<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนวัดสลักเพชร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AA%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 Dec 2023 11:34:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนวัดสลักเพชร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยน ‘เด็กกลุ่มเสี่ยง’ ให้เป็น ‘นักเรียนรู้’ ด้วยนวัตกรรมจิตศึกษา: โรงเรียนวัดสลักเพชร จังหวัดตราด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-121223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Dec 2023 11:34:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.นันทิยา บัวตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กกลุ่มเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[‘นักเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดสลักเพชร]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75196</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เด็กของเรากลายเป็นนักเรียนรู้กันหมดแล้ว เวลาที่เด็กเจอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121223/">เปลี่ยน ‘เด็กกลุ่มเสี่ยง’ ให้เป็น ‘นักเรียนรู้’ ด้วยนวัตกรรมจิตศึกษา: โรงเรียนวัดสลักเพชร จังหวัดตราด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“เด็กของเรากลายเป็นนักเรียนรู้กันหมดแล้ว เวลาที่เด็กเจอปัญหา เขารู้ว่าต้องมีการกระบวนการคิดอย่างไร โครงสร้างปัญหาเกิดจากอะไร เมื่อรู้แล้วก็ปรับเปลี่ยนความคิด ถ้าปรับได้เมื่อไหร่ โครงสร้างแบบแผนพฤติกรรมก็เปลี่ยน”</em></p>



<p>เสียงสะท้อนของ<strong> ผอ.นันทิยา บัวตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสลักเพชร จังหวัดตราด </strong>บอกเล่าถึงความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในการฝ่าฟันปัญหาจนพลิกสถานการณ์พา <strong>‘เด็กกลุ่มเสี่ยง’</strong> ที่เคยถูกสังคมตีตราว่าเลวร้ายให้หวนสู่เส้นทางการศึกษาและได้รับการหล่อหลอมพัฒนาจนกลายเป็น <strong>‘นักเรียนรู้’</strong> ผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการใช้นวัตกรรมจิตศึกษาจากมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาและการได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (Teacher and School Quality Program: TSQP) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p><strong>ผอ.นันทิยา</strong> เล่าย้อนถึงสภาพปัญหาของโรงเรียนก่อนเข้าร่วมโครงการ  TSQP ว่า หลังจากที่ได้มาบรรจุเป็นผู้อำนวยการ พบปัญหาแทบทุกด้าน สภาพอาคารทรุดโทรม ไฟฟ้าไม่มี อาคารโรงกรองน้ำพัง น้ำบาดาลใช้ไม่ได้ ครูไม่มีขวัญกำลังใจในการทำงาน สอนไปวันๆ เพราะเด็กไม่ได้ตั้งใจ ส่วนเด็กก็ไม่มีแรงบันดาลใจที่จะเรียน ไปซ่องสุมกัน ติดยาเสพติด แล้วยังมีเรื่องท้องก่อนวัยอันควร พอพฤติกรรมเด็กสื่อออกมาในเชิงลบ คนภายนอกก็ขาดศรัทธา ชุมชน ผู้นำชุมชนก็ไม่เอาโรงเรียน เพราะไม่รู้จะช่วยยังไง การมีส่วนร่วมในการพัฒนาน้อยลง ก็ยิ่งทำให้คุณภาพการศึกษาของเด็กลดลง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e65686"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ผอ.นันทิยา-บัวตรี3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“คำพูดที่ได้ยินเสมอตั้งแต่อำเภอจนถึงชาวบ้าน คือ เด็กโรงเรียนนี้ติดยาเสพติด ไม่ใช่แค่ติดยา แต่ค้ายาด้วย ตำรวจเข้ามาโรงเรียนตลอด มาจับเด็ก พาเด็กไปอบรมพฤติกรรม แต่สุดท้ายต่อให้จับเด็กทั้งโรงเรียน เด็กก็ไม่เปลี่ยน พอเรามองจริงๆ เด็กน่าสงสารมาก เขาไม่มีใครให้พึ่งได้เลย เกิดมาก็ต้องเจอสภาพแบบนี้ บริบทรอบข้างมีแต่โทษเด็ก ความผิดอยู่ที่เขาคนเดียว แต่ไม่มีใครชี้ทางออกให้ เคยถามเด็กว่าเป็นอย่างนี้แล้ว จบออกไปจะทำอะไร เด็กบอกไม่ทำอะไร รอคนมาตามไปเป็นลูกจ้าง ฟังแล้วรู้สึกว่ามันขาดแม้กระทั่งความหวัง ความฝันก็ไม่มี”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเปลี่ยนโรงเรียนขยับ เริ่มปรับมายด์เซ็ตที่ ผอ.</strong></h2>



<p>พื้นเพของ <strong>ผอ.นันทิยา </strong>เรียกได้ว่าเป็น ‘เด็กเรียน’ เพราะเธอสามารถคว้าปริญญาบัตรมาถึง 4 ใบ ก่อนจะมารับบทบาทผู้อำนวยการโรงเรียน อีกทั้งยังบ่มเพาะการเรียนรู้ของลูกชายจนประสบความสำเร็จ ได้รับคัดเลือกเป็นนักเรียนทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ฉะนั้นเป้าหมายแรกในการพัฒนาโรงเรียนวัดสลักเพชรที่วาดฝันไว้ หนีไม่พ้น <strong>‘ความเป็นเลิศด้านวิชาการ’</strong></p>



<p>“เราเรียนมาหนักหน่วงมาก จบวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี ต่อด้วยวิศวกรรมศาสตร์ บางมด และศึกษาต่อด้านบริหารการศึกษา ตอนแรกตั้งเป้ามาเลยว่าจะมุ่งเน้นเรื่องการเรียน ต้องแก้ที่การศึกษา ต้องเรียนวิทย์-คณิต พาเด็กเข้าโครงการ สสวท. มีแต่ภาพแบบนี้ เพราะเราใส่ไปกับลูก ลูกยังเป็นได้เลย แต่พอลงมาเจอกับสภาพบริบทปัญหาของโรงเรียนก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่”</p>



<p>แม้โจทย์เปลี่ยน ใจอยากปรับ แต่ด้วยสภาพปัญหาที่รุมเร้า ทำให้ยากต่อการควานหาทางออก กระทั่งได้มารู้จักแนวคิด <strong>‘</strong>โรงเรียนนอกกะลา’ ของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่นำพา ผอ.นันทิยา มาพบต้นตอของปัญหา นั่นคือ ‘กรอบความคิด’ ของตนเอง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-18f317"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/57-ครู-7โมง-TSQP_015.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.นันทิยา</strong> เล่าว่าครั้งแรกที่ไปอบรมที่โรงเรียนลำปลายมาศ ด้วยใจที่ยังหมกมุ่นแต่ปัญหา ก็เลยมองว่าสิ่งที่ครูใหญ่วิเชียรพูดแก้ปัญหาเราไม่ได้หรอก&nbsp;</p>



<p>“อบรมครั้งนั้นได้มาคำเดียว คือ ‘ฉันคือใคร’ มันก็วนอยู่ในหัวตลอดเวลา พอมานั่งทบทวนดูก็พบว่าคงต้องเริ่มที่ตัวฉันจริงๆ นั่นคือ ‘ปรับมายด์เซ็ตตัวเราก่อน’ คุณจะไปเปลี่ยนคนนั้นคนนี้ แต่คุณยังไม่เปลี่ยน เดิมเราไม่ได้สนใจว่าเขาต้องการอะไร สนใจแต่ว่าสิ่งที่เราเห็นวันนี้ ไม่เหมือนกับที่เห็นในเมือง สิ่งที่เห็นคือไม่ใช่ ในเมืองคือใช่ คิดแต่เป้าหมายว่าอยากให้เด็กเรียนจบมหาวิทยาลัย ต้องมีอาชีพ แต่เราลืมไปว่าจริงๆ แต่ละคนเขาก็มีเป้าหมายเล็กๆ ในชีวิตเขา เด็กที่นี่ต้องการแค่มีข้าวกิน มีที่นอน มีงานทำ เขาต้องการแค่นี้ เขาไม่ได้ต้องการเป็นหมอ เป็นวิศวกร&nbsp;</p>



<p>ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องปรับ คือเปลี่ยนความคิดตัวเองก่อนว่า การมุ่งให้แต่การศึกษาอาจไม่ได้ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต หรือว่าปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กทีนี่ได้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รับนวัตกรรม ‘จิตศึกษา’ พัฒนาใจครูและเด็ก</strong></h2>



<p>เมื่อผู้อำนวยการมีโจทย์ในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนชัด โจทย์แรกที่ต้องแก้ให้ได้คือการปรับมายด์เซ็ตของครู เพราะเมื่อครูมีเป้าหมายเดียวกัน ครูย่อมพัฒนาศักยภาพเด็กได้สำเร็จ</p>



<p>“ผู้อำนวยการไม่สามารถลงไปคุยกับเด็ก 200 กว่าคนได้ทุกวัน ฉะนั้นเราต้องสร้างครู ก็เลยส่งครูไปอบรมที่โรงเรียนลำปลายมาศ ต้องขอบคุณโรงเรียนลำปลายมาศที่ให้เครื่องมือ กระบวนการ พอเอามาลองทำก็ได้ผล เริ่มจากเปลี่ยนที่ตัวเราก่อนเลย รู้สึกเลยว่าตัวเราเปลี่ยน ครูไปอบรมไม่กี่ครั้ง มายด์เซ็ตเขาเริ่มเปลี่ยน บรรยากาศเปลี่ยน จากเดิมที่ประชุมกันมีแต่ความโมโห กลับบ้านน้ำตาไหลทุกครั้ง บรรยากาศแย่มาก แต่ทุกวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งเราก็เข้าใจสิ่งที่ครูใหญ่วิเชียรนำเสนอมากขึ้นว่า มันเป็นเรื่องของสมอง พฤติกรรมมาจากกระบวนการคิด ดังนั้นถ้าเปลี่ยนความคิดได้เมื่อไหร่ พฤติกรรมก็ต้องเปลี่ยน”</p>



<p>จากบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายเผยให้เห็นรอยยิ้มของคุณครูมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ยืนยันได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียนอย่างชัดเจน คือ ‘เสียงสะท้อนของเด็กๆ’</p>



<p>“มีวันหนึ่งเด็กเดินมาบอกเราว่า คุณครูดีจังเลยค่ะ ยิ่งแก่ยิ่งใจดี เพราะว่าเทอมที่แล้วครูยังดุอยู่เลย” ผอ.นันทิยา เล่าพร้อมเสียงหัวเราะ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-161c86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/57-ครู-7โมง-TSQP_08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2f1c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/57-ครู-7โมง-TSQP_07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับนวัตกรรมการศึกษาที่โรงเรียนวัดสลักเพชรนำมาใช้ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนอันดับแรก คือ <strong>‘จิตศึกษา’ </strong>เน้นสร้างการตระหนักรู้ของเด็ก ให้เด็กเห็นคุณค่าของตนเองและสรรพสิ่ง มุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ผ่านกิจกรรมสนามพลังบวก จิตวิทยาเชิงบวก และกิจกรรมจิตศึกษา เช่น การยกเลิกออด และการอบรมหน้าเสาธง การใช้กิจกรรมชง เชื่อม ใช้ ซึ่งหลังจากใช้กระบวนการจิตศึกษาปรับกาย-ใจ พบว่า <strong>‘เด็กมีความสุขกับเรียนรู้มากขึ้น’&nbsp;</strong></p>



<p>“เราเห็นแววตาเด็กที่มีความสุข นักเรียนอยากมาเรียนมากขึ้น ไม่มีเด็กนักเรียนโดดเรียนในตอนเช้า ผู้ปกครองยังมาบ่นว่า ผอ.ทำยังไง วุ่นวายมากเลยตอนเช้าๆ ลูกก็เร่งแต่อยากจะมาแต่โรงเรียน บอกเดี๋ยวไม่ทันกอดครูก่อนเข้าห้องเรียน ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ปกครองเห็นการเปลี่ยนแปลง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘พรานทะเล’ บูรณาการหน่วยเรียนรู้เชื่อมภูมิปัญญาท้องถิ่น</strong></h2>



<p>นอกจากการใช้ ‘จิตศึกษา’ เปิดใจเด็กให้เปิดรับต่อการเรียนรู้แล้ว <strong>ผอ.นันทิย</strong>า ยังนำกระบวนการ&nbsp; <strong>‘Project-based Learning หรือ PBL’</strong> มาปรับใช้ในหน่วยบูรณาการ เพื่อให้เด็กรู้จักตั้งคำถาม เพิ่มทักษะการคิดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยมีครูเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ ซึ่งในช่วงแรกได้ใช้ต้นแบบแผนการเรียนรู้จากมูลนิธิลำปลายมาศ จากนั้นค่อยๆ ปรับให้เข้ากับบริบทของท้องถิ่นชุมชน&nbsp; ดังเช่น <strong>‘หน่วยการเรียรู้พรานทะเล’</strong></p>



<p><strong>ผอ.นันทิยา</strong> เล่าว่า หน่วยเรียนรู้ PBL จะบูรณาการกันใน 5 กลุ่มสาระวิชา คือ วิทยาศาสตร์ สังคม การงาน ศิลปะ พละและสุขศึกษา ซึ่งการออกแบบหน่วยเรียนรู้ต้องตอบโจทย์ตัวชี้วัดของเด็กแต่ละระดับชั้นด้วย สิ่งสำคัญคือเราจะเน้นเป้าหมายก่อนว่าอยากให้เด็กเรียนรู้เรื่องอะไร ซึ่งการจะตั้งเป้าหมายได้ต้องรู้ปัญหาก่อน เช่น เด็กเรามีปัญหารักถิ่นฐานไม่มากพอ จึงร่วมกันคิดหน่วยเรียนรู้พรานทะเลขึ้นมา&nbsp;</p>



<p>“หน่วยพรานทะเล ครูจะพาเด็กไปเรียนรู้ลงมือปฏิบัติในสถานที่จริง เช่น สะพานปลา จากนั้นครูจะกระตุ้นความอยากรู้ด้วยคำถาม เช่น รู้มั้ยว่าปลานี้เอาไปทำอาหารได้ หรือปลาเหล่านี้ขายกันราคาเท่าไหร่ พยายามใช้คำถามสร้างแรงบันดาลใจจนกว่าเด็กจะถามว่า ‘เขาจับปลากันยังไง’ เมื่อเด็กกระหายที่จะเรียนรู้ ครูจะใช้วิธีตั้งคำถามเชื่อมโยงไปที่สาระการเรียนรู้ต่างๆ เช่น ออกไปจับปลาแล้วอาจจะเจอลม พายุ เชื่อมไปที่ความรู้เรื่องลมฟ้าอากาศ แล้วเราจะจับสัตว์น้ำยังไง เราไม่มีเงินซื้ออวน แต่ชุมชนเรามีไม้ไผ่เยอะมาก ก็ไปเรียนรู้การทำเครื่องมือประมง แล้วรู้มั้ยว่าบางพื้นที่ห้ามจับสัตว์ทะเล ก็เชิญวิทยากรจากรมอุทยานฯ มาสอน ได้ความรู้ด้านกฎหมาย แถมตามมาด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและหน้าที่พลเมือง ยังไม่พอนะ เด็กต้องทำอาหารด้วยและต้องครบ 5 หมู่ วิชาสุขศึกษาและการคำนวณโภชนาการก็เพิ่มเข้ามาอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-741506"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ผอ.นันทิยา-บัวตรี2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ไม่เพียงเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนสอนให้เชื่อมโยงไปสู่ห้องเรียนธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมชาวบ้านในชุมชนมาสู่ห้องเรียนรู้ในโรงเรียนด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>ผอ.นันทิยา</strong> เล่าว่า เราเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาสอนเด็กๆ ว่าเขาจับปลาได้ยังไง คนสมัยก่อนดูลมฟ้าอากาศอย่างไร เช่น เห็นเมฆหน้าตาแบบนี้ ฝนมาแน่ แล้วต้องไปหลบตรงไหนถึงจะปลอดภัย สิ่งเรานี้เป็นความรู้ภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบกันมาจากบรรพบุรุษ ไม่มีในบทเรียนที่ไหน&nbsp;</p>



<p>“เวลาที่ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนการสอน เขาจะภูมิใจตัวเอง และเมื่อคนในชุมชนได้เห็นเด็ก เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน เขาก็จะเป็นกระบอกเสียงไปสู่ชุมชนภายนอก ทำให้เกิดแรงสนับสนุนกลับเข้ามาในโรงเรียน และเมื่อชุมชนยอมรับ เขาก็จะมาเป็นเจ้าของโรงเรียนร่วมกับเรา ก็จะทำให้โรงเรียนพัฒนาไปได้เร็ว และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ติดอาวุธทางปัญญาเด็กด้วย ‘กระบวนการ’ ไม่ใช่ ‘ความรู้’</strong></h2>



<p>การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนด้วยนวัตกรรมจิตศึกษา และการจัดการเรียนรู้แบบ PBL ทำให้เด็กสนุกต่อการเรียนรู้ ครูสนุกกับการสอน ทุกวันนี้โรงเรียนวัดสลักเพชรหันมาสร้างสรรค์แผนการสอนด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการ Professional Learning Community หรือ PLC ทำให้ได้แผนการสอนที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กทั้งในด้านกระบวนการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และทักษะการแก้ไขปัญหา จนสามารถพัฒนาเด็กที่อาจเสี่ยงพลาดพลั้งสู่เส้นทางอบายมุขให้ก้าวสู่การเป็น <strong>‘นักเรียนรู้’</strong>&nbsp;</p>



<p>ผอ.นันทิยา เล่าว่า เด็กของเรากลายเป็นนักเรียนรู้กันหมดแล้ว เวลาที่เด็กเจอปัญหา เขารู้ว่าต้องมีการกระบวนการคิดอย่างไร โครงสร้างปัญหาเกิดจากอะไร เมื่อรู้แล้วก็ปรับเปลี่ยนความคิด ถ้าปรับได้เมื่อไหร่ โครงสร้างแบบแผนพฤติกรรมก็เปลี่ยน ยกตัวอย่าง การจัดกีฬาสี ทุกวันนี้ถ้าเด็กไม่เดินมาบอกว่าอยากจัด เราก็ไม่จัด ถ้าเด็กอยากมีกีฬาสี เขาจะเดินมาบอก มันเกิดจากกระบวนการที่เราใส่ให้เขาไป หล่อหลอมให้เขาเป็นแบบนี้ กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็น และไม่ใช่แค่นั้น เด็กต้องกลับไปคิดด้วยว่า อยากจัดกีฬาสีกี่วัน แบ่งกี่สี แข่งกีฬาอะไรบ้าง ค่าใช้จ่ายทั้งเสื้อกีฬาสี เครื่องเสียง เต็นท์ ค่าอาหารตลอดกิจกรรมจะบริหารจัดการอย่างไร เด็กต้องช่วยกันคิดแล้วมานำเสนอและต้องลงมือดำเนินการด้วยตัวเอง</p>



<p>“เราต้องฝึกให้เด็กเขาคิด เพราะเป้าหมายการจัดกีฬาสี เราไม่ได้ต้องการแค่ให้เด็กออกกำลังกาย แต่เราอยากให้เด็กเรียนรู้ มีกระบวนการคิด การวางแผน การช่วยเหลือกัน การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้ที่จะยอมรับซึ่งกันและกัน สามัคคีกัน สิ่งนี้ต่างหากที่เราอยากเห็น” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-767086"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/ผอ.นันทิยา-บัวตรี1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การพัฒนาเด็กให้เป็น ‘นักเรียนรู้’ ที่มีกระบวนการคิดและกระหายอยากเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่ได้สำเร็จได้ภายในปีเดียว ผอ.นันทิยา บอกว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความตั้งใจและเป้าหมายของโรงเรียนที่มุ่งติดอาวุธทางปัญญาให้เด็กด้วย <strong>‘</strong>กระบวนการ’ ไม่ใช่ ‘ความรู้’</p>



<p>“ถ้าเราติดอาวุธทางปัญญาให้เด็กด้วยความรู้ เด็กไปไหนไม่รอดหรอก ความรู้ที่ให้ในวันนี้ ไม่กี่ปีข้างหน้าก็ล้าสมัยแล้ว เราวิ่งตามไม่ทันหรอก แต่ถ้าเราติดอาวุธให้เด็กด้วยกระบวนการ เขาจะรู้จักกระบวนการคิด การแก้ไขปัญหา สามารถตั้งคำถามและหาคำตอบเพื่อเพิ่มความรู้ใหม่ๆ ให้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ซึ่งกระบวนการเหล่านี้มาด้วยจิตศึกษา และ PBL”&nbsp;</p>



<p>จากการเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่เพียงพัฒนาเด็กให้คิดวิเคราะห์เป็น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือ&nbsp; <strong>‘เด็กมีความสุขกับการเรียนรู้ เห็นคุณค่าในตัวเอง และเคารพผู้อื่นมากขึ้น’</strong></p>



<p>“หลังๆ เด็กก็ไม่ทะเลาะกันเลย กระบวนการที่เราใส่เข้าไป ทำเขาเห็นคุณค่าและเคารพตัวเอง มีความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น แล้วเด็กเขามีอะไรทำ มีความสุขกับการดำเนินชีวิต มีอะไรที่น่าสนใจที่โรงเรียน เขาก็ไม่ไปซ่องสุมกัน กระทั่งวันหนึ่งจากตำรวจที่เคยเข้ามาขอพบ มาจับเด็ก กลายเป็นบอกว่าอยากมาถอดบทเรียนว่าทำไมเด็กจึงเลิกบุหรี่ได้ ทำไมเด็กที่นี่จึงไม่มีปัญหายาเสพติดอีกเลย ทั้งที่เมื่อก่อนเด็กทั้งเสพยาและค้ายา”&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ผู้ปกครองต่างก็ยอมรับถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ผอ.นันทิยา เล่าว่า มีวันหนึ่ง โรงเรียนมีการประเมินโรงเรียนพระราชทาน ระดับประถม ผู้ปกครองเข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย กรรมการถามผู้ปกครองว่าเด็กๆ เป็นอย่างไร  เขาก็บอกว่า แรกๆ รู้สึกว่าลูกเถียง แต่ตอนนี้รู้สึกว่าลูกพูดจาแบบมีเหตุผล จนหลังๆ เขาก็ยอม ไม่ใช่เขาผิด แต่เขายอมรับ เข้าใจ คือมีความเข้าอกเข้าใจกัน ไม่มีการทะเลาะกัน ครอบครัวก็อบอุ่นขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปรับทัศนคติ ตั้งเป้าหมายชัด ผลักดันโรงเรียนพัฒนาตนเองได้สำเร็จ</strong></h2>



<p>สุดท้ายเมื่อถามถึง ‘ปัจจัยความสำเร็จ’ ในฐานะผู้อำนวยการที่สามารถขับเคลื่อนโรงเรียนวัดสลักเพชรให้พัฒนาตนเองจนเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดเช่นทุกวันนี้ ผอ.นันทิยา บอกว่า หัวใจสำคัญ คือ<strong> ‘การปรับทัศนคติและตั้งเป้าหมายให้ชัดร่วมกันทั้งองค์กร’&nbsp;</strong></p>



<p>“การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองให้สำเร็จได้ ต้องเปลี่ยนความคิดผู้บริหารก่อนเลย แต่เดิมที่เคยทำมา การสั่งการ การควบคุม การบังคับ การคาดโทษ คุณต้องค่อยๆ เปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ ผอ.เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ครูกับเด็กหรือยัง ทำอย่างไรให้ครูกล้าเข้ามาหา มาพูดคุยกับเรา ทำอย่างไรที่เมื่อเด็กมีปัญหาแล้วกล้าเดินเข้ามาหาเรา และที่สำคัญคือการตั้งเป้าหมาย เป้าหมายต้องชัดเจน และเป็นเป้าหมายเดียวกันทั้งองค์กร และเป้าหมายต้องไม่ได้มาจากพื้นที่ นโยบาย หรือจากตัวคุณ แต่คือเด็ก ถ้าเมื่อไหร่ที่ผู้อำนวยการและครูมองเห็นโจทย์เดียวกัน โรงเรียนก็จะทำได้สำเร็จ”</p>



<p>สำหรับเป้าหมายการพัฒนาต่อจากนี้ ผอ.นันทิยา บอกว่า อยากเน้นไปที่การพัฒนา ‘<strong>คุณภาพชีวิตเด็กและชุมชน’</strong> รวมทั้งทำงานตอบโจทย์เป้าหมายใหญ่ที่วาดฝันไว้ คือ <strong>‘พัฒนาระบบการศึกษาไทย’</strong> </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a40f30"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/57-ครู-7โมง-TSQP-ผอ.นันทิยา-บัวตรี_Sq-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเห็นเด็ก ม.3 ของเราเรียนจบไป เรียนดีแค่ไหนก็ไม่มีงานทำ เลยไปของบประมาณจนได้มาสร้างห้องเรียนอาชีพเรียบร้อยแล้ว และได้ดำเนินการทำ MOU ร่วมกับวิทยาลัยอาชีพ 3 แห่ง เพื่อให้เขาลงมาสอนทักษะอาชีพกับเด็กๆ ทั้งนี้จะมีการดึงผู้ประกอบการในพื้นที่ลงมาคุยด้วย เพื่อพัฒนาเด็กให้มีทักษะแรงงานตรงกับความต้องการปลายทาง รวมทั้งสร้างองค์ความรู้ที่จะนำไปใช้ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสให้เขามีอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี</p>



<p>สิ่งที่เราทำทั้งหมดไม่ได้มุ่งหวังพัฒนาแค่เด็กโรงเรียนวัดสลักเพชรเท่านั้น แต่เจตนาคือต้องการพัฒนาวงการศึกษาทั้งหมด ตราบใดที่เราพัฒนาโรงเรียนนี้สำเร็จ คนก็จะมาศึกษาดูงาน เราสามารถเป็นต้นแบบและกระบอกเสียงเพื่อขยายผลความสำเร็จไปสู่โรงเรียนอื่นๆ” <strong>ผอ.นันทิยา</strong> กล่าวทิ้งท้าย <strong> </strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121223/">เปลี่ยน ‘เด็กกลุ่มเสี่ยง’ ให้เป็น ‘นักเรียนรู้’ ด้วยนวัตกรรมจิตศึกษา: โรงเรียนวัดสลักเพชร จังหวัดตราด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
