<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 19 Dec 2023 12:31:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ชุดคำถาม’ จุดเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กออกแบบเอง : โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ จังหวัดภูเก็ต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-201223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Dec 2023 12:31:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณี ปล้องไหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75544</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราดึงแนวคิดของนักเรียนผ่านชุดคำถาม เพื่อต่อยอดสู่โครง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-201223/">‘ชุดคำถาม’ จุดเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กออกแบบเอง : โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ จังหวัดภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“เราดึงแนวคิดของนักเรียนผ่านชุดคำถาม เพื่อต่อยอดสู่โครงงาน ไม่ใช่การยัดเยียดโครงงานให้เขา แต่เปิดโอกาสให้เขาคิดเองว่าเขาอยากทำอะไรต่อ”&nbsp;</em></p>



<p><strong>ครูทิพย์- สุวรรณี ปล้องไหม่ </strong>คุณครูวิทยาศาสตร์ <strong>โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต</strong> ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการเรียนการสอน ในเวทีเสวนา ‘ปลุกพลัง เปลี่ยนการศึกษา เพื่อเด็กทุกคน’ มหกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โรงเรียนพัฒนาตนเองระดับพื้นที่ ครั้งที่ 2 จังหวัดภูเก็ต&nbsp; โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิสยามกัมมาจล&nbsp;</p>



<p>สำหรับกิจกรรมตัวอย่างในวิชาวิทยาศาสตร์ของครูทิพย์คือ หัวข้อ ‘การสกัดสีจากธรรมชาติ’ โดยใช้ ‘ชุดคําถามที่ริเริ่มกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ของการจัดการเรียนรู้โครงงานเป็นฐาน’<strong> </strong>มาเป็นเครื่องมือในห้องเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5</p>



<p>จุดประสงค์ของกิจกรรมคือต้องการดึงแนวคิดของนักเรียนผ่านชุดคำถาม และนำแนวคิดนั้นไปต่อยอดสู่โครงงาน กระตุ้นให้นักเรียนต้องการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง รู้จักสังเกต กล้าคิด กล้าตอบคำถาม พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และรู้จักการทำงานเป็นกลุ่มมากขึ้น โดยครูวางบทบาทตัวเองเป็นเพียงโค้ช ที่คอยตั้งคำถามกระตุ้นให้นักเรียนคิดและหาคำตอบด้วยตนเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4e9b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/01-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04a58a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/02-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนฝึกสังเกต เรียนรู้จากการตั้งคำถาม ก้าวข้ามสู่โครงงาน</strong></h2>



<p>กระบวนการจัดการเรียนการสอนในวิชาวิทยาศาสตร์ของครูทิพย์นั้น จะเริ่มต้นโดยแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 คน และครูจะเปิดวิดีโอสื่อการเรียนรู้ให้นักเรียนดู จากนั้นให้นักเรียนช่วยกันสังเกต และเขียนสิ่งที่อยู่ในวิดีโออย่างน้อย 5 อย่างหลังจากดูจบ</p>



<p>วิดีโอจะเล่าเรื่องราวของผ้ามัดย้อมไทยที่ถูกนำไปใช้เป็นลายเสื้อของทีมฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ โดยมีจุดเริ่มต้นคือ ทีมดีไซน์เนอร์ของคิงพาวเวอร์เกิดความสนใจ ‘ผ้ามัดย้อมคีรีวง’ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ลงพื้นที่ไปเรียนรู้กระบวนการผลิตและองค์ประกอบต่างๆ ในการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ แล้วนำมาออกแบบเป็นลายเสื้อของทีมฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้&nbsp;</p>



<p>หลังจากนักเรียนเขียนเสร็จก็จะนำมาติดบนกระดาน เป็นคำต่างๆ เช่น ใบหูกวาง ใบมังคุด สะตอ หมู่บ้านคีรีวง นักฟุตบอล เป็นต้น จากนั้นครูจึงโยนคำถามโดยเชื่อมโยงจากคำที่นักเรียนเขียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd5696"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/03-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d86a6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/06-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ตัวอย่างคำถาม</strong></p>



<p>&#8211; <strong>ผ้ามัดย้อมทํามาจากอะไร</strong><br>&#8211; <strong>ลักษณะเด่นของผ้ามัดย้อมคืออะไร</strong><br>&#8211; <strong>พืชชนิดไหนบ้างที่ให้สีธรรมชาติ</strong><br>&#8211; <strong>นักฟุตบอลเกี่ยวข้องกับผ้ามัดย้อมอย่างไร</strong></p>



<p></p>



<p>เมื่อนักเรียนตอบและเชื่อมโยงได้ กิจกรรมถัดไปคือครูจะให้นักเรียนสังเกตจากภาพและตั้งประเด็นคำถามที่สนใจ กลุ่มละ 1 คำถาม โดยนักเรียนก็จะตั้งคำถามต่างๆ เช่น “ทำไมใบไม้ถึงออกมาเป็นสีได้” “เขามีวิธีอย่างไรถึงออกมาเป็นสีธรรมชาติได้” เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb7083"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/05-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูจะเตรียมพืชต่างๆ ที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอไว้หน้าชั้นเรียน เช่น ใบหูกวาง ขมิ้นชัน ดอกอัญชัน เป็นต้น แล้วให้นักเรียนแต่กลุ่มลองออกมาเลือกพืชที่คิดว่าน่าจะทำให้เกิดสีน้ำเงินและสีเหลือง นำไปแปะบนกระดาษ พร้อมเขียนเหตุผลว่าทำไมถึงคิดว่าพืชชนิดนี้น่าจะให้สีน้ำเงิน และสีเหลือง จากนั้นให้ออกมานำเสนอหน้าห้องเรียน ซึ่งผลลัพธ์คือ บางกลุ่มใช้วิธีสังเกตลักษณะภายนอกของพืช ฟังจากวิดีโอที่เปิดก่อนหน้า หรือบางกลุ่มก็ใช้วิธีขยี้พืชลงบนกระดาษเพื่อให้ออกสี</p>



<p>หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่การออกแบบการทดลองทางวิทยาศาสตร์ โดยครูจะให้นักเรียนออกแบบการทดลองการสกัดสีธรรมชาติจากพืชด้วยตนเอง ว่าสิ่งที่นักเรียนคาดการณ์เป็นไปตามสมมติฐานหรือไม่ พร้อมเขียนผลการทดสอบ โดยครูจะเตรียมพืชชนิดต่างๆ และอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ให้ เช่น บีกเกอร์ ตะเกียงแอลกอฮอล์ แท่งแก้วคนสาร เทอร์โมมิเตอร์ กรวยแก้ว และแว่นขยาย เป็นต้น ซึ่งนักเรียนพิจารณาเองว่าจะเลือกใช้อุปกรณ์ชิ้นไหนไปออกแบบการทดลองบ้าง จากนั้นจึงให้แต่กลุ่มออกมานำเสนอการออกแบบการทดลองนั้นให้เพื่อนๆ ฟัง ซึ่งหลังจากนำเสนอก็จะให้เพื่อนๆ ลองเสนอวิธีอื่นๆ เพื่อให้ผู้นำเสนอลองนำไปปรับใช้กับการทดลองของตนเอง รวมถึงนำไปพัฒนาเป็นโครงงานต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลลัพธ์จากชุดคำถาม พัฒนาสมรรถนะนักเรียน</strong></h2>



<p>จากการทำกิจกรรมในห้องเรียนตัวอย่างที่มีจุดประสงค์ในการดึงแนวคิดของนักเรียนผ่านชุดคำถามต่อยอดสู่โครงงาน ซึ่งเป้าหมายสูงสุดคือ การกระตุ้นให้นักเรียนต้องการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเองนั้น ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับคือ นักเรียนเกิดการเรียนรู้จากการตั้งคำถามของครู ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองว่าปัญหาคืออะไร สิ่งที่ต้องหาเพิ่มเติมคืออะไร นำมาเสริมกับสิ่งที่ตนเองออกแบบไว้ เพื่อนำไปทดลองจริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4489a9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/04-TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้นักเรียนยังรู้จักตั้งคำถามได้ด้วยตนเอง รู้จักระดมความคิดเพื่อหาคำตอบ โดยการตั้งสมมติฐานและทดลอง เช่น เมื่อนักเรียนต้องการรู้ว่าพืชชนิดไหน ให้สีธรรมชาติอะไร แต่ละคนก็จะหาคำตอบด้วยตนเองด้วยวิธีการที่แตกต่างออกไป อย่างเช่น การนำพืชมาขยี้กับกระดาษ นำไปต้ม หรือ สังเกตสีภายนอกของพืช เป็นต้น นับว่าเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา ซึ่งเป็นพื้นฐานของการทำโครงงาน</p>



<p>แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในห้องเรียนคือ เนื่องจากเป็นการค่อยๆ กระตุ้นให้นักเรียนคิด ในหัวข้อที่แปลกใหม่และเรียนรู้เป็นครั้งแรก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการค่อยๆ โยนคำถามให้นักเรียนหาคำตอบด้วยตนเอง&nbsp;</p>



<p>ในตอนท้ายของการจัดห้องเรียนตัวอย่างได้มีการเปิดโอกาสให้ครูท่านอื่นๆ มีส่วนร่วมในการเติมเต็มและแสดงความคิดเห็น ครูท่านหนึ่งบอกว่าบรรยากาศในชั้นเรียนไหลลื่นไปด้วยดี และกิจกรรมนี้ทำให้เด็กได้มีความรู้รอบตัวมากขึ้น รู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัว ซึ่งสิ่งที่ให้เด็กทำ ก็เป็นสิ่งที่อยู่ในชุมชนของตนเอง นอกจากนี้ยังเห็นความตั้งใจของนักเรียนการทํากิจกรรมต่างๆ ได้ช่วยกันคิดร่วมกัน และทำให้เกิดสมรรถนะต่างๆ เช่น สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม และสมรรถนะการสื่อสาร เป็นต้น</p>



<p>พร้อมกันนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนลองตั้งสมมติฐานเพิ่มขึ้นจากการตั้งคำถามของครู เช่น หากใบไม้ไม่ได้เป็นสีแดง จะสามารถสกัดออกมาเป็นสีแดงได้หรือไม่ จะทำให้นักเรียนเกิดความสนใจและความสนุกในชั้นเรียนมากขึ้น รวมถึงอยากให้ลองนำประเด็นถกเถียงของเด็กระหว่างการจัดกิจกรรมมาพูดถึงด้วย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4885dc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/TSQP-ครูสุวรรณี-ปล้องใหม่-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จุดเด่นของกิจกรรมนอกเหนือจากการตั้งคำถาม คือ ‘การบันทึกร่องรอยคำตอบของนักเรียนบนกระดาน’ ซึ่งการเก็บร่องรอยคําตอบของนักเรียนนั้นจะสมบูรณ์แบบมากขึ้น ก็ต่อเมื่อเราเห็นคําตอบของนักเรียนที่ปรากฏอยู่บนกระดาน ว่าแต่ละคนตอบเหมือนหรือต่างกันอย่างไรบ้าง จากนั้นจึงใช้คําถามนํา ให้นักเรียนขยายความหรือแสดงเหตุผลมาสนับสนุนสิ่งที่เหมือนหรือต่างกันนั้น และควรปลูกฝังให้ใช้ประโยชน์ของกระดานในการบันทึกคําตอบของนักเรียน ตั้งแต่ต้น กลาง และสุดท้าย เพื่อที่จะใช้คําตอบนั้นในการเชื่อมโยงและสรุปองค์ความรู้ทั้งหมดที่เรียนรู้ไป&nbsp;</p>



<p>“เวลาเราเรียนวิทยาศาสตร์ การออกแบบการทดสอบหรือการทดลอง ครูก็จะไกด์นักเรียนก่อน ถ้าเราให้เขาดีไซน์การทดลองเองโดยที่ไม่เคยทำก็อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเราฝึกเขาบ่อยๆ พยายามปล่อยเขาให้ออกแบบการทดลองเอง ก็จะช่วยสร้างประสบการณ์ให้นักเรียนได้ โดยหน้าที่ครูคือคอยตะล่อมหรือใช้คําถามเพื่อนําเขาไปสู่การออกแบบการทดลองที่ถูกต้อง” อาจารย์ภัสราภรณ์ สหะกิจ ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-201223/">‘ชุดคำถาม’ จุดเริ่มต้นกระบวนการเรียนรู้ที่เด็กออกแบบเอง : โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ จังหวัดภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่วง” คำถามของเด็กๆ สู่โปรเจ็กต์การเรียนรู้ผ้ามัดย้อม รร.บ้านโคกวัดใหม่ จ.ภูเก็ต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-031123-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 03 Nov 2023 11:46:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[วลีรัตน์ รักษ์เดชา]]></category>
		<category><![CDATA[ผอ.จิรวรรณ ชูจันทร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74258</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ในละครบุพเพสันนิวาส ทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031123-2/">“ทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่วง” คำถามของเด็กๆ สู่โปรเจ็กต์การเรียนรู้ผ้ามัดย้อม รร.บ้านโคกวัดใหม่ จ.ภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“ในละครบุพเพสันนิวาส ทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่วงตลอด”</em></p>



<p>คำถามของนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้นในชั้นเรียนของ <strong>ครูวลีรัตน์ รักษ์เดชา</strong> <strong>ครูฝ่ายวิชาการโรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ </strong>เรียกเสียงฮือฮาและดึงความสนใจของเพื่อนๆ ตัวน้อยให้เงี่ยหูฟังคำตอบจากปากคุณครู</p>



<p>แทนที่จะต่อว่านักเรียนที่นำเรื่องละครมาพูดในห้องเรียน ครูวลีรัตน์กลับเกิดความคิดที่จะบูรณาการการเรียนรู้โดยการทำใบงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการสวมชุดสีม่วงในอดีตว่าสีม่วงนั้นเป็นสีที่หายากมาก ผู้สวมใส่จึงจำกัดอยู่เฉพาะในแวดวงพระมหากษัตริย์ ขุนนาง และชนชั้นสูงเท่านั้น</p>



<p>แต่ไม่ใช่เพียงเท่านี้ เพราะคำตอบของครูยิ่งทำให้เด็กๆ ตาเป็นประกาย ก่อนตั้งคำถามต่อยอดออกไปอีกมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “แล้วสีม่วงกับสีอื่นๆ เกิดจากอะไร” ทำให้ครูนำประเด็นที่นักเรียนสนใจไปต่อยอดสู่การทดลองทำผ้ามัดย้อม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd244f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นี่คือกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงของโรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ โรงเรียนขนาดกลางในอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่ปัจจุบันมีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวนกว่า 210 คน ภายหลังจากที่ผู้อำนวยการนำทีมคุณครูเข้าร่วมโครงการ TSQP2 ของกสศ. โดยมีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตรับหน้าที่เป็นผู้ดูแล</p>



<p>“ก่อนเข้าร่วมโครงการ เดิมทีโรงเรียนมีการจัดวง PLC (Professional Learning Community) ทุกวันอังคารอยู่แล้ว แต่เป็นการ PLC เพื่อประชุมวิชาการและแก้ไขปัญหานักเรียนตามปกติ ซึ่งไม่ได้พูดถึงการร่วมกันสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ที่สามารถนำมาใช้ทั้งระบบ เมื่อเข้าร่วมโครงการ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตก็เข้ามาร่วม PLC และแนะนำให้มองถึงจุดด้อยหรือสิ่งที่เป็นปัญหาเพื่อนำไปพัฒนา เราเลยเลือกพัฒนาในส่วนของการคิดขั้นสูงในการแก้ไขปัญหาไปจนถึงการพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อให้เด็กๆ สามารถนำความรู้ไปต่อยอดและช่วยเหลือจุนเจือครอบครัวของตัวเอง ซึ่งส่วนมากผู้ปกครองร้อยละ 60 มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ”</p>



<p>ในปีแรกที่เข้าร่วมโครงการ ครูวลีรัตน์ยอมรับว่าเป็นธรรมดาที่ครูส่วนมากยังไม่ค่อยถนัดวิธีการออกแบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ แต่อาศัยที่ครูทุกคนรวมถึงคณะผู้บริหารให้ความสำคัญกับวงประชุมทำให้สุดท้ายสามารถพัฒนาหน่วยการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสมรรถนะของนักเรียนออกมาได้สำเร็จ ก่อนนำหน่วยการเรียนรู้มานำเสนอต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมถึงผู้ปกครองให้รับรู้และอนุมัติ</p>



<p>“ในช่วงแรกโรงเรียนจะบูรณาการความรู้โดยเน้นไปที่เรื่องของพืชและสิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนโดยการให้นักเรียนสำรวจพืชประเภทต่างๆ ในโรงเรียน และให้นักเรียนคิดกันเองว่าจะใช้ประโยชน์จากพืชเหล่านั้นยังไง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bac9a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/ครูวลีรัตน์-รักษ์เดชา-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูวลีรัตน์ รักษ์เดชา ครูฝ่ายวิชาการโรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1503d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-04-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผอ.จิรวรรณ ชูจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong> ผอ.จิรวรรณ ชูจันทร์ </strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่ บอกว่าโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนและไม่อาจอยู่อย่างโดดเดี่ยวได้ เธอจึงไปพบปะกับผู้นำชุมชนและปราชญ์ชาวบ้านหลายกลุ่มเพื่อดึงให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการออกแบบการเรียนรู้</p>



<p>“สิ่งที่ยึดมั่นในการบริหารคือโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และโรงเรียนจะต้องอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมภายในชุมชน เพราะฉะนั้นเมื่อโรงเรียนมีปัญหาอะไร ชุมชนก็จะมาร่วมด้วยช่วยกันกับโรงเรียน ซึ่งหลังจากได้ประชุมกับวง PLC ชุมชน ก็ได้ปราชญ์ชาวบ้านตอบตกลงมาสอนนักเรียนในคาบเรียนและชั่วโมงต่างๆ ที่โรงเรียนจัดไว้สำหรับ TSQP”</p>



<p>หลังจากที่ผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และชุมชนมีความเห็นตรงกันถึงรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่เพียงความรู้ในห้องเรียน แน่นอนว่าผู้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนอย่างครูก็ต้องทำการบ้านหนักกว่าใคร โดยเฉพาะครูวลีรัตน์ที่สะท้อนว่าครูหลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอนจากระบบ ‘ท่องจำ’ มาเป็นระบบการตั้ง ‘ชุดคำถาม’ เพื่อให้ศูนย์กลางของชั้นเรียนย้อนกลับไปที่ตัวนักเรียน</p>



<p>“เวลาตั้งคำถามแล้วเด็กๆ ยกมือตอบ ครูบอกตัวเองเสมอว่าเราจะไม่พูดว่าถูกหรือผิด เราจะต้องอดทนในการสร้างวัฒนธรรมในชั้นเรียนเพื่อจะให้เพื่อนๆ ได้ชมกันเองหรือติกันเองโดยที่ครูไม่ต้องไปยุ่ง แต่จะมีหน้าที่ในการเข้าไปพูดย้ำแนวคิดให้นักเรียนในห้องได้ฟังว่าสิ่งที่เพื่อนคิดคือแบบนี้ มีใครอยากเสนออะไรเพิ่มเติมไหม”</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="596" data-id="74264" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-01.jpg" alt="" class="wp-image-74264" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-01-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-01-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="596" data-id="74266" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-03.jpg" alt="" class="wp-image-74266" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-03-300x209.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์-03-768x535.jpg 768w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>นอกจากเปลี่ยนวิธีการสอนแล้ว สิ่งที่น่าสนใจคือในช่วงสองปีแรก โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่มีการนำนวัตกรรมการสอนแบบ<strong> Project-based Learning </strong>หรือ PBL มาใช้ แต่พอขึ้นปีที่สาม คุณครูต่างตกลงนำ<strong>วิธีการเรียนรู้แบบสืบเสาะ</strong>เข้ามาปรับใช้เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างลื่นไหล</p>



<p>“ครูก็คุยกันในวง PLC ว่าจะเน้นการสอนแบบ PBL (Project-based Learning) ซึ่งการรอให้เด็กเกิดประเด็นคำถามอาจทำให้ครูวางแผนได้ยากมากขึ้น เพราะตอนวางแผนการสอนก็ต้องมานั่งคาดเดาคำตอบหรือคาดเดาแนวคิดของเด็กว่าเขาจะสนใจเรื่องอะไรเพื่อมาเตรียมการสอนให้เขา ดังนั้นพอแลกเปลี่ยนกับครูและโค้ชจากมหาวิทยาลัยบ่อยๆ สุดท้ายเลยปรับ PBL มาใช้เป็นสืบเสาะแทน เพราะลักษณะของสืบเสาะจะสามารถช่วยให้ครูเตรียมการสอนได้คล่องมากกว่า”</p>



<p>พอเด็กๆ พบว่าวิธีการเรียนการสอนของคุณครูเปลี่ยนไปและสนุกสนานมากขึ้น พวกเขาเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน ทั้งจำนวนนักเรียนขาดเรียนที่น้อยลง การมีส่วนร่วมตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นในห้องมีมากขึ้น ซึ่งเมื่อครูสามารถทำให้เด็กเปิดใจกับการเรียนรู้ได้ สิ่งที่ตามมาคือการปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ทำให้โรงเรียนกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พวกเขาสามารถคิดและทำในสิ่งที่ต้องการได้</p>



<p>“ที่โรงเรียนมีใบไม้ร่วงหล่นเยอะมาก เด็กก็มาบอกว่าอยากเพิ่มมูลค่าให้กับใบไม้เหล่านั้น สุดท้ายเลยได้โปรเจกต์การทำกระถางจากใบไม้ โดยใช้แป้งเปียกอัดขึ้นรูป&nbsp;</p>



<p>หรือช่วงที่ละครบุพเพสันนิวาสกำลังโด่งดัง ในเรื่องแม่หญิงจันทร์วาดจะเกล้าผมสูงๆ และใส่ชุดสีม่วงตลอด ทำให้เด็กๆ ถามครู ครูก็เอาไปทำเป็นใบงานที่กำหนดให้ตัวละครโต้เถียงกันว่าทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่วงตลอด ซึ่งสมัยก่อนชุดสีม่วงเป็นสีที่หาได้ยากมาก&nbsp;</p>



<p>ทีนี้พอบอกว่าชุดสีม่วงเป็นสีที่หาได้ยากมาก เด็กๆ ก็เกิดคำถามว่าแล้วสีม่วงเกิดจากอะไร พอได้คำถามก็เกิดเป็นความคิดอื่นๆ รวมถึงต่อยอดไปอีกว่าแล้วสีอื่นๆ เกิดจากอะไร ทำให้ครูได้จัดการเรียนการสอน โดยให้เด็กๆ นำวัสดุธรรมชาติอย่าง ดอกดาวเรือง (สีเหลือง) ขมิ้น (สีเหลือง) กระเจี๊ยบ (สีแดง) และอัญชัน (สีน้ำเงินแกมม่วง) มาลองต้มในบีกเกอร์ (Beaker) ซึ่งพอเด็กๆ ได้ทดลองก็จะบันทึกว่าพืชแต่ละชนิดให้สีอะไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e509a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/1-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057157732733" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่">โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</a></figcaption></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="74278" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2.jpg" alt="" class="wp-image-74278" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/4-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพจากเพจ<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057157732733" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่">โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</a></figcaption></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="74279" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2.jpg" alt="" class="wp-image-74279" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/2-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ภาพจากเพจ<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057157732733" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่">โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</a></figcaption></figure>
</figure>



<p></p>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน ผอ.จิรวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่าการทำผ้ามัดย้อมจะเป็นหน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โดยนอกจากจะมีครูคอยดูแลแล้ว ยังมีปราชญ์ชาวบ้านภายในชุมชนที่สละเวลามาเป็นโค้ชคอยให้คำแนะนำกับนักเรียน ไล่ตั้งแต่การทำสีไปจนถึงต้นทุนและมูลค่าทางการตลาด ทำให้เด็กๆ เห็นค่าอัตลักษณ์ในชุมชน รวมถึงเกิดความภูมิใจในท้องถิ่น</p>



<p>“เราเริ่มจากทำผ้ามัดย้อมแบบใช้สีสังเคราะห์เพื่อให้นักเรียนรู้จักกระบวนการทำผ้ามัดย้อม ต่อมาจึงเพิ่มเติมในเรื่องของสีธรรมชาติโดยใช้สีเปลือกไม้มะฮอกกานีซึ่งมีอยู่ในโรงเรียน และเปลือกของมะพร้าวจะได้สีกะปิ ส่วนสีชมพูก็สวยและเป็นที่ต้องการของตลาด ทีนี้ก็ค่อยมาเปรียบเทียบข้อดี ข้อด้อย ข้อแตกต่างของผ้ามัดย้อมว่าเป็นอย่างไร รวมถึงปราชญ์ชาวบ้านได้ให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนของการตลาดที่พูดถึงต้นทุน มูลค่า และความชอบของกลุ่มคนด้วย จนทุกวันนี้โรงเรียนสามารถนำผ้ามัดย้อมของเด็กๆ ไปออกบูธเพื่อแสดงผลงานและจำหน่ายตามสถานที่ต่างๆ ที่ชุมชนและหน่วยงานภายนอกเป็นผู้จัด”</p>



<p>นอกจากนี้ ครูวลีรัตน์ได้สรุปถึงการดำเนินงานตลอดโครงการ TSQP ว่าผลลัพธ์ที่เกิดกับนักเรียนตรงกับที่ครูต้องการคือ เด็กๆ มีความกล้าที่จะสื่อสารและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4d260"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/3-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ<a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100057157732733" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่">โรงเรียนบ้านโคกวัดใหม่</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พอเราปรับการเรียนการสอน เด็กบางส่วนก็กลับมาเรียนเพิ่มขึ้น บางส่วนกล้าเดินเข้ามาคุยกับครูมากขึ้นว่าสาเหตุอะไรที่เขาไม่อยากเรียน เป็นเพราะครู เป็นเพราะเพื่อน หรือเป็นเพราะอะไร ส่วนเด็กบางคนที่นั่งเงียบมาตลอด พอเห็นครูปรับการสอนใหม่ กลับกล้ายกมือขอตอบเพราะเขามองว่าต่อให้เขาตอบผิดก็ไม่มีใครว่า ซึ่งพอเขาลองตอบแล้วคำตอบถูก เขาก็มีความมั่นใจ ต่างจากเดิมที่เขาไม่มั่นใจในตัวเองเพราะเขามองว่าตัวเองไม่เก่ง</p>



<p>เมื่อเด็กๆ มีความมั่นใจ กล้าที่จะพูด กล้าที่จะทำ แสดงว่าเขาได้ทลายกำแพงบางส่วนออกไปแล้ว เพราะการเรียนการสอนแบบเดิมจะเป็นลักษณะบีบบังคับให้เด็กไม่กล้าพูดไม่กล้าคิด หรือคิดแต่ไม่กล้าพูดออกมา ดังนั้นพอครูสอนในลักษณะสืบเสาะ หรือ Active Learning หลายๆ แบบ เด็กก็จะมีโอกาสได้คิด ได้นำเสนอความคิดของตัวเองโดยที่ครูจะไม่ไประบุว่าความคิดของเขาผิดหรือถูก แค่ให้เขาได้พูดคุยกัน แล้วค่อยๆ มองว่าความคิดตัวเองเป็นยังไง ถูกต้องไหม ทำให้เด็กๆ กล้าสื่อสาร ทำงานเป็นทีมมากขึ้น กล้ารับคำวิจารณ์มากขึ้น กล้าที่จะวิพากษ์เพื่อนด้วยเหตุและผล ซึ่งการที่เด็กๆ สื่อสารได้ดี คิดได้ แก้ปัญหาได้ ทำให้พวกเขารักการเรียนรู้มากขึ้น”</p>



<p>ครูวลีรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่าแม้โรงเรียนจะสนับสนุนให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมถึงปรับวิธีการสอนเพื่อเน้นทักษะชีวิต แต่ก็ไม่ได้ทำให้คะแนนเฉลี่ยของนักเรียนต่ำลง ทั้งยังอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนทั่วประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c793dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/46-โควท-ครูวลีรัตน์_01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าครูเตรียมการสอนมาดีพอจะทำให้เด็กคนหนึ่งเกิดความต้องการที่จะค้นหาคำตอบหรือต้องการออกมาพูดหน้าชั้นเรียนเพื่อเป็นที่ยอมรับของเพื่อน อยากมีชื่อตัวเองแปะอยู่บนกระดานว่านี่เป็นแนวคิดของเขา การที่เด็กคนหนึ่งอยากเอาชนะขนาดนั้นแสดงว่าตัวโจทย์ทั้งหมดเขาต้องทำได้ อยู่ที่ครูจะทำอย่างต่อเนื่องหรือเปล่า ถ้าทำต่อเนื่องเด็กทำข้อสอบได้แน่นอน แต่ถ้าทำแล้วขาดตอนมันก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ครูกับผู้ปกครองที่นี่เชื่อว่า ต่อให้ผลการสอบ O-Net หรือการสอบระดับชาติของเราจะอยู่ในลำดับไหน สุดท้ายเด็กๆ ก็ต้องไปเรียนในชั้นที่สูงกว่าอยู่ดี เพราะฉะนั้นแล้วการเรียนที่มีคุณภาพคือการเรียนที่เน้นในเรื่องสมรรถนะและทักษะชีวิตมากกว่าความรู้ที่นำไปสอบ เพราะบางทีการมีความรู้แค่นำไปสอบแต่ปรับใช้กับชีวิตไม่ได้ มันก็เป็นความรู้ที่ไม่เกิดประโยชน์ ครูจึงเน้นการเรียนเพื่อนำไปใช้ ไม่ได้เรียนเพื่อนำไปสอบอย่างเดียว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031123-2/">“ทำไมแม่หญิงจันทร์วาดถึงใส่ชุดสีม่วง” คำถามของเด็กๆ สู่โปรเจ็กต์การเรียนรู้ผ้ามัดย้อม รร.บ้านโคกวัดใหม่ จ.ภูเก็ต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
