<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 01 Jul 2024 08:31:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปลดล็อกและฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย เรื่องราวชวนใจฟู จากโรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-learning-recover-280624/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-learning-recover-280624</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 28 Jun 2024 08:03:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.​]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=83972</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และเป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-280624/">ปลดล็อกและฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย เรื่องราวชวนใจฟู จากโรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด และเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียน 2,000 กว่าคน เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 &#8211; ประถมศึกษาปีที่ 6 มีครูทั้งหมด 80-100 คน และแน่นอนว่า โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาครพบความท้าทายเรื่องการเรียนรู้ถดถอยไม่ต่างจากโรงเรียนอื่นๆ ในจังหวัดเช่นกัน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ด้วยเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ผู้ปกครองส่วนใหญ่อยากส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่ แต่ไม่มีเวลาดูแลบุตรหลาน นักเรียนส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายเป็นหลัก ซึ่งปู่ย่าหรือตายายก็ไม่มีความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยี ไม่รู้วิธีในการเข้าเรียนออนไลน์ ทำให้นักเรียนเกิดช่องว่างทางการเรียนรู้ เด็กเรียนไม่ต่อเนื่อง การเรียนรู้หยุดชะงักไปในช่วงปิดภาคเรียนจากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา</p>



<p>ดังนั้น หลังจากเปิดเทอม โรงเรียนอนุบาลสมุทรสาครจึงมุ่งเน้นฟื้นฟูการเรียนรู้ที่ถดถอยอย่างเข้มข้น โดยมีเป้าหมายว่า “<em>เปิดเทอมใหม่นี้ เราจะสอนแบบเดิมไม่ได้” </em>และในบทความนี้ได้ถอดบทเรียนการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยของโรงเรียนไว้ดังนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-862039"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/1-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Learning Recovery</strong></h2>



<p><strong>ครูสุทธิลักษณ์ ตรองใจ&nbsp; ซึ่งเป็นครูระดับชั้น ป.3 และสอนวิชาภาษาไทย ได้มีบทบาทในการหาแนวทางการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย โดยได้วิเคราะห์ ปลดล็อก และทำการฟื้นฟูดังต่อไปนี้&nbsp;</strong></p>



<p><strong>1.วางแผนการสอนและหลักสูตรใหม่&nbsp;</strong></p>



<p><em>“จากเดิมที่จะเริ่มต้นสอนเนื้อหาที่อยู่ในระดับสมวัยของป.3 เราต้องปรับเนื้อหาใหม่ สำหรับกลุ่มเด็กที่มีการเรียนรู้ถดถอย โดยเริ่มปรับจากแผนการสอนเลย เช่น เนื้อหาในแผนการสอนจะต้องย้อนถอยลงมาเป็นเนื้อหาของระดับชั้นป.2 ในช่วงแรกๆ และค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นเป็นเนื้อหาของชั้นป.3 เมื่อมั่นใจว่านักเรียนสามารถทำได้แล้ว”</em></p>



<p>เหตุผลที่จะต้องปรับเนื้อหา เพราะว่านักเรียนส่วนใหญ่ ประมาณ 30 คนจากนักเรียน 40 คน ทำไม่ได้ และสิ่งสำคัญที่สุด คือ เราต้องการให้เด็กมีส่วนร่วม เด็กต้องมีความรู้สึกอยากมาโรงเรียนก่อน เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เด็กรู้สึกว่าเนื้อหายาก เขาจะไม่อยากมีส่วนร่วม ไม่อยากโรงเรียน และเราจะไม่สามารถช่วยเหลือเขาได้เลย</p>



<p><strong>2.การประเมินการอ่าน การเขียน</strong>&nbsp;</p>



<p>ครูจะใช้แบบประเมินการอ่านออก เขียนได้ จากหน่วยงานสพฐ. ร่วมกับข้อสอบเก่าของโรงเรียน ซึ่งเนื้อหาในแบบทดสอบนั้น ประกอบไปด้วย การอ่านออกเสียง การอ่านรู้เรื่อง การเขียนคำ การเขียนเรื่อง ซึ่งจากการทดสอบพบว่า นักเรียนระดับชั้นป.3 มีปัญหาเรื่องการอ่านออก เขียนได้กว่า ประมาณ 100 กว่าคน จากนักเรียนทั้งระดับชั้น 300 คน ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข นอกจากการใช้แบบประเมินการอ่านออกเขียนได้แล้ว สิ่งสำคัญที่ครูต้องทำอีกอย่างหนึ่ง คือ การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนควบคู่ไปกับการดูผลลัพธ์จากแบบทดสอบด้วย เพราะนักเรียนบางคนคะแนนอาจจะดูต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ก็สามารถสื่อสารกับครูได้</p>



<p><strong>3.สอนซ่อมเสริมตอนเย็น</strong></p>



<p>การซ่อมเสริมตอนเย็น เป็นการช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องการอ่านไม่ออก อ่านไม่คล่อง หรือเขียนไม่ได้ ซึ่งแนวคิดของการสอนซ่อมเสริมตอนเย็น คือ ครูจะต้องทำให้นักเรียนรู้สึกสนุก ไม่เคร่งเครียดกับสิ่งที่จะต้องอ่าน ไม่อย่างนั้นนักเรียนจะต่อต้านและไม่อยากอ่านหนังสือเข้าไปอีก วิธีการที่ใช้คือ การให้อ่านนิทาน หรือใช้สื่อใน Learning Box แทน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c9d8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/4-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>4.ใช้สื่อใน Learning Box เพื่อส่งเสริมการอ่านออกเขียนได้</strong></p>



<p>หนึ่งในปัญหาที่พบคือ นักเรียนไม่รู้จักสระ ไม่รู้ว่าสระตัวนี้จะต้องออกเสียงอย่างไร ดังนั้น ครูจะต้องเริ่มสอนให้นักเรียนรู้จักพยัญชนะก่อน ต่อมา คือ สระ หลังจากนั้นจึงเป็นเรื่องการผสมคำ ที่เป็นตัวสะกดตามมาตราก่อน แล้วค่อยปรับเปลี่ยนเป็นตัวสะกดตัวอื่น เช่น คำว่า “บาท” นักเรียนจะรู้จักแค่การใช้ตัวสะกด “ด เด็ก” เท่านั้น แต่จะไม่ใช้ “ท ทหาร”</p>



<p>เพราะฉะนั้น ครูจึงใช้สื่อใน Learning Box ที่เรียกว่า <strong>“วงล้อผสมคำ” </strong>มีลักษณะสีสันสวยงาม สามารถหมุนเปลี่ยนสระ และตัวสะกดได้<strong> </strong>นักเรียนที่มีปัญหาเรื่องอ่านไม่ออก เมื่อเล่นวงล้อผสมคำ จะรู้ว่าคำไหนคือประธาน กริยา หรือกรรม ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเด็กเขียนหนังสือไม่มีประธานได้ด้วย เช่น เด็กบางคนอยากแต่งประโยคว่า “ฉันมีดินสอ” แต่เขาจะเขียนแค่ “มีดินสอ” ขาดประธาน คือคำว่า “ฉัน” เป็นต้น นอกจากนี้ วงล้อผสมคำ ช่วยให้นักเรียนอยากอ่านมากขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับการอ่านหนังสือเรียนปกติที่มีขนาดใหญ่และหนา โดยที่ครูมีหลักการเลือกสื่อที่จะไปใส่ใน Learing Box คือ 1. ง่ายกว่าระดับเนื้อหาที่เรียนปกติ 2. มีสีสันเหมาะสมตามช่วงวัย 3. สื่อที่เป็นเกม 4. เด็กสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง</p>



<p><strong>5.เปลี่ยนจากสอนท่องจำ เป็น Active Learning</strong> ในคาบเรียน ครูจะใช้สื่อเทคโนโลยี เช่น ทำพาวเวอร์พ้อยท์เป็นเกม ประเภท WordWall หรือใช้สื่อทำมือมากขึ้น เน้นกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือทำเอง เป็น Active Learning&nbsp; ซึ่งครูสุทธิลักษณ์อธิบายความหมายของคำนี้เพิ่มเติมว่า <em>“Active Learning คือ การที่เด็กได้ลงมือทำและเราเป็นที่ปรึกษา เช่น ถ้าเราสอนเรื่องมาตราตัวสะกด เราจะมีเกมที่เป็นแผ่นติดตีนตุ๊กแก แล้วให้เด็กออกไปติดหรือผสมคำ และแยกมาตราตัวสะกด เด็กๆ สนุกมากขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนเราจะสอนแบบไม่มีเกมเลย แต่ช่วงโควิดที่พบว่าเด็กมีปัญหาเรื่องการอ่านและการเขียน เราก็พยายามเข้าอบรมเรื่องเกมการศึกษา เพราะคิดอย่างเดียวว่าจะต้องทำยังไงก็ได้ ให้เด็กกลับมาสนใจครู” </em>ครูสุทธิลักษณ์กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1370a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/3-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>6.ประสานงานกับผู้ปกครอง</strong> เพื่อขอความร่วมมือในการช่วยพัฒนาทักษะการอ่านออก เขียนได้ของนักเรียน จนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่าชื่นชม โดยมีแนวทางต่อไปนี้&nbsp;</p>



<p>1. สื่อสารพฤติกรรมที่เป็นจริงและสิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับนักเรียนให้ผู้ปกครองฟัง<br>2. นำผลการประเมินจากแบบคัดกรอง หรือแบบทดสอบ ต่างๆ มาเป็นหลักฐานให้ผู้ปกครองเห็นข้อเท็จจริง<br>3. ออกแบบแนวทางแก้ไขร่วมกันกับผู้ปกครอง เช่น ให้นักเรียนนำ Learning Box กลับไปที่บ้าน และมอบหมายแบบฝึกหัดให้นักเรียนทำเพิ่มเติม<br>4. มีการติดตามร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่ครูขออนุญาตให้ผู้ปกครองอัดวิดีโอการอ่านของนักเรียนมาให้ครูดูพัฒนาการทุกครั้ง</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>นักเรียนสามารถอ่านออกเขียนได้ การเรียนรู้ได้ถูกฟื้นฟูให้กลับมาเหมาะสมตามช่วงวัย&nbsp;</strong></h3>



<p>ครูสุทธิลักษณ์เล่าว่า “<em>เป็นเคสของนักเรียนหญิง ชื่อว่า ภัธษนัณฑ์ ปัญหาแรกเริ่มของนักเรียนคนนี้ คือ ไม่พูด และเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเอง หลังจากนั้นครูใช้แบบทดสอบการอ่านออกเขียนได้ พบว่านักเรียนคนนี้ไม่สามารถอ่านได้ตามระดับความสามารถที่ควรจะเป็นตามช่วงชั้น ซึ่งผลการทดสอบในครั้งแรกและครั้งที่สอง อยู่ในระดับ ‘พอใช้’ แต่พอเราได้ทำกิจกรรมสอนซ่อมเสริมในช่วงเช้าและช่วงเย็น มีการติดตามกับผู้ปกครอง และเปลี่ยนกิจกรรมในห้องเรียนให้เด็กได้ลงมือทำมากขึ้น ผลการสอบครั้งที่สาม พบว่าการการอ่านออกเสียงอยู่ในระดับ ‘ดีมาก’ และนักเรียนเริ่มตอบคำถามในห้องเรียนมากขึ้น จากที่ไม่เคยตอบเลย ซึ่งกรณีนี้ ครูรู้สึกดีใจและภูมิใจมากที่มีส่วนช่วยให้เขาเกิดการพัฒนา นอกจากนี้ ได้มีการส่งข้อมูลของเขาไปให้ครูในระดับชั้นต่อไป จนครูบอกว่าตอนนี้เขาไม่ตกซ่อมเสริมแล้ว เราจึงภูมิใจว่าสิ่งที่เราทุ่มเทนั้นเกิดผล”&nbsp;</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b36ef"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/2-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวต่อไป</strong></h3>



<p>ในช่วงแรกของการปรับแผนการสอนใหม่ ครูสุทธิลักษณ์เล่าให้ฟังว่า เกิดความรู้สึกท้อมาก เพราะต้องเตรียมตัวเยอะกว่าปกติ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกว่าอยากถอย เพราะไม่อย่างนั้นนักเรียนจะไม่สามารถต่อยอดความรู้ในระดับชั้นต่อไปได้เลย ครูจึงหมั่นศึกษาหาความรู้จากภายนอกเพิ่มเติม เพื่อนำมาปรับใช้กับห้องเรียนของตัวเองให้ได้มากที่สุด ควบคู่กับการสานต่อภารกิจของโรงเรียน คือ <strong>“โรงเรียนจะต้องปลอดเด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้</strong>” ซึ่งจากในปีที่ผ่านมา โรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกสศ. แล้วนำมาจัดทำสื่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น Learning Box หรือ <strong>แบบฝึกหัดใหม่ๆ</strong> ที่นำมาย่อยให้ง่ายขึ้นสำหรับนักเรียนกลุ่มการเรียนรู้ถดถอยโดยเฉพาะ จนปัจจุบันก็ยังสามารถนำแบบฝึกหัดกลับมาใช้อีกครั้งกับนักเรียนรุ่นต่อไปได้ เพราะการฟื้นฟูการเรียนรู้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงการที่เมื่อจบงบประมาณแล้วต้องจบไป แต่คือการส่งต่อความรู้ให้กับนักเรียนในรุ่นต่อๆไปในอนาคตด้วยเช่นกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-280624/">ปลดล็อกและฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย เรื่องราวชวนใจฟู จากโรงเรียนอนุบาลสมุทรสาคร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
