<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โตมากับจอ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 04 Apr 2022 04:36:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โตมากับจอ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอด 5 บทเรียนเดือด จากสารคดีที่ถ่ายทำออนไลน์ล้วน #โตมากับจอ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/growing-up-on-screens/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 04 Apr 2022 04:35:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[โตมากับจอ]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนออนไลน์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54205</guid>

					<description><![CDATA[<p>โจทย์เริ่มแรกของเรากับ The101.world และกองทุนเพื่อความเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/growing-up-on-screens/">ถอด 5 บทเรียนเดือด จากสารคดีที่ถ่ายทำออนไลน์ล้วน #โตมากับจอ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โจทย์เริ่มแรกของเรากับ The101.world และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) คือการทำซีรีส์สารคดีครูในความเหลื่อมล้ำ แต่หลังคัดเลือกได้ตัวละคร 8 คนจาก 300 คน และกำลังจะลงพื้นที่ไปถ่ายทำ</p>



<p>ฟ้าผ่า! โควิดระบาดระลอกสอง โปรเจ็กต์สารคดีครูเลยต้องล้มพับไป ทีมงานต้องคิดหาทางออกใหม่ ไอเดียของการเล่าปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านประเด็นเรียนออนไลน์จึงผุดขึ้น เพื่อสอดคล้องกับวิธีการถ่ายทำที่ต้องออนไลน์ทั้งหมดด้วย</p>



<p>สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า #โตมากับจอ คืออะไร #โตมากับจอ คือซีรีย์สารคดีแปดตอน กระเทาะปัญหาการศึกษาไทยในยุคเรียนออนไลน์ นับได้ว่าผลพวงจากโรคระบาดได้สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับระบบการศึกษาไทย การเรียนออนไลน์จึงเป็นปัญหาใหญ่ของยุคสมัย ทั้งนักเรียน ครู หรือผู้ปกครอง และอีกหลายภาคส่วนล้วนต้องประสบปัญหานี้ ผลกระทบจากการระบาดของโรคได้เข้ามาเปิดแผลความเหลื่อมล้ำ ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและวิถีชีวิตของนักเรียนอย่างมาก คำถามสำคัญคือเราจะทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้อย่างไร และหาทางออกร่วมกันอย่างไร</p>



<p>ต่อไปนี้คือ 5 บทเรียนเบื้องหลัง จากการทำหนังสารคดีผ่านวิธีการถ่ายทำแบบออนไลน์ล้วนๆ ที่รวบรวมและสกัดจากทีมงานกว่า 20 ชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66de9c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture02-768x431-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>1. แคสติ้งตัวละคร ‘ผ่านจอ’</strong></h2>



<p>สำหรับหนังสารคดี เรามักพูดกันว่า หากเราได้ตัวละครดีจะมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะหนังสารคดีคือการพึ่งพาความจริงที่ขับเคลื่อนโดยชีวิตและเรื่องราวของบุคคลนั้นๆ โดยที่คนทำไม่มีทางรู้เลยว่า คนที่เราเลือกมาจะ ‘รุ่ง’ หรือจะ ‘ร่วง’ และยิ่งการที่เราต้องทำการคัดเลือกตัวละครผ่านออนไลน์ซึ่งเราไม่เห็นหน้า หรือสัมผัสพลังงานของมนุษย์ตัวเป็นๆ นั้น มันโคตรลุ้นและยากยิ่งกว่าหลายเท่า แต่ในสารคดี #โตมากับจอ EP.4 ตอน Hurt at first sight ‘ออนไลน์คลาสแรก…หัวใจก็แตกสลาย’ เรามีวิธีการแบบมวยวัด ที่ทีมงานคุยกันว่า ‘แคสต์กันแบบนี้ก็ได้ว่ะ’ ต่อไปนี้วิธีการจับปลาในมหาสมุทรเพื่อหาตัวละครที่ดีที่สุดมาเล่าเรื่อง</p>



<p><strong>ชั้นที่ 1: สืบเสาะ เบาะแส</strong></p>



<p>ในตอนนี้ทีมงานต้องการหานักเรียนที่เป็นโรคซึมเศร้ามาแชร์ประสบการณ์ให้เราและผู้ชมฟัง โดยเริ่มสืบเบาะแสผ่านประตูบานแรกด้วยการเข้าไปหา ครูปุ้ย –&nbsp; วรีย์ สืบสมุท&nbsp;ครูแนะแนวประจำโรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม ครูปุ้ยเคยถูกเราแคสต์มาก่อนในสารคดีประเด็นเกี่ยวกับครูที่ทีมงานเคยอยากทำ &nbsp;แต่โปรเจ็กต์นี้ดันถูกล้มพับไปในช่วงโควิด ครูปุ้ยกำเนิดใหม่อีกครั้งด้วยการเป็นแมวมองหานักแสดง เหตุที่เลือกครูแนะแนว เพราะจริงๆ แล้วหน้าที่ของครูแนะแนวก็เหมือนกับ ‘นักจิตประจำโรงเรียน’ ที่ค่อนข้างรู้เชิงลึกว่าเด็กคนไหนมีสภาวะจิตใจเป็นอย่างไรเป็นอย่างดี</p>



<p><strong>ชั้นที่ 2: หว่านแห สร้างตาข่ายรับฟัง</strong></p>



<p>เราใช้กูเกิลฟอร์ม (Google Form) สร้างแบบฟอร์มการสัมภาษณ์ขึ้นมา โดยตั้งคำถามผ่านประเด็นสำคัญที่หนังอยากเล่า เช่น การเรียนออนไลน์มีผลกระทบอย่างไรกับสภาพจิตใจ, อะไรคือสิ่งที่อยากให้โรงเรียนเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในช่วงโควิด หลังจากนั้นก็ให้ครูปุ้ยกระจายแบบฟอร์มนี้ลงไปในไลน์กลุ่มที่มีนักเรียนเป็นจำนวนมาก ข้อดีที่ได้ตามมาคือความที่เป็นออนไลน์ฟอร์มจึงไม่มีการเปิดเผยใบหน้า ไม่มีการวัดเกรด ไม่มีการตัดสิน น้องๆ สามารถใส่ความอัดอั้นหรือระบายกันได้เต็มที่ ตรงนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมงานเข้าใจหัวจิตหัวใจน้องๆ เพิ่มมากขึ้น จนเหมือนเป็นพื้นที่รับฟัง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการต่อยอดประเด็นในการทำหนังให้แหลมคมยิ่งขึ้นอีกด้วย</p>



<p><strong>ชั้นที่ 3: เลือกปลาใส่กะละมัง</strong></p>



<p>ทีมงานตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่แคสต์เด็กที่หน้าตาหรือรูปพรรณสัณฐาน แต่เคล็ดลับของเราคือการดูที่ความคิดและพลังงานจากข้อความต่างๆ ที่น้องอยากระบายออกมาผ่านแบบฟอร์มออนไลน์ เช่น น้องนุ่น เล่าระบายถึงอาการของโรคซึมเศร้าและภาวะสมาธิสั้นที่กำเริบหนักขึ้นในช่วงเรียนออนไลน์ ซึ่งส่งผลต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว</p>



<p>หลายครั้ง สิ่งที่น้องเขียนมาก็มีพลังมากจนทำให้ทีมงานบางคนอ่านแล้วถึงกับน้ำตาไหล เราใช้เกณฑ์วัดแบบ ‘พลังงานทะลุจอ’ จากสิ่งที่น้องอยากเล่าผ่านตัวอักษรแห้งๆ นี่แหละ ในการคัดว่าใครจะได้มาอยู่ในหนัง เพราะถ้าข้อความสั้นๆ มันทำงานกับเรา ถ้าได้สัมภาษณ์จริงที่มีหน้าตาและน้ำเสียงด้วย เราเดากันว่าน่าจะพีคไปกว่าเดิม จริงอยู่ข้อเสียของวิธีการนี้คือลุ้นเอาหน้างานว่าตัวจริงพลังน้องมันจะทะลุจอมั้ย แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือ น้องๆ ที่เราคัดกันผ่านวิธีการแบบนี้ จากทั้งหมดที่ส่งเข้ามาเกือบสามสิบคน เราเลือกมาสี่คน และได้ใช้ในหนังทั้งสี่คนเลย เฉียบ!</p>



<p>สามารถรับชมซีรีย์สารคดี #โตมากับจอ</p>



<p>EP.4 ตอน Hurt at first sight ‘ออนไลน์คลาสแรก…หัวใจก็แตกสลาย’ ได้ที่ลิงค์นี้: <a href="https://youtu.be/Yx0pZea9xhA" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/Yx0pZea9xhA</a></p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>2. ตามติดชีวิต ‘ผ่านจอ’</strong></h2>



<p>เป็นที่รู้กันว่าแก่นของหนังสารคดีคือ การตามติดชีวิตของผู้คนอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อโควิดมาทำให้ออกกองไม่ได้ เราเลยต้องปรับตัวไปตามสถานการณ์ และเพื่อเป็นการลดความพารานอยด์จากอุปสรรคที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า ‘จะเป็นไปได้ไหมถ้า…’</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fae0dc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture03-768x431-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คำถามแรก ‘เป็นไปได้ไหมถ้า คอมพิวเตอร์’ = กล้อง</strong></p>



<p>วิธีการสัมภาษณ์ทั้งแปดตอนนั้นถ่ายทำผ่านคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ข้อดีคือเมื่อมีระยะห่างกัน มันช่วยทำให้บางคนที่เขินกล้อง ไม่ชินกับการอยู่หน้ากล้อง ได้เป็นตัวเองมากขึ้น แต่ข้อเสียคือทีมงานต้องพยายามอย่างมาก ในการพยายามเข้าใจสีหน้าและความรู้สึกของมนุษย์ผ่านจอแบนๆ สองมิติ ซึ่งเป็นผลทำให้บางคนเราต้องสัมภาษณ์หลายครั้งเพื่อที่จะเข้าใจอารมณ์หรือความรู้สึกของตัวละครอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6861ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture04-768x431-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คำถามที่สอง ‘เป็นไปได้ไหมถ้า อาม่า’ = filmmaker</strong></p>



<p>ในยุคที่ทุกคนถ่ายวีดีโอลงโซเชียลและคุณภาพมือถือระดับ HD ภาพยนตร์เลยเป็นสื่อที่ถูกสร้างกันในครัวเรือน เราเชื่อว่า ด้วยการเปลี่ยนไปทางเทคโนโลยี ทุกคนเรียนรู้และคุ้นชินกับอุปกรณ์ถ่ายทำกันจนเป็นเรื่องใกล้ตัว ทำให้เราได้ไอเดียว่าจริงๆ แล้ว การถ่ายทำอาจจะเกิดขึ้นจากคนในครอบครัวก็ได้</p>



<p>ยกตัวอย่าง EP.1 Home x School ‘เมื่อบ้านกลายเป็นครู’ ซึ่งเป็นตอนที่เราต้องพึ่งพาทักษะนักทำหนังมือสมัครเล่นมากที่สุด เราได้โยนโจทย์ไปให้ อาม่า, คุณน้า, คุณแม่ ถ่ายทำลูกหลานของตัวเองระหว่างเรียนออนไลน์ สิ่งที่เซอร์ไพรส์พวกเราหลังจากได้เห็นฟุตเตจ คือห้วงเวลาแบบที่เรียกว่า magic moment ที่ความสนิทสนมกันในครอบครัวเป็นเคมีสำคัญที่ทำให้ได้ภาพและช่วงเวลาแบบนั้นออกมา เช่น การทะเลาะกันระหว่างแม่กับลูกสาววัยสามขวบ, โมเมนต์ของลูกที่แอบหลับระหว่างการเรียนออนไลน์ หรือสภาพการเรียนหน้าคอมที่ใช้พื้นที่ปนอยู่กับส่วนอื่นๆ ของบ้าน ฟุตเตจจากมือสมัครเล่นเหล่านี้ สะท้อนให้เราเข้าใจถึงความยากลำบากในการเรียนออนไลน์ของเด็กน้อยและผู้ปกครอง โดยเราซึ่งเป็นคนนอกอาจต้องใช้เวลาแรมปีในการจับภาพเหล่านั้นออกมา</p>



<p><strong>คำถามสุดท้าย ‘เป็นไปได้ไหมถ้า หนังในอนาคต’ = ถ่ายทำผ่านออนไลน์</strong></p>



<p>หากสิ่งที่เราลองทำกันในโปรเจ็กต์นี้คือการพยายามปรับตัวกันตามสถานการณ์โลกไม่ต่างจากอีกหลายชีวิตที่ต้องทำทุกอย่างผ่านออนไลน์ สิ่งที่สูญหายไประหว่างทางคืออะไร จริงอยู่เราอาจจะได้วิธีการใหม่ๆ หรือฟุตเตจที่ทรงพลัง แต่ในทางกลับกัน ระหว่างการทำซีรีส์นี้ ทีมงานต่างร่วงโรยหมดพลังไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตาม การทำหนังที่เข้าใจประเด็นผ่านมนุษย์ การเจอกันตัวเป็นๆ ได้ใช้เวลาร่วมกันเพื่อแบ่งปันพลังงาน ยังเป็นสิ่งสำคัญในการโอบอุ้มให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หลังจากจบโปรเจคนี้เราจึงคิดถึงการออกกอง เจอคนตัวเป็นๆ สูดลม เจอไอแดด คงจะดีไม่ใช่น้อยถ้ามันเกิดขึ้นภายในเร็ววัน</p>



<p>สามารถรับชมซีรีย์สารคดี #โตมากับจอ</p>



<p>EP.1 Home x School ‘เมื่อบ้านกลายเป็นครู’ ได้ที่ลิงค์นี้: <a href="https://youtu.be/A0H0oU_OR4c" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/A0H0oU_OR4c</a></p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>3. ลักขโมย ‘ผ่านจอ’</strong></h2>



<p>ตะกี้ว่าด้วยเรื่องการถ่ายทำผ่านจอกันไปแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่เราใช้ในงานนี้คือการ ‘ลักขโมย’ จะว่าไปหากใช้คำว่า ‘ขโมย’ ก็อาจจะดูรุนแรงไปนัก จริงๆ แล้ววิธีการที่พวกเราทำคือ การหาสิ่งที่มีอยู่แล้วมาเพื่อประกอบสร้างให้กับเรื่องเล่ามากกว่า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8552e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture05-1200x385-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์หรือประวัติศาสตร์ของศิลปะ เรามักจะเห็นชิ้นงานที่หยิบยืมหรือถูกสร้างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง งานศิลปะอันลือลั่นสนั่นวงการอย่าง Fountain ของ มาร์แซล ดูว์ช็อง (Marcel Duchamp) ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่โด่งดังจากการนำโถส้วมมาเป็นผลงานศิลปะ หรือสื่อภาพยนตร์ที่ใกล้ตัวหน่อยก็มิวสิกวิดีโอ เพื่อนเอ๋ย ของ พรู  ที่นำเอาภาพฟุตเทจเก่าที่ถ่ายเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตมาประกอบเพลง ศัพท์ที่เรียกใช้งานประเภทนี้มีหลายคำ เช่น Ready Made Art, Found Object Art, Found Footage ฯลฯ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3fa5fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture06-1200x352-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลายตอนในหนังของเราก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น EP. 2 Left Behind Dream ‘ฝากฝันไว้ข้างฝา’ ที่ตัวละครทั้งสามคนของเราอยู่ในพื้นที่ซึ่งเราไม่สามารถเข้าถึงได้ เราเลยจำเป็นต้องเพิ่มอีกหนึ่งข้อสำคัญไประหว่างการคัดเลือกตัวละคร คือทุกคนจะต้องมี material ของภาพที่สามารถสะท้อนเรื่องเล่าและปัญหาที่ตัวเองเจออยู่ได้ เช่น น้องก้อย นักเรียนชั้น ม.5 ที่อาศัยอยู่บนดอยที่ไม่มีสัญญาณ น้องก้อยเป็นยูทูเบอร์ ที่ถ่ายทำชีวิตตัวเองตลอด ในหนังเลยเล่าถึงความฝันของก้อยผ่านคลิปวีดีโอต่างๆ ที่น้องทำ หรืออย่างน้องวิล ที่อาศัยอยู่ในคลองเตย ในช่วงการถ่ายทำโควิดในคลองเตยระบาดหนัก เราจึงหยิบยืมภาพนิ่งจากมือถือที่น้องถ่ายมาเป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่องของตอนนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb84e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture07-1200x356-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หรืออย่างใน EP. 3 Teacher Resilience ‘ถอดวิชาไร้กระบวนท่า ครูจะบ้าแล้วโว้ย!’ เราเล่าเรื่องของครูและผอ. ผ่านกิจกรรมทั้งในและนอกโรงเรียนที่ครูทำ เช่น ภาพการประชุมงานกันในโรงเรียน ซึ่ง ผอ. ก็ใจดีมากที่ช่วยบันทึกภาพเหล่านั้นมาให้ทีมงาน อย่างครูมัดซี ที่เราก็เอาคลิปของครูในแอพลิเคชั่นติ๊กต๊อกมาผสมในการเล่าเรื่อง หรือแม้กระทั่งภาพบรรยากาศการเรียนออนไลน์ผ่านโปรแกรมซูมของครูหลง เราก็ได้เอาภาพในคลาสเรียนเหล่านั้นมาใช้ในตอนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f3514c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture08-1200x568-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การหยิบยืมยังไม่หมดแค่นี้ ใน EP.6&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/hashtag/onlinestrikeback">#OnlineStrikeBack</a>! ‘เปิดวิชาชีวิตนอกห้องเรียน’ เราใช้ข้อมูลภาพจากทางอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นภาพจากข่าว ภาพคอมเมนต์ในทวิตเตอร์ ภาพจากแชต คลิปวีดีโอของเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ หรือบทสนทนาในไลน์กลุ่ม เพื่อนำมายำรวมเล่าเรื่องการเคลื่อนไหวและกิจกรรมของน้องๆ นักเรียนนักศึกษาในปัจจุบัน</p>



<p>จากทั้งสามตอน เราจะเห็นได้ว่าวิธีการเล่าเรื่องนั้นหลายครั้งเราไม่จำเป็นต้องถ่ายใหม่ก็ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องลิขสิทธิ์และวิธีการให้เครดิตของแหล่งที่มา รวมไปถึงอย่าลืมขอการยินยอมจากเจ้าตัวก่อนนำไปเผยแพร่ด้วยนะจ๊ะ</p>



<p>สามารถรับชมซีรีย์สารคดี&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD">#โตมากับจอ</a></p>



<p>EP.2 Left Behind Dream ‘ฝากฝันไว้ข้างฝา’ ได้ที่ลิงค์นี้: <a href="https://youtu.be/HbrawSEdFW0" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/HbrawSEdFW0</a><br>EP.3 Teacher Resilience ‘ถอดวิชาไร้กระบวนท่า ครูจะบ้าแล้วโว้ย!’ ได้ที่ลิงค์นี้: <a href="https://youtu.be/FutuqKAxVSk" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/FutuqKAxVSk</a><br>EP.6 <a href="https://www.youtube.com/hashtag/onlinestrikeback">#OnlineStrikeBack</a>! ‘เปิดวิชาชีวิตนอกห้องเรียน’ ได้ที่ลิงค์นี้:<a href="https://youtu.be/dOUbQsEY_u4" target="_blank" rel="noreferrer noopener"> https://youtu.be/dOUbQsEY_u4</a></p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>4. สร้างดราม่า ‘ผ่านจอ’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2d1af7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture09-1200x544-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในสารคดี&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD">#โตมากับจอ</a>&nbsp;ตอน EP. 5 Lost Generation ‘วัยมัธยมที่สูญหาย ทำได้เพียงแค่คิดถึง? &nbsp;ในตอนนี้เล่าเรื่องถึงชีวิตปีสุดท้ายของเด็กม.6 ทำให้เรานึกถึงหนังสารคดีที่สร้างอารมณ์ร่วมกับผู้ชมอย่าง ‘Final Score’ 365 วัน ตามติดชีวิตเด็กเอ็นท์ (2007) ที่ถ่ายทอดอารมณ์สนุก, เศร้า, เหงา, ลุ้น ของวัยรุ่นได้ออกมาอย่างถึงแก่น แต่ในสารคดีของเรา ทีมงานจะทำยังไงให้หนังได้รสชาติอารมณ์แบบ Final Score แต่โจทย์ยากคือเราถ่ายทั้งหมดผ่านออนไลน์</p>



<p>ทีมงานเลยตั้งใจไว้ว่า เราจะทำให้สารคดีชิ้นนี้เป็นหนังดราม่าที่เน้นอารมณ์ (emotional) และเลี่ยงวิธีการให้ข้อมูลแบบตรงๆ (informative) และทดลองวิธีการถ่ายทำโดยเล่นแร่แปรเคมีทางอารมณ์กันให้สุด ซึ่งวิธีการที่ผู้กำกับของเราทำคือ</p>



<p>‘เฮ็ดในสิ่งที่เซนส์มันเซื่อ’</p>



<p>ใช่! เชื่อในเซนส์นี่แหละ หลายครั้งการทำหนังไม่ใช่แค่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง ยิ่งกับงานที่เป็นโจทย์ประเด็นสังคม ที่ต้องการการถกเถียงกันระหว่างผู้กำกับกับทีมงาน, กองบรรณาธิการ, โปรดิวเซอร์ หรือผู้ว่าจ้าง ยิ่งเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเกิดขึ้น แต่ในทางกลับกัน ภาพยนตร์เองก็เป็นสื่อที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับประเด็นผ่าน ‘ความรู้สึก’ พอขึ้นชื่อว่า ‘ความรู้สึก’ บางเรื่องก็ยากที่จะอธิบายด้วยเหตุผล ต่างคนต่างก็มีรสนิยมไม่เหมือนกัน หลายครั้งมีแค่ผู้กำกับเองเท่านั้นที่มองเห็นมันเพียงคนเดียว</p>



<p>เมื่อเราตั้งธงไว้แล้วว่าเราจะสร้างหนังสารคดีดราม่าผ่านจอ การเลือกฟังหรือไม่ฟังบางคอมเมนต์ เพื่ออนุญาตให้เราได้เชื่อในเซนส์ของตัวเอง ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อนำพาสิ่งเหล่านั้นไปสู่ผู้ชม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-951d71"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture10-1200x517-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น ในกระบวนการตัดต่อ ผู้กำกับกับคนตัดต่อคัดเลือกบทสัมภาษณ์และฟุตเทจที่มีพลังงานทางอารมณ์สูง ไม่ว่าจะเป็น สีหน้า, แววตา, น้ำเสียง โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงประเด็นของเนื้อหามากนัก หรืออย่างในช็อตจบ มีหลายคอมเมนต์จากทีมงานที่อยากให้ใส่เพลงอื่น หรือแม้กระทั่งไม่ใส่เพลงลงไป แต่สำหรับผู้กำกับแล้ว ความมหัศจรรย์นั้นเกิดขึ้นตอนสัมภาษณ์ ระหว่างที่ให้น้องเลือกเพลงมาหนึ่งเพลงเพื่อพูดถึงชีวิตปีสุดท้าย และเพลง ‘ทำได้เพียง’ ก็เป็นเพลงที่น้องๆ เลือกขึ้นมาร้องกันสดๆ ณ ตอนนั้นผู้กำกับบอกว่า รู้สึกขนลุกและน้ำตารื้น เสียงในหัวตอนนั้นมันบอกว่า โอเคเราได้ตอนจบแล้ว! การเลือกที่จะฟังเสียงของเซนส์ตัวเองมากกว่าเสียงของคอมเมนต์ มันเลยทำให้เราได้ช็อตจบที่ทุกคนก็หลั่งน้ำตาไปตามๆ กัน</p>



<p>สามารถรับชมซีรีย์สารคดี&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD">#โตมากับจอ</a>&nbsp;</p>



<p>EP.5 Lost Generation ‘วัยมัธยมที่สูญหาย ทำได้เพียงแค่คิดถึง?’ ได้ที่ลิงค์นี้: <a href="https://youtu.be/pnFHUNQQG2o" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/pnFHUNQQG2o</a></p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>5. ‘ผ่านจอ’ ไม่ได้ก็ ‘สร้างภาพ’</strong></h2>



<p>เมื่อเราสู้กับการถ่ายทำผ่านออนไลน์กันมาจนสุดทาง มันจะมีบางเนื้อหาจริงๆ ที่ต่อให้เราจะใช้วิธีการไหนทางออนไลน์ก็ไม่เวิร์ค ยกตัวอย่างเช่น EP. 7 Blindspot ‘เหตุใด ไยเราจึงไม่เห็นกัน?’ ที่พูดถึงการเรียนออนไลน์ของผู้พิการทางสายตา ที่ทีมงานต้องพยายามจำลองประสบการณ์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ เพื่อพาผู้ชมลองไปสวมแว่นทางประสบการณ์ของผู้พิการทางสายตา ว่าพวกเขามองเห็นอย่างไร แล้วประสบการณ์นี้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนออนไลน์ของเขาอย่างไรบ้าง หรืออย่าง EP. 8 Golden Age ‘วัยทองแห่งการเรียนรู้ สู่วิวัฒนาการของมนุษย์ในอนาคต’ ที่เนื้อหาของตอนนี้เหมือนแกะมาจากหนังสือทฤษฎีการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งเนื้อหาในเชิงทฤษฎีแบบนี้ จะไปถ่ายทำทางออนไลน์หรือฝากใครถ่ายก็ไม่ได้ ทางออกของเราจึงเป็นการ ‘สร้างภาพ’ (Re Create) เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ต่อไปนี้คือเบื้องหลังไอเดียของเทคนิคต่างๆ ที่เราทำกันในสองตอนนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cac578"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture11-1200x817-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เทคนิคการ ‘สร้างภาพ’ ของผู้พิการทางสายตา</strong></p>



<p>โดยพื้นฐานแล้ว อาการตาบอดสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภท คือ B1 ตาบอดสนิท (Complete Blindness) ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้เลย หรือเห็นเป็นภาพมืดทั้งหมด และ B2, B3 ตาบอดบางส่วน (Partial Blindess) ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการมองเห็นที่จำกัด อาจมองเห็นเพียงเงาลางๆ และไม่สามารถมองเห็นรูปร่างของสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ใน EP. 7 น้องๆ ที่เป็นตัวละครของเรา เป็นครบทั้งสามแบบ วิธีการทำงานของเราคือหลังจากสัมภาษณ์น้องๆ ให้เข้าใจถึงประสบการณ์ทางการมองเห็น เราจึงเริ่มจำลองประสบการณ์เหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ด้วยการถ่ายทำผ่านวัสดุต่างๆ เพื่อมาเล่นกับภาพของกล้อง วัสดุที่เราใช้แล้วเวิร์ค ใกล้เคียงกับสิ่งที่น้องเล่าคือ ถุงน่องกับครีมทาผิว ถุงน่องจะให้ภาพที่ชัดเจนกว่า แต่มีลักษณะคล้ายเยื่อหรือพังผืดมาหุ้มตา ส่วนครีมทาผิว มีลักษณะเบลอ มัว และเห็นทุกอย่างเลือนลาง เทคนิคเหล่านี้เดาว่าเด็กเรียนภาพยนตร์หลายคนคงใช้กันเพื่อทำภาพเบลอหรือภาพฟุ้งในมิวสิกวิดีโอ สำหรับใครยังไม่เคยลอง ทีมงานแนะนำให้ใช้เทคนิคทั้งสองผสมกัน กับกล้องไอโฟนรุ่นเก่าๆ รับรองออกมาเฟี้ยว</p>



<p><strong>เทคนิคการ ‘สร้างภาพ’ จากเรื่องเล่า</strong></p>



<p>ใน EP. 8 ที่เล่าเรื่องไปในทางให้ข้อมูล รวมไปถึงมีการอ้างอิงทฤษฎีจากตำราชุดต่างๆ ทีมงานเลยคิดกันว่าจะทำอย่างไรให้คนดูไม่เบื่อ และสามารถสนุกไปกับเนื้อหาเหล่านั้นได้ตลอดสามสิบนาที การสร้างภาพแทนด้วย ‘แอนิเมชั่น’ จึงเกิดขึ้น ด้วยรากศัพท์คำว่า animation จากภาษาละตินที่แปลเป็นภาษอังกฤษว่า ‘a bestowing of life’ หรือการ ‘มอบชีวิต’ เราจึงอยากใช้เทคนิคแอนิเมชั่นมาทำให้เนื้อหาที่แห้งแข็งนั้นดูมีชีวิตชีวา ประกอบกับตอนนี้ที่พูดถึงความเป็นเด็ก, จินตนาการและเทคโนโลยี จึงออกแบบให้สไตล์ของภาพมีความใสซื่อ ไม่เนี้ยบ และเป็นการยำรวมจากหลายแหล่งที่มา เช่น ภาพนิ่งจากอินเตอร์เน็ต, ภาพลายเส้นที่วาดขึ้นใหม่, โมชั่นกราฟฟิค หรือได้รับความร่วมมือจากตัวละครในตอนที่ใช้เทคนิค deepfake (การสร้างใบหน้าโดยคอมพิวเตอร์) แก้เทคนิคภาพแตกที่เกิดขึ้นจากการสัมภาษณ์ผ่านทางไกล มาผสมให้กลมกล่อม รวมออกมาแล้วสอดคล้องไปกับเนื้อหามากกว่าเดิม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4470dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/Thiedeyeview_โตมากับจอ-making-of_picture12-1200x383-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จริงๆ แล้ววิธีการเล่าเรื่องในสารคดีในปัจจุบันเดินทางไปไกลมากกว่าตามถ่ายผู้คนด้วยกล้อง มีทั้งหนังที่ภาพสร้างขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence -AI) ในกูเกิลมีหนังสารคดีที่ให้ผู้ชมดูผ่านแว่น VR (Virtual reality -แว่นสำหรับสวมเพื่อเข้าสู่โลกเสมือนจริง) ประกอบกับสวมชุดจำลองให้ตัวเองเป็นแมลง มีหนังสารคดีที่ผู้ชมนอนดูผ่านโดม นวัตกรรมของสื่อปัจจุบันแปรผันไปตามเทคโนโลยี ใครอยากไปดูงาน Non-Fiction ที่เดินทางไปไกลเราแนะนำกดเข้าที่ลิงค์นี้ได้เลย https://www.idfa.nl/en/info/about-idfa-doclab</p>



<p>สามารถรับชมซีรีย์สารคดี&nbsp;<a href="https://www.youtube.com/hashtag/%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%88%E0%B8%AD">#โตมากับจอ</a>&nbsp;</p>



<p>EP.7 Blindspot ‘เหตุใด ไยเราจึงไม่เห็นกัน?’ ได้ที่ลิงค์นี้:&nbsp;<a href="https://youtu.be/AVdNRIu-m8c" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/AVdNRIu-m8c</a></p>



<p>EP.8 Golden Age ‘วัยทองแห่งการเรียนรู้ สู่วิวัฒนาการของมนุษย์ในอนาคต’ ได้ที่ลิงค์นี้:&nbsp;<a href="https://youtu.be/J3HD39J9Yag" target="_blank" rel="noreferrer noopener">https://youtu.be/J3HD39J9Yag</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/growing-up-on-screens/">ถอด 5 บทเรียนเดือด จากสารคดีที่ถ่ายทำออนไลน์ล้วน #โตมากับจอ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย เมื่อเด็กต้องเจ็บซ้ำๆ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/101-midnight-round-covid-and-online-learning-brief/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 14 Mar 2022 06:31:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[จิรเมธ โง้วศิริ]]></category>
		<category><![CDATA[101mid(night)round]]></category>
		<category><![CDATA[โตมากับจอ]]></category>
		<category><![CDATA[มุกริน ทิมดี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม]]></category>
		<category><![CDATA[อรรถพล อนันตวรสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย]]></category>
		<category><![CDATA[มิรา เวฬุภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[The 101.world]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนออนไลน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53035</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่า 2 ปีท่ามกลางสภาวะฉุกเฉิน การศึกษาถูกบังคับให้ย้ายไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/101-midnight-round-covid-and-online-learning-brief/">‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย เมื่อเด็กต้องเจ็บซ้ำๆ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กว่า 2 ปีท่ามกลางสภาวะฉุกเฉิน การศึกษาถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่บนหน้าจอออนไลน์ แม้ว่าความยากลำบากของปัญหาการเรียนรู้ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และปัญหาสุขภาพจิตของผู้เรียนจะถูกนำเสนอผ่านหน้าสื่ออยู่เป็นระยะ อย่างไรก็ดีเพื่อขุดลึกถึงรากของปัญหาการศึกษาออนไลน์ สารคดี ‘โตมากับจอ’ สารคดี 8 ตอน สะท้อน 8 ปัญหาการศึกษาไทยภายใต้ภูเขาน้ำแข็ง จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสื่อสารที่ช่วยจับอารมณ์ และฉายให้เห็นภาพบาดแผลของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเส้นทางการศึกษาอย่างชัดเจน</p>



<p>สารคดีเกี่ยวกับปัญหาการศึกษาไทยชุดนี้เป็นความร่วมมือของ Eyedropper Fill กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และเว็บไซต์ The101.world โดยนำเสนอประเด็นเรื่องการเรียนออนไลน์ที่สะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำของการศึกษาไทย โดยใช้การถ่ายทำออนไลน์ 100% แล้วนำเสนอออกมาในรูปแบบสารคดี 8 ตอน</p>



<p><a href="https://www.the101.world/101-midnight-round-covid-and-online-learning/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">‘101 (mid)night round: ‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย’ </a>วงเสวนาออนไลน์จึงได้เชิญชวนตัวละครในสารคดี และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมพูดคุยถึงภาพปัญหาการศึกษาออนไลน์ และทางออกของหล่มลึกด้านการศึกษา ร่วมวงเสวนาโดย <strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), <strong>ผศ.อรรถพล อนันตวรสกุล</strong> อาจารย์ประจำสาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและรองประธานมูลนิธิ Thai Civic Education, <strong>แม่บี – มิรา เวฬุภาค</strong> คุณแม่และผู้ร่วมก่อตั้ง <a href="https://www.the101.world/mappa-team-interview/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">mappa</a> และ Flock Learning องค์กรด้านการศึกษา, <strong>วิว – มุกริน ทิมดี</strong> นักศึกษาผู้ดรอปเรียนออนไลน์ หนึ่งในตัวละครจากภาพยนตร์สารคดี <em>School Town King</em> ร่วมด้วย<strong>วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย, จิรเมธ โง้วศิริ </strong>และ<strong>นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม</strong> ผู้กำกับสารคดีโตมากับจอ</p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="101 (mid)night round: ‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/aPL3OVnDV3g?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div><figcaption>101 (mid)night round: ‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย</figcaption></figure>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เสียงสะท้อนของปัญหาการศึกษาไทย</strong></h2>



<p>วงสนทนาเริ่มต้นด้วยการพาไปเข้าใจภาพรวมของปัญหา ผ่านผู้ที่ทำงานด้านการศึกษาอย่างใกล้ชิด ภูมิศรัณย์กล่าวว่าสถานการณ์โควิด-19 เปิดพรมให้เห็นถึงปัญหาที่ซุกซ่อนในการศึกษาไทย ฉายชัดถึงความเหลื่อมล้ำ ทั้งในด้านความแตกต่างของการเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาระหว่างโรงเรียน และความแตกต่างของการเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาระหว่างครอบครัว</p>



<p>ภูมิศรัณย์ชี้ให้เห็นว่าหนึ่งในปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นคือปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบ เนื่องจากการขาดทรัพยากรทางการศึกษา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเปราะบางและกลุ่มเด็กรอยต่อ ได้แก่ เด็กที่อยู่ระหว่างชั้น ป.6 ขึ้น ม.1 หรือ ม.3 ขึ้น ม.4 ซึ่งมักเป็นช่วงชั้นที่ผู้เรียนมีการย้ายโรงเรียน ทำให้ยากต่อการติดตามของคุณครูและเอื้อให้เกิดการหลุดออกนอกระบบจนนำไปสู่การสูญเสียโอกาสพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในช่วงวัยเรียน</p>



<p>ประเด็นนี้ส่งผลสืบเนื่องไปยังความสูญเสียทางเศรษฐกิจในอนาคต ยังไม่รวมถึงปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาสุขภาพจิต สถิติการฆ่าตัวตายของวัยรุ่นที่สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ และบาดแผลทางด้านจิตใจของกลุ่มเด็กและเยาวชนในระยะยาว ยิ่งในกลุ่มเด็กกำพร้าที่ผู้ปกครองเสียชีวิตจากโควิด-19 ในประเทศไทยพบว่ามีเด็กกำพร้าในลักษณะดังกล่าวเกือบ 500 คนและมีการวิเคราะห์ว่าเด็กกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบหลายมิติ เนื่องจากขาดคนเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด</p>



<p>ต่อประเด็นนี้ อรรถพล&nbsp;อาจารย์ประจำสาขาวิชาการสอนสังคมศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและรองประธานมูลนิธิ Thai Civic Education เห็นด้วย และร่วมตั้งคำถามถึงปัญหาด้านการจัดการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา</p>



<p>“สุดท้ายความรับผิดรับชอบทางการศึกษาเป็นเรื่องของใคร ตอนนี้เราปล่อยให้ทุกครอบครัวดิ้นรนด้วยตัวเองและปล่อยให้ครูที่อยู่ปลายทางของการตัดสินใจต้องเห็นปัญหาอยู่ตรงหน้า พอตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ทั้งหมด ปัญหาก็แค่ผ่านไปตรงหน้าและปล่อยให้พังลง” อรรถพล กล่าว</p>



<p>เขาชี้ว่าการจัดการศึกษาไทยมี<strong>ปัญหาด้านความรับผิดรับชอบ (Accountability</strong>) กล่าวคือไม่มีองค์กรที่แสดงบทบาทรับผิดรับชอบในการทำงานอย่างชัดเจน ซึ่งส่งผลต่อ<strong>ปัญหาด้านอำนาจหน้าที่ (Authority)</strong>&nbsp;ในการบริหารจัดการการศึกษา เตรียมพร้อม และเยียวยาด้านการศึกษา และ<strong>ปัญหาด้านอิสระในการบริหารจัดการ (Autonomy)</strong>&nbsp;ของผู้ทำงานหน้างาน</p>



<p>เขาขยายความว่าถึงแม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะกล่าวว่าโรงเรียนมีอำนาจในการตัดสินใจ แต่กฎระเบียบในระดับเขตพื้นที่ หน่วยงานต้นสังกัด และอำนาจเชิงวัฒนธรรมภายใต้ความไม่เชื่อใจกันเป็นเวลานาน กลับไม่สนับสนุนให้มีอิสระในการตัดสินใจอย่างเพียงพอ รวมถึงยังมี<strong>ปัญหาการเชื่อมโยงประสานงานกลไกในการทำงานขององคาพยพด้านการศึกษา (Alignment)&nbsp;</strong>&nbsp;เช่น เรื่องซิมช่วยเรียนที่หลายโรงเรียนยังไม่ได้รับ แม้จะมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมแล้วก็ตาม</p>



<p>นอกจากนี้ อรรถพลยังตั้งคำถามว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมามีการใช้ความรู้ในการขับเคลื่อนนโยบายหรือตัดสินใจมากน้อยเพียงใด หรือเป็นการลองผิดลองถูกของคนทำงาน เขากล่าวว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่คณาจารย์สาขาเทคโนโลยีการศึกษาจำนวนมากที่มีองค์ความรู้ไม่ถูกดึงเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาด้านการเรียนรู้ตั้งแต่ในระดับวางนโยบาย แต่กลับต้องเป็นฝ่ายตั้งรับจากโรงเรียน</p>



<p>อรรถพลยังเสริมจากภูมิศรัณย์ว่านอกจากเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาแล้ว ยังมีนักเรียนจำนวนมากที่ยังมีชื่อในโรงเรียน แต่ไม่ได้เข้าสู่การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ เนื่องจากต้องผันตัวไปเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว โดยยกตัวอย่างนักเรียนที่จะต้องไปขี่มอเตอร์ไซค์ส่งอาหารระหว่างที่ฟังชั้นเรียนออนไลน์ไปด้วย นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่คุณครูผู้สอนเจอบีบคั้นจากการถูกเร่งปรับตัวและระบบการทำรายงานจนนำไปสู่การลาออกและภาวะซึมเศร้าของคุณครู ขณะเดียวกันปัญหาเกี่ยวกับบทเรียนที่ไม่ได้ออกแบบหลักสูตรให้เหมาะสมต่อการเรียนออนไลน์ และไม่ได้เอื้อกับผู้เรียนทุกคนให้เข้ามาเป็นเจ้าของห้องเรียนร่วมกัน ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สำคัญต่อผู้เรียน</p>



<p>“ผมตกใจมากกับการผ่านงบในปีงบประมาณที่ผ่านมา สุดท้ายแม้กระทั่งกระทรวงศึกษาธิการก็เสนองบตามแผนงบแบบเดิมของตัวเอง ด้วยโครงการแบบเดิม แทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องการช่วยเยียวยาโรงเรียนและสถานการณ์โควิดเลย” อรรถพลกล่าวถึงท่าทีของกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>วงสนทนาขยับมาที่แม่บี ผู้ปกครองที่ต้องรับความเปลี่ยนแปลงจากการเปิด-ปิดโรงเรียน เธอเกริ่นว่าปัญหาในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนจากการเรียนรู้ทางไกล (remote learning) เข้าสู่การเลี้ยงดูทางไกล (remote parenting) แทน เนื่องจากผู้ปกครองจำเป็นต้องกลับไปทำงาน ขณะที่ลูกยังต้องเรียนอยู่ที่บ้าน ทำให้หลายครอบครัวต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยลูก หรือฝากไว้กับปู่ย่าตายายที่ไม่พร้อมดูแลด้านการศึกษา ทั้งยังชี้ให้เห็นถึงภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นค่าอินเทอร์เน็ตหรือค่าชุดตรวจ ATK ในขณะที่ผู้ปกครองหลายคนต้องเผชิญการลดเงินเดือนหรือตกงาน</p>



<p><strong>“</strong>เพื่อนคนหนึ่งของเราเคยพูดพูดว่าระบบการศึกษาไทยเหมือนกระเชอก้นรั่ว ตัวระบบการศึกษาเป็นภาชนะและปัญหาเหมือนรอยรั่ว เด็กๆ ก็ร่วงหล่นมาจากภาชนะ ทีนี้ก็มีหลายหน่วยงานมาช่วยอุดรอยรั่ว เพื่อกันไม่ให้เด็กๆ ร่วงหล่นลงมา โดยที่เราไม่เคยตั้งคำถามเลยว่าปัญหาอยู่ที่รอยรั่วหรืออยู่ที่ภาชนะกันแน่</p>



<p>“โควิด-19ถามเราว่าเป็นภาชนะหรือเปล่าที่ต้องปรับและเปลี่ยน เพื่อให้รองรับการร่วงหล่นของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่านี้<strong>”</strong></p>



<p>แม่บีตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ และยังกล่าวว่าในการทำงานของmappaแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เธอพบว่ามีผู้ปกครองหลายคนที่ลุกขึ้นมาช่วยแก้ปัญหาด้วยกันเอง แต่ก็ไม่สามารถเอื้อมไปถึงทุกคน เนื่องจากมีกำลังไม่มากพอ</p>



<p>วิว นักศึกษาผู้ดรอปเรียนออนไลน์ อีกหนึ่งเสียงที่สำคัญของระบบการศึกษา เปิดใจว่าเธอเป็นคนเดียวในรุ่นจากเด็กชุมชนคลองเตยทั้งหมดที่ตัดสินใจเรียนต่อในระดับมัธยมปลาย เพื่อเพิ่มพูนความรู้ทางทฤษฎี ในขณะที่เพื่อนหลายคนเลือกไปต่อสายอาชีพ เพื่อฝึกทักษะและมีรายได้จากการฝึกงาน แต่สิ่งที่ทำให้เธอยืดหยัดที่จะเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และเรียนต่อในมหาวิทยาลัยก็เพื่อความฝันจะรับราชการ อันหมายถึงเงินเดือนที่มั่นคงและสวัสดิการที่ดูแลคนในครอบครัว แม้เธอเองจะรู้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายก็ตาม</p>



<p>วิวเปิดฉากชีวิตว่าเธอเลือกไม่ศึกษาต่อคณะมนุษยศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม เนื่องจากปัญหาคุณแม่ป่วย หลังจากนั้นเธอตัดสินใจเรียนต่ออีกครั้งในคณะคุรุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี แต่เมื่อทราบว่าต้องเรียนออนไลน์ 100% ด้วยปัญหาด้านอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และประสิทธิภาพการเรียนรู้ที่อาจจะได้ไม่เต็มที่ เธอจึงตัดสินใจดรอปเรียนและกลับมาทำงานซักรีด ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว เพื่อรอให้สถานการณ์โควิดดีขึ้นก่อนกลับไปเรียนอีกครั้ง</p>



<p><strong>“</strong>ถ้าถามว่าหนูเสียใจไหม หนูก็เสียใจ วิวรู้สึกว่าเด็กที่รุ่นราวคราวเดียวกัน เขาอยากเรียนเยอะ แต่เศรษฐกิจแบบนี้บางครอบครัวก็คิดว่าการส่งให้ลูกเรียนไม่ได้เป็นปัจจัยหลัก พ่อแม่บางคนไม่มีเงิน เขาก็บอกว่าจะเรียนไปเพื่ออะไร ในเมื่อบางคนเรียนจบมา ไม่ได้ทำงานตามหลักสูตรที่เราเรียน<strong>”</strong></p>



<p>วิวเล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่ามีเพื่อนคนอื่นที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันตัดสินใจไปเข้ามหาวิทยาลัยเปิดแทน เพื่อเอาเวลาในการเรียนไปทำงานเพื่อจุนเจือครอบครัว แต่เธอยังมีภาระการทำงานและต้องดูแลคุณแม่ที่ป่วยจึงรอให้พร้อมก่อนจึงจะกลับไปเรียนอีกครั้ง</p>



<p>“ตอนนี้วิวมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว และแม่ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว ความฝันของวิวก็เริ่มเดินหน้าต่อไป วิวเลยอยากกลับไปเรียนต่อ” เธอกล่าวถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ก่อนจะเสริมว่าหากได้รับการช่วยเหลือจากทางภาครัฐผ่านทุนการศึกษาจะช่วยให้เด็กที่ประสบปัญหาอย่างเธอได้กลับไปเรียนอีกครั้ง โดยเธอคำนวณว่าหากได้ทุนการศึกษาประมาณ 20,000 บาทจะช่วยเหลือครอบคลุมทั้งในด้านค่าเทอม เงินแรกเข้า และค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนได้</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>เรียนรู้ผ่านเลนส์ระหว่างสารคดี #โตมากับจอ</strong></h2>



<p>วงพูดคุยขยับมาที่ประสบการณ์และความรู้สึกของผู้กำกับสารคดีโตมากับจอ วรรจธนภูมิพบว่าการสวมประสบการณ์ร่วมเพื่อเข้าใจตัวหลักของเรื่องที่เผชิญปัญหาการเรียนรู้ผ่านการถ่ายทำออนไลน์ทั้งเรื่องนั้น ทำให้รู้ว่าที่เคยคิดว่าง่ายกลับยากกว่าที่คิด เนื่องจากขาดปฏิสัมพันธ์กับทีมงานระหว่างการทำงาน ไม่สามารถสังเกตการสื่อสารผ่านภาษากายของผู้ถูกสัมภาษณ์ และจำต้องใส่พลังเพื่อรักษาความสนใจให้จดจ่อกับประเด็นที่ตัวละครพูดอยู่มากยิ่งขึ้นจนเกิดอาการล้า และเผชิญความเครียด</p>



<p>เขาพบว่าการจ้องหน้าจอส่งผลต่อสุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายอยางชัดเจน อย่างไรก็ดีเขาได้เรียนรู้จากข้อจำกัดการถ่ายทำออนไลน์ว่าการใช้ภาพลักษณะ found footageที่ถูกถ่ายโดยตัวผู้ถูกสัมภาษณ์ ไม่ว่าจะเป็นภาพวิดีโอหลบวัวกลัวโดนขวิดตอนหาเดินตามหาสัญญาณอินเทอร์เน็ต, ภาพบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ช่วยถ่ายทอดให้ผู้ชมสามารถเข้าสู่โลกของตัวละครในสารคดี และเข้าใจมุมมองและวิถีชีวิตของพวกเขาได้อย่างแท้จริง</p>



<p>จิรเมทเสริมว่าในฐานะคนทำสื่อ สารคดีชุดนี้สร้างความท้าทายในแง่ของผลลัพธ์และกระบวนการในการผลิต เพื่อที่จะสื่อสารข้อมูลและอารมณ์ให้สมบูรณ์เหมือนเดิม หรือกระทั่งเกิดคำถามตลอดกระบวนการถ่ายทำว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องสื่อสารในลักษณะเดิม จึงนับเป็นคำถามต่อความท้าทายของสื่อในอนาคตที่ต้องถกกันต่อ ในขณะเดียวกันตลอดการถ่ายทำช่วยทำให้เขาตกตะกอนถึงความสำคัญของทักษะการเรียนรู้ Learning how to Learn ซึ่งมีประโยชน์และเป็นหนึ่งในสกิลสำคัญสำหรับการอยู่ต่อไปของมนุษย์ในอนาคต เพื่อที่จะเติบโตก้าวข้ามผ่านปัญหาและมีชีวิตต่อไป</p>



<p>ขณะที่นภสินธุ์ผู้กำกับในตอน<em>Hurt at first sight ‘ออนไลน์คลาสแรก…หัวใจก็แตกสลาย’</em> ว่าด้วยเรื่องสุขภาพจิต และตอน<em>Lost Generation <strong>‘</strong>วัยมัธยมที่สูญหาย ทำได้เพียงแค่คิดถึง?’</em> ว่าด้วยช่วงวัยชีวิตมัธยมที่หายไป ถ่ายทอดมุมมองว่าในระหว่างการถ่ายทำถึงแม้วัยรุ่นวัยเรียนจะเผชิญความเครียด แต่การได้พูดคุยกับพวกเขากลับได้เห็นพลังใจ ความไม่ย่อท้อจนส่งมาเป็นกำลังใจในการทำงานต่อไปของทีมงานเช่นกัน</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ทางออกของหล่มการศึกษาไทย</strong></h2>



<p>ช่วงท้ายของบทสนทนาชวนพูดคุยถึงทางออกของหล่มการศึกษา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิดและจากปัญหารากลึกของการศึกษาก่อนหน้าที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข</p>



<p>ภูมิศรัณย์กล่าวว่า เบื้องต้นอาจจะต้องพิจารณาเรื่องการแก้ปัญหาโรคระบาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการฉีดวัคซีนและการพยายามที่จะกลับไปเรียนในระบบโรงเรียนปกติ เขาชี้ว่ากลุ่มนักเรียนช้างเผือก ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่มีความพยายามมุ่งมั่นและมีเป้าหมายที่ชัดเจน แต่มีความขัดสนทางทรัพยากร เช่น กรณีของวิวเป็นกลุ่มที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมต้องให้ความช่วยเหลือ ทาง กสศ. เองก็พยายามให้ความสนับสนุน ทั้งผ่านการให้ทุนการศึกษา และการทำงานร่วมกับสื่อเพื่อสะท้อนภาพของเด็กและเยาวชนที่ประสบปัญหาสู่สังคม อย่างสารคดีโตมากับจอและภาพยนตร์สารคดี School Town King</p>



<p>เขาให้ความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการฟื้นตัวรูปตัว K (k shaped recovery) กล่าวคือการฟื้นตัวหลังโควิด-19 จะมีกลุ่มคนที่ปรับตัวและมีความพร้อม ผู้เรียนสามารถพัฒนาไปในขาขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กลุ่มคนที่ไม่มีความพร้อม ขาดทรัพยากรในการเรียนรู้จะพบกับความยากลำบาก และจะทำให้เกิดช่องว่างในการเรียนรู้ เมื่อกลับเข้าสู่ชั้นเรียน คุณครูจะจัดการเรียนการสอนได้ยากขึ้น ในการแก้ปัญหาระยะยาวจึงต้องพยายามรักษาความสมดุล ให้ความสำคัญกับกลุ่มด้อยโอกาสที่ขาดทรัพยากรมากยิ่งขึ้น และสนับสนุนการฟื้นฟูความรู้</p>



<p>โดยในต่างประเทศมีกระบวนการฟื้นความรู้หลายวิธี ได้แก่ การเพิ่มชั่วโมงติว หรือการจัดชั้นเรียนพิเศษตอนเย็นหรือช่วงซัมเมอร์ การเพิ่มนักจิตวิทยาให้คำปรึกษาในประเด็นปัญหาอารมณ์และสังคมของวัยรุ่น&nbsp;กรณีของประเทศไทยมีการเพิ่มครูแนะแนวและเสริมความรู้ด้านจิตวิทยาการแนะแนวให้กับครูประจำชั้นหรือครูในชั้นเรียน เพื่อช่วยเป็นที่พึ่งทางจิตใจของนักเรียน</p>



<p>นอกจากนี้ ภูมิศรัณย์ยังคาดการณ์ว่าการเรียนรู้ในอนาคตจะเป็นการเรียนแบบผสมผสาน (blended learning) ทั้งการเรียนออนไลน์และการเรียนในชั้นเรียน และมีแนวโน้มที่จะให้อิสระในการตัดสินใจของโรงเรียน (autonomy) มากขึ้น เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าได้</p>



<p>ด้านอรรถพลกล่าวว่า การศึกษาเป็นองคาพยพที่ใหญ่และมีตัวละครจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง ควรจะเริ่มจากการยอมรับ รับฟังเสียงของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและตระหนักว่าในวันนี้การศึกษาไทยมีปัญหา เพื่อนำไปสู่การตั้งคำถามถึงบทบาท อำนาจหน้าที่ขององค์กรที่รับผิดชอบในเชิงระบบ และผลักดันไปสู่แนวทางการจัดการแก้ปัญหาที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง</p>



<p>“เรื่องใหญ่หลังโควิดคืออย่ากลบฝังปัญหา อย่าคิดว่าตัวเองกำลังตื่นจากฝันร้าย หากคิดว่ากลับมาโรงเรียนอีกครั้งหลังโควิด คุณจะกลับไปทำแบบเดิม ผมว่าอันนี้จะยิ่งเป็นปัญหาที่หนักกว่าเดิม”</p>



<p>อรรถพลกล่าวว่าปัจจุบันผู้เรียนได้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังจากเรียนออนไลน์ พวกเขามีทักษะในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็คุ้นชินกับการสื่อสารผ่านการพิมพ์มากกว่าพูด เกิดภาวะห้องเรียนเงียบกว่าปกติ มีภาวะความเครียดและบุคลิกภาพที่ไม่เหมือนเดิม เช่น เด็กมหาวิทยาลัยมีความโกรธมากขึ้นและหมดความรู้สึกยึดโยงกับสถาบันของตัวเองกันมากขึ้น เนื่องจากสิ้นหวังกับการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยภายใต้สถานการณ์โควิด เป็นต้น</p>



<p>สำหรับประเด็นการฟื้นฟูการเรียนรู้ อรรถพลเสนอให้มีการเรียนการสอนซ่อมเสริมผ่านการจัดทำนโยบายจ้างงานบัณฑิตด้านคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ที่ผ่านการฝึกสอนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และกำลังรอที่จะสอบบรรจุ เข้ามาเสริมทีมสำหรับโรงเรียนที่มีความจำเป็นที่จะต้องหาคุณครูเพิ่มเติมเพื่อประกบเด็กเป็นรายบุคคล โดยโครงการลักษณะนี้จะเป็นนโยบายที่เป็นประโยชน์ทั้งกับผู้เรียนและกับบัณฑิตที่ยังว่างงาน</p>



<p>แม่บีในฐานะผู้ปกครองชวนตั้งคำถามกลับว่าหากจะหาทางออกด้านการศึกษา แนวทางนั้นกำลังทำเพื่อรักษาระบบการศึกษาหรือคนที่อยู่ในระบบการศึกษา หลายครั้งการกังวลว่าเด็กจะเรียนไม่ทัน เธอกลับอยากถามว่าสังคมกำลังกลัวไม่ทันอะไรในสถานการณ์ที่มีความยากลำบาก และมนุษย์จะต้องก้าวข้ามปัญหามากมายในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจว่าเด็กจะได้เรียนรู้อะไรจากสถานการณ์นี้</p>



<p>“learning loss ที่แท้จริง ไม่ใช่ learning loss จากระบบการศึกษา แต่กำลังเป็น learning loss ที่เราไม่เห็นคนที่กำลังลำบากหรือสถานการณ์ที่ทุกคนเผชิญทุกปัญหากันอยู่ตอนนี้”</p>



<p>แม่บีกล่าวว่าสิ่งที่ต้องการการสนับสนุนจากภาครัฐคือโครงสร้างพื้นฐานที่ดี เช่น อินเทอร์เน็ตที่ควรจะกระจายให้เด็กทุกคนได้รับ และความร่วมมือระหว่างเครือข่ายทั้งภาครัฐ โรงเรียน ผู้ปกครอง เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันท่ามกลางความซับซ้อนของปัญหาการศึกษา</p>



<p>นอกจากนี้เธอยังเสริมว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีส่วนมากกับการศึกษาในอนาคต หากภาครัฐสนับสนุนทั้งโครงสร้างพื้นฐานอย่างที่กล่าวไปข้างต้น และสนับสนุนทุนในการพัฒนางานด้าน EdTech ในหัวข้อที่หลากหลาย ไม่ซ้ำกับการให้ทุนในอดีตหรือให้ทุนผลิตแพลตฟอร์มที่คล้ายกับแพลตฟอร์มที่มีอยู่แล้ว เมื่อรวมกับงานด้าน EdTech ที่สร้างสรรค์จากทั่วโลกก็จะช่วยเปิดโอกาสให้เด็กๆ เข้าถึงการศึกษาที่ดีได้</p>



<p>ขยับมาที่ทีมผู้กำกับ วรรจธนภูมิกล่าวว่าสิ่งที่คนทำสื่อพอทำได้เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาการศึกษา คือการสื่อสารเรื่องนี้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะสื่อสารให้เห็นถึงเสียง ชีวิต และความเจ็บปวดของมนุษย์ที่เผชิญปัญหาทางการศึกษา เขามองว่านอกจากจะทำให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหา ยังเป็นการเสริมพลังให้คนที่เจอปัญหาเดียวกันไม่รู้สึกโดดเดี่ยว</p>



<p>“ภาพรวมอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องการศึกษา จริงๆ แล้วผู้ที่รับผิดชอบสิ่งนี้อย่างภาครัฐ ไม่ค่อยมองคนในประเทศเป็นคนเท่าไหร่ ไม่ค่อยมองคนในประเทศเป็นมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจ มีความทุกข์ยาก เลยรู้สึกว่าหน้าที่ในการทำสื่อคือจะต้องพูดประเด็นปัญหาเหล่านั้นผ่านความเป็นมนุษย์ โดยหนังทำหน้าที่เชื่อมโยงความรู้สึกร่วมของความเป็นมนุษย์ซึ่งกันและกัน” วรรจธนภูมิเชื่อว่าหากสังคมมีการพูดถึงประเด็นการศึกษาเยอะขึ้นจะนำไปสู่การขับเคลื่อนบางอย่างต่อไปในอนาคต</p>



<p>ขณะที่นภสินธุ์เสริมว่านอกจากการสื่อสารในฐานะคนทำสื่อ หัวใจหลักของเรื่องนี้อยู่ที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางออกจึงเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำของประเทศ และการจัดสรรสวัสดิการให้เข้าถึงประชาชน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา</p>



<p></p>



<h2 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>ประเด็นขบคิด – ชวนติดตามสารคดีโตมากับจอ</strong></h2>



<p>วงเสวนาช่วงท้ายผ่านคลับเฮ้าส์ ได้มีผู้ฟังได้ร่วมหยิบยกประเด็นที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งข้อสังเกตท่าทีขององค์กรด้านการศึกษาที่ไม่ช่วยสนับสนุนต่อการเรียนรู้ผู้เรียน เช่น การตอบแชทของ ทปอ. ต่อกรณีนักเรียนติดเชื้อโควิด ทำให้ไม่สามารถไปสอบได้ และตั้งข้อสังเกตถึงช่องทางที่ภาคประชาชนจะสะท้อนการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของหน่วยงานการศึกษาโดยตรง</p>



<p>อรรถพลเห็นด้วยว่าเป็นโจทย์สำคัญในการมีช่องทางที่จะนำเสียงสะท้อนไปสู่หน่วยงานที่ทำงานด้านการศึกษา และองค์กรเหล่านี้จะต้องเข้าใจบทบาท เห็นอกเห็นใจคนที่กำลังเผชิญความทุกข์ด้านการศึกษา และเคารพในความเป็นมนุษย์ของผู้เรียน นอกจากนี้เขายังมองว่าการศึกษาจะยังต้องมีการจัดเพื่อให้เด็กจำนวนมากได้เข้าถึงโอกาสในการเรียนรู้ ไม่ใช่ปล่อยให้ปัจเจกดิ้นรนเข้าถึงการเรียนรู้ด้วยตัวเอง พร้อมย้ำว่าการมีประชาธิปไตยจะช่วยให้เสียงของคนมีความหมายต่อการทำงานของภาครัฐ</p>



<p>ภูมิศรัณย์กล่าวว่าได้รับประโยชน์จากการรับฟังผู้เข้าร่วมเสวนาและผู้ฟัง ในฐานะคนทำงานด้านการกำหนดนโยบาย เขาจะนำความเห็นไปใช้ในการทำงานผลักดันนโยบายด้านการศึกษาต่อไป</p>



<p>แม่บีทิ้งท้ายด้วยการตั้งคำถามเหมือนกับในสารคดีว่าอะไรคือสิ่งสำคัญระหว่างชีวิตกับคะแนน&nbsp;เธอย้ำว่าการศึกษาและการเรียนรู้สำคัญ แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้ หากต้องการให้หลายชีวิตดำเนินไปได้ ควรจะนำชีวิตเป็นตัวตั้ง เพื่อให้เวลาครอบครัวและผู้เรียนได้แก้ปัญหาชีวิตก่อนที่จะกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการสอบวัดระดับกันอีกครั้ง</p>



<p>ขณะที่ทีมผู้กำกับ วรรจธนภูมิ, จิรเมธ และนภสินธุ์ ได้ฝากติดตามสารคดีโตมากับจอที่จะช่วยขยายเข้าใจปัญหาการศึกษาไทยที่กำลังเผชิญอยู่ให้ไปถึงผู้คนในวงกว้าง จิรเมธยังเสริมว่าในฐานะคนทำสื่อต้องการให้วงการสื่อไทยเปิดกว้างมากขึ้น ทั้งในแง่ของการมีสื่อใหม่ๆ มีสารคดีใหม่ๆ เพื่อให้สารคดีมีพื้นที่ในตลาด เพิ่มจำนวนบุคลากรที่ทำงานสารคดี และเนื้อหาคอนเทนต์ที่ดีมากขึ้น</p>



<p>ปิดท้ายที่วิว หนึ่งในตัวละครในสารคดีตอนที่ 2&nbsp;<em>Left Behind Dream ‘ฝากฝันไว้ข้างฝา’&nbsp;</em>ฝากติดตามรับชมสารคดีโตมากับจอ</p>



<p>“ในทุกเรื่องราวเป็นเรื่องจริงที่ไม่ได้ปรุงแต่ง เป็นชีวิตจริงๆ ของวิวเลย พอดูตัวเองในสารคดีแล้วเหมือนเราได้มองว่าในแต่ละวันเราเติบโตแบบไหนและกว่าเราจะผ่านมันมา เราต้องเจออะไรมาบ้าง การดูสารคดี ไม่ว่าจะเป็นของวิวหรือว่าของคนอื่น วิวคิดว่าจะได้แลกเปลี่ยนความคิดและความแตกต่างค่ะ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/101-midnight-round-covid-and-online-learning-brief/">‘โตมากับจอ’ กะเทาะปัญหาการศึกษาไทย เมื่อเด็กต้องเจ็บซ้ำๆ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
