<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%b3-%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Sep 2022 09:33:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 15 Sep 2022 09:33:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[Whole School Approach]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60234</guid>

					<description><![CDATA[<p>“หนูเคยกล้า ๆ กลัว ๆ กับการมาโรงเรียน แต่ตั้งแต่ ป.4 คร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/">“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“หนูเคยกล้า ๆ กลัว ๆ กับการมาโรงเรียน แต่ตั้งแต่ ป.4 ครูเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ ทุกเช้าก่อนเรียนมีการทำจิตศึกษา ได้เตรียมสภาวะจิต มีเล่นเกม Brain Gym มีครูมาเล่าเรื่องจากข่าว จากนิทาน แล้วมีคำถามให้พวกเราใคร่ครวญ แชร์กับเพื่อน มีเรียนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ได้เจอศัพท์ใหม่ ๆ ได้ออกแบบการ์ตูนช่อง ตีความเนื้อหาผ่านมุมมองที่ไม่ได้อยู่ในตัวเรื่อง ได้เรียน PBL เรื่อง ‘เด็กเล่นเส้น’ มีทำแป้ง แปรรูปเป็นเส้น แล้วต่อยอดเป็นขนม เป็นก๋วยจั๊บญวน พวกเราสนุกกันมาก ครูฝึกให้ทำงานเป็นระบบ ไม่มีเครียดเลย</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“หนูชอบที่ครูให้โอกาสเราเรียนรู้ด้วยตัวเอง เสนอความเห็นได้ว่าอยากทำอะไร ตอนทำงานไม่สำเร็จครูก็ให้กำลังใจ สอนให้หาวิธีรับมือจนผ่านไปได้ พวกเราจึงพร้อมกลับไปทำซ้ำ จนพอทำสำเร็จได้ทุกคนก็ดีใจไปด้วยกัน วันนี้หนูมีความสุขกับการไปโรงเรียนมาก อยากให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไปค่ะ”</p></blockquote>



<p>เสียงสะท้อนจาก ‘น้องอาย’ ชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) ตัวแทนจาก ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ (TSQP) เครือข่ายมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา ในโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ทั้งระบบ (Whole School Approach) โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่มาเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 3 ปี กระทั่งวันนี้โครงการสิ้นสุดลงแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ละโรงเรียนซึ่งนำโดยผู้บริหารและครู รวมถึงเสียงเล็ก ๆ จากเด็ก ๆ ที่ร่วมฝ่าฟันโครงการกันมาจนบังเกิดผลที่เป็นรูปธรรมในวันนี้ ต่างยืนยันว่าจะเดินหน้าต่อโดยไม่มีใครคิดหันหลังกลับ ด้วยนวัตกรรมใหม่ได้หยั่งรากลงลึก และพร้อมแตกหน่อออกผลงอกงามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘จิตศึกษา PBL &#8211; PLC’ เครื่องมือเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ</strong></h2>



<p>‘มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา’ เป็นเครือข่ายที่นำแนวคิดเรื่อง ‘สนามพลังบวก’ มาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนเชิงระบบ ผ่านนวัตกรรมจิตศึกษา, หน่วยบูรณาการ ‘PBL’ (Problem Based Learning) เรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และ ‘PLC’ (Professional Learning Community) หรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ</p>



<p>โดยนวัตกรรมเหล่านี้ ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในห้องเรียนให้เป็น Active Learning ทั้งหมด จากครูเคยทำหน้าที่ ‘บอกความรู้’ ก็เปลี่ยนบทบาทเป็น ‘โค้ช’ ช่วยกระตุ้นสร้างการเรียนรู้ และให้นักเรียนลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ</p>



<p>ที่เมื่อผู้บริหารและครูเปิดใจยอมรับ ผลลัพธ์เชิงบวกจึงเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cbe74d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/1-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยเฉพาะ​ ‘จิตศึกษา’ ที่ส่งผลทั้งต่อลักษณะนิสัยและทักษะวิชาการของผู้เรียน มุ่งพัฒนา ‘ปัญญาภายใน’ ให้ผู้เรียน​เข้าใจตัวเอง ใคร่ครวญกำกับตัวเองได้ มีเป้าหมาย ในพื้นที่ ‘สนามพลังบวก’ ที่ทำให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัย ได้รับความเคารพ ​มีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและศิษย์ ร่วมกับกายภาพของสถานที่ที่สะอาด ร่มรื่นปลอดภัย เราจะเห็นโรงเรียนที่ไม่มีเด็กคนใดถูกบังคับ ไม่มีเสียงออด แต่เป็นวิถีใหม่ที่เด็กกำกับตนเองได้ว่าเวลาไหนควรทำ หรือไม่ควรทำอะไร</p>



<p>ครูจะใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับเด็ก ใคร่ครวญถึงสิ่งที่ต้อง ‘เพิ่ม’ หรือ ‘ลด’ บนหลักการของการเคารพคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่เปรียบเทียบ ไม่จัดอันดับ เพิ่มการชื่นชม ไว้วางใจ ซึ่งจะส่งเสริมให้เด็กรู้สึกได้รับเกียรติ และตระหนักถึงคุณค่าในตนเอง</p>



<p>ทั้งในทุกวันก่อนเริ่มเรียนและระหว่างวัน จะมีกิจกรรมเตรียมสภาวะจิตเด็ก บริหารสมอง ให้ประสบการณ์บางเรื่องเพื่อให้เกิดการ reflection ​และจากนั้นครูจะปิดท้ายด้วยการเสริมพลัง (empower)</p>



<p>ขณะที่ PBL จะเน้นปัญญาภายนอก ความเข้าใจต่อโลก ทักษะการดำเนินชีวิต ทักษะการทำงาน ความใคร่รู้และเข้าใจในศาสตร์ที่จำเป็น​ต่อการดำเนินชีวิต ส่วน PLC คือการจัดกระบวนการเพื่อพัฒนาครู โดยมีกิจกรรมเรียนรู้ เช่น การถอดบทเรียน Lesson study, Case study จนถึงการทำ system study ร่วมกันทั้งภายในโรงเรียน และระหว่างโรงเรียน ซึ่งการจะทำ PLC ให้สำเร็จ ครูต้องได้รับการพัฒนาทักษะการรับรู้ การกำกับตัวเอง และการใคร่ครวญ เช่น ​Deep Listening, Dialogue, Facilitator</p>



<p>ถ้า PLC ได้ผล ครูจะตื่นรู้ในสิ่งที่ทำ มีความพยายามเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนรู้ กลายเป็นครูแบบ ‘Active Learning’&nbsp; เข้าใจเด็กมากขึ้น วางการสอนลง และสร้างการเรียนรู้มากขึ้น แล้วเมื่อครูเปลี่ยน เด็กก็เปลี่ยน การขาดเรียนจะลดลง มีความสนิทสนมกับครู เต็มใจร่วมกิจกรรม กำกับตัวเองและจดจ่อกับสิ่งที่เรียนได้</p>



<p>เหล่านี้คือนวัตกรรมที่ลงไปสู่โรงเรียนต้นแบบแล้วหลายร้อยโรงเรียน ซึ่งพร้อมนำประสบการณ์การทำงานมาแบ่งปัน ณ ตรงนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะไม่ยอมให้ครูกลับไปเปิดหนังสือสอนแบบเดิมอีก</strong></h2>



<p>ผอ.สมเดช อ่างศิลา โรงเรียนวัดเนินกระปรอก อ.บ้านฉาง จ.ระยอง กล่าวว่า เราตั้งเป้าหมายให้เด็กเป็น ‘smart kid’ มีความรอบรู้ ปรับตัวได้ ซึ่งนวัตกรรมจากลำปลายมาศเหมาะกับบริบทโรงเรียน เราจึงปรับกลไกการบริหารจัดการโรงเรียน โดยเริ่มจากผู้บริหารต้องไม่ลังเลสงสัย ศึกษารายละเอียดการทำงานของนวัตกรรม และเป็นผู้สนับสนุนที่ดีของครู ที่สำคัญคือต้องสื่อสารกับผู้ปกครองให้เข้าใจ เพื่อให้เขาเข้ามาเป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนงานไปพร้อมกับโรงเรียน</p>



<p><strong>“การมีส่วนร่วมสำคัญที่สุด กว่าจะเกิดขึ้นได้ ผู้บริหารเราต้องสร้างความเชื่อมั่น แรก ๆ อาจอยู่ในรูปคำสั่ง แต่การทำซ้ำ ๆ โดยสร้างบทบาทให้กับครูแต่ละคน จนเขาเข้าใจกระบวนการ เห็นผล สักพักเขาจะทำได้เอง</strong> นอกจากนั้นยังสัมผัสเองด้วยว่ารูปแบบการสอนแบบ Active Learning จะช่วยให้ครูมีเวลาสำหรับการวางแผนการสอนได้ดีขึ้น เด็กเองก็สนุกและกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ ส่วนผู้ปกครอง เราเชิญประชุมทุกเดือน ดึงคนที่สนใจ เข้าใจ มาช่วยถ่ายทอดความเข้าใจไปสู่ผู้ปกครองคนอื่น ๆ ไม่ช้าทุกคนก็เข้าใจร่วมกัน <strong>&#8230;วันนี้ผมแน่ใจแล้วว่าจะไม่ยอมให้ครูกลับไปเปิดหนังสือสอนแบบเดิมอีกแล้ว เพราะเราเห็นทั้งผลสำเร็จและเส้นทางก้าวหน้าที่การเรียนการสอนอย่างเดิมให้เราไม่ได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Active Learning เปลี่ยนนักเรียนให้เป็นคนไม่ยอมแพ้</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1b056"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/5-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูฉัตรวรีย์  บุญสิริเกียรติ โรงเรียนบ้านน้ำก่ำ (สิทธิผลนุกูล) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม กล่าวว่า หลังนำนวัตกรรมมาใช้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ซึ่งโรงเรียนพร้อมเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เปลี่ยนผู้เรียนเป็นเจ้าของการเรียนรู้ที่แท้จริง เด็กได้ออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับครู ส่วนครูกลายเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นด้วยคำถามทรงพลัง และสนับสนุนอำนวยความสะดวก จนผู้เรียนได้กลายเป็น ‘นักเรียนรู้’ ที่มีความกระหาย อดทน มานะมุ่งมั่น กัดไม่ปล่อยจนกว่าจะทำได้สำเร็จ</p>



<p><strong>“เด็กของเรากลายเป็นนักค้นคว้า มีการคิดขั้นสูงเชิงนวัตกรรม รู้จักแก้ปัญหาด้วยวิจารณญาณ การสร้างสรรค์ เป็นคุณลักษณะที่ค่อย ๆ บ่มเพาะ และฝังในตัวเด็ก เขามองว่าปัญหาคือสิ่งท้าทาย ไม่ยอมละเลิกง่าย ๆ จนกว่าจะทำสำเร็จ</strong> ซึ่งทำให้เกิดการเห็นคุณค่าในตนเอง เข้าใจทั้งมิติภายในตนเองและมิติเชิงสังคม ส่วน<strong>ครูเองก็กลายเป็นนักเรียนรู้ไปด้วย คือถ้ายังไม่ดี เราไม่หนีไม่ยอมไม่ปล่อย ต้องเรียนรู้ ต้องหาทางทำจนสำเร็จ หาเทคนิควิธีการมาผลักดันให้เด็กถึงเป้าหมาย เปลี่ยนตัวเองจากครูที่สอนให้ ‘จำ’ เป็นสอนให้ ‘คิด’ ไม่ยัดเยียดความรู้ แต่จะมุ่งไปที่ความสนใจของเด็ก แล้วห้องเรียนที่น่าเบื่อจำเจก็กลับมีชีวิต มีความงอกงามความสุขที่ทั้งครูทั้งเด็กรับรู้ร่วมกันได้”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ก่อร่าง ‘จินตทัศน์’ จากถ้อยคำ ด้วยการเรียนภาษาผ่านวรรณกรรม</strong></h2>



<p>ครูภัทรวีร์  สุขโทน โรงเรียนบ้านกองทูล (พิทักษ์ราษฎร์วิทยาคาร) อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า การเรียนภาษาไทยผ่านวรรณกรรม ทำให้เด็กเรียนรู้เนื้อหาเรื่องราวที่ช่วยเตือนสติ สอดแทรกมุมมองชีวิต เปิดทั้งโลกทัศน์ จินตทัศน์ จากภาษาที่สวยงาม มีศัพท์ชั้นสูงและคลังคำที่กว้าง ยาก ลึกซึ้ง ซึ่งต่างไปจากเดิมที่เรียนแค่ ก กา ข ขา ที่สื่อความหมายเพียงชั้นเดียว</p>



<p><strong>“ถ้อยคำคือสิ่งที่เปิดจินตนาการในหัวของเด็ก ให้เขาเห็น และสามารถสร้างภาพที่ลึกล้ำกว่าความหมายแค่ชั้นเดียว แล้วในเรื่องหลักภาษาเขาก็จะมีพื้นฐานที่ไปได้ไกลกว่าแค่เขียนตามคำบอก รู้จักการวิเคราะห์ ตีความจากข้อเขียน </strong>ที่แม้แต่ในข้อสอบ O &#8211; Net ยังไปถึงแค่ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เท่านั้น แต่<strong>วรรณกรรมนั้นไม่ได้บอกอะไรเลย ทิ้งปลายเปิดไว้ให้เด็กตีความ มีศัพท์ใหม่ ๆ ที่ทำให้เราสื่อสารได้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในตัวเขา หรือบริบทชีวิตของเขา</strong> อย่างเมื่อเจอศัพท์เช่นคำว่า ‘อ้างว้าง’ หรือ ‘โดดเดี่ยว’ เราถามเขาต่อได้ว่าคืออะไร เคยรู้สึกไหม บางทีมันก็นำไปสู่บทสนทนาเรื่องครอบครัว หรือเรื่องอื่น ๆ ซึ่งทำให้ครูเข้าใจเด็กได้มากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf66a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Banner-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong><strong>เราเชื่ออย่างหมดใจว่ามนุษย์ทุกคนเรียนรู้ได้ แม้ว่าต้นทุนเขาไม่พร้อมสักแค่ไหน</strong></strong></h2>



<p>ผอ.พวงชมพู เฮ็งประเสริฐ โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าบ้านห้วยปูลิงเป็นโรงเรียนพื้นที่สูง การเดินทางลำบากถึงลำบากมาก จึงมีกลุ่มเด็กพักนอนกว่า 80 คน บางคนกลับบ้านแค่เทอมละครั้ง เด็กนักเรียนเป็นปกาเกอะญอ 100 % ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ปัญหาที่เห็นชัดคือความด้อยโอกาส ขาดปัจจัย ขาดการเติมทักษะใหม่ ๆ ซึ่งในมุมหนึ่งคิดว่าการช่วยเหลือที่เด็กเป็นผู้ ‘รอรับ’ อย่างเดียว หรือ ‘ให้จนมากเกินพอดี’ จะกลายเป็นบ่อเกิดของทัศนคติไม่ยอมช่วยเหลือตนเอง หรือไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่ตน ‘มี’ ดังนั้นจึงต้องสร้างระบบดูแลช่วยเหลือที่สนับสนุนให้เด็กพึ่งตนเอง มีสุขภาวะที่ดี มีทักษะการใช้ชีวิตในสังคมเมื่อลงไปอยู่บนพื้นราบ อันหมายถึงการตกผลึกในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์</p>



<p>“การบริจาคจนเกินความจำเป็น คือการทำลายพัฒนาการการคิดแก้ปัญหา หรือการเห็นคุณค่าในตัวตน นี่สำคัญมาก เพราะเรามองว่า ‘ความเชื่อมั่น’ จะเป็นต้นทุนหลักที่ทำให้เขาอยู่ในสังคมได้ พัฒนาตนเองจนประสบความสำเร็จได้ สิ่งที่โรงเรียนเน้น จึงเป็นเรื่องการสร้างการเรียนรู้ สร้างเกราะป้องกันวิถีบริโภคนิยมที่ไหลทะลักจากเมืองไปถึงบนดอย เด็กและครอบครัวเขาต้องรู้เท่าทัน ผลลัพธ์การศึกษาจึงต้องไม่ใช่แค่อ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น ซึ่งหนทางที่เราพบว่ามันช่วยเปลี่ยนแปลงเขาได้ถึงรากทัศนคติคือ ‘จิตศึกษา’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb4d5e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/2-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราออกแบบบทเรียนให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวกับฐานทุนที่เขามี ทั้งความสามารถภายใน การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมซึ่งคือทุนธรรมชาติในชุมชน แล้วใช้ความใกล้ชิดของครูช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในการใช้เทคโนโลยี <strong>เราพบว่าห้องเรียนที่ปลอดภัยไม่มีการชี้ถูกผิด มีการเสริมพลังใจด้วยจิตวิทยาเชิงบวก ทำให้เด็กเห็นคุณค่า ภูมิใจในตนเอง และรักที่จะเรียนรู้ เหล่านี้เป็นจุดคานงัดที่จิตศึกษาทำให้ความเปลี่ยนแปลงปรากฏ</strong> ส่วนสำหรับครู <strong>เราเชื่ออย่างหมดใจว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้ แม้ว่าต้นทุนเขาไม่พร้อมสักแค่ไหน ซึ่งถ้าครูเชื่อมั่น หาทางผลักดันสนับสนุน สุดท้ายแล้วไม่ว่าโจทย์ยากแค่ไหน เด็กอยู่ในที่ลำบากห่างไกลเท่าไหร่ เขาจะพบวิถีทางในการพัฒนาตนเองจนได้”</strong></p>



<p>ผอ.ชนาวุธ ปทุมชาติ โรงเรียนน้ำสวยวิทยา อ.สระใคร จ.หนองคาย กล่าวเสริมว่า ในเด็กวัยมัธยม ระดับของปัญหาจะขยับไปที่เรื่องพฤติกรรม ยาเสพติด ซึ่งพอเจอปัญหา เด็กพยายามหาทางออกด้วยตัวเอง หลายครั้งจึงยิ่งกลายเป็นส่งผลระยะยาว ดังนั้น<strong>ครูต้องเป็นผู้สังเกตการณ์ รู้จักนักเรียนให้ได้เป็นรายคน ผ่านการเยี่ยมบ้าน พูดคุย ถอดรหัสจากชิ้นงาน จากคำพูดพฤติกรรมที่เด็กต้องการสื่อสาร รู้ให้ได้ว่าเขาเผชิญกับอะไรอยู่</strong> แต่เท่านั้นไม่พอ เพราะการออกแบบวิธีดูแลช่วยเหลือต้องพึ่งพาผู้ปกครองเด็กด้วย ต้องมีการทำความเข้าใจ ลดทิฐิ พร้อมแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างไรก็ตาม <strong>การทำให้นักเรียนและผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงจากข้างใน ครูต้องไม่ผลีผลาม ต้องยึดมั่นในกระบวนการ ลงมือทำ แล้วค่อย ๆ รอผลความเปลี่ยนแปลง</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คนเดียวก็ไปได้ แต่ ‘เพื่อนร่วมทาง’ ช่วยให้ไปได้ไวกว่า</strong></h2>



<p>ผอ.การุณ ชาญวิชานนท์ โรงเรียนบ้านโกรกลึก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา กล่าวถึงการขยายผลการทำงานว่า บ้านโกรกลึกเป็นโรงเรียนแรกในจังหวัดที่นำนวัตกรรมจิตศึกษามาใช้ จนเริ่มเห็นผลสำเร็จและประชาสัมพันธ์ออกไป ทำให้มีโรงเรียนอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วมเรียนรู้ มีเขตพื้นที่การศึกษาเข้ามาสนับสนุน จากนั้นโรงเรียนบ้านโกรกลึกจึงลุกขึ้นเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำมาซึ่งเครือข่ายที่ขยายออกไปทั้งในและนอกจังหวัดในเวลาอันรวดเร็ว และไม่เพียงเชิงปริมาณ หากการยกระดับคุณภาพของแต่ละโรงเรียนก็เดินไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น</p>



<p>“ในเครือข่ายที่แตกยอดออกไป มีโรงเรียนทั้งในและนอกโครงการ TSQP ที่มาร่วมกับเรา มีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาที่เสนอตัวเป็นฐานปฏิบัติการ มีอาคารสถานที่ งบประมาณ บุคลากรพรั่งพร้อม มีศึกษานิเทศก์มาร่วมเป็นโค้ช จากจุดนั้นโครงการก็เดินไปไวมาก <strong>มีการเยี่ยมชมงานกันระหว่างเครือข่าย แชร์ประสบการณ์ ก่อนเปิดเทอมทุกครั้งเราจัดประชุมวางแผนการเรียนการสอน เจาะทีละสัปดาห์ไล่ไปจนครบเทอม เหล่านี้คือความงอกงามของการมีเพื่อนร่วมทางหัวใจเดียวกัน ที่ทำให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบ บางทีทำคนเดียวก็ไปได้ แต่ถ้ามีเพื่อนร่วมทาง พวกเราจะไปได้ไวกว่า”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52b089"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/4-LinkThumbnail-บทเรียน-‘จิตศึกษา-PBL-PLC-สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.นฤมล สุภาทอง รองผู้อำนวยการ สพป. นครพนม เขต 1 กล่าวว่า “โรงเรียนเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ ต้องเกิดจากโรงเรียนและผู้บริหารมีใจอยากทำ ถ้าเกิดจากการบังคับจะไม่มีทางยั่งยืนได้ ในส่วนของเขตพื้นที่ เราพร้อมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปสู่การปฏิบัติ ให้ข้อมูลสะท้อนกลับ และช่วยเติมสิ่งที่โรงเรียนต้องการพัฒนาให้ตรงจุด</p>



<p>“พอมีการทำงานร่วมกัน ทำให้มีบรรยากาศของความกลมเกลียวผูกพัน มีกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ โดยหลังจากนี้ที่ผลของโครงการได้แสดงให้เห็นความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว จากเริ่มต้นด้วยกัน 22 โรงเรียน ถึงวันนี้เรามีโรงเรียน TSQP ในเครือข่าย 57 โรงเรียนแล้ว <strong>สิ่งที่เขตพื้นที่ให้ความสำคัญต่อไปคือผู้บริหารที่จะเข้ามาสืบทอด โดยเขตจะมุ่งคัดสรรคนเข้ามาทำงานต่อที่มี mind set เป็นไปในทางเดียวกัน เข้าใจกระบวนการ พร้อมสานงานต่อ เพราะเรามองว่าโครงการนี้คือโอกาสสำหรับเด็กทุกคน ช่วยแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ครูไม่ครบชั้น สร้างแรงบันดาลใจให้ครู เปลี่ยนเด็กให้มั่นใจ กล้าแสดงออก มีทักษะชีวิต และหลายโรงเรียนพิสูจน์ให้เห็นผลลัพธ์ทางวิชาการ ซึ่งในเบื้องต้น พูดได้ว่า วันนี้เราประสบความสำเร็จแล้ว”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-whole-school-approach-150922/">“ให้โรงเรียนของเราเป็นแบบนี้ตลอดไป” บทเรียน ‘จิตศึกษา PBL PLC’ สู่การเป็นโรงเรียนเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
