<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B8%A2-%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 04 Oct 2022 05:50:15 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วม &#8220;เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์&#8221; คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-041022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2022 05:50:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[สุราษฎร์ธานี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมคิด แก้วทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[ณฐอร อินทร์ดีศรี]]></category>
		<category><![CDATA[Kick off โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำปี 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์)]]></category>
		<category><![CDATA[วิชวุทย์ จินโต]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม]]></category>
		<category><![CDATA[พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60759</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041022/">กสศ. ร่วม “เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์” คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมเป็นประธานเปิดเวที “Kick off โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำปี 2565 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์)” ณ โรงแรมแก้วสมุยรีสอร์ต จังหวัดสุราษฎร์ธานี </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b3ed4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>โดยมีนายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี (อบจ.สฎ) คุณณฐอร อินทร์ดีศรี ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ในฐานะผู้แทนกรรมการบริหาร กสศ. นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ กสศ. นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กสศ. ดร.สมคิด แก้วทิพย์ ผู้จัดการโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนจากสมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานี สมัชชาสุขภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี ศึกษาธิการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 11 สุราษฎร์ธานี เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชน ตลอดจนภาคีเครือข่ายจากรัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม เข้าร่วมกิจกรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-030c72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/นายวิชวุทย์-จินโต.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายวิชวุทย์ กล่าวขอบคุณคนสุราษฎร์ธานีที่เห็นความสำคัญของการจัดการศึกษาในพื้นที่ เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นปัญหาทางสังคม ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชน ตลอดจนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาทำให้เสียโอกาสที่จะพัฒนาชีวิตให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วม และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน เพื่อสร้างโอกาสให้คนในพื้นที่ ในฐานะที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ได้ติดตามการดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำมาโดยตลอด โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา อบจ.สฎ สมัชชาการศึกษาฯ ตลอดทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในระดับจังหวัดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน และการดำเนินงานปี 2565 ยังคงขับเคลื่อนต่อเนื่องเพื่อให้การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb5e89"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้จึงเกิดการจัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำจังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้น โดยสร้างการรับรู้เป็นวงกว้าง ให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันสนับสนุนและเปิดตัวกองทุนเมืองคนดี (10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฎร์) ขึ้น พร้อมกับประกาศเจตนารมณ์ “คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใครและระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ เด็กและเยาวชนเข้าถึงโอกาสลดความเหลื่อมล้ำให้สมกับชื่อเมือง สุราษฎร์เมืองคนดี”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3352d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/นายพัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านนายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ‘กสศ.กับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย’ ได้กล่าวถึงความมุ่งหวังที่จะให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและช่วยกันให้ความตั้งใจนี้บรรลุผลเพื่อลูกหลานในพื้นที่ ซึ่งต้นทุนการทำงานของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมีทั้งหน่วยงานอื่น และกสศ. อาทิโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น สร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและยากจนที่ต้องการเป็นครูรุ่นใหม่ เพื่อกลับไปพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชนบ้านเกิด และโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมีเด็กและเยาวชนและแรงงานนอกระบบการศึกษาสามารถสร้างรายได้ สร้างโอกาส และอาชีพโดยใช้ทุนของชุมชน เป็นต้น ซึ่งเป็นต้นทุนการทำงานที่หลากหลายของเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทาง กสศ. จึงอยากเห็นจังหวัดนำเครือข่ายเหล่านี้เข้ามาเป็นต้นทุนการทำงานลดความเหลื่อมล้ำให้แข็งแรงขึ้นและขับเคลื่อนงานในระยะยาวต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a1477"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/10-กสศ.-ร่วม-เปิดตัวกองทุนคนดี-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนาประสบการณ์การทำงาน “คนสุราษฎร์ไม่ทิ้งใคร”จากภาคีเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตลอดจนเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Youth Talk คนรุ่นใหม่กับการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและอาชีพ’ และเวทีเสวนา ‘ก้าวต่อไปของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี’ ที่นำเสนอบทบาทความร่วมมือของเครือข่ายในพื้นที่สู่การเชื่อมประสานงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาส การเรียนรู้ และจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับเด็กและเยาวชนคนสุราษฎร์ที่ยั่งยืนต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041022/">กสศ. ร่วม “เปิดตัวกองทุนคนดี 10 บาท เพื่อโอกาสคนสุราษฏร์” คนสุราษฎร์ ไม่ทิ้งใคร ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 04 Sep 2020 04:16:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนพัฒนาอาชีพทีใช้ชุมชนเป็นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ปี2563]]></category>
		<category><![CDATA[พรเทพ  เจริญผลจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21049</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/">‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากโครงการทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ที่ กสศ. ตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส จำนวนกว่า </span><span style="font-weight: 400;">5,000-10,000 </span><span style="font-weight: 400;">คน ครอบคลุม </span><span style="font-weight: 400;">5 </span><span style="font-weight: 400;">ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนแนวคิดการสร้างโอกาส สร้างงาน และสร้างชุมชน ด้วยคน องค์ความรู้ และทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน ผ่านแนวทางการทำงานร่วมกับชุมชน หน่วยงานด้านการศึกษา และองค์กรที่เกี่ยวข้อง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">เสาสำคัญซึ่งถือเป็นหลักค้ำของโครงการฯ ที่แต่ละฝ่ายต่างก็มีบทบาทต่อการพัฒนาอาชีพที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ได้แก่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งตัวแทนของทั้ง </span><span style="font-weight: 400;">3 </span><span style="font-weight: 400;">เสาหลักจะร่วมกันนำเสนอแนวคิดและความเป็นไปได้ในการร่วมมือกับชุมชน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนา และยกระดับของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถดำรงอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาตนเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างโรงเรียนนอกระบบให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต’</h4>
<p><figure id="attachment_21052" aria-describedby="caption-attachment-21052" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-21052 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1.jpg" alt="" width="856" height="455" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-768x408.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก1-750x399.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21052" class="wp-caption-text">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ และที่ปรึกษา กสศ. กล่าวว่า ผลที่เกิดขึ้นจากโครงการประเด็นแรก คือ การปฏิรูปงบประมาณ โดยเงินที่ผ่าน กสศ. จะลงไปสู่ผู้ด้อยโอกาสเต็มเม็ดเต็มหน่วยขึ้น เนื่องจากมองเห็นชัดเจนว่า กลุ่มเป้าหมายคือใคร ประเด็นที่สอง คือ ความเหลื่อมล้ำ ได้ถูกทำให้เป็นประเด็นสำคัญของประเทศ แล้วการจัดการปัญหาด้วยการสร้างโอกาสให้คนที่ไม่เคยได้รับ ก็จะเป็นหนทางที่จะลดเส้นแบ่งของความเหลื่อมล้ำให้เลือนลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสำคัญของโครงการได้แสดงออกเมื่อเกิดสถานการณ์ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">ขึ้น เมื่อหลายโครงการกลายเป็นที่พึ่งของคนหลายกลุ่ม เรามีทั้งคนวัยแรงงานที่ไม่มีงานทำ จำเป็นต้องกลับบ้าน และคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสจากการพัฒนาทางเทคโนโลยี ที่พร้อมกลับไปพัฒนาชุมชนของเขา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า การใช้ชุมชนเป็นฐาน คือปฏิบัติการจาก </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ล่างขึ้นบน</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ดังนั้น หน่วยปฏิบัติการโครงการต่างๆ จึงถือว่ามีหน้าที่ทำงานเชิงพื้นที่ เกาะติดปัญหาและสถานการณ์ เป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการให้เกิดความร่วมมือในชุมชน นำทรัพยากรธรรมชาติ มนุษย์ ภูมิปัญมาใช้ และทำให้เกิดเป็นโรงเรียนนอกระบบที่มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีระบบพี่เลี้ยง (</span><span style="font-weight: 400;">Node</span><span style="font-weight: 400;">) ที่มีเครื่องมือ และสร้างการเชื่อมโยงเครือข่ายระดับภาค รวมถึงสรุปบทเรียนร่วมกับทีมวิชาการ ค้นหานวัตกรรม และนำเสนองานวิจัยสู่บอร์ดและชุดอนุกรรมการ เพื่อวิจัยประเด็นและหาทางสนับสนุนส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากปีแรก เรามีเคสตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของชุมชน มีผลผลิตจากโครงการในหลายพื้นที่ ซึ่งช่วยแก้ปัญหาปากท้องในช่วง </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><span style="font-weight: 400;">และชี้ให้เห็นถึงความยั่งยืนของชุมชนได้จริงๆ ที่สำคัญ คือ การนำอัตลักษณ์ชุมชนที่ได้รับการเชิดชูอีกครั้ง คนในชุมชนได้มองเห็นต้นทุนของตัวเอง พร้อมที่จะยืนอยู่ได้เองด้วยองค์ความรู้และกระบวนการจัดการภายในชุมชน&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อบ่งชี้ถึงขีดความสามารถในการจัดการชุมชน คือชุ มชนนั้นๆ จะต้องประกอบด้วยคนสามรุ่น ได้แก่ คนรุ่นก่อนที่ถือภูมิปัญญาดั้งเดิม คนรุ่นที่สอง คือ วัยแรงงานที่พร้อมนำไปต่อยอดสู่ตลาดใหม่ๆ และคนรุ่นที่สาม คือ เด็กเยาวชนที่เขาจะซึมซับและเติบโตขึ้นมาทดแทนต่อไป แล้ว</span><b>เมื่อมีการส่งต่อ ภูมิปัญญานั้นก็จะไม่สูญสลาย เกิดการเปลี่ยนแปลงพัฒนาทั้งด้านโอกาสและรายได้ นอกจากนี้แนวทางพัฒนายังสามารถส่งต่อไปยังพื้นที่ชุมชนอื่นๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีกด้วย</b>”<span style="font-weight: 400;"> ที่ปรึกษา กสศ. กล่าว  </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างอาชีพและนวัตกรรมจากฐานทุนและความต้องการที่แท้จริงของชุมชน’</h4>
<p><figure id="attachment_21053" aria-describedby="caption-attachment-21053" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21053 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก2-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21053" class="wp-caption-text">ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ ในฐานะอดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้แสดงความเห็นในมุมท้องถิ่นว่า การพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานต้องมีการจัดการในระดับหมู่บ้าน โดยนำคนที่รู้ที่เก่งในแต่ละเรื่องมารวมกันเป็นคลังสมอง จากนั้นจะมีแกนนำ คือ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และมีตัวแทนของคนหลายกลุ่มในชุมชนมาร่วมกำหนดแผนงานต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การพัฒนาชุมชนต้องมีคนในชุมชนเข้าร่วมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อที่เมื่อผ่านการอบรมแล้ว สิ่งที่ได้เรียนรู้จะยังได้รับการพัฒนาต่อไป </span><b>สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้ชุมชนรู้ว่าเขามีฐานทุนอยู่ ซึ่งก็คือ ทรัพยากรดิน น้ำ ป่า มีทุนวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งเหล่านี้ คือ ทุนที่นำมารองรับผู้ยากลำบากที่กลับสู่พื้นที่ของเขาได้”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าวต่อไปว่า แนวคิดชุมชนเป็นฐาน คือ การส่งต่อการพัฒนา</span> <span style="font-weight: 400;">เราเข้าไปให้วิธีคิดวิธีการเขา แล้วต้องทำให้เขามีความคิดว่าต้นทุนและกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นของเขา ซึ่งจะต้องอุ้มชูดูแลกันต่อไป </span><b>สำคัญ คือ เราต้องไม่สร้างชุดคำตอบสำเร็จขึ้นมาแล้วคิดว่าจะทำให้เขาอยู่รอด แต่ต้องสร้างอาชีพและนวัตกรรมที่มาจากความต้องการและต้นทุนชุมชนจริงๆ แล้วค่อยหนุนเสริมความคิด ใช้วิชาการเข้าไปต่อยอด</b><span style="font-weight: 400;"> จากนั้นเมื่อถอดบทเรียนรุ่นแรกเสร็จ มีรุ่นต่อๆ ไป ก็จะเกิดการพัฒนาการและคุณภาพได้มากขึ้นอย่างที่เราตั้งเป้าหมายไว้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>‘สร้างระบบจัดการที่พร้อมรับมือกับความต้องการของตลาด’</h4>
<p><figure id="attachment_21054" aria-describedby="caption-attachment-21054" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21054 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/เปิดแนวคิด-3-เสาหลัก3-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21054" class="wp-caption-text">คุณพรเทพ เจริญผลจันทร์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน)</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน คุณพรเทพ เจริญผลจันทร์ ผู้จัดการส่วนชุมชนสัมพันธ์ บริษัท เบทาโกร จำกัด(มหาชน) ในฐานะตัวแทนจากภาคธุรกิจเอกชน เสริมว่า ภาคธุรกิจ คือ หน่วยหนุนเสริมในเรื่องของเทคโนโลยี กระบวนการจัดการ การมองหาช่องทางจำหน่าย และมองหาตลาดใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สิ่งที่เอกชนมองในวันนี้ คือ เราจะเข้าไปอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างไร โดยเฉพาะหลังจาก </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 </span><b>บทเรียนทำให้เรารู้ว่าเมื่อวันที่ปัจจัยการผลิต วัตถุดิบ แรงงานเราหายไป การขนส่งหยุดชะงักลง เราเองก็ไปต่อไม่ได้ ดังนั้นเราต้องทำให้ชุมชนมีความรู้ ให้เขามีความสามารถในการป้อนวัตถุดิบ แรงงาน หรืออื่นๆ ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ แล้วสามารถหมุนเวียนธุรกิจเล็กๆ ในชุมชนไปด้วยได้”</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์ของเบทาโกรเมื่อมีปัญหาวิกฤตเกี่ยวกับสินค้าการเกษตร ทางบริษัทจะเป็นผู้ช่วยหาช่องทางการตลาด โดยใช้เครือข่ายที่มีในการจำหน่ายสินค้า นอกจากนั้นยังเข้าไปส่งเสริมด้านเทคโนโลยี การแปรรูปผลผลิต การทำประชาสัมพันธ์ หรือการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้เพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าชุมชนทุกแห่งมีภูมิปัญญา มีความสามารถในการผลิต แต่จะทำอย่างไรที่จะนำเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ชุมชนไปถ่ายทอดสู่ตลาดได้ ทำอย่างไรให้สินค้าตรงกับความต้องการในโลกปัจจุบัน และต้องคาดเดาได้ถึงแนวโน้มความต้องการของตลาดในอนาคต รวมถึงกระบวนการจัดการที่ต้องมีการคำนวณปริมาณผลผลิต ระบบการหมุนเวียนในชุมชน ที่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายเพื่อลดความเสี่ยงการขาดแคลนสินค้า มีการรักษาคุณภาพสินค้าให้มีมาตรฐาน ที่สำคัญ คือ การพัฒนาต้องดำเนินไปตลอดเวลา ไม่ใช่ได้บทเรียนมาแล้วหยุดแค่นั้น เพราะตลาดสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ คือ แนวคิดมุมมองที่ภาคธุรกิจสามารถถ่ายทอดให้กับโครงการต่างๆ ได้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-05-9-20/">‘แนวคิดการพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน  กับบทบาทของ กสศ. ผู้นำท้องถิ่น และภาคธุรกิจเอกชน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฐานชุมชนเข้มแข็งรองรับวิกฤต COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1253-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 May 2020 05:15:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13558</guid>

					<description><![CDATA[<p>โอกาส ในวิกฤต COVID-19 ดึงแรงงานกลับพื้นที่สร้างความเข้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1253-2/">ฐานชุมชนเข้มแข็งรองรับวิกฤต COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13572" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbA.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbA.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbA-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbA-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbA-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">โอกาส ในวิกฤต COVID-19<br />
ดึงแรงงานกลับพื้นที่สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ลุกลามกระทบไปถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ตลอดจนอาชีพการงานของหลายต่อหลายคน ตั้งแต่ลูกจ้าง พนักงาน ไปจนถึงกลุ่มคนบุคคลอาชีพอิสระ หลายคนถูกลูกจ้างชั่วคราว หลายคนถูกเลิกจ้างถาวร ขณะที่​แรงงานด้อยโอกาสซึ่งเดิมก็ประสบปัญหาอยู่แล้วสถานการณ์ปัจจุบันยิ่งทำให้การใช้ชีวิตและการทำงานหาเลี้ยงชีพเป็นไปอย่างยากลำบากขึ้น​</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มองว่า สถานการณ์ปัจจุบันกระทบกับแรงงานด้อยโอกาสขาดแคลนทุนทรัพย์ยิ่งกว่าเดิม จากที่อาจออกไปรับจ้างได้บ้างแต่มาช่วงนี้กิจการทุกอย่างหยุดมันยิ่งทำให้คนกลุ่มนี้เดือดร้อน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ที่หมู่บ้านหนองกลางดงเองก็มีแรงงานที่ถูกเลิกจ้างบ้าง กลับมาทำงานที่บ้านบ้าง  11  ครัวเรือน แต่เวลานี้ทุกกลุ่มก็ได้รับผลกระทบหมด แม้แต่เกษตรกรเองก็ได้รับความเดือดร้อน เพราะผลผลิตออกสู่ตลาดยากทำให้ราคาตก มะพร้าว มะม่วง ขนุน ราคาตกหมดขณะที่สินค้าอุปโภคแพงขึ้นเกือบหมด แต่กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ก็พวกแรงงานที่ปกติต้องขายแรงงานรับจ้างแต่ตอนนี้ไม่มีงานให้ทำ แต่หากชุมชนเข้มแข็งจัดการตัวเองได้อยู่ระดับหนึ่งก็พออยู่ได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">“ชุมชนเป็นฐาน”  ชนบทยังขาดแคลนแรงงานและก่อสร้าง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ที่อ.สามร้อยยอดไม่มีผู้ติดเชื้อทั้งอำเภอ เพราะชาวบ้านตื่นตัวร่วมมือระดมทุนกับ 3-4 หมื่นบาท มาซื้อเครื่องวัดอุณหภูมิ ตั้งด้านเข้าออกหมู่บ้านมีงบสนับสนุนจากอบต. อบจ. บ้างซื้ออาหารเจ้าหน้าที่ รวมไปถึงวินัยของคนที่กลับมาก็เชื่อฟังกักตัวอย่างน้อย  14 วัน มีเจ้าหน้าที่ไปคอยดูอาการเอาของไปเยี่ยม ได้ผลมากกว่าใช้กำลังตำรวจทหารไปกำกับ  </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คำว่าชุมชนเป็นฐาน ที่ กสศ. เริ่มต้นนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องถ้าชุมชนเป็นฐาน และผู้นำตระหนักเขาจะต้องเป็นหลักดูแลผู้ยากไร้ บ้านไหนมีผักผลไม้ เก็บใส่ถุงไปเยี่ยมบ้านนั้นเกิดความเห็นอกเห็นใจ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต่างประเทศไม่มี แต่บ้านเรามี ที่สำคัญตอนนี้ชนบทเรายังขาดแคลนแรงงานทั้งภาคเกษตร หรือ พื้นที่ในหมู่บ้านตอนนี้ก็มีผู้เราเหมาก่อสร้างสี่ราย รับจ้าทำบ้าน ทำสระว่ายน้ำ เปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ หากสถานการณ์ โควิด หมดแล้วก็พอเป็นลูกจ้างได้ค่าแรงวันละ 500 บาท หรือ จะไปทำไร่สับปะรด มะม่วงก็ได้ แรงงานส่วนหนึ่งเขามีที่ดินรองรับ เขาก็กลับมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ไถนา”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">“คนจนเมือง” น่าห่วงที่ที่สุดเพราะไม่มีฐานรองรับ ต้องเร่งช่วยเหลือ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าวว่า กลุ่มคนที่น่าห่วงที่สุดคือคนจนเมืองที่ไม่มีฐานอะไรรองรับ ไม่มีครอบครัว ไม่มีบ้านให้กลับ ไม่มีไร่นา ไม่มีฐานแรงงาน มีแต่นายจ้างในเมืองอย่างเดียว เมื่อไม่มีใครจ้างก็เดือดร้อนมาก  คนกลุ่มนี้ต่างหากที่รัฐบาลต้องจัดเป็นรัฐสวัสดิการ ดูแลเป็นพิเศษ ส่วนชนบทเราดูแลกันเอง ได้ในระดับหนึ่งอย่างไรก็ไม่อดตาย  ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว   แต่สำหรับคนจนเมืองเมื่อไม่มีงาน ไม่มีกิน​ ก็บีบให้ต้องออกไปปล้นจี้ กลายเป็นปัญหาอาชญากรรม ค้ายาเสพติด ตามมาถ้ารัฐดูแลไม่ได้ รัฐควรดูแลคนกลุ่มที่เดือดร้อนจริง ๆ มากว่าทุ่มเงินแจกดะ เพราะคนที่เดือดร้อนจริงบางคนไม่มีโทรศัพท์ด้วยซ้ำแล้วจะไปลงทะเบียนได้อย่างไร  ถ้าพุ่งเป้าไปที่คนจนเมือง ที่ไม่มี น่าจะตรงจุดมากกว่า ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับชนบทอย่างไรก็มีฐานชุมชนรองรับ​​มีแหล่งน้ำ มีทุ่งใหญ่ พื้นที่ชุ่มน้ำ ปลา ปู ชุกชุม มีผักหญ้า มีกิน มีอยู่ ไม่อดตาย มีทุนสังคม มีทรัพยากรดินน้ำป่า มีทรัพยากรคนในชุมชน มีผู้นำที่เอาใจใส่ชักชวนชาวบ้าน สร้างเครื่องมือที่ดูแลกันในช่วงสถานการณ์โควิด   มีความร่วมมือ มีอาสาสมัครที่ไม่มีเงินเดือน ชาวบ้านทำกับข้าวไปกินกันในด่าน เห็นแล้วเราก็มีความรู้สึกอบอุ่น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">หลัง COVID-19 อาจไม่ต้องกลับเข้าไปทำงานในเมืองอีก</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญวิกฤติที่เกิดขึ้นทำให้เห็นโอกาสอีกด้าน คือ ไม่ต้องกลับเข้าไปทำงานในเมืองอีก แต่สามารถทำงานในพื้นที่ต่อไป ตรงนี้เป็นโอกาสจริง ๆ เพราะตอนนี้เราขาดแรงงานในไร่นา บ้านที่มีที่ดิน 20-30 ไร่  ไม่มีคนทำเพราะลูกเต้าเข้าเมืองไปรับจ้างบ้าง ไปเรียนหนังสือจบก็ทำงานในเมือง พ่อแม่แก่เฒ่า ก็ทำไม่ไหวเหลือที่ดิน 10-20  ไร่ปล่อยรกร้างว่างเปล่า ถ้าแรงงานเหล่านี้ถูกเลิกจ้างข้างนอก ก็สามารถกลับมาใช้แรงงานในที่ดินของตัวเองแปลงที่ดินรกร้างให้เกิดเป็นมูลค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตรงนี้ กสศ. อาจ​เข้าไปช่วยติดตั้งกระบวนการทางปัญญาให้เขากลับมาใช้ชีวิต หารายได้ จากฐานดินน้ำ ป่า  ของชุมชนเอง​นำไปสู่มิติการพัฒนาการแก้ปัญหา การขาดแคลนแรงงาน การเกษตรไปด้วย บางทีเรามองเห็นวิกฤติ นึกอะไรไม่ออกท้อใจ แต่ถ้าเรากลับมาพูดคุยก็จะเห็นโอกาส เห็นฐานทุนทรัพยากรที่มีอยู่  แรงงานเราสามารถกลับมาเป็นแรงงานในพื้นที่ ​ตรงนี้ COVID ได้เข้ามาเซตกระบวนการคิดอะไรต่างที่อาจเปลี่ยนแปลงโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่เคยไปอยู่ในเมืองไปทำงานมีทักษะอื่น เมื่อเขากลับมาทำงานในพื้นที่เขาก็สามารถทำทักษะที่มีกลับมาเสริมใช้กับงานในชุมชนให้เข้มแข็งขึ้น เช่น บางส่วนเขาเคยไปรับจ้างเป็นแรงงานด้านเทคโนโลยี เมื่อกลับมาทำงานในพื้นที่เขาก็อาจนำความรู้ตรงนั้นกลับมาเสริมให้ชุมชนในส่วนที่ขาด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เปลี่ยนจากฝึก “ทักษะแรงงาน” เป็นการ “จัดการชีวิต” ในฐานชุมชน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะอนุกรรมการกำกับทิศทางฯ  ผู้ใหญ่โชคชัย มองว่า  สำหรับโครงการ โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส 70 กว่าโครงการที่เริ่มต้นเดินหน้าไปแล้วก็มีหลายกลุ่มที่สามารถเป็นต้นแบบการทำงานที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รองรับกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">“เคยพูดกับทีมพัฒนาบ่อยๆ ว่า ในการฝึกทักษะแรงงานถ้าใช้คำว่าเป็นการฝึกทักษะแรงานก็คือการฝึกให้คนได้ค่าจ้างสูงขึ้น แต่ถ้าเรามองกลับว่าเราฝึกคนเหล่านั้นให้มาจัดการชีวิต ให้เขาใช้ชีวิตอยู่ในฐานชุมชน ​ทำงานสร้างรายได้ในบ้านเขาเอง ฝึก</span><span style="font-weight: 400;">ให้พวกเขากลับมาตระหนัก สร้างกระบวนการคิดใหม่ ว่าเป็นการกลับมาสร้างรายได้ให้บ้านตัวเอง  ก็จะเป็นทางออกสำหรับสถานการณ์ตอนนี้ได้เป็นอย่างดี”​ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1253-2/">ฐานชุมชนเข้มแข็งรองรับวิกฤต COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยกโมเดล ‘สภาผู้นำชุมชน’ ใช้ชุมชนเป็นฐาน สร้างอาชีพ เกิดการร้อยรัดในสังคม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/704-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 16 Feb 2020 12:12:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องเล่าจากชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[ประจวบคีรีขันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์]]></category>
		<category><![CDATA[Think tank]]></category>
		<category><![CDATA[บอกเล่าความสำเร็จ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11411</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถอดมุมมองความคิดผู้มากประสบการณ์อย่าง ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/704-2/">ยกโมเดล ‘สภาผู้นำชุมชน’ ใช้ชุมชนเป็นฐาน สร้างอาชีพ เกิดการร้อยรัดในสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2353-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ถอดมุมมองความคิดผู้มากประสบการณ์อย่าง ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองกลางดง ตำบลศิลาลอย อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ผ่านการทำงานจากโครงการดังกล่าวที่ใช้ชุมชนเป็นฐานถือเป็นหัวใจหลักที่ยึดโยงกลุ่มเป้าหมายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว</p>
<p>ผู้ใหญ่โชคชัย เปิดบทสนทนาอย่างกันเองว่า โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อดูแลคนกลุ่มเป้าหมายทั้งคนพิการ ผู้สูงอายุ คนด้อยโอกาส ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้เขามีโอกาสได้ดูแลชีวิตตัวเอง​ ให้ได้เรียนรู้เรื่องฝีมือแรงงาน ให้สามารถไปรับจ้างได้ค่าแรง สามารถมีชีวิตอยู่ได้</p>
<p>จากผู้ขอโครงการที่เสนอเข้ามา 100 กว่าโครงการ แต่ผ่านการคัดเลือกเหลือเพียงราว 70 กว่าโครงการ ที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานโดยมีประเด็นสำคัญคือเรื่องของการใช้ชุมชนเป็นฐาน ส่วนตัวมีประสบการณ์เรื่องชุมชนเข้มแข็งผ่านการทำสภาผู้นำชุมชน ให้เกิดการจัดการตัวเอง รวมไปถึงดูแลคนด้อยโอกาสให้เข้าโอบอุ้มเลี้ยงดูกันเองได้ สอดรับกับการประเมินที่คาดว่าจะมีคนตกงานจำนวนมากปี 2563-2564 จากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ธุรกิจขนาดกลางได้รับผลกระทบ เราจึงให้ความสำคัญกับการสร้างฐานชุมชนให้เข้มแข็ง</p>
<blockquote><p>“หากจำได้เมื่อปี 2540 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจมาแล้วหลายประเทศเกิดปัญหาวุ่นวาย คนไทยตกงานหลายแสนคน แต่ไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเพราะคนไทยกลับบ้าน ส่วนใหญ่มีบ้านมีไร่ มีนา สามารถมีอาหารกิน ดังนั้นถ้าเราใช้ชุมชนเป็นฐานจัดการตัวเองได้ก็สามารถรองรับภาวะวิกฤติจากข้างบน ​และยังดูแลผู้ด้อยโอกาส ซึ่งมีวิธีการดำเนินการผ่านกิจกรรมฝึกอบรม อาชีพ ตัดผม ทอผ้า หรืออะไรก็ตามที่มีกระบวนการการมีส่วนร่วม​ มีการจัดการถอดบทเรียน มีสภาผู้นำ สภาชุมชนระดับหมู่บ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้ใหญ่บ้าน ​สมาชิก อบต.รวมกลุ่มอาชีพ ชาวไร่  ชาวสวน ผู้เลี้ยงสัตว์ กลุ่มลูกจ้างใช้แรงงาน สตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ​เข้ามาเป็นคลังสมองของหมู่บ้าน”​ ผู้ใหญ่โชคชัย เปรียญเทียบกับอดีตครั้งเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11417" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2362-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />ผู้ใหญ่โชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ อนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</pre>
<p>ผู้ใหญ่โชคชัย ยังบอกอีกว่า แนวคิดเรื่องชุมชนเป็นฐานเป็นแนวคิดที่ไม่มีใครเก่งอยู่คนเดียว หรือรู้เรื่องทั้งหมด ต้องมาคิดทำร่วมกัน เป็นสภาผู้นำ เพราะสภาคือพื้นที่พูดคุยกัน คนในหมู่บ้านก็จะมาประชุมกันทุกเดือน เมื่อรู้ปัญหาก็หาทางวางกติกาแก้ไขปัญหากำหนดกติกา เสร็จแล้วถ้าชุมชนเห็นด้วยก็เดินหน้า ​เป็นระบอบประชาธิปไตยทางตรงที่เปลี่ยนจากผู้นำเดี่ยวมาเป็นผู้นำทีม เป็นเหมือนรัฐบาลชุมชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ​หลายเรื่องสามารถ “ทำเอง” หลายเรื่องต้อง “ทำร่วม”​กับหน่วยงานอื่น เช่น กรณีขาดเครื่องมือ ความรู้ เรื่องปุ๋ยหมัก ก็จะเชิญเกษตรอำเภอมาช่วย เกษตรกรออมทรัพย์ พัฒนาชุมชน หรือ เรื่องยาเสพติดที่ต้องประสานตำรวจ และ เรื่องที่ต้อง “ทำขอ” เช่น  โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ทำเองไม่ได้ต้องทำเรื่องขอ ​ ซึ่งทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ​ “ทำเอง”  “ทำร่วม”  “ทำขอ”  เกิดจากชาวบ้านที่ร่วมกันคิดทั้งหมด  เกิดการจัดการตัวเอง ไม่ทอดทิ้งผู้ยากไร้ ผู้หญิง ผู้พิการ ผู้สูงอายุ  ซึ่งระบบนี้จะนำไปติดตั้งในโครงการพัฒนาระบบทดลองการพัฒนาทักษะแรงงานที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยการพยายามทำให้เกิดการสร้างสภาผู้นำขึ้นในพื้นที่</p>
<p>ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าวว่า ในส่วนของพี่เลี้ยงก็จะไปสนับสนุนให้ชุมชนทำสภาชุมชนให้เขาคิดทำในสิ่งที่เขาต้องการ ตามบริบทของแต่ละพื้นที่  ไม่ใช่ไปกำหนดให้เขาแต่ไปดูว่าเขาอยากทำเรื่องอะไรแล้วเราก็สนับสนุน เหมือนกับโครงการปลูกส้มจุก ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นการพัฒนาอาชีพ เกิดการสร้างแรงงาน ขยายพันธุ์  คนแก่​มีความสุขได้ปฏิสัมพันธ์ลูกหลาน  ชุมชนมีรายได้  สังคมก็จะร้อยรัดกัน เป็นสิ่งดี ๆ ที่มีอยู่ทั้งทุนทรัพยากร ทุนสังคม นั่นคือคำว่าชุมชนเป็นฐาน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11418" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/IMG_2359-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<blockquote><p>“ชุมชนเป็นฐานเกิดขึ้นได้จริง มีตัวอย่างให้เห็นแต่ต้องใช้เวลา ที่สำคัญคือต้องมีผู้นำที่จะพูดยังไงให้เกิดกระบวนการ​ เกิดการสร้างสภาผู้นำ ต้องกระจายอำนาจให้คนไปทำงาน เราต้องเปิดใจ สร้างทีม สร้างคลังสมองเป็น  Think tank ที่พูดคุยกันกับตัวแทน​ทุกคนทุกลุ่มอาชีพในหมู่บ้าน เมื่อมีปัญหาก็มาพูดคุยหาข้อมูลตรงกัน ใช้เหตุผลเป็นตัวตั้ง​ในที่สุดก็จะเป็นฉันทามติที่ทุกคนพูดกันจนเป็นที่เข้าใจ เรื่องบางเรื่องตกลงกันไม่ได้ก็พักไว้ก่อนไปหาข้อมูลให้ใจเย็นก่อนแล้วมาตัดสินใจกัน คนมีเหตุผลมากขึ้นดังนั้นเมื่อมีชุมชนเป็นฐาน ​ถ้าฐานเข้มแข็งก็รองรับทุกเรื่องได้”​ ผู้ใหญ่โชคชัย กล่าว</p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/704-2/">ยกโมเดล ‘สภาผู้นำชุมชน’ ใช้ชุมชนเป็นฐาน สร้างอาชีพ เกิดการร้อยรัดในสังคม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
