<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนร่มเกล้า | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Mar 2024 07:52:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนร่มเกล้า | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280324/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 28 Mar 2024 07:51:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนร่มเกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[ซาลัมสุดีน เจ้ะมูซอแว]]></category>
		<category><![CDATA[SMTE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=79079</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ตั้งความหวังกับการเรียนไว้สูงมาก แต่ถ้าสุดท้ายเรียนไม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280324/">“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ตั้งความหวังกับการเรียนไว้สูงมาก แต่ถ้าสุดท้ายเรียนไม่จบเพราะไม่มีค่าเทอม หรือถึงเรียนจนจบแต่รายได้ไม่พอเลี้ยงตัวเอง ก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องแบกหนี้การศึกษาติดตัวไปถึงอายุเท่าไหร่ &#8230;ถ้าเป็นอย่างนี้ บางทีคิดว่าเลือกทำงานไปเลย แล้วเอาเรื่องเรียนไว้ทีหลังอาจจะดีกว่า”</p>



<p><strong>‘ดิง’ ซาลัมสุดีน เจ้ะมูซอแว นักเรียนทุนเสมอภาค</strong> ชั้น ม.3 โรงเรียนร่มเกล้า อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เจ้าของผลการเรียนเฉลี่ยสะสม 5 เทอมที่ 3.70 กับช่วงเวลาในเทอมสุดท้ายก่อนจบการศึกษาภาคบังคับ และสภาวะจิตใจที่ยิ่งรู้สึกกังวล เมื่อกำลังจะก้าวข้ามรอยต่อช่วงชั้นสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น</p>



<p>ข้อมูลจากซาลัมสุดีนระบุว่า การเป็นนักเรียนทุนเสมอภาคตั้งแต่ชั้น ม.1 ทั้งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของที่บ้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างเรียน และช่วยเรื่องปากท้องกินอยู่ประจำวันได้ส่วนหนึ่ง จนถึงวันนี้ที่เตรียมจบชั้น ม.3 และวางแผนไว้แล้วว่าจะเรียนต่อมัธยมศึกษาตอนปลาย ในโปรแกรม SMTE (Science, Math, Technology and Environment) ซึ่งเป็นห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กสายวิทย์ที่เน้นเนื้อหาวิชาการเข้มข้น หากได้รับทุนการศึกษาในชั้นรอยต่อก็จะทำให้เส้นทางความหวังของเขาราบรื่นยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d524e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซาลัมสุดีนอาศัยอยู่ในครอบครัวเล็กที่มีพ่อ แม่ และน้องสาวที่เรียนชั้น ป.3 ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากเด็กเยาวชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ที่มักมาจากครอบครัวขนาดใหญ่ประกอบด้วยสมาชิกหลายรุ่นรายล้อม ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย ครอบครัวย่อยของลุงป้าน้าอา และคนรุ่นลูกหลานอีกจำนวนมาก</p>



<p>อย่างไรก็ตาม อาชีพกรีดยางของพ่อและร้านขายข้าวเล็ก ๆ หน้าบ้านของแม่ ก็ไม่ได้ทำรายได้ที่มั่นคงนัก ซาลัมสุดีนจึงรู้สึก ‘กังวล’ เสมอ เมื่อนึกถึง ‘ภาพความเป็นได้อันหลากหลายในอนาคต’ เพราะสถานการณ์ที่อาจเป็นไปได้ (scenario) ซึ่งปรากฏในใจทุกวี่วัน คือความเสี่ยงที่เขาอาจเรียนไม่จบ ม.6 เมื่อหมดวาระได้รับทุน หรือวันเวลาที่ไกลจากนั้น ซึ่งเขาอาจหาทางกู้เงินมาเรียนได้จนจบ แต่กลับไม่สามารถมีงานดี ๆ พอจะหล่อเลี้ยงชีวิตได้อย่างที่ควรเป็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&nbsp;กสศ. นั่งคุยกับซาลัมสุดีน จากการเข้าไปทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนทุนเสมอภาค เพื่อสำรวจมุมมองและถอดบทเรียนโครงการทุนรอยต่อ ก่อนนำมารวบรวมเป็นข้อเสนอแนวทางสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก ๆ ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ</p>



<p>“การได้ประเมินตัวเองผ่านกิจกรรมวันนี้ ทำให้รู้ว่าทุกวันที่มาเรียนได้อยู่กับเพื่อน เราคิดว่าตัวเองมีความสุขสบายใจดี แต่กลายเป็นเพิ่งรู้ว่าผลสำรวจสุขภาวะจิตใจตัวเองกำลังบอกว่า เรากังวล เรามีปัญหา เรารู้สึกไม่มั่นคงกับอนาคตทางการศึกษาเลย” <strong>ซาลัมสุดีน</strong>เผยผลทดสอบแบบประเมินความสุขผ่านหัวข้อ ‘ตัวฉันในอดีตและปัจจุบัน’ ก่อนลงรายละเอียดว่า</p>



<p>“ตั้งแต่ ม.1 เทอมแรก มีทุนเสมอภาคหนุนหลังมาตลอด ปกติได้เงินมาโรงเรียนครั้งละ 20-40 บาท พอไม่ต้องเสียค่าข้าวค่าเดินทาง ก็มีเงินเหลือที่พยายามเก็บไว้ เพราะบางทีวันไหนพ่อกับแม่ไม่มีงานขาดรายได้ เราก็เอาส่วนนี้มาใช้จ่ายทำรายงาน หรือเอาไว้ซื้อของจำเป็น</p>



<p>“จนตอนนี้กำลังจะจบ ม.3 ครูบอกว่าเราได้ทุนต่อ ม.4 อีกหนึ่งปี แล้วหลังขึ้นชั้น ม.5 ม.6 ก็ไม่ได้แล้ว ก็มีเริ่มคิดว่าหลังจากนั้นจะเป็นยังไง เพราะรู้ว่าค่าใช้จ่ายตอนเรียนมัธยมปลายจะเพิ่มขึ้นอีกมาก คงต้องพึ่งพาพ่อแม่มากขึ้น หรือไม่เราก็ต้องไปหางานทำเสริม แต่ก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะเรียนจบไหมถ้าต้องเรียนพร้อมกับทำงานไปด้วย ยิ่งเราเลือกเรียนโปรแกรม SMTE ที่เรียนวิชาการค่อนข้างหนักและใช้เวลามาก ถ้าเกิดว่าอุตส่าห์เรียนไปแล้วต้องออกกลางคันก็รู้สึกเสียดาย อีกใจนึงมันเลยแย้งอยู่ว่า หรือจะเลือกไปทำงานตั้งแต่ตอนนี้เลย จะได้ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลา คือมุ่งประกอบอาชีพไปเลย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘รุ่นพี่หลุดจากระบบการศึกษา’ ภาพชินตาที่ฝังภาพ ‘กรณีเลวร้ายที่สุด’ ในห้วงคำนึง</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-914083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรือจะเป็นไปได้ว่า ภาพอนาคตที่วนเวียนฉายซ้ำอยู่ แต่ ‘กรณีเลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น’ (worst case scenario) ในห้วงคำนึงของซาลัมสุดีน อาจมาจากกรณีตัวอย่างที่พบเห็นและซึมซับผ่านช่วงเวลาตลอด 16-17 ปีของชีวิต ว่าคนรุ่นก่อนหน้าได้ทยอยหลุดออกไปจากระบบการศึกษา เพียงเพราะต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง ‘การเรียน’ กับ ‘การทำงาน’ ซึ่งสุดท้ายความจำเป็นของภาระเลี้ยงชีพก็มักเอาชนะทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ความเป็นไปได้ที่ว่า การลงทุนด้านการศึกษาอาจเป็นประตูสู่ความสำเร็จ ที่จะช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของผู้เรียนได้ในท้ายที่สุด&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“รู้สึกเหมือนยืนอยู่บนทางแยก ที่ไม่ว่ามองทางไหนก็มีแต่ความไม่แน่นอน คือถ้าเรียนต่อมัธยมปลายแล้วต้องออก ก็เสียดาย เพราะเราเคยเห็นรุ่นพี่ที่เรียนไปแล้วมีจุดเปลี่ยน พ่อแม่แยกทาง เสียชีวิต หรืออยู่ ๆ ต้องออกจากงาน ปัญหาพวกนี้เองที่มันจะมาบีบให้เขาต้องตัดสินใจกัน ว่าจะเรียนต่อหรือออกไปหางานทำ ซึ่งเกือบทั้งนั้นมักต้องยอมแพ้เลิกเรียน ทั้งที่บางคนเหลืออีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.6 แล้ว กลายเป็นเหมือนความรู้ที่เรียนมากับวันเวลาที่เสียไปก็สูญเปล่าเลย แล้วที่เราเห็นคือ ใครลองได้หยุดเรียนหรือออกจากโรงเรียนไปแล้ว ประตูโอกาสที่จะกลับมาก็แทบจะปิดลงไปเลยตรงนั้น</p>



<p>“ส่วนอีกหนึ่งความเป็นไปได้ที่คิดถึงตลอด คือถ้าเราจบ ม.6 หรือจบปริญญาตรีแล้วไม่มีงานทำ หรือไปได้งานที่เลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นครอบครัวจะเป็นอย่างไรต่อไป”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘หนึ่งทางเลือกคือกู้เงินเรียน’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-be4ece"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0326_บทความ-64_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซาลัมสุดีนเผยว่า ณ ปัจจุบัน เส้นทางที่มองเห็นว่าเป็นไปได้มากที่สุด สำหรับการไปต่อบนเส้นทางการศึกษา คือคำแนะนำที่ได้จากครูแนะแนวที่โรงเรียน รวมถึงข้อมูลที่ได้รับผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เพิ่งจบลง นั่นคือการ ‘กู้ยืม’ ผ่านกองทุน กยศ. เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายระยะสั้นที่สุด คือเรียนจนจบชั้น ม.6 แล้วจากนั้นจึงค่อยพิจารณาต่อว่า จะกู้ต่อเนื่องจนไปถึงระดับอุดมศึกษาหรือไม่</p>



<p>“การกู้มันมีข้อแม้ตามมาว่าเราต้องชดใช้คืน แต่ถ้าเหลือทางเดียวยังไงก็ต้องเอา เพราะยังหวังอยากเรียนให้จบ ทางไหนทำได้เราจะทำ อย่างน้อยต้องจบ ม.6 ให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะเรียนมหาวิทยาลัยไหวแค่ไหน</p>



<p>“ข้อมูลที่ได้รับวันนี้คือ การกู้เงินเรียนผ่าน กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น เพราะเป็นหน่วยงานรัฐ มีความน่าเชื่อถือ ยิ่งถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจน มีผู้แนะแนวที่ดีว่าถ้าอยากทำงานอาชีพใด ต้องวางแผนการเรียนอย่างไร กยศ. ก็จะเป็นทางเลือกหนึ่งให้เราได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>ซาลัมสุดีนปิดท้ายว่า กิจกรรมที่เข้าร่วมวันนี้ เป็นหนึ่งการแนะแนวเส้นทางการศึกษาที่จำเป็น และควรมีกิจกรรมลักษณะนี้ในทุกโรงเรียน เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.3 มองเห็นเส้นทางการศึกษาชัดเจนขึ้น ได้ประเมินตนเองว่าสนใจด้านใด หรือผลการเรียนของตนสามารถเลือกแผนการเรียนใดได้บ้าง และยังรวมไปการได้ ‘ตรวจเช็คสุขภาวะจิตใจ’ ซึ่งจะทำให้แต่ละคนพบปัญหา อุปสรรค ความกังวลใจ ที่จะนำพอสู่การเข้าถึงความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป</strong></p>



<p></p>



<p><strong>อ่าน</strong> <a href="https://www.eef.or.th/news-270224/" target="_blank" rel="noopener" title="">“กสศ. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ‘นักเรียนทุนเสมอภาค’ สำรวจมุมมองและถอดบทเรียนโครงการทุนรอยต่อ เพื่อโอกาสการศึกษา ม.ปลาย ถึง ป.ตรี”</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280324/">“ความหวังบนทางแยกความไม่แน่นอน” สำรวจหมุดหมายการเรียนต่อของนักเรียนทุนเสมอภาคหลังจบ ม.3</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนต่อ ม.ปลาย ถ้าสู้ด้วยผลการเรียน “หนูว่าหนูไม่แพ้” แต่หนูกำลังสู้กับค่าใช้จ่ายที่ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งแพง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180324-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Mar 2024 10:51:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนรอยต่อ]]></category>
		<category><![CDATA[กัลยา มามุ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนร่มเกล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78734</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูคิดว่าตัวเองเรียนดีค่ะ เรื่องผลการเรียนไม่ใช่อุปสรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180324-3/">เรียนต่อ ม.ปลาย ถ้าสู้ด้วยผลการเรียน “หนูว่าหนูไม่แพ้” แต่หนูกำลังสู้กับค่าใช้จ่ายที่ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งแพง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หนูคิดว่าตัวเองเรียนดีค่ะ เรื่องผลการเรียนไม่ใช่อุปสรรค แต่ยังคิดอยู่ว่าพอขึ้น ม.ปลายจะมีค่าใช้จ่ายตามมาแค่ไหน ทั้งชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนก็ต้องซื้อใหม่เกือบหมด หรือค่าทำรายงานวิชาต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย”</p>



<p>ความในใจจาก <strong>‘น้องยา &#8211; กัลยา มามุ’ </strong>นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนร่มเกล้า อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เผยความรู้สึกไม่มั่นคงเมื่อพูดถึงการเรียนต่อระดับ ม.ปลาย จากการที่เราได้พบกันในกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ‘นักเรียนทุนเสมอภาค’ เพื่อสำรวจมุมมองและถอดบทเรียนโครงการทุนรอยต่อ ก่อนนำมารวบรวมเป็นข้อเสนอแนวทางสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก ๆ ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ</p>



<p><strong>โครงการทุนรอยต่อ</strong> คือชื่อเรียกสั้น ๆ ของ<a href="https://www.eef.or.th/news-010324/?fbclid=IwAR3OPAin8gyH3M9l2AVP0RVn7oWZC8sicTbNkmIxDwzgwBop0FMMnAXKa34" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>โครงการวิจัยต้นแบบการคัดกรองและการช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้น</strong></a> เป็นการทำงานวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรม (Research &amp; Innovation) ในการช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อระดับชั้น ม.3 ให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาที่สูงขึ้นในระดับชั้น ม.4 และประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.1) ในเขตพื้นที่การศึกษา 30 เขต จาก 7 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กาญจนบุรี เชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน ศรีสะเกษ นครศรีธรรมราช และนราธิวาส ซึ่งเป็นความร่วมมือ 4 ภาคส่วน ได้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 ถึง 2567 โดย กสศ. จะจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการหารูปแบบการช่วยเหลือและทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการศึกษาต่อ ม.4 หรือเทียบเท่าที่เป็นภาพรวมของนักเรียนทั่วประเทศต่อไป</p>



<p>“กลัวว่าเรียนไปกลางทางแล้วไม่มีเงินเราต้องออกจากโรงเรียน เพราะครอบครัวเราไม่มีอะไรแน่นอน ถ้าไม่มีทางอื่นแล้วคงกู้เงินเรียน บอกเลยว่ากังวลที่จะเป็นหนี้มากค่ะ แต่ยังอยากเรียนมากกว่า &#8230;ลึก ๆ เรายังเชื่อว่าถ้าเรียนจบมีงานทำ ชีวิตน่าจะดีกว่าเดิม แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันว่าจะเป็นอย่างนั้น”</p>



<p><strong>‘การเรียนต่อ’</strong> เป็นสาระสำคัญในการสนทนาของเราครั้งนี้ กัลยาแตะถึงความประทับใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับเราว่าไม่ใช่แค่สนุกสนาน แต่สำหรับเธอนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ทำแบบทดสอบประเมินตนเองว่าอยากเรียนหรือทำงานอะไรในอนาคต นอกจากนี้ยังได้สำรวจตำแหน่งแห่งที่ของ ‘ความรู้สึกภายใน’ ซึ่งเธอเองก็เพิ่งรู้ว่าตนเองอยู่ ณ จุดไหนบนแท่งกราฟดัชนีความสุข&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“หนูเพิ่งรู้ว่าเรามีความสุขบ้างไม่มีบ้าง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยถามตัวเองเลย จนเราค่อย ๆ ให้คะแนนตัวเองแต่ละด้านว่าเรากินดี พักผ่อนดี ความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือครอบครัวดี หรือเรามีสุขภาพหรือการเงินดีแค่ไหน เสร็จแล้วก็โยงเส้นต่อจุดที่จะแสดงภาพกราฟของแต่ละคนออกมา กราฟใครกลมมากก็หมายถึงความสุขมาก ส่วนของหนูออกมาหยัก ๆ แหลม ๆ ไปทุกด้าน ซึ่งมันบอกว่าเราไม่ค่อยมีความสุข และทำให้รู้ตัวเองว่าอาจมีปัญหาบางอย่างที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน &#8230;พอโยงเส้นเสร็จ หนูตกใจเหมือนกัน ว่าทำไมกราฟความสุขของเราออกมาแย่ขนาดนี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11196e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/Photo2-โรงเรียนร่มเกล้านราธิวาส-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แล้วกราฟความสุขบนกระดาษแผ่นนั้น ก็พากัลยาเชื่อมโยงความคิดไปยังอีกหลายเรื่องรอบตัว ซึ่งเปิดให้เห็นสาเหตุของความกังวลในใจว่าเพราะเหตุใดแม้เธอจะเรียนได้เกรดเฉลี่ยสะสมถึง 3.60 แต่กลับไม่เคยมั่นใจเลยว่าจะได้เรียนจนจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาย หรือจะมีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้อย่างที่ฝันไว้</p>



<p><strong>“คือตั้งแต่ ม.1 แล้ว เรารู้สึกว่าไม่พร้อมกับการเรียนเลย ยิ่งช่วงโควิดที่บ้านไม่มีงานไม่มีเงิน แล้วเราต้องเรียนจากที่บ้าน โทรศัพท์ที่มีก็ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เรียนไปสักพักมาพังอีก ตอนนั้นแอบคิดว่าคงไม่ได้เรียนแล้ว แต่พอดีกับที่ครูมาบอกว่าหนูได้ทุนเสมอภาคนะ แล้วจะได้จนจบ ม.3 เลย เราก็ได้เอาทุนนี้มาช่วยจนผ่านมาถึง ม.3 ได้ค่ะ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p>



<p>พ่อของกัลยาเสียไปแล้ว ปัจจุบันเธออยู่กับแม่ที่ไม่มีอาชีพประจำในครอบครัวขนาดใหญ่ ที่มีทั้งญาติ ๆ และพี่สาวพี่ชายต่างพ่อแม่อีกหลายคน บางคนแยกออกไปอยู่ข้างนอกแล้ว และได้ส่งเงินมาให้แม่เลี้ยงดูน้อง ๆ ซึ่งกัลยาก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“บางทีที่จำเป็นต้องใช้เงินแล้วแม่ไม่มี หนูก็ยังอุ่นใจว่ามีทุนเสมอภาคอยู่ พูดได้เลยว่าถ้ายังมีทุนก้อนนี้ หนูมั่นใจว่าจะจบ ม.3 แน่ ๆ ส่วนหลังจากนี้รู้ว่ากำลังจะได้ทุนต่อ ม.4 อีกหนึ่งปี ก็ยิ่งแน่ใจว่าได้เรียนต่อแน่นอน แต่หนูแอบกังวลว่าถ้าหมดช่วงทุนไปแล้ว เราจะเรียนจนจบไหวไหม กลัวเรียนไปกลางทางแล้วไม่มีเงินจะต้องออกมาหางานทำหรือเปล่า”</p>



<p>กัลยาวางแผนเรียนต่อหลังจบ ม.3 ไว้แล้วว่าจะเรียนโรงเรียนร่มเกล้าที่เดิมในโปรแกรม SMTE (Science, Math, Technology and Environment) ซึ่งเป็นห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กสายวิทย์ที่เน้นเนื้อหาวิชาการเข้มข้น โดยเธอบอกว่าแม้จะคัดนักเรียนเพียง 20 คนต่อปี แต่ ‘ไม่น่ามีปัญหา’ สำหรับเธอ</p>



<p>“หนูคิดว่าตัวเองเรียนดีค่ะ เรื่องผลการเรียนไม่ใช่อุปสรรค ส่วนที่เลือกเรียนต่อโรงเรียนร่มเกล้าเหมือนเดิม เพราะที่นี่ไม่มีค่าเทอม ไม่ต้องจ่ายอะไรเลย ทุกอย่างฟรีหมด แต่ยังคิดอยู่ว่าพอขึ้น ม.ปลายจะมีค่าใช้จ่ายตามมาแค่ไหน ทั้งชุดนักเรียนอุปกรณ์การเรียนก็ต้องซื้อใหม่เกือบหมด หรือค่าทำรายงานวิชาต่าง ๆ ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading has-text-align-center"> <strong>สำรวจหมุดหมายอนาคต</strong><br><strong>“ยิ่งมีข้อมูลรอบด้าน ภาพอนาคตทางการศึกษาก็ยิ่งชัดขึ้น”</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a94ba5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/Photo3-โรงเรียนร่มเกล้านราธิวาส.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กัลยา มามุ นักเรียนทุนเสมอภาคชั้น ม.3</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หนึ่งเป้าหมายของกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับนักเรียนทุนเสมอภาคครั้งนี้ คือการที่เราได้แนะแนวเส้นทางการศึกษาต่อให้กับน้อง ๆ และแนะนำเรื่องการเชื่อมโยงจากทุนเสมอภาค ไปยังแหล่งทุนต่าง ๆ เพื่อโอกาสการศึกษาที่เปิดกว้างขึ้น อย่างไรแล้ว ถ้าหากเป็น ‘ทุนกู้ยืม’ ย่อมหมายความถึงการ ‘ชำระคืน’ อันเป็นลักษณะของทุนซึ่งต่างจากทุนเสมอภาคที่เคยได้รับ ประเด็นนี้กัลยาสะท้อนว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ในจุดเริ่มต้นเราก็อยากมั่นใจว่าถ้ากู้เงินมาเรียนแล้ว จะไม่ต้องใช้หนี้ไปจนเป็นผู้ใหญ่ คือถ้ามีอะไรยืนยันได้ว่าเรียนจบมาจะหางานทำได้ ใช้หนี้ได้ มีชีวิตของตัวเองได้ หรือหากเจอวิกฤตเหมือนโควิดอีกเราจะเอาตัวรอดได้ ก็น่าจะทำให้กู้ได้อย่างสบายใจขึ้น”</p>



<p>กัลยาเล่าความหลังฝังใจถึงพี่สาวคนหนึ่งของเธอที่กัดฟันเรียนจนจบปริญญาตรี แต่ได้งานทำที่ค่าจ้างแทบไม่พอใช้จ่าย เรื่องนี้ทำให้กังวลว่าถ้าเธอเรียนจบออกมาแล้วต้องทำงานใช้หนี้การศึกษา ส่งเงินให้แม่ รวมถึงยังต้องดูแลตัวเอง รายได้กับรายจ่ายอาจไม่สัมพันธ์กัน ซึ่งอาจฉุดให้ชีวิตลำบากลงไปอีก</p>



<p>นอกจากนี้ระหว่างเส้นทางการศึกษา ที่เธอกำลังจะเดินต่อไปในอีกหลายปีข้างหน้าซึ่ง ‘ไม่มีอะไรแน่นอน’ หากมี ‘ผู้รู้’ หรือแหล่งรวบรวมข้อมูลที่นักเรียนแต่ละระดับชั้นสามารถเข้าไปศึกษาหาความรู้ได้ ก็น่าจะทำให้เธอและนักเรียนแต่ละคนมองเห็น ‘เป้าหมาย’ ของการศึกษาที่ชัดยิ่งขึ้น</p>



<p>“หนูคิดว่าจำเป็นมาก ๆ ที่เราควรมีผู้แนะนำ มีคนชี้ทางให้ข้อมูล ทำให้เราเห็นเป็นภาพได้ชัดกว่านี้ ว่าเลือกเรียนอะไรแล้วจะพาไปไหน ต้องเตรียมรับความเสี่ยงอะไรบ้าง อย่างน้อยทำให้เรามั่นใจสักหน่อยว่าเรียนจบแล้วจะหางานทำได้ มีชีวิตที่ดีได้ หรือกับอีกหลาย ๆ คนที่เขาอาจตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เรียนต่อ อยากออกไปทำงาน บางทีถ้าเขาได้รู้ก่อนว่าการเรียนต่อมันดียังไง หรือช่างน้ำหนักแล้วว่าออกไปทำงานดีกว่า เขาก็จะมีทางเลือกในชีวิตเยอะขึ้น เพราะพวกเราอยู่ตรงนี้ เห็นภาพกันน้อยมาก ๆ ค่ะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f920db"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/Photo2-โรงเรียนร่มเกล้านราธิวาส.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ท้ายที่สุดแล้ว กัลยายืนยันว่าถ้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ระดับการศึกษาขั้นต่ำที่สุดที่เธอจะไปถึงแน่นอนคือปริญญาตรี ส่วนถ้ามี ‘ทุน’ มากกว่านั้น ก็ยิ่งมั่นใจว่าสามารถไปได้ไกลกว่านั้นอีก</strong></p>



<p><strong>&#8230;เพราะกัลยาเชื่อหมดใจว่า แม้เธอกับเพื่อน ๆ จะอยู่ห่างไกลจนเกือบสุดเขตแดนประเทศไทย แต่หาก ‘โอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค’ เดินทางมาถึง เธอและเพื่อน ๆ ทุกคนที่โรงเรียนร่มเกล้า ก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่น้อยหน้าใคร ๆ เลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180324-3/">เรียนต่อ ม.ปลาย ถ้าสู้ด้วยผลการเรียน “หนูว่าหนูไม่แพ้” แต่หนูกำลังสู้กับค่าใช้จ่ายที่ยิ่งเรียนสูงก็ยิ่งแพง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
