<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนสีชมพูศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b9%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 19 Aug 2021 08:21:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนสีชมพูศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Aug 2021 06:42:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญา มัครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสีชมพูศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Loss]]></category>
		<category><![CDATA[ครูสอญอ]]></category>
		<category><![CDATA[บูรณาการออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44722</guid>

					<description><![CDATA[<p>โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อโลกมาเป็นระยะปีกว่า ตลอดหนึ่งปี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/">คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อโลกมาเป็นระยะปีกว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา แวดวงการศึกษาได้รับผลกระทบไม่น้อย เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนอย่างเคย ไม่ได้แวดล้อมด้วยเพื่อนวัยเดียวกัน การเรียนออนไลน์ที่ไม่คุ้นเคยทำให้ความเครียดก่อตัว ในกรณีที่แย่ขั้นสุดคือเด็กหลุดหายจากระบบการศึกษาไปเลย</p>



<p>ครูก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน การสอนออนไลน์ดูดกลืนพลังชีวิตครูจนเหนื่อยล้า จากที่เคยได้ไปโรงเรียนและสบตากับเด็ก ๆ ในระยะใกล้ ครูต้องหันมาจ้องหน้าเด็กผ่านออนไลน์ แถมเด็กจำนวนมากยังไม่มี “เน็ต” เพียงพอ จนต้องเลือกปิดกล้องเรียน</p>



<p><strong>ครูสอญอ &#8211; สัญญา มัครินทร์ ปัจจุบันสังกัดโรงเรียนสีชมพูศึกษา จังหวัดขอนแก่น</strong> เป็นอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันกับเราว่าตนเองเจอภาวะ Learning Loss จน “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</p>



<p>ในวันที่แรงกระแทกจากโควิด-19 ส่งผลต่อทุกมิติของการเรียนรู้ กสศ. โทร.คุยกับครูสอญอในประเด็นเรื่อง Learning Loss ในครูและเด็ก, การปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนเพื่อไม่ให้เด็กและครูอ่อนล้ามากไปกว่านี้, รวมถึงทิปน่ารักๆ ที่ว่าครูสอญอทำอย่างไรถึงทำให้เด็กยอมกลับมาเปิดหน้ากล้องได้อีกครั้ง</p>



<p>บทสัมภาษณ์ด้านล่างนี้&#8230;มีคำตอบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-79e449"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-ณิชากร-ศรีเพชรดี-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูสอญอ &#8211; สัญญา มัครินทร์ โรงเรียนสีชมพูศึกษา จังหวัดขอนแก่น<br>(เครดิตภาพ : ณิชากร ศรีเพชรดี)</figcaption></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">เด็กที่หายไป การเรียนรู้ที่ขาดช่วงไป: เพราะไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมเรียนออนไลน์</h2>



<p>ปีก่อนผมสอนอยู่โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ในอำเภอเมืองขอนแก่น ถือเป็นโรงเรียนขนาดกลาง นักเรียนเป็นลูกหลานคนในเมือง พอเจอโควิดจนต้องปรับมาออนไลน์เร่งด่วน เด็กหลุดเยอะมากครับ เกินครึ่งเลยที่เขาเข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต เด็กที่สามารถเรียนออนไลน์กับเราได้มีเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือคือเข้า ๆ ออก ๆ เพราะเน็ตไม่ค่อยมีสัญญาณ กับอีกกลุ่มคือ ไม่เคยเข้าเรียนเลย นั่นทำให้เราตัดสินใจทำโปรเจ็กต์ “รถพุ่มพวงชวนเรียนรู้” เอาครูเข้าไปในชุมชน เพื่อให้การเรียนการสอนยังไปต่อได้</p>



<p>ส่วนปีการศึกษานี้ ผมย้ายกลับบ้านเกิด มาอยู่โรงเรียนสีชมพูศึกษา อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น “สีชมพูศึกษา” เป็นโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ พอเจอโควิดระบาดรอบล่าสุด หนักมากครับ โรงเรียนปิด ต้องสอนออนไลน์ บางห้องมีเด็กทั้งหมด 35 คน แต่มีเด็กเหลือมาเรียนออนไลน์กับเราแค่ 7-8 คนเท่านั้น</p>



<p>เด็กที่หายไป เราเคยสำรวจพบว่าเขาเข้าไม่ถึง โดยแบ่งเป็น 1. ไม่มีมือถือ 2. ไม่มีเงินค่าเน็ต และมีอีกกลุ่มคือสภาพแวดล้อมไม่พร้อมเรียน เช่น อยู่กลางทุ่งนาที่ห่างไกล, ฝนตกหนักสัญญาณหาย เป็นต้น มันมีอุปสรรคพวกนี้อยู่&nbsp; ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมเรียนออนไลน์กับเรา&nbsp;</p>



<p>กลับมาที่ห้องเรียนออนไลน์ ช่วงแรกของเทอมนี้โรงเรียนเรายังสอนเหมือนเดิมครับ คือเป็นห้องเรียนเสมือนจริง มีคาบเรียนตามเดิม ไม่มีการยืดหยุ่น ซึ่งเด็กจะเหนื่อยมาก เพราะวัน ๆ ต้องนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน ส่วนครูก็ล้าสุดๆ มันกระทบทั้งผู้เรียนและผู้สอน&nbsp;</p>



<p>ผมเลยหารือกับท่านรองผู้อำนวยการ ชวนทำ “บูรณาการออนไลน์” เพิ่งเริ่มได้ 2 สัปดาห์ แต่เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว เด็ก ๆ ยอมเปิดหน้ากล้อง สายตาเป็นประกาย ส่วนครูก็เหมือนได้รับการเติมพลัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3a659"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-ณิชากร-ศรีเพชรดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : ณิชากร ศรีเพชรดี)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“บูรณาการออนไลน์” แบบสีชมพูศึกษา : ควบวิชา ลดเวลาเรียน แต่เพิ่มความสนุก</h2>



<p><span style="text-decoration: underline;">บูรณาการในแบบสีชมพูศึกษาคือ เรารวมทีมกันสอน ครู 3 วิชามาสอนร่วมกัน บูรณาการเนื้อหา แล้วรวมเด็กหลายห้องมาเรียนออนไลน์พร้อมกัน ซึ่งระยะเวลาเรียนจะยาว 2 ชั่วโมง แต่เด็กจะได้เรียนรู้ครบ 3 วิชา ช่วยลดเวลาเรียนเขาได้เยอะมาก</span> มีเวลาให้เขาพักผ่อน ได้วิ่งเล่นเพิ่ม ส่วนครูก็ลดคาบสอน เพราะเรารวมเด็กหลายห้องไว้ในคาบเดียวกัน</p>



<p>ข้อดีของการบูรณาการออนไลน์คือ ครูก็ไม่เหงา รู้สึกมีทีมในการเตรียมสอน ส่วนเด็กก็ได้เจอเพื่อน ๆ จากห้องอื่น ทำให้เขาสนุก ไม่เบื่อ</p>



<p>ตอนนี้วิชาที่บูรณาการร่วมกันมี 4 วิชา คือ สังคม อังกฤษ สุขศึกษา และการงาน แต่เพื่อไม่ให้หนักเกินไป แต่ละคาบจะบูรณาการแค่ 3 วิชา อย่างคาบแรกสอนร่วมระหว่างสังคม+อังกฤษ+สุขศึกษา โดยเรานำแต่ละวิชามาออกแบบการสอนร่วมกัน ก่อนจะได้หัวข้อการเรียนรู้ว่า “ไปท่องเที่ยวทิพย์กัน”&nbsp;</p>



<p>ในหัวข้อการเรียนรู้นี้ ครูภาษาอังกฤษจะได้สอนศัพท์เกี่ยวกับสีประจำธงชาติประเทศต่าง ๆ, ผมสอนสังคมก็ได้สอนเกี่ยวกับประเทศในเอเชีย 7 ประเทศ, ส่วนครูสุขศึกษาก็สอดแทรกความรู้เรื่องสุขบัญญัติ โดยเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้ากับเกมกีฬาโอลิมปิก แล้วมาดูกันว่าการแข่งโอลิมปิกในห้วงยามที่มีโรคระบาดแบบนี้ เขามีการคัดกรองกันอย่างไร เป็นต้น</p>



<p>เราเปิดคาบเรียนด้วยการให้ครูภาษาอังกฤษเปิดจอมาทักทายนักเรียน “Good morning. How are you? How do you feel?” แล้วให้เด็กแต่ละคนตอบโต้เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นผมจะชวนเล่นเกม เพื่อให้เด็กเปิดจอมากขึ้น โดยให้เขาโชว์สีต่าง ๆ ที่หาได้ในบ้าน เช่น สีเขียว เขาก็จะไปหาสิ่งของที่มีสีเขียวมา แล้วเปิดกล้องโชว์กัน จากนั้นให้ครูภาษาอังกฤษมาเล่นด้วย พอห้องคุ้นเคยกัน เปิดกล้องมากขึ้น เราจึงเริ่มชวนแนะนำประเทศต่าง ๆ แทรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93754c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-สืบสาย-สำเริง-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : สืบสาย สำเริง)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>เช่น ภาษาอังกฤษให้คุณครูถามเรื่องธงชาติ เรื่องสี จำนวนคน ขนาดพื้นที่ อยู่ตรงไหน&nbsp; และมีครูสุขศึกษาสอดแทรกเรื่องสุขบัญญัติจากโอลิมปิก จากนั้นก็ให้เด็กออกจากหน้าจอได้เลยเป็นเวลา 30 นาที เพื่อไปทำงานตัวเอง โดยเราชวนเขาค้นหาประเทศที่ตนเองสนใจ เล่าถึงเป็นภาษาอังกฤษ วาดธงชาติ อธิบายว่าธงชาตินั้นเป็นอย่างไร สีสันแบบไหน ธงชาติสื่อความหมายถึงอะไร เป็นต้น</p>



<p>จากนั้นพอเด็กกลับมา เราก็สรุปร่วมกันว่าวันนี้ได้เรียนรู้อะไรบ้าง แล้วให้เขาช่วยแนะนำว่า ครั้งต่อไปน่าจะเพิ่มอะไรดี ให้เขาเสนอไอเดีย ส่วนครูก็รับฟังและเก็บไอเดียมาพัฒนา</p>



<p>พอเราจัดการเรียนการสอนแบบนี้ เด็กไม่ล้าเลยนะครับ เพราะมีช่วงให้เขาออกจากหน้าจอไปทำงานส่วนตัวได้เลย แล้วตลอดกระบวนการจะมีการคุยกัน เล่นเกม เราถาม ให้เขาช่วยตอบเป็นระยะ เช่น ผมจะบอกว่า “วันนี้ครูจะพาไปเที่ยวอินเดียนะ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่า พอพูดถึงอินเดียแล้ว พวกเรานึกถึงอะไรบ้าง” เขาก็จะช่วยกันตอบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เมื่อโรงเรียนไม่ยึดติดตัวชี้วัด ความเปลี่ยนแปลงย่อมตามมา</h2>



<p>ผมอยากให้เครดิตผู้เกี่ยวข้องกับการบูรณาการออนไลน์ครั้งนี้ นั่นคือผู้หลักผู้ใหญ่และท่านรองผู้อำนวยการ โดยท่านเป็นคนแนะนำว่าให้ทิ้งตัวชี้วัดไปเลย เพราะ<span style="text-decoration: underline;">ถ้าโรงเรียนหรือครูมัวแต่ยึดตัวชี้วัด เราจะปรับเปลี่ยนยาก เพราะมันดูติดขัดไปหมด แต่พอโยนกรอบทิ้งไป เราก็ได้คาบเรียนแบบ “ไปท่องเที่ยวทิพย์กัน” เกิดขึ้น ซึ่งเด็กสนุก ครูฮึกเหิม ลดคาบเรียนของเด็กและครู ลดความเหนื่อยล้า</span></p>



<p>สำหรับเด็ก เราเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดตั้งแต่ครั้งแรกเลย เด็กสนุกกับการเรียนมาก ๆ ยิ่งพอได้เจอเพื่อนต่างห้องก็ยิ่งมีพลัง เหมือนมีการแข่งขันกันหน่อย ๆ บรรยากาศมันกระตุ้นให้เขาอยากเปิดหน้ากล้องมากขึ้น ขยันถามมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>ในแง่ครู ครูก็รู้สึกสนุก แถมยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เราต่างเรียนรู้เทคนิคการสอนจากครูท่านอื่น สิ่งนี้มีพลังมาก เรียกได้ว่าได้เรียนรู้กันทุกฝ่าย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Learning Loss คือภาวะที่เจอได้ทั้งครูและเด็ก</h2>



<p>ภาวะการเรียนรู้ถดถอยในเด็ก หรือ Learning Loss ตลอดปีกว่าที่ผ่านมา เราเจอเด็กหลุดจากชั้นเรียนเยอะมาก อย่างที่บอกว่า ก่อนหน้านี้ผมสอนที่โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย เด็กบางส่วนในโรงเรียนเขาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สุ่มเสี่ยง การมาโรงเรียนยังเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ ได้เจอสิ่งใหม่ แต่พอโควิดระบาด โรงเรียนปิด ก็เหมือนปิดโอกาสในการเรียนรู้ของเขาไปเลย ซึ่งแน่นอนว่าเด็กกลุ่มนี้จะเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอย ไม่รวมเด็กจำนวนมากที่เกิดความเครียด เหนื่อยล้าจากการเรียนออนไลน์&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ภาวะ Learning Loss นี่ครูก็เจอนะครับ ส่วนตัวผมนี่แทบจะลาออกเลยละ มันส่งผลขนาดนั้นเลย คือช่วงที่ระบาดหนัก ๆ นี่ ยังไงก็ต้องสอนออนไลน์ใช่ไหมครับ แล้วผมเป็นคนไฮเปอร์ ชอบสบตากับเด็ก อยากคุยกับเขา พอต้องสอนผ่านหน้าจอ แล้วเจอเด็กปิดกล้อง ผมรู้สึกไม่โอเคเลย เพราะเราให้คุณค่ากับการสบตา การคุยกันแบบเห็นหน้าอีกฝั่ง การได้ถามตอบ ได้มีปฏิสัมพันธ์กัน ช่วงแรกยอมรับว่าทำงานกับตัวเองหนักมาก&nbsp;</p>



<p>อีกอย่างที่รู้สึกเหนื่อยล้าจนเกิดภาวะเรียนรู้ถดถอยคือ ด้วยระบบการศึกษาไทยที่ไม่ไว้ใจครู พอปรับมาออนไลน์ เขาก็ไม่ไว้ใจว่าครูสอนจริงไหม เลยเพิ่มภาระงานให้ครูทำรายงานแบบละเอียดยิบ ซึ่งอันนี้ผมว่าครูหลายคนก็รู้สึกเหมือนกัน ว่าแค่สอนหน้าจอเราก็เหนื่อยมากแล้ว พอเจออย่างนี้ ด้วยความเหนื่อย ผมยังเคยบ่นกับครอบครัวว่า “ผมจะเป็นครูไหวไหมนะ” แต่พอเริ่มจัดการเวลาได้ ปรับวิธีคิด หาพื้นที่และคุณค่าที่เราเชื่อให้เจอ ก็รู้สึกเสถียรขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">บทบาทของกระทรวงศึกษาฯ และโรงเรียน ในการช่วยบรรเทา Learning Loss ทั้งในครูและเด็ก ๆ</h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43a8d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เครดิตภาพ-สืบสาย-สำเริง-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เครดิตภาพ : สืบสาย สำเริง)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ลำดับแรก ผมว่าหลักสูตรต้องเปลี่ยน อาจต้องมีนโยบายชัดเจนเลยว่า ออนไลน์ควรมีเวลาพัก และไม่ควรอิงกับคาบเรียนเดิม ตอนนี้เรายังอิงกับคาบเรียนเดิมอยู่ ซึ่งการเรียนการสอนผ่านออนไลน์จะเอาเวลาเป็นตัวตั้งแบบนั้นไม่ได้ ควรต้องปรับ</p>



<p>อย่างช่วงแรกที่โควิดระบาดแล้วปรับมาออนไลน์กัน หลายพื้นที่ต้องจัดเรียนจัดสอนวันเสาร์ด้วยนะครับ ซึ่งเด็กต้องเรียน 7 วัน วันละ 7 คาบ เด็กต้องนั่งแช่จ้องจอทั้งวัน เขาไม่ไหวกันหรอก เด็กเครียด ครูก็เครียด&nbsp;</p>



<p>ผมมองว่า <span style="text-decoration: underline;">เราต้องปรับลดเวลาลง และหันไปโฟกัสคุณค่าแท้จริง อาจต้องตัดบางเนื้อหา ถ้าบูรณาการระหว่างวิชาได้ยิ่งดี ซึ่งผมยอมรับว่าวัฒนธรรมการบูรณาการมันก็ไม่ง่ายสำหรับครู เพราะเราชินกับการสอนเป็นวิชา เดิมทีเราคุมเนื้อหาของวิชาทั้งหมด แต่พอบูรณาการ มันต้องยืดหยุ่นพอสมควร แน่นอนว่านี่เป็นความท้าทายใหม่ของพวกเรา</span></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อเสนอระยะสั้นและยาว&nbsp;<br>เมื่อการเรียนรู้แบบใหม่ ไม่อิงสังกัดโรงเรียน อาจเป็นทางออกของชุมชน</h2>



<p>ในช่วงโควิดระบาดจนโรงเรียนต้องปิดแบบนี้ มีเด็กที่หลุดไปจากชั้นเรียนเยอะมาก ซึ่งสำหรับเด็กกลุ่มที่หายไปจากชั้นเรียนออนไลน์ในระยะสั้นนี้ ผมคิดว่าการจัดชั้นเรียนขนาดเล็กตามชุมชนน่าจะช่วยเกาะเกี่ยวเด็กไม่ให้หลุดจากการเรียนรู้ได้</p>



<p>คือในหมู่บ้านที่ผมอยู่มีเด็กระดับมัธยมต้น 26 คน ผมเลยเสนอกับผู้ใหญ่ในโรงเรียนไปว่า ผมจะจัดการเรียนที่บ้านผม ทุกบ่ายวันพุธให้เด็กมาเรียนที่บ้าน แล้วเขาก็ได้ชั่วโมงเรียนไปด้วย แต่เนื้อหาจะเป็นคล้าย ๆ ห้องเรียนชุมชน เลือกประเด็นในชุมชนที่เด็กสนใจ เช่น ผมมีรุ่นน้องที่ทำเรื่องท่องเที่ยวชุมชน เราก็ชวนเด็กมาสำรวจพื้นที่ สำรวจทรัพยากรในชุมชนตนเอง ผมเรียกห้องเรียนนี้ว่า “ห้องเรียนภาคสนาม” ซึ่งคาบเรียนแบบนี้ เด็กที่เรียนออนไลน์ แต่อยากลงเรียนภาคสนามด้วย ก็สามารถมาร่วมเรียนได้นะ&nbsp;</p>



<p>ข้อดีของชุมชนต่างจังหวัดคือ ผู้คนรู้จักคุ้นเคยกัน ถึงช่วงนี้จะมีโควิดระบาด แต่ชุมชนต่างจังหวัดจะมีชุดข้อมูลว่า บ้านหลังไหนที่วางใจได้ ทำให้การจัดห้องเรียนชุมชนแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ ผมพูดถึงสเกลขนาดเล็กก่อนนะครับ</p>



<p>ด้านบนเป็นทางแก้ระยะสั้น แต่หากพูดถึงระยะยาว เมื่อสถานการณ์โควิดบรรเทาลงแล้ว ผมมองว่า กระทรวงศึกษาฯ และคนที่มีอำนาจจะต้องเปลี่ยนโครงสร้าง หรือเปลี่ยนวิธีการจัดการศึกษาใหม่หมดเลย อาจจะคล้ายกับข้อเสนอระยะสั้น คือ เราอาจต้องกลับไปเชื่อมโยงชุมชนมากขึ้น ลองสำรวจทรัพยากรครูในแต่ละชุมชนดูไหมว่ามีกี่คน จากนั้นอาจจะออกแบบห้องเรียนที่ไม่อิงสังกัดโรงเรียนเดิม แต่อิงสังกัดชุมชนแทน ชวนครูเหล่านี้มาทำหลักสูตรชุมชนด้วยกันไหม โดยเน้นดูแลเด็กในชุมชนของเรานี่แหละ ซึ่งเรื่องนี้มันจะข้ามพ้นความเป็นครูแบบเดิมที่ต้องอิงสังกัดโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>แล้วการเรียนแบบใหม่อาจไม่ต้องอิงระดับชั้นก็ได้ อาจจะบูรณาการเด็ก ม.1. สามารถเรียนกับพี่ ม.5 ได้ เป็นต้น ซึ่งเรื่องเหล่านี้ต้องมารื้อกระบวนการกันใหม่ เชิญผู้ใหญ่บ้าน เชิญกำนัน เชิญทีม อบต. มาช่วยดู ร่วมออกแบบด้วยกัน เพื่ออนาคตลูกหลานเรา นี่คือภาพฝันระยะยาวที่ผมฝันถึงและอยากเห็นมันเกิดขึ้นจริงครับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-sor-yor-learning-loss/">คุยเรื่อง “ความรู้ถดถอย” กับครูสอญอ แห่งสีชมพูศึกษา ผู้เอ่ยปากว่า “ผมแทบจะลาออกเลยละ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
