<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b9%89%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 May 2024 05:41:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240524/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 05:41:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ บุญสพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมบูรณ์ อาษาราษฏร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว]]></category>
		<category><![CDATA[Welcome Teacher : สวัสดีคุณครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม กูลดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวกะพ้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81954</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันแรกที่ อุดม กูลดี มารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอ่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240524/">“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันแรกที่ <strong>อุดม กูลดี</strong> มารับตำแหน่งผู้อำนวยการ<strong>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ</strong> โรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ก็มีครูคนหนึ่งที่เดินมาบอกเขาว่า กำลังจะย้ายไปโรงเรียนอื่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องปกติของโรงเรียน ที่ครูมักจะบรรจุที่โรงเรียนอยู่ประมาณ 1-2 ปี ก่อนจะขอย้ายไปที่อื่น</p>



<p>สำหรับเขานี่ถือเป็นโจทย์รับน้องที่เขาต้องหาทางแก้ไขในฐานะผู้นำโรงเรียน ผอ.อุดมมองว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่เลือกได้ว่า อยากทำงานที่ไหน การออกมาทำงานไกลบ้าน อยู่บนเกาะที่ห่างไกลแผ่นดินใหญ่ ย่อมไม่ได้สะดวกสบาย โดยเฉพาะการเดินทาง</p>



<p>“ผมว่าทุกคนอยากกลับบ้าน ต่อให้อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้าน เขาอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว อยากกลับไปอยู่ที่ที่เคยอยู่ เขามาอยู่บนเกาะจะกลับบ้านที่ลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยมันก็ไม่สะดวกสบาย ต้องนั่งเรือไปรักษา เวลาเกิดคลื่นลมมีความเสี่ยงอันตรายในชีวิต เขาก็คิดว่ากลับบ้านดีกว่า เหมือนเราที่มีความตั้งใจว่าอยากกลับบ้าน ก็ไม่ได้ห้ามใครจะกลับบ้าน เข้าใจวิถีชีวิตเขา ผมเชื่อว่าถ้ากลับไปอยู่กับครอบครัว เขาก็มีความสุขกับการทำงาน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-132b6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/01_ผอ.อุดม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานแรกของอุดมในฐานะผอ.โรงเรียน คือ การแก้ปัญหาครูโยกย้าย เขาเริ่มจากการทำนโยบาย <strong>‘ชวนน้องกลับบ้าน’</strong> ชวนครูที่เป็นคนเกาะยาวใหญ่ ที่ไปสอนพื้นที่อื่น ให้ขอย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียน จนขยับมาเข้า<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> โดย<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับเด็กขาดโอกาสได้เรียนครูตามความฝัน และแก้ปัญหาครูขาดแคลนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องจบออกมาบรรจุในโรงเรียนใกล้บ้านอย่างน้อย 6 ปีหลังเรียนจบ</p>



<p>เพราะเกาะยาวใหญ่เป็นบ้านเกิดของ ผอ.อุดม และความรักในการทำงานอยู่ในระบบการศึกษา จึงเป็นความตั้งใจของเขาที่อยากกลับมาอยู่บ้านเกิด พัฒนาระบบการศึกษาและชุมชน ซึ่ง ผอ.อุดมไม่ได้มีเป้าหมายนี้เพียงคนเดียว คนอื่นๆ บนเกาะต่างมีเป้าหมายนี้เช่นกัน กลายเป็นการรวมพลังภายใต้โจทย์ที่ว่าต้องพัฒนาเกาะยาวใหญ่ให้ดีขึ้น การเข้าร่วม<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong>ของโรงเรียนอ่าวกะพ้อกลายเป็นผลพลอยได้หนึ่ง มันช่วยแก้ปัญหาที่โรงเรียนมีมาตลอด ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-709ab7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/02_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ออกมาทำงานก็ย้ายไปเรียนต่อที่อื่น การเสพยาเสพติด สารพัดปัญหาบนเกาะยาวใหญ่ที่แก้ผ่านความเชื่อของ ‘ศาสนาอิสลาม’</strong></h2>



<p>“เป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในใจผม ตอนที่ผมเป็นวัยรุ่นเพื่อนติดยาเสพติดเยอะ มีอาการหลายๆ อย่าง เช่น ลงแดง เสียชีวิตไปก็หลายคน ผมก็ต้องไปช่วยทำศพให้เขา มันเป็นอะไรที่เศร้าใจมาก ก็คิดว่าสังคมบ้านเราต้องอยู่แบบนี้เหรอ แล้วลูกหลานเราต่อไปจะอยู่อย่างไร”</p>



<p>การใช้ชีวิตบนเกาะที่ยาวนานจนเข้าทำเนียบคนเก่าคนแก่ ก็ทำให้<strong>สมบูรณ์ อาษาราษฏร์</strong> วิทยากรอิสลามศึกษา ประจำโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น อย่างปัญหาการเสพยาของวัยรุ่นบนเกาะ ก็มีต้นตอส่วนหนึ่งมาจากที่ต้องออกจากการเรียนกลางคัน ไม่ว่าด้วยฐานะเศรษฐกิจครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวย หรือถูกส่งไปเรียนข้างนอกแล้วเรียนไม่จบ ต้องกลับมาอยู่ที่บ้าน ชีวิตของเด็กหลายคนจึงไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ หรือไม่มีโอกาสเติบโต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-42901c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/03_สมบูรณ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมบูรณ์ อาษาราษฏร์ วิทยากรอิสลามศึกษา โรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นความตั้งใจที่สมบูรณ์อยากพัฒนาเกาะยาวใหญ่ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะที่ชุมชนในตำบลพรุในที่เขาอาศัยอยู่ ‘ศาสนาอิสลาม’ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สมบูรณ์มองว่า จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ตามหลักศาสนาอิสลามแล้ว ผู้ที่นับถือจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจหลักคำสอนอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าถึงวิถีชีวิตที่ถูกต้องตามหลักศาสนา เด็กๆ ถูกส่งไปเรียนศาสนาตั้งแต่ยังเล็กๆ สถานที่เรียนถ้าไม่ใช่ที่มัสยิดที่จะมี ‘โต๊ะครู’ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลามสอน ก็จะเป็นที่ ‘ปอเนาะ’ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอย่างเข้มข้น</p>



<p>น่าเสียดายที่สภาพแวดล้อมบนเกาะยาวใหญ่ไม่สามารถดึงดูดใจผู้ปกครองให้ส่งลูกมาเรียนได้ พวกเขาตัดสินใจส่งลูกไปเรียนที่อื่นตามแต่กำลังทรัพย์ที่มี ยะลา ภูเก็ต ตรัง ฯลฯ คือจุดหมายที่ครอบครัวนิยมส่งไป ความห่างเหินเลยเกิดขึ้นภายในครอบครัว และมีผลต่อประสิทธิภาพในการเรียน</p>



<p>“เมื่อเด็กเรียนไม่จบ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เรื่องเงิน ส่งไปเรียนได้ถึงม.5 ไม่มีทุนส่งต่อ ก็ต้องย้ายกลับมา หรือความห่างเหิน พ่อแม่ไม่ได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ส่งไปอย่างเดียว ไม่รู้ว่าลูกฝั่งโน้นเรียนหรือเปล่า ถ้าลูกคุณตั้งใจเรียนก็โอเค แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็มีโอกาสที่จะเรียนไม่จบ ไม่สนใจเรียน แต่พ่อแม่บางคนไม่เห็น เหมือนปิดหูปิดตา อยู่ห่างไกลด้วย บางทีไปหวังกับครูให้ดูแล เขาเองก็มีเด็กที่ต้องดูแลเป็นร้อยคน เรามีลูกคนเดียวต้องซัปพอร์ตให้ถูกต้อง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3bd05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/04_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นเรื่องที่ผอ.อุดมเห็นตรงกัน เกิดการผลักดันให้โรงเรียนอ่าวกะพ้อใช้ ‘หลักสูตรอิสลามศึกษา’ คือ จัดให้มีการสอนศาสนาอิสลามควบคู่ไปกับวิชาอื่นๆ นี่ก็เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอยากให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และมีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับความเชื่อของตัวเอง เปิดโอกาสให้โรงเรียนในพื้นที่ที่ประชากรนับถืออิสลามเป็นส่วนใหญ่ สามารถออกแบบจัดการเรียนการสอนศาสนาได้</p>



<p>หลักสูตรนี้เปิดให้จ้างวิทยากรอิสลามศึกษา คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามเข้ามาสอนได้ สมบูรณ์ก็เลยได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมผ่านตำแหน่งวิทยากรอิสลามศึกษา สอนศาสนานักเรียนอ่าวกะพ้อทุกชั้น &nbsp;</p>



<p>ความเข้มข้นของการสอนศาสนาบนเกาะยาวใหญ่ช่วยลดอัตราการส่งเด็กๆ ออกไปเรียนข้างนอก รวมถึงลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น</p>



<p>“เราเป็นโรงเรียนรัฐบาล จะได้เปรียบกว่าโรงเรียนเอกชนอื่นๆ ที่เขาเปิดสอนศาสนาโดยเฉพาะ เด็กเรามีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มากกว่า เพราะเราสอนวิชาสามัญด้วย” ผอ.อุดมขยายเพิ่มเติม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f8439"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/05_สมบูรณ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากชวนครูกลับบ้าน สู่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong></h2>



<p>ประชากรบนเกาะยาวใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ 90% ศาสนาเลยเป็นหนึ่งในสิ่งที่เชื่อมคนทั้งเกาะไว้ด้วยกัน ภาพที่เห็นชัดเจน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ชุมชน และมัสยิด สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม โรงเรียนเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น การเลือกตั้ง ประชุมหมู่บ้าน และกิจกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถจัดที่มัสยิดได้อย่างจัดสอบคุรุสัมพันธ์ การสอบสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม&nbsp;</p>



<p>บ่อยครั้งที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อมักส่งนักเรียนและบุคลากรครูไปช่วยงานมัสยิดและชุมชน ขณะเดียวกันมัสยิดและชุมชนเองก็พร้อมจะส่งคนมาช่วยงานโรงเรียนเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“ที่เกาะยาวใหญ่เรารู้จักทั้งเกาะ มีความสนิทสนมจนกลายเป็นความผูกพันอย่างพี่น้อง เราถือว่าเด็กทุกคนเป็นเด็กของชุมชน เพราะฉะนั้นมีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้จะส่งเด็กไป เช่น จะไปช่วย ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น พิธีต้อนรับเด็กแรกเกิด ขึ้นบ้านใหม่ คนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานในพิธีต่างๆ ละหมาดให้คนตาย (ละหมาดญะนาซะห์) ส่งเด็กๆ ไปช่วย ส่วนครูผู้หญิงก็จะไปช่วยทำครัวทำอาหาร บางทีโรงเรียนก็ซื้อข้าวสาร 1 กระสอบช่วยเขา ทำให้โรงเรียนกับชุมชนจะผูกพันกันมาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-19f3a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/06_เกาะยาวใหญ่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับผอ.อุดม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ครูในโรงเรียนควรเป็นคนในพื้นที่ เพราะพวกเขารู้จักพื้นที่ดี และสามารถใช้ชีวิตในความสัมพันธ์นี้ ที่สำคัญมันช่วยลดจำนวนการย้ายของครูที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นในโรงเรียนยาวนาน</p>



<p>“ผมว่าทุกคนอยากกลับบ้าน ต่อให้อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้าน เขาอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว อยากกลับไปอยู่ที่ที่เคยอยู่ เขามาอยู่บนเกาะจะกลับบ้านทีลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยมันก็ไม่สะดวกสบาย ต้องนั่งเรือไปรักษา เวลาเกิดคลื่นลมมีความเสี่ยงอันตรายในชีวิต เขาก็คิดว่ากลับบ้านดีกว่า เหมือนเราที่มีความตั้งใจว่าอยากกลับบ้าน ก็ไม่ได้ห้ามใครจะกลับบ้าน เข้าใจวิถีชีวิตเขา ผมเชื่อว่าถ้ากลับไปอยู่กับครอบครัว เขาก็มีความสุขกับการทำงาน”</p>



<p>ก่อนจะเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ผอ.อุดมมีความตั้งใจทำนโยบาย ‘ชวนน้องกลับบ้าน’ คือ ชวนครูๆ ย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียน แต่นโยบายนี้มีความยากตรงที่ว่า ครูที่จะย้ายมาและโรงเรียนปลายทางต้องระบุคำขอให้ตรงกัน การย้ายจึงจะสมบูรณ์&nbsp;</p>



<p>แต่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นแตกต่างออกไป คือ เป็นการคัดเลือกเด็กในพื้นที่ไปเรียนครู เพื่อกลับมาบรรจุที่บ้านเกิด ทำให้คนในโรงเรียนและชุมชนเองได้เห็นพัฒนาการเด็ก เกิดความใกล้ชิด&nbsp;</p>



<p><strong>วิฑูรย์ บุญสพ</strong> กำนันตำบลพรุใน เล่าให้ฟังว่า ความใกล้ชิดระหว่างครูกับผู้ปกครองเป็นสายใยที่เกิดขึ้นมานาน ผู้ปกครองไม่ได้พูดคุยกับครูแค่เรื่องผลการเรียน หรือต้องการแค่ใบเกรด แต่อยากสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา รวมไปถึงทำให้บรรดาคุณครูที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองได้อบอุ่นใจเหมือนยังอยู่บ้านตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“มันเป็นแนวทางของโรงเรียนอ่าวกะพ้อดั้งเดิม สมัยผมเด็กๆ ครูจะมาจากจังหวัดไหนก็ตาม ถ้ามาบรรจุที่โรงเรียนนี้จะได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนอย่างดี เขาจะไม่ยอมให้ครูต้องหุงข้าวกินเอง ต้องไปกินกับคนในชุมชน อยู่แล้วมันเกิดความผูกพันมีความสุข โครงการนี้ทำให้เราได้ความสัมพันธ์นี้กลับมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-725002"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/07_วิฑูรย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วิฑูรย์ บุญสพ กำนันตำบลพรุใน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทุกๆ เช้า ผู้ปกครองจะไปทักทายครูเมื่อส่งลูกๆ พอถึงมื้ออาหารเย็นก็ชวนครูมากินข้าวที่บ้าน กำนันบอกว่า ถือเป็นการแข่งขันเล็กๆ ด้วยซ้ำ ถ้าบ้านหลังไหนได้ตัวครูไปกินข้าวด้วย ก็จะมีบ้านอื่นๆ ต่อคิวรอชวนครูไปกินข้าวต่อ</p>



<p>แต่น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์นี้ค่อยๆ เบาบางลง เลยเป็นโอกาสดีที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นจะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้ให้กลับมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อครูรัก(ษ์)ถิ่น พร้อมเป็นนักพัฒนาชุมชนไปด้วย</strong></h2>



<p>ปัจจุบันครูรัก(ษ์)ถิ่นดำเนินมาถึงรุ่นที่ 5 และเร็วๆ นี้ครูรุ่นที่ 1 กำลังจะจบการศึกษา  กลับไปบรรจุที่โรงเรียนในบ้านเกิด <strong>ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว </strong>หรือ<strong>มู </strong>เป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกของอ่าวกะพ้อ ตอนนี้ทั้งโรงเรียนและชุมชนเลยต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของมู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-179e2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/08_ศิริพงษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ศิริพงษ์</strong> <strong>ไถนาเพรียว </strong>ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกของโรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่ใช้คำว่า ‘กลับ’ เพราะการเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น นักศึกษาครูต้องกลับไปสังเกตการณ์สอนที่โรงเรียนที่ตัวเองจะไปบรรจุทุกปีการศึกษา และการเรียนปีสุดท้ายจะต้องไปฝึกสอนที่นั่น คนในโรงเรียนและชุมชนจึงคุ้นเคยกับมูเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมบูรณ์ที่รับบทที่ปรึกษาให้มูตอนทำผลงานจบ คือ ออกแบบนวัตกรรมการศึกษา สิ่งที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นต้องทำ มูเลือกทำเป็นนิทานพิธีฮัจญ์ (Hajj) หนึ่งในพิธีสำคัญของคนมุสลิม การปฏิบัติศาสนกิจสำคัญของชาวมุสลิมตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ซึ่งจะต้องทำพิธีที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พิธีจะทำในวันที่ 8 – 13 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ (เดือนที่ 12 ในปฏิทินอิสลาม) ของทุกปี</p>



<p>การเดินทางไปซาอุดีอาระเบียถือเป็นเรื่องใหญ่ของบางคน ทั้งเรืองค่าใช้จ่ายและความยากในการเดินทาง พิธีฮัจญ์เลยเป็นเพียงความฝันสำหรับบางคน นิทานของมูเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิธีและนำนิทานนั้นมาจำลองเป็นพิธีกรรมในโรงเรียน เพื่อให้คนที่ไม่เคยไปได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ ส่วนคนที่วางแผนว่าจะไป จะได้เรียนรู้ข้อมูลก่อนเพื่อเตรียมตัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b4898"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/09_นิทานฮัจญ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่สมบูรณ์ ยังมีคนอื่นๆ ในเกาะยาวใหญ่พร้อมมาช่วย เพราะพวกเขารู้สึกว่า โอกาสไปถึงพิธีอาจยาก เช่นนั้น การมาร่วมพิธีจำลอง ได้สัมผัส รับรู้ข้อมูลสำคัญ น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดี และได้ช่วยเหลือคนในชุมชนด้วยกัน</p>



<p>“จำลองพิธีขึ้นมา จัดเป็นจุดๆ ให้คนเดินไป มีใช้สนามฟุตบอลโรงเรียน ใต้ถุนอาคารเรียน มัสยิด แต่ละจุดก็อธิบายว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง จัดให้สมจริงที่สุด เด็กๆ เราเอาแค่ชั้นมัธยมเพราะคุยง่ายกว่า ได้ความรู้จากตรงนี้ด้วย” สมบูรณ์ย้อนความหลังให้ฟัง ถึงวันที่จำลองพิธีฮัจญ์บนเกาะยาวใหญ่</p>



<p>เด็กกิจกรรม ตั้งใจเรียน อัธยาศัยดี ช่วยเหลือครอบครัว สิ่งที่คนเกาะยาวใหญ่รับรู้ได้จากตัวของมู เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น การเป็นคนในพื้นที่และเข้าไปช่วยเหลือทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้วิฑูรย์รู้สึกว่า เมื่อมูกลับมาเขาจะไม่ได้เป็นแค่ครูในโรงเรียน พัฒนานักเรียน แก้ปัญหาที่ผ่านๆ มา แต่เขาสามารถเป็น ‘นักพัฒนาชุมชน’ ได้ด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b28ea6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/10_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมสนิทกับมูเพราะได้สังเกตเขามาตั้งแต่แรกๆ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็จะรายงานเป็นระยะว่า ตอนนี้เขาพัฒนามูไปถึงไหนแล้ว เราก็ได้รู้ได้ติดตามข่าวการเปลี่ยนแปลงของเด็กที่ไป ซึ่งผมว่าดีมาก แล้วสุดท้ายที่ผมเห็นผลงานจบของมู ผมกลับมาคิดว่า เราไม่ได้แค่ครู แต่เราได้นักพัฒนาชุมชนด้วย</p>



<p>“ตอนนี้ชีวิตมูกลายเป็นตัวอย่าง เสริมความมุ่งมั่นของเด็กๆ ความมานะอุตสาหะ มูเป็นต้นแบบ เขาไม่เที่ยว บุหรี่ไม่สูบ ตั้งใจเรียน กลับมาพัฒนาชุมชน” กำนันเสริม</p>



<p>สำหรับผอ.อุดม เขาไม่มีลิสต์ความคาดหวังว่า ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกต้องเป็นอย่างไร นอกจากกำลังใจในฐานะคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน เพราะการได้อยู่ใกล้ชิดตั้งแต่คัดเลือกนักเรียนเข้าโครงการ ได้เห็นความกระบวนการพัฒนาจากนักเรียนเป็นนักศึกษาครู และวันนี้กำลังจะกลายเป็นครูเต็มตัว ทั้งหมดทำให้ผอ.อุดมไม่มีคำถาม หรือความกังวลใดๆ&nbsp;</p>



<p>“ผมตั้งใจทำโครงการชวนน้องกลับบ้านอยู่แล้ว พอมาเห็นโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มันตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาในชุมชนจริงๆ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่แบบนี้ เป็นเกาะห่างไกล ยิ่งเราได้เด็กที่มาจากชุมชนเราเอง ไปผ่านกระบวนการพัฒนาที่มหาลัย ซึ่งเขาทำดีมาก จากที่เราได้ไปเห็น การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ผมมั่นใจว่าวันที่เขาเดินทางกลับมาที่นี่ เขาจะมาเป็นครูที่ดีในโรงเรียน สามารถทอดถ่ายความรู้ให้เด็กและอยู่ร่วมกับชุมชนได้” ผอ.อุดมทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240524/">“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ครูจะอยู่กับนักเรียนตลอดไป” ชีวิตบทใหม่ของ ‘มัส’ และ ‘มู’ การบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นในโรงเรียนบนเกาะ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-190524/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 17 May 2024 11:31:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Welcome Teacher]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐวุฒิ งานแข็ง]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวกะพ้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81853</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สวัสดีครับ รอบนี้ครูจะกลับมาอยู่นานๆ แล้วนะ ไม่ได้อยู่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190524/">“ครูจะอยู่กับนักเรียนตลอดไป” ชีวิตบทใหม่ของ ‘มัส’ และ ‘มู’ การบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นในโรงเรียนบนเกาะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“สวัสดีครับ รอบนี้ครูจะกลับมาอยู่นานๆ แล้วนะ ไม่ได้อยู่แค่ 3 สัปดาห์ หรือแค่เทอมเดียวแล้ว แต่จะอยู่กับทุกคนตลอดไป”</p>



<p>ประโยคแรกที่ <strong>&#8216;มัส&#8217; ณัฐวุฒิ งานแข็ง</strong> บอกเราว่า ตั้งใจจะพูดในคาบแรกที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง ในฐานะ ‘คุณครู’ บรรจุใหม่ </p>



<p>ประโยคในคาบแรกของ <strong>‘มู’ ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว</strong> ก็ไม่ต่างจากมัส เขาอยากบอกนักเรียนว่า “ครูกลับมาแล้วนะ” เพราะรู้ดีว่าเด็กๆ ต่างคิดถึงเขา จากคำบอกเล่าของครูในโรงเรียนที่โทรไปบอกเสมอว่า เด็กๆ <strong>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ</strong>คิดถึงคุณครูมูขนาดไหน </p>



<p>มัสและมูเป็นชาวเกาะยาวใหญ่ เกาะตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา การได้รับ<strong>ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> ทำให้ชีวิตทั้งสองมีสิ่งที่เหมือนกัน นอกจากความเป็นคนบ้านเดียวกัน คือ การเป็นครู ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ซึ่งเป็นทุนการศึกษาที่ให้สนับสนุนนักเรียนที่ขาดโอกาสได้การศึกษา ได้เรียนต่อในระดับปริญญาตรีและกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิด </p>



<p>ตุลาคมปี 2567 เป็นเดือนที่ทั้ง 2 คนจะได้กลับไปบรรจุหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี  สาขาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา มัสไปที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง ส่วนมูไปโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ความกลัวหรือกังวลไม่ใช่ความรู้สึกที่ทั้งสองมีต่อเรื่องนี้ มีเพียงความตื่นเต้นที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตที่โรงเรียนในระยะยาว หลังจากที่ผ่านมาพวกเขาไปใช้เวลาอยู่ในโรงเรียนระยะสั้นๆ เพื่อสังเกตการสอน และฝึกการสอน 1 เทอม</p>



<p>ไม่ใช่แค่สองครูรัก(ษ์)ถิ่นที่ตื่นเต้น แต่โรงเรียนปลายทางเองก็เฝ้ารอการกลับมาของพวกเขาด้วย รอยยิ้มของเด็กๆ ที่จะกว้างขึ้นเมื่อรู้ว่า ครูมูและครูมัสจะมาอยู่กับพวกเขานานแสนนาน อย่างน้อยก็ในระยะ 6 ปี ตามข้อกำหนดของทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-630c25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประตูแห่งโอกาสทางการศึกษาเปิดกว้างขึ้น</strong></h2>



<p>อัตราเรียนต่อในระดับมัธยมปลาย หรือระดับอุดมศึกษาของเด็กๆ ที่เกาะยาวใหญ่ถือว่าไม่สูงนัก จากคำบอกเล่าของอุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ เมื่อจบการศึกษาภาคบังคับ คือ มัธยมศึกษาปีที่ 3 เด็กบางคนเลือกที่จะออกมาช่วยครอบครัวหาเงิน อาชีพยอดนิยมของคนบนเกาะหนีไม่พ้นการทำประมง หรือไม่ก็เกษตรกรรม เด็กคนไหนที่ครอบครัวพอมีกำลังทรัพย์ จะถูกส่งออกไปเรียนจังหวัดอื่น ทำให้มีน้อยคนที่จะเลือกกลับมาที่เกาะยาวใหญ่</p>



<p>วันนี้เกาะยาวใหญ่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ทำให้ธุรกิจโรงเรียน หรือธุรกิจทัวร์ต่างๆ เกิดขึ้นจำนวนมากเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แต่ความนิยมนี้ก็ยังไม่ใช่เหตุผลเพียงพอที่จะช่วยลดอัตราครูโยกย้าย ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมานานอยู่คู่เกือบทุกโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่</p>



<p>บรรดาผู้อำนวยการโรงเรียนทั้งอ่าวกะพ้อและอ่าวมะม่วง ต่างตั้งความหวังว่า ทุนรัก(ษ์)ถิ่นจะเข้ามาช่วยลดอัตราครูโยกย้าย ด้วยการดึงคนในพื้นที่มาเป็นครู ขณะเดียวกันก็จะช่วยเพิ่มโอกาสเรียนต่อให้เด็กที่ครอบครัวไม่มีทุนสนับสนุน</p>



<p>‘ครอบครัว’ เป็นเหตุผลที่ทำให้มัสตัดสินใจสมัครเข้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพราะการได้เป็นครูจะช่วยให้เขามีกำลังพอดูแลครอบครัว</p>



<p>ส่วนมูที่รับรู้สถานะการเงินครอบครัว เขาพร้อมที่จะช่วยครอบครัวหาเงินเพื่อส่งน้องๆ ที่เหลือเรียนต่อ หรือถ้าอยากเรียนต่อจริงๆ มูมอง ‘ปอเนาะ’ ไว้ ปอเนาะเป็นสถาบันการศึกษาศาสนาอิสลามในรูปแบบดั้งเดิม  ถ้าเลือกเรียนต่อที่นี่มูก็จะได้ศึกษาศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศาสนาที่คนบนเกาะส่วนใหญ่นับถือ แถมไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อทุนครูรัก(ษ์)ถิ่นเข้ามา ตอบความต้องการที่มูมี ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะสมัครในที่สุดทั้งคู่ต่างได้รับทุนนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b81f11"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/02.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มู ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 โรงเรียนปลายทางโรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ฟีดแบ็กจากผู้เรียน ข้อมูลสำคัญที่ทำให้พัฒนาตัวเองได้</strong></h2>



<p>การเรียนการสอนของครูรัก(ษ์)ถิ่น ไม่ต่างจากการเรียนครูแบบอื่นๆ เพิ่มเติมคือมีโปรแกรมและกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลต่อการทำงานของพวกเขา อย่าง Enrichment program หลักสูตรเสริมทักษะที่จำเป็น เน้นบริบทโรงเรียนปลายทางที่ไปอยู่ เช่น ถ้าเป็นโรงเรียนบนเกาะครูรัก(ษ์)ถิ่นจะต้องรู้วิธีว่ายน้ำ หรือทักษะอาชีพที่เหมาะกับคนในพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำพวกเขา</p>



<p>นอกจากนี้ มีการไปสังเกตการณ์โรงเรียนที่จะไปอยู่ทุกๆ ปี เพราะครูรัก(ษ์)ถิ่นต่างรู้แล้วว่า โรงเรียนปลายทางพวกเขาคือที่ไหน ก็ทำให้มีเวลาเตรียมตัวและได้ไปปรับตัวการใช้ชีวิตที่นั่น</p>



<p>มัสบอกว่า ระหว่างการฝึกสังเกตการสอนกับการไปฝึกสอน สำหรับเขาแตกต่างกัน เพราะการสังเกตเขาทำหน้าที่เป็นเพียงคนหลังห้อง มองดูการเรียนการสอนที่เกิดขึ้นในหนึ่งคาบ แต่เมื่อต้องรับบทเป็นคนสอน ก็ถือเป็นงานหินสำหรับมัสที่เจอปัญหาควบคุมเด็กในชั้นเรียนได้ยาก</p>



<p>“ช่วงฝึกสอนปี 4 เราได้สอนเด็กป.2 ปัญหาที่เจอ คือ การควบคุมชั้นเรียน เราควบคุมชั้นเรียนไม่ค่อยได้ เด็กไม่ค่อยฟังเรา คิดว่าเราอาจจะดุไม่พอ (หัวเราะ) บุคลิกภาพเราอาจมีส่วนด้วย บางทีสนิทกับเด็กมากไปเขาก็จะไม่ค่อยอยากฟังเรา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb534b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ปรึกษาครูพี่เลี้ยงเป็นสิ่งที่มัสทำไปพร้อมๆ กับถามความคิดเห็นเด็กๆ ในห้องเรียน เพื่อให้รู้ว่ามีส่วนไหนที่เขาต้องพัฒนา แล้วการสอนของเขาเป็นอย่างไร ทำให้มัสรู้ปัญหาและแก้ได้ เป็นที่มาว่าทำไมเด็กๆ โรงเรียนอ่าวมะม่วงถึงรอคอยวันที่ครูมัสกลับมาอีกครั้ง</p>



<p>“มีนักเรียนบางคนบอกว่าครูพูดเร็วไป เขาฟังไม่ทัน หรือเราให้เด็กทำกิจกรรมเขียนมากเกินไป เขาไม่อยากทำ อยากทำกิจกรรมแบบอื่นบ้าง” มัส ย้อนให้ฟังถึงฟีดแบ็กที่เขาได้รับจากนักเรียน</p>



<p>การฝึกสอนทำให้มัสรู้ว่า ห้องเรียนไม่ใช่แค่ที่ทำงานของครู แต่ยังมีงานอื่นๆ ที่ต้องทำอีก อย่างงานเอกสารต่างๆ ทำให้บางทีมัสก็รู้สึกเหนื่อยและท้อบาง แต่กำลังใจที่ได้จากคุณครูในโรงเรียนก็ทำให้มัสใจชื้น และรู้ว่าเขาจะมีคนช่วยเหลือเสมอ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a88158"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สัปดาห์แรกที่ฝึกสอน ผมจัดการเด็กไม่ค่อยได้ เด็กไม่ยอมฟังเรา ทำให้เรานึกถึงครูคนหนึ่งที่เราได้เรียนกับเขาตั้งแต่ป.1-6 เรามาคิดว่าทำไมเราถึงชอบที่จะเรียนกับเขา เด็กคนอื่นๆ ก็ชอบครูคนนี้ ขนาดเสาร์-อาทิตย์ยังไปอยู่บ้านครู มานั่งคิดว่าครูเขามีวิธียังไง แล้วก็หาข้อมูลอื่นไปด้วย สัปดาห์ที่ 2 เราลองเอาใหม่ เข้าหาเด็กมากขึ้น พยายามหากิจกรรมในห้องเรียนเพิ่ม ทำยังไงให้เด็กเข้าถึงเรา ให้เด็กที่เงียบที่สุดไม่ยอมพูดอะไร กล้าที่จะพูด”</p>



<p>ปัญหาที่มัสเจอเป็นปัญหาเดียวที่มูเจอเมื่อฝึกสอน คือ ควบคุมเด็กในห้องที่รับผิดชอบไม่ค่อยได้ แต่สุดท้ายมูก็หาวิธีรับมือได้ และจากฟีดแบ็กของผู้ปกครองเด็กในห้องเรียนที่มักเป็นครูๆ ในโรงเรียนเช่นเดียวกัน กลับมาบอกเขาว่า ลูกๆ ต่างชมครูมูให้ฟัง เล่าว่าเรียนกับครูมูสนุกมาก เข้าใจง่ายขึ้น ทำให้คนฟังอย่างครูมูใจฟูขึ้น เขาบอกว่าวิธีการที่เขาค้นพบระหว่างฝึกสอน คือ ในการจัดการเรียนการสอนต้องยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ถึงจะทำให้เด็กอยากอยู่กับครูมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c453e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/05.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">มัส ณัฐวุฒิ งานแข็ง นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 โรงเรียนปลายทางโรงเรียนอ่าวมะม่ว</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ครูนักพัฒนาชุมชน</strong></h2>



<p>“ผมเคยมีครูสอนภาษาไทยแล้วย้ายออกไป พอเราไปเรียนกับครูอีกคน ซึ่งเขาไม่ได้จบเอกภาษาไทยมาโดยตรง เขาอาจจะไม่สามารถเต็มที่กับการสอนได้ สอนเราได้ในระดับพื้นฐาน มันก็มีปัญหาตรงนี้”</p>



<p>ปัญหาครูโยกย้ายเป็นปัญหาที่อยู่คู่โรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ ระยะเวลาที่ครูบรรจุเฉลี่ย 1-2 ปี ก่อนจะขอย้ายไปที่อื่น สมัยที่มัสยังเป็นนักเรียนมักจะเจอเหตุการณ์ครูย้ายบ่อยครั้ง การหาครูมาทดแทนก็ต้องใช้เวลา ทำให้บางครั้งครูจากวิชาอื่นต้องมาช่วยสอนแทน</p>



<p>ผอ.อุดมของโรงเรียนอ่าวกะพ้อเคยออกนโยบาย ‘ชวนน้องกลับบ้าน’ ชวนคนเกาะยาวที่ไปทำงานเป็นครูในพื้นที่อื่น ขอย้ายกลับมาสอนที่บ้าน เขามองว่าจะเป็นวิธีช่วยแก้ปัญหาครูโยกย้าย เพราะได้คนในพื้นที่มาสอน โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเลยเป็นโครงการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้เพิ่ม</p>



<p>“ถ้าเราเป็นคนในพื้นที่ เราเรียนจบที่โรงเรียนนี้ ครูคนนั้นเคยสอนเรา เวลาเรากลับไปสอนมันจะง่ายขึ้น แต่บางคนเขาอาจคิดว่าเรายังเป็นเด็ก ยังไม่มีความสามารถมากพอ แต่เราคิดเสมอว่าเราเรียนจบครูแล้ว เรียนเท่าๆ กับครูคนอื่นนั่นแหละ”</p>



<p>มูก็คิดเหมือนกันว่าการเป็นคนในพื้นที่จะช่วยให้การทำงานเป็นครูราบรื่นขึ้น เขามองไปถึงการเป็นครูนักพัฒนาชุมชน อีกงานที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้รับมอบหมาย ครูได้พัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กับพัฒนาโรงเรียน บางคนอาจมองว่าเป็นงานที่หนัก ทำให้ครูต้องรับภาระมากเกินจนอาจจะไม่มีเวลาโฟกัสการสอนมูบอกว่าเขาจะวางแผนที่จะทำหน้าที่ทั้งสองอย่างให้ดีที่สุด และมั่นใจว่ามันจะไม่ทำให้เขาเหนื่อย เพราะได้เตรียมตัวไว้แล้ว</p>



<p>และเพราะมูมองว่า โรงเรียนกับชุมชนเป็นสิ่งที่อยู่คู่กัน ไม่สามารถตัดขาดจากกันได้ มีความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลอาศัยกัน เขายกตัวอย่างเวลาโรงเรียนจะจัดกิจกรรมอะไร มักจะมองหาจุดที่ชุมชนสามารถมาร่วมได้ เช่น งานประจำปี ชวนคนในชุมชนมาตั้งร้านขายของหารายได้ โรงเรียนก็จะมีอาหารและของให้คนมางานได้เลือกซื้อ หรือการที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อปรับหลักสูตรนำศาสนาอิสลามเข้ามาสอนควบคู่วิชาสามัญ ช่วยลดภาระครอบครัวที่ต้องส่งลูกออกไปเรียนข้างนอกเกาะ เพราะบนเกาะก็มีโรงเรียนที่สอนศาสนาให้ลูกๆ ได้ดีเหมือนกัน</p>



<p>“คําว่าพัฒนาชุมชนเนี่ยมันไม่ใช่ว่าเราต้องไปสร้างอะไรยิ่งใหญ่ ต้องไปเริ่มต้นใหม่ การพัฒนามีหลายด้าน อย่างพัฒนาจิตใจของคนในชุมชน พัฒนาสิ่งที่โรงเรียนมี ผมว่าการเป็นครูในโรงเรียน ครูที่ไม่ใช่ครูรัก(ษ์)ถิ่นนะ เขาก็ทำงานพัฒนาชุมชนอยู่แล้ว เพราะคําว่าโรงเรียนคือมันต้องควบคู่กับชุมชน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-992445"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘นิทานฮัจญ์’ โปรเจกต์จบการศึกษาของมู ด้วยความตั้งใจที่อยากทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ศาสนาเป็นหนึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาไว้ด้วยกัน มูเลยนำพิธีสำคัญที่ชาวมุสลิมต้องทำ 1 ครั้งในชีวิตมาถ่ายทอด เพื่อให้คนที่ไม่เคยไปได้เรียนรู้ ได้สัมผัสประสบการณ์</p>



<p>งานของมัสก็ทำเป็นนิทานเช่นกัน ‘10 เรื่องเล่าบนเกาะยาว’ ที่เขาไปรวบรวมเรื่องราวสำคัญๆ ของเกาะให้คนที่สนใจ หรือลูกหลานได้รับรู้ว่า รากเหง้าเกาะเป็นอย่างไร</p>



<p>“โลกของเรามันเปลี่ยนแปลงตลอดนะครับ บางสิ่งบางอย่างที่เป็นเรื่องราวเก่าๆ เป็นตำนาน หรืออะไรต่างๆ มันก็เริ่มจะหายไปตามคนเก่าคนแก่ที่ตายจากไป สิ่งที่เขาไปทําไว้คนรุ่นหลังบางคนอาจไม่มีโอกาสรับรู้ เราอยากเก็บรวบรวมสิ่งนี้ไว้”</p>



<p>ก่อนจะถึงเดือนตุลาคม มัสและมูมีเวลาที่จะได้พักจากการเรียนจบ แล้วเตรียมตัวเข้าสู่บทใหม่ของชีวิตที่จะทำให้ได้เรียนรู้โลกเพิ่มมากขึ้น</p>



<p>“ความรู้สึกในการไปบรรจุที่บ้าน คือ เราได้กลับบ้าน ได้กลับไปอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ได้พัฒนาบ้านเกิดของเรา แต่เราก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ อยากไปเจอประสบการณ์ใหม่ๆ อยากไปรู้ว่าถ้าสอนโรงเรียนบนดอยเป็นอย่างไร โรงเรียนในเมืองเป็นแบบไหน แต่อยู่ที่นี่เราก็ได้เรียนรู้เหมือนกัน</p>



<p>“อนาคตผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะเป็นยังไง อาจจะเรียนต่อ หรือสอบเป็นผอ. ก็ค่อยว่ากัน มันเป็นอนาคตที่เรายังวางแผนได้” มูทิ้งท้าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c963d6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-190524/">“ครูจะอยู่กับนักเรียนตลอดไป” ชีวิตบทใหม่ของ ‘มัส’ และ ‘มู’ การบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นในโรงเรียนบนเกาะ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2020 04:08:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม กูลดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวกะพ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[พังงา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22532</guid>

					<description><![CDATA[<p>​ &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#038;nbs [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="size-full wp-image-22534 alignright" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัจจัยของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มาจากสถานที่ตั้งโดยเฉพาะกับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่เขาสูง ไปจนถึงพื้นที่บนเกาะที่มีปัญหาทั้งเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรและการเดินทาง จนเป็นอุปสรรคให้ครูต่างถิ่นต้องถอดใจขอย้ายออก กระทบไปถึงการเรียนของเด็กที่ขาดความต่อเนื่อง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่เคยประสบปัญหามีอัตราการโยกย้ายของคุณครูที่มาประจำการสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ “โรงเรียนทางผ่าน”  ด้วย ทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่กลางทะเลฝั่งอันดามันระหว่างจังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต การเดินทางที่เร็วที่ที่สุด คือเดินทางข้ามฝากโดยเรือเฟอรีประมาณ 1 ชม. แต่หากช่วงมรสุมก็จะเดินทางลำบาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูที่โรงเรียนย้ายบ่อยมาก เพราะครูที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ มาอยู่สักพักก็ไป แต่ก่อนที่เห็นก็คือมาบรรจุเป็นครูผู้ช่วย พอเริ่มปรับตัวได้เด็กเริ่มคุ้นเคยกับครูก็ขอย้าย ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนที่ไม่ต่อเนื่อง บางคนต้องอยู่ 4 ปี แต่พอ 2 ปี ก็ทำเรื่องขอย้ายเป็นกรณีพิเศษ”  อุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ เล่าถึงสถานการณ์ที่ผ่านมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ความคุ้นเคย ความผูกพัน เชื่อมครูกับชุมชน</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22537" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นับเป็นอีกความพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการค้นหาเด็กที่มีความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นครู และมีฐานะยากลำบากในพื้นที่ห่างไกล มาเรียนครูเมื่อจบแล้วไปก็จะกลับไปบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนในพื้นที่ของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.อุดม มองว่า โครงการนี้จะแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ได้ 100% เพราะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ก็จะคุ้นเคยกับชุมชนกับโรงเรียน เมื่อได้มาเป็นครูก็จะไม่ย้ายไปไหน และยังเข้าใจบริบทชุมชน เข้าใจวัฒนธรรม อย่างในพื้นที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม การที่มีครูที่เข้าใจประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา ก็จะช่วยให้เกิดความผูกพันกับชุมชนได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตัวผมเองก็เป็นคนในพื้นที่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนไป 400 เมตร ตอนเด็กก็เรียนที่นี่ เป็นศิษย์เก่าที่นี่ ต่อมาก็เป็นครูที่นี่ เป็นรองผอ.ที่นี่  สุดท้ายก็ขอย้ายกลับมาเป็น ผอ.ที่นี่ ตอนนี้ก็พยายามชวนครูที่เป็นคนในพื้นที่ให้กลับมาสอนที่โรงเรียน”​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"> </span>ถ้าไม่มีโครงการนี้ลูกเขาคงไม่ได้เรียนต่อ</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22536" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1  ทางโรงเรียนได้รับการประสานมาจากทาง กสศ. ว่า ทางโรงเรียนอ่าวกะพ้อจะมีตำแหน่งว่างที่เด็กซี่งจบการศึกษาจะกลับมาบรรจุ 1 ตำแหน่ง จากนั้นจึงได้เริ่มต้นประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ชวนนักเรียนชั้น ม. 6 และผู้ปกครองมาฟังรายละเอียดควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจในชุมชน ประสานผ่านผู้นำชุมชน ให้คนที่สนใจมาสมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.รร.อ่าวกะพ้อ เล่าให้ฟังว่า ​ทาง มรภ. ยะลาก็ประสานมาให้ช่วยพาไปเยี่ยมบ้านนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งได้พาทีมงานไปเยี่ยมบ้านจนครบทุกคน ซี่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสิ่งที่คณะทำงานได้มาลงพื้นที่ ได้มาเห็นของจริง ได้สัมผัสได้พูดคุยกับเพ่อแม่เด็กโดยตรง บางทีเราเองยังนึกไม่ถึงเลยเด็กเขาลำบากกันถึงขนาดนี้  บางหลังที่ไปนี่คุยไปพ่อแม่เขาร้องไห้ไปด้วย บอกว่าถ้าไม่มีโครงการนี้ลูกของคงไม่ได้เรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเด็กจากโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 จำนวนสองคน ซึ่งเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี แต่ฐานะยากลำบาก โดยคนหนี่งจะกลับมาบรรจุที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อ และอีกคนจะไปบรรจุที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง  ซึ่งทั้งคู่เริ่มต้นเข้าเรียนแล้วอยู่ในช่วงการปรับตัวไม่มีปัญหาอะไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพ รร.ปลายทาง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22535" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่สำคัญในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น คือการพัฒนาโรงเรียนปลายทาง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันผลิตครูและโรงเรียนปลายทางที่นักศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้วจะกลับมาบรรจุ ทั้งการร่วมกันช่วยออกแบบหลักสูตร จัดระบบการเรียนการสอน รวมไปถึงการทำงานเชื่อมโยงกับชุมชนด้วย ทั้งหมดผลดีที่เกิดขึ้นก็จะส่งไปถึงเด็กนักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการครูรักษ์ถิ่นรุ่นที่ 2 ขณะนี้ได้รับการประสานมาแล้วว่าในพื้นที่จะมีตำแหน่งว่างที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง 1 อัตรา  ซึ่ง ผอ.อุดม มองว่า การทำงานจะง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมาเพราะทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว  แต่คาดว่าจะหนักในขั้นตอน</span><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกเพราะคิดว่ามีเด็กมากกว่าเดิมที่จะเข้ามาสมัครในโครงการ เพราะได้เห็นตัวอย่างจากรุ่นที่ 1 และผู้ปกครองจำนวนมากอยากให้ลูกหลานจบมารับราชการทำงานที่มั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เด็กๆ ให้ความสนใจโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นอย่างมาก ยิ่งได้เห็นตัวอย่างจากรุ่นพี่สองคน ซี่งชาวบ้านทุกคนอยากให้เด็กๆ เข้าโครงการกลับมาเป็นครูสอนหนังสือที่บ้านตัวเอง  ซี่งเชื่อว่าสุดท้ายโครงการนี้จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่โรงเรียนตั้งไว้ก็คือทำให้เด็กดี เด็กเก่ง เด็กมีความสุข” ผอ.อุดม กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
