<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 06 May 2025 03:57:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-050525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 May 2025 03:57:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กรับใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93090</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่&#160; คำนี้ผุดขึ้นมาหลังจากได้คุยกับแ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050525/">แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม่ๆ แห่งกรับใหญ่&nbsp;</p>



<p>คำนี้ผุดขึ้นมาหลังจากได้คุยกับแม่ๆ แห่งหน่วยการเรียนรู้ที่ ต.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี หนึ่งใน 40 หน่วยการเรียนรู้ในโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้จะไปดูแลเยาวชนที่เสี่ยงหลุดและหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งแต่ละคนมีปัญหาซับซ้อนแตกต่าง โครงการฯ นี้ ส่วนกลางจะไม่คลุกวงในเอง แต่จะส่งไม้ต่อการทำงานให้คนในพื้นที่ที่รู้ปัญหาและรู้วิธีการจัดการมากกว่า เพื่อเป้าหมายปลายทางคือ สร้างพื้นที่ปลอดภัยและพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเด็กๆ ครอบครัว และชุมชน&nbsp;</p>



<p>อาจฟังดูเป็นภาคทฤษฎี แต่ ‘แม่ๆ แห่งกรับใหญ่’ 3 คนนี้ลงมือทำให้เห็นว่าภาคสนามเป็นอย่างไร สมบุกสมบันแค่ไหน ถ้าสุภาษิตแอฟริกาบอกว่า “เลี้ยงเด็กคนหนึ่งต้องใช้คนทั้งหมู่บ้าน”&nbsp;</p>



<p>งานของแม่ๆ ด่านหน้า 3 คนนี้ก็คงเรียกว่า “เลี้ยงเด็กเก๊คนหนึ่ง(ให้รอด) ต้องใช้คนทั้งอำเภอ” เลยทีเดียว</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กเก๊ของอาจารย์เขะ </strong></h3>



<p>“เป็นเกษตรกรที่ทำงานพยาบาลได้นิดหน่อย” <strong>อ.เขะ </strong>หรือ <strong>ผศ.ภิรมย์ ลี้สุวรรณ</strong> ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจักรีรัช แนะนำตัวเองขำๆ เพราะการงานตอนนี้มีมากมายเหลือเกิน หนึ่งในนั้นคือเลี้ยงไก่ เพาะไข่ผำ ฯลฯ&nbsp; เพื่อเอาผลผลิตไปให้เด็กๆ ที่หลุดออกนอกระบบใน ต.กรับใหญ่ หารายได้ต่อ</p>



<p>อ.เขะ คือ หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา โหนดตำบลกรับใหญ่ ราชบุรี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b0ef15"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘อ.เขะ’ ผศ.ภิรมย์ ลี้สุวรรณ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาลแล้วมาเกี่ยวข้องกับเด็กๆ กลุ่มนี้ได้อย่างไร?&nbsp;</p>



<p>อย่างที่เกริ่นไว้ในตอนต้นว่า โครงการฯ จะไม่คลุกวงในเอง แต่จะส่งไม้ต่อการทำงานให้คนในพื้นที่ที่รู้ปัญหาและรู้วิธีการจัดการ และโครงการนี้เริ่มที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) กรับใหญ่&nbsp;</p>



<p>อ.เขะปูพื้นให้ฟังว่าพื้นที่ ต.กรับใหญ่มีความแตกต่างสูงมากทั้งในแง่รายได้และลักษณะประชากร มีทั้งโรงงานน้ำตาลใหญ่ที่สุดในประเทศไปจนถึงคนใช้แรงงานในไร่อ้อย ผลลัพธ์สุขภาพที่เกิดขึ้นคือ คนกรับใหญ่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เยอะมาก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีอาชีพรับจ้าง พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ ไม่มีเวลาอยู่กับลูก หลายบ้านไปทำงานต่างถิ่น ครอบครัวเว้าแหว่ง เด็กๆ อยู่กับผู้สูงวัย&nbsp;</p>



<p>“เราดูแลสุขภาพและทำงานใกล้ชิดกับ อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) อสม.รู้หมดว่าบ้านไหนเป็นยังไง รู้ว่าครอบครัวนี้เว้าแหว่งแบบไหน เด็กบ้านไหนหลุดออกนอกระบบ เขารู้ทุกอย่างจริงๆ ถ้าไม่ได้เขา โครงการฯ จะเข้าถึงเด็กไม่ได้เลย” อ.เขะ ได้แรงสนับสนุนจาก อ.รัชนี คลองระวะ รองผู้อำนวยการด้านวิจัยและบริการวิชาการ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจักรีรัช ทำให้โครงการนี้เป็นรูปเป็นร่าง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fac03e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02_อ.รัชนี-คลองระวะ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อ.รัชนี คลองระวะ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากนั้นแทคทีมกับรพ.สต.กรับใหญ่ที่นำโดย <strong>‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</strong> รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกรับใหญ่ และอสม. ในการชวนเด็กๆ นอกระบบมาเข้าโครงการฯ ที่มีทั้งเด็กที่ติดยาเสพติด แม่วัยรุ่น(วัยใส) และ เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยเหตุผลซับซ้อนต่างกัน</p>



<p>แต่ทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนดีดนิ้ว ที่แค่ชวนแล้วเด็กจะมา จากสายตาผู้ใหญ่ในชุมชนที่มองว่าพวกเค้าเป็นเด็กเกเร หรือเด็กเก๊ตามคำเรียกของอ.เขะ&nbsp; แล้วทำไมเด็กเก๊อย่างพวกเขาต้องเชื่อและเข้ามาโครงการฯ นี้ด้วย งานนี้ต้องต้องยกความดีความชอบให้อสม.ที่พามาได้สำเร็จ ถึงครั้งแรกเด็กหลายคนจะมาอย่างงงๆ ไม่ไว้ใจ ไม่สบตา เอาแต่ก้มหน้า&nbsp;</p>



<p>“เราตรวจสุขภาพและพยายามชวนคุยเรื่องเรียนและเรื่องสุขภาพเป็นหลัก เราจะไม่ไปพูดเรื่องอื่นของเขาเลย เราไม่พูดเรื่องเอาไปเขาบำบัด(ยาเสพติด) เราจะไม่ตีตรา ทุกคนจะได้ treatment เดียวกัน มาถึงนั่ง มีขนมกินเหมือนกัน เราจะให้เท่าๆ กัน&nbsp; ให้เด็กแชร์กัน คุยกัน เราจะพูดให้น้อยที่สุดให้โอกาสเขาในการแบ่งปันแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่มที่ความสนใจเดียวกันเป็นหลัก”&nbsp;</p>



<p>ถ้าเด็กๆ มาสาย ผู้ใหญ่ในทีมรพ.สต.จะไม่ว่า ถือคติว่ามาช้ายังดีกว่าไม่มา รอได้ และเรื่องที่คุยกันในห้อง ก็จะจบลงในห้อง ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนตามเด็กไปถึงบ้านแล้วเอาเรื่องนี้เล่าให้พ่อแม่เด็กฟัง</p>



<p>“เรื่องที่เขายอมเล่าให้เราฟัง จะอยู่กับเราเท่านั้น” อ.เขะย้ำ&nbsp;</p>



<p>ทำอย่างนี้เป็นสิบครั้ง จากสายตาที่ไม่ไว้ใจก็ค่อยๆ กลายเป็นตั้งคำถามเรื่องที่อยากรู้ และคำถามที่เด็กๆ มีให้อ.เขะและทีมบ่อยที่สุดคือ จะไปเรียนต่อได้ไหม&nbsp;</p>



<p>“นั่นแสดงว่าเขามีใจแล้วนะ เพียงแต่ว่าเขาจะไปต่อยังไง เรียนแบบไหน มีลูกแล้วจะกลับไปเรียนได้หรือเปล่า” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a05579"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จึงต้องจับมือกับผู้ใหญ่อีกหลายวงในกรับใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เทศบาล การศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งหน่วยหลังสำคัญมาก เพราะเด็กๆ หลายคนที่หลุดออกจากการศึกษาแล้ว ปากท้องที่ต้องหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัวอาจจะไม่ได้เหมาะกับการตื่นเช้าไปโรงเรียนอีกต่อไป&nbsp;</p>



<p>เรื่องนี้เมื่อถึงมือแม่ๆ แห่งกรับใหญ่แล้ว การหาทางเดินต่อให้ชีวิตเด็กแต่ละคนคือภารกิจสำคัญ แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนมุมมองและอคติของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กๆ อ.เขะเชื่อว่าถ้าผู้ใหญ่ไม่เปลี่ยน เด็กก็ไม่เปลี่ยน&nbsp;</p>



<p>“เรามองว่าคนส่วนใหญ่มีจิตใจดีอยู่แล้ว เมตตาอยู่แล้ว ครั้งแรกเชิญประชุม ไม่มีเบี้ยเลี้ยงเขาก็มา เขาให้เวลาเรา พอเขามีใจ เราก็ไฮไลท์จุดสำคัญไปเลยว่า พ.ศ.นี้เด็กเกิดน้อย ลูกหลานท่านหลุดออกนอกระบบอีก อีกหน่อยเราจะอยู่กันยังไงในสังคมที่ผู้สูงวัยมากขึ้นเรื่อยๆ”&nbsp;</p>



<p>ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะเห็นด้วย แต่พอทีมรพ.สต.ดึงเด็กมาดูแลจนเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างได้ คนส่วนใหญ่ก็เริ่มเห็น และค่อยๆ เปลี่ยนตาม อย่างน้อยก็ไม่ตีตรา ด่า หรือคาดโทษมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>เด็กทุกคนไม่ใช่ผ้าขาว &#8211; อ.เขะ ยอมรับข้อนี้ และ เข้าใจเป็นอย่างดีว่าไม่มีผ้าผืนไหนขาวสุดและดำสุด มีแต่เด็กๆ ที่เป็นผ้าสีเทา จะเทาอ่อน กลาง เข้ม ก็ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู งานนี้ทำให้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านพยาบาลคนนี้รู้ว่ามนุษย์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะคนหนึ่งต้องการอะไร อยากให้ปฏิบัติกับเค้าแบบไหน&nbsp;</p>



<p>“หันหน้าเข้าหาเขานะ คุยไม่ก้มหน้า&nbsp; มีสมาธิ และ ฟังอย่างตั้งใจ ฟังเก็บพฤติกรรมทุกอย่าง อวัจนภาษา กิริยาท่าทาง เขาไม่พร้อมที่จะอยู่กับเรา เราก็ปล่อยกลับนะ ไม่มีบังคับเลยนะ แต่จะใช้วิธีคุยจากสิ่งที่เค้าต้องการสื่อสาร สิ่งที่เค้าชอบ ไม่เปรียบเทียบแต่ใครทำดี เราให้มาเป็นตัวอย่างเพื่อน และจะไม่ blame พฤติกรรมที่เห็นว่าไม่โอเค”</p>



<p>จากการทำงานนี้มา เด็กๆ สอนให้อ.เขะ วางความคาดหวังและหวังดีลงทุกอย่าง แค่เดินหน้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยก็พอ&nbsp;</p>



<p>“ตรงไหนที่อยู่แล้วมีสุขภาวะ มันควรจะครอบคลุมทั้งร่างกาย จิตใจ เพราะจิตใจแปลว่าเขาต้องรู้สึกว่ามีความสุข  ร่างกายคือมีกิน มีอยู่ มีปัจจัยสี่ มีชีวิตประจำวัน แต่ความสุขเรื่องใจแต่ละคนไม่เท่ากัน แล้วอีกอันคือสังคมดี ตัวนิเวศน์ที่อยู่รอบๆ ไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง อุณหภูมิ factor ทั้งหมด มันต้องส่งเสริมการมีคุณภาพชีวิตที่ดี อันนี้ถึงจะเป็นพื้นที่ปลอดภัย และสุดท้ายเขาก็ออกแบบชีวิตเป็นและมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52491b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_อ.เขะ-ผศ.ภิรมย์-ลี้สุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กเทาๆ ของหมอไหล&nbsp;</strong></h3>



<p>คู่หูคนสำคัญของอ.เขะ คือ <strong>‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</strong> รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี&nbsp;</p>



<p>หมอไหลคนนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากหัวหน้าสถานี ที่ปล่อยยานแม่ต่างๆ อย่าง อสม.ไปเสาะหาเด็กๆ ที่หลุดออกนอกระบบตามหมู่บ้าน เจอตัว ชักจูง หว่านล้อม เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ยอมมา&nbsp;</p>



<p>โดยตำแหน่ง หมอไหลจะดูแลสุขภาพเป็นหลัก และติดตามเด็กแต่ละคนผ่านพี่เลี้ยงซึ่งก็คือ อสม. ถ้าใครมีปัญหาสุขภาพ หมอไหลก็จะเข้าไปดูแล&nbsp;</p>



<p>คำถามหนึ่งซึ่งหมอไหลเจออยู่บ่อยๆ คือ การดูแลเด็กที่หลุดออกนอกระบบเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นมาของ รพ.สต.ไหม&nbsp;</p>



<p>“รพ.สต. ดูแลสุขภาพของคนในพื้นที่ จริงๆ ก็คือการดูแลครอบครัวของคนในพื้นที่ ตั้งแต่วัยเด็ก วัยเรียน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ คนไข้ติดเตียง ส่วนเด็กๆ ที่หลุดนอกระบบ ถึงจะไม่ใช่งานเราโดยตรง แต่อสม.เขาเป็นพี่เลี้ยง ดูแลเด็กๆ เราก็ดูแล อสม.อีกที” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6928cd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05_หมอไหล-วรรณา-ก้องสุวรรณ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘หมอไหล’ วรรณา ก้องสุวรรณ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในบริบทนี้ รพ.สต.จึงทำหน้าที่เป็นบ้านที่ปลอดภัยให้กับเด็กๆ เมื่อเด็กกล้าที่จะเปิดประตูเข้ามาแล้ว หน้าที่ของหมอไหลและทีมคือสานต่อให้เขาได้เรียนรู้ตามวิถีที่เด็กๆ ต้องการ และหนึ่งในนั้นคือการศึกษานอกโรงเรียนหรือ สกร.</p>



<p>“เรามีฐานข้อมูลว่าเด็กจำนวนเท่าไหนที่ควรจะเข้าศูนย์การเรียนรู้ เด็กบางคนไม่รู้ว่าจะกลับไปเรียนได้ตอนไหน สมัครยังไง ต้องทำยังไงบ้าง เราก็ประสานกับอสม. ให้ไปตามว่าในพื้นที่มีเด็กคนไหนสนใจไปเรียนบ้าง”&nbsp;</p>



<p>หมอไหลบอกว่าถึงงานจะเยอะมากขึ้น แย่งวันหยุดไปก็บ่อย แต่งานนี้ถือเป็นภารกิจของรพ.ในการดูแลเด็กในวัยเรียน ฟื้นฟูให้สุขภาพเขาดีขึ้น ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น อยู่ในสังคมและใช้ชีวิตต่อไปได้&nbsp;</p>



<p>ในฐานะแม่คนหนึ่ง หมอไหลยอมรับว่า เด็กสมัยนี้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่ยากกว่าคนรุ่นก่อน ไหนจะครอบครัวเว้าแหว่ง ยาเสพติด โซเชียลมีเดีย การบุลลี่ที่มีไม่แผ่ว ฯลฯ ทั้งหมดนี้ หมอไหลจึงลงความเห็นส่วนตัวว่า การที่เด็กคนหนึ่งหลุดออกนอกระบบ จะโทษเด็กอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้</p>



<p>“โทษเด็กอย่างเดียวไม่ได้หรอก มันมีองค์ประกอบหลายอย่าง ครอบครัว ชุมชน โรงเรียนสิ่งแวดล้อมต่างๆ คือไม่ใช่ว่าเด็กคลอดออกมาแล้วจะเก๊เลย เด็กบางคนบางคนเขาก็ไม่อยากจะเก๊หรอกนะ เขาอาจจะมีปัญหาหลายกดดัน โดยเฉพาะมุมมองที่ผู้ใหญ่มองเขาไม่ดีก่อน”&nbsp;</p>



<p>ด้วยความที่รพ.สต.มีข้อมูลเด็กหลุดออกนอกระบบครอบคลุมที่สุด ทำให้หมอไหลเห็นว่า เด็กบางคนขาดความรัก บางคนไม่มีอะไรจะกิน ชีวิตต้องดิ้นรนตลอด การวางอคติลงแล้วคุยกับเขาคือวิธีที่หมอไหลทำ&nbsp;</p>



<p>“อย่าไปคิดว่าเด็กคนนี้มีปัญหา อย่าไปอคติกับเขา เราก็คุยกับเขาธรรมดาให้เขาไว้ใจเรา เด็กกลุ่มนี้ เขาพื้นฐานจิตใจดีนะ ถึงจะไม่มีพ่อแม่ดูแลหรือคอยเป็นแบบอย่างให้ลูก ความคิด ความอ่านเขาโอเค เราจะมองในส่วนดี แน่นอน ในชุมชนก็มีเด็กที่ไม่ดีด้วยแต่เราอย่าเหมารวม แรกๆ อสม.บางคนก็อคติกับเด็ก ไม่อยากทำงานด้วย เราบอกว่าต้องให้โอกาสเด็กบ้าง ถ้าเราทําไปแล้วมันไม่ไหวจริงๆ ก็ค่อยปล่อยมือ” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba2e72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_หมอไหล-วรรณา-ก้องสุวรรณ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หมอไหลยอมรับความจริงว่าเด็กก็คือมนุษย์ มีเทาอ่อน เทากลาง เทาเข้ม ไปจนถึงเทาเกือบดำ แต่อย่างน้อย การเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ กลุ่มนี้รู้สึกปลอดภัย กล้าออกมาใช้ชีวิตและเรียนรู้ต่อก็คุ้มกับที่ทำไป&nbsp;</p>



<p>อยู่ตรงไหนแล้วสบายใจมีความสุข &#8211; คือพื้นที่ปลอดภัยของเด็กๆ ในความหมายของหมอไหล เพราะถ้าเขาสบายใจ สเต็ปต่อไปคือใช้ชีวิตในสังคมได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน และพื้นที่ที่ว่านี้หมอไหลทำคนเดียวไม่สำเร็จแน่ๆ&nbsp;</p>



<p>“เริ่มแรกก็ต้องเป็นครอบครัว ชุมชน โรงเรียน เทศบาล เครือข่าย&nbsp; สิ่งแวดล้อมเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็ก”&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กก็คือเด็กของแม่พร </strong></h3>



<p>แม่คนสุดท้ายแห่งกรับใหญ่คือ <strong>‘แม่พร’ จีราพร เทียนทอง</strong> อสม.ตัวตึงแห่งกรับใหญ่ ตึงแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่เด็กๆ หลุดออกนอกระบบพากันเรียก ‘แม่’&nbsp;</p>



<p>แม่พรคืออดีตช่างเสริมสวยที่ผันตัวมาทำงานอสม.หลังจากลูกเรียนจบหมดแล้ว&nbsp;</p>



<p>“พอลูกเรียนจบก็บอกเค้าว่าแม่อยากทำงานช่วยเหลือสังคม&nbsp; ลูกบอกเอาเลยแม่ พอดีเขาเปิดรับสมัคร อสม.เราก็เข้าไป”&nbsp;</p>



<p>ความที่ชอบออกกำลังกายทุกเย็น แม่พรมักจะเจอเด็กๆ แถวนั้น เด็กกลุ่มที่แม่พรสงสัยว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน เดินไปเดินมา ตาลอย และไม่ยอมสบตาแม่พร&nbsp;</p>



<p>“เราก็กลัวเขา เขาก็กลัวเรานั้นแหละ โดยที่ยังไม่ได้คุยกัน”&nbsp;</p>



<p>พอโครงการฯ​ เข้ามาทางหมอไหลและอ.เขะ ก็ถูกส่งถึงมือแม่พร แม่พรทำทีใจดีสู้เด็ก และเดินเข้าหา ไปชวนให้มาเข้าโครงการ&nbsp;</p>



<p>“บอกเขาว่า หนู มีโครงการนี้มานะ ไปสมัครนะ หนูจะได้เรียนหนังสือ หนูจะได้มีความรู้ หนูจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ เด็กก็ถามว่าจริงเหรอ ไปยังไง ไม่มีรถ เราบอกเดี๋ยวไปรับไปส่งเอง พ่อแม่เด็กปรี่เข้ามา เขาไม่ไว้ใจเรา ยายของเด็กถึงกับบอกว่า  จะให้เรียนไปทำไม โตขึ้นก็หาผัวรวยๆ ประมาณนี้ คือพี่ก็อึ้ง เอาไงดีวะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b0292"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/07_แม่พร-จีราพร-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘แม่พร’ จีราพร เทียนทอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความอดทน ใจเย็น และข้อมูลสนับสนุนจากเป็นทางการของ กสศ.ทำให้แม่พรชักชวนได้ง่ายขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เด็กก็เริ่มถามว่า ผมจะได้อย่างที่ผมคิดไว้จริงไหม บอกจริงสิ แม่จะโกหกหนูทำไม เขาก็มอง ถามอีกว่าแล้วอย่างนี้มันจะมีตลอดไปไหม”&nbsp;</p>



<p>แม่พรไม่เพียงพูดแต่ใช้เนื้องานพิสูจน์ อย่างการตามไปปลุกถึงบ้าน เทียวรับเทียวส่งเด็กๆ ให้มาเข้ากิจกรรมโครงการ รวมถึงเปิดโทรศัพท์ไว้ 24 ชั่วโมงสำหรับเด็กๆ ทำให้เด็กค่อยๆ เปิดใจให้แม่คนนี้&nbsp;</p>



<p>“เด็กก็คือเด็กนะ เราคุยได้ทุกเรื่องกับลูก มีปัญหาอะไรบอกได้หมด สิ่งที่เขาพูดออกมา แม่จะยังไม่บอกว่าผิดหรือถูกเรามาคุยกันก่อน แล้วเขาก็จะเล่า ค่อยๆ เล่า เล่า เล่า บางครั้งเขาก็ทำผิด เพราะเขาก็ไม่มีใครสอน เขาก็ไม่ได้ดูออกว่าตรงนี้มันควรทำไม่ควรทำอะไรขนาดไหน เราก็ค่อยๆ บอกเขา”&nbsp;</p>



<p>การที่เด็กๆ กล้าเล่าและแม่พรกล้าบอกว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควร ไม่ควร นอกจากแม่พรจะสัมผัสได้ว่าพวกเค้าก็คือเด็กคนหนึ่งที่ต้องการความรัก แม่พรยังเห็นว่า เขาเพียงแค่อยากอยู่ในสังคมได้โดยไม่ต้องมีสายตาที่มองมาด้วยความกลัวหรือรังเกียจ&nbsp;</p>



<p>“เขาอยากอยู่ในสังคมได้ ไม่ว่าเขาจะไปตรงไหนก็แล้วแต่ ขอแค่ไม่มีสายตาเหยียบย่ำและรังเกียจ แม่พรก็ใช้โอกาสนี้สอนเขาว่า เราก็ต้องเริ่มจากตัวเราก่อน เราไม่สามารถให้เขามองเราได้ดีในครั้งเดียว”&nbsp;</p>



<p>และภายใต้ความดื้อหรือปีนเกลียวนั้น แม่พรอยากชวนให้มองอีกมุมหนึ่งว่า มันคือกลไกการป้องกันตัว และความดื้อนั้นจะอ่อนลงได้ถ้าผู้ใหญ่รอบๆ ตัวจะค่อยๆ ทำความเข้าใจ</p>



<p>“ถ้ามีผู้ใหญ่ที่เข้าใจเขา สามารถสอน แนะแนวทางในการใช้ชีวิตที่ดี แล้วคุ้มภัยให้เขาได้จริง ๆ การคุ้มภัยไม่ใช่ว่าป้องกันไม่ให้เขาโดนตีหรือไม่ให้อะไรนะ คือ คุ้มภัยให้เขาอยู่ได้อย่างมีความสุขในชุมชน เขาจะเข้ามาหาเราเอง”  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3557e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/08_แม่พร-จีราพร-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ลงลึกในภาคปฏิบัติ แม่พรจะไม่ใช้สรรพนามว่าแม่หาประโยชน์หรือเรียกร้องความสม่ำเสมอจากเด็กมากเกินไป ไม่ต้องการให้เขาว่าง่ายถึงขนาดต้องรายงานตัวทุกวัน เพราะอย่างที่แม่พรบอก เด็กก็คือเด็ก&nbsp;</p>



<p>“แต่จะพูดหลักๆ ว่า เราต้องดูแลตัวเองก่อน ให้ตัวเองมั่นคงได้ มีอะไรปรึกษาแม่พรเลย ทำให้เหมือนที่แม่พรเลี้ยงลูก คือให้ความเข้าใจ แต่ว่าจะไม่คลุกคลีจนเด็กไม่เกรงใจ ให้เขารู้ว่าเราทำให้เขาได้จริงๆ” นี่คือความคุ้มครอง คุ้มแดด คุ้มฝนในแบบของแม่พร</p>



<p>แต่ถึงที่สุดแล้ว แม่พรก็ยอมรับว่าบทบาทนี้ เข้าข่ายการแก้ปัญหาที่ปลายทาง&nbsp;</p>



<p>“ก็ถูกนะ แก้ปัญหาปลายทาง แต่มันเหมือนเราตกปลา&nbsp; ถ้าปลากินเบ็ดก็ถือว่าเราได้”&nbsp;</p>



<p>และความสุขของแม่พรก็มีแค่นี้&nbsp;</p>



<p>“แค่เขาคิดเป็น ว่าเขาอยากมีชีวิตที่ดี นั่นก็เปลี่ยนละ มันไม่ได้เปลี่ยนกันง่าย ๆ นะ ความคิดนี้ ถ้าเขาเปลี่ยนแล้ว ไม่ต้องกลัวเลยว่าเขาจะหันกลับไปมองข้างหลัง เขาจะเดินหน้า”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ทิพย์พิมล เกียรติวาทีรัตนะ<br>ภาพ : อธิคม แสงไชย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-050525/">แม่ๆ แห่งกรับใหญ่ : ไม่มีหรอกผ้าขาว เลี้ยงเด็กเทาๆ คนหนึ่งต้องใช้คนทั้งตำบล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
