<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนล่องแพวิทยา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 17 Jun 2021 11:28:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนล่องแพวิทยา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Jun 2021 07:38:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยนกกก]]></category>
		<category><![CDATA[เฉลียว เถื่อนเภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41483</guid>

					<description><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ด้วยสภาพแวดล้อมทางการศึกษาที่แตกต่าง ทั้งเงื่อนไขด้านสถานที่ตั้ง และความพร้อมของนักเรียนในพื้นที่ บทบาทของครูที่พยายามจัดการเรียนรู้ของนักเรียนให้สัมฤทธิ์ผลที่สุด ยังทุ่มเทดำเนินอยู่เสมอ เพราะตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษา โดยเฉพาะช่วงภาวะโควิด-19 ที่ครู- ผู้ใกล้ชิดและเข้าใจสภาวะความเป็นจริงมากที่สุดต้องเผชิญความท้าทายอีกครั้ง เรามาดูกันว่า “ครู” ของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไรช่วงโควิด-19 จนได้ชื่อว่าประสบผลสำเร็จอย่างยิ่ง</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d41043d8 gb-headline-text">1. ครูเคลื่อนที่</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-1d3c1438 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านห้วยนกกก<br>จังหวัดตาก</h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-65e38c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูเคลื่อนที่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>จากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ที่มีแนวโน้มเลื่อนวันเปิดภาคเรียนอย่างไม่มีกำหนด โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลแม้จะไม่น่าห่วงเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ก็ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ เนื่องจากต้องปิดการเข้าออกตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด</p>



<p>ถึงกระนั้นทางโรงเรียนจัดการศึกษาตามนโยบายในช่วงโควิด-19 แต่ก็ไม่ได้ผลดี ด้วยสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ครูโรงเรียนจึงได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัด<strong>ครูเคลื่อนที่สอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ “พี่ครู” ทำหน้าที่สอนน้องในหมู่บ้าน</strong></p>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน</strong> กล่าวว่า “โรงเรียนบ้านห้วยนกกก” จังหวัดตาก เราไม่ยอมให้การเรียนรู้ของเด็กต้องสะดุด จึงใช้แนวคิดการจัดการศึกษาแบบ ‘พี่สอนน้อง’ หรือเรียกระบบ ‘พี่ครู’ เพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาไทยให้กับน้องซึ่งเป็นชนเผ่ากะเหรี่ยงนั้นมีพื้นฐานที่แน่นขึ้น รุ่นพี่ชั้น ม.ต้น ในหมู่บ้านที่คัดเลือกแล้วว่ามีทักษะภาษาไทยดีมาช่วยปูพื้นฐานให้น้อง ขณะเดียวกันรุ่นพี่ก็ได้ประโยชน์ในการทบทวนวิชาความรู้ไปด้วย</p>



<p>พื้นที่โรงเรียนบ้านห้วยนกกก รองรับนักเรียนจากหลายหมู่บ้านของชุมชนชาวกะเหรี่ยง แต่ละหมู่บ้านมีนักเรียนชั้น ป.1 &#8211; ป.4 ราว 10 &#8211; 20 คน และมีรุ่นพี่มัธยมต้นด้วย ฉะนั้นพอเกิดสถานการณ์โควิด-19 ต้นปี 2563 เมื่อปิดการเข้าออก จึงใช้วิธีการให้ครูคัดเลือกรุ่นพี่มาเป็นตัวแทนสอนน้องช่วงที่โรงเรียนเปิดไม่ได้ “อย่างแรก เราคัดเลือกรุ่นพี่ที่มีพื้นฐานการเรียนดีและมีความสามารถในการถ่ายทอดก่อนแล้วค่อยประสานผู้นำชุมชนช่วยจัดการพารุ่นพี่เหล่านั้นออกมาพบครูที่หน้าหมู่บ้าน จากนั้นครูอบรมซักซ้อมรูปแบบการสอนให้กับรุ่นพี่จนเป็นที่พอใจ แล้วรุ่นพี่ค่อยนำความรู้ไปถ่ายทอดให้กับน้อง” นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าว</p>



<p></p>



<h4 class="gb-headline gb-headline-55e5ef7a gb-headline-text">“4 จ.” หัวใจขับเคลื่อนการเรียนการสอน</h4>



<p>พอผ่านการอบรมจากพ่อครูแม่ครูแล้ว พี่ครูก็เปิดห้องเรียนซึ่งแวดล้อมด้วยหมู่ไม้ สายลม และทิวเขา เริ่มต้นขึ้นด้วยกิจกรรมสนุกสนานก่อนนำเข้าสู่บทเรียน สร้างบรรยากาศสบาย เป็นกันเอง ก่อนถ่ายทอดวิชาความรู้ด้วยนวัตกรรม “4 จ.”</p>



<ul><li>จ.1 “จำจด” ให้น้องคัดคำลงสมุด</li><li>จ.2 “จำอ่าน” พี่ครูสอนน้องอ่านคำศัพท์</li><li>จ.3 “จำแจก” น้องฝึกแจกแจงลูกสะกดคำตามพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ตามลำดับ</li><li>จ.4 “จำเขียน” น้องเขียนตามคำบอก แต่งเรื่องราวจากคำที่กำหนดให้</li></ul>



<p>หลังผ่านขั้นตอน 4 จ. แล้ว จะมีการทดสอบนักเรียน ผู้ที่ไม่ผ่านจะย้อนกลับไปที่ จ.1 ใหม่ในวันถัดไปจนกว่าจะแก้ไขจุดอ่อน มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ที่เข้าใจแล้วก็ขยับสู่บทเรียนที่ยากขึ้น และที่สำคัญต้องเรียนรู้เพื่อนำไปใช้จริงได้</p>



<p>“จากสถานการณ์โควิด-19 จนถึงตอนนี้ เบื้องต้นระบบพี่ครูคือสิ่งที่เรานำมาใช้เพื่อไม่ให้การเรียนของเด็กต้องหยุดโดยสิ้นเชิง อย่างน้อยให้พี่ครูช่วยปูพื้นฐานน้องไว้ก่อน พอเปิดเรียนก็มาเน้นจุดที่ยังไม่เข้าใจ ค่อยตามให้ทันจุดประสงค์การเรียนรู้รายวิชาอีกครั้ง ไม่เพียงน้องชั้นประถมที่ได้เติมเต็มวิชาความรู้ ผลพลอยได้จากระบบการสอนแบบพี่ครูคือ พี่ ๆ ก็ได้ทบทวนบทเรียนไปด้วย ขณะเดียวกันผู้บริหารโรงเรียนและครูก็ช่วยกันหาวิธีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่เหมาะสมกับสถานการณ์มาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามประเมินผลรวมถึงมีรับส่งใบงานกันทุกสัปดาห์</p>



<p><strong>“เพราะถึงโรงเรียนจะยังเปิดไม่ได้ แต่ยังไงก็ตาม เด็กจะต้องไม่หยุดการเรียนรู้แม้แต่วันเดียว”</strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-c62433c7 gb-headline-text">2. ครูหลังม้า</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-2f3b94eb gb-headline-text">โรงเรียนล่องแพวิทยา<br>จังหวัดแม่ฮ่องสอน </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89376e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูหลังม้า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ประกอบกับคนในพื้นที่มีรายได้น้อย ทำให้เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ จึงเกิดโครงการครูหลังม้าขึ้น ซึ่งเป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอน โดยเปลี่ยนจากพาหนะม้าเป็นมอเตอร์ไซค์เพื่อบรรทุกสื่อการสอนแบบคละชั้นไปตามพื้นที่</p>



<p><strong>นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา</strong> อธิบายถึงครูหลังม้า ว่า “ครูเดินทางโดยมอเตอร์ไซค์เข้าไปกินนอนกับคนในชุมชน นำสื่อการสอนแบบฝึกการเรียนรู้ที่ไม่เหมือนกับแบบเรียนปกติไปด้วย เพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขา ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง จึงออกแบบเนื้อหาการเรียนรู้โดยเน้นเฉพาะวิชาสำคัญ เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ใช้สื่อการสอนที่จัดทำขึ้นมาเองเพื่อให้เหมาะกับสภาพของผู้เรียนแต่ละระดับชั้น</p>



<p>บางครั้งก็โหลดสื่อการสอนลงแฟลชไดรฟ์และใช้โน้ตบุ๊กของครูแทนจอทีวี ครูจะไปอยู่ตามหย่อมบ้านละ 1 สัปดาห์ พอครบกำหนดก็มีกลุ่มใหม่มาเปลี่ยนวน แต่ละหย่อมพื้นที่จนครบเนื้อหาที่เตรียมไว้”</p>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยากล่าวเพิ่มเติมว่า “<strong>สิ่งสำคัญสุดคือความมุ่งมั่นในการสร้างกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง</strong> จึงอยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อกเรื่องระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึงออกแบบการเรียนรู้ที่วัดผลที่แตกต่างออกไป เน้นวัดผลตามสภาพจริง ไม่ยึดตามตัวชี้วัด แต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ โดยดูจากสภาพจริง ดูชิ้นงาน ดูพัฒนาการของผู้เรียน</p>



<p>และพิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์ ซึ่งดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้านเพราะเรียนได้เต็มที่และใช้มาตรการควบคุมการระบาด หากพื้นที่ไหนไม่พร้อมก็ให้เรียนในรูปแบบอื่น รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมันสำหรับบุคลากรที่ลงพื้นที่</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-32f03b25 gb-headline-text">3. ครูอาสา</h3>



<h4 class="gb-headline gb-headline-420c95a5 gb-headline-text">โรงเรียนบ้านตะโกล่าง<br>จังหวัดราชบุรี  </h4>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a2905"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-ครูอาสา.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงเรียนบ้านตะโกล่าง ตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่ห่างไกลติดขอบชายแดน ทำให้การจัดการศึกษาในช่วงโควิดระบาดเป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<p>เมื่อมีความไม่พร้อมในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกและความห่างไกล ผู้บริหารโรงเรียน ครู และชุมชนท้องถิ่นจึงต้องผนึกกำลังกันแก้ปัญหาโดยใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เป็นแหล่งเรียนรู้ เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด</p>



<p>จากนั้นก็จัดอาสาสมัครด้านการศึกษา หรือครูอาสา ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา อีกทั้งครูอาสาที่เป็นศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่นมาช่วยสอนเด็กๆ ซึ่งมีค่าตอบแทนตามความเหมาะสม</p>



<p><strong>นายเฉลียว เถื่อนเภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตะโกล่าง จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า</strong> “จากเดิมเข้าใจกันว่าการศึกษาเป็นเรื่องของครูและโรงเรียน แต่เมื่อคนในชุมชนมาร่วมให้การศึกษากับเด็ก บางคนมาช่วยทำอาหารช่วยเลี้ยงเด็ก ช่วยคัดกรองวัดไข้ แจกหน้ากาก ทำให้คนในชุมชนได้มีโอกาสรู้จักกับเด็ก ๆ มากขึ้น เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด สร้างการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ช่วยเติมเต็มในจุดที่ครูไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง โดยมีการฝึกอบรมให้กับเหล่าอาสาสมัครก่อนจะออกปฏิบัติหน้าที่”</p>



<p>อาสาสมัครหรือครูพี่เลี้ยงจะคอยช่วยสอนการบ้าน ช่วยตรวจการบ้าน โดยมีการแจกใบงาน พร้อมทั้งมีกิจกรรมสันทนาการบ้างเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ภารกิจเหล่านี้ดำเนินไปด้วยดีเพราะเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของคนในชุมชนทุกภาคส่วน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-teachers-in-special-areas-how-to-adjust-in-the-covid-19/">“ครู” โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ปรับตัวอย่างไร ช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เฝ้าระวังกลุ่มนร.ยากจนเฉียบพลัน ให้การช่วยเหลือตรงจุดทันท่วงที</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-surveillance-poor-student/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-surveillance-poor-student</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 May 2021 09:05:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใสย์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านสว้า]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงราย]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่เกาะ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสตาร์ฟิช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41045</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลำพังแค่สถานการณ์ปกติเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล เขาสูง ทุรก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-surveillance-poor-student/">เฝ้าระวังกลุ่มนร.ยากจนเฉียบพลัน ให้การช่วยเหลือตรงจุดทันท่วงที</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลำพังแค่สถานการณ์ปกติเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล เขาสูง ทุรกันดาร ก็มีโอกาทางการศึกษาน้อยกว่าคนในเมืองอยู่แล้ว ยิ่งต้องเผชิญผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ยิ่งส่งผลรุนแรงกว่าเดิม ทั้ง “การเรียนรู้ถดถอย” ช่วงที่ต้องหยุดเรียนเวลานาน ขณะที่มาตรการสอนเสริมผ่านระบบออนไลน์ หรือ DLTV ก็ยังมีข้อจำกัด ยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มมากขึ้น</p>



<p>ที่สำคัญผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้ปกครองหลายคนต้องตกงาน ถูกเลิกจ้าง ​ซ้ำเติมปัญหา​ค่าใช้จ่ายในครอบครัว ครอบครัว&nbsp; สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เด็กที่มีฐานะยากลำบากอยู่แล้วต้องหลุดจากระบบการศึกษาในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความเปราะบางเช่นนี้ จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนช่วยเหลือให้พวกเขาฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-9ac5896a gb-headline-text">เฝ้าระวังกลุ่มนร.ยากจนเฉียบพลัน<br>ให้การช่วยเหลือตรงตามความต้องการ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7af6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/รร.ห่างไกล-ทุรกันดาร-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสั​นติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย และ ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> ประเมินว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ล้วนแต่ไปซ้ำเติมปัญหาที่มีอยู่เดิม เช่น การไม่ได้ทานอาหารเช้าที่อาจทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการ หรือการที่ต้องสูญเสียการเรียนรู้ เพราะเด็กพื้นที่ห่างไกลยังมีข้อจำกัดเรื่องอุปกรณ์ สัญญาณอินเตอร์เน็ตทำให้การส่งผ่านความรู้ผ่านออนไลน์ทำได้ลำบาก สำหรับทางแก้ไขที่ผ่านมาจะให้ครูจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มเล็กๆ หรือ กล่องการเรียนรู้ที่ได้รับการสนับสนุนจาก <strong>มูลนิธิสตาร์ฟิช</strong> และ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (<strong>กสศ.</strong>)​</strong> อย่างไรก็ตาม​กลุ่มเด็กในช่วงชั้นรอยต่อมีความสุ่มเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษาโดยเฉพาะชั้น ม.3 ขึ้น ม.4 ที่จะพ้นการศึกษาภาคบังคับแล้วจะเรียนต่อหรือไม่เรียนต่อก็ได้ รวมทั้งยังมีกลุ่มที่ “ครอบครัวยากจนเฉียบพลัน” จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พ่อแม่ถูกเลิกจ้างงาน ทางแก้ไขก็ควรเร่งคัดกรองเช่นการค้นหากลุ่มเสี่ยงผ่านระบบ <strong>iSEE</strong> และให้การช่วยเหลือได้อย่างตรงเป้าหมาย และควรเป็นการให้ความช่วยเหลือตามความต้องการ เช่น บอกให้เขาเอาเงินไปซื้อสมุด ทั้งที่เขาอาจมีเรื่องจำเป็นกว่า การช่วยเหลือจึงอาจต้องเปิดกว้างให้ตรงตามความต้องการ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">เตรียมแผนสำรอง ปัดฝุ่น “ครูหลังม้า”<br>เสริมการเรียนรู้ให้เด็กบนพื้นที่เขาสูง</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e75641"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/รร.ห่างไกล-ทุรกันดาร-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>คล้ายกับ <strong>สยาม เรืองสุกใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน</strong>&nbsp; ที่ระบุว่า ปัจจุบันผู้ปกครองจำนวนมากทั้งที่ไปรับจ้างทำงานที่เชียงใหม่ หรือ กรุงเทพฯ​เมื่อเกิดสถานการณ์โควิดก็ถูกเลิกจ้าง ​กลับมาอยู่บ้านไม่มีรายได้ กลายเป็นความเสี่ยง สำหรับเด็กที่ต้องลงจากดอยไปเรียนต่อในเมือง&nbsp; เพราะได้รับผลกระทบจากรายได้ครอบครัวที่ลดลง&nbsp; ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ค่ากินอยู่ ค่าหอพัก และเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบได้ แต่สำหรับเด็กที่โรงเรียนล่องแพวิทยา เด็กส่วนใหญ่เป็นเด็กพักนอนไม่มีค่าใช้ จึงไม่มีปัญหาเรื่องเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>ทั้งนี้ อีกปัญหาที่น่าเป็นห่วงหากต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปนานขึ้น คือ เรื่องอาหารซึ่งจากเดิมเด็กจะได้มาทานที่โรงเรียน โดยการระบาดรอบที่แล้วทางโรงเรียนใช้วิธีนำอาหารไปตระเวนแจกให้เด็กๆ รอบนี้หากมีปัญหาเหมือนเดิมก็อาจจะต้องใช้วิธีเดียวกัน เช่นเดียวกับการเรียนการสอนที่เดิมเคยใช้วิธี “ครูหลังม้า” บรรทุกสื่อการสอนขึ้นไปหาเด็กๆ ซึ่งตอนนี้ทางโรงเรียนก็เตรียมตัวไว้เผื่อทั้งกรณีที่สอนในโรงเรียนปกติได้ หรือ หากไม่ได้ก็เตรียมสื่อการสอนที่จะนำไปให้เด็กๆ&nbsp; เพื่อให้เด็กพลาดโอกาสการเรียนรู้ เพราะปกติเด็กในพื้นที่ห่างไกล เขาสูงก็มีโอกาสในการเรียนน้อยกว่าในพื้นที่อื่นอยู่แล้ว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-8d16ab2f gb-headline-text">สายธารน้ำใจจากคนในสังคม<br>ดังน้ำทิพย์ชโลมใจร่วมช่วยเด็กๆ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fa1bf9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/รร.ห่างไกล-ทุรกันดาร-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จ.น่าน</strong>&nbsp; อธิบายว่า แม้ปัจจุบันในพื้นที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ก็กระทบกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ทำให้ผู้ปกครองรายได้ลด ซึ่งยังต้องติดตามสถานการณ์ในช่วงใกล้เปิดเทอมว่าจะมีเด็กหลุดจากระบบการศึกษามากน้อยแค่ไหน แต่ที่ผ่านมาเด็กส่วนใหญ่พักนอนอยู่กับทางโรงเรียนจึงไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย และยังมีผู้ใหญ่ใจดีคอยมาช่วยเหลือบริจาคสิ่งของ อาหาร ช่วยเหลือเด็ก ที่ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยกันในสถานการณ์เช่นนี้</p>



<p>“เวลานี้ทุกฝ่ายควรจะต้องมาร่วมมือกันช่วยเด็กๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลแบบนี้ การทำงานในพื้นที่ลำบาก การเดินทางลำบาก การกินอยู่ลำบาก แต่สิ่งที่เป็นเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจให้พวกเราก็คือความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่มาจากคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ สิ่งดีๆ เหล่านี้ยังปรากฏอยู่ในสังคม เวลานี้เรากำลังเตรียมเปิดโรงเรียน โดยนัดครูทุกท่านมาร่วมกันกักตัวที่โรงเรียน ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. เพื่อให้ทันเปิดเรียน 1 มิ.ย. นี้”​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25bd1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/รร.ห่างไกล-ทุรกันดาร-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม หากสามารถเปิดเทอมได้ตามปกติก็จะช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายผู้ปกครองไปได้มาก ไม่ต้องมากังวลเรื่องค่าอาหารกลางวันหรือถ้าเด็กที่พักนอนก็แบ่งเบาภาระปัจจัยสี่ของเด็กไปได้มาก แต่สิ่งที่เชื่อว่าทุกโรงเรียนยังต้องการเวลานี้คือ เจลล้างมือ และ หน้ากากอนามัย เพราะเมื่อเด็กมาอยู่รวมกันจำนวนมากก็ต้องมีมาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวด แต่ถ้าโรงเรียนเปิดไม่ได้ตามกำหนดก็เตรียมแผนสำรองคือการทำใบงานแบบฝึกหัดให้เด็กไปทำที่บ้านเพราะในพื้นที่เข้าไม่ถึงอุปกรณ์สำหรับเรียน ออนไลน์ หรือ ออนแอร์ พร้อมมอบหมายให้มีเด็กรุ่นพี่ไปคอยสอนเด็กรุ่นน้อง</p>



<p></p>



<p></p>



<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br><a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br><strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br><strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br><strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-surveillance-poor-student/">เฝ้าระวังกลุ่มนร.ยากจนเฉียบพลัน ให้การช่วยเหลือตรงจุดทันท่วงที</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-eef-tdri-and-associate</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 May 2021 10:24:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[ตวง อันทะไชย]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[Thai pbs]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พงศ์ทัศ วนิชานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุขใสย์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม: สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41843</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/">กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่&nbsp;แนะลดความเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีนครูก่อนเปิดเทอม</strong> <strong>พร้อมใช้ “ฐานข้อมูล”ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำตรงจุด ชูอสม.การศึกษาตัวช่วยครูนำการศึกษาไปให้ถึงเด็ก</strong></p>



<p>17 พฤษภาคม 2564 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีพันธมิตร วุฒิสภา TDRI The Reporters และ The Active Thai PBS จัดเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ <strong>“เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม: สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง” </strong>ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นการศึกษาแบบ New Normal ในภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อร่วมกันแบ่งปันการทำงานในการศึกษาปัญหาและหาทางออกให้กับเด็กยากจน เด็กยากจนพิเศษ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่สามารถเข้าถึงสัญญานอินเตอร์เน็ตได้ พร้อมตัวแทนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในยุคโควิด ที่ใช้ได้ผลสำเร็จจากประสบการณ์จริง</p>



<p><strong>นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</strong> กล่าวว่า ทาง กมธ.ได้ลงไปทำวิจัยผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการศึกษา พบว่าในรอบที่ 3 สาหัสมาก หนึ่งในข้อเสนอคือควรให้เกิดการจัดการศึกษาได้ตามสภาพจริงบางพื้นที่วิกฤตแต่บางพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงควรให้พื้นที่ที่ไม่มีโควิด-19 ระบาด จัดการเรียนได้เต็มหลักสูตรเต็มเวลา โดยยึดหลักควบคุมโรคระบาด ตามมาตรการวัดไข้ รักษาระยะห่าง ใช้เจลล้างมือ และต้องทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่ายคือ 1.กระทรวงมหาดไทย 2.กระทรวงสาธารณสุข และ3.กระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ การจัดการศึกษาในพื้นที่บนเขา เกาะ ชนบท มีเทคนิคจัดการศึกษาที่แตกต่างกันควรนำวิธีเหล่านั้นมาถอดบทเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอน อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าการบริหารจัดการการศึกษาที่สั่งการจากฝั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้สถานศึกษาควรจะเป็นคนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนและส่งขึ้นมาให้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจะได้เห็นความแตกต่างหลากหลายไม่ต้องเหมือนกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e3c26"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/คุณตวง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายตวง กล่าวด้วยว่า</strong> สิ่งสำคัญควรมีนวัตกรรมการเรียนการสอน​ที่นำมาถอดเป็นบทเรียนชุดความรู้ ที่เกิดการมีส่วนร่วมจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อในอนาคตไม่ว่าจะเกิดวิกฤตรอบที่สี่รอบที่ห้าก็สามารถรับมือได้ โดยเชื่อมโยงทั้งพื้นที่ สถานศึกษา อสม.ว่าจะต้องจัดการศึกษาอย่างไร&nbsp; อีกทั้ง บทเรียนที่ผ่านมาการเรียนการสอนออนไลน์ หรือ DLTV มีปัญหาอะไรบ้างนั้นยังมีอุปสรรค ทักษะบางอย่างเรียนออนไลน์ไม่ได้ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ต้องเป็นแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง ไปจนถึงมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาอารมณ์ สติปัญญา อีกทั้งหลังโควิด-19 อาจจะเป็นการสิ้นสุดของโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กลายเป็นโรงเรียขนาดพอดี เพื่อสามารถควบคุมดูแล รักษาระยะห่างในชั้นเรียนได้ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องหยุดเรียน ไม่ลืมบทเรียน ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>​“ที่สำคัญคือบทบาทของกระทรวงศึกษาธิการต้องปรับใหม่ ต้องไม่ใช้การสั่งการแต่ใช้การสร้างแรงจูงใจบุคลากรทางการศึกษา และอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ที่มีข้อเสนอไปถึงรัฐบาลว่าควรมีการจัดสรรงบพิเศษ ไม่ใช่ให้โรงเรียนไปหักจากงบเดิมที่ใช้ไม่พออยู่แล้ว อีกทั้งควรมีกระบวนการให้โรงเรียนที่พร้อมเปิดเปิดเรียนได้ โดยมีความเป็นเอกภาพทางนโยบายแต่ หลากหลายทางปฏิบัติโรงเรียนไหนพร้อมก็เปิดก่อนได้เลยไม่ต้องรอพื้นที่อื่น และควรจะได้นำแนวคิดที่ผ่านมาไปต่อยอดนวัตกรรมจัดการศึกษาต่อไป” <strong>นายตวง กล่าว </strong></p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-a4bde4d0 gb-headline-text">แนะใช้ “ฐานข้อมูล”ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ</h3>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</strong>​ กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังจะเปิดเทอมในวันที่ 1 มิ.ย.นี้&nbsp; ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การทำงานบนฐานข้อมูลรายบุคคล รายโรงเรียน และรายพื้นที่ ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้มองเห็นสถานการณ์หน้างานจริง สามารถออกแบบมาตราการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ตรงจุด สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cb64c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/ดร.ไกรยส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือ iSEE ช่วยทำให้เห็นภาพจริงในปัจจุบันของเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยที่สุด 20 % ล่างของประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. พบว่าประชากรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีบริบทความยากลำบากที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นที่รัฐต้องมีมาตรการที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในภาวะวิกฤตโควิท-19 ในช่วงเปิดเทอมนี้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลสูงได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีสถานศึกษามากถึง 510 แห่งที่มีนักเรียนยากจนพิเศษ​ 100% ทั้งโรงเรียน โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน&nbsp;&nbsp; นราธิวาส ปัตตานี&nbsp; ยะลา ตาก นอกจากนั้นข้อมูลระบบ iSEE ยังชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันยังมีสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) มากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ที่ยังต้องการการพัฒนาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นที่หลายด้านเพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 นี้ ตัวอย่างเช่น จังหวัดที่มีสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มากที่สุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และแพร่&nbsp; ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานศึกษาที่ยังไม่มีอินเทอเน็ตใช้จำนวน&nbsp; 255 แห่ง กระจายตัวอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มากที่สุด เป็นต้น</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ปีการศึกษา 2563 ยังมีพื้นที่กว่า 78 ตำบล ที่ไม่มีโรงเรียนอยู่ในตำบลแล้ว ทั้งที่ในท้องถิ่นเหล่านี้ยังมีเด็กวัยเรียน 4,580 คนที่ต้องข้ามตำบลไปเรียน และบางคนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังมีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับ (6-14 ปี) มากกว่า 4 แสนคนที่ยังไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบการศึกษา นอกจากนั้น จากการสำรวจสภาพความพร้อมเรียนรู้ที่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 พบความแตกต่างระหว่าง นักเรียนในครอบครัวฐานะดีร้อยละ 20 อันดับแรก สามารถเข้าถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในพื้นที่เรียนรู้แบบส่วนตัว มากถึงร้อยละ 90 &nbsp;ในขณะที่นักเรียนในครอบครัวยากลำบากที่สุดร้อยละ 20 ลำดับ ล่าง&nbsp; โอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมีเพียงร้อยละ 10&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“บทเรียนจากการทำงานของ กสศ. ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลถือเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีศักยภาพสูง การมีข้อมูล ช่วยให้เรามองเห็น สถานการณ์จริงพื้นที่ ได้ยินเสียงจากในพื้นที่ และทำให้ช่วยเหลือตรงจุด ​อีกทั้งการมีข้อมูลยังสามารถแชร์ ข้อมูลเหล่านี้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ เพื่อนำการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนและสุดท้ายการมีข้อมูลจะเชื่อมโยงไปสู่นโยบายที่มาจากปัญหาหน้างานจริง จากคนทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่แค่การทำงานในวันที่ 1 มิ.ย.ปีนี้เท่านั้นแต่ยังรวมถึงปีต่อๆ ไป&nbsp; การทำงานบนฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูง จากหน้างานจริงจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรามีการศึกษาที่เสมอภาคได้ในอนาคต”​ ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3b5c658b gb-headline-text">สแกนพื้นที่ทำความเข้าใจปัญหาออนไลน์และการศึกษาที่เข้าไม่ถึงเด็ก</h3>



<p><strong>นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้การจัดการศึกษามีความเหลื่อมล้ำเข้าไม่ถึงเด็กบางกลุ่ม ในช่วงการระบาดของ COVID-19 ส่วนหนึ่งคือ ‘เวลา’ เนื่องจากโรงเรียนเปิดเรียนไม่ได้ตามกำหนด การจัดการเรียนการสอนทำตามปกติไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำให้บางโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษาต้องลดเวลาเรียนลง เด็กจึงเข้าถึงหลักสูตรได้ไม่ครบถ้วน ค่าเฉลี่ยของปีการศึกษาที่ผ่านมา โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องลดเวลาเรียนจาก 200 วันเหลือราว 180 วัน หายไปประมาณ 10% และจากบทเรียนในการจัดการศึกษาแบบ 4 อ. คือ ออนไลน์ ออนแอร์ สอนผ่าน DLTV ออนแฮนด์ ให้ครูเดินทางไปแจกใบงานในพื้นที่ และออนไซต์ คือให้เด็กสลับวันเข้ามาเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ พบว่ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีความพร้อมจะรับผลกระทบมากที่สุด นั่นทำให้เห็นว่าหากแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าโดยไม่เปลี่ยนวิธีการสอน เวลาที่มีอยู่จะไม่พอกับการเรียนรู้เนื้อหาทั้งหมด&nbsp;&nbsp; ดังนั้นการจัดการศึกษา นอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสถานการณ์แล้ว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อผลการศึกษาในระยะยาว หมายถึงการเรียนในภาวะวิกฤตที่เด็กจะยังได้ทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นรอบด้าน คือต้องมีการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่ใช้เวลาเรียนน้อยลง และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่นอกโรงเรียนได้เต็มที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7cebfd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/คุณพงษ์ทัตน์-วนิชานันท์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม<strong> นายพงศ์ทัศ</strong> กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังจะเปิดเทอมใหม่ มาตรการระยะสั้นคือต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เร็วที่สุด ก่อนเปิดเรียนในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 เริ่มในพื้นที่สีแดงเข้มก่อน ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งคือต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน เช่นคำแนะนำทางการแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนก่อนการรับวัคซีน และต้องมีมาตรการชดเชยกรณีที่เกิดการแพ้วัคซีนร่วมด้วย เชื่อว่าถ้ามาตรการเหล่านี้สื่อสารไปถึงทุกโรงเรียนได้ชัดเจน ก็จะทำให้ครูมีคความมั่นใจเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในมุมของผู้ที่ทำงานในพื้นที่ <strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> กล่าวว่า สภาพปัญหาของโรงเรียนพื้นที่สูง&nbsp; มักพบปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางและความแตกต่างทางวัฒนธรรมชนเผ่า โดยพบโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งสิ้น 1,190 โรงเรียน แบ่งเป็น ปัญหายุ่งยากมาก 259 โรง ยุ่งยากปานกลาง 565 โรง และยุ่งยากน้อย 366 โรง กระจายตัวอยู่ตามเขตชายแดน ไล่ตั้งแต่จ.เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งพบว่านักเรียนหลายคนไม่สามารถเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโทรทัศน์ได้ สำหรับคุณครูที่เข้าไปในพื้นที่ก็พบกับความลำบาก มีพื้นที่เป็นภูเขาชัน ไม่สะดวกต่อการเดินทาง บางครั้งชุมชนก็ไม่ไว้ใจครู เพราะเป็นคนแปลกหน้ากลัวว่าจะนำโควิด-19 เข้าไปติดเด็กๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-03f636"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d54712ec gb-headline-text">โรงเรียนและการเรียนที่ต้องเปลี่ยนไป</h3>



<p><strong>รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวิทยบริการ ม.ศรีปทุม ชลบุรี กล่าวว่า</strong> การจัดการศึกษาในช่วงหลังการเกิดวิกฤต COVID-19 จะเปลี่ยนแปลงไป อย่างแรกคือวิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไปทำให้คนเดินทางน้อยลง สื่อสารกันลดลง การวัดผลการศึกษาที่จากเดิมที่เน้นเรื่องศักยภาพในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สถานประกอบการขนาดใหญ่ข้ามชาติ จะเปลี่ยนเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่ทำแบรนด์ท้องถิ่น เน้นการสร้างอาชีพใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ผลที่ตามมาคือความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์ทางการศึกษาจะมุ่งเน้นที่เรื่องความคิด ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต ทักษะสังคม และการเป็นนักเรียนรู้เชิงรุกตลอดชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-036042"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“เราจะไม่ยึดโยงกับโรงเรียนอีกแล้ว กระบวนการเรียนรู้จะไม่เป็นรายวิชาอีกต่อไป แต่จะเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการสาระวิชาต่างๆ ลงไป โรงเรียนจะลดความสำคัญลง การเรียนตามอัธยาศัยหรือการศึกษาทางไกลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนจะพึ่งพิงกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัญหา สำหรับบทบาทของครูก็จะเปลี่ยนเป็นผู้แนะนำและประสานงานแทน” รศ.ดร.ธันยวิชกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-b187fb42 gb-headline-text">ครูเคลื่อนที่ &#8211; อสม.การศึกษา- ครูหลังม้า นวัตกรรมการเรียนการสอนจากโควิด- 19</h3>



<p>ในการเสวนาออนไลน์ยังได้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ที่ประสบความสำเร็จจากการปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ <strong>&nbsp;มีการ</strong>ผสมผสานการสอนทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ บางพื้นที่มีอาสาสมัครการศึกษา ที่อยู่ในชุมชนเข้าไปช่วยเสริมการเรียนการสอน เช่น ศิษย์เก่า รุ่นพี่และปราชญ์ รวมไปถึงการระดมความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน &nbsp;ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตั้งอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดตาก มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ที่ผ่านมาในสถานการณ์ COVID-19 แต่ละระลอก ได้ลองจัดการศึกษาตามนโยบายแต่ไม่ได้ผลดีนัก จึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลมาพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัดครูเคลื่อนที่เข้าไปสอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ ‘พี่ครู’ ทำหน้าที่สอนน้องๆ ในหมู่บ้าน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9610ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง จ.ราชบุรี ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์&nbsp; ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด มีการประสานความร่วมมือกับทั้งผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา พร้อมทั้งมีครูอาสา ที่เป็นทั้ง ศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่น มาช่วยสอนเด็กๆ บางส่วนมีค่าตอบแทน บางส่วนไม่มีค่าตอบแทน เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด เรียนรู้จากแหล่งเรียนในชุมชน</p>



<p>โรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต คนในพื้นที่รายได้น้อย ทำให้ 100% เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์&nbsp; ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จึงเกิดโครงการครูหลังม้าที่เป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอนซึ่งเปลี่ยนจากม้าเป็นมอเตอร์ไซค์บรรทุกสื่อการสอนไปตามพื้นที่แบบคละชั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11d949"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกกก จ</strong><strong>.ตาก</strong> กล่าวว่า สำหรับวันเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเตรียมพร้อมโดยให้ครูทุกคนกักตัว 14 วัน ส่วนนักเรียนให้กักตัวอยู่ที่บ้าน และผู้นำชุมชนทุกแห่งต้องรู้และสามารถประเมินภาวะความเสี่ยงในพื้นที่ โดยแจ้งข้อมูลบุคลลเข้าออกหมู่บ้านให้ทางโรงเรียนทราบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเปิดเรียนได้ในรูปแบบใด หากยังเปิดเรียนเต็มรูปแบบไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีครูเคลื่อนที่ การสอนแบบเว้นระยะห่างที่โรงเรียน และระบบพี่ครู ก็จะนำมาใช้ต่อไป</p>



<p><strong>ด้านนายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน </strong>กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อค ทั้งระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถใช้นำมาจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึง​การออกแบบการเรียนรู้ที่มีการวัดผลต่างออกไป เน้นการวัดผลตามสภาพจริงไม่ได้ยึดตามตัวชี้วัดแต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ ดูจากสภาพจริง ชิ้นงาน พัฒนาการผู้เรียน และให้พิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์&nbsp; ซึ่งจะดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้าน เรียนได้เต็มที่และใช้มาตรการควบคุมมารระบาด&nbsp; รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่ายเช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ให้กับบุคลากรที่ต้องลงพื้นที่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-tdri-and-associate/">กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุดไฟในหัวใจครู สร้างแนวร่วมดึงเด็กออกจากพื้นที่เสี่ยง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/62-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=62-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2020 15:25:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ฮ่องสอน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใส]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กยากจนพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13437</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุนเสมอภาคดึงเด็กออกจากพื้นที่สีแดง สร้างรายได้จูงใจเด็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/62-2/">จุดไฟในหัวใจครู สร้างแนวร่วมดึงเด็กออกจากพื้นที่เสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-13439" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">ทุนเสมอภาคดึงเด็กออกจากพื้นที่สีแดง<br />
สร้างรายได้จูงใจเด็กกลับมาเรียนหนังสือ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนล่องแพวิทยา ตั้งอยู่ในพื้นที่สูงในช่วงรอยต่อสามจังหวัด เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน ​ใกล้กับพื้นที่สีแดงซึ่งพบการลักลอบปลูกฝิ่นโดยอาศัยทำเลเขาสูงอันเป็นจุดบอดจนยากที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปปราบปราม บริเวณรอบโรงเรียนจึงกลายเป็นจุดเสี่ยงที่อาจดึงเยาวชนให้หลุดออกไปจากระบบการศึกษาไปยังทางที่ผิดได้ง่าย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัญหาดังกล่าวทำให้ สยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จ.แม่ฮ่องสอน พยายามหาทางแก้ไข​ ดึงเด็กนักเรียนให้กลับเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนอันจะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เด็กๆ ต้องเดินออกนอกลู่นอกทาง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อผู้ปกครองส่วนใหญ่ฐานะยากจนไม่มีเงินส่งลูกมาโรงเรียนและต้องการให้เด็กออกมาช่วยงานหารายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่กว่า 13 ปี ที่ทำงานในหน้าที่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจจนสามารถดึงเด็กในละแวกใกล้เคียงให้เข้ามาสู่ระบบการศึกษาได้ปีละเกือบ 700 คน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กที่นี่เกือบ 100% เป็นเด็กยากจนพิเศษ เป็นคนไทยภูเขาเรียนจบป.6 ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนต่อต้องไปช่วยผู้ปกครองทำงาน การขยายโอกาสให้เด็กกลุ่มนี้คือต้องทำให้ผู้ปกครองเห็นว่า มาเรียนกับเราหนึ่งเขาจะไม่มีเสียค่าใช้จ่ายแม้ปัจจุบันจะได้รับการอุดหนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานแต่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นอีกเราก็ต้องช่วยเหลือตรงนี้ สองเขาจะได้ฝึกอาชีพเรียนจบไปมีงานทำ เป็นแรงจูงใจให้ผู้ปกครองเห็นว่านอกจากได้ความรู้ ยังได้ทักษะอาชีพและมีรายได้เล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเรียนด้วย”​ ผอ.สยาม กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เป้าหมายคือดึงเด็กให้ห่างไกลยาเสพติด</h4>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-13440" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1-1536x864.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/426839-1-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /><small>นายสยาม เรืองสุกใส<br />
ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา</small></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งภายหลังได้รับการสนับสนุนเงินช่วยจากโครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือ ทุนเสมอภาค จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ทางโรงเรียนสามารถต่อยอดทำโครงการฝึกทักษะอาชีพออกไปได้อีกหลายกลุ่มตามความสนใจของนักเรียน การเกษตร, เบอเกอรี่, ช่าง, กาแฟ, คหกรรม, ขนมไทย, ผักกางมุ้ง, ไก่เนื้อ, ทำบัญชี, ร้านค้าขายปลีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น นอกจากเงินทุนเสมอภาคที่เด็กจะได้รับโดยตรงแล้ว ในส่วนของโรงเรียนที่นำมาจัดโครงการฝึกทักษะอาชีพ เมื่อเด็กเข้าร่วมในแต่ละโครงการสุดท้ายก็จะมีเงินปันผลกลับมายังเด็ก ได้ใช้เป็นค่าใช้จ่ายซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นและแบ่งเบาภาระผู้ปกครองได้อย่างดี บางคนก็ตั้งใจจะเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาเรียนต่อในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​“ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามดึงเด็กให้กลับมาอยู่ในโรงเรียน ให้ห่างไกลยาเสพย์ติด ไม่ไปมั่วสุมที่อื่น เพราะส่วนใหญ่เด็กจะเป็นเด็กพักนอนที่โรงเรียนเนื่องจากเดินทางลำบาก จากเด็ก 700 คน จะพักอยู่ที่โรงเรียนประมาณ 460 คน ​​ เด็กนักเรียนที่</span><span style="font-weight: 400;">เดินทางไกลสุดจากบ้านมาโรงเรียนคือ​20 กม.  ใช้เวลาเดินทาง 5-6 ชั่วโมง ต้องเดินเท้าอย่างเดียวไม่มีทางรถยนต์ และยังเป็นเขาสูงยิ่งหน้าฝนยิ่งเดินทางลำบาก”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กำไร​ไม่ใช่แค่ตัวเงินแต่คือความรู้ด้วย</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-13441" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523-1536x864.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683523-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทว่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ที่แต่ละโครงการขับเคลื่อนจนเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการทำงานร่วมกันระหว่างทั้งผู้อำนวยการและครูที่จะต้องช่วยกันขับเคลื่อนภารกิจไปสู่เป้าหมายที่เห็นพ้องต้องกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครู 50 คนจะกระจายไปเป็นที่ปรึกษากลุ่มงานอาชีพต่างๆ ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีโมเดลขับเคลื่อน ทุกคนก็วิ่งตามโมเดลที่กำหนด ให้ที่ปรึกษาทำงานร่วมกับทีมนักเรียนอันถือเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ โดยการทำงานหนึ่งจะต้องแบ่งความรับผิดชอบว่าใครทำอะไร สองทำตามขั้นตอนและติดตามตรวจสอบเป็นระยะ คอยรายงานความคืบหน้า และสรุปผลปลายเทอม ต้นทุนเท่าไหร่ รายได้เท่าไหร่ หักรายได้ให้เด็กกี่บาทใช้วงจรคุณภาพเป็นตัวขับเคลื่อนไปทั้งระบบ”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13443" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/76720897_2565511966851189_1084338474686873600_o.jpg" alt="" width="960" height="540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/76720897_2565511966851189_1084338474686873600_o.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/76720897_2565511966851189_1084338474686873600_o-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/76720897_2565511966851189_1084338474686873600_o-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/76720897_2565511966851189_1084338474686873600_o-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา อธิบายเพิ่มว่า จะต้องมีการประชุมเพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการ หรือบางโครงการก็ใช่ว่าจะไม่ขาดทุน เช่น กลุ่มเลี้ยงไก่ไข่ ที่มีต้นทุนอาหารสูง แต่ก็ต้องทำต่อเพื่อให้เด็กมีทักษะอาชีพ  ดังนั้น กำไรที่ได้ไม่ได้หมายความว่าเด็กจะต้องได้เป็นตัวเงิน แต่กำไรที่ได้มันคือความรู้ด้วย  บางโครงการเงินอาจจะได้คืนน้อยแต่องค์ความรู้ได้ที่ได้กับไปเยอะ ดังนั้น​ โครงการไหนขาดทุนโรงเรียนก็ต้องเข้าไปอุ้มเพื่อให้เด็กมีเงิน </span><span style="font-weight: 400;">ไม่งั้นเด็กจะรู้สึกว่าทำไมทำแล้วไม่ได้เงิน แต่อีกโครงการทำแล้วได้เงิน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;">เ</span><b>คล็ดลับความสำเร็จ<br />
</b><b>ต้องทำงานเป็นทีม เลิกคิดแบบเดิม</b></h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13444" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__8683526-750x562.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เคล็ดลับความสำเร็จ​คือ หนึ่งต้องการทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง  ด้วยการทำงานร่วมกันของผู้บริหาร ครู ​ที่ไม่คิดแบบเดิมๆ ว่าเขาให้เงินมาหนึ่งพันบาทก็ใช้ตามนี้ หมดแล้วเดี๋ยวเขาก็ให้ใหม่​แต่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดทำอย่างไรให้เกิดผลกับเด็กมากที่สุด ​แต่ละโรงเรียนก็ต้องไปคิดวิธีการของตัวเอง  สองหากผู้บริหารโรงเรียนคิดแต่จูนทีมไม่ได้ ไม่เห็นเป้าหมายเดียวกันไม่ยอมขับเคลื่อนงานไปข้างหน้าก็ไม่สำเร็จ</span></p>
<blockquote><p>“ผมพาครูไปเห็นสภาพบ้านของนักเรียนจริง ๆ ไปเยี่ยมบ้านเด็ก เดินไปบ้านนั้นบ้านนี้ คลุกคลีกับเด็ก ให้เขาเห็นปัญหา ในตัวครูเขามีอุดมการณ์ความเป็นครูอยู่แล้วเราจะจุดไฟในหัวใจเขาก็ต้องพาเขาไปดูสภาพปัญหาจริง ๆ เด็กน่างสงสารจริง เด็กมีปัญหาจริง ๆ จำเป็นต้องผลักดันขับเคลื่อน จากนั้นเราก็เอาโมเดลที่ออกแบบมามาคุยกันว่าจะทำอย่างไรถึงจะเกิดผลขึ้นจริง”​​ผอ.สยาม กล่าวทิ้งท้าย</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/62-2/">จุดไฟในหัวใจครู สร้างแนวร่วมดึงเด็กออกจากพื้นที่เสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จัดเวทีสะท้อนเสียงโรงเรียนชายขอบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/453-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=453-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Apr 2020 09:54:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนล่องแพวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุกใส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13353</guid>

					<description><![CDATA[<p>รร.ห่างไกล บนเกาะ &#8211; ภูเขาสูง กังวล ไร้ไฟฟ้า สัญญา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/453-2/">กสศ.จัดเวทีสะท้อนเสียงโรงเรียนชายขอบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13359" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnailC-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnailC-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnailC-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnailC-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnailC-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">รร.ห่างไกล บนเกาะ &#8211; ภูเขาสูง กังวล ไร้ไฟฟ้า สัญญาณเนต อาจไม่พร้อมต่อการเรียนผ่านระบบออนไลน์ แนะทำสื่อเรียนรู้แบบออฟไลน์ให้ครูสอนเด็กๆ ถึงหมู่บ้าน</h4>
<p>กองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเสวนาผ่านเพจเฟซบุ๊ก กสศ. ในหัวข้อ &#8220;ผลกระทบของ COVID-19 ต่อการศึกษาไทย ภาพรวมและเสียงสะท้อนจากโรงเรียนชายขอบ&#8221;​ โดยดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ​ระบุว่า ​จากงานวิจัยของ OECD ที่ศึกษาผลกระทบของนักเรียนในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 พบว่า เด็กนักเรียนยากจนที่สุดมีเพียง 57% ที่เข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ต อาจเพราะไม่มีเงินสำหรับสมัครสมาชิกหรืออยู่ในบริเวณห่างไกลกว่าที่จะมีสัญญาณเข้าถึง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอาจเกิดการเสียเปรียบในการเข้าถึงการเรียนรู้ของนักเรียนยากจนที่สุดได้  โดยหลายประเทศใช้การจัดสรรอุปกรณ์ Wi-fi แบบพกพาให้กับนักเรียนที่บ้านไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ หรือจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ครัวเรือนยากจนมีเงินในการสมัครบริการอินเทอร์เน็ต เป็นต้น หากต้องการเผยแพร่ข้อมูลทางการศึกษาแบบทางไกลในประเทศไทย สื่อเช่น โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์สมาร์ทโฟน อาจจะเป็นอีกช่องทางที่สามารถเข้าถึงเด็กจำนวนมากได้ เพราะมีต้นทุนที่ต่ำและยุ่งยากน้อย ประเทศส่วนใหญ่เด็กนักเรียนจะสามารถเข้าถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากที่สุด รวมถึงโทรทัศน์ที่มักจะต้องมีในทุกบ้าน  แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการแบบใดก็ตามในการเรียนการสอนช่วงวิกฤต COVID-19 สิ่งที่สำคัญคือ การเลือกให้เหมาะสมกับบริบทและความพร้อมของผู้เรียนและผู้สอน ซึ่งจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุด</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" src="https://cdn.shortpixel.ai/client/to_webp,q_glossy,ret_img,w_2560/https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/IMG_7609-scaled.jpg" /><small>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา<br />
สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</small></p>
<p>นายศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ กล่าวว่า นักเรียนของโรงเรียนส่วนหนึ่งเป็นชนเผ่าผู้ปกครองไม่สามารถอบรมบุตรหลานหรือสอนการบ้านได้ อีกทั้งการจเรียนออนไลน์ยังมีปัญหาเพราะเด็กที่มีความพร้อมมีเพียงแค่ 20% ซึ่งเวลานี้สิ่งสำคัญคือการเตรียมการรับมือช่วงเปิดเทอมตั้งแต่ตอนนี้จะรอเดือน ก.ค.คงไม่ทันการณ์ ต้องออกแบบการสอนใหม่เกือบทั้งหมด ทั้งจำแนกเด็กที่จะเรียนออนไลน์ ทีวีทางไกล โดยวิธีการควรยืดหยุ่นซึ่งแต่ละโรงเรียนต้องวางแผนให้เหมาะกับบริบทของตัวเอง</p>
<p>อย่างไรก็ตาม โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อาจจะเป็นโรงเรียนกึ่งกลางคือบางส่วนใช้ออนไลน์ได้ เรียนโทรทัศน์ทางไกลได้ แต่มีกลุ่มยากจนที่ต้องการสื่อการเรียนออฟไลน์ ซึ่งอาจจัดแบบคละชั้นเรียน เป็นกลุ่มหมู่บ้าน หรือในส่วนที่อยู่ใกล้โรงเรียนสามารถมาเรียนได้ 2-3 วัน โดยควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด เช่น การจำกัดจำนวนนักเรียน หรือจำกัดเวลา</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13362" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1.jpg" alt="" width="960" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469791-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><small>นายศุภโชค ปิยะสันติ์<br />
ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</small></p>
<p>นายสยาม เรืองสุกใส ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน เครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ กล่าวว่า โรงเรียนล่องแพวิทยามีบริบทพื้นที่แตกต่างจากโรงเรียนอื่นในประเทศไทยนักเรียนส่วนใหญ่เป็นกะเหรี่ยง​ จากนักเรียน 734 คน เป็นนักเรียนยากจนพิเศษ 500 คน เด็กเหล่านี้แตกต่างจากเด็กในพื้นที่ตัวเมืองเพราะไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้าใช้ ผู้ปกครองไม่มีเงินซื้อสมาร์โฟน ทำให้ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ และเป็นเด็กชาติพันธุ์ ที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สองที่สาม ทั้งหมดย่อมทำให้ได้รับผลกระทบจากการปิดภาคเรียนที่ยาวขึ้นมากกว่าเด็กในพื้นที่อื่น ดังนั้นนโยบายการจัดการศึกษาในลักษณะพื้นที่พิเศษจะมองแบบเรียนออนไลน์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องมองแบบออฟไลน์ด้วย</p>
<p>นายสยาม กล่าวว่า การเรียนการสอนอาจต้องเตรียมเอกสาร สื่อ อุปกรณ์ ส่งครูไปในพื้นที่หมู่บ้านและนัดกันจัดเป็นคลาสเล็กๆ  คละชั้นเรียนพบกันเป็นครั้ง สัปดาห์นี้ไปหมู่บ้าน ก.​ ข. ค. ง.​ สลับกันไป ต้องเริ่มวางแผนเลย ไม่สามารถรอจนถึง 1 ก.ค. แล้วค่อยวางแผนได้ เพราะจะเตรียมตัวไม่ทัน ต้องเริ่มเตรียมจัดวางตัวบุคลากร จัดตารางสอนว่าใครจะไปบ้านไหน ต้องออกแบบการจัดการเรียนรู้ใหม่</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13363" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783-1536x864.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/469783-750x422.jpg 750w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /><small>นายสยาม เรืองสุกใส<br />
ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา</small></p>
<p>ทั้งนี้ ทั่วประเทศมีโรงเรียนลักษณะคล้ายกันนี้คือเป็นโรงเรียนบนพื้นที่สูง 1,190 แห่ง และเป็นโรงเรียนที่อยู่บนเกาะ 123 แห่ง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะต้องเริ่มมองมองไปที่การจัดทำสื่อออฟไลน์ด้วย ​เพราะมีหลายพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง ไม่มีอินเตอร์เน็ต ผู้บริหารระดับนโยบายจะต้องมีการสร้างความชัดเจน และผ่อนคลายวางแผนวิธีการบริหารจัดการอย่างไรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป</p>
<p>ผอ.โรงเรียนล่องแพวิทยา กล่าวว่า การเปิดเทอมในช่วง 1 ก.ค.​เริ่มเข้าหน้าฝนการเดินทางก็จะลำบากขึ้น เพราะพื้นที่เป็นเทือกเขาสูง บางคนเด็กต้องเดินเท้าเป็นวันและมาพักนอนอยู่ที่โรงเรียน ดังนั้นหากให้ครูต้องออกไปสอนตามหมู่บ้านก็อาจต้องมีค่าพาหนะตอบแทนเพิ่มเติม ในอดีตเคยมีครูหลังม้าที่ขนอุปกรณ์ สื่อการสอน เทปคลาสเซ็ทไปเปิดการเรียนการสอนตามหมู่บ้านคละชั้นเรียน สั่งงาน สี่ห้าวันแล้วจัดการสอนหมุนวนไปเป็นกลุ่มย่อย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/453-2/">กสศ.จัดเวทีสะท้อนเสียงโรงเรียนชายขอบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
