<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โค้ชชุมชน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 May 2025 08:23:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โค้ชชุมชน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พลัง ‘โค้ชชุมชน’ พลิกชีวิตชาวจะนะ จาก ‘ส้มจุก’ ใกล้สูญพันธุ์ สู่ศูนย์กลางนิเวศอาชีพที่หล่อเลี้ยงทั้งชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-080525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 May 2025 08:22:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โค้ชชุมชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93237</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากผลไม้ประจำถิ่นรสอร่อยที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอจะนะ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080525/">พลัง ‘โค้ชชุมชน’ พลิกชีวิตชาวจะนะ จาก ‘ส้มจุก’ ใกล้สูญพันธุ์ สู่ศูนย์กลางนิเวศอาชีพที่หล่อเลี้ยงทั้งชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากผลไม้ประจำถิ่นรสอร่อยที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา<br><strong>‘ส้มจุก’</strong> เคยเกือบจะเลือนหายไปอย่างเงียบ ๆ เมื่อราวสิบปีก่อน ด้วยกระแสความนิยมที่ลดลง และปัญหาราคาขายที่ไม่คุ้มทุน ทำให้เกษตรกรในชุมชนทยอยเลิกปลูก จนต้นส้มจุกเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในพื้นที่</p>



<p>แต่แล้ววันหนึ่ง&#8230;<br>เมื่อคนในพื้นที่ลุกขึ้นมาจับมือกัน สร้าง ‘แหล่งเรียนรู้ชุมชน’ ด้วยทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ของ กสศ. ผลไม้ที่เคยใกล้สูญพันธุ์ก็กลับมาสร้างชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับปลุกความหวังและรายได้ให้แก่ผู้คน</p>



<p>ไม่เพียงแค่การฟื้นคืนของสวนส้ม หากแต่ส้มจุกยังกลายมาเป็น <strong><em>ศูนย์กลางนิเวศอาชีพของชาวจะนะ</em></strong> และเป็นเวทีส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ให้เกิดความยั่งยืนได้อีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1.jpg" alt="" class="wp-image-93257" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/bannerปกติ-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นจากพลังของ <strong>“โค้ชชุมชน”</strong> และความร่วมมือของหลายฝ่าย ที่ใช้ ‘ความตั้งใจจริง’ เป็นต้นทุน ฝ่าฟันทุกความท้าทายตลอด 6 ปี จนชุมชนส้มจุกจะนะ ก้าวข้ามการเป็นที่พึ่งของคนในท้องถิ่นสู่ <strong>โมเดลการพัฒนาแหล่งเรียนรู้</strong> ที่ถอดบทเรียนได้จริง และต่อยอดสู่ชุมชนอื่นทั่วประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>&#8230;และเรื่องราวทั้งหมดนี้ ได้ถูกถ่ายทอดผ่าน <strong>เวที Community Talk ‘ส้มจุก…ปลุกชีวิตคนจะนะ’ </strong>จากการไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับพื้นที่ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เพื่อขับเคลื่อนกลไกส่งเสริมโอกาสเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10.jpg" alt="" class="wp-image-93248" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส้มจุกต้นสุดท้าย กับแรงบันดาลใจที่เปลี่ยนชีวิตทั้งตำบล</strong></h3>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อสิบปีก่อน ผลไม้ประจำถิ่นที่เคยเป็นหน้าตาของชาวจะนะ มีอยู่แทบทุกบ้าน เหลือเพียงไม่ถึงสิบต้นในตำบลแค</p>



<p><strong>อาหมัด หนิเหม</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแค เล่าย้อนความหลังว่า “ตอนผมเด็ก ๆ เคยวิ่งเล่นในสวน ไปตรงไหนก็ชนกับต้นส้มจุก เพราะมันมีมากมายไม่หวาดไหว”</p>



<p>แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้นและก้าวสู่บทบาทผู้นำท้องถิ่น ภาพที่เห็นกลับตรงกันข้าม สวนส้มที่เคยคึกคักแทบหายไปหมด</p>



<p>ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาและ อบต.แค ไม่ยอมปล่อยให้ส้มจุกหายไปจากชุมชน จึงได้ร่วมมือกับ <strong>วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ</strong> ช่วยกันคิด หาหนทาง และลงมือฟื้นฟู ตั้งงบประมาณสนับสนุนเกษตรกรที่ยังปลูกอยู่ ชวนคนในชุมชนกลับมาปลูกใหม่แบบคนละไม้คนละมือ และประสานสำนักงานเกษตรอำเภอเข้ามาช่วยผลักดันอย่างจริงจัง</p>



<p>“จะทำยังไงกันดีเพื่อไม่ให้เรื่องราวของส้มจุกหลงเหลือไว้เพียงอดีตที่เล่าสู่กันฟังเท่านั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b0ca9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) อาหมัด หนิเหม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>(อาหมัด หนิเหม นายก อบต.แค คนซ้ายมือจากภาพ)</p>



<p>หนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เมื่อในปี 2562 พวกเขาพบว่า <strong>กสศ.</strong> มีโครงการส่งเสริมโอกาสทางการเรียนรู้และพัฒนาทักษะประชากรวัยแรงงานนอกระบบ หรือปัจจุบันคือ ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน อบต.แค จึงยื่นข้อเสนอและได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ</p>



<p>นับแต่นั้นเป็นต้นมา ตำบลแคก็กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่พื้นที่ที่ได้รับทุนสนับสนุนต่อเนื่องถึง 6 ปีเต็ม</p>



<p>“เราสามารถถอดบทเรียนจากทุกช่วงไทม์ไลน์ได้ชัดเจน ตั้งแต่ปีแรกที่ส้มจุกดึงดูดผู้สนใจเข้ามาในฐานะสื่อกลางของการเรียนรู้ จากนั้นค่อย ๆ ขยับตัวขึ้นเป็นนิเวศอาชีพภายใต้บริบทชุมชน”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2.jpg" alt="" class="wp-image-93241" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากการฟื้นฟูต้นส้มจุก โครงการนี้ได้เติบโตเป็น <strong><em>‘แหล่งเรียนรู้ชุมชน’</em></strong> ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาเรียนรู้ในฐานะ <strong><em>‘สื่อกลางของการเรียนรู้’</em></strong> ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็น <strong><em>“นิเวศอาชีพ”</em></strong> ที่สร้างรายได้ภายใต้บริบทชุมชน  </p>



<p>และต่อยอดอีกขั้นสู่การทำงานร่วมกับเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ขยายการเรียนรู้ให้ครอบคลุมคนหลากหลายวัย และเชื่อมโยงเป็น <strong><em>‘นิเวศครอบครัวตื่นรู้’ </em></strong>ผ่านการทำงานรูปแบบ <em>Family Coach</em> ที่โค้ชชุมชนลงพื้นที่จริง ดูแลกันแบบใกล้ชิด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2.jpg" alt="" class="wp-image-93240" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากผู้เรียนรู้ สู่โค้ชผู้เปลี่ยนชีวิตในชุมชน</strong></h3>



<p><strong>คมสัน หลีขาหรี</strong> วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านส้มจุกจากสำนักงานเกษตรอำเภอจะนะ เล่าย้อนถึงเส้นทางการเติบโตของผู้คนในโครงการ ตั้งแต่วันที่ทุกคนยังเป็นเพียง ‘ผู้เรียนรู้’ ที่ทำตามแนวทางที่กำหนดไว้ ไปจนถึงวันที่พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็น ‘คณะทำงาน’ เป็น ‘วิทยากร’ และต่อยอดเป็น ‘โค้ชชุมชน’ ที่ทำหน้าที่ไม่เพียงแค่สอน แต่พาให้ผู้อื่นประสบความสำเร็จ</p>



<p>เขาเน้นย้ำว่า การเติบโตนี้ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่มาจากการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง มีเป้าหมายชัดเจน ที่สำคัญผู้ที่จะโค้ชคนอื่นได้ต้องมีความรับผิดชอบ และอยู่เคียงข้างผู้เรียนรู้ตลอดกระบวนการ ไม่ปล่อยมือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-997c2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>คมสัน หลีขาหรี</strong></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในช่วงปี 2566 เมื่อเป้าหมายของโครงการขยายครอบคลุมไปถึงน้อง ๆ เยาวชนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาด้วย คณะทำงานโค้ชชุมชนได้ลงพื้นที่ไปหาครอบครัวต่าง ๆ เราได้พบโจทย์ชีวิตที่หลากหลายขึ้น เช่น มีน้องที่ต้องดูแลผู้ปกครองที่เป็นอัมพฤกษ์ ทำให้ต้องออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 เราก็ลองคุยกับผู้ปกครอง คุยกับตัวเด็ก จนหาทางให้น้องกลับมาเรียนต่อ พร้อมเรียนรู้เกี่ยวกับเส้นทางการประกอบอาชีพไปพร้อมกัน”</p>



<p>ทีมงานไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับรู้ แต่ร่วมกันหาทางออก เริ่มจากพูดคุย ทำความเข้าใจ แล้วออกแบบเส้นทางให้เด็กได้กลับมาเรียนควบคู่กับการเรียนรู้อาชีพ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ เพราะมี <strong>‘โค้ชชุมชน’</strong> ที่รู้จักพื้นที่ รู้จักผู้คน และรู้ว่าจะเชื่อมโอกาสให้ตรงกับชีวิตแต่ละคนได้อย่างไร</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส้มจุก สู่การสร้างอาชีพที่หลากหลาย</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bcf3e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/11.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(กลาง)  อาหมัด หลีขาหรี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อาหมัด หลีขาหรี</strong> แกนนำชุมชนบ้านแคเหนือ เล่าถึงเส้นทางการเติบโตของ ‘วิสาหกิจชุมชนส้มจุกจะนะ’ ว่า หลังจากจัดตั้งสำเร็จได้ราวสองปี ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่โครงการทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐานของ กสศ. เริ่มเข้ามาสนับสนุนในพื้นที่</p>



<p>เมื่อได้รับทุนสนับสนุน ชุมชนจึงเริ่มพัฒนา ‘ผู้ร่วมเรียนรู้’ รุ่นแรกจำนวน 50 คน โดยมีกำลังคนที่สามารถถ่ายทอดความรู้ได้อีก 10 คน พอเข้าสู่ปีที่ 2 หลายคนในกลุ่มผู้ร่วมเรียนรู้เริ่มยกระดับขึ้นมาเป็นวิทยากรด้วยตนเอง</p>



<p>ในปี 2567 กสศ. ได้วางโจทย์ให้โครงการขยายผลออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะจากที่เคยโฟกัสแค่ ‘ส้มจุก’ โครงการก็เริ่มนำโมเดล <strong>Family Coach</strong> เข้ามาใช้ และขยายขอบเขตออกไปสู่หลากหลายอาชีพในชุมชน</p>



<p>มีทั้งโค้ชเกษตรด้านอื่น ๆ และโค้ชอาชีพที่หลากหลาย เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงผึ้งชันโรง ซึ่งเคยเดินทางไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถึงประเทศเกาหลี ก็เข้ามาร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-93247" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การทำงานได้ยกระดับเป็นระบบมากยิ่งขึ้น จนเกิดการจัดตั้ง <strong>‘สภาเสมอภาค 3 ตำบล’</strong> พร้อมกับการสร้าง <strong>‘หน่วยพัฒนาการเรียนรู้’</strong> และ <strong>‘ผู้ร่วมเรียนรู้’</strong> ที่กระจายอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งหมดนี้เติบโตไปพร้อมกันภายใต้แนวคิดส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โครงการได้จุดประกายอาชีพมากกว่า 15 ประเภท ตั้งแต่การเลี้ยงผึ้ง การซ่อมรถ ไปจนถึงการปลูกผัก ที่สำคัญ เยาวชนรุ่นใหม่เริ่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ บางคนเข้ามาเรียนรู้ ทดลองฝึกอาชีพเพื่อค้นหาสิ่งที่ชอบ และเริ่มมองเห็นเส้นทางชีวิตของตัวเองชัดเจนขึ้นทีละน้อย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คนเล็ก ๆ ในชุมชน กับบทบาทโค้ชที่เปลี่ยนชีวิตคนรอบตัว</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ab88c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ซูจีนา หัสเอียด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ซูจีนา หัสเอียด</strong> คือหนึ่งใน ‘ผลผลิต’ ที่เกิดจากการพัฒนาคนของโครงการส้มจุกจะนะ เดิมทีเธอเป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ ด้วยความตั้งใจในการเรียนรู้และเปิดใจรับโอกาส เธอค่อย ๆ ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็น ‘วิทยากร’ และต่อยอดไปสู่การเป็น ‘Family Coach’ หรือ ‘โค้ชชุมชน’ อย่างเต็มตัว</p>



<p>ซูจีนาบอกว่า บทบาทของโค้ชไม่ใช่เพียงผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องเป็นคนที่ ‘เสียสละ’ และ ‘มองภาพรวมออก’ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนรู้เห็นปัญหาและทิศทางการเติบโตของตัวเองได้ชัดเจน</p>



<p><br>“สำหรับเรา ถ้าถามว่าตำแหน่งแห่งที่ของโค้ชอยู่ตรงไหนในการพัฒนาท้องถิ่น ก็ต้องตอบว่าเราคือจุดเล็ก ๆ ที่ประสานระหว่างคนในชุมชนกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การส่งต่อความรู้และการทำงานดำเนินไปได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งเราดีใจและภูมิใจมากที่มีส่วนช่วยให้ชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e17d2e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(จากซ้าย 2 คนแรก) จารุวรรณ พาหุรัตน์, ภาภัค รักหมัด (คนที่สามจากขวา) จิตกร เดเจะหวัง<br></figcaption></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากสถานีตำรวจร้าง สู่แหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมคนทุกช่วงวัย</strong></h3>



<p>ในอีกพื้นที่หนึ่ง <strong>ภาภัค รักหมัด</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหมอไทร ก็เห็นความสำคัญของโครงการนี้ตั้งแต่ต้น เขาเล่าว่า ท่าหมอไทรเคยมีต้นส้มจุกจำนวนมาก แต่วันหนึ่งมันก็ค่อย ๆ หายไปจากชุมชน เมื่อเห็นว่าโครงการนี้จะนำพาเยาวชนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกกว้าง ผ่านการเรียนรู้อาชีพและทักษะชีวิต เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมโดยไม่ลังเล</p>



<p>อบต.ท่าหมอไทรเริ่มต้นจากการขอใช้พื้นที่สถานีตำรวจร้าง ปรับปรุงให้กลายเป็น ‘แหล่งเรียนรู้การเลี้ยงส้มจุก’ และเพิ่มเติมกิจกรรมการเลี้ยงผึ้งชันโรงเข้าไป<br>ด้วย เด็กและผู้ใหญ่ในชุมชนก็เริ่มสนใจและเข้าร่วมกันอย่างคึกคัก</p>



<p>สิ่งที่ทำ ไม่ได้แค่สร้างพื้นที่ แต่กำลังสร้างโอกาสให้คนในชุมชนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ หรือเยาวชนรุ่นใหม่ได้มีจุดยืนในสังคม และได้เรียนรู้สิ่งที่เหมาะกับเขา<br>&nbsp;</p>



<p>ภาภัคกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า<br>“วันนี้เราสามารถสร้างแหล่งเรียนรู้ที่แข็งแรงและยั่งยืนพร้อมรองรับคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าแรงงานนอกระบบ หรือเด็กเยาวชนรุ่นต่อ ๆ ไปที่จะเติบโตขึ้นมาได้แล้ว”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2.jpg" alt="" class="wp-image-93244" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ส้มจุกกับบทเรียนชีวิต: ครู สกร. และภารกิจพาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษากลับสู่โอกาสการเรียนรู้</strong></h3>



<p><strong>จารุวรรณ พาหุรัตน์</strong> ครูจากศูนย์การเรียนรู้ชุมชน (สกร.) ตำบลคู เล่าว่าที่ผ่านมา เธอมีความตั้งใจอยากพาเด็กชายขอบ หรือเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้กลับมาเรียนรู้และได้รับวุฒิการศึกษาควบคู่ไปกับการฝึกทักษะอาชีพ</p>



<p>จนวันหนึ่ง ได้รับหนังสือเชิญที่เปิดหัวข้อว่าจะทำเรื่อง ‘ส้มจุก’ จึงมองว่าตรงนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างองค์ความรู้ ที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาอาชีพและชีวิตของเยาวชนในระยะยาว จารุวรรณจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ โดยนำต้นทุน ทรัพยากร และศักยภาพที่ สกร. มีอยู่ เข้ามาสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับชุมชน</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป เธอได้เห็นว่าส้มจุก กลายเป็นมากกว่าผลไม้ที่กลับมามีชีวิต แต่มันได้กลายเป็น ‘แหล่งเรียนรู้’ ที่เชื่อมโยงเครือข่ายอาชีพในพื้นที่อย่างจริงจัง จากจุดเล็ก ๆ ค่อย ๆ แผ่ขยายไปถึงกลุ่มคนหลากหลาย ทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่</p>



<p>“รู้สึกว่าเดินมาถูกทางแล้ว และจะใช้แนวทางนี้ในการพัฒนาเยาวชนต่อไป” จารุวรรณกล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2.jpg" alt="" class="wp-image-93243" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เรารู้ว่าเขามีศักยภาพ เพียงแค่ยังไม่มีใครเปิดประตูให้”</strong><br><strong>เสียงจากผู้ใหญ่บ้านที่กลายเป็นโค้ชของชุมชน</strong></h3>



<p><strong>จิตกร เดเจะหวัง</strong> ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ตำบลท่าหมอไทร ไม่ได้มีบทบาทแค่ดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ แต่ยังทำหน้าที่ในอีกบทบาทหนึ่งที่ทรงพลัง นั่นคือ <strong>‘โค้ชชุมชน’</strong> ภายใต้แนวทางของ <em>Family Coach</em></p>



<p>เมื่อโครงการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ซึ่งเริ่มต้นจากการเลี้ยงส้มจุก ได้ขยายเป้าหมายไปยังการดึงเยาวชนและแรงงานนอกระบบให้กลับเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิต เขาไม่ลังเลที่จะตอบรับและเข้ามามีส่วนร่วมทันที</p>



<p>ด้วยบทบาทผู้ใหญ่บ้านที่รู้จักผู้คนในชุมชนดีอยู่แล้ว จิตกรจึงรับหน้าที่ค้นหา ‘ผู้ร่วมเรียนรู้’ คอยสังเกต ดูแล และชวนให้คนที่ต้องการโอกาสเข้ามาร่วมในโครงการ</p>



<p>“จากที่สัมผัสด้วยตัวเอง เรารู้ว่าคนที่หลุดออกมาจากระบบหรือมีเหตุให้ขาดตอนจากการศึกษาหรือการทำงาน แต่ละคนมีความสามารถในตัวเองอยู่แล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้จะพาตัวเองไปต่อ หรือจะหาพื้นที่แสดงศักยภาพได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้นเราอยากช่วยสร้างโอกาส และอยากบอกเขาว่าทุกคนเข้ามาร่วมงานนี้ด้วยใจจริง ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้พวกเขาเปิดใจกลับมา”</p>



<p>จิตกรเชื่อว่า มากกว่าทุนหรือทรัพยากรใด ๆ ‘<strong>ต้นทุนที่สำคัญที่สุด คือความตั้งใจ ความจริงใจ และการให้ใจต่อกัน</strong>’ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นรากฐานให้การเรียนรู้ทุกกิจกรรม และทุกโครงการประสบความสำเร็จได้ในที่สุด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2.jpg" alt="" class="wp-image-93242" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>และนี่คือเรื่องราวของ ‘ส้มจุกที่เปลี่ยนชีวิตชาวจะนะ’ ซึ่งได้กลายเป็นโมเดลสำคัญที่กำลังขยายต่อไปในอีกหลายพื้นที่ ในด้านการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ชุมชน เพื่อสร้างงาน สร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนของการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสู่การได้รับวุฒิการศึกษา หรือการเรียนรู้เพื่อประกอบอาชีพ</strong></p>



<p><strong>ทั้งหมดนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า ‘เมื่อคนทั้งชุมชนร่วมด้วยช่วยกัน’ แม้แต่ผลไม้ประจำถิ่นที่เคยเกือบสูญพันธุ์ ก็สามารถพลิกฟื้นกลับมาเป็นศูนย์กลางของนิเวศอาชีพ</strong><strong><br></strong><strong>ที่หล่อเลี้ยงคนทั้งชุมชนได้</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080525/">พลัง ‘โค้ชชุมชน’ พลิกชีวิตชาวจะนะ จาก ‘ส้มจุก’ ใกล้สูญพันธุ์ สู่ศูนย์กลางนิเวศอาชีพที่หล่อเลี้ยงทั้งชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
