<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 28 Jun 2024 07:30:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เคสฟื้นฟูที่ท้าทาย แต่ไม่ท้อถอย Learning Recovery ที่จริงใจ ของโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-learning-recover-270624/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jun 2024 14:35:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=83956</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) เป็นโรงเรียนขนาด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-270624/">เคสฟื้นฟูที่ท้าทาย แต่ไม่ท้อถอย Learning Recovery ที่จริงใจ ของโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) เป็นโรงเรียนขนาดกลาง เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2-มัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีนักเรียนประมาณ 600 คน มีครู 30 คน จำนวนครูครบชั้น แต่ปัญหาของโรงเรียนนี้คือ ครูประจำวิชาไม่ครบ เช่น ครูเลขมี 3 คนทั้งโรงเรียน ทำให้เกิดปัญหาครูสอนไม่ตรงเอกที่จบมาเยอะ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายของคุณครู อีกทั้ง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวน เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา และไม่ได้มีถิ่นฐานอยู่ในจังหวัดนี้ ทำให้ไม่มีเวลามาสอนการบ้านลูก และบางครั้งนักเรียนต้องย้ายตามผู้ปกครอง จึงส่งผลให้การเรียนรู้ของนักเรียนไม่มีความต่อเนื่อง</p>



<p>แม้จะเจอความท้าทาย แต่ด้วยใจมุ่งมั่นที่ไม่ท้อถอยของทั้งโรงเรียน ทำให้โรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) ได้พบแนวทางการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย จนทำให้การเรียนรู้ของเด็กดีขึ้น และในบทความนี้ได้เรียบเรียง Learning Recovery ที่จริงใจของโรงเรียนไว้ดังนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2bf2b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/1a.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สภาพปัญหา</strong></h3>



<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้นักเรียนต้องเรียนออนไลน์ ถึงแม้ว่าในช่วงที่เรียนออนไลน์นั้น ครูทุกคน รวมถึงครูณัฐฐาพร วงษ์คำ (ครูกุ้ง )ครูประจำชั้นป.3 ได้พยายามทุ่มเท ให้ความรู้ที่มีแก่นักเรียนไปเท่าไหร่ แต่เมื่อเปิดเทอมมากลับพบว่า <strong>‘ทุกอย่างที่สอนไปต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หมด’</strong> ครูณัฐฐาพรกล่าวว่า <em>“เด็กประถมอย่างแรกคือต้องอ่านได้ และคิดคำนวณเป็น เราคาดหวังว่าเด็กต้องคำนวณได้ แต่พอเปิดมาสิ่งที่เราต้องเจอคือ อะไรที่เคยไปตอนเรียนออนไลน์ เปิดเทอมมาคือต้องตั้งต้นใหม่ เริ่มจากศูนย์ จากที่เราตั้งเป้าหมายจะต้องได้สอนต่อเนื่อง แต่เราต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่”&nbsp;</em></p>



<p><em></em>นอกจากความรู้ด้านวิชาการของนักเรียนถดถอยแล้ว พฤติกรรมของนักเรียนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน <em>“เด็กไม่มีระเบียบวินัย พอเปิดเทอมมาแล้วอาการหนัก อาการหนักที่ว่า คือ ซนมากกว่าปกติ พูดไม่ฟัง คำสั่งแรกไม่ฟัง ต้องย้ำถึง 3 ครั้งจะฟัง ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนตรงที่ว่า เด็กมาโรงเรียน เขาจะรู้ว่า 8.00 น. ต้องเข้าแถว แต่พออยู่บ้านนานๆ ทำให้เด็กมาไม่ทันเข้าแถว เพราะยังไม่ตื่นนอน มาสายมาก 9.00-10.00 น. บางคนก็ไม่มาเลย แล้วผู้ปกครองก็ตามใจ เลยพยายามคุยกับผู้ปกครองว่าสายยังไงก็ให้มา เพราะอยู่บ้านก็ไม่ได้เรียน”&nbsp;</em></p>



<p>จากปัญหาที่พบ ครูณัฐฐาพรจึงตั้งเป้าหมายในการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยของนักเรียนทั้งหมด 2 ด้าน ด้านที่ 1 คือ ด้านวิชาการในวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนด้านที่ 2 คือ ด้านอารมณ์และสังคมของนักเรียน ดังนี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-392355"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/2-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Learning Recovery</strong></h2>



<p><strong>1.ย้อนทวนเนื้อหาเก่าที่ง่าย เพื่อกระตุ้นการต่อยอดเนื้อหาใหม่&nbsp;</strong></p>



<p>ตั้งแต่เปิดเทอมมา ครูตั้งความหวังว่าจะเริ่มต้นสอนเนื้อหาต่อเนื่องจากการเรียนออนไลน์ แต่เมื่อพบว่านักเรียนจดจำสิ่งที่สอนไม่ได้เลย ทำให้ต้องเริ่มต้นสอนใหม่ ซึ่งครูจึงได้ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์โดยใช้วิธีการย้อนทวนเนื้อหาเก่าที่ง่ายก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนรู้สึกอยากเรียน ยกตัวอย่าง จากเดิมนักเรียนชั้นป.3 ต้องเรียนเลขจำนวนไม่เกินกว่าหลักแสน แต่ครูจะต้องพานักเรียนย้อนทวนเนื้อหาจากหลักร้อยก่อน แล้วค่อยเพิ่มระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะใช้เวลานานกว่าปกติ แต่เราต้องย้ำจนกว่าเขาจะทำได้ ไม่อย่างนั้นจะต่อยอดต่อไปไม่ได้เลย</p>



<p><strong>2.ใช้เกมเพื่อดึงความสนใจของนักเรียน</strong></p>



<p>จากเดิมที่เคยสอนเน้นให้ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ แต่หลังจากเกิดโควิดมา ในวิชาคณิตศาสตร์ของเราเปลี่ยนมาเล่นเกมมากขึ้น เนื่องจากเด็กอยู่บ้านนาน ทำให้เขาขาดความสนใจในการเรียน และการจดจ่อในสิ่งที่เรียนก็ไม่เท่าเดิม ดังนั้น ครูจึงต้องหาเกม เช่น <strong>เกมบิงโก เกมบันไดงู </strong>มาดึงดูดความสนใจของเด็ก เพื่อให้เด็กไม่เบื่อกับการเรียน และเชื่อมโยงกับเนื้อหาที่เรียนด้วย</p>



<p><strong>3.ทำแบบฝึกหัดเสริมเพิ่มมากขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>จำนวนข้อในแบบฝึกของหนังสือเรียนปกติไม่เพียงพอ สำหรับเด็กที่หยุดเรียนไปนานๆ เพราะเด็กกลุ่มนี้จะต้องได้ผ่านกระบวนการของการ<strong>คิดย้ำ และทำบ่อยๆ</strong> การที่ได้งบสนับสนุนจากกสศ. โรงเรียนก็ได้นำมาจัดทำ<strong>แบบฝึกทักษะ</strong>ออกมาเป็น 4 เล่ม ได้แก่ การบวก การลบ การคูณ และการหาร นักเรียนทุกคนจะได้ทั้งหมด 4 เล่ม โดยที่ครูจะต้องย้ำซ้ำทวนบ่อยๆ พอเขาทำได้แล้ว เราก็เอาเกมเข้ามาแทรกกับเนื้อหาที่เรียนในห้องปัจจุบัน นักเรียนก็จะมีส่วนร่วมกับห้องเรียนมากขึ้น เขาจะไม่รู้สึกว่าตามเพื่อนไม่ทัน</p>



<p><strong>4.แบบฝึกหัด 5 ข้อก่อนเข้าเรียน&nbsp;</strong></p>



<p>ในทุกๆ วันก่อนที่จะเริ่มเรียนวิชาแรก ครูจะขึ้นโจทย์ที่หน้ากระดานในวิชาเลขทุกครั้ง เพื่อฝึกกระบวนการคิดจากการตอบโจทย์ปัญหาทุกเช้า ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการให้นักเรียนทำโจทย์เพิ่ม แต่หลังจากที่เปิดเทอมมา ครูอยากสร้างนิสัยให้นักเรียนได้ฝึกคิดทุกวันตอนเช้าจนเกิดความเคยชิน วันไหนที่ไม่ได้ขึ้นโจทย์ นักเรียนก็จะเดินมาถามว่า <em>‘วันนี้มีโจทย์อะไรบ้าง’</em> และเขาก็จะตีเส้นหน้ากระดาษรอให้เราขึ้นโจทย์ ยิ่งพอเขาได้ลงมือทำบ่อยๆ เขาก็จะชำนาญการคิดเลขมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>5.ทำให้คณิตศาสตร์เป็นรูปธรรมมากขึ้น&nbsp;</strong></p>



<p>แนวคิดของวิชาคณิตศาสตร์ค่อนข้างเป็นนามธรรม เช่น การยืม ครูมักบอกเด็กๆว่าให้ยืมมา ซึ่งจริงๆ เด็กไม่เข้าใจว่า “ยืม” คืออะไร ครูจึงออกแบบสื่อใน Learning Box ให้เป็นรูปแบบที่เด็กจับต้องได้ เช่น เราสอนเรื่องการกระจาย เราจะมีสื่อกระดาษรูปกล่อง 1 ใบใหญ่ และจะมีรูปกล่องเล็กๆ อีก 10 ใบ ใช้คู่กัน เด็กก็จะได้จับและนับกล่องกระดาษตามโจทย์ที่เรากำหนดให้ โดยที่ไม่ใช่แค่เขียนคำตอบลงสมุดเท่านั้น แต่เรามีสื่อให้เด็กจับต้องได้ ช่วยเพิ่มเรื่องกระบวนการคิดให้เป็นขั้นตอนมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0c84c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/3-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>6.ใช้สื่อใน Learning Box</strong></p>



<p>&nbsp;โรงเรียนเรียกว่า Math Box ในกล่องประกอบไปด้วย เกมบันไดงู เรื่องการบวกลบคูณหาร เกมบิงโกคูณหาร และเป็นสื่อกระดาษที่สอนเรื่องแยกหน่วย และการกระจาย นอกจากนี้ ยังมีเชือกกระโดดเพื่อฟื้นฟูการถดถอยของร่างกายด้วย โดยมีหลักการการเลือกสื่อ คือ จะเลือกสิ่งที่หาไม่ได้จากในห้องเรียน เป็นพวกเกมต่างๆ เช่น รูบิค บิงโก หรือโดมิโน่ เป็นการให้นักเรียน<strong>เรียนปนเล่น</strong> เพราะเด็กจะรู้สึกว่าการเรียนรู้ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เหมือนเขาได้เรียนรู้โดยที่ไม่รู้ตัว และที่สำคัญคือ เด็กจะสามารถจดจำเนื้อหาได้ โดยไม่ได้รู้สึกเครียด</p>



<p><strong>7.นั่งสมาธิก่อนเข้าเรียน</strong></p>



<p>จะให้นั่งสมาธิที่ไม่ใช่แค่หลับตาเฉยๆ แต่จะให้นักเรียนสังเกตลมหายใจเข้าและออกตัวเอง เพื่อให้เขาสงบและสามารถกำกับตัวเองได้ เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวัน&nbsp;</p>



<p><strong>8.จัดรูปแบบการเรียนเป็นกลุ่มมากขึ้น</strong>&nbsp;</p>



<p>จากสถานการณ์โควิดที่นักเรียนไม่ได้เจอเพื่อน ทำให้เมื่อเปิดเทอมครูจะพยายามให้นักเรียนนั่งเรียนด้วยกันเป็นกลุ่ม เพื่อให้ครูสามารถสังเกตพฤติกรรมของเขาได้ชัดเจนขึ้น เช่น เขาสามารถทำงานร่วมกับเพื่อนได้ไหม เขาช้ากว่าเพื่อนหรือเปล่า เพื่อนสามารถสอนการบ้านได้ไหม เป็นต้น และหลังจากนั้น เราจึงต้องจัดกลุ่มใหม่ เพื่อแยกว่ากลุ่มไหนเรียนได้ หรือกลุ่มไหนยังต้องพัฒนาด้านใดอีก ทำให้ครูเข้าถึงเด็กได้มากขึ้น&nbsp;</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความภาคภูมิใจของครู</strong></h3>



<p><strong>1.นักเรียนมีพัฒนาด้านภาษาและคณิตศาสตร์ที่ดี 80%</strong> เมื่อเปิดเทอมมาช่วงแรกนักเรียนทุกคนต้องเริ่มจากศูนย์พร้อมกันเกือบทั้งหมด มีนักเรียนเป็นบางคนเท่านั้นที่ไม่ต้องเริ่มใหม่ ครูณัฐฐาพรได้ยกตัวอย่าง <em>“เด็กชายวราวุธ สามัญ จากเดิมคือตั้งหลักตัวเลขไม่ได้ ไม่รู้เรื่องการบวกและลบเลย แต่หลังจากที่ได้ดำเนินการฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย โดยให้เขาทำแบบฝึกทักษะบวกลบเลขบ่อยขึ้น จนนักเรียนสามารถทำได้ และทำได้ดีมากด้วย จนตอนหลังเขารักในวิชาคณิตศาสตร์ไปเลย”&nbsp;</em></p>



<p><strong>2.นักเรียนรู้สึกอยากที่จะเรียนรู้&nbsp; และชอบที่จะเรียน </strong>สมมติวันไหนที่ครูติดธุระ จะมีเด็กนักเรียนเดินมาตามให้ขึ้นโจทย์กระดาน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เรารู้สึกชื่นใจมาก <em>“มันชื่นใจมาก เมื่อเด็กที่เราสอนเขาสามารถทำได้ และพอทำได้เขาก็จะมีความสุขกับการเรียนเลข เราเลยรู้สึกดีที่ทำให้เด็กที่ไม่ชอบเลข กลับมาชอบเลขได้ทั้งที่เราไม่ใช่ครูเลข เด็กเดินมา</em></p>



<p><em>บอกว่า ‘ครูหนูอยากเรียนเลขจังเลย’ มันทำให้เรารู้สึกปลื้มใจ มันรู้สึกดีที่เด็กมาตาม เพราะเราสามารถทำให้เขารู้สึกว่าเลขเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำของเขา ซึ่งเรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำประสบความสำเร็จแล้ว”&nbsp;</em></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e44fce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/4-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวต่อไป</strong></h3>



<p><strong></strong>ครูณัฐฐาพรยังคงมีปณิธานกับตัวเองว่า จะยังคงรักษาคุณภาพการสอนของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยให้นักเรียนได้<strong>เรียนปนเล่น</strong> ผ่านการใช้สื่อต่างๆ ที่ได้รับการสนุบสนุนจากกสศ. เช่น Learning&nbsp; Box จนกระทั่งทุกวันนี้ เด็กรุ่นปัจจุบันก็ยังคงใช้งานอยู่ เพราะการพัฒนาด้านการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีวันจบสิ้น&nbsp;</p>



<p><em>“ถ้าไม่มีโควิด เราคงไม่สอนแบบนี้ เพราะปัญหาของเด็กคงไม่เยอะขนาดนี้ เด็กเข้าใจยากขึ้น เราเลยต้องหาอะไรที่ทำให้เด็กเข้าใจได้ง่ายขึ้น อยากเปลี่ยนให้เด็กหนึ่งที่ไม่รู้อะไรเลย ให้มีความอยากรู้ อยากที่จะเรียน และรักที่จะเรียนรู้มากขึ้น และเราเชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพและสามารถทำได้ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของตัวเอง เหมือนกับตัวเองที่ไม่ได้จบเลขมา แต่สามารถสอนเลขได้ เพราะการเป็นครูนั้นต้องหมั่นพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ” </em>ครูณัฐฐาพรกล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-270624/">เคสฟื้นฟูที่ท้าทาย แต่ไม่ท้อถอย Learning Recovery ที่จริงใจ ของโรงเรียนวัดยกกระบัตร (ชุบราษฎร์นุสรณ์) อำเภอ บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
