเป็นการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาทันท่วงที โดยแบ่งเด็กเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง ตามปัญหาและข้อจำกัดในการเรียนรู้ เพื่อวางแผนการสอนรายคน โดยมีความยืดหยุ่นเรื่องเวลา เพราะแต่ละครอบครัวมีบริบทที่ไม่เหมือนกัน&nbsp;</p>



<p>สำหรับการสอนออนไลน์ ไม่จำเป็นต้องสอนเหมือนในห้องเรียน เด็กๆ จะมีสมาธิเพียง 20-30 นาทีแรกเท่านั้น ดังนั้นจึงสอนในสิ่งที่เด็กๆต้องรู้ภายใน 20 นาทีแรก อีก 20 นาที มีกิจกรรมให้เด็กๆ ได้ลงมือทำจะเป็นงานกลุ่มหรือเดี่ยว จากนั้นอีก 5 นาทีเป็นการ feedback ถ้ามีเวลาเหลือก็เล่นเกม ผลตอบรับพบว่าเด็กๆ ตอบสนองเนื้อหาที่คุณครูสอนได้ถึง 90% เปิดหน้ากล้องทุกคน&nbsp;</p>



<p>สำหรับเด็กที่ไม่มีความพร้อมด้านอุปกรณ์มีถึง 80% ได้ออกแบบ <strong>“learning box” หรือกล่องการเรียนรู้ </strong>ทั้งเรื่องทักษะชีวิต ทักษะความรู้ กิจกรรมการอ่านเขียน คำนวณ พื้นที่นักสร้างสรรค์ ส่วนเด็กอนุบาล ครูจะลงพื้นที่สอนในชุมชนครั้งละ 7-8 คน มีทั้งรถ mobile บางครั้งก็ปูเสื้อใต้ต้นไม้ พยายามหาพื้นที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้มากที่สุด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3c17eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ผอ.ชำนาญ-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชำนาญ สังข์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดศิลามูล จังหวัดนครปฐม</strong> กล่าวว่า ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รุนแรง เนื่องจากนครปฐมเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม จากการสำรวจมีเด็กที่ขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ถึง 70% แม้จะได้รับการสนับสนุน ซิมโทรศัพท์มือ แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมนักเรียนทุกคน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เด็กเกิดความรู้ถดถอยจำนวนมาก โดยเฉพาะ ป.1 มีปัญหาหนักที่สุด เพราะยังมีทักษะการอ่านน้อย การเรียนรู้ด้วยตัวเองจึงทำได้ยาก โรงเรียนได้ใช้นวัตกรรม “learning box” หรือกล่องการเรียนรู้แทนการเรียนออนไลน์ โดยครูจะวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้ทั้ง 8 หน่วยสาระ เจาะลึกไปยังหน่วยที่จำเป็น คือหน่วย “ต้องรู้” ก่อน และเสริมหน่วยที่ “ควรรู้” เพิ่มเข้าไป&nbsp;</p>



<p>ครูจะทำงานเป็นทีมออกแบบ Booklet ใบความรู้ ใบงาน ให้เด็กเรียนรู้ด้วยตัวเอง ดีกว่าการอ่านจากกระดาษเพียงอย่างเดียว โรงเรียนจะนัดหมายให้เด็กๆ มารับกล่องการเรียนรู้ที่โรงเรียน หรือครูจะนำกล่องไปให้กรณีที่มาไม่ได้ ครูจะทำหน้าที่เป็นโค้ชให้ผู้ปกครองสามารถทำหน้าที่เป็นครูที่บ้านได้ ช่วยลดช่องว่างได้เป็นอย่างดีในวิกฤต จากการติดตามการเรียนรู้พบว่า นักเรียนให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม มีความสุขในการใช้กล่องการเรียนรู้ และผู้ปกครอง 90% พอใจกับการจัดการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-534082"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/10-โรงเรียนเปลี่ยนใหม่-ดร.สุนิสา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สุนิสา คงสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนพุดซา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา</strong> กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่า เด็กพร้อมเรียนออนไลน์แค่ 10 % ครูจึงช่วยกันออกแบบ “กระเป๋าแดงแห่งการเรียนรู้” แทน “กล่องการเรียนรู้” ภายในบรรจุสื่อการสอนที่เป็นสื่อมาตรฐานตั้งต้น และค่อยพัฒนาเพิ่มเติมตามความแตกต่างแต่ละพื้นที่ หรือแตกต่างของแต่ละบุคคล&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังต้องพัฒนาคุณครูด้วย ซึ่งไม่ใช่แค่เด็กที่มีช่องว่างของการเรียนรู้ แต่ครูก็มีช่องว่าง เราต้องให้ครูเกิดการพัฒนาทั้งเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งครูต้องยอมเหนื่อยปรับตัวเอง กับการสอนที่ไม่ได้เจอตัวเด็ก ทำให้ต้องต้องเขียนแผนการสอน ออกแบบสื่อ Booklet ที่จะไปใส่กระเป๋าแดง และเมื่อเด็กๆ มาส่งผลงานทุกสิ้นเดือนก็จะตรวจวัดประเมินผลทั้งตัวชี้วัดและทักษะต่างๆ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
