<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนวัดพังยอม | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 25 Jun 2024 03:53:59 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนวัดพังยอม | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เสริมความแกร่งด้านฐานกาย ใจ และวิชาการ เพื่อฟื้นฟูภาวะเรียนรู้ถดถอย และสร้างให้เด็กพัฒนาอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-learning-recover-230624/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 24 Jun 2024 05:53:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Recovery]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดพังยอม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=83768</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สะกด ‘ร. เรือ’ แบบหันหลัง และเขียนสระ ‘ใ’ ไม้ม้วนแบบหั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-230624/">โรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เสริมความแกร่งด้านฐานกาย ใจ และวิชาการ เพื่อฟื้นฟูภาวะเรียนรู้ถดถอย และสร้างให้เด็กพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“สะกด ‘ร. เรือ’ แบบหันหลัง และเขียนสระ ‘ใ’ ไม้ม้วนแบบหันหัวออก”</strong></p>



<p>เหล่านี้คือสิ่งที่ครูสุมาลี จำนงค์ฤทธิ์ ผู้สอน ป.1 พบเจอเมื่อเด็กเปิดเทอม</p>



<p>แม้ว่าการที่เด็กชั้น ป.1 เขียนพยัญชนะและสระยังไม่ได้ อาจดูเป็นสถานการณ์ทั่วไปของวัยกำลังเรียนรู้ แต่หากพิจารณาอย่างละเอียด นี่อาจไม่ใช่ความปกติเสียทีเดียว</p>



<p>การร้างราจากการเรียนแบบออนไซต์เกือบ 2 ปีเต็มในช่วงโควิดระบาด ส่งผลให้เด็กอนุบาลและเด็กประถมทั้งประเทศเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย เด็กๆ ในโรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นอีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เมื่อเปิดเทอมปีการศึกษา 2565 ครูและผู้บริหารโรงเรียนพบว่า เด็กจำนวนไม่น้อยเรียนรู้ช้ากว่าที่ควรเป็น จึงมีการปรึกษาหารือในวง PLC ก่อนจะพัฒนาเป็นนโยบายเพื่อให้ครูแต่ละชั้นเรียนนำไปปรับใช้ ส่งผลให้ภารกิจฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยคืบหน้าได้ไว และเด็กมีพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 1 ปีการศึกษา</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ช่วยให้เด็กฟื้นฟูการเรียนรู้ได้ไว้ คือ <strong>การแทรกกิจกรรมฐานกายให้เด็กได้เรียนรู้ ควบคู่ไปกับการดูแลด้านวิชาการและด้านจิตใจ</strong> ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูในทุกระดับชั้นของโรงเรียนวัดพังยอมยึดถือปฏิบัติ จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในทางบวกต่อตัวเด็ก และส่งผลต่อความภาคภูมิใจต่อตัวครู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3d8af4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/2-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สภาพปัญหา</strong></h3>



<p>โรงเรียนวัดพังยอม เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงชั้น ป.6 ตั้งอยู่ในตำบลสวนหลวง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช&nbsp;เด็กส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายายหรือญาติ โดยพ่อแม่ออกทำงานนอกพื้นที่ มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและรับจ้างสวนเกษตร สภาพเศรษฐกิจของครอบครัวจัดอยู่ในกลุ่มยากจนไปจนถึงปานกลาง</p>



<p>ในช่วงโควิดระบาดปี 2563 – 2564 เด็กโรงเรียนวัดพังยอมต้องหันมาเรียนผ่านระบบออนไลน์และออนแฮนด์ (แจกใบงาน) ส่งผลให้เรียนรู้ไม่เต็มที่ เมื่อเปิดเรียนแบบออนไซต์ในปีการศึกษา 2565 จึงพบว่าเด็กบางส่วนเรียนรู้ถดถอย เด็กเล็กชั้น ป.1 และ ป.2 ไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ จับดินสอผิดวิธี ทำให้เมื่อยมือเวลาเขียน ยิ่งส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ ส่วนเด็ก ป.3 &#8211; ป.6 แม้จะพบปัญหาน้อยกว่า แต่ก็ยังน่ากังวล ส่วนเด็กอนุบาลเจอปัญหาทรงตัวด้วยการยืนขาเดียวหรือกระโดดขาเดียวไม่ได้ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ช้ากว่าที่วัยนี้ควรจะเป็น</p>



<p>“แรกสุด เรามีการประเมินในแต่ละระดับชั้นก่อน เพื่อจะได้ทราบว่าเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือมีมากน้อยเพียงไหน เมื่อทราบข้อมูลแล้ว จึงทำ PLC ระหว่างครูกับผู้บริหาร ว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ซึ่งการที่เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ในเด็กเล็ก ป.1-ป.2 เขาต้องมีทั้งความรู้และความพร้อมทางกาย ถ้าเราต้องการส่งเสริมให้เด็กจับดินสอ เขียนอักษร ก.ไก่ ข.ไข่&nbsp; แต่เด็กยังไม่มีความพร้อมเรื่องกล้ามเนื้อ เขาจะไม่สามารถเขียนได้” ครูเชาวลี ทองสุข ฝ่ายวิชาการโรงเรียนวัดพังยอม บอกเล่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b257b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/1-7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>Learning Recovery</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ร่วมมือผลักดันภารกิจ เติมวิชาให้ครู ก่อนต่อยอดเป็นกิจกรรมต่างๆ เพื่อพัฒนาเด็ก</strong></h3>



<p>เมื่อเจอสถานการณ์ว่าเด็กมีความไม่พร้อมทางกาย ทางโรงเรียนวัดพังยอมจึงได้หารือกับทางทีมโค้ช ม.อ. อันนำมาสู่การนำเครื่องมือลงพื้นที่เพื่อวัดแรงบีบมือเด็ก จนได้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว่าเด็กในโรงเรียนมีกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรง การพบสาเหตุดังนี้ ทำให้โรงเรียนเล็งเห็นความสำคัญของกิจกรรมฐานกาย จนจัดอบรมร่วมกับทีมโค้ช ม.อ. จากนั้นก็ส่งไม้ต่อให้ครูในแต่ละชั้นเรียนนำความรู้จากการอบรม ไปพัฒนาและเสริมศักยภาพเด็กแต่ละชั้นเรียนตามความเหมาะสมต่อไป</p>



<p>ด้านการต่อยอดเพื่อพัฒนาเด็กนั้น ครูแต่ละชั้นปีนำความรู้ไปต่อยอด รวมถึงสร้างสรรค์ใหม่ เพื่อพัฒนาเด็กนักเรียน ดังนี้</p>



<p></p>



<p><strong>อนุบาล: เน้นการพัฒนากล้ามเนื้อทั้งมัดเล็กมัดใหญ่&nbsp;</strong><br>ครูกาญจนา คงแสง โดยเฉพาะด้านการทรงตัว ผ่านการละเล่นดังนี้</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">เก้าอี้ดนตรี</li>



<li style="font-size:16px">มอญซ่อนผ้า</li>



<li style="font-size:16px">ปีนเครื่องเล่นบันไดโค้ง</li>



<li style="font-size:16px">เดินซิกแซก</li>



<li style="font-size:16px">กระโดดกระต่ายขาเดียว</li>



<li style="font-size:16px">เดินถอยหลังโดยไม่ต้องกางมือ</li>
</ul>



<p><strong>ป.1: เน้นฐานกายเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือ</strong><br>ครูสุมาลี จำนงค์ฤทธิ์ ประจำชั้น ป.1 ออกแบบกิจกรรมง่ายๆ แต่สนุกและทำได้สม่ำเสมอ ได้แก่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">กรรไกรตัดกระดาษ โดยให้ตัดเป็นรูปง่ายๆ จนต่อมาขยับเป็นรูปที่ซับซ้อนขึ้น</li>



<li style="font-size:16px">ยางยืดหยุ่น นำหนังยางมาประยุกต์ทำได้ง่ายๆ ฝึกให้เด็กได้ใช้นิ้วและมือ กิจกรรมแทรกอยู่ก่อนเข้าวิชาเรียน ระหว่างพักเที่ยง และยามว่างต่างๆ&nbsp;</li>
</ul>



<p><strong>ป.2: เน้นแพ็กคู่ ทั้งเพิ่มสมาธิและสร้างความแข็งแรง</strong><br>ครูวรรณิตา ทองเติม ครูศิริพร ยอสิน ประจำชั้น ป.2 ออกแบบกิจกรรมเพื่อต้องการเพิ่มสมาธิ เสริมความแข็งแรง ขณะเดียวกันก็ช่วยให้เด็กได้ฝึกคิดวิเคราะห์และวางแผนไปในตัว ได้แก่</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">วางเหรียญ เพิ่มสมาธิ ช่วยให้เด็กจดจ่อกับเหรียญ ฝึกคิดและวางแผนโดยหาวิธีวางเหรียญไม่ให้ล้มและวางได้นาน โดยการวางเหรียญนี้จะแทรกในกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ทุกวันอังคาร</li>



<li style="font-size:16px">กระโดดข้ามรั้ว เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ทั้งยังได้ฝึกวิธีวางแผน ว่าจะกระโดดอย่างไร ใช้ความเร็วแบบไหน เพื่อไม่ใช้โดนรั้วและไม่ให้รั้วล้ม ทั้งยังต้องกระโดดได้เร็วอีกด้วย</li>
</ul>



<p><strong>ป.3: เสริมพัฒนาการทางกายและทางจิตใจเด็ก ผ่านปมเชือก</strong><br>ครูเชาวลี ทองสุข&nbsp; ประจำชั้น ป.3 เลือกกิจกรรมที่ซับซ้อนขึ้น เพื่อท้าทายเด็กโต ขณะเดียวกันก็เน้นพัฒนาการทางกายและทางจิตใจแก่เด็กไปพร้อมกัน ผ่านกิจกรรมและแนวคิดเหล่านี้</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">แก้ปมเชือก เป็นกิจกรรมง่ายๆ แต่นอกจากช่วยพัฒนาฐานกายแล้วยังช่วยพัฒนาความคิด เด็กต้องวางแผนว่าจะแก้ปมเชือกอย่างไร ปมเชือกที่แต่ละคนได้รับจะแตกต่างกัน จึงไม่สามารถลอกเลียนกันได้</li>



<li style="font-size:16px">เชื่อมโยงกับพัฒนาการจิตใจ การแก้ปมเชือก เป็นความท้าทายต่อเด็ก เราจะเห็นการจัดการภาวะอารมณ์ของเขา เด็กบางคนเมื่อเจอปมปัญหาที่ซับซ้อน เขาจะมือสั่น ร่างกายสะท้อนอารมณ์ ซึ่งครูสามารถช่วยเสริมทักษะตรงนี้ให้เขาได้</li>
</ul>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ed14f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/4-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ผลลัพธ์</strong></h3>



<p>ตลอดปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดพังยอมได้แทรกกิจกรรมฐานกายให้เด็กได้เรียนรู้ ควบคู่ไปกับการดูแลด้านวิชาการและด้านจิตใจ โดยเปิดกว้างให้ครูแต่ละชั้นเรียนเลือกกิจกรรมได้ตามความเหมาะสม เพราะเข้าใจว่าครูที่ใกล้ชิดเด็ก ย่อมเข้าใจเด็กมากที่สุด&nbsp;ผลลัพธ์ของความเปลี่ยนแปลง ได้ออกดอกผลดังนี้</p>



<p><strong>เด็กเล็กทรงตัวได้ตามวัย</strong></p>



<p>เมื่อเปิดเทอมใหม่ๆ เด็กอนุบาลจำนวนไม่น้อยทรงตัวตามวัยไม่ได้ เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดใหญ่ไม่แข็งแรง แต่เมื่อเสริมกิจกรรมที่เหมาะสมเข้าไป เด็กอนุบาลโรงเรียนวัดพังยอมสามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ดีขึ้น กระโดดขาเดียวได้ วิ่งซิกแซกได้ เดินถอยหลังโดยมือแนบลำตัวได้ เป็นต้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้เด็กอนุบาลยังจับอารมณ์ตนเอง และสื่อสารบอกครูได้ เช่น เด็กวิ่งอยู่แล้วเขารู้สึกกลัว ครูถามว่าทำไมเขากลัว เด็กตอบว่า “คุณครูคะ ถุงเท้ามันลื่น” สะท้อนว่า ในระหว่างเล่นหรือวิ่ง เด็กรู้สึกตัวได้ ทำให้เขาเพิ่มความระมัดระวังในการเล่นได้ ซึ่งนี่เป็นอีกทักษะที่เขาพัฒนาขึ้นนอกเหนือจากการทรงตัวได้ดี</p>



<p><strong>เด็กโตเรียนรู้ได้ดีขึ้น</strong></p>



<p>การที่กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ส่งผลให้เด็กเมื่อยล้าเวลาเขียนตัวอักษร หรือเหนื่อยเวลาต้องนั่งเรียนนานๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว อาจทำให้เด็กหมดกำลังใจที่จะเรียนรู้ต่อไป แต่เมื่อครูชั้น ป.1-ป.3 โรงเรียนวัดพังยอม ได้แทรกกิจกรรมฐานกาย พร้อมไปกับดูแลด้านวิชาการและใส่ใจจิตใจเด็กมากขึ้น ผลลัพธ์คือ เด็กเขียนอ่านได้ดีขึ้น รู้ทันอารมณ์ตนเอง กระตือรือร้นอยากเรียนรู้ และสนุกกับการมาโรงเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3a593"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/5-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กรณีศึกษา</strong></h3>



<p><strong>เกิดนักกีฬาหน้าใหม่จากการที่ครูเปิดโอกาสให้ฝึกฐานกาย</strong></p>



<p>“ในชั้นเรียน ป.2 ครูจะแทรกกิจกรรมกระโดดข้ามรั้วมาให้นักเรียนฝึก เพื่อพัฒนาความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งการกระโดดรั้วนี้ ยังส่งผลให้เด็กมีวินัยในการฝึก รู้จักวางแผนการวิ่งและการกระโดด เพราะต้องกระโดดให้เร็วและไม่ทำรั้วล้ม ซึ่งพอเด็ก ป.2 ทำกิจกรรมนี้ ร่างกายแกนกลางเขาก็แข็งแรงขึ้น ที่สำคัญมีเด็กคนหนึ่งที่ฝึกไปเรื่อยๆ จนทำสถิติการกระโดดและความเร็วได้ดีขึ้นมาก จนเขาผ่านคัดเลือกเป็นนักกีฬาโรงเรียนได้ ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เขาได้เป็นนักกีฬา คือเขามีวินัย ฝึกซ้อมสม่ำเสมอนั่นเอง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความภาคภูมิใจของครู</strong></h3>



<p>“แน่นอนว่าช่วงที่เด็กต้องเรียนออนไลน์ในสถานการณ์การระบาดโควิด สิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อเขาโดยตรง ทำให้เขาเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย พอเขากลับสู่ชั้นเรียน ครูก็ต้องผจญความท้าทายนี้ร่วมกับเด็ก ซึ่งในฐานะครู พอเราได้รับโอกาสให้ลองใช้วิธีการหลากหลายมาเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการของเด็ก พอเขาทำได้ดีขึ้น มีพัฒนาการด้านการเรียนการเขียนการอ่านดีขึ้นมาก ความรู้สึกของครูย่อมเป็นความดีใจและภูมิใจในตัวเด็ก” ครูวรรณิตา ทองเติม ตัวแทนครูโรงเรียนวัดพังยอม สะท้อนความรู้สึกให้ทราบ</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb11b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/3-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ก้าวต่อไป</strong></h3>



<p>“โรงเรียนวัดพังยอมได้วางแผนและดำเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา 3 ข้อดังนี้</p>



<p>1.โรงเรียนจะพูดเสมอว่า คุณครูอย่าหยุดพัฒนาตนเอง หากมีองค์ความรู้ใหม่ๆ ทางด้านการศึกษา โรงเรียนจะส่งเสริมให้ครูทุกคนได้รับการพัฒนา เพราะเมื่อครูพัฒนาและมีทักษะเพิ่มแล้ว ครูสามารถเลือกได้ว่าจะนำความรู้และกิจกรรมแบบไหนมาใช้กับเด็ก&nbsp;</p>



<p>2.โรงเรียนกำลังมุ่งเน้นในเรื่องของจิตใจเด็ก โดยเน้นกิจกรรมจิตตปัญญา ซึ่งครูสามารถเลือกกิจกรรมจิตตปัญญาไปพัฒนาเด็กในแต่ละชั้นเรียนที่ครูดูแลได้ โดยสามารถแทรกเข้าไปในช่วงเช้า พักกลางวัน หรือในรายวิชาสอน</p>



<p>3.กระบวนการสอน จากที่โรงเรียนวัดพังยอมได้เรียนรู้กับทีมโค้ช ม.อ. เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ในองค์ความรู้ด้านกระบวนการวิทย์ ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาทักษะคิดวิเคราะห์ เมื่อครูได้รับองค์ความรู้ ครูจะนำกระบวนการวิทย์นี้ไปต่อยอดกับเด็กต่อไป</p>



<p>นี่คือเป้าหมายและแผนการที่ได้ดำเนินไปแล้ว และยังคงทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาคุณภาพการจัดการศึกษาให้เกิดประโยชน์แก่เด็กนักเรียนสูงสุด” ครูเชาวลี ทองสุข ฝ่ายวิชาการโรงเรียนวัดพังยอม บอกเล่าปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-learning-recover-230624/">โรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช เสริมความแกร่งด้านฐานกาย ใจ และวิชาการ เพื่อฟื้นฟูภาวะเรียนรู้ถดถอย และสร้างให้เด็กพัฒนาอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘หัวใจสามดวง’ นิยามขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ของโรงเรียนพังยอม จ.นครศรีธรรมราช</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-071223-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Dec 2023 06:12:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก]]></category>
		<category><![CDATA[เชาวลี ทองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดพังยอม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75045</guid>

					<description><![CDATA[<p>แนวคิด ‘การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก หรือ Active Learnin [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071223-2/">‘หัวใจสามดวง’ นิยามขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ของโรงเรียนพังยอม จ.นครศรีธรรมราช</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แนวคิด <strong>‘การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก หรือ Active Learning’ </strong>แม้จะมีมายาวนาน และมีนโยบายส่งเสริมให้โรงเรียนนำมาใช้จัดการเรียนการสอนมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ายังมีคุณครูจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าใจถึงความหมายของคำว่า ‘เชิงรุก’ คลาดเคลื่อน </p>



<p>“เดิมทีเราคิดว่าการที่เด็กได้ลงมือทำด้วยตนเอง ไม่ว่าจะพูดเอง ทำแบบฝึกหัดเอง เขียนเอง นั่นคือการเรียนรู้แบบเชิงรุกแล้ว” <strong>ครูเชาวลี ทองสุข หัวหน้าวิชาการ โรงเรียนวัดพังยอม จังหวัดนครศรีธรรมราช </strong>เริ่มต้นสะท้อนถึงมุมมองที่มีต่อความหมายของการเรียนรู้เชิงรุก ในงานสัมมนา <strong>‘การขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก’</strong> ภายใต้งานปลุกพลัง เปลี่ยนการศึกษา เพื่อเด็กทุกคน ในมหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โรงเรียนพัฒนาตนเองระดับพื้นที่ ครั้งที่ 4&nbsp; ณ ห้องประชุมโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช</p>



<p>ครูเชาวลี เล่าว่า หลังจากเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (Teacher and School Quality Program: TSQP) และได้เรียนรู้กับโค้ชจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้ความเข้าใจต่อคำว่า <strong>‘เชิงรุก’</strong> เปลี่ยนไปกลายเป็นนิยามใหม่ <strong>‘หัวใจ 3 ดวง’</strong></p>



<p>“พอได้รับความรู้จากโค้ชทำให้รู้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจเป็นแค่ส่วนเดียว ไม่ใช่ทั้งหมด ทุกวันนี้เรามองว่ากระบวนการเรียนรู้เชิงรุกประกอบด้วยหัวใจ 3 ดวง หัวใจดวงแรกคือเด็กต้องได้ใช้ประสบการณ์เดิม และฐานความรู้เดิม<em> </em>หัวใจดวงที่สองคือเด็กได้คิดและลงมือทำด้วยตนเอง มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันระหว่างนักเรียนหรือครูผู้สอน<em> </em>และหัวใจดวงสุดท้ายคือเด็กสามารถค้นพบองค์ความรู้ใหม่ และเชื่อมโยงกับความรู้เดิมได้ ซึ่งหัวใจทั้งสามดวงนี้ต้องทำภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้ที่เด็กเป็นเจ้าของการเรียนรู้”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เลือก ‘ห้องเรียนนำร่อง’ ออกแบบการเรียนเชิงรุกร่วมกัน</strong></h2>



<p>สำหรับจุดเริ่มต้นของการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนวัดพังยอม ครูเชาวลี<strong> </strong>เล่าว่า หลังจากที่ผู้อำนวยการ ครูวิชาการ และครูทุกท่านมีองค์ความรู้และความเข้าใจต่อการเรียนรู้เชิงรุกในทิศทางเดียวกันแล้ว ก็เริ่มมองหาว่าห้องเรียนแบบไหนที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้แบบนี้&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นครูเริ่มมองกันแล้วว่าเป็นห้องฉันหรือห้องเธอดี ซึ่งเราในฐานะครูวิชาการต้องสามารถเป็นผู้นำ หรือเป็นตัวอย่างให้แก่ครูในโรงเรียนได้ ก็เลยเลือกห้องเรียนของตัวเองเป็นห้องเรียนนำร่อง จากนั้นก็มีการออกแบบแผนจัดการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกัน ใช้กระบวนการ PLC มีผู้อำนวยการ ครูวิชาการ และครูในโรงเรียนทุกคนมาช่วยกันวิเคราะห์แผนจัดการเรียนรู้ แล้วก็เริ่มทดลองสอนในชั้นเรียน มีการสังเกตชั้นเรียน โดยครูวิชาการทำหน้าที่เป็น Model teacher ก่อนเลย ให้เพื่อนครูในชั้นเรียนร่วมกันสังเกตวิธีการจัดการชั้นเรียนรู้ วิธีการเรียนของเด็ก เสร็จแล้วก็มาสะท้อนผลการเรียนรู้ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง โดยกระบวนการทำงาน เราเริ่มจากระดับชั้นประถมต้น ขยับสู่ชั้นอนุบาล และขยายผลสู่ประถมปลาย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b6f7f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/Photo2-TSQP-9-ครูเชาวลี-ทองสุข-โรงเรียนวัดพังยอม-จ.นครศรีธรรมราช-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ กลยุทธ์ฟันฝ่าอุปสรรค</strong></h2>



<p>“ทุกการทำงานย่อมมีอุปสรรค” ครูเชาวลีเล่าว่า โรงเรียนวัดพังยอมต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไม่ต่างจากโรงเรียนอื่นๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราเจอปัญหาอุปสรรค แต่เรามองว่าปัญหาที่เข้ามาเป็นสิ่งที่ท้าทาย&nbsp; และจะทำอย่างไรกับปัญหานั้น เช่น ครูทุกคนไม่ได้พร้อมจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุกได้ ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรที่ให้นักเรียนทุกชั้นเรียนสามารถเรียนรู้แบบเชิงรุกได้ เราก็ใช้วิธี ‘เพื่อนช่วยเพื่อนครู’ คือเป็นบัดดี้กัน อาจจะมีชั้นเรียนหนึ่งที่ครูยังไม่พร้อม เราก็ส่งครูที่มีความพร้อมไปเป็นบัดดี้ ทำแบบนี้เป็นคู่ๆ ในทุกระดับชั้น ก็จะทำให้การจัดการเชิงรุกของโรงเรียนสามารถดำเนินต่อไปได้”&nbsp;</p>



<p>ผลของการใช้เทคนิค ‘จับคู่ครูบัดดี้’ ปรากฏว่าได้ผลดีอย่างมากต่อ ‘การหล่อเลี้ยงใจครู’ ทำให้ครูที่คิดว่าไม่พร้อม สามารถขยับขึ้นมายืนสอนด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เมื่อเราจัดคู่บัดดี้ให้แล้ว ครูไม่ได้ออกจากห้องเรียนนะ ครูยังอยู่ในห้องเรียน สะท้อนผล ยังช่วยสังเกตชั้นเรียน คือทำทุกอย่าง เหมือนคุณครูที่เป็น Model teacher ทำ คือทำเป็นระบบ ทำอย่างต่อเนื่อง เลยทำให้ครูมีความสุข และมีความมั่นใจขึ้น ซึ่งความมั่นใจต้องค่อยๆ เพิ่มไปทีละนิด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เปิดรับทุก ‘นวัตกรรม’ เพิ่มสมรรถนะนักเรียน</strong></h2>



<p>โรงเรียนวัดพังยอมเข้าร่วมโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองตั้งแต่ปี 2563 มีการนำกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และนวัตกรรมต่างๆ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์มาใช้ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 4 ปี</p>



<p>ครูเชาวลีเล่าว่า ปีแรกที่เข้าร่วมโครงการฯนำนวัตกรรมของทาง มอ. ลงไปใช้กับนักเรียน เช่น กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ใช้สอนเด็กอนุบาล-ป.3 ส่วนเด็ก ป.4-6 ใช้กระบวนการโครงงานฐานวิจัย พอปีที่ 2 คือปี 2564 มีการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ต้องปิดโรงเรียน ช่วงแรกจัดการศึกษาแบบ on-hand คือให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด แล้วครูก็ไปรับมาตรวจ แต่เราพบปัญหาว่าเด็กไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ ก็ต้องกลับมาคุยกันระหว่างผู้บริหารและคุณครูว่าทำอย่างไรให้สิ่งที่เราทำดีมาตลอดยังคงสภาพเดิมได้&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นตัดสินใจลองสอนตามเดิม ไม่ได้คาดหวังว่าต้องประสบความสำเร็จ แต่ถ้าไม่ลงมือทำ ก็ไม่รู้ว่าผลที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร ครูใช้วิธีสอนโครงงานแบบออนไลน์ แล้วก็บูรณาการไปกับวิชาอื่นๆ โดยครูสอนภาษาอังกฤษ ก็บูรณาการโครงงานกับภาษาอังกฤษ และวิชาอื่นบ้าง ซึ่งปรากฏว่าเด็กทำได้ ทดลองได้ ตั้งสมมติฐานได้ ถ้าปีต่อไปต้องมีเรียนออนไลน์อีก โรงเรียนตอบได้เลยว่าพร้อม เพราะทำแล้วเด็กได้ผล”</p>



<p>ส่วนในปีที่ 3 โรงเรียนพังยอมเริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนแบบปกติ จึงเริ่มนำนวัตกรรม <strong>‘กระบวนการจิตปัญญา’</strong> มาปรับใช้ในทุกรายวิชา โดยตั้งเป้าให้เด็กทำเป็นวิถีชีวิต เพราะกระบวนการจิตปัญญาช่วยให้เด็กมีความพร้อมในห้องเรียน และมีความเข้าใจในความรู้สึกของตัวเอง ต่อมาในปีที่ 4 ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้เพิ่มความรู้เรื่อง <strong>‘ฐานกาย’</strong> เพื่อเตรียมสภาพร่างกายเด็กให้มีความพร้อมต่อการเรียนรู้</p>



<p>“‘ตัวอย่างกิจกรรมฐานกาย เช่น การแจกเครื่องวัดแรงบีบเพื่อวัดค่าแรงบีบมือ เพราะถ้าเรารู้ว่าแรงบีบมือของเด็กๆ คนไหนทำได้น้อย จะสามารถหากิจกรรมที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือของเด็กเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการ เช่น การเขียนหนังสือ หยิบจับของต่างๆ ของเด็กให้ดีขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-644c25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/Photo1-TSQP-9-ครูเชาวลี-ทองสุข-โรงเรียนวัดพังยอม-จ.นครศรีธรรมราช-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เด็กมีความสุข’ ‘ครูเปิดรับปรับการสอน</strong></h2>



<p>สำหรับผลลัพธ์หลังจากโรงเรียนวัดพังยอมร่วมโครงการ TSQP มาเป็นเวลาเกือบ 4 ปีนั้น พบว่า เด็กๆ มีทักษะการคิด ความกล้าแสดงออก รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน&nbsp;</p>



<p>ครูเชาวลี เล่าว่า แต่ก่อนโรงเรียนไม่เคยให้เด็กแสดงออกเรื่องความคิด เรามองว่าสอนแล้ว เด็กทำข้อสอบได้คือจบ แต่พอได้จัดการเรียนการสอนเชิงรุก สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กกล้าแสดงออกทุกคน ยื่นไมค์ไป เด็กแย่งกันตอบ แย่งกันถาม นี่คือความภาคภูมิใจของคนเป็นครู เพราะเราทำมา 4 ปี เราประสบความสำเร็จด้วยน้ำมือของเราเอง เด็กตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6 พัฒนาขึ้นแบบนี้ทุกคน สามารถแสดงออก แสดงความคิด ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ เด็กก็แย่งกันเปิดไมค์ตอบคำถามครู</p>



<p><strong>“</strong>นอกจากนี้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดพังยอมก็สูงขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 ปี ทำให้ปีนี้โรงเรียนได้รับรางวัล IQA AWARD ระดับยอดเยี่ยม หากแต่ว่าสิ่งที่เหนือไปกว่ารางวัลและยืนยันได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของเด็ก คือเราพบว่าเด็กมาโรงเรียนเพิ่มขึ้น นักเรียนอยากมาโรงเรียนมากขึ้น และเรียนอย่างมีความสุข นี่คือความสำเร็จที่เราได้รับและสัมผัสได้ทุกวัน”</p>



<p>ขณะเดียวกันคุณครูผู้สอนเองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ ‘การเปิดใจและเปิดรับ’ นำการเรียนการสอนเชิงรุกมาปรับใช้ในชั้นเรียนมากขึ้น</p>



<p>“แต่ก่อนเราคิดว่าเก่งแล้ว มีความรู้แล้ว เรียนมาตั้ง 5 ปี สามารถสอนเด็กให้เป็นคนดีมีความรู้ได้แน่นอน แต่ว่าความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคือการศึกษาไม่เคยหยุดนิ่ง มีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ได้เรียนรู้อยู่เสมอ ฉะนั้นสิ่งที่ครูโรงเรียนวัดพังยอมเปลี่ยนไปคือ <strong>ทัศนคติ มุมมองต่อการศึกษา วิธีการจัดการเรียนการสอน</strong> คือไม่ปิดกั้นตัวเอง ไม่ปิดใจว่าสิ่งที่ฉันสอนนั้นดีอยู่แล้ว แต่เราจะเปิดรับสิ่งใหม่ เอาไปทดลองใช้กับเด็กดูว่าถ้าใช้แล้ว ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร เพราะถ้าไม่ดีก็แค่เสมอตัว แต่ถ้าดีขึ้นมา ผลที่ได้คือเด็กของเราพัฒนาขึ้น นั่นคือความเปลี่ยนแปลงของครูในโรงเรียนเราทุกคน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9da90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/Banner-TSQP-9-ครูเชาวลี-ทองสุข-โรงเรียนวัดพังยอม-จ.นครศรีธรรมราช-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อถามทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ยากที่สุด ในฐานะหัวหน้าวิชาการที่ต้อง ขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงรุก ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ครูเชาวลีบอกว่า ‘การเปิดใจครูให้รับสิ่งใหม่’ ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผ่านความท้าทายนี้มาได้คือ ‘ความสามัคคี’&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่ยากที่สุด คือทำอย่างไรให้ครูทั้งโรงเรียนพร้อมขับเคลื่อนไปกับผู้บริหารและครูวิชาการ ทำอย่างไรให้ครูเปิดใจอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ เป็นความท้าทาย แต่โชคดีด้วยสภาพบริบทของโรงเรียนวัดพังยอมที่เราอาศัยความร่วมมือกันมาตลอดไม่ว่างานอะไร ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีความรู้มาก่อน ครูก็จะไม่ทอดทิ้งครูวิชาการ ครูวิชาการไม่ทิ้งครูผู้สอน เราจะจับมือกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน แก้ปัญหาไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นความสามัคคีเป็นหัวใจหลักที่ช่วยให้โรงเรียนวัดพังยอมขับเคลื่อนการเรียนรู้เชิงลึกมาได้สำเร็จจนวันนี้” ครูเชาวลี กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-071223-2/">‘หัวใจสามดวง’ นิยามขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) ของโรงเรียนพังยอม จ.นครศรีธรรมราช</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไข่ตุ๋น” เปลี่ยนเมนูพื้นฐานประจำบ้าน สู่เครื่องมือการเรียนรู้ทรงพลัง ​ช่วง “ล็อกดาวน์” ​</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-stew-egg-in-the-lock-down-moment/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Aug 2021 06:33:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ล็อกดาวน์]]></category>
		<category><![CDATA[ไข่ตุ๋น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดพังยอม]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพัชร เพชรประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44867</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเรียนการสอนแบบ “ออนไลน์” ​ที่เต็ม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-stew-egg-in-the-lock-down-moment/">“ไข่ตุ๋น” เปลี่ยนเมนูพื้นฐานประจำบ้าน สู่เครื่องมือการเรียนรู้ทรงพลัง ​ช่วง “ล็อกดาวน์” ​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเรียนการสอนแบบ “ออนไลน์” ​ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดมากมาย ไหนจะต้องหาวิธีให้จูงใจเด็ก ๆ มีสมาธิสนใจอยู่ที่หน้าจอช่วงที่ครูกำลังสอน​ ไหนจะต้องปรับเนื้อหาและรูปแบบให้เหมาะสมกับการเรียนนอกห้องเรียน รวมไปถึงการออกแบบการบ้าน ใบงานที่เหมาะสมเสริมกับการเรียนรู้ในช่วงที่เด็กต้องอยู่บ้าน&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญ ยิ่งเรียนออนไลน์ด้วยรูปแบบเดิม ๆ นานเท่าไหร่ เด็ก ๆ จะเริ่มกระตือรือร้นน้อยลง ประเด็นนี้ทำให้คุณครูและผู้บริหารโรงเรียนวัดพังยอม อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช หันมามาระดมสมองและปรับแผนการเรียนการสอน จนได้แนวทางที่ผลลัพธ์ออกมาเป็นที่น่าพอใจ ดังจะเห็นจากที่เด็ก ๆ กลับมาสนุกกับการเรียนรู้อีกคร้ัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-741fbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เรียนรู้จากไข่ตุ๋น-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้วยเคล็ดลับสำคัญคือการหยิบเอาเมนูยอดฮิตทีทำจาก “ไข่” มาเป็นสื่อการสอน ที่รวมเนื้อหาและตัวชี้วัดของแต่ละวิชาเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยรูปแบบที่เด็กไม่ต้องทำงานเยอะชิ้น แต่ได้เนื้อหาสาระครบถ้วน</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-247a090f gb-headline-text">สร้างความสนุกให้บทเรียนออนไลน์<br>บูรณาการ สาระ &#8211; ตัวชี้วัดแต่ละวิชาเข้าด้วยกัน</h2>



<p>ณัฐพัชร เพชรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพังยอม เล่าให้ฟังว่า เดิมทางโรงเรียนจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ พร้อมกับนำใบงานให้นักเรียน​ไปทำที่บ้าน และมีคู่มือสำหรับผู้ปกครองในการช่วยดูแลบุตรหลาน โดยจัดตารางสอนช่วงเช้าถึง 11.30 น. ครูจะมาคุยกับนักเรียนผ่านระบบออนไลน์ ส่วนตอนบ่ายจะเป็นช่วงวิชาทักษะชีวิตที่แล้วแต่ว่าจะกำหนดให้ทำอะไร ในขณะที่เด็กประมาณ 28 คน ที่ไม่มีอุปกรณ์สามารถเรียนออนไลน์ได้ ก็จะใช้วิธีให้มารับใบงานไปทำในแต่ละสัปดาห์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-348e8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เรียนรู้จากไข่ตุ๋น-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“แต่ปัญหาคือ เด็กเรียนออนไลน์ทุกวัน ถ้าครูสั่งงานพร้อมกันทุกวิชา​ เด็กก็ทำไม่ได้ทั้งหมด และจากที่สอนออนไลน์มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน เด็ก ๆ เริ่มมีอาการเบื่อ ครูจึงมา PLC คิดกันว่าจะออกแบบการสอนแบบบูรณาการกันอย่างไรดี จนครูเสนอเรื่องไข่ขึ้นมาเป็นตั้ง เพราะเป็นของที่มีอยู่ทุกบ้าน จากนั้นก็มาแยกว่าแต่ละชั้นจะทำอะไร เช่น เรียนรู้จากไข่ต้ม ไข่เจียว ไข่ตุ๋น แล้วบูรณาการเนื้อหาแต่ละสาระวิชาและตัวชี้วัดที่จะผสมผสานของแต่ละวิชาเข้าไว้ด้วยกัน เรียนเสร็จก็จะมีการสอบประเมินตัวชี้วัดว่าเด็กได้เรียนรู้ตามที่วางไว้หรือไม่”&nbsp;</p>



<p>อีกปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จคือ ความร่วมมือจากผู้ปกครอง ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยสนับสนุนการเรียนของเด็ก ๆ ให้เกิดขึ้นในช่วงที่อยู่บ้าน ดังจะเห็นว่าผู้ปกครองหลายคนให้การสนับสนุน ทั้งช่วยอธิบาย ช่วยสอน ถ่ายคลิปส่งคุณครู เกิดการประสานสร้างความร่วมมือผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ช่วยให้การเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-3caf2c8c gb-headline-text">การเรียนรู้เกิดขึ้นได้แม้จะช่วงโควิด-19<br>หากมีรูปแบบการเรียนการสอนที่ดี</h2>



<p>ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนชั้น ป.6 จะเรียนรู้เรื่อง “ไข่ตุ๋น” เริ่มจากภาษาอังกฤษ ที่เด็กจะได้รู้จักคำศัพท์ และการเขียนอธิบายการทำไข่ตุ๋นเป็นข้อ ๆ ในรูปแบบภาษาอังกฤษ เชื่อมโยงกับวิชาคณิตศาสตร์ ที่เด็กจะได้รู้จักการคำนวณหาเส้นรอบวง และพื้นที่ของไข่แดง ไปจนถึงวิทยาศาสตร์ เรื่องความรู้เรื่องสารอาหาร ตลอดจนการได้ลงมือปฏิบัติทำไข่ตุ๋นของจริงว่ามีกระบวนการอย่างไร เจอปัญหาและต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างไรเพื่อให้ดีขึ้น รวมทั้งในส่วนของภาษาไทยที่เชื่อมโยงไปถึงเนื้อหาเรื่อง “ข้อเท็จจริง” และ “ข้อคิดเห็น”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-922719"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เรียนรู้จากไข่ตุ๋น-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็กคือ เด็กสนุก มีการพัฒนาที่ดีขึ้น เห็นได้จากใบงานที่เด็กเขียนส่งมาต่างจากการสอนแบบเก่า ซึ่งพอปรับการสอน เด็กก็มีรูปแบบความคิดที่หลากหลายขึ้น กล้าคิด กล้าแสดงออก รู้จักคิดวิเคราะห์ และมีความรับผิดชอบมากขึ้น ดังนั้นสะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้โควิด-19 จะเป็นอุปสรรค แต่ถ้ามีรูปแบบการเรียนการสอนที่ดี ก็ยังสามารถทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ดีได้”​</p>



<p>ทั้งนี้ แม้อาจจะไม่สามารถเทียบเท่ากับการเรียนการสอนในห้องเรียน ซึ่งนักเรียนได้เรียนกับครูโดยตรง ได้ลงมือปฏิบัติทดลอง แต่ช่วงเวลาที่เด็กจะต้องอยู่กับบ้าน การจะไปหาอุปกรณ์เครื่องมือทดลองที่มีเหมือนในโรงเรียนคงเป็นไปได้ สิ่งที่พอจะหาได้ก็คือสิ่งที่มีอยู่ในแต่ละบ้านหรือในชุมชน และหยิบมาเป็นเครื่องมือสำหรับสร้างการเรียนรู้</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันคุณครูได้เริ่มวางแผนกันแล้วว่า หากเรียนเรื่องไข่เสร็จแล้ว จะเปลี่ยนไปสร้างการเรียนรู้จาก “มะพร้าว” ซึ่งหาได้ง่ายในชุมชน เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน สามารถทำอาหาร ทำขนม และประกอบอาชีพได้กว้างขวาง​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ee09"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เรียนรู้จากไข่ตุ๋น-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-99d1b144 gb-headline-text">แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่าย TSQP<br>เติมเต็มประสบการณ์ระหว่างโรงเรียน</h2>



<p>โรงเรียนวัดพังพยอมเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการพัฒนาการเรียนการสอน&nbsp;</p>



<p>ผอ.โรงเรียนวัดพังพยอมระบุว่า รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น เป็นสิ่งที่คุณครูในโรงเรียนช่วยกันคิด โดยรวบรวมปัญหา วิเคราะห์เพื่อออกแบบการเรียนรู้ บูรณาการทุกกลุ่มสาระวิชา นำความรู้และทักษะชีวิต กิจวัตรประจำวันของนักเรียนมาสร้างให้เกิดกการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-23e689"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/เรียนรู้จากไข่ตุ๋น-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ช่วงที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้จัดประชุมกันระหว่างครูและผู้บริหารโรงเรียนในโครงการ TSQP เพื่อให้แต่ละโรงเรียนได้สะท้อนแนวทางการจัดการเรียนการสอนในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และสามารถนำไปเป็นแนวทาง หรือประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนตัวเองได้&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดเป็นความพยายามที่จะช่วยกันออกแบบการจัดการเรียนรู้ในช่วงสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทายรอบด้านเพื่อให้นักเรียนสามารถสร้างการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดในข้อจำกัดที่เป็นอยู่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-stew-egg-in-the-lock-down-moment/">“ไข่ตุ๋น” เปลี่ยนเมนูพื้นฐานประจำบ้าน สู่เครื่องมือการเรียนรู้ทรงพลัง ​ช่วง “ล็อกดาวน์” ​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
