<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 02 Jul 2025 05:03:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พวกเขาถูกสังคมด้อยค่าไปแล้ว อย่าให้เขาต้องด้อยค่าตัวเองอีกเลย : วัดร้องหลอดพื้นที่ที่มีคนพร้อมเข้าใจ และเชื่อว่า ‘เด็กทุกคนมีคุณค่า แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-020725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 04:38:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[วัดร้องหลอด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด]]></category>
		<category><![CDATA[จวนละอ่อนจาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94684</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าให้เปรียบว่าเราคืออะไรสำหรับวัดร้องหลอด เราขอเป็นน้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020725/">พวกเขาถูกสังคมด้อยค่าไปแล้ว อย่าให้เขาต้องด้อยค่าตัวเองอีกเลย : วัดร้องหลอดพื้นที่ที่มีคนพร้อมเข้าใจ และเชื่อว่า ‘เด็กทุกคนมีคุณค่า แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ถ้าให้เปรียบว่าเราคืออะไรสำหรับวัดร้องหลอด เราขอเป็นน้ำตกที่คาเฟ่ละกัน เราจะอยู่ตรงนี้ ถ้าเด็กๆ อยากมาหาก็มา ถ้าไม่สบายใจอยากมานั่งพักผ่อนก็มา อยากมานั่งเล่นก็มา เราอยู่ตรงนี้เสมอ”</p>



<p><strong>กร &#8211; ปกร นาวาจะ</strong> และ <strong>เต้ย &#8211; รณชัย คำปิน </strong>คือเจ้าของเพจและผู้ดำเนินงาน ‘จวนละอ่อนจาม’ ‘<strong>โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด’ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</strong></p>



<p>ทั้งเต้ย และกร มักจะขลุกตัวอยู่ที่วัดร้องหลอด โดยเฉพาะบริเวณคาเฟ่ด้านหน้าวัด เพื่อพูดคุยเล่นกับ ‘พี่มุ้ย’ <strong>มณีรัตน์ อุปะละ </strong>บาริสต้าสาว และเป็นคนเชื่อมต่อเจตนาของ พระครูพิศาลสังวรคุณ เจ้าอาวาส หรือที่ทั้งสองคนเรียกว่าตุ๊พี่ (ที่แปลว่าพระที่ให้ความเคารพ) หรือครูบา ที่ชาวบ้านเรียกกัน ด้วยการทำงานกับเด็กในการเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นให้ ‘เด็กหลุดระบบ’ ในพื้นที่ชุมชนวัดร้องหลอด พาทำกิจกรรมเสริมทักษะอาชีพในบริเวณศาลาวัด เช่น การทำเล็บ เล่นบอร์ดเกม เล่นเกมฝึกทักษะ หรือเป็นพี่คอยให้คำปรึกษาเด็กๆ ร่วมกับพี่มุ้ยหากว่าเด็กๆ ไม่สบายใจ&nbsp;</p>



<p>วัดร้องหลอด เป็นวัดในชุมชนเล็กๆ ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่มหาวิทยาลัย ไม่ใช่ศูนย์พัฒนาชีวิตตามนิยามของราชการ แต่เป็นพื้นที่ที่อบอวลไปด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของคน และเชื่อว่า <strong>‘เด็กทุกคนมีคุณค่า แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบ’</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94693" style="object-fit:cover;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-24.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">&#8216;กร&#8217; ปกร นาวาจะ และ &#8216;เต้ย&#8217; รณชัย คำปิน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากให้คนในพื้นที่ลืมตาอ้าปาก จนมาเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่ใช่โรงเรียน&nbsp;</strong></h3>



<p>“ตอนแรกเราจะทำโครงการสร้างอาชีพให้กับพ่อๆ แม่ๆ ในชุมชน แต่ก็ปรับมาทำงานกับเด็กๆ นอกระบบแทน แต่ว่าจุดประสงค์ยังคงเหมือนเดิมคืออยากให้คนในชุมชนไม่ต้องดิ้นรนเข้าไปทำงานในเมือง ในกรุงเทพฯ ”</p>



<p>กรและเต้ยคือคนเชียงรายทั้งคู่เจอกันในรั้วมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ จนเมื่อเรียนจบ ทั้งคู่กลับบ้านเกิด และลองหาอะไรทำสักอย่างที่มีจุดประสงค์หลักๆ คือให้คนในพื้นที่มีโอกาส มีรายได้ มีศักยภาพที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง จึงสมัครเข้าโครงการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่ไม่ใช่โรงเรียน โดยเลือกที่พื้นที่วัดร้องหลอดเพราะเล็งเห็นว่าเป็นพื้นที่ของชุมชนอย่างแท้จริง</p>



<p>การทำงานกับเด็กนอกระบบ แรกเริ่มทั้งกรและเต้ยคิดว่าเป็นเรื่องง่าย โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด จึงถูกร่างกระบวนทำงาน และหน่วยกิจกรรมไว้ชัดเจน&nbsp;</p>



<p>“เราก็เลยประกาศผ่านวัด ผ่านชุมชนเลยว่าเด็กๆ นอกระบบให้มาเรียนที่วัดร้องหลอดสิ ติดป้ายชวนมาทำกิจกรรม ประกาศเสียงตามสายในหมู่บ้าน สรุปไม่มีใครมา”&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ทั้งคู่คิดว่าทำงานกับเด็กเป็นเรื่องง่ายๆ นั้นไม่เป็นความจริง เพราะโครงการของพวกเขาไม่มีเด็กคนไหนเดินเข้าหาแบบที่ตั้งใจไว้ จนเต้ยและกรต้องย้อนกลับมาคิดใหม่ว่ามีส่วนไหนที่พวกเขาพลาดไป&nbsp;</p>



<p>“เริ่มคิดได้ว่าคงไม่มีเด็กคนไหนอยากถูกเรียกว่าเด็กนอกระบบ เด็กไม่เรียนหนังสือ เด็กแว้นหรอก เราเลยต้องมองลึกไปอีกว่าเราเคยเห็นพวกเขาในชุมชนอะ แต่เขาก็เหมือนเงาในชุมชน คือคนไม่ค่อยสนใจ เขาก็ไม่อยากเป็นจุดสนใจเพราะอะไร” กรเล่า&nbsp;</p>



<p>กร และเต้ย ยอมรับจากใจจริงว่าตั้งต้นโครงการกระบวนการทำงานต่อเด็กๆ นอกระบบเป็นการทำงานแบบการ ‘สงเคราะห์’ จนได้ทำงานกับ ผอ.รพ.สต.เมืองพาน ที่คอยช่วยเหลือตลอดเรื่องการประสานกับ อสม. กับการเข้าถึงเด็กก็ทำให้ทั้งคู่ปรับเปลี่ยนแนวคิดเป็นการ ‘เข้าใจ’ หรือ ‘เห็นอกเห็นใจ’ (Empathy) แทน</p>



<p>“จากที่เรารอเด็กเข้าหา แนวคิดถูกปรับเป็นการเข้าหาเด็ก เพราะเรารู้แล้วว่าทั้งเด็กเกเร เด็กแว้น เด็กมีปัญหา หรือแม้แต่เด็กเหลือขอที่เรามองกัน พวกเขามีเหตุผล และปัจจัยอื่นๆ อีกเยอะ และปัญหาส่วนหนึ่งไม่ได้มาจากตัวเด็กหรือเยาวชนที่เป็นสาเหตุ แต่มาจากปัญหาแวดล้อมสะสมมาจนส่งผลให้เขาเป็นแบบนั้น” เต้ยบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94691" style="object-fit:contain;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-23.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ได้หายไป เพียงแค่ไม่มีใครมองเห็นเขาแบบมนุษย์กับมนุษย์&nbsp;</strong></h3>



<p>กร และเต้ย บอกว่าส่วนหนึ่งที่เด็กๆ ไม่เข้ามาที่โครงการพวกเขา เพราะอาจจะมองว่าเขาเป็นคนแปลกหน้า จนได้เจอกับ อนุสรณ์ ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เมืองพาน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘หมออู๊ด’ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่ช่วยให้เข้าถึงเด็กๆ ที่พยายามซ่อนตัวอยู่ในสังคม&nbsp;</p>



<p>“เด็กพวกนี้ไม่ได้หายไปไหน พวกเขาอยู่ตรงนั้น เพียงแค่ไม่มีใครมองเห็น หรือเข้าไปหาเขาแบบมนุษย์กับมนุษย์” หมออู๊ดกล่าว&nbsp;</p>



<p>หมออู๊ดบอกว่าคนในชุมชนหลายคนมองว่าเด็กที่ไม่ได้เรียนหนังสือคือเด็กที่มีปัญหา เช่น ท้องวัยเรียน เรียนไม่เก่ง หรือข้องเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เมื่อได้เข้าไปพูดคุยจริงๆ กลับพบว่าเด็กเหล่านี้หลายคนมีศักยภาพสูง เช่น เปิดอู่ซ่อมรถ หรือมีรายได้ดี สิ่งที่ต้องเปลี่ยนไม่ใช่แค่ระบบการศึกษา แต่คือนิยามของคำว่า ‘เด็กมีปัญหา’ ในสายตาของสังคม</p>



<p>“สังคมมักนิยามว่าเด็กนอกระบบคือเด็กมีปัญหา ทั้งที่จริงๆ ไม่ใช่ทุกคน” หมออู๊ดกล่าว&nbsp;</p>



<p>การทำงานของคนเครือข่ายในพื้นที่จึงสำคัญ โดยเฉพาะ อสม. ที่เป็นคนในหมู่บ้านที่เป็นคนที่เห็นปัญหาจริงๆ เข้าใจจริงๆ และสามารถเข้าถึงเด็กๆ ได้ รวมถึงต้องทำงานที่นอกเหนือจากขอบเขตคำว่าสุขภาพ แต่ยังต้องทำงานด้านสังคม&nbsp;</p>



<p>“เด็กพวกนี้ถูกสังคมด้อยค่าไปแล้ว อย่าให้เขาต้องด้อยค่าตัวเองอีกเลย”</p>



<p>สำหรับหมออู๊ด เป้าหมายของการทำงานกับเด็กนอกระบบ ไม่ใช่การพาเขากลับเข้าโรงเรียน แต่คือการเปิดโอกาสให้ค้นพบศักยภาพของตนเอง รู้ว่าตัวเองมีคุณค่า และสามารถมีทางเลือกชีวิตที่ดีขึ้นได้&nbsp;</p>



<p>โดยที่คำว่า ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ไม่ได้หมายถึงแค่สถานที่ แต่คือสภาวะทางใจที่เด็กจะ ‘กล้าแสดงออก’ และ ‘กล้าเป็นตัวเอง’ โดยไม่กลัวว่าจะถูกมองว่าแปลก ผิด หรือด้อยกว่า</p>



<p>“เราพบว่าบางคนที่ชอบแต่งรถ แว้นมอเตอร์ไซค์ ที่เคยถูกสังคมมองว่า ‘เกเร’ จริงๆ แล้วเขาแค่กำลังหาที่ที่เขา ‘มีตัวตน’ ได้อย่างปลอดภัย” หมออู๊ดบอก</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22.jpeg" alt="" class="wp-image-94690" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-22-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘หมออู๊ด’ อนุสรณ์ ศรีจันทร์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เรียนทำเล็บ เล่นบอร์ดเกม ถึงไม่ได้เรียน แต่ก็ต่อยอดชีวิตแม้อยู่นอกระบบห้องเรียน</strong></h3>



<p>จากการค้นหาเด็กร่วมกับเครือข่ายจากคนในพื้นที่ ทำให้กร และเต้ย ได้รู้จักกับ<strong>น้องยอร์ช น้องอาย น้องหยก (นามสมมุติ)</strong> เด็กที่ขี่มอไซค์มาเข้าร่วมโครงการภายในบริเวณวัดร้องหลอด</p>



<p>“ก็มีคนไปชวนที่บ้าน แล้วตอนนั้นก็อยากหาทำค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้” <strong>อาย</strong> ตอบขณะที่กำลังจัดอุปกรณ์ทำเล็บไปด้วย ณ ตอนนี้อายอายุ 19 ปี และกำลังเรียนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ในสังกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เหตุผลหลักๆ ที่อายลาออกจากโรงเรียนตั้งแต่มัธยมต้นปีที่ 3 เพราะอายโดนครูตราหน้าว่า “เด็กขี้เกียจชอบโดดเรียน” ทั้งที่เหตุผลจริงๆ คืออายแค่ป่วยบ่อยจนต้องหยุดเรียนติดๆ กัน</p>



<p>อายบอกว่าสิ่งนี้ “มันบั่นทอน” เลยขอตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนดีกว่าทนเรียนกับครูที่ไม่เข้าใจ&nbsp;</p>



<p>“หนูอยากทำเล็บ เพราะชอบทำเล็บอยู่แล้ว ก็เลยบอกพี่เต้ยกับพี่กรแล้วพี่เขาก็หาคนในหมู่บ้านมาสอนชื่อพี่ติ่ง ก็สนุกดี ทีแรกอยากหาทำ พอสักพักมันก็เริ่มอยากทำเป็นอาชีพ หนูตั้งใจอยากเปิดร้านทำเล็บแต่ก็ต้องมีทุนก่อน ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงฝึกหารับทำเล็บตามบ้านไปก่อนไม่มีหน้าร้าน”</p>



<p>อายบอกว่าช่วงแรกๆ ของการเรียนทำเล็บคือเรียนที่ศาลาในวัด โดยที่พี่ติ่งพี่ที่มาฝึกสอนให้ลองตะไบเล็บ&nbsp;</p>



<p>“แรกๆ ก็จะดันหนังเล็บ ตะไบเล็บ อุปกรณ์สำคัญก็จะมี กรรไกร ท็อปโค้ท เบสสี แล้วเวลาทาสีก็ต้อง ไล่ความชื้นออกก่อน”&nbsp;</p>



<p>การทำเล็บสำหรับอายไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย สิ่งที่อายไม่ชอบที่สุดคือต้องนั่งทำเวลานานแล้ว ‘ปวดหลัง’ แต่อายก็พยายามศึกษาการทาสี การเพ้นท์เล็บจากยูทูบ เพราะการทำเล็บสร้างรายได้ให้อายได้แม้ไม่ต้องมีหน้าร้าน&nbsp;</p>



<p>คลาสเรียนทำเล็บในโครงการฯ ทำให้ <strong>หยก (นามสมมุติ)</strong> ได้ทักษะอาชีพเช่นเดียวกันกับอาย “ตอนแรกก็มีป้าๆ มาเล่าให้ฟังว่าที่วัดมีพี่ๆ เขามาชวนทำกิจกรรม ก็เลยลองมาดู จนพี่ๆ เขาก็ถามว่าอยากทำอะไรให้เสนอได้ก็ลองเสนอไป แรกๆ พี่เขาให้เล่นบอร์ดเกม แล้วก็กิจกรรมอื่นๆ ถ้ามีเวลาก็จะมา แต่ถ้าไม่มีก็เว้นไว้ เพื่อนคนอื่นก็มานะ”</p>



<p>หยก (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี มีลูกสาว 1 คน เรื่องเงินคือเรื่องใหญ่สำหรับหยก (นามสมมุติ) งานประจำที่หยก (นามสมมุติ) ทำคือการเป็นแอดมิดเพจด้วงกว่าง และถักดอกไม้จากลวดกำมะหยี่ขาย บางวันของหยก (นามสมมุติ) ก็ต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อไปช่วยแฟนทำงานที่ฟาร์มด้วง&nbsp;</p>



<p>“ตื่นตีสามก็มีค่ะ ไปทำงานกับแฟน ขับรถไปด้วยกัน ช่วยเป็นแอดมินจดรายชื่อคนที่เข้ามาซื้อด้วงกว่างในไลฟ์เพซบุ๊ก ถ้าว่างก็ถักลวดทำเป็นช่อขายช่วงที่โรงเรียนมีงานปัจฉิม”&nbsp;</p>



<p>เรื่องต้องห้ามสำหรับหยก (นามสมมุติ) คือการเล่าถึงชีวิตครอบครัว สิ่งนี้ทำให้หยก (นามสมมุติ) ขอเงียบแทนที่จะตอบคำถาม แต่เมื่อถามถึงการทำเล็บ หยก (นามสมมุติ) ตอบว่า “ชอบทาสีแดง เพราะทาแล้วมือขาวขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบเหมือนกัน”&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้หยก (นามสมมุติ) ลงทุนซื้ออุปกรณ์ทำเล็บเองเพิ่มเติม หลังมีได้รับอุปกรณ์ทำเล็บที่สมทบจากทางโครงการ เพราะคิดว่าอาจจะสร้างรายได้ให้กับตัวเองในอนาคต ซึ่งก็กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังฝึกทักษะ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94689" style="object-fit:contain;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-21.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาย เด็กวัดร้องหลอด</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>คลาสทำเล็บอาจจะดีกับอาย และหยก (นามสมมุติ) แต่ <strong>ยอร์ช </strong>บอกแบบติดตลกว่าพวกผู้ชายไม่ค่อยชอบ ต้องมานั่งให้เพื่อนๆ ทดลองทำเล็บ แต่สิ่งที่ยอร์ชชอบที่สุดคือการจับกลุ่มเล่นบอร์ดเกม</p>



<p>“มันแปลกใหม่ดี ปกติไม่เคยเล่นพอพี่ๆ เขาชวนเล่นแล้วได้เล่นกับเพื่อนๆ ก็ดีกว่านั่งอยู่บ้านคนเดียวก็เลยมา หลักๆ ก็ตามเพื่อนมาที่นี่”</p>



<p>ยอร์ชไม่ได้เรียนต่อ ม.ปลาย เพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมจนทางโรงเรียนออกใบแจ้งหนี้ เหตุผลหลักๆ เพราะพ่อของยอร์ชป่วยหนัก ขาดเสาหลักของบ้าน รายได้ทั้งหมดจึงชะงัก รวมกับที่ยอร์ชต้องลาหยุดเป็นเวลาหลายวันไปเฝ้าพ่อที่โรงพยาบาล&nbsp;</p>



<p>“ไม่มีใครเฝ้า พ่อทรุดสิบห้าวัน สุดท้ายก็ต้องออก ไม่ได้เอาใบลาออกด้วยซ้ำ จริงๆ ผมก็อยากเรียนต่อไปนะ แต่ทำไงได้อะ”&nbsp;</p>



<p>ยอร์ช ตัดสินใจลาออกมาหางานทำ และได้พลัดถิ่นไปทำงานพัทยา จนกลับมาเมืองพานอีกครั้งแล้วเข้าร่วมโครงการของเต้ยและกร&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้ก็เรียน กศน. ใกล้จบแล้ว ถ้าได้วุฒิม.6 แล้วก็อยากเรียนต่อช่างไฟถ้ามีเงินนะ แต่ถ้าเลือกได้จริงๆ ผมอยากขายของ เพราะมันง่าย ได้เงินเร็ว”</p>



<p>“มานี่ก็มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย พี่ๆ เขาก็จะถามว่าอยากทำอะไร ผมก็ได้หมดแหละ บางทีไม่มีกิจกรรมอะไรก็แวะมาถ้าว่าง” ‘แวะมา’ ที่ยอร์ชหมายถึงคือการแวะมานั่งเล่นที่คาเฟ่วัดร้องหลอด สถานที่ที่วัยรุ่นชอบมารวมตัวกัน เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20.jpeg" alt="" class="wp-image-94688" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-20-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ยอร์ช เด็กวัดร้องหลอด</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ที่นี่มีพี่ๆ ที่เข้าใจ ไม่ใช่แค่การโอบกอด แต่ให้ความมั่นใจว่าสังคมยังมีพื้นที่ให้พวกเขาอยู่&nbsp;</strong></h3>



<p>“เรื่องที่สะเทือนใจมากๆ คือเด็กบางคนไม่ได้อยากลาออกจากโรงเรียนแต่โรงเรียนบีบให้เขาออก” <strong>มุ้ย มณีรัตน์ อุปะละ </strong>บาริสต้าประจำคาเฟ่วัดร้องหลอดชวนคุยขณะชงเครื่องดื่มไปด้วย คาเฟ่วัดร้องหลอดเป็นบ้านไม้สองชั้น โอบล้อมไปด้วยสายน้ำ และมีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ มุ้ยทำงานที่คาเฟ่วัดร้องหลอดมาประมาณ 4-5 ปี ก่อนหน้านั้นเธอทำงานในกรุงเทพฯ แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวมุ้ยก็กลับมาที่เมืองพาน&nbsp;</p>



<p>มุ้ยรู้จักเด็กๆ ในมุมมองของคนในชุมชน มุมมองของบาริสต้าคาเฟ่ และมุมมองพี่ที่สนิทของกร และเต้ย ที่มักจะมีการพูดคุยโครงการในคาเฟ่วัดร้องหลอดเป็นประจำ&nbsp;</p>



<p>“พี่ก็เคยมีอคตินะ เห็นน้องนั่งวงเหล้า ไม่เรียน ไม่เห็นอนาคต แต่พอได้คุยจริงๆ เงินเดือนน้องยังเยอะกว่าพี่อีก!”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94686" style="object-fit:contain;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-19.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘พี่มุ้ย’ มณีรัตน์ อุปะละ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มุ้ยบอกว่าเด็กวัยรุ่นจำนวนไม่น้อยในหมู่บ้านโดยเฉพาะกลุ่มที่หลุดจากระบบการศึกษา ถูกมองว่าเป็นเด็กเกเร กินเหล้า ติดเพื่อน ไม่เห็นอนาคต แต่เมื่อได้พูดคุยกับตัวเด็กเอง ได้คุยกับกร และเต้ย ทำให้มุ้ยมองเห็นว่าเด็กๆ กลุ่มนี้มีอีกมุมหนึ่งไม่ต่างกับคนทั่วไป&nbsp;</p>



<p>“เด็กกลุ่มนี้มีความสามารถ แต่ไม่เคยมีใครให้โอกาสในการลองทำอะไรหลายอย่างมากกว่า” มุ้ยกล่าว</p>



<p>การใช้ความเข้าใจต่อเด็กเป็นสิ่งแรกๆ ที่กร และเต้ยปรับตัวเข้าหาเด็กๆ แทนการไล่ต้อน หรือไปตราหน้าว่าพวกเขาเป็นแบบไหน&nbsp;</p>



<p>เต้ยบอกว่าเด็กบางคนดูเงียบ บางคนดูแรง บางคนดูเหมือนไม่สนใจอะไรเลย แต่เมื่อใช้เวลา ‘ฟังพวกเขาจริงๆ กลับพบว่า เด็กเหล่านี้มีทั้งความฝัน ความสามารถ และศักยภาพที่สังคมมองข้ามเพียงเพราะพวกเขา ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน&nbsp;</p>



<p>“เด็กคนหนึ่งบอกเราว่า ความฝันของเขาคือ ‘อยากเป็นเด็กปกติ’ พอเราถามว่าเด็กปกติคืออะไร เขาตอบว่า ‘คือเด็กที่ได้เรียนหนังสือ’” กรเล่าให้ฟัง&nbsp;</p>



<p>จากที่โครงการฯ มีตัวชี้วัดชัดเจน พร้อมหน่วยการเรียนรู้ตายตัว แต่เมื่อกรและเต้ยพยายามเข้าไปสอบถาม และเข้าใจเด็กๆ แบบที่มองเห็นตัวตนพวกเขาจริงๆ จนในที่สุดโครงการฯ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมที่เด็กๆ อยากทำจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่ร่างไว้ในกระดาษ เช่น ทำเล็บ ซ่อมมอเตอร์ไซค์ ขายของ ต่อขนตา ฯลฯ โดยหวังว่าเด็กจะนำทักษะไปต่อยอดเป็นรายได้ แต่ในความเป็นจริงกร และเต้ยพบว่าเด็กกลับต้องการอะไรมากกว่านั้น</p>



<p>“สุดท้ายเด็กไม่ได้อยากเป็นผู้ประกอบการ เด็กแค่ต้องการพื้นที่ที่เขาได้ ‘เป็นตัวเอง’ โดยไม่ถูกตัดสิน” กรกล่าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94685" style="object-fit:contain;width:400px;height:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-18.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>กิจกรรมทั้งหมดของโครงการฯ จึงถูกปรับเปลี่ยนจากเวิร์กช็อปทางการสู่การ “พูดคุยแบบเพื่อนมนุษย์” นั่งเล่นบอร์ดเกม พูดคุยเรื่องชีวิต ทำความรู้จักกันทีละคน จากที่หวังจะรวมเด็ก 30 คนในรอบเดียว กลับกลายเป็นต้องแบ่งกลุ่มย่อยนับสิบรอบเพื่อให้เด็กกล้ามาร่วม</p>



<p>“เราไม่ได้หวังว่าเขาจะต้องเรียนต่อ หรือต้องเปิดกิจการ เราแค่หวังว่าเขาจะรู้ว่าเขามีค่า และเขาสามารถเลือกชีวิตที่ดีขึ้นให้ตัวเองได้”&nbsp;</p>



<p>กรยอมรับว่าหนึ่งปีของโครงการ ไม่มีเด็กคนไหนได้ใบประกาศ ไม่มีใครสอบผ่านหลักสูตรใดๆ แต่สิ่งที่พวกเขาได้ คือการยอมรับตัวเอง และเห็นคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง</p>



<p>“ถ้าให้เปรียบว่าเราคืออะไรสำหรับวัดร้องหลอด เราขอเป็นน้ำตกที่คาเฟ่ละกัน เราจะอยู่ตรงนี้ ถ้าเด็กๆ อยากมาหาก็มา ถ้าไม่สบายใจอยากมานั่งพักผ่อนก็มา อยากมานั่งเล่นก็มา เราอยู่ตรงนี้เสมอ” เต้ยกล่าว&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-020725/">พวกเขาถูกสังคมด้อยค่าไปแล้ว อย่าให้เขาต้องด้อยค่าตัวเองอีกเลย : วัดร้องหลอดพื้นที่ที่มีคนพร้อมเข้าใจ และเชื่อว่า ‘เด็กทุกคนมีคุณค่า แม้จะไม่ได้อยู่ในระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ทำไมต้องปล่อยให้เด็กๆ เป็นเรื่องของโรงเรียนอย่างเดียว” พระครูพิศาล สังวรคุณ ตุ๊พี่แห่งวัดร้องหลอด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-250625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 25 Jun 2025 10:35:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[พระครูพิศาล สังวรคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[วัดร้องหลอด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาล้านนา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94192</guid>

					<description><![CDATA[<p>เราเข้าวัดบ่อยแค่ไหน ถ้าไม่ใช่วันพระ หรือวันสำคัญทางศาส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250625/">“ทำไมต้องปล่อยให้เด็กๆ เป็นเรื่องของโรงเรียนอย่างเดียว” พระครูพิศาล สังวรคุณ ตุ๊พี่แห่งวัดร้องหลอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เราเข้าวัดบ่อยแค่ไหน ถ้าไม่ใช่วันพระ หรือวันสำคัญทางศาสนา แต่ที่ ‘<strong>วัดร้องหลอด</strong>’ ตำบลเมืองพาน จังหวัดเชียงราย สถานที่นี้กลับมีผู้คนในชุมชนเดินเข้าออกวัดกันเป็นเรื่องปกติ บ้างก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวชามยักษ์ที่ตลาดหน้าวัด บ้างก็เข้ามายืมเตียงสำหรับผู้ป่วย บ้างก็มานั่งเล่นน้ำตกที่คาเฟ่วัดร้องหลอด บ้างก็พาลูกหลานมาซ้อมกลองกันตอนเย็น&nbsp;</p>



<p>เพราะนอกจากคงสถานะวัดแล้ว ที่นี่ยังเป็น ‘<strong>ศูนย์เรียนรู้ทางวัฒนธรรม วิถีชีวิตและภูมิปัญญาล้านนา</strong>’ ที่<strong>พระครูพิศาล สังวรคุณ</strong> เจ้าอาวาสวัดคนปัจจุบันที่ได้รับฉายาจากทางการบ่อยครั้งว่าเป็นพระนักพัฒนา พยายามทำให้ <em>“วัดทำหน้าที่ร้อยรัดคนในสังคมให้สามัคคีกันแบบที่วัดควรจะเป็นอย่างในอดีต”&nbsp;</em></p>



<p>โดยเริ่มจากการมองเห็นตัวตนของเด็กเยาวชน รวมถึงให้พื้นที่แก่เด็กหลุดระบบได้เรียนรู้ภายใต้ <strong>‘โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด’ 1 ใน 40 ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong></p>



<p>ดังนั้นแล้ววัดแห่งนี้ อาจจะมีเด็กวัยรุ่นขี่มอเตอร์ไซค์เป็นกลุ่มๆ เข้ามานั่งเรียนทำเล็บที่ศาลา นั่งเล่นบอร์ดเกม หรือรวมตัวกันที่คาเฟ่ของวัดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกของคนในชุมชน เพราะที่นี่คือวัดของทุกคนโดยแท้จริง&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-62.jpeg" alt="" class="wp-image-94195" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-62.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-62-300x225.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-62-768x576.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สังคมต้องเริ่มจากเด็ก ไม่ใช่ผู้ใหญ่&nbsp;</strong></h3>



<p>โครงการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนฐานเครือข่ายชุมชน กรณีศึกษาวัดร้องหลอด คือโครงการที่นำเด็กๆ นอกระบบมาเรียนรู้ตามทักษะชีวิตที่ต้องการ โดยที่มี <strong>เต้ย-รณชัย คำปิน และกร-ปกร นาวาจะ </strong>เป็นผู้ดำเนินงานโครงการ โดยการเรียนรู้ทั้งหมดตลอดโครงการเกิดขึ้นที่ศาลา หรือในบริเวณวัดร้องหลอด รวมถึงยังเป็นพื้นที่จัดงาน ‘<strong>กาดละอ่อน</strong>’ งานที่แสดงศักยภาพของน้องๆ เยาวชนนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ภาคเหนือ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>กรเล่าว่าเมื่อนึกถึงผู้ใหญ่ หรือพื้นที่ที่สนับสนุนเด็กๆ ในพื้นที่เมืองพาน สิ่งแรกที่เขาคิดคือวัดร้องหลอด ดังนั้นแล้วกรและเต้ยจึงเข้ามาปรึกษาพระครูพิศาล สังวรคุณ เจ้าอาวาสวัดร้องหลอดถึงโครงการที่เกิดขึ้น</p>



<p></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94197" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-64.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) เต้ย-รณชัย คำปิน, กร-ปกร นาวาจะ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ตุ๊พี่ฟังแล้วก็ไฟเขียวทันที บอกเอาเลย ทำเลย” กรกล่าว&nbsp;</p>



<p>แต่เดิมทุกเย็นที่วัดร้องหลอดจะมีการฝึกสอนเด็กๆ ตีกลอง หรือเสาร์อาทิตย์ก็จะมีการทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในบริเวณวัด ตุ๊พี่ (ในภาษาเหนือแปลว่าพระภิกษุ) จะเป็นผู้ฝึกสอนเองบ้างบางครั้ง เพราะพระครูพิศาล มีหลักคิดว่าการดึงราตๆ มาที่วัดคือรากฐานการแก้ปัญหาสังคม โดยเฉพาะต้องเริ่มจากเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ และใช้วัฒนธรรมเป็นตัวเชื่อมสังคมให้สามัคคีกันที่จะได้ผลมากกว่าการออกคำสั่งให้ทุกคนทำตาม</p>



<p>“ตอนปี 2534 อาตมาจบ ป.6 แล้วมาเป็นเด็กวัด จนบวชเป็นเณรแล้วได้เป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่นี่ ผูกพันกับวัดตลอดเวลา แต่พอบวชเรียนนานเข้าจึงเห็นความเปลี่ยนแปลง วัดไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ผู้คนไม่ค่อยเข้าวัด หรือคนจะเข้ามาก็คาดหวังวัดเป็นแบบอื่นแทนที่จะคาดหวังว่าวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจแบบในอดีต อาตมาเลยคิดว่าเราต้องทำวัดให้เป็นวัดแบบที่อาตมาเคยเจอมา”</p>



<p>พระครูพิศาลกล่าวเพิ่มเติมว่าเคยมีคนถามว่าทำไมวัดต้องอยากได้เด็กเข้ามาที่วัดด้วย ซึ่งพระครูก็ตอบไปตรงๆ ว่า <strong>วัดเป็นของคนทุกเพศทุกวัย</strong>&nbsp;</p>



<p>“ทำไมจะต้องปล่อยให้เด็กๆ เป็นเรื่องที่โรงเรียนต้องจัดการอย่างเดียว ตอนนี้ปัญหาทับซ้อนเยอะขึ้นทั้งตีกัน ยาเสพติด อีกอย่างถ้าเราไปจำกัดว่าฉันต้องทำหน้าที่แค่ 1 2 3 จะไม่ทำเกินหน้าที่ มันน่าจะช่วยอะไรสังคมไม่ได้ หรือถ้าบอกว่าหน้าที่ของพระแค่อยู่เฉยๆ นั่งปฏิบัติธรรมไปมันก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับสังคม คนก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากวัดเหมือนกัน”</p>



<p>“ชาวบ้านถวายข้าวกับพระ แล้วข้าวแล้วก็เป็นเลือดเป็นเนื้อขับเคลื่อนในร่างกายเรา เราก็เลยอยู่เฉยไม่ได้ต้องตอบแทนสังคมตรงนั้นบ้าง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94196" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-63.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">พระครูพิศาล สังวรคุณ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตุ๊พี่นอกจากเป็น ‘นักธรรม’ แล้วยังเป็น ‘นักทำ’ กับการสร้างพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้&nbsp;</strong></h3>



<p>ทำแล้วเห็นผลเลย คือสิ่งที่พระครูพิศาลสร้างความเชื่อมั่นแก่คนในชุมชน&nbsp;</p>



<p>เต้ย เล่าให้ฟังว่าวัดร้องหลอดมีพระประจำอยู่ 2 รูปคือเจ้าอาวาส กับพระอีก 1 รูป ส่วนการสร้างต่างๆ ถ้าชาวบ้านไม่เข้ามาช่วย เจ้าอาวาสก็จะลงมือเอง&nbsp;</p>



<p>“อันนั้นคือยุ้งฉางโบราณที่ชาวบ้านเอามาตั้งในบริเวณวัด ตุ๊พี่ก็ลงมือคุมเอง ถ้าไม่จ้างช่างตอกเสาก็ขึ้นเอง” เต้ยชี้ไปบริเวณที่กำลังทำการก่อสร้าง โดยที่มีเจ้าอาวาสยืนคุมงานอยู่&nbsp;</p>



<p>พื้นที่วัดร้องหลอด ประกอบไปด้วยศาลาการเปรียญ กุฏิเจ้าอาวาส ที่ทำการอนามัย พิพิธภัณฑ์บ้านโบราณ บ้านพักนักศึกษาแพทย์ ตลาดวัดร้องหลอด คาเฟ่วัดร้องหลอด&nbsp;</p>



<p>“ใช้วัฒนธรรมเชื่อมชุมชน สร้างชุมชนให้ดีกว่าเดิม ซึ่งศาสนาก็เป็นหนึ่งในวัฒนธรรมนะจริงไหม” พระครูพิศาล กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="685" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65-685x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94198" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65-685x1024.jpeg 685w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65-201x300.jpeg 201w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65-768x1148.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65-1027x1536.jpeg 1027w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-65.jpeg 1070w" sizes="(max-width: 685px) 100vw, 685px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ก่อนหน้านี้วัดร้องหลอดขึ้นชื่อเรื่องการเป็นพื้นที่การเรียนรู้ของนักศึกษาแพทย์สำหรับลงเก็บข้อมูลในชุมชน จนต้องมีบ้านพักสำหรับนักเรียนแพทย์ในบริเวณฝั่งซ้ายของวัด&nbsp;</p>



<p>“ที่นี่เราสนับสนุนให้บริจาคของใช้ผู้ป่วยอย่างเตียง หรือแพมเพิสผู้ใหญ่มากกว่าถวายสังฆทาน แล้ววัดก็จะเอาสิ่งของนั้นบริจาคให้กับผู้ที่ต้องการใช้ ถ้าเป็นเตียง หรือถังออกซิเจนก็จะมอบให้กับอนามัยเปิดให้คนทั่วไปเข้ามายืม”</p>



<p>เจ้าอาวาสยอมรับว่าพอแสดงจุดยืนของวัดไปอย่างนี้ ชาวบ้านไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกเนื่องจากความเชื่อโลกแห่งความตายว่าบริจาคสิ่งใดจะได้ใช้สิ่งนั้น แต่เจ้าอาวาสก็ค่อยๆ ทำให้ชุมชนได้เห็นว่าสิ่งของที่ชาวบ้านบริจาคมานั้นได้ใช้ประโยชน์จริงๆ&nbsp;</p>



<p>“ตอนนี้ชาวบ้านก็บริจาคเตียง ผ้าอ้อม แพมเพิส เราก็ปรับแนวคิดว่าการบริจาคนี้คือการส่งต่อสังฆทานบุญ”</p>



<p>ศูนย์บริการให้ยืมเครื่องมือทางการแพทย์ที่ดูแลโดยอนามัย จึงอยู่ในวัดร้องหลอดเช่นเดียวกัน เพราะนอกจากจะเป็นที่ทำการของ อสม. แล้ว ยังเป็นสถานที่ชาวบ้านจากทั่วสารทิศเข้ามายืมเตียงพยาบาล ถังออกซิเจน อุปกรณ์สำหรับผู้ป่วยติดเตียงที่ชาวบ้านเอามาบริจาคนั่นเอง&nbsp;</p>



<p>รวมถึงมีคาเฟ่วัดร้องหลอดที่นำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนแก่ผู้ป่วยติดเตียง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="896" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-66.jpeg" alt="" class="wp-image-94199" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-66.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-66-300x224.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-66-768x573.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“บรรยากาศดีไหม” ‘<strong>มุ้ย’ มณีรัตน์ อุปะละ</strong> บาริสต้าประจำคาเฟ่วัดร้องหลอดถามขณะชงเครื่องดื่มไปด้วย คาเฟ่วัดร้องหลอดเป็นบ้านไม้สองชั้น โอบล้อมไปด้วยสายน้ำ และมีน้ำตกขนาดใหญ่อยู่ข้างๆ มุ้ยทำงานที่คาเฟ่วัดร้องหลอดมาประมาณ 4-5 ปี ก่อนหน้านั้นเธอทำงานในกรุงเทพฯ แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวมุ้ยก็กลับมาที่เมืองพาน&nbsp;</p>



<p>“เริ่มต้นคืออยากทำคาเฟ่เลยไปแจ้งเจ้าอาวาส ซึ่งสรุปสุดท้ายก็ได้ทำ แต่เจ้าอาวาสจะไม่เอาเงิน ลองทำไปสักพักนึงต้นทุนร้านคาเฟ่มันสูงมาก ก็เลยปรับราคาแต่ว่าเงินส่วนนี้ก็จะเอาไปบริจาคผู้ป่วยผู้ยากไร้อยู่ดี”&nbsp;</p>



<p>บนเมนูในคาเฟ่วัดร้องหลอดจึงเขียนไว้บรรทัดสุดท้ายว่า “ทุกแก้วของท่านสมทบทุนช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง” </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-67.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">มุ้ย-มณีรัตน์ อุปะละ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่ให้เด็กๆ ได้โชว์สิ่งที่มี สิ่งที่เป็นแบบไม่ต้องกลัวอะไร&nbsp;</strong></h3>



<p>การเป็นศูนย์กลางด้านสาธารณสงเคราะห์ของชุมชนร้องหลอด ก็ไม่ได้ทำให้พระครูพิศาลทิ้งหลักการเดิมของการพัฒนาพื้นที่วัดเพื่อโอบรับเด็กๆ ผู้ที่จะส่งต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมได้ในอนาคต</p>



<p>แต่การดึงเด็กๆ รุ่นใหม่เข้าวัดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย พระครูพิศาลจึงเริ่มจากสิ่งที่เด็กต้องการจริงๆ โดยบทเรียนมาจากการใช้ประสบการณ์ที่เคยประสบมา&nbsp;</p>



<p>พระครูพิศาลเล่าอดีตตอนที่ยังเป็นเด็กวัดว่าการได้มาวัดทุกครั้งคือเรื่องสนุก แต่ถ้าเปรียบเทียบกับเด็กสมัยนี้อาจจะสวนทางกัน&nbsp;</p>



<p>“หน้าที่ของวัดคือการเป็นที่พึ่ง คนแก่อาจจะมาทำบุญนั่งสมาธิแต่กับเด็กๆ จะทำแบบนั้นไม่ได้ เลยลองถามเด็กๆ ว่าอยากทำอะไรบ้าง สรุปก็คืออยากเรียนดนตรี เราก็เลยมีการจัดสอนตีกลองแบบล้านนาที่จะเรียนกันทุกเย็น แล้วก็จะมีการแสดงโชว์ในวันสำคัญ คนในชุมชนก็จะเห็นว่าเด็กๆ ไม่ได้ไปมั่วสุมที่ไหน มาเล่นดนตรีแทน แล้วก็แสดงได้จริงใช้งานได้จริง”</p>



<p>จากการใช้ความสนุกอย่างดนตรีมาเป็นเครื่องล่อเด็กเข้าวัด ขยายต่อเนื่องจนกลายเป็นโครงการต่างๆ ที่มักจะชวนเด็กๆ ในชุมชนไปทำกิจกรรมมากกว่าอยู่บ้านเฉยๆ&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68.jpeg" alt="" class="wp-image-94202" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-68-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“เด็กๆ พอเห็นว่ามาวัดแล้วสนุก ได้ตีกลองก็ชวนกันมาเขาก็ตามกันมาเองโดยอัตโนมัติ หลังจากนั้นก็สร้างกิจกรรมแบบต่อเนื่องได้ เช่นแรกๆ จะเป็นจิตอาสาอย่างการพาไปเก็บขยะในชุมชนตามถนนหนทาง”</p>



<p>เก็บขยะเป็นกิจกรรมอาสาแรกๆ ของเยาวชนที่เกิดขึ้นที่วัด โดยแบ่งหลักการง่ายๆ ตามสายพื้นที่การบิณฑบาตของพระ</p>



<p>“ก็แบ่งเด็กๆ ตามสายพระ เช่นสายใต้ สายเหนือ ก่อนเริ่มกิจกรรมก็จะมารวมตัวกันที่วัด ถ้าเสาร์นี้ไปเก็บที่สายใต้ กลุ่มสายใต้ก็จะพาไป แล้วมีการแข่งขันประกวดสายไหนสะอาดสุดประมาณนี้ ซึ่งพอทำกิจกรรมแบบนี้เด็กๆ ก็เริ่มฝึกนิสัยไม่ทิ้งขยะข้างทาง”</p>



<p>หลังจากนั้นมาเด็กๆ กลุ่มที่มาวัดก็ขยับขยายเป็นการทำสาธารณประโยชน์อื่นๆ โดยที่เจ้าอาวาสช่วยดันหลังให้เป็นตัวแทนในการจัดกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ของชุมชนไปโดยปริยาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="765" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69-765x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94203" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69-765x1024.jpeg 765w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-69.jpeg 1196w" sizes="(max-width: 765px) 100vw, 765px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“เด็กๆ ก็จะทำกิจกรรมแถวหน้าวัด เช่นงานลอยกระทง งานปีใหม่ ซึ่งเขาก็จะประสานงานกันเองกับผู้ใหญ่บ้าน จัดปฏิทินกันเองแล้วชุมชนก็ตอบรับดี จนตอนนี้การพัฒนาด้านวัฒนธรรมก็ให้เด็กๆ เป็นคนดูแล เป็นคนขับเคลื่อนสู่ชุมชน”</p>



<p>“ตอนนี้ก็พยายามสร้างพิพิธภัณฑ์บ้านโบราณเพื่อเป็นศูนย์การเรียนให้เด็กไปมาดู ได้มาเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ไว้ในอนาคต เพราะพวกเขานี่แหละที่จะเป็นคนสืบสานต่อวัฒนธรรมของเรา”&nbsp;</p>



<p>เจ้าอาวาสยอมรับว่าการทำงานกับเด็กง่ายกว่าผู้ใหญ่เยอะ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนทัศนคติ&nbsp;</p>



<p>“เด็กเหมือนผ้าขาว เราสามารถจะสอนหรือแนะนำอะไรก็ง่าย แต่กับผู้ใหญ่ก็ต้องทำให้เห็นผลสำเร็จ เหมือนกับตอนที่พยายามพัฒนาวัฒนธรรมเก่าแก่ของพื้นที่นี้อย่างการตีกลอง แสดงดนตรีล้านนา ผู้ใหญ่ก็ยังตั้งคำถามบ้างว่าทำแล้วได้อะไร แต่พอเด็กๆ เอาสิ่งนี้ไปโชว์แสดงให้คนข้างนอก ตลอดจนโชว์ความเป็นวัฒนธรรมชุมชนร้องหลอดแล้วคนสนใจเยอะขึ้น สร้างชื่อเสียง ผู้ใหญ่บางคนก็ไม่มีข้อกังขาแล้วว่าจะฝึกสอนตีกลองตอนเย็นไปทำไม ตอนนี้มีแต่สนับสนุนให้ลูกหลานมาเรียนตีกลอง”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="768" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-70-768x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-94204" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-70-768x1024.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-70-225x300.jpeg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-70-1152x1536.jpeg 1152w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-70.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 768px) 100vw, 768px" /></figure></div>


<p></p>



<p>การทำงานกับทัศนคติของผู้ใหญ่ ก็ใช้หลักการเดียวกับสังฆทานต่อบุญที่ตอนแรกชาวบ้านไม่เห็นด้วยกับการบริจาคแพมเพิส เตียงผู้ป่วย เพราะเชื่อว่าจะได้ใช้ในอนาคต แต่เมื่อสิ่งนั้นสร้างประโยชน์แบบแท้จริง ชาวบ้านก็เห็นด้วยกับวิธีการนี้ในที่สุด</p>



<p>เมื่อถามว่าวัดในอุดมคติของพระครูพิศาล คืออะไร พระครูตอบว่าคือพื้นที่ของทุกคน และเป็นผู้ให้อย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<p>“วัดควรเป็นสถานที่ที่เมื่อเข้ามาแล้วอิ่มอกอุ่นใจทุกเพศทุกวัย เมื่อมาแล้วเด็กก็ได้ประโยชน์อย่างหนึ่ง ผู้ใหญ่ก็จะได้อีกอย่างหนึ่ง คนกลางวัยก็จะได้อีกอย่างหนึ่ง”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : มยุรา ยะทา <br>ภาพ : ธาตรี แสงมีอานุภาพ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-250625/">“ทำไมต้องปล่อยให้เด็กๆ เป็นเรื่องของโรงเรียนอย่างเดียว” พระครูพิศาล สังวรคุณ ตุ๊พี่แห่งวัดร้องหลอด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
