<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงพยาบาลเด็ก | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Jul 2021 06:33:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงพยาบาลเด็ก | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ด่านหน้าช่วยเหลือเด็กติดโควิด-19 เป็นอย่างไร? ชวนคุยกับคุณหมอมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-mathurada-suwannapho-help-children-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Jul 2021 06:33:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[มธุรดา สุวรรณโพธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันราชานุกูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์นิมิบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลราชวิถี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลพระมงกุฎ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงพยาบาลรามาธิบดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43814</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ระลอกที่สาม คุณหมอและคุณพยาบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-mathurada-suwannapho-help-children-covid-19/">ด่านหน้าช่วยเหลือเด็กติดโควิด-19 เป็นอย่างไร? ชวนคุยกับคุณหมอมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ระลอกที่สาม คุณหมอและคุณพยาบาลกำลังทำงานหนัก เนื่องจากจำนวนคนป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน จนเตียงในโรงพยาบาลปกติไม่เพียงพอ ต้องสร้างโรงพยาบาลสนามเพิ่ม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แล้วสถานการณ์เด็กที่ป่วยติดโควิดล่ะมีจำนวนเท่าไหร่ สถานที่รองรับดูแลรักษาเด็กเป็นอย่างไร&nbsp;</p>



<p>กสศ. มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณหมอมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล เกี่ยวกับประเด็นข้างต้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สถานการณ์เด็กติดโควิด-19</h2>



<p>ตอนนี้สถานการณ์เด็กติดโควิด-19 10% จากตัวเลขคนไทยติดวันนี้ (25 กรกฎาคม  2564) 1.5 หมื่นคน เราก็คิดไปเลย 10% ติดไปถึงเด็กแล้ว จำนวนเด็กติดโควิดเดือนมิถุนายนคือ 11% พอช่วงปลายเดือนมิถุนายน แค่สัปดาห์เดียวก็เพิ่มเป็น 12.9%  ถ้าดูเดือนกรกฎาคม อาทิตย์ที่ผ่านมาผู้ติดเชื้อใหม่พุ่งกระฉูดเป็นวันละหมื่น เราก็ตีว่า 10% คือจำนวนเด็กที่ติดโควิด และอาจเพิ่มขึ้นจนเกือบถึง 20% ได้  เชื้อตอนนี้เป็นสายพันธุ์เดลต้า ซึ่งเด็กเองก็ต้านทานไม่ได้ ไม่เหมือนอัลฟ่าตอนแรกๆ เด็กเองจะโดนแยกจากพ่อแม่ แต่ตอนนี้คือ เด็กติด พ่อแม่ติด ติดในครอบครัวมากขึ้น</p>



<p>วิธีการทางกุมารแพทย์และจิตแพทย์แนะนำว่า ไม่ควรแยกพ่อแม่กับเด็กออกจากกัน เพราะการแยกเด็กจะมีปัญหาเยอะกว่า พอติดเชื้อเดลต้า อัตราการเสียชีวิตของพ่อแม่ ปู่ย่าตายายจะเยอะขึ้น ขณะที่เด็กเองยังมีภูมิต้านทานกับตัวเชื้อนี้อยู่ เพราะฉะนั้นเด็กส่วนมากที่ติดมักจะรอด ขณะที่ผู้ใหญ่ติดแล้วมักจะไม่รอด เกิดปัญหาเรื่องการสูญเสียขึ้นค่อนข้างเยอะ</p>



<p>แต่ตัวเด็กเองการสูญเสียเปอร์เซ็นต์ไม่ได้เยอะ เท่าที่รวบรวมมาตั้งแต่ระบาดเดลต้า มีเด็กเสียชีวิต 5 คนในจำนวน 16,000 คน เด็กที่เสียชีวิตเป็นเด็กที่มีโรคประจำตัว ถ้าเป็นเด็กปกติมักจะติดแล้วหายได้เอง ก็ไม่ค่อยน่าห่วงนัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-41b20e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/24-ศูนย์-Community-isolation-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการดูแลเด็กติดโควิด-19</h2>



<p>ที่สถาบันราชานุกูล เด็กที่อายุต่ำกว่า 13 ปีลงมา มีทั้งเด็กปกติและเด็กพิเศษ เขาจะมาพร้อมกันคือ พ่อ แม่ และลูก ส่วนมากพ่อแม่มีอาการเยอะกว่า เราก็ต้องส่งต่อ เช่น เชื้อลงปอด Oxygen sat (ค่าความเข้มข้นของออกซิเจนในกระแสเลือด) ต่ำกว่า 97 แต่เด็กยังแข็งแรงดีอยู่ ยังไม่ค่อยมีปัญหา </p>



<p>ตอนนี้เด็กติดเชื้อจากคนในครอบครัว มิใช่ติดเชื้อจากภายนอก คือพ่อแม่เป็นแล้วก็มาติดเด็ก เด็กส่วนมากอาการจะไม่ค่อยดร็อป เพราะเรามอนิเตอร์ด้วยการเอกซเรย์และ Oxygen sat</p>



<p>ที่โรงพยาบาลเด็ก เวลาเด็กมาแอดมิตก็ต้องมีคนดูแล หมอเคยมีกรณีหนึ่ง คือ เอาเจ้าหน้าที่ไปอยู่กับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ เพราะเด็กดูแลตนเองไม่ได้ ทำให้เราต้องเสียกำลังคนพอสมควร ฉะนั้นการผลัดเวรของจิตอาสาก็สำคัญ การดูแลเด็กเป็นเรื่องต้องใช้เวลา เขาจะมา 3 วันทีไม่ได้ แต่ต้องอยู่กับเด็ก 14 วันเลย จิตอาสามาดูแลก็ต้องขึ้นเวรเหมือนกับเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจว่า ถ้าเราดูแลเด็ก เด็กจะไม่ค่อยเสียชีวิต ดังนั้นเราจะไม่ท้อไม่ล้า</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ศูนย์ Community isolation สำหรับเด็ก</h2>



<p>สำหรับศูนย์พักคอย Community isolation มีเพียงพอสำหรับเด็กปกติ ตอนนี้เรามีโรงพยาบาลราชวิถีเป็นพี่เลี้ยงใหญ่ มีโรงพยาบาลพระมงกุฎ โรงพยาบาลเด็กโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งน่าจะช่วยทำให้เด็กติดโควิดดีขึ้น </p>



<p>แต่เด็กที่เปราะบาง มีความพิการซ้ำซ้อน ถ้าเรารวมกลุ่มเด็กประเภทนี้ได้ น่าจะมีสักที่หนึ่งเป็นศูนย์กลาง ถ้าเป็นไปได้ อยากให้ไปจับมือกับโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ เพราะเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กสติปัญญาบกพร่อง เด็กพิการ ที่นี่มีพี่เลี้ยงคอยดูแล ซึ่งพี่เลี้ยงทุกคนได้รับวัคซีนหมดแล้ว เขาจะได้เป็นอาสาสมัครที่ปลอดภัยด้วย</p>



<p>ถ้าจะตั้งเป็น Community isolation อยากให้เป็นลักษณะของครอบครัวมากกว่าที่จะแยกเด็กมาดูแลเอง เรามีประสบการณ์ตอนที่ตั้ง Community isolation ที่ศูนย์นิมิบุตร เมื่อประมาณหกเดือนที่ผ่านมาทางชุมชนคลองเตยมีการระบาด มีคุณครูที่ให้แยกผู้ใหญ่กักตัวอยู่ที่ศูนย์นิมิบุตร ในส่วนเด็กตอนนั้นอัตราติดเชื้อยังไม่ถึง 10% ก็แยกเด็กมาดูแลโดยมีคนใกล้ชิดอยู่ด้วย สิ่งสำคัญคือ ต้องมีคนที่เด็กเชื่อใจไว้วางใจอยู่ด้วย ตอนนั้นมีเด็กประมาณเกินครึ่งร้องตามพ่อแม่ ขอไปอยู่ศูนย์นิมิบุตรด้วย ประมาณ 1 ใน 10 ก็เป็นคนไข้ของหมอด้วย คือเป็นผู้พิการทางสติปัญญา เขาไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนแปลกหน้าได้  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aeac3d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/24-ศูนย์-Community-isolation-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณหมอมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล</figcaption></figure></div></div></div>



<p>อย่างไรก็ตาม ในศูนย์ฯ ก็ต้องยกการ์ดให้ดีๆ ต้องใส่หน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ รวมถึงจิตอาสาที่จะเข้าดูแลในกรณีที่พ่อแม่อยู่กับลูกไม่ได้ คือ เปลี่ยนระดับจากเขียวกลายเป็นเหลือง เป็นแดง ต้องไปอยู่โรงพยาบาล ก็ต้องมีจิตอาสาคอยดูแลเด็ก ซึ่งจิตอาสาต้องเป็นผู้ได้รับวัคซีนแล้วเพื่อเป็นการป้องกันตัวเอง เราจะไม่รับจิตอาสาที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมาก่อน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เด็กจะต้องมีโอกาสในการเรียนรู้</h2>



<p>เวลาอยู่ในศูนย์ Community isolation เด็กไม่ได้ต้องการพ่อแม่อย่างเดียว เด็กจะต้องมีโอกาสในการเรียนรู้ โรงเรียนเดิมก็เป็นส่วนหนึ่ง กิจกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องทำให้กับเด็กตามอายุ&nbsp;</p>



<p>หมอมีประสบการณ์ดูแลเด็กที่ศูนย์ตลาดกลางกุ้ง ตอนระบาดรอบแรกก็จัดกิจกรรมให้เด็กแบ่งเป็นระดับ 0-3 ปี ทำเรื่องของพัฒนาการ โดยสอนแกนนำกลุ่มอาสาสมัครว่าจะกระตุ้นเรื่องพัฒนาการเด็กอย่างไร เพราะเวลาที่ขยับไปแต่ละวันเป็นเวลาทองของเด็ก เราสอนอาสาสมัครเรื่องการกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ส่วนมากเป็นเรื่องพัฒนาการด้านร่างกาย ไม่ได้เน้นเรื่องเขียนอ่านมากนัก แต่จะเน้นเรื่องการเล่น</p>



<p>พอมาถึงเด็กวัยเรียน ก็สอนให้เขารู้จักคำว่าสิทธิต่างๆ เพราะที่ตลาดกลางกุ้ง เด็กอยู่กับคนแปลกหน้าหมด เพราะพ่อแม่โดนกัก เด็กก็ได้อยู่กับเพื่อนบ้าน และเด็กสมัยนี้โตเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วมาก ตั้งแต่ 4 ขวบถึง 13 ปี เราจะสอนให้เขารู้เรื่องของสิทธิ เรื่องของ self มีกิจกรรมให้เขารู้ว่าคนอื่นมาละเมิดตัวเด็กไม่ได้นะ ก็สอนให้เด็กเรียนรู้เรื่องเหล่านี้&nbsp; สำหรับเด็กโตขึ้นไป ก็จะมีวิธีการให้เขาเรียนรู้ที่จะต้องดูแลน้องๆ ในศูนย์ฯ เพราะฉะนั้นด้วยวิธีการแบบนี้จะทำให้เด็กอยู่ที่ศูนย์ฯ 14 วันได้อย่างมีความสุข&nbsp;</p>



<p>ส่วนเรื่องสิ่งของจำเป็นในศูนย์ Community isolation เด็กยังต้องการหนังสือ หนังสือยังเป็นเพื่อนที่ดีกับเด็กอยู่ ซึ่งทาง สสส. ทำหนังสือพร้อมแจกที่เหมาะสมสำหรับเด็กแต่ละวัย แต่ก็ต้องผ่านอาสาสมัครที่อ่านให้เด็กเล็ก  ของเล่นกระตุ้นพัฒนาการมีค่ามากเลย  เราก็อาศัยผู้มีจิตศรัทธาบริจาคซื้อของเล่นให้กับเด็ก </p>



<p>เรื่องอาหารให้เด็ก นมยังเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ค่อนข้างดี จริงๆ เอกชนเขาก็อยากช่วย แต่ไม่รู้จะช่วยอะไร ก็ช่วยสนับสนุนนม น้ำ หนังสือ  สามอย่างที่ต้องการมากๆ หนังสือถือเป็นของเล่นที่สร้างความสัมพันธ์กับคนอื่นด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-196f84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/24-ศูนย์-Community-isolation-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ข้อเสนอต่อภาครัฐ</h2>



<p><strong>หนึ่ง </strong>ในเรื่องของวิชาชีพ เราจะยึดมาตรฐานทางการแพทย์ หรือจะยึดเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ตอนนี้หมอหลายคนยังต้านเรื่อง Antigen test kit ที่เป็น rapid test อยู่ ทุกเคสที่แอดมิตต้องทำในเรื่องของสวอปใหญ่ ซึ่งตอนนี้งานจะไปโหลดที่เทคนิคการแพทย์พอสมควร&nbsp; ในช่วงที่เกิดสงครามทางชีวภาพแบบนี้ อาจต้องลดมาตรฐานลงเพื่อให้อยู่รอด&nbsp;</p>



<p><strong>สอง </strong>ต้องเร่งเรื่องกระจายวัคซีนให้มากที่สุด โดยเฉพาะตอนนี้ที่มีวัคซีนไฟเซอร์เข้ามา&nbsp; ซึ่งสามารถฉีดในเด็กตั้งแต่สิบสองขวบขึ้นไปได้ การกระจายวัคซีนต้องมีความโปร่งใสพอสมควร&nbsp;</p>



<p><strong>สาม</strong> ตอนนี้คนที่สูญเสียคนในครอบครัวเพราะโควิดจะเยียวยาอย่างไร&nbsp; พ่อแม่&nbsp; ปู่ย่าตายายมีโอกาสเสี่ยงเสียชีวิตมากกว่าเด็ก เด็กจะอยู่รอดไม่ได้ถ้าไม่มีผู้ปกครองอยู่ด้วย ตรงนี้ก็ยังเป็นช่องว่างอยู่ว่าเราจะทำอย่างไรกัน</p>



<p><strong>สี่ </strong>เด็กเปราะบาง หมายถึงเด็กที่พิการทางสายตา หู ทางสังคมด้วย มีปัญหาว่าโรงพยาบาลหลายแห่งไม่กล้ารับ มีเสียงจากสมาคมผู้พิการมาพอสมควรว่า อยากตั้งโรงพยาบาลสนามให้เด็กกลุ่มนี้&nbsp;</p>



<p>หมอเสนอว่า ถ้าจะตั้งจริงๆ อาจตั้งเฉพาะกลุ่มที่ยังมีปัญหาอยู่ เพราะว่าในกรณีเด็กอยู่กับครอบครัวก็สามารถอยู่ในศูนย์ Community isolation ต่างๆ ของกรุงเทพมหานครได้  ซึ่งในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้จะมีศูนย์ Community isolation ครบทุกเขต อย่างที่เขตดินแดงซึ่งเป็นพื้นที่ที่สถาบันราชานุกูลอยู่ ทางโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ก็จะเป็น Community isolationให้ </p>



<p>เพราะการดูแลเด็กเฉพาะที่พิการ เขาไปโรงพยาบาลปกติก็ไม่ได้ ไปศูนย์พักคอยปกติก็ไม่ได้ เขาเจอคนแปลกหน้าก็มีปัญหา  หมออยากให้เรื่องของเด็กปกติเป็นเรื่องของเขต ยกให้ทาง กทม. ดูแล แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้ภาครัฐช่วยเติมเต็มตรงส่วนนี้ จะดีมากถ้าเราหาช่องทางคอยดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อยได้ ซึ่งกระทรวง พม. มีส่วนช่วยได้เพราะมีงบสำหรับเด็กด้อยโอกาส ถ้ามีศูนย์นี้ในการดูแลเด็ก เราจะจัดกิจกรรมแบ่งตามอายุตามที่หมอบอกไปได้  ที่สถาบันราชานุกูล เรามีสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ที่คอยดูแลศูนย์นิมิตบุตร เรามีประสบการณ์การดูแลเด็กที่ตลาดกลางกุ้ง เรามีหลักสูตรแพ็คเกจการดูแลเด็ก สามารถเทรนอาสาสมัครได้ แต่เราไม่สามารถไปได้ทุกที่  แล้วตอนนี้มีการเทรนอาสาสมัครเป็นระบบออนไลน์แล้ว ถ้าเราสามารถช่วยเทรนอาสาสมัครได้ เราก็ยินดีค่ะ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14c423"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/24-ศูนย์-Community-isolation-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ฝากถึงพ่อแม่</h2>



<p>ตอนนี้เป็นช่วงที่ reunion ทุกคนทำงานจากที่บ้าน ก็ขอให้ลดความเครียดลง ทำงานจากที่บ้านทำให้คุณปลอดภัย เพราะลดการสัมผัสเชื้อ แต่ความเครียดทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำลง ขอฝากถึงผู้ปกครองว่า ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่คุณพ่อคุณแม่เป็นมากกว่าคุณพ่อคุณแม่ แต่เป็น Super mom Super dad ค่ะ คือต้องเป็นครูให้กับลูกด้วย โดยเฉพาะเด็กชั้นประถม เด็กเองต้องการการเรียนรู้และต้องการเวลา อยากให้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เราค่อยๆ ปรับตัว ไม่อยากให้เด็กๆ เสียเวลา เพราะโควิดก็อยู่กับเรามาเกือบสองปีแล้ว</p>



<p>เรื่องที่ภาครัฐทำได้คือ ปรับปริมาณการเรียนให้ลดน้อยลง และการเรียนออนไลน์นั้นควรเพิ่มกิจกรรมที่ไม่ใช่นั่งเรียนอย่างเดียว วิชาพละที่หายไปก็ต้องประยุกต์ของใช้ในบ้านเพื่อที่จะออกกำลังกายได้ เพราะว่าตอนนี้ต้องเล่นคนเดียว เด็กที่มีน้ำหนักเยอะ เมื่อติดโควิดจะมีโอกาสเสียชีวิตได้ หมออยากให้มีการออกกำลังกายเพื่อเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันของเด็ก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เป็นกำลังใจให้กันและกัน</h2>



<p>อยากให้กำลังใจพ่อแม่ทุกคน รวมถึงอาสาสมัครด้วย ปฏิกิริยาของเด็กเวลาที่แยกจากผู้ปกครอง ไม่ว่าจะแยกเป็นหรือแยกเพราะเสียชีวิต เด็กจะมีความรู้สึกกลัวคนแปลกหน้า ขอให้คนดูแลอย่าท้อ ถ้าเด็กจะหันหลังใส่เรา จะร้องไห้โวยวายใส่เรา เพราะด้วยความรัก ด้วยกิจกรรม เด็กจะค่อยๆ ขยับเข้ามาในกลุ่ม ให้เวลาเด็กปรับตัวหน่อย</p>



<p>ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ เราผูกพัน เรารักกันมากขึ้น หลังจากที่ได้ช่วยให้คนไข้ผ่านพ้นวิกฤต และสิ่งที่อาสาสมัครจะได้เมื่อมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นก็คือ ความอิ่มเอมใจค่ะ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-mathurada-suwannapho-help-children-covid-19/">ด่านหน้าช่วยเหลือเด็กติดโควิด-19 เป็นอย่างไร? ชวนคุยกับคุณหมอมธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
