<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%AC/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Jul 2020 08:10:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/02072020-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 08:10:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุน]]></category>
		<category><![CDATA[มติครม.]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17773</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2563  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/02072020-4/">โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-17781" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail_1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้</span>สถานศึกษาทั่วประเทศเปิดภาคเรียนประจำปีการศึกษา 2563  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นการเปิดภาคเรียนที่ทำให้ บุคลากรทางการศึกษา เด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ได้สัมผัสกับสถานการณ์ใหม่ทางการศึกษา</p>
<p>อย่างไรก็ดี ก่อนการเปิดเทอมไม่กี่วัน กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้เสนอการเตรียมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานก่อนการเปิดภาคเรียนปีการศึกษา 2563 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบเช่นกัน</p>
<p>ตามรายงานดังกล่าว ศธ. สรุปข้อมูลไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้</p>
<p><strong>1.ได้จัดทำแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสังกัด</strong> ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (COVID-19) ปีการศึกษา 2563 และได้มีการชี้แจงเอกสารดังกล่าวในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาผ่าน Video Conference เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ดำเนินการประเมินตนเองเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัด (ศปก.จ.) ตามลำดับ รวมถึงมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</p>
<p><strong>2. กำหนดให้โรงเรียนสำรวจความพร้อมการเปิดเรียน ภาคเรียนที่ 1/2563</strong> โดยจำแนกแบบสำรวจเป็น 3 ฉบับ ได้แก่ 1) แบบสำรวจข้อมูลสำหรับโรงเรียนทั่วไป 2) แบบสำรวจข้อมูลสำหรับโรงเรียนที่มีจำนวนลักษณะพิเศษ (พักนอน) และ 3) แบบสำรวจโรงเรียนทั่วไปที่มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 20 คนต่อห้อง สำหรับระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา และโรงเรียนขยายโอกาส หรือจำนวนนักเรียนมากกว่า 25 คนต่อห้อง สำหรับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งผลการสำรวจสรุปได้ ดังนี้</p>
<p>2.1 ข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียน</p>
<p>1) โรงเรียน 51.00 % เป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียน ไม่เกิน 120 คน</p>
<p>2) มีโรงเรียน/สถานศึกษาสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ซึ่งจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ ทั้งเฉพาะความพิการและศูนย์การศึกษาพิเศษ รวมถึงเด็กด้อยโอกาสในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์โดยรับนักเรียนทั้งประเภทอยู่ประจำ และไป-กลับ จำนวนรวม 176 โรงเรียน</p>
<p>2.2 แนวทางการจัดการเรียนการสอน และมาตรการเฝ้าระวัง/ป้องกันโรค  จากการสำรวจพบว่า แผนการดำเนินการของโรงเรียนเป็นไปตามเอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอน โดย<strong>โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 81.77 % วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ (On-site) ที่เหลือจัดแบบผสมผสาน </strong></p>
<p>2.3 กรณีพิเศษอื่นๆ</p>
<p>1) กรณีนักเรียนไทยที่ตกค้างอยู่ในต่างประเทศ ที่ไม่สามารถข้ามพรมแดนกลับมาได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำนักเรียนกลับมายังประเทศไทย ทั้งนี้ ต้องสอดคล้องกับมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)</p>
<p>2) กรณีนักเรียนต่างชาติ ยังไม่สามารถข้ามชายแดนมาเรียนได้ สพฐ.จะดำเนินการตามมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) สำหรับการจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนกลุ่มนี้ เช่น ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือนักเรียนให้ได้รับสื่อการเรียนการสอน หรือวิธีการอื่น ๆ ตามบริบทพื้นที่</p>
<p>3) กรณีโรงเรียนประจำ/นักเรียนประจำพักนอน สพฐ. กำหนดมาตรการการดำเนินงานสำหรับโรงเรียนประจำ/นักเรียนประจำพักนอนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา และการบริหารค่าอาหารนักเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17782" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><strong>3. แนวทางการใช้จ่ายเงินอุดหนุนสำหรับโรงเรียนที่จัดสถานที่พักนอนให้กับนักเรียนในพื้นที่ยากลำบาก ห่างไกล  ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้  </strong></p>
<p>ศธ.ได้จัดสรรงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าอาหารนักเรียนพักนอน  สำหรับโรงเรียนที่จัดสถานที่พักนอนให้กับนักเรียนในพื้นที่ยากลำบาก ห่างไกล ไม่สามารถเดินทางไป-กลับได้ โดยโรงเรียนได้ดำเนินการ กำกับ ดูแล และจัดระบบแบบเต็มเวลา และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนการสอน 3 รูปแบบ ซึ่งโรงเรียนสามารถเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยพิจารณาตามความเหมาะสมและบริบทของโรงเรียน ดังนี้</p>
<p>1) การเรียนในชั้นเรียน (On-Site) 2) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air) และ 3) การเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online)  กรณีโรงเรียนเลือกจัดการเรียนผ่านโทรทัศน์ (On-Air)  และ/หรือการเรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online)  นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้จากที่บ้าน ซึ่งไม่ได้พักนอนที่โรงเรียน</p>
<p>ดังนั้น โรงเรียนจึงไม่สามารถดำเนินการจัดอาหารให้แก่นักเรียนได้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  จึงกำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณค่าอาหารนักเรียนพักนอน โดยให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการอย่างน้อย 3 คน  ดำเนินการจ่ายเงินสดให้แก่ผู้ปกครอง/นักเรียนตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยมีหลักฐาน คือ ใบสำคัญรับเงิน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ปกครอง/นักเรียน (ผู้รับเงิน)</p>
<p><strong>4. แนวทางการใช้จ่ายงบอุดหนุนสำหรับโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย</strong></p>
<p>ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 ศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดสรรงบประมาณงบเงินอุดหนุน ประเภทเงินอุดหนุนทั่วไป รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน  และค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนประจำ</p>
<p>ประกอบด้วย รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาด้านวิชาการสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ และรายการค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นนักเรียนประจำ   และเพื่อดำเนินการตามมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย จึงเตรียมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกันในหลายวิธีการ เช่น การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ การเรียนการสอนในชั้นเรียน  และหรือการเรียนการสอนแบบผสมผสาน</p>
<p>ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขความพร้อมของพื้นที่จังหวัดและดุลยพินิจของผู้ปกครอง  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับโรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการและการใช้จ่ายงบประมาณของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ให้โรงเรียนกำหนดรูปแบบวิธีการและจ่ายค่าอาหาร ค่าอาหารเสริม สำหรับนักเรียนที่เรียนผ่านระบบออนไลน์ตามที่โรงเรียนกำหนดหรือได้รับอนุญาตจากโรงเรียน</p>
<p>ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม  2563 เป็นต้นไป  และให้โรงเรียนสามารถใช้เงินอุดหนุนทั่วไป  รายการค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาของแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)</p>
<p>สำหรับนักเรียนประจำ และเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ การเรียนการสอนในชั้นเรียน การเรียนการสอนแบบผสมผสาน และการสอนชดเชย  เช่น  ค่าสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนออนไลน์ ค่าจัดทำเอกสารประกอบการเรียนรู้ ค่าสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต การปรับปรุงพัฒนาอาคารสถานที่แหล่งเรียนรู้  การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดสำหรับนักเรียน ค่าใช้จ่าย สำหรับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ ค่าเบี้ยประชุม เป็นต้น  ตามบริบทของโรงเรียน</p>
<p><strong>5. การอนุมัติการจบการศึกษาปีการศึกษา 2562</strong> ภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 (ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2563)</p>
<p>เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ออกประกาศกระทรวง ลงวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน  ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ ปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป ทำให้โรงเรียนไม่สามารถจัดการเรียนการสอนเพื่อแก้ไขผลการเรียนในช่วงนี้ได้ ต่อมากระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวง ลงวันที่   9 เมษายน 2563 ให้สถานศึกษาทุกแห่งของรัฐและเอกชน  ทั้งในระบบและนอกระบบ ซึ่งอยู่ในสังกัดและในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563</p>
<p>กระทรวงศึกษาธิการจึงได้พิจารณาการอนุมัติการจบการศึกษาภายหลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 กับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยปีการศึกษา การเปิดและปิดสถานศึกษา พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 6 ที่กำหนดวันเริ่มต้นปีการศึกษา คือวันที่ 16 พฤษภาคม วันสิ้นปีการศึกษา คือวันที่ 15 พฤษภาคม ของปีถัดไป  และกฎหมายระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ข้อสรุปว่า การแก้ไขผลการเรียนและอนุมัติการจบการศึกษา ระหว่างวันที่ 16 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563 ถือเป็นเหตุสุดวิสัยและถือว่าเป็นการแก้ไขผลการเรียนก่อนเปิดภาคเรียนปีการศึกษาถัดไป</p>
<p>โดยไม่ถือเป็นการขัดแย้งกับระเบียบดังกล่าว ดังนั้น การที่สถานศึกษาแก้ไขผลการเรียนของนักเรียนเสร็จสิ้น หลังจากวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 (ระหว่างวันที่  16 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2563) ต้องถือว่าเป็นการอนุมัติให้จบการศึกษา ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17784" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><strong>6. การขอรับจัดสรรกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล </strong>จากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)</p>
<p>กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้สำรวจความต้องการขอรับกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัลของนักเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่านักเรียนมีความต้องการกล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล รวมทั้งสิ้น 1,158,931 กล่อง เป็นความต้องการของนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1,030,798 กล่อง กระทรวงมหาดไทย จำนวน 127,867 กล่อง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 266 กล่อง ซึ่งจะประสานขอรับจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต่อไป</p>
<p>ศธ.ยังได้รายงานผลกระทบจากการเปิดภาคเรียนในสถานการณ์โควิด-19 ว่า การจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนเป็นการให้โอกาสผู้เรียนได้เรียนรู้ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียน ทั้งองค์ความรู้ ทักษะวิชาการ  ทักษะชีวิตจากการมีปฏิสังคม และยังช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองในการกำกับดูแลบุตรหลานให้เรียนทางไกล ให้ผู้ปกครองสามารถกลับไปทำงานได้อย่างมีผลิตภาพ</p>
<p>แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยที่ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน   ศธ.โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ตระหนักว่าการจัดการเรียนการสอน และจัดกิจกรรมในโรงเรียนต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและระมัดระวัง  เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร และป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดอันจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/02072020-4/">โรงเรียนส่วนใหญ่กว่า 80 %  วางแผนจัดการเรียนการสอนปกติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
