<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนบ้านกองม่องทะ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 26 Jul 2023 07:17:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนบ้านกองม่องทะ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-70580/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 26 Jul 2023 07:16:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ดนยา ไชยน้ำอ้อม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนขนาดเล็ก]]></category>
		<category><![CDATA[Public Policy Move]]></category>
		<category><![CDATA[งบประมาณรัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนครูเดิน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกองม่องทะ]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายสาธารณะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=70580</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกัน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เหมือนระบบการศึกษาบังคับให้ครูต้องไปต่อสู้ ต้องแข่งกันเขียนโครงการนำเสนอ เพื่อแย่งชิงไขว่คว้างบประมาณที่มีอยู่น้อยนิด ทั้งที่ครูเองต่างรู้กันว่า ไม่ว่าโครงการผ่านได้งบเพิ่ม หรือจะโดนปัดตกไม่ได้รับพิจารณา สุดท้ายแล้วงบสำหรับโรงเรียนเล็ก ๆ ก็ไม่มีทางพออยู่ดี”</p>



<p><strong>‘ครูเอ๋’ ดนยา ไชยน้ำอ้อม</strong> จาก<strong>โรงเรียนบ้านกองม่องทะ </strong>สาขาบ้านสาละวะ ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เผยความรู้สึกต่อคำถามที่ว่า ครูต้องใช้ความพยายามแค่ไหน เพื่อจะมีทรัพยากรเพียงพอต่อการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพในโรงเรียนขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e31da"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วันนี้<strong>ครูเอ๋</strong>เดินทางมาที่โรงเรียนซองกาเรีย ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี พร้อมนำงบประมาณจากเงินบริจาค กับเงินสมทบส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง มาจัดหาอุปกรณ์การเรียนและสิ่งของจำเป็นในงาน <strong>‘ถนนครูเดิน’</strong> ซึ่งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิกระจกเงา จัดขึ้นเพื่อเป็น ‘ตลาดสื่อการศึกษา’ สำหรับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลในจังหวัดกาญจนบุรี</p>



<p>“จากบ้านสาละวะมาที่โรงเรียนซองกาเรียห่างกัน 45 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เพราะเป็นถนนลาดชันลงจากเขาสูง หลายจุดชัน เป็นหลุมบ่อ ขับค่อนข้างยาก ถ้าไม่ใช้รถโฟร์วีลก็แทบไม่มีทางมาได้” <strong>ครูเอ๋</strong>บรรยายเส้นทางที่ผ่าน</p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>เคยสอนในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ประจำอำเภอ มีนักเรียนราว 2,000 คน ก่อนขอย้ายมาประจำที่โรงเรียนสาขา ซึ่งมีนักเรียน 105 คน ในชั้นอนุบาล 1 ถึง ป.6 กับครูอีก 8 คน จึงเข้าใจความแตกต่างระหว่างโรงเรียนสองขนาดเป็นอย่างดี โดยเฉพาะด้านงบประมาณการศึกษาที่ครูบอกว่าเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณรายหัวตามจำนวนนักเรียน เป็นปัจจัยสำคัญที่ยิ่งถ่างขยายช่องว่างความเหลื่อมล้ำมากขึ้นระหว่างโรงเรียนในเมืองกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bff774"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e1b0c0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่เห็นชัดคือโรงเรียนขนาดใหญ่มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งการเดินทาง ทรัพยากร และงบประมาณ ขณะที่โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและมีจำนวนนักเรียนน้อย โอกาสเข้าถึงสิทธิ์ต่าง ๆ ของเด็กก็ยิ่งลดลงตามระยะทาง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเราคิดว่าบางทีอาจทำประโยชน์ได้มากกว่า ถ้าลองไปอยู่ในโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ขาดแคลน พอไปอยู่ตรงนั้นเรายิ่งเข้าใจ ว่าความเหลื่อมล้ำจะไม่มีทางดีขึ้นได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนเรื่องเกณฑ์จัดสรรเงินอุดหนุนที่ยังคิดตามจำนวนนักเรียน หมายถึงโรงเรียนที่มีนักเรียนเยอะ งบก็เยอะตาม การทำแผนของบประมาณ เบิกพัสดุ ขอใช้อุปกรณ์ หรือส่งครูไปอบรมพัฒนาศักยภาพ เราทำได้ทั้งหมด แต่พอเป็นโรงเรียนไซซ์เล็กมีเด็กร้อยกว่าคน ก็แทบไม่มีงบอะไรเลย<strong> </strong>ห้องเรียนไม่พอ อาคารทรุดโทรม เด็กต้องใช้อุปกรณ์การเรียนหรืออุปกรณ์กีฬาเก่า ๆ บางครั้งครูต้องช่วยกันเจียดเงินหามาเติมให้ หรือเวลาครูจะไปอบรม ไปประชุมนอกพื้นที่ ผอ. กับครูต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด</p>



<p>“&#8230;สำหรับเราเอง วันนี้ยังพอพูดได้อยู่ว่า ‘ไม่เป็นไร’ แต่มันก็สะท้อนว่าเมื่อช่องว่างของโรงเรียนแตกต่างกันขนาดนี้ เราจะหวังให้เด็กพัฒนาศักยภาพทัดเทียมกันได้อย่างไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53a917"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากงานสอนและดูแลเด็ก การเป็นครูโรงเรียนสาขายังทำให้<strong>ครูเอ๋</strong>ได้ช่วยโรงเรียนเรื่องระดมทุน จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้า รวมถึงอาหารแห้งและสิ่งจำเป็นในชีวิตให้กับครอบครัวของเด็ก ๆ ด้วย โดยมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณที่เข้ามาช่วยเติมเต็มล้วนมาจากภายนอก ซึ่งแน่นอนว่าที่โรงเรียนแห่งนี้ไม่มีสมาคมผู้ปกครอง จึงเป็นภาคเอกชนและหน่วยงานต่าง ๆ ที่มาด้วยใจและทรัพยากรต่าง ๆ เพื่อช่วยให้โรงเรียนแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้</p>



<p>“ปัญหาใหญ่คืออุปกรณ์การเรียนขาดแคลนและหายากมาก ส่วนใหญ่ต้องรอคนภายนอกหรือภาคเอกชนมาบริจาค เขาจะถามมาว่าเราขาดอะไร อยากได้อะไร เราก็แจ้งไป เขาก็จัดส่งมาให้ หรือบ้างก็สนับสนุนมาเป็นเงินให้เราจัดสรรเอง อย่างที่เรามางานวันนี้ก็เพื่อหาซื้อของ ปกติบางศุกร์สอนเสร็จ เราก็ลงมาในเมือง หาเสื้อผ้า หาอะไรขึ้นไปให้เด็ก ทำกันไปตามงบที่ได้”<br>แม้เป็นงานยากและต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างที่สุด หาก<strong>ครูเอ๋</strong>ยังเชื่อมั่นว่า การนำการศึกษาคุณภาพเข้าไปให้เด็ก ๆ คือหนทางเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน เพื่อให้คนรุ่นถัดไปมีหนทาง มีโอกาสมากกว่าคนรุ่นพ่อแม่ แนวทางหนึ่งของโรงเรียนจึงเป็นการเสริมทักษะและเปิดประสบการณ์อาชีพ ทั้งสนับสนุนการเรียนรู้เกี่ยวกับการเกษตรสมัยใหม่ ผลักดันงานหัตถกรรมอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้มีช่องทางการตลาดใหม่ ๆ ด้วยเชื่อว่ายิ่งโรงเรียนบ่มเพาะขัดเกลาเด็กตั้งแต่ยังเล็กมากเท่าไร อนาคตของชุมชนก็จะยิ่งเติบโตเข้มแข็งและทันต่อความเป็นไปของโลกภายนอกได้มากเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8ae6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ครูเอ๋</strong>กล่าวว่า ที่ชุมชนสาละวะ ผู้คนยังใช้ชีวิตตามวิถีชาวบ้านดั้งเดิม พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่แทบไม่มีการศึกษา ถ้าจะหวังให้มีการดูแลเรื่องการศึกษาจากครอบครัวจึงเป็นไปไม่ได้เลย ภาระด้านการเรียนรู้ถือว่าอยู่ที่ครู 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นช่วงเช้าถึงเย็นที่เด็กอยู่โรงเรียน ครูต้องช่วยให้เด็กกอบโกยความรู้ให้มากที่สุด ส่วนเมื่อเด็กจบแล้วจะผลักดันให้เรียนต่อทุกคน โดยมีโรงเรียนบ้านกองม่องทะสาขาแม่ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสถึง ม.3 รองรับ ครูกับ ผอ. ต่างช่วยกันหาทางระดมทุนเต็มที่ มีเรือนพักนอนและดูแลค่าใช้จ่ายให้หมด พอจบ ม.3 ก็ดันต่อไปที่โรงเรียนประจำอำเภอ ซึ่งเป็นเครือข่ายการทำงานระหว่างโรงเรียน โดยทุกฝ่ายคิดตรงกันว่าต้องให้เด็กได้เรียนต่อสูงที่สุดตามศักยภาพ</p>



<p>“มีเด็กส่วนหนึ่งที่รอดไปได้ และกลุ่มที่ไม่ไหวจริง ๆ ก็หลุดไปบ้างระหว่างทาง เมื่อเราดันเด็กไปถึงจุดหนึ่ง เขาจะเริ่มอยากไปต่อด้วยตัวเอง เรียนรู้ว่าต้องหาทางดิ้นรนต่อไปยังไง เราเป็นครู ทำได้มากที่สุดคือต้องเติมเชื้อไฟความฝัน หาช่องทางให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้น อย่างตอนนี้มีหน่วยงานที่สนใจมาช่วยกัน มีทุน กสศ. มีโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ทำให้รุ่นน้องได้เห็นรุ่นพี่ไปเรียน แล้วเขาก็มีความหวัง โรงเรียนก็ต้องทำหน้าที่สื่อสารผู้ปกครองให้เข้าใจ เพราะแทบทุกบ้านไม่อยากให้เด็กไปเรียน เขาอยากได้เพียงแรงงานไปช่วยทำงานเร็ว ๆ เราก็ต้องไปคุยให้เข้าใจ ว่าการเรียนจะทำให้เด็กมีโอกาสมากกว่า คืออย่างน้อยเขาไม่มีเงินส่งลูกเรียน แต่ถ้าครูหาทุนให้ได้ มีค่าเทอมค่ายังชีพ ได้เรียนมหาวิทยาลัย เขาก็ควรให้เด็กได้ออกไปมีทางเลือกในชีวิต&nbsp;</p>



<p>“ประโยคที่ได้ยินบ่อยคือ ถ้าลูกไปเรียนแล้วใครจะทำงานเลี้ยงครอบครัว คือเขาหวังให้ลูกทำงานเลี้ยงครอบครัวให้เร็วที่สุด จบ ป.6 จบ ม.3 เขาพอแล้ว มันก็เลยเป็นวงจรของการทำงานอยู่แถวบ้าน และคอยเลี้ยงน้องเป็นรุ่น ๆ ต่อไป หลายครั้งเลยรู้สึกเหมือนอกหัก ที่เราพยายามหาทุนให้จนได้ แต่พ่อแม่เด็กไม่เห็นความสำคัญเลย ไม่ยอมส่งลูกไปเรียนด้วยซ้ำ จนสุดท้ายเขาเอาลูกไปทำงาน เราก็ทำอะไรไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-188232"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7607e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/07/14-ภาพสะท้อนการดิ้นรน-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บ่ายแก่ฟ้าครึ้ม ก่อนฝนเตรียมเทลงมา แล้วเมื่อนั้นเส้นทางกลับไปยังโรงเรียนก็จะยิ่งอันตรายขึ้น <strong>ครูเอ๋</strong>ได้ทิ้งท้ายกับเราว่า “เกณฑ์จัดสรรงบประมาณถือเป็นประเด็นเชิงนโยบาย ซึ่งผู้บริหารประเทศหรือกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหาทางปรับเปลี่ยน เราเป็นครูผู้ปฏิบัติหน้าที่ใต้เกณฑ์กำกับของรัฐ ก็ได้แค่ทำงานของเราไป แล้วรอคอยว่าวันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้น”</p>



<p>หากถามถึงความรู้สึกเบื้องลึก ในฐานะครูโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลคนหนึ่ง <strong>ครูเอ๋</strong>สะท้อนว่า “ปัญหาที่ชัดที่สุดที่ต้องเจอคือเรื่องการเดินทางออกนอกพื้นที่ ไม่ว่าไปประชุม ไปอบรมอะไรต่าง ๆ เราต้องขับรถลงไปเอง หาที่พักเอง หลายครั้งใช้ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเองทั้งหมด ทีนี้พอได้เห็นได้รับรู้ว่าครูจากโรงเรียนในตัวอำเภอหรือครูจากที่อื่น ๆ เขาสะดวกกว่า พร้อมกว่า มันก็มีแอบคิดบ้าง ว่าทำไมโรงเรียนขนาดใหญ่ อยู่ในเมือง และมีเด็กเยอะ ๆ เขาถึงดูแลกันดีจัง ขณะที่เราไปอยู่ไกล ๆ ก็อยากได้รับการดูแลบ้าง เพราะเราเองก็เป็นครูเหมือนกัน แล้วก็สอนเด็กนักเรียนในระดับชั้นเดียวกันด้วย”</p>



<p>เรื่องราวจากครูตัวเล็ก ๆ ผู้เป็นตัวแทนครูโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ชวนให้ย้อนกลับมามองและตระหนักร่วมกันว่า ถึงเวลาหรือยังที่ครูและโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้จะได้รับความสำคัญ มองเห็นปัญหา และผลักดันสู่วาระการ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ’ เพื่อโอกาสทางการศึกษา เพื่อคุณภาพชีวิตของคุณครู และเพื่อจะช่วยเปิดกว้างให้เส้นทางชีวิตของเด็ก ๆ ในพื้นที่ห่างไกลเหล่านี้ มีทางเลือกมากขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-70580/">ถนนครูเดิน : ภาพสะท้อนการดิ้นรนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล กับงบประมาณรัฐที่ไม่เคยทั่วถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 Jun 2023 07:49:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านปางมะหัน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนัยวัฒน์ มณี]]></category>
		<category><![CDATA[ประยูร สุธาบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกองม่องทะ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัยศักดิ์ ภูมูล]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อารี อิ่มสมบัติ]]></category>
		<category><![CDATA[Public Policy Move #1]]></category>
		<category><![CDATA[ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล]]></category>
		<category><![CDATA[ขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1]]></category>
		<category><![CDATA[เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[ผ่างบการศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68180</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623/">กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร เครือข่ายโรงเรียนปลายทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มูลนิธิกระจกเงา และภาคีเครือข่าย เปิดวงเสวนา<strong>ขบวนเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ครั้งที่ 1 หรือ Public Policy Move #1 ในหัวข้อ ‘ปฏิรูปงบแก้เหลื่อมล้ำ เพื่อเด็กและโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล’</strong> ณ โรงเรียนบ้านซองกาเรีย อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนและข้อเสนอจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่เท่ากันทั้งประเทศ แต่กลับทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมถ่างกว้างยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47b1de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>วงเสวนาเริ่มต้นจาก <strong>ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> ที่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำส่วนหนึ่งเกิดจากการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เป็นธรรมต่อโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เนื่องจากรัฐใช้วิธีเหมาจ่ายแบบรายหัว กล่าวคือ โรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีเด็กจำนวนมากจะได้รับงบโดยรวมเป็นจำนวนมาก แต่หากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนเด็กไม่เกิน 120 คน ก็จะได้รับงบประมาณที่ลดหลั่นลงไปตามสัดส่วนนักเรียน รวมถึงอุปกรณ์การเรียนและสาธารณูปโภคต่าง ๆ ก็ย่อมน้อยลงไปด้วยเช่นกัน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-beb2c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อารี</strong> ยกข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2564 พบว่า ประเทศไทยมีโรงเรียนสังกัด สพฐ. 29,117 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนไม่เกิน 120 คน จำนวน 14,660 แห่ง หรือคิดเป็น 50.35 เปอร์เซ็นต์ และมีนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้มากถึง 963,432 คน จากนักเรียนทั้งประเทศ 6.5 ล้านคน</p>



<p>“โจทย์สำคัญอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรให้โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ที่ได้รับทรัพยากรน้อยกว่า แต่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ถ้าประเทศไทยสามารถปรับปรุงพัฒนาเรื่องการจัดสรรงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมจะส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนทั้ง 963,432 คนด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d5192"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.อารี-อิ่มสมบัติ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อารี อิ่มสมบัติ นักวิชาการอาวุโส<br>สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อารี </strong>ชี้ด้วยว่า ในจำนวนเด็กนักเรียน 963,432 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนระดับประถมศึกษา 696,721 คน (73.5 เปอร์เซ็นต์) รองลงมาเป็นเด็กปฐมวัย 215,182 คน (22.7 เปอร์เซ็นต์) นั่นหมายความว่า ถ้ารัฐลงทุนในโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้นจะทำให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับการพัฒนามากยิ่งขึ้น ช่วยให้เด็กมีพื้นฐานการเรียนที่ดีขึ้น ทั้งการอ่านออกเขียนได้ นำไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจของธนาคารโลก (World Bank) ปี 2563 ระบุว่า นอกจากโรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไปแล้ว ยังมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล (protected schools) จำนวนประมาณ 1,155 แห่ง ที่อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง เนื่องจากโรงเรียนเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนด้านทรัพยากรที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ อีกทั้งประสบปัญหาขาดแคลนครู ทำให้การเรียนรู้ของเด็กขาดความต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c19c2d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ผอ.-สมศักดิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผอ.โรงเรียนบ้านกองม่องทะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายชัยศักดิ์ ภูมูล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองม่องทะ</strong> <strong>อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี</strong> กล่าวถึงความเหลื่อมล้ำด้านอัตรากำลัง ซึ่งโรงเรียนขนาดเล็กไม่เพียงขาดแคลนกำลังครู แต่ยังขาดเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการและนักการภารโรงที่จะช่วยแบ่งเบาภารกิจของครูได้</p>



<p>ปัจจุบันโรงเรียนบ้านกองม่องทะได้รับงบประมาณไม่มากนัก จึงต้องอาศัยการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทอดผ้าป่า หรือระดมทรัพยากรด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ แต่ก็ทำได้เพียงครั้งคราวและไม่ยั่งยืน ฉะนั้นฝ่ายที่กำหนดนโยบายต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณและแก้ปัญหาให้เป็นรูปธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-636583"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ชัยนนท์-นิลพัฒน์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา)ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เมื่อขาดตำแหน่งธุรการก็ต้องใช้ครูมาทำหน้าที่แทน เราเห็นภาพของผู้บริหารหรือครูที่ต้องทำงานไม่ตรงกับหน้าที่จนเป็นเรื่องปกติ หลายครั้งก็ต้องระดมความร่วมมือจากชุมชนเพื่อแก้ปัญหากันเอง ฉะนั้นจึงอยากส่งเสียงสะท้อนว่า เราต้องมองว่าการศึกษาเป็นเรื่องการพัฒนาคุณภาพคน คุณภาพสังคม ไม่ใช่มองแค่เรื่องการลงทุนและความคุ้มค่าทางตัวเลขเศรษฐกิจ”</p>



<p><strong>ดร.ชัยนนท์ นิลพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3 </strong>อธิบายว่า นโยบายด้านการศึกษาที่จัดสรรงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างเฉพาะพื้นที่ เช่น การเบิกจ่ายค่าเดินทางแบบคิดตามกิโลเมตร บางโรงเรียนอยู่บนภูเขา แม้เดินทางด้วยระยะทางเท่ากัน แต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงไม่เท่ากัน หรือกรณีเกิดภัยพิบัติขึ้นในโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษาจะได้รับงบประมาณพร้อมกันและเท่ากันทั่งประเทศ ก็ไม่สามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายได้ทันเหตุการณ์ และไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd72ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายประยูร-สุธาบูรณ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล<br>เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายประยูร สุธาบูรณ์ ประธานโครงการเตรียมความพร้อมพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อผลิตครูรุ่นใหม่ ภาคกลาง/ตะวันออก/ตะวันตก</strong> กล่าวว่า จากที่ได้สัมผัสโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลจะพบว่าทุกโรงเรียนอยู่ในสภาพคล้ายกัน คืออาคารสถานที่ไม่มีความพร้อม ต้องปรับปรุงซ่อมแซมตามงบประมาณเท่าที่มี ฉะนั้นหากจะทำให้การศึกษามีคุณภาพก็ต้องมีการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม</p>



<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ. เป็นความพยายามหนึ่งในการแก้ไขปัญหาครูขาดแคลนของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โรงเรียนเหล่านี้มีปัญหาเรื่องอัตรากำลังมาตลอด บางแห่งไม่มีผู้บริหารมายาวนาน ด้วยเหตุนี้เมื่อเปิดภาคเรียนแต่ละครั้งจึงต้องแก้ปัญหากันเองเฉพาะหน้า เพื่อให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้ แต่อย่างไรก็ไม่ได้ทำให้เกิดความยั่งยืน” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f9b57e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายดนัยวัฒน์-มณี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายดนัยวัฒน์ มณี ผอ.โรงเรียนบ้านปางมะหัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายดนัยวัฒน์ มณี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปางมะหัน</strong> <strong>อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย</strong> กล่าวว่า โรงเรียนขนาดเล็กโดยทั่วไปจะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณไม่เพียงพอ จึงอยากเสนอว่าควรมีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยพิจารณาตามบริบทพื้นที่ ตามสภาพความเป็นจริง เพื่อตอบโจทย์ความเหลื่อมล้ำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45d7f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/ดร.ศุภโชค-ปิยะสันต์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผอ.การโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี, ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</strong> <strong>อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร</strong> กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือโรงเรียนขนาดเล็กยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ขณะที่รูปแบบการจัดสรรงบประมาณกลับไม่มีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งระบบปัจจุบันคือการพิจารณารายหัว ทั้งที่จริงแล้วขนาดของปัญหาในแต่ละโรงเรียนนั้นต่างกัน โดยโรงเรียนขนาดเล็กจะมีเด็กนักเรียนยากจนมากกว่า โอกาสในการระดมทรัพยากรมีน้อยกว่า หากรัฐยังใช้วิธีจัดสรรงบประมาณแบบเท่ากัน จะยิ่งทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20f9f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/15กสศ.-และภาคีเครือข่าย-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“รัฐไม่ควรจัดสรรงบประมาณแบบเดียวทั้งประเทศ ตรงไหนปัญหาเยอะ ตรงไหนมีเด็กยากจนมาก ตรงไหนที่มีปัญหาในการบริหารจัดการ อาจจะต้องหาวิธีคิดใหม่ ก็อยากจะฝากไปยังผู้เกี่ยวข้องและรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยครับว่าจะมีวิธีคิดแบบไหนที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020623/">กสศ. และภาคีเครือข่าย ‘ผ่างบการศึกษาไทย’ ฉายภาพความเหลื่อมล้ำ ‘เท่ากันแต่ไม่เท่าเทียม’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
