<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียนกำเนิดวิทย์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Dec 2020 08:07:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียนกำเนิดวิทย์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หน้าที่ (การศึกษาแด่) พลเมือง: เด็กบังเอิญไม่ฉลาด หรือการศึกษาต่างหากที่เหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/phakin-nimmannorrawong-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Dec 2020 08:07:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนกำเนิดวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคิน นิมมานนรวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=25550</guid>

					<description><![CDATA[<p>คาบเรียนแรกในวิชา ‘หน้าที่พลเมือง’ ของนักเรียน ม.4 โรงเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/phakin-nimmannorrawong-interview/">หน้าที่ (การศึกษาแด่) พลเมือง: เด็กบังเอิญไม่ฉลาด หรือการศึกษาต่างหากที่เหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>คาบเรียนแรกในวิชา ‘หน้าที่พลเมือง’ ของนักเรียน ม.4 โรงเรียนกำเนิดวิทย์ ครูภาคินเอ่ยถามนักเรียนด้วยคำถามง่ายๆ “คุณมาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงมาโรงเรียนนี้” </p>



<p>คำตอบมีหลากหลาย บ้างว่า “หอพักสวย” บ้างว่า “ไม่อยากอยู่บ้าน” และบ้างว่า “เพราะที่นี่เรียนฟรี”</p>



<p>“เราแต่ละคนมาด้วยเหตุผลที่ต่างกัน มีความปรารถนาที่ต่างกัน อนาคตก็คิดไม่เหมือนกัน แต่เคยสงสัยไหมว่า จริงๆ แล้วมีอะไรบางอย่างในหมู่พวกเราที่คล้ายคลึงกัน” </p>



<p><strong>ครูภาคิน นิมมานนรวงศ์</strong> ครูวิชาสังคมศึกษา โรงเรียนกำเนิดวิทย์ จังหวัดระยอง ถามต่อ ก่อนชวนให้นักเรียน 18 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มย่อยๆ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในคำถามที่ว่า “เราต่างมีอะไรที่เหมือนกันบ้าง?”</p>



<ul>
<li>นักเรียน 1: พ่อแม่เราเป็นเพื่อนกัน</li>
<li>นักเรียน 2: เราชอบดาราเกาหลีเหมือนกัน</li>
<li>นักเรียน 3: เราชอบเล่นเกมเดียวกัน</li>
</ul>



<p>คำตอบเหล่านี้ไม่มีผิดถูก หลังจากนั้นครูภาคินชวนตั้งคำถามอีกครั้งว่า นอกเหนือจากคุณลักษณะของแต่ละคน มีอะไรอีกไหมที่นักเรียนทั้งโรงเรียนมีร่วมกัน </p>



<p>“ผมโชว์กราฟ โชว์สถิติต่างๆ ไล่ย้อนกลับไป 5 ปี ว่าเด็กๆ มาจากกี่โรงเรียนในประเทศไทย เพราะปีหนึ่งๆ มีคนสอบเข้าโรงเรียนกำเนิดวิทย์ประมาณ 3-4 พันคน สุดท้ายคัดมาได้ปีละ 72 คน เด็กเหล่านี้มาจากกี่โรงเรียนของประเทศไทย มาจากกี่จังหวัดของประเทศไทย”</p>



<p>ข้อค้นพบจากตัวเลขทางสถิตินับแต่การก่อตั้งโรงเรียนกำเนิดวิทย์เข้าสู่ปีที่ 6 นั่นคือ ตลอดมามีเด็กที่สามารถสอบเข้าเรียน ณ ที่แห่งนี้ได้ มาจาก 30 กว่าจังหวัดเท่านั้น ทั้งที่ทุกปีมีการจัดศูนย์สอบทั่วทุกภาคของประเทศ </p>



<p>“ทุกคนมีโอกาสสอบได้ ถ้าไม่มีเงินเดินทางมาสอบ โรงเรียนก็ออกค่าเดินทางให้ หรือถ้าไม่มีเงินมาสอบรอบสอง เด็กก็สามารถมาขอเบิกได้ พูดง่ายๆ ว่าเงินไม่ใช่ข้อจำกัดหากคุณอยากมาสอบที่นี่ คำถามคือ ขนาดโรงเรียนทำถึงขนาดนี้ ทำไมเด็กที่เข้ามาได้ในรอบสุดท้ายจึงมาจากโรงเรียนใน 30 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ หายไปไหนอีกกว่าครึ่ง”</p>



<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" class="wp-image-25544" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8736-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>
</div>



<p>ครูภาคินเอ่ยถามนักเรียนอีกครั้ง “มันคือความบังเอิญหรือเปล่า?”</p>



<p>นักเรียนยังคงยกมือตอบอย่างเเข็งขัน “บังเอิญว่าในบางจังหวัด เด็กไม่เก่งหรือเปล่าครับ” หรือ “เด็กบางจังหวัดเขาไปเรียนเตรียมอุดมกันหมดหรือเปล่า” ครูภาคินเล่าไปหัวเราะไป คำตอบที่หลากหลายนับเป็นบรรยากาศการเรียนรู้ที่ดีสำหรับเขา </p>



<p>แต่ไปให้ไกลกว่านั้น ครูภาคินชวนเด็กๆ มาดูข้อมูลอื่นๆ เพื่อหาคำตอบร่วมกัน ว่าใช่ความบังเอิญแน่หรือ หรือในอีกด้าน มีข้อเท็จจริงใดซ่อนอยู่อีกบ้าง</p>



<p>“ผมชวนเด็กๆ ดูข้อมูลอื่นๆ ที่มาซัพพอร์ตเรื่องนี้ เช่น จำนวนนักเรียนที่มาจากจังหวัดต่างๆ หากเอามาทาบกับสถิติคะแนนสอบ O-NET พบว่า จังหวัดที่มีคะแนน O-NET ดี มักเป็นจังหวัดที่เด็กสามารถมากำเนิดวิทย์ได้ มันมีความเกี่ยวพันกันบางอย่าง หรือจังหวัดที่คะแนนสอบ O-NET อันดับต่ำๆ ของประเทศ ก็จะไม่มีเด็กมาที่โรงเรียนนี้ได้เลย ยังไม่เคยมีเลย”</p>



<p>อีกครั้ง นี่ล่ะบังเอิญไหม อะไรคือข้อเท็จจริง? </p>



<p>เพื่อให้กระจ่าง ครูภาคินนำข้อมูลทางสถิติมากางอีกครั้ง ว่าในแต่ละจังหวัดของประเทศไทยมีโรงเรียนกวดวิชามากน้อยต่างกันอย่างไร ก่อนพบว่านักเรียนในโรงเรียนกำเนิดวิทย์ส่วนใหญ่ล้วนมาจากจังหวัดที่มีจำนวนโรงเรียนกวดวิชาตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก</p>



<p>ไม่เพียงเท่านั้น เขาคลี่ตัวเลขอีกชุดเพื่อแสดงให้เห็นว่า คนจนที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์สุดท้ายของประเทศ โอกาสที่จะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยอาจเหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น</p>



<p>คำถามคือ ดูจากสถิติแล้ว ทำไมพ่อแม่ของเด็กๆ ที่นั่งอยู่ในห้องนี้ 90 เปอร์เซ็นต์ เรียนจบมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น นี่คือความบังเอิญหรือไม่ </p>



<p>“สุดท้ายจึงถึงจุดที่ไม่ใช่ความบังเอิญ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้ในบางจังหวัดมีความเจริญมากกว่าที่อื่น บางจังหวัดเด็กหัวกะทิจากพื้นที่รอบข้างจะมาอยู่ที่นี่ บางจังหวัดมีศักยภาพในการผลักดันเด็กมากกว่าที่อื่น</p>



<p>“หรือผมอาจชวนเขาเปิดข้อมูลงบประมาณของโรงเรียนให้ดูว่า คุณคิดว่าโรงเรียนขนาดเล็กของประเทศไทย เงินอุดหนุนต่อหัวเท่าไหร่ โรงเรียนที่ขนาดใหญ่กว่าได้เท่าไหร่ หรือโรงเรียนที่เน้นวิทยาศาสตร์ได้เท่าไหร่”</p>



<p>เมื่อถึงตรงนี้ นักเรียนตอบอย่างฉะฉาน “สรุปแล้ว พวกเรารวยค่ะ/ครับ” </p>



<p>เล่าถึงตรงนี้ เราถามครูภาคินอย่างตรงไปตรงมา &#8211; การออกแบบการเรียนการสอนเช่นนี้ กำลังจะนำไปสู่อะไร</p>



<p>“ผมรู้สึกว่า เราต้องให้เขายอมรับข้อเท็จจริงนี้ก่อน แล้วที่เหลือก็จะง่ายแล้ว เพราะถ้าเขายอมรับว่า ความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่ความสามารถของปัจเจกเท่านั้น แต่ประกอบด้วยปัจจัยอื่นๆ ด้วย ที่เหลือเราคุยต่อกันได้สบาย”</p>



<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1000" height="1500" class="wp-image-25539" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717.jpg 1000w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8717-750x1125.jpg 750w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>



<p>เมื่อนักเรียนตั้งต้นจากการรับรู้แล้วว่า โอกาสทางการศึกษาของเด็กในประเทศไทยนั้นไม่เท่ากัน ผ่านข้อมูลและตัวเลขที่ยืนอยู่บนข้อเท็จจริง นั่นหมายความว่า บนปลายยอดภูเขาน้ำแข็งที่เด็กๆ เข้าใจว่า พวกเขาล้วนมีฝีมือและเก่งกาจ ยังประกอบด้วยปัจจัยอื่น อย่างครอบครัว ฐานะทางเศรษฐกิจ การกระจายงบประมาณของรัฐ ทรัพยากรที่ไม่เท่ากันของจังหวัดต่างๆ จำนวนของโรงเรียนกวดวิชา ​โอกาสที่ได้เข้าเรียนพิเศษ  ลักษณะของโรงเรียน จำนวนนักเรียนแต่ละโรงเรียน คุณภาพของครู ฯลฯ ทุกอย่างซ่อนอยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งนั้นอย่างแนบเนียน </p>



<p>“ระหว่างนั้น ผมเคยเอาคลิปของคนที่หลุดออกจากระบบมาให้เขาดู แบ่งเด็กเป็น 3 กลุ่ม แล้วถามว่า คุณเห็นอะไร คุณคิดอย่างไร คุณรู้สึกอย่างไร</p>



<p>“คำตอบของเด็กๆ ก็เช่น เห็นหม้อ เห็นกระทะ เห็นผู้หญิง เห็นผู้ชาย เห็นความไม่เป็นธรรม เห็นชีวิต เด็กจะค่อยๆ เห็นว่า ไอ้ความสำเร็จและล้มเหลวของคนคนหนึ่งนั้น อาจจะเร็วไปหากจะพูดว่า&#8230;ชีวิตคนคนหนึ่งเป็นอย่างนั้นเพราะความสามารถของตัวเขาเอง” </p>



<div class="wp-block-spacer" style="height: 100px;" aria-hidden="true"> </div>



<h3 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ครูสังคมแห่งกำเนิดวิทย์</strong></h3>



<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1200" height="800" class="wp-image-25542" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8730-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>
</div>



<p>ตั้งแต่เด็กจนโต โลกการเรียนของครูภาคินดำเนินไปอย่างมีคุณภาพ เขาเจอครูที่เก่ง มีสังคมที่ดี ในโรงเรียนชั้นนำตั้งแต่อนุบาลกระทั่งจบมัธยมปลาย </p>



<p>“พ่อแม่ผมเป็นครอบครัวคนจีนที่แยกออกมาจากครอบครัวใหญ่เพื่อสร้างครอบครัวเล็กๆ อยู่กันเอง เขาขยันทำงานโดยคาดหวังว่าจะเอาเงินทั้งหมดที่ได้ทุ่มไปกับการดูแลลูก เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตดี ผมโชคดีที่พ่อแม่ผมเห็นความสำคัญ อยู่ในจุดที่ดีกว่าชาวบ้านเขา แล้วเราก็ไม่มีโอกาสไปเห็นชีวิตของชาวบ้านอื่นๆ ด้วย”</p>



<p>จวบจนเรียนจบมัธยม โลกของมหาวิทยาลัยในคณะรัฐศาสตร์นั้นแตกต่างจากความคุ้นเคยเดิมๆ ของเขา ผู้คนที่แตกต่างกันในแง่เศรษฐานะนั้นปรากฏชัด เขานิยามภาพความแตกต่างของชีวิตนักศึกษาขณะนั้นว่า ‘มีตั้งแต่ลูกทูตถึงรากหญ้า’ นำมาซึ่งความสงสัยต่อสังคมในหลายประการ ‘ความแตกต่างนี้คืออะไร เรายืนอยู่จุดไหนในความแตกต่างนี้’</p>



<p>“ส่วนตัวผมเอง ถ้าถามว่ายืนตรงไหน ผมไม่กล้าเรียกตัวเองว่าชนชั้นกลางด้วยซ้ำ อาจจะอยู่กลางๆ ค่อนไปล่างเลย เพราะครอบครัวเราเดือนชนเดือน เงินเก็บแทบไม่มี ช่วงที่ผมเรียนจบ ทำงานมาได้ 4-5 ปี ถึงเพิ่งรู้สึกว่า อ้าว&#8230;เงินเก็บที่ผมมีช่วงทำงาน แทบจะเท่าเงินเก็บทั้งชีวิตของพ่อแม่” เขาหัวเราะเบาๆ ให้กับความหลัง</p>



<p>ส่วนโลกของการทำงาน แม้เขาไม่ได้ฝันถึงการเป็นครูมาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่เพราะชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องที่เดาได้ เขาจึงกลายเป็น ‘คุณครูสังคม’ ในโรงเรียนกำเนิดวิทย์​ จังหวัดระยอง โรงเรียนที่ถูกขนามนามว่าสอบเข้ายากและโหดหิน ด้วยเพราะกำเนิดวิทย์ คือโรงเรียนที่เน้นในด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี มีรูปแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป และมีจำนวนนักเรียนเพียงห้องละ 18 คนเท่านั้น </p>



<p>“ผมถือว่าตัวเองเป็นแรงงานที่เหมือนอยู่บนยอดพีระมิด มีความสุขอยู่พอสมควร แม้แดดจะร้อน ในแง่คุณภาพการเรียนการสอนนั้นก็ดีกว่าชาวบ้านเขาไปหมด ทั้งห้องเรียน สเกลของจำนวนเด็กก็น้อย 18 คนต่อห้อง ห้องสมุดก็ดี สื่อการเรียนการสอนก็ดี อยากได้อะไรก็เบิกได้”</p>



<p>แต่ในอีกด้าน เขาเห็นภาพของปัญหาทางการศึกษาในสเกลที่ใหญ่กว่านั้น </p>



<p>“ในทุกปี โรงเรียนจะจัดค่ายให้เด็กๆ ไปสอนหนังสือน้องๆ โรงเรียนรอบข้างในชุมชน เชื่อไหมว่า เคยมีบางครั้งที่งบประมาณในการจัดค่าย มากกว่างบประมาณทั้งปีของโรงเรียนที่เราไปจัดค่ายเสียด้วยซ้ำ เงินจำนวนนั้นไม่ได้มหาศาลนะครับ แต่เพราะโรงเรียนที่เราไปทำค่ายเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ได้งบประมาณรายหัว บวกกับเงินสนับสนุนของรัฐบาลนิดหน่อย เนี่ย&#8230;เราเห็นสิ่งเหล่านี้”</p>



<p>ขณะยืนอยู่หน้ากระดานไวท์บอร์ด เขาพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อออกแบบการเรียนการสอนให้เด็กๆ เห็นถึงภาพของสังคมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อยอมรับถึงข้อเท็จจริงว่าสังคมนั้นเหลื่อมล้ำ และเพื่อให้เด็กๆ เห็นชีวิตและความเป็นมนุษย์ของ ‘คนอื่น’ บ้าง </p>



<p>ในอีกหน้างาน เขายังทำงานทางวิชาการ ทั้งในฐานะนักแปล นักเขียน นักพูด ทำเวิร์คช็อปกับเพื่อนครูต่างสถาบัน เพราะเขาเชื่อว่า โลกใบนี้มีองค์ความรู้อยู่มหาศาล การหยิบความรู้เหล่านี้มาแปลสู่สาธารณะ คือการทลายข้อจำกัดทางภาษา แล้ววันใดวันหนึ่งองค์ความรู้เหล่านี้จะถูกหยิบใช้โดยใครก็ตามที่มองหาการศึกษาที่ดีกว่าเดิม </p>



<p>“การทำงานตรงนี้ ผมเห็นประเด็นหลายอย่าง เช่น คนจำนวนหนึ่งมีมายาคติเกี่ยวกับการศึกษาที่ยากจะแก้ไขได้ แล้วไม่รู้ตัวว่ามันคือความเข้าใจผิด เช่น ฟินแลนด์ เป็นประเทศที่เราน่าจะทำตาม เพราะว่าเขามีระบบการศึกษาที่ทุกคนเท่าเทียมกัน เด็กๆ เรียนที่ไหนก็ได้ คุณภาพมันดีทั้งหมด ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น เพราะเขามีความเชื่อใจกัน แล้วทำไมเขาถึงเชื่อใจกัน ก็เพราะโดยทั่วไปแล้วเขาเป็นคนดี จบแล้ว…</p>



<p>“กลายเป็นว่า ถ้าเราอยากมีการศึกษาเหมือนฟินเเลนด์ เราต้องสร้างคนดีไง เพราะเมื่อทุกคนเป็นคนดี ก็จะเชื่อใจกัน&#8230;นี่มันช่างผิวเผินเหลือเกิน เพราะลึกไปกว่านั้น กว่าที่ฟินแลนด์จะเป็นอย่างนี้ได้ โครงสร้างทางสังคมของเขาต้องแข็งแกร่งขนาดไหนถึงทำให้คนเชื่อใจกันได้ </p>



<p>  ‘เราสร้างคนดี ทุกอย่างจะดีเอง’ คือหนึ่งในมายาคติขนาดใหญ่ของสังคมไทย ที่ครูภาคินมองว่า คือรากของปัญหาที่หากไม่ถูกแตะต้องและตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา การศึกษาไทยก็จะวนอยู่ในวัฏจักรที่มองว่า ‘การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ยากและไม่อาจทำได้’ </p>



<p>กระทั่งมายาคติที่ว่า ‘การศึกษาไม่เกี่ยวกับการเมือง’ หรือเมื่อใดที่ครูพูดถึงคำว่า ‘การเมือง’ ก็ถูกเหมารวมไปว่าเป็นการล้างสมองนักเรียนหรือชี้นำให้เด็กแข็งกร้าว </p>



<p>ในทัศนะของเขา ครูทุกคนกำลังทำกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่รู้ตัว </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" class="wp-image-25545" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744-683x1024.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744-750x1125.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8744.jpg 1000w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure>



<p>“ทุกสิ่งที่เรากำลังสอนนักเรียน เรากำลังปั้นให้เขาเป็นผู้ใหญ่ที่เติบโตไปในทางใดทางหนึ่งเสมอ แล้วผู้ใหญ่คนนั้นก็จะมีวิธีคิดเสมอว่า ตกลงคนในสังคมควรจะเท่าเทียมกันไหม ทรัพยากรประเทศควรจะจัดสรรอย่างไร ถ้าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เราควรจะช่วยเหลือใครก่อน ควรปล่อยให้บริษัทใหญ่ล้ม หรือปล่อยให้เขาเจ๊งไป เราช่วยคนจนดีไหม หรือปล่อยให้คนจนดูแลตัวเอง</p>



<p>“โดยที่เราไม่รู้ตัวว่า ตลอดเวลาเราสอนเขาให้กลายเป็นผู้ใหญ่แบบหนึ่ง ผู้ใหญ่ซึ่งมีทัศนคติการเมืองแบบหนึ่งแน่ๆ ต่อให้เราไม่พูดเรื่องการเมืองเลยก็ตาม แม้กระทั่งวิชาเบสิคอย่างภาษาอังกฤษที่ดูไม่เห็นเกี่ยวกับการเมืองเลย แต่การสอนภาษาอังกฤษบางแบบ คุณได้คนเก่งภาษาอังกฤษที่คิดว่าการเก่งของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยู่เหนือกว่าคนอื่น แล้วคนที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้คือคนโง่”</p>



<p>หากสอนภาษาอังกฤษแบบหนึ่ง นักเรียนอาจเห็นได้ว่า ภาษาคือเครื่องมือในการทำให้คนมีชีวิตที่ดี แต่โดยไม่รู้ตัว ครูอาจกำลังสร้างคนคนหนึ่งให้เป็น ‘อีลีททางภาษา’ และมองมนุษย์ผู้อื่นด้อยค่า</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“แม้แต้วิชาภาษาไทย เบสิคง่ายๆ หากสอนดีๆ คุณจะได้คนที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง การอ่านวรรณกรรมแล้วคิดกับมันเยอะๆ คือการสร้าง emphaty แต่หากสอนไม่ดี คุณจะได้คนที่คลั่งในความเป็นไทย…</p>
</blockquote>



<p>“เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะวิชาใดก็ตาม คุณกำลังสร้างมนุษย์ให้มีทัศนคติทางการเมืองบางอย่างแน่นอน”</p>



<div class="wp-block-spacer" style="height: 100px;" aria-hidden="true"> </div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาไทย อะไรเหลื่อม อะไรล้ำ</strong></h3>



<p>สำหรับครูภาคิน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานิยามได้ 2 แบบ</p>



<p>หากนิยามว่า ความเหลื่อมล้ำคือการที่นักเรียนไม่มีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน เขามองว่า ปัญหานี้แม้แก้ยาก แต่แก้ได้ ผ่านกลไกของรัฐในการปรับวิธีคิดของการกระจายงบประมาณ และจัดสรรครูให้ทั่วถึง </p>



<p>ในแง่ของความเหลื่อมล้ำเชิงวัตถุและบุคลากร ครูภาคินมองว่า เป็นไปได้ที่จะแก้ไขปัญหาในเชิงเทคนิค แต่หากนิยามความเหลื่อมล้ำนี้ในมิติของความไม่เท่ากันทางความรู้ และโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์คนหนึ่งหลังจากเรียนจบไปแล้ว นั่นสิเรื่องยาก และจำเป็นอย่างมากที่สังคมต้องตีโจทย์นี้ให้แตก</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะลดความเหลื่อมล้ำในความหมายกว้างนี้โดยที่คุณไม่ไปเเตะเรื่องอื่นๆ ว่ากันตามตรง การลดความเหลื่อมล้ำคือการเปลี่ยนวิธีกระจายทรัพยากรอย่างแฟร์ๆ ซึ่งต้องเกิดจากหลักคิดพื้นฐานที่ว่า คนทุกคนควรจะได้ทรัพยากรที่ใกล้เคียงกัน คุณต้องเชื่อก่อนว่า คนทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน และทุกคนเป็นเจ้าของประเทศ</p>
</blockquote>



<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1000" height="1500" class="wp-image-25543" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733.jpg 1000w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8733-750x1125.jpg 750w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>



<p>“การจะคิดเช่นนั้นได้ จึงต้องไปคิดเรื่องอื่นอีกมากมายเต็มไปหมด โยงไปถึงเรื่องการเมือง อำนาจที่อยู่ในคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ สุดท้ายแล้วก็คือเรื่องเดียวกันทั้งหมด การศึกษาจึงเป็นปลายเหตุของเรื่องทั้งหมด”</p>



<p>การศึกษาไทยในปัจจุบันในทัศนะของครูภาคิน กำลังผลักผู้คนออกไปใน 3 ความหมาย คือ หนึ่ง-เด็กที่อยู่ในครอบครัวรายได้น้อย คือคนกลุ่มแรกที่ถูกผลักออกจากระบบ สอง-การศึกษาผลักความฝันของเด็ก และสาม-การศึกษาผลิตให้คนเชื่อว่ามนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน </p>



<p>ในข้อที่ว่า การศึกษาไม่เอื้อให้คนได้ฝัน แน่นอนว่า สิ่งที่การศึกษาไทยมีอยู่ไม่อาจเพียงพอที่จะช่วยให้นักเรียนได้พัฒนาตัวเองไปสู่สิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่อีกด้านที่ต้องระวัง ครูภาคินมองว่า ถึงที่สุดแล้วไม่มีใครที่เป็นเพียงอย่างเดียวไปตลอดชีวิต </p>



<p>“มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง เช่น เด็กบอกว่าอยากเป็นนักกีฬา ถามว่าการศึกษาที่ดีควรทำอะไร ก็สร้างโรงเรียนกีฬาสิ เด็กอยากเป็นนักดนตรี ก็สร้างโรงเรียนดนตรีสิ เด็กอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ก็สร้างโรงเรียนสำหรับนักโปรแกรมเมอร์สิ แล้วสมมุติเด็กเข้าไปเรียนในโรงเรียนกีฬา แล้ววันหนึ่งเขารู้สึกว่า ไม่ใช่ แล้วทำไง?</p>



<p>“จริงอยู่ว่าการศึกษาไม่เอื้อให้คุณไปถึงสิ่งที่ฝัน แต่มนุษย์เองก็มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้ มันไม่ใช่ธรรมชาติที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” </p>



<p>การศึกษาที่ดีสำหรับเขา จึงไม่ใช่เพียงการสร้างช่องทางที่หลากหลายเพื่อผลักดันเด็กไปสู่สายพานต่างๆ แต่ไม่ว่าเด็กจะอยากเป็นอะไร การศึกษาก็พร้อมผลักเขาไปด้วยความเชื่อที่ว่า เขาเปลี่ยนแปลงได้ วันใดที่เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่า สิ่งที่สนใจนั้นไม่ใช่แล้ว การศึกษาจะมีทางใหม่ให้เขาไปโดยไม่ทำให้ชีวิตย่ำแย่</p>



<p>“ผมคิดว่านั่นคือการศึกษาที่คนควรจะคาดหวังในยุคสมัยนี้ ไม่ใช่สร้างคนไปเป็นนักโน่นนักนี่ มันหมดยุคนั้นแล้ว แต่ยุคนี้ผมคิดว่า วันหนึ่งเด็กอาจไปเป็นยูทูบเบอร์ ไปเป็นเกมเมอร์ ไปเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ ไปทำนู่นนั่นนี่ มันทำได้ และการศึกษาต้องไม่จบแค่ที่โรงเรียนเท่านั้น การเรียนรู้คือทักษะที่เกิดขึ้นได้ตลอดชีวิต”</p>



<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1000" height="1500" class="wp-image-25540" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721.jpg" alt="" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721.jpg 1000w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/VS0A8721-750x1125.jpg 750w" sizes="(max-width: 1000px) 100vw, 1000px" /></figure>
</div>



<p>ด้านหนึ่ง เด็กไทยกำลังถูกผลักเพราะไม่มีโอกาสเข้าถึงระบบการศึกษาจากปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง และอีกด้านเด็กจำนวนมหาศาลกำลังถูกตัดโอกาสทางความคิด ถูกตัดโอกาสในการเป็นสิ่งอื่นที่ดีกว่า </p>



<p>“คนในปัจจุบันที่ยังเชื่อว่ามนุษย์ไม่เท่าเทียมกัน รวมถึงผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผ่านระบบการศึกษามาแล้ว แล้วยังพูดได้อย่างมั่นใจว่า ‘มนุษย์ไม่เท่าเทียมกันนี่หว่า’ เขาเหล่านี้ถูกผลักออกไปในความหมายที่ว่า การศึกษาที่ดีควรยกระดับความคิด ความเข้าใจโลก การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และยอมรับข้อเท็จจริงบางอย่างของธรรมชาติ </p>



<p>“แต่ระบบการศึกษาของเราเปลี่ยนคนที่ควรจะคิดแบบนี้ให้เลิกคิดอย่างเป็นเหตุผล และเชื่อในความเชื่อ ความศรัทธา มากกว่าหลักฐานเชิงประจักษ์​ และปฏิเสธแม้กระทั่งประโยคพื้นฐานของสังคม เช่น ไม่มีอะไรในโลกที่คงทนถาวร ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนได้เสมอ อะไรที่คุณคิดว่าสำคัญ คิดว่ามันเปลี่ยนไม่ได้ ไม่จริง มันเปลี่ยนได้หมด”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/phakin-nimmannorrawong-interview/">หน้าที่ (การศึกษาแด่) พลเมือง: เด็กบังเอิญไม่ฉลาด หรือการศึกษาต่างหากที่เหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรับการศึกษาสู้โควิด-19 เน้นกระบวนยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/822-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 23 May 2020 13:22:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เดชรัต สุขกำเนิด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท Lukkid]]></category>
		<category><![CDATA[เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[DLTV]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนกำเนิดวิทย์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาคิน นิมมานนรวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับโรงเรียน-เปลี่ยนครู-ปฏิรูปการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[public forum]]></category>
		<category><![CDATA[The 101]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14925</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักการศึกษาแนะปรับตัวการศึกษาช่วง COVID-19 ต้องเริ่มจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/822-2/">ปรับการศึกษาสู้โควิด-19 เน้นกระบวนยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14928" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thu-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thu-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thu-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thu-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thu-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">นักการศึกษาแนะปรับตัวการศึกษาช่วง COVID-19 ต้องเริ่มจากเป้าหมายการเรียนรู้เพื่อเปิดให้เกิดรูปแบบต่างๆ ไม่ใช่แค่ยืนสอนหน้าชั้นเรียน แนะภาคนโยบายปลดล็อคให้โรงเรียนเกิดความยืดหยุ่นสอดรับกับพื้นที่</h4>
<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ  The 101 ร่วมจัด public forum ผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปรับโรงเรียน-เปลี่ยนครู-ปฏิรูปการเรียนรู้&#8221; อ.เดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์  กล่าวว่า ปัญหาการศึกษาของไทยปัญหาแรกคือ 1. เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาซึ่งเดิมไม่ค่อยรู้กัน จนเกิดการระบาดของ COVID-19 ทำให้เราเห็นชัดเจนขึ้นเช่นการเข้าถึงเทคโนโลยี อุปกรณ์ออนไลน์ ไปจนถึงอนาคตที่ปัญหาเศรษฐกิจอาจทำให้หลายคนต้องหลุดจากระบบการศึกษา 2. ขาดปฏิสัมพันธ์ผู้เรียนผู้สอน และ 3.  การออกแบบการเรียนให้เหมาะสมกับผู้เรียนซึ่งยังไม่เป็นเช่นนั้น</p>
<p><figure id="attachment_14929" aria-describedby="caption-attachment-14929" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-14929 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/d-3.jpg" alt="" width="855" height="648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/d-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/d-3-300x227.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/d-3-768x582.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/d-3-750x568.jpg 750w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-14929" class="wp-caption-text">อ.เดชรัต สุขกำเนิด นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์</figcaption></figure></p>
<p>อย่างไรก็ตาม ในการเรียนออนไลน์ที่ถูกพูดถึงยังคิดกันแต่ว่าเป็นการยืนพูดหน้าชั้นเหมือนในห้องเรียนปกติ ทั้งที่ยังมีรูปแบบอื่นทั้ง ให้ดูสารคดี ชีวิตสัตว์แบบอื่น อย่างเกมออนไลน์ โพลออนไลน์ ซึ่งในชีวิตจริงเด็กสามารถดูโทรทัศน์ได้เป็นชั่วโมงเราจะทำยังไงให้เด็ก สนใจและดูแบบเรียนที่ไม่ใช่แค่การสอนแบบหน้าห้อง แต่ควรมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูนักเรียนร่วมด้วย และการเรียนออนไลน์ไม่ใช่จะมาแทนออฟไลน์แต่จะเป็นการสอนที่ไปด้วยกัน การเรียนรู้เป็นเรื่องของทุกคน เรียนได้ทุกที่ ทุกโอกาส</p>
<p>อ.ภาคิน นิมมานนรวงศ์ ครูสังคมศาสตร์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ กล่าวว่า โรงเรียนเป็นโรงเรียนประจำสอนเฉพาะม.ปลายรวมนักเรียนเจ้าหน้าที่ประมาณ 300 คนแผนที่คิดไว้คือการลดจำนวนคนที่จะมาเรียนให้น้อยที่สุดเพื่อจำกัดและลดความเสี่ยงการติดเชื้อและพยายามทำให้การเรียนไปอยู่ในออนไลน์ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์หน้า โจทย์ที่ยากของโรงเรียนคือเราจะทำได้ตามแผนแค่ไหนซึ่งเรามีหลายแผนที่วางไว้ เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดสิ่งต่างๆ</p>
<p><figure id="attachment_14930" aria-describedby="caption-attachment-14930" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-14930 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/a-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-14930" class="wp-caption-text">อ.ภาคิน นิมมานนรวงศ์ ครูสังคมศาสตร์ โรงเรียนกำเนิดวิทย์</figcaption></figure></p>
<p>สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เราต้องกลับมาทบทวนว่าการเรียนรู้คืออะไร ถ้าเราตอบคำถามนี้ไม่ได้หรือไม่ดีพอจะรับมือสถานการณ์ไม่ดีพอเช่นหากบอกว่า การเรียนรู้คือการเรียนในห้องเรียนก็จะไปไหนไม่ได้ แต่ถ้าคำตอบเปลี่ยนเป็นอะไรหลายอย่างก็จะนำไปสู่การปรับรูปแบบได้หลายอย่าง  นอกจากนี้ อุปสรรคใหญ่ของการปรับตัว เราต้องคิดว่าจำเป็นไหมมีต้องมีครูอยู่ในการเรียนรู้ของนักเรียน   และอะไรที่เรียนรู้ได้โดยไม่ต้องมีครู หรือครูจะอยู่ในบทบาทไหน</p>
<p>อ.ภาคิน กล่าวว่า ระยะสั้นเวลาพูดว่าโลกหลัง COVID-19 เราต้องรู้ก่อนว่าคือเมื่อไหร่ และหากเป็นอีก 2 ปีข้างหน้า ระหว่างนี้จะจัดการเรียนการสอนอย่างไร มีแผนแบบไหนบ้าง เราไม่สามารถบอกได้ว่าโมเดลไหนดีที่สุดไม่มีใครรู้จักนักเรียนได้ดีที่สุดเท่ากับอาจารย์ผู้สอน แต่ก็ต้องคุยกับนักเรียนและผู้ปกครองซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ อีกทั้งการจัดทำรูปแบบการสอนออนไลน์ ไม่เคยมีใครลองของใหม่ขนาดนี้ถ้าพูดว่าทำไม่ได้ก็จบเท่านั้นแต่ถ้าบอกว่าทำได้ก็จะมีโอกาสที่รออยู่ ซึ่งในภาพใหญ่ไม่ใช่แค่ครูที่จะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้แต่ต้องมองไปถึงผู้กำหนดนโยบายที่ต้องมีความยืดหยุ่น ไปจนถึงมหาวิทยาลัยที่สอนครูที่จะต้องปรับตัวก่อนคนอื่น</p>
<p>ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย กล่าวว่า ความพร้อมของโรงเรียนประสบปัญหากับหลายแห่งเด็กออนไลน์ได้แค่บางส่วน ออนแอร์ได้บางส่วน บางส่วนต้องออฟไลน์ สิ่งที่โรงเรียนเผชิญสัปดาห์ที่ผ่านมาคือการต้องพูดคุยเพื่อให้เกิดการเรียนรู้เกิดประสิทธิภาพที่ดีที่สุด  ทำไงขับเคลื่อนนโยบายกับปฏิบัติจริงให้ได้การเรียนรู้ดีที่สุด  ซึ่งมีทั้ง กลุ่ม ม.ปลาย ที่ส่วนใหญ่เรียนออนไลน์ได้ อีกกลุ่มเข้าไม่ถึงออนไลน์ก็ต้องเกาะกับเนื้อหา DLTV  อีกด้านยังมีช่องทางการเรียนรู้ที่เรียนจากชุมชน เรียนจากปราชญ์ชาวบ้าน ให้เขาไปหาความรู้ด้วยตัวเอง</p>
<p><figure id="attachment_14931" aria-describedby="caption-attachment-14931" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-14931 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/b-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-14931" class="wp-caption-text">ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการ โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</figcaption></figure></p>
<p>ทั้งนี้ การเรียนรู้โดยให้เด็กดูทีวีโดยไม่สามารถซักถามหรือมีใครอธิบาย ตรงนี้ก็จะลำบากเพราะในพื้นที่บางบ้านมีข้อจำกัด ผู้ปกครองไม่มีเวลา ไม่มีความสามารถในการสอน  ซึ่งตรงนี้เป็นโอกาสทองคิดค้นนวัตกรรม มีโอกาสสอนน้อย เจอเด็กสั้นๆ จะเลือกเนื้อหา วิธีไหน ในการสอนให้เกิดประสิทธิภาพ ถ้ามีการปลดล็อก ผ่อนคลายเราก็จะได้เห็น ครูได้ปล่อยของมีอิสระรูปแบบการเรียนการสอนได้มากขึ้น</p>
<p>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า บทบาทหน้าที่ กสศ. มุ่งสร้างความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ มีความเหลื่อมล้ำหลายมิติ สถานการณ์ COVID-19 ยิ่งทำให้ปัญหาทวีความรุนแรง โดยการทำงานของ กสศ. ที่ผ่านมามุ่งเน้นสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือนำร่อง ซึ่งเมื่อเกิดโรคระบาดเราพูดคุยให้มีการปรับการทำงาน เช่น โครงการ TSQP 290 โรงเรียนต้องปรับอะไรบ้าง ยังมีโครงการการพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ที่ต้องให้ความช่วยเหลือมากกว่าปกติจึงต้องมาคิดว่าจะพัฒนาอย่างไร</p>
<p><figure id="attachment_14932" aria-describedby="caption-attachment-14932" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-14932 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/c-2.jpg" alt="" width="855" height="648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/c-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/c-2-300x227.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/c-2-768x582.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/c-2-750x568.jpg 750w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-14932" class="wp-caption-text">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครูและสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p>อย่างไรก็ตาม จากตัวอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศบรูไน  เขามีระบบโฮมเลิร์นนิ่งแพ็คเกจให้ผู้ปกครองกับเด็กร่วมกันทำงานที่บ้าน รวมทั้งมีการเตรียมพร้อมจัดสภาพแวดล้อมเพื่อรองรับการเปิดเทอม ทั้งการจัดที่นั่งนักเรียน การก้าวเข้าโรงเรียน แบ่งครูออกเป็นสองกลุ่มทำงาน 2 สัปดาห์ที่โรงเรียน และหยุดสองสัปดาห์เพื่อไปลงพื้นออนไซท์  ช่วยเหลือให้คำปรึกษาเด็กในพื้นที่ ซึ่งสุดท้าย กสศ.ก็ต้องมาวิเคราะห์ย้อนกลับไปสู่เบื้องต้นคือไม่ต้องวิ่งตามเทคโนโลยีแต่ต้องเน้นไปที่การเรียนรู้</p>
<p>เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Lukkid และ ผู้แปลหนังสือ “designing your life” กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องเริ่มจากการลงไปดูบริบทของปัญหาที่แตกต่างกันว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งเราติดกับรูปแบบเดิมว่าต้องเป็นการสอนในห้อง ดังนั้นต้องเริ่มตั้งคำถามใหม่เพื่อที่จะช่วยช่วยให้ได้ลองอะไรใหม่ ๆ และไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต้องลองลงมือทำอย่างเดียว  ซึ่งต้องลองและเรียนรู้แต่ไม่ใช่ลองแบบมั่วๆ</p>
<p><figure id="attachment_14933" aria-describedby="caption-attachment-14933" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-14933 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/e-1-1.jpg" alt="" width="855" height="650" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/e-1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/e-1-1-300x228.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/e-1-1-768x584.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/e-1-1-750x570.jpg 750w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-14933" class="wp-caption-text">เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัท Lukkid</figcaption></figure></p>
<p>อย่างไรก็ตาม การใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยการเรียนรู้ช่วยนั้น แต่บางครั้งเทคโนโลยีก็ไม่ได้สำคัญไปทุกสถานการณ์ บางทีระบบแมนนวล ก็อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า  เราไม่ได้มีสูตรเดียวที่ตอบโจทย์ทุกในสถานการณ์ โอกาสที่เราได้ลองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และเราควรมีการสร้างคอมมูนิตี้เพื่อให้ครูได้คุยกันว่าเจอปัญหาอะไรแก้ไขอย่างไร ให้แต่ละคนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/822-2/">ปรับการศึกษาสู้โควิด-19 เน้นกระบวนยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
