<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 11 Dec 2022 07:25:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรียนรู้ผ่าน ‘ผ้าไหม’ โรงเรียนห่างไกลก็มีคุณภาพได้ โครงการ TSQP โรงเรียนบ้านขุนหาญ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/taqp-silk-080322/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=taqp-silk-080322</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 08 Mar 2022 03:42:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ศรีสะเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านขุนหาญ]]></category>
		<category><![CDATA[ฐานสมรรถนะ]]></category>
		<category><![CDATA[ดวงหทัย อุ่นใจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52625</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘บ้านขุนหาญ’ เป็นท้องถิ่นหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีวัฒนธรรมก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/taqp-silk-080322/">เรียนรู้ผ่าน ‘ผ้าไหม’ โรงเรียนห่างไกลก็มีคุณภาพได้ โครงการ TSQP โรงเรียนบ้านขุนหาญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>‘บ้านขุนหาญ’ เป็นท้องถิ่นหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีวัฒนธรรมการทอผ้าไหมสืบต่อมายาวนาน โดยทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในวิถีประจำวันของผู้คน ทั้งในระดับวิสาหกิจชุมชน จนถึงตามครัวเรือนต่าง ๆ ที่ทำกันเป็นอาชีพรองในยามว่างหลังฤดูเก็บเกี่ยว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3aebec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/Photo1_เรียนรู้ผ่านผ้าไหม_Templane.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘โรงเรียนบ้านขุนหาญ’ อ.บ้านขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โรงเรียนหนึ่งใน โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จึงมีแนวคิดในการสร้าง ‘โรงเรียนแห่งอนาคต’ ที่งอกเงยขึ้นจากรอยทางของภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยได้<strong>นำ ‘ฐานทุน’ ที่มีอยู่เดิมมาบูรณาการให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม โดยร้อยสามเสาหลัก คือ บ้าน ชุมชน และโรงเรียน มาสร้างเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้สาระวิชาต่าง ๆ ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘ผ้าไหม’ ด้วยเป้าหมายที่จะผลิต ‘นวัตกรชุมชน’ ซึ่งสามารถนำพื้นฐานความรู้-ความเป็นมาของหัตถกรรมท้องถิ่น มาประสานเข้ากับทักษะในศตวรรษที่ 21 เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เข้าไปมีที่ทางในโลกสมัยใหม่ได้</strong></p>



<p>“เราอยากให้เด็ก ๆ ภาคภูมิใจในวัฒนธรรม ในงานหัตถกรรมท้องถิ่น ด้วยหลักสูตรที่เขาจะค่อย ๆ ซึมซับ ชื่นชม เชิดชู และยกระดับความรู้ความสนใจให้ไปได้ไกลกว่าแค่การอนุรักษ์เอาไว้&#8221;</p>



<p>“ดังนั้นในหลักสูตรฐานสมรรถนะที่โรงเรียนออกแบบ จึงมุ่งไปที่การเปิดกว้างทางความคิดสร้างสรรค์ แน่นอนว่าประการแรก <strong>เขาต้องสามารถนำไปประกอบอาชีพและมีรายได้ ส่วนพ้นไปจากพื้นฐานตรงนั้น เด็ก ๆ ต้องมองเห็นถึงทิศทางที่จะพาฐานทุนเดิมของชุมชนไปข้างหน้า เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ ๆ ให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ เปิดตลาดให้กว้างออกไป โดยเชื่อมโยงผ่านทักษะและเทคโนโลยีในยุคสมัยของเขา”</strong></p>



<p>‘ครูนก’ดวงหทัย อุ่นใจ โรงเรียนบ้านขุนหาญ กล่าวว่า หลังเข้าร่วมโครงการ ฯ โรงเรียนได้ทำการวิเคราะห์บริบทฐานทุนของโรงเรียน และได้คำตอบว่าชุมชนอันเป็นที่ตั้งของโรงเรียน มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่แข็งแรงในเรื่องการทอผ้าไหม ขณะที่ครอบครัวของนักเรียนส่วนใหญ่ต่างทำกันเป็นอาชีพเสริมอยู่แล้ว จึงนำมาจัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะในระดับประถมศึกษาตอนปลาย (ป.4-ป.6) จากนั้นเริ่มงานในปีแรก (2563) ด้วยการวางแผนอบรมพัฒนาครู และช่วยกันพัฒนาหลักสูตรตั้งแต่กระบวนการเขียนแผนการเรียนรู้ กำหนดหรือสร้างเครื่องมือ วิธีการวัดประเมินผล จนได้ลงกิจกรรมและจัดการเรียนการสอนจริงในปีการศึกษา 2564</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-509a50"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/Photo2_เรียนรู้ผ่านผ้าไหม_Templane.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ทำให้โรงเรียนต้องจัดการสอนออนไซต์สลับออนแฮนด์เป็นบางช่วง เราจึงออกแบบบทเรียนที่เริ่มจากเรื่องราวใกล้ตัวเด็ก ให้เขานำกลับไปเสาะหาค้นคว้าข้อมูลพื้นฐานด้วยตัวเองที่บ้าน ปูพื้นเรื่องกระบวนการทอผ้าไหมและงานหัตถศิลป์ต่าง ๆ</p>



<p>“พอมาโรงเรียนได้ก็ลองลงกิจกรรมกัน อย่างในชั้น ป.6 จะมีการออกแบบลวดลายด้วยโปรแกรม Canva ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับช่วยสร้างอาร์ตเวิร์ค หรือทำกราฟิกง่าย ๆ จากนั้นครูจะพาลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูลจากชุมชน ตั้งแต่ความเป็นมาของการทอผ้าไหม รวมไปถึงศึกษาลวดลายต่าง ๆ ของผ้าไหมเอกลักษณ์บ้านขุนหาญ แล้วรวบรวมเป็นแหล่งข้อมูลกลางเพื่อต่อยอดการค้นคว้าและความคิดสร้างสรรค์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de7514"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/Photo3_เรียนรู้ผ่านผ้าไหม_Templane.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วย<strong>กระบวนการเรียนรู้ที่เป็นการมุ่งสืบค้นเข้าไปในครอบครัวและชุมชนของตัวเอง เด็ก ๆ จึงรู้สึกสนุกกับข้อมูลใหม่ ๆ ภูมิใจในวัฒนธรรมการทอผ้าที่กระจัดกระจายในแถบอีสานทั้งภูมิภาค ตื่นเต้นกับลวดลายของผ้าที่โดดเด่นแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น ได้ทำความเข้าใจเรื่องภูมิศาสตร์ สภาพสังคม หรือประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดอัตลักษณ์ทางภูมิปัญญาที่ต่างกัน</strong> โดยหลังจากนั้นครูในฐานะผู้อำนวยการการเรียนรู้ จะค่อย ๆ เสริมความเป็นไปได้ของการต่อยอดฐานชุมชน ว่ามีทิศทางที่สามารถไปได้อีกมาก และชวนเด็ก ๆ ระดมความคิดในการปรับหรือหาวิธีการนำพาผลิตภัณฑ์ชุมชน ให้ไปสู่การเป็นนวัตกรรมร่วมสมัย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทลายกำแพง บ้าน โรงเรียน ชุมชน&nbsp;</strong></h2>



<p>ครูนกระบุว่า ไม่เพียงแค่น้อง ๆ ที่เพลิดเพลินกับการเรียนรู้ แต่ครูเองก็เหมือนกับได้เรียนรู้สิ่งใหม่ไปพร้อมกับเด็กด้วยเมื่อได้ลงพื้นที่ชุมชน ก่อนที่จะนำเอาความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์เป็นโจทย์ในแต่ละสัปดาห์ โดยเด็ก ๆ สามารถมีส่วนช่วยกำหนดว่าอยากเรียนรู้เรื่องอะไร ด้วยการค้นคว้าด้วยตัวเอง ลงพื้นที่ แล้วกลับมานำเสนอ พูดคุย สร้างบทเรียนใหม่ ๆ ไปด้วยกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-76f6f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/Photo5_เรียนรู้ผ่านผ้าไหม_Templane.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในกระบวนการตั้งแต่ต้น จะเห็นว่า<strong>เราได้เปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ในการเรียนที่ไปไกลกว่าผนังห้องเรียน หรือรั้วโรงเรียน เรามีแหล่งความรู้ที่อยู่ในชุมชน ซึ่งให้ความร่วมมืออย่างดีในการเข้ามาเป็นวิทยากร โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ปกครองที่เขาทอผ้าไหมเป็นอาชีพอยู่แล้ว เป็นคุณย่าคุณยายที่เขาก็สนุกเช่นกันที่ได้เข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้เด็ก ๆ</strong></p>



<p>“สำหรับสถานะของครู เราเป็นแค่ผู้นำการเรียนรู้ ผู้จุดประกายความสงสัย แต่ครูจริง ๆ ในกระบวนการคือบ้าน คือชุมชน เด็ก ๆ บางคนเขาเห็นกี่ทอผ้า เห็นอุปกรณ์ที่มีในบ้าน แต่เขาไม่รู้จักมาก่อน ก็เริ่มสังเกต ตั้งคำถาม บันทึก แล้วเอามาแลกเปลี่ยนที่โรงเรียน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สร้าง ‘นวัตกรน้อยบ้านขุนหาญ’ ร่วมยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน&nbsp;</strong></h2>



<p>ครูนกกล่าวว่า แม้วันนี้หลักสูตรที่ออกแบบขึ้นจากฐานทุนของชุมชนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่โรงเรียน ชุมชน และผู้ปกครองของเด็ก ๆ ต่างมองไปในทางเดียวกันว่า ด้วยการสนับสนุนของโครงการ ฯ และความร่วมมือของคนในท้องถิ่น จะทำให้แผนการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาที่มีอาชีพของคนในชุมชนเป็นฐานความรู้ จะสามารถเดินไปได้ตามที่ตั้งใจไว้ รวมไปถึงการการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการสร้าง ‘นวัตกรน้อยบ้านขุนหาญ’ ให้เป็นพลังของคนรุ่นใหม่ ยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนขึ้นเป็นสินค้ายอดนิยมได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-231a62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/Photo6_เรียนรู้ผ่านผ้าไหม_Templane.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โรงเรียนสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้ ด้วยความรู้ กรอบแนวทาง งบประมาณ ของโครงการ ฯ รวมถึงความช่วยเหลือจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น จนวันนี้เราสามารถสร้างโรงทอผ้าไหม และจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นได้ครบครัน“</p>



<p>“สำหรับอนาคต เรามองว่าหลักสูตรจะสามารถผลักดันเด็ก ๆ ไปถึงจุดที่เขาสามารถคิดค้นดัดแปลงลวดลาย จนเป็นแบบฉบับของตัวเองได้ เพราะตอนนี้แม้ในถิ่นเราจะทอผ้าไหมกันอยู่ทั่วไปก็จริง แต่ถ้าพูดถึงในเชิงพาณิชย์ เรายังต้องศึกษาเรื่องตลาดออนไลน์ การประชาสัมพันธ์ หรือเทคนิควิธีการที่ทันยุคทันสมัยอีกมาก แต่เรามองว่าเด็ก ๆ รุ่นนี้ เขาเข้าใจเครื่องมือและเทคโนโลยีมากกว่า มีทักษะที่ก้าวไปไกลกว่าคนรุ่นพ่อแม่หรือครูของเขา ซึ่งเราเชื่อว่านี่คือโจทย์ที่ท้าทาย เมื่อเขาต้องมาช่วยขายผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดให้กว้างออกไป เพื่อพาผ้าไหมของคุณย่าคุณยายไปให้ถึงสายตาชาวโลกให้ได้”&nbsp;</p>



<p><strong>และนี่คือต้นแบบหนึ่งของโรงเรียนแห่งอนาคต ที่แม้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่ก็สามารถพัฒนาหลักสูตร บุคลากร ไปจนถึงระบบบริหารจัดการโรงเรียน โดยนำฐานทุนเดิมมาปรับใช้ ผสมผสานจนเกิดหลักสูตรแนวทางใหม่ ๆ เพื่อต้องการไปให้ถึงเป้าหมายคือ พัฒนาผู้เรียน โรงเรียน และชุมชนได้พร้อม ๆ กัน</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/taqp-silk-080322/">เรียนรู้ผ่าน ‘ผ้าไหม’ โรงเรียนห่างไกลก็มีคุณภาพได้ โครงการ TSQP โรงเรียนบ้านขุนหาญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรียนรู้แนวทาง “สร้างจิตวิทยาเชิงบวก” และ “ทฤษฎีผ้าขี้ริ้ว” ของโรงเรียนบ้านเบิด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-tsqp-banboet-school/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-tsqp-banboet-school</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Sep 2021 12:39:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยาเชิงบวก]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเบิด]]></category>
		<category><![CDATA[สมหมาย สันวัง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46185</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากโรงเรียนขนาดกลางที่เปรียบเหมือนเป็น “รถเก่า” ​วิ่งได [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-banboet-school/">เรียนรู้แนวทาง “สร้างจิตวิทยาเชิงบวก” และ “ทฤษฎีผ้าขี้ริ้ว” ของโรงเรียนบ้านเบิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากโรงเรียนขนาดกลางที่เปรียบเหมือนเป็น “รถเก่า” ​วิ่งได้เรื่อยๆ ​​​ไม่เต็มศักยภาพของตัวเอง จนกระทั่งวันหนึ่งผู้บริหารนำทีมยกเครื่องใหม่ เปลี่ยนยาง ปรับนั่นแต่งนี่ จนทุกวันนี้ “รถเก่า” ที่เคยวิ่งแบบหวานเย็นกลับกลายเป็น “รถแข่ง” ที่ถูกจับตามอง</p>



<p>ปัจจุบัน<strong>โรงเรียนบ้านเบิด จังหวัดสุรินทร์</strong> กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่หลายโรงเรียนให้ความสนใจมาดูงาน จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นคะแนนสอบ O-NET, RT, NT รวมทั้งนักเรียนที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าแสดงออก มีระเบียบวินัย </p>



<p>นับเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างความสำเร็จ จากโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เริ่มต้นจาก School Goals<br>กำหนดทิศทางการพัฒนาโรงเรียน</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93553b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-12.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมหมาย สันวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเบิด</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>สมหมาย สันวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเบิด</strong> เล่าให้ฟังถึงเส้นทางความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า มาจากการร่วมกันตั้งเป้าหมายของโรงเรียนหรือ School Goals โดยระดมสมองช่วยกันคิด ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน ที่มาช่วยกันวาดภาพอนาคตว่าอยากเห็นโรงเรียนบ้านเบิดในวันข้างหน้าเป็นอย่างไร</p>



<p>จนได้ข้อสรุป 7 ข้อ แบ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนคือ 1.การพัฒนาหลักสูตร​ 2.การพัฒนาคุณธรรม​ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับครู คือ 3.การปรับการสอนเป็นแบบ Active Learning 4.ใช้กระบวนการ PLC ในการขับเคลื่อน ส่วนของผู้บริหารคือ 5.การทำงานเชิงรุก ไม่ต้องรอนโยบายหรือคำสั่ง 6.กระบวนการทำงานเป็นทีม และส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครองคือ 7.การเข้ามามีส่วนร่วมของผู้ปกครองและเป็นต้นแบบให้กับนักเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7846a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>School Goal จะครอบคลุมเป้าหมายที่เป็นตัวกำหนดทิศทางทั้งหมดของผู้บริหาร​ ครู นักเรียน ผู้ปกครอง ​ซึ่งถอดมาเป็นสามแนวทางที่สำคัญคือ </p>



<p>1.การสอนแบบ Active Learning 2.ห้องเรียนคุณภาพ และ 3.ระบบช่วยเหลือนักเรียน  “​สิ่งสำคัญคือนักเรียนมีความสุขในการเรียน เปลี่ยนจากการท่องจำ เรียนจากตำรามาสู่ Active Learning จากที่ครูเคยเป็นนักแสดง แต่พอ Active Learning ครูจะเป็นแค่ผู้กำกับ ให้นักเรียนเป็นนักแสดง เราจะใช้หลักผังความคิดหรือ Mind Mapping เป็นเครื่องมือช่วยขับเคลื่อนให้ครูเห็นภาพชัด เวลาอธิบายก็จะง่ายขึ้น”​</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Mind Mapping ระดมความเห็นสู่การร่วมถอดบทเรียน</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-051cc0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการระดมความคิด ครูก็จะช่วยกันออกแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning จนมาออกแบบเป็นขั้นตอน&nbsp;</p>



<p>1.วางแผน ออกแบบการสอนกับเพื่อนครูเป็นระบบบัดดี้ ผลัดกันดูว่าแผนที่วางไว้เป็นอย่าไร แล้วให้คำแนะนำซึ่งกันและกัน<br>2.ลงมือปฏิบัติ นำแผนไปทำการสอน โดยบางครั้งจะมีมีครูหรือหัวหน้างานลงไปร่วมสังเกต <br>3.สะท้อนผล วิพากษ์กันแบบเพื่อนต่อเพื่อน และส่งคลิปการสอนไปในไลน์กลุ่มโรงเรียน ครูจะเกิดการพัฒนา กระตือรือร้นในการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น <br>4.ถอดบทเรียน ทุกสิ้นเดือนครูทุกคนจะเลือกตัวอย่างมาทำ Mind Mapping ถอดบทเรียนร่วมกันในภาพใหญ่</p>



<p>“การสอนแบบ Active Learning ทำให้การเรียนดีขึ้น เห็นผลชัดเจน เด็กมีความสุขขึ้น ผลสัมฤทธิ์ดีขึ้น ครูเองก็แอคทีฟขึ้น ต้องถอดหัวโขน เลิกประสบการณ์แบบเดิมที่ยึดตัวเองเป็นสำคัญ เช่น เดิมสอนวิทยาศาสตร์ก็บอกให้เปิดหนังสือดูการทดลองหน้านั้นหน้านี้ แต่ตอนนี้ครูมาของบให้เด็กทำการทดลอง ซึ่งได้ กสศ.เข้ามาช่วยสนับสนุน ขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นระบบ” ​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-97758e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกทั้งผู้บริหารเองก็ต้องเข้าใจครู จะเปลี่ยนแบบทันทีก็จะกลายเป็น “ปลาน็อกน้ำ” เราก็ต้องมาคุยกับครูว่า ถ้าเขาจะเปลี่ยนเป็น Active Learning แล้วมีปัญหาอะไร เช่น สอนไม่ทัน ก็ต้องดูว่าทำไมสอนไม่ทัน แล้วจะแก้ยังไง ใช้วิธีการจับคู่เขียนแผน วิพากษ์แผน ถอดบทเรียนสรุป โดยได้ทาง สพป.สุรินทร์ เขต 2 มาช่วยเป็นโค้ชดูแลอย่างใกล้ชิด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พัฒนาห้องเรียนคุณภาพ<br>สร้างจิตวิทยาเชิงบวก</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10b569"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านสภาพแวดล้อมก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเรียนรู้  เมื่อห้องเรียนเริ่มเก่าก็ ทำให้เกิดการพูดคุยกันว่า  สภาพแวดล้อมที่ดีต้องมีอะไรบ้าง ก็มา Mind Mapping กันเพื่อหาข้อสรุปของห้องเรียนคุณภาพว่าต้องมีอะไรบ้าง เช่น บริบทที่เอื้อต่อการเรียนรู้ สะอาด สวยงาม ปลอดภัย มีสื่อการสอนที่ดี ได้ธรรมชาติสวยงามคงเดิมห้องเรียน แล้วก็จัดทำให้เป็นไปตามนั้น</p>



<p>อีกด้านคือการสร้างจิตวิทยาเชิงบวกกับนักเรียน ไม่ดุด่านักเรียน เพราะจะทำให้เด็กไม่อยากมาเรียน แต่ถ้าเราพูดกับเขาด้วยเหตุด้วยผล เขาก็จะกล้าแสดงออก หรือถ้าทำดีก็ต้องชมเขา แล้วค่อยเสริมข้อเสนอแนะเพิ่มเข้าไป หรือถ้าเขาทำผิด เราอาจไม่ต้องไปบอกว่าเขาทำผิดแล้ว แต่ค่อยๆ อธิบาย เขาก็จะรู้ตัวว่าเขาผิดเอง และต้องหาทางแก้ไข ทำให้เกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“ทฤษฎีผ้าขี้ริ้ว” แก้ปัญหาเด็กติดเกม</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ff927"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางโรงเรียนให้ความสำคัญกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เด็กบางคนมีปัญหาติดเกม ไม่มาโรงเรียน เราก็ใช้ “ทฤษฎีผ้าขี้ริ้ว” เพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากมาเรียน โดยท้าทายให้เด็กแข่งกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่าใครจะมาเรียนก่อนกัน หากเขามาก่อนก็ไปลงชื่อ และใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดโต๊ะห้องประชุม จะได้รู้ว่าเขามาโรงเรียนแล้ว</p>



<p>“บางครั้งเราก็ต้องแพ้บ้าง มาสายกว่าเขาบ้าง ให้เขาได้รู้สึกว่าวันนี้ชนะ ผอ.นะ หรือช่วงไหนเขาเริ่มมาสาย เราก็มาให้เร็วขึ้น กระตุ้นให้ต้องมาเร็วขึ้นกว่าเดิม พอมาเขาก็เช็ดโต๊ะ เอาผ้าขี้ริ้วไปซักเก็บอย่างดี ทำแบบนี้เขาก็มาโรงเรียน ไม่หนีเรียน​ อีกด้านหนึ่งเราก็จำกัดให้เขาเล่นเกมน้อยลง พอเขาทำได้ดี หมดเทอมเราก็ให้รางวัลเขา ทุกวันนี้ก็ไม่มีปัญหา”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">Q-info ระบบทุ่นแรงดูแลเด็กทุกคนไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a30a9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเบิดอธิบายเพิ่มว่า ยึดหลักต้องดูแลเด็กทุกคน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&nbsp;</p>



<p>“ต้องคอยเดินไปสอดส่องดูแล เด็กคนไหนเก่งก็ปล่อยให้ครูดูแลไปได้ แต่ถ้าเด็กคนไหนมีปัญหา ต้องอยู่ในบัญชีที่เราติดตามคอยถามครูตลอดว่า ตอนนี้เป็นอย่างไร ปล่อยไม่ได้ เราเป็นผู้บริหาร ต้องทำงานเป็นทีม ต้องลงไปช่วยกันหาทางแก้ปัญหาด้วยกัน</p>



<p>“ปัจจุบัน กสศ.​ มีระบบ Q-info มาสนับสนุนทำให้การดูแลนักเรียนเป็นเรื่องง่ายขึ้น ในฐานะผู้บริหาร แค่เปิดหน้าจอดูก็จะเห็นภาพรวมของทั้งโรงเรียน ตั้งแต่ผลการเรียน การขาด ลา มาสาย เราจะเห็นว่าตรงไหนที่เป็นปัญหา ก็จะเข้าไปแก้ไขได้ทันที เช่น เด็กคนนี้ทำไมผลการเรียนต่ำกว่าคนอื่น เราก็จะโฟกัสไปที่เด็กคนนี้ หรือกำชับให้ครูช่วยติดตามเด็กคนไหนที่ขาดเรียนบ่อย ระบบนี้ทำให้ทำงานสะดวกขึ้น เมื่อก่อนอาจต้องใช้วิธีขี่จักรยานไปทั่วโรงเรียน 52 ไร่ แต่ตอนนี้เปิดหน้าจอก็เห็นข้อมูลเด็กได้หมดทุกคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8246a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/29-TSQP-โรงเรียบ้านเบิด-สุรินทร์-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากโรงเรียนที่เหมือนรถเก่าวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่เต็มที่ วันนี้เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนยาง     ปรับจูนทุกอย่างให้ดีขึ้น วิ่งเร็วขึ้น จากรถเก่าเป็นรถแข่งที่วิ่งได้เร็วจนมีคนมาดูงานตลอด มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกด้าน ตั้งแต่ผู้บริหาร ครู เด็ก แม้แต่ชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ซึ่งเรามีเป้าหมายไม่ใช่แค่ผลสัมฤทธิ์ แต่ต้องดูแลเด็กในทุกมิติ ทั้งนิสัยใจคอ ระเบียบวินัย ให้เขาจบออกไปมีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี ทำประโยชน์ให้สังคม”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-tsqp-banboet-school/">เรียนรู้แนวทาง “สร้างจิตวิทยาเชิงบวก” และ “ทฤษฎีผ้าขี้ริ้ว” ของโรงเรียนบ้านเบิด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปรับการสอนตามความต้องการ​สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-28-02-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp-28-02-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2021 01:00:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตัวเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27511</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-28-02-21/">ปรับการสอนตามความต้องการ​สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP)</strong>  หรือ <strong>“โรงเรียนพัฒนาตัวเอง”</strong>  เป็นหนึ่งในความพยายามของ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนในโรงเรียนขนาดกลาง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวกับครูและผู้บริหารโรงเรียน ว่าปัจจัยความสำเร็จของโครงการนี้อยู่ที่ผู้บริหารที่จะเป็นผู้นำคุณครูไปสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งก</span><span style="font-weight: 400;">ารพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) มีองค์ประกอบที่สำคัญเรื่องแรกคือครูจะต้องรู้จักศักยภาพของเด็กแต่ละคน ยกตัวอย่างลูกศิษย์ที่โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ เคยมีคนที่เขามาเรียนทุกวันแต่ไม่เคยเข้าห้องเรียนเพราะเบื่อสอนอะไรเขาก็รู้หมดแล้ว ต่อมาเราค้นพบว่าเขาเป็นอัจฉริยภาพด้านคอมพิวเตอร์ ปัจจุบันจบปริญญาโทด้านคอมพิวเตอร์ รวมทั้งอีกหลายคนที่เขาไม่ได้เรียนเก่งแต่เขามีความสามารถด้านอื่นเช่น บางคนเล่นกีฬาเก่ง เล่นดนตรีเก่ง เล่นโขนเก่ง มีความสามารถเป็นพิธีกร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันเราทั้งหลายกำลังถูกล้อมโดยหลักสูตรที่ขยับได้ยาก ตอนนี้เรากำลังคลี่คลายสิ่งเหล่านี้ หากเรารู้ศักยภาพของเด็ก หรือรู้ว่าแต่ละคนมีปัญหาอะไร บางคนซึมเศร้า เราก็เข้าไปช่วยทุกวิถีทางทั้งส่งครูไปสอบที่โรงพยาบาล จนทุกอย่างผ่านวิกฤตไปได้ ก็จะช่วยลดจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปในแต่ละปีได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปรับการสอนตามความต้องการ<br />
ลดอัตราเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</h3>
<p><figure id="attachment_27517" aria-describedby="caption-attachment-27517" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-27517 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/อ.ดารณี-TSQP-005.jpg" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-27517" class="wp-caption-text">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันมีเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา  70,000 คน  สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฐานะความยากจนของครอบครัว แต่สาเหตุสำคัญที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามาจากการเรียนการสอนในห้องเรียน ไม่ตอบสนองสิ่งที่พวกเขาอยากเรียน ดังนั้นหากปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนให้สอดรับกับความต้องการของเด็กๆ ย่อมสามารถลดจำนวนเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา โดย​การเรียนการสอนแบบ Active Learning จะทำให้เห็นศักยภาพของเด็กแต่ละคน หากเป็นการเรียนการสอนแบบยืนสอนหน้าชั้นเรียนจะไม่สามารถมองเห็นได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ดารณี อธิบายว่า อีกองค์ประกอบที่สำคัญคือการรวมพลังของครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียน  รวมทั้งเปิดให้นักเรียนมีส่วนประเมินผลการเรียนของตนเอง เพื่อนำไปสู่การเรียนรู้และกำกับตัวเองถือเป็นซอฟท์สกิลที่โลกในยุคหลัง COVID-19 กำลังต้องการ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สร้างการเรียนรู้ตามวัย และระดับพัฒนาการ</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27514" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/อ.ดารณี-TSQP-001.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกองค์ประกอบคือเรื่องการเรียนรู้ตามวัยหรือตามระดับพัฒนาการ ซึ่งเด็กม.3 บางคน อาจเก่งในวิชาที่เขาถนัดมากว่าเด็กม.5 โดยจะเห็นว่าที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกาไม่เคยขาดแคลนครูเพราะเขาใช้วิธีการสอนคละชั้น ซึ่งถือว่าได้ประโยชน์ถ้าเข้าใจเทคนิควิธีการสอน เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกันต้องได้รับการพัฒนาไปตามวัย และคำนึงถึงเรื่อง “พหุปัญญา” เมื่อด้านหนึ่งโดดเด่นก็อาจมีอีกด้านที่ด้อย เด็กออทิสติกบางคนมีอัจฉริยภาพด้านศิลปะส่งผลงานประกวดได้รางวัลระดับนานาชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่สำคัญคือการดูแลแก้ไขปัญหาความเสี่ยงของนักเรียนแต่ละคน  จากข้อมูลจะพบว่าเด็กปฐมวัย 30 % มีพัฒนาการไม่สมวัย เช่น เรื่องการสื่อสาร ดังนั้นจะต้องกระตุ้นการพัฒนาในส่วนที่เป็นปัญหา​กลุ่มเสี่ยงบางคนที่หลุดไปจากระบบการศึกษาเมื่อเห็นเพื่อนเขาเรียนแบบ Active Learning ก็ทำให้เขากลับมาเรียนต่อ การปรับการเรียนการสอนจึงมีส่วนช่วยให้เด็กหลุดออกนอกระบบได้น้อยลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เน้นพัฒนา ซอฟท์ สกิล ที่ AI ทำไม่ได้</b></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27515" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/อ.ดารณี-TSQP-003.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.​ กล่าวว่า การพัฒนาโรงเรียนขนาดกลางที่มีนักเรียนด้อยโอกาสให้พัฒนาตนเองได้ทั้งระบบ จะสามารถเป็นต้นแบบขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น ซี่งก่อนที่เด็กจะเปลี่ยน ครูจะต้องเปลี่ยนต้องได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้เกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 รวมทั้งสนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างเครือข่ายพัฒนาคุณภาพโรงเรียนตามแนวทาง Active Learning พร้อมสนับสนุนการศึกษาวิจัย ติดตามประเมินผล</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาต้องสอดคล้องกับโลกอนาคต ต้องพัฒนาทักษะทั้ง IQ EQ  จนปัจจุบันมีDQ หรือ ความฉลาดทางดิจิตอล Digital Intelligence  ไปจนถึงการพัฒนา ซอฟท์ สกิล โดยเน้นทักษะในสิ่งที่ ปัญญาประดิษฐ์​(AI) ทำไม่ได้ ทั้งการสื่อสาร ความร่วมมือ การคิดวิเคราะห์ และคิดสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการปฏิสัมพันธ์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>เสริมสมรรถนะ “ยืดหยุ่น” พร้อมรับวิกฤต</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27516" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/อ.ดารณี-TSQP-002.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในอนาคตสมรรถะที่สำคัญมีหลายเรื่องทั้งการปรับตัว ​ความสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์ ความยืดหยุ่นรับมือกับความยากลำบาก ที่ผ่านมามีเด็กยากจนพิเศษ 700,000 คน แต่ในปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 1 ล้านคน พ่อแม่บางคนที่เคยยากจนกลายเป็นยากจนพิเศษ ความยืดหยุ่นจะช่วยรับมือในการเผชิญวิกฤต ที่ครูจะต้องสอนให้เขามีความเข้มแข็ง และนำมาสู่การกำกับตัวเอง ​ ทั้งหมดจะมี  Active Learning เป็นหัวใจสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หวังว่าจากนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน ซี่งไม่ได้วัดผลกันแค่ว่าเปลี่ยนแล้วนักเรียนได้เกรดเพิ่มในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แต่เราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็ก มีการพัฒนาซอฟท์ สกิล  ต่อไปจะได้ขยายไปยังโรงเรียนอื่นในพื้นที่  เด็กๆ จำนวนมากได้รับประโยชน์จากความเปลี่ยนแปลงจึงขอฝากความหวังไว้กับพวกเราทุกคน”  รศ.ดร.ดารณี กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><b>สร้างเครือข่าย ต้นแบบ รร.พัฒนาตนเอง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27518" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/อ.ดารณี-TSQP-004.jpg" alt="" width="855" height="569" /> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน<strong> ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</strong>​ กล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งระบบ คือการพัฒนาโรงเรียนอย่างเป็นระบบด้วยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน<br />
ทั้งผู้บริหาร ครู บุคลากรในโรงเรียนไปจนถึงการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ คุณลักษณะ และพฤติกรรมของนักเรียนด้วย ภารกิจ 3 ด้านคือ การบริหารจัดการ การจัดการเรียนการสอน การสนับสนุนสภาพแวดล้อมและสิ่งต่างๆ   </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเ​ป้าหมายที่หวังผลคือ “โรงเรียน” สามารถคิดและพัฒนาคุณภาพตนเองได้ทั้งระบบและเป็นต้นแบบการพัฒนาขยายผลไปยังโรงเรียนอื่น  “ครู” มีทักษะจัดการเรียนรู้ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Active Learning)  สามารถพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21  “เครือข่าย”​ เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในระดับโรงเรียน ระหว่างโรงเรียน และชุมชน เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพโรงเรียน</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-28-02-21/">ปรับการสอนตามความต้องการ​สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘กล่องดำ’ ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเองช่วยให้การศึกษาไม่หยุดชะงัก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp-03-02-21/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp-03-02-21</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Jan 2021 11:58:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนคุณภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[กล่องดำ]]></category>
		<category><![CDATA[บรรจบ เทตะรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26614</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังการระบาดของโคโรนาไวรัสในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี 2 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-03-02-21/">‘กล่องดำ’ ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเองช่วยให้การศึกษาไม่หยุดชะงัก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลังการระบาดของโคโรนาไวรัสในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ทำให้โรงเรียนทั่วประเทศต้องปิดการเรียนการสอน และมีผลให้การศึกษาในหลายพื้นที่ต้องหยุดชะงัก ขณะที่การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยการจัดการเรียนออนไลน์ยังไม่สามารถทำได้ทั่วถึงทุกพื้นที่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการ</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP)&nbsp; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</span><span style="font-weight: 400;">​</span><span style="font-weight: 400;"> คิดค้นชุดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self Directed Learning) ที่มีชื่อว่า ‘กล่องดำ’ หรือ Black Box ซึ่งเป็นเครื่องมือเสริมทักษะพื้นฐานการเรียนรู้ที่ครอบคลุม 4 กลุ่มสาระวิชาหลัก จากพื้นฐานการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่มุ่งส่งมอบโอกาสทางการศึกษาไปให้ถึงมือเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกลด้วยเครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเทคโนโลยีออนไลน์เป็นหลัก</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26617" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo_กล่องดำ.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<h3></h3>
<h3>บทเรียนที่เรียนรู้ได้ในทุกพื้นที่ผ่านเรื่องราวใกล้ตัว</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">‘กล่องดำ’ บรรจุไว้ด้วยเอกสารอธิบายหัวข้อการเรียนรู้ ที่ทีมโค้ช TSQP และครูทั่วประเทศร่วมกันออกแบบจนได้เป็นบทเรียนสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา ที่เน้นเรียนรู้ผ่านเรื่องราวและสิ่งแวดล้อมรอบตัว รวมถึงสานสัมพันธ์ในครอบครัวในช่วงที่เด็กๆ ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบ้าน อาทิ กิจกรรม ‘ฉันคือใคร’ ที่น้องๆ จะต้องสืบค้นความเป็นมาของตนผ่านการสื่อสารกับคนในครอบครัว หรือ ‘สวนผักแสนสนุก’ ที่เด็กๆ จะได้ทดลองทำสวนผักเล็กๆ ในบ้าน ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานของการสร้างแหล่งอาหารในบริเวณบ้าน เพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26618" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo02_กล่องดำ.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ในกล่องดำยังได้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสมตามหัวข้อการเรียนรู้ เช่น เมล็ดพันธุ์พืช กระถาง เครื่องมือสำหรับงานประดิษฐ์ เช่น สี กระดาษ กาว หรือสิ่งของจำเป็นในวิชาวิทยาศาสตร์ เช่น กระดาษลิตมัส แว่นขยาย เป็นต้น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26619" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo03_กล่องด.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<h3></h3>
<h3>พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเองของเด็กในโรงเรียนต้นแบบได้ถึง 80%</h3>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>บรรจบ เทตะรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ้อตลิ่งชัน ต.สระขุด อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์</strong> หนึ่งในโรงเรียนเครือข่ายโครงการ TSQP ระบุว่า หลังจากที่ทางโรงเรียนได้รับกล่องดำในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2563 และได้ส่งมอบให้นักเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 นำไปใช้ พบว่าเด็กๆ ต่างให้ความสนใจและมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้สามารถวัดผลได้จากการที่น้องๆ มีการบูรณาการบทเรียนในสาระวิชาต่างๆ และสร้างชิ้นงานผ่านความความเข้าใจ และบอกเล่าอธิบายกับครูที่ทำหน้าที่โค้ชได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26620" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo05_กล่องดำ.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากเนื้อหาหลักๆ ในหัวข้อฉันคือใคร สวนผักแสนสนุก สมุนไพรใกล้ตัว หรือทักษะภาษาอังกฤษ เราได้เห็นเด็กเล่าเรื่องราวความเป็นมาของตนเอง ทำสวนผักที่บ้าน และเขียนเรียงความเป็นภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น มีชิ้นงานมาส่งครู ซึ่งเรามองว่าร้อยละแปดสิบของเด็กที่นำไปใช้สามารถเข้าถึงบทเรียนและใช้อุปกรณ์จากกล่องดำได้อย่างคุ้มค่า” ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ้อตลิ่งชันกล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26621" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo04_กล่องดำ.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<h3></h3>
<h3>แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างนักเรียน ครู และผู้ปกครอง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.บรรจบ กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากที่เด็กๆ จะได้นำชุดการเรียนรู้ไปใช้เพื่อการศึกษาด้วยตนเองที่บ้าน ทางโรงเรียนได้มีการดูแลติดตามผลและสร้างการมีส่วนร่วม โดยจัดตั้งเป็นกลุ่มไลน์ เพื่อให้เด็กๆ ได้สื่อสารแลกเปลี่ยนชิ้นงาน ความรู้ ทั้งเป็นช่องทางที่ครูและโค้ชจาก TSQP สามารถช่วยจัดตารางการเรียนรู้หรือให้คำแนะนำเกี่ยวกับบทเรียนในแต่ละหัวข้อได้อีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ผู้ปกครองเองก็ถือว่ามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ช่วยครู ในการให้คำแนะนำและเรียนรู้ไปด้วยกันกับเด็กๆ ซึ่งไม่เพียงเป็นการดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมกับบทเรียน แต่ยังมีส่วนพัฒนาความสัมพันธ์ในครอบครัวให้เกิดความใกล้ชิดกันมากขึ้นในอีกทางหนึ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม้ยังเป็นเพียงช่วงเวลาเริ่มต้น แต่สิ่งที่ครูและทีมโค้ชได้เห็นคือเด็กๆ มีพัฒนาการด้านทักษะสื่อสารที่ดีขึ้น ซึ่งแสดงออกผ่านการอธิบายชิ้นงานและความคิดสร้างสรรค์ในการต่อยอดจากเนื้อหาบทเรียน รวมถึงทักษะด้านอื่นในชีวิตประจำวันที่เพิ่มพูนขึ้น อย่างการช่วยงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ ทำสวนครัว ที่เรามองว่ากล่องดำทำให้เกิดความกระตือรือร้นในตัวเด็กๆ เขาจะอยากหยิบจับนำมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่บ้านของตัวเอง หรือการปลูกพืชผักที่ช่วยจุดประกายความคิดเรื่องการสร้างแหล่งอาหารทางเลือก เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังดำเนินต่อไป”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26622" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/EEF_photo06_กล่องดำ.jpg" alt="" width="864" height="648"></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ปลูกฝังการเรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านบริบทรอบตัว ส่งผลต่อการศึกษาในระยะยาว</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านอ้อตลิ่งชันกล่าวสรุปว่า ชิ้นงานที่เด็กๆ สร้างสรรค์ออกมา ช่วยฉายภาพความสำเร็จเบื้องต้นของกล่องดำในภาพรวม ทั้งนี้ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษามองว่าหากเด็กได้มีเวลาทำความเข้าใจเพิ่มขึ้น สม่ำเสมอ และได้รับการเสริมความรู้ที่ต่อยอดจากเนื้อหาที่มีอยู่ ก็จะช่วยให้การเรียนรู้เดินต่อไปได้ แม้ในช่วงปิดโรงเรียนจากผลกระทบของ COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เราบอกได้ว่าเด็กๆ ที่ได้ทดลองเรียนรู้ด้วยตัวเองจากกล่องดำ เขาตีโจทย์ได้ มีพื้นฐานการเข้าถึงความรู้ที่พัฒนาขึ้น สามารถต่อยอดไปได้ไกลกว่าบทเรียนที่ชุดการเรียนรู้บรรจุไว้ ซึ่งงานหลายชิ้นที่เราได้รับได้แสดงถึงการออกแบบสร้างสรรค์ที่เกินกว่าวัยของเขา เรามองว่าหากภาวะการปิดเรียนยังต้องทำต่อไป กล่องดำจะช่วยให้การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตัวเองและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการดัดแปลงจากบริบทรอบๆ ตัวของเขาพัฒนาไปได้อีกมาก แต่ที่สำคัญคือต้องมีการแนะนำและติดตามผลโดยครูและโค้ช เพื่อการเรียนรู้เป็นลำดับขั้น ช่วยกำหนดกรอบสาระวิชาที่เหมาะสม และช่วยนำทางให้เกิดการบูรณาการเรื่องราวใกล้ตัวให้เข้ามาสู่บทเรียนได้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp-03-02-21/">‘กล่องดำ’ ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเองช่วยให้การศึกษาไม่หยุดชะงัก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>จุดเริ่มต้นผลลัพธ์ปฏิรูปการศึกษาผ่าน TSQP</title>
		<link>https://www.eef.or.th/clip-tsqp-school-14-11-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=clip-tsqp-school-14-11-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2020 08:17:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[คลิปวิดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=23647</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/clip-tsqp-school-14-11-20/">จุดเริ่มต้นผลลัพธ์ปฏิรูปการศึกษาผ่าน TSQP</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program: TSQP) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เป็นโครงการที่มุ่งศึกษาถึงแนวทางการยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงกระบวนการพัฒนาโรงเรียน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/clip-tsqp-school-14-11-20/">จุดเริ่มต้นผลลัพธ์ปฏิรูปการศึกษาผ่าน TSQP</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/25-08-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=25-08-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2020 08:48:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิลำปลายมาศ]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.กาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[มรภ.ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิสยามกัมมาจล]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.1 สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[Q-PLC]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Community]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์เรียนรู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20616</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ (23 ส.ค.) ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ กองทุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25-08-20/">กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_20618" aria-describedby="caption-attachment-20618" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20618 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20618" class="wp-caption-text">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันนี้ (23 ส.ค.) ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </span><b>จัดประชุมปฏิบัติการการสนับสนุนการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> ระหว่างวันที่ 23-24 สิงหาคม 2563 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจถึงกรอบการดำเนินงานของโครงการบริหารจัดการชุดโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">อย่างต่อเนื่อง รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ซึ่งมีจำนวน 11 เครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มูลนิธิลำปลายมาศ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยนเรศวร มรภ.กาญจนบุรี มรภ.ภูเก็ต มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรม มูลนิธิสยามกัมมาจล และสพป.1 สุรินทร์ โดยมีโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมพัฒนาตนเองทั้งสิ้น 733 แห่ง</span></p>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช </b><span style="font-weight: 400;">ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง กล่าวนำถึงแนวคิดโรงเรียนพัฒนาตนเอง ว่า โครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยขอเรียกชื่อโดยย่อว่า </span><b>“โรงเรียนพัฒนาตนเอง”</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หัวใจของโครงการนี้ คือการยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส ภายใต้เป้าหมายความตั้งใจของ กสศ.ที่ให้โอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ดังนั้น การทำงานของโครงการฯ ที่ได้เครือข่ายมาร่วมกันทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาตนเองของโรงเรียนด้วยตัวของโรงเรียนเอง จึงมีข้อสังเกตุใน 3 ประเด็น</span></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;">คุณค่าของโครงการ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">ฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียน</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การสนับสนุน เพื่อเป็นแนวทางที่จะนไปสู่ความสำเร็จ</span></li>
</ol>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวลงลึกถึงคุณค่าของโครงการฯ ว่า คุณค่าที่โครงการนี้ต้องสร้างให้เกิดขึ้น คือ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยเหลือเด็กที่มาจากครอบครัวด้อยโอกาส และสร้างศักดิ์ศรีครู ให้กับครูที่มีวิญญาณทำเพื่อศิษย์ เพราะครูที่มีวิญญาณนักเรียนรับรู้ได้ ซึ่งโรงเรียนจะพัฒนาครูและผู้บริหารด้วยกระบวนการ Q-PLC โดยการจะปฏิรูปการศึกษาให้สำเร็จ ต้องพัฒนาจากฐาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ฐานในการพัฒนาสิ่งสำคัญต้องมีการปฏิรูปการเรียนรู้ ถ่ายทอดและสร้างให้นักเรียนมีจริตเรื่องการแบ่งปันช่วยเหลือคนอื่นจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในชั้นเรียน ซึ่งโรงเรียนใช้เทคโนโลยีช่วยลดภาระตรงนี้ได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20619" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a-13-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวต่อไปว่า ประเด็นข้อสังเกตุที่สองฐานและเป้าของปฏิบัติการคือโรงเรียนพัฒนาตนเอง ที่มาร่วมกันพัฒนาโรงเรียนด้วยความสมัครใจ มีแรงบันดาลใจที่อยากจะให้โรงเรียนพัฒนาตนเอง ด้วยความตั้งใจ ซึ่งทีมโค้ช หรือพี่เลี้ยงที่มาจากเครือข่ายทั้ง 11 แห่ง ทำหน้าที่เข้าไปช่วย อย่าเข้าไปเพื่อสอนไปชี้แนะให้ทำตามรูปแบบความคิดของตนเอง แต่โครงการต้องทำให้โรงเรียนเป็น “ชุมชนเรียนรู้” (Learning Community) ให้ครูเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเรียนรู้ ทำงานร่วมกับผู้อำนวยการ และครูคนอื่นๆ และต้องเป็น “ศูนย์เรียนรู้”  ให้แก่ ผู้อำนวยการ ครู นักเรียน พ่อแม่ ผู้นำชุมชน เขตพื้นที่การศึกษา กระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนั้น โรงเรียนต้องเป็นเครือข่าย ในความหมายโรงเรียนในฐานะเป็นชุมชนเรียนรู้ จึงต้องเป็นโรงเรียนที่เรียนรู้ (Learning Organization) และที่สำคัญที่สุดของการเป็น Whole School Approach โรงเรียนต้องมีระบบนิเวศ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ด้วย</span></p>
<p><b>ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวถึงประเด็นสุดท้ายว่า การสนับสนุนจากโครงการต่อการพัฒนาโรงเรียน พี่เลี้ยงหรือโค้ช (Q-Coach) ต้องไม่ใช่เจ้าสำนัก เป็นการทำงานในลักษณะสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกัน (Q-Network) โดยนำระบบ IT (Q-Info) มาเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน  เพื่อให้โรงเรียนทำงานง่ายขึ้น หนุนเสริมเด็กได้มากขึ้น ซึ่งโครงการในรุ่นที่ 2 นี้ จะมีระบบประเมินเพื่อพัฒนานักเรียน (Q-Classroom) ในลักษณะ Formative Assessment) โดยจะมีทีม TDRI เข้ามาช่วย พร้อมทั้งจะนำรูปแบบการประเมินเพื่อหนุนการพัฒนาโรงเรียน (DE – Developmental Evaluation) เพื่อหนุนการเรียนรู้ของภาคี ในครั้งนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การประชุมใน 2 วันนี้ เพื่อการเตรียมการดำเนินงานโครงการในรุ่นที่ 2 โดยการนำทีมโค้ชทั้ง 2 รุ่น มาทำงานร่วมกัน จากการทำงานมา 1 ปี เกิดการเรียนรู้สูงมากมีกำลังใจที่เชื่อได้ว่าการศึกษาไทย จะไม่สิ้นหวัง สามารถที่จะเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้ โดยตัวขับเคลื่อนคือโรงเรียน ซึ่งมีครูเป็นตัวตั้ง ดังนั้น เมื่อเกิดการทำงานร่วมกันทั้งโครงการรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 จะเกิดการเรียนรู้ข้ามเครือข่ายทั้งวิธีบริหารจัดการ เทคนิคที่ดีที่ทำให้โรงเรียนใช้แล้วสนุก ฉะนั้น จุดแข็งที่เป็นความงดงามเรื่องหนึ่งคือโค้ชมีความแตกต่างหลากหลายทั้งวิธีการคิดและเป้าหมาย จึงหวังว่า โรงเรียน  733 แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดกลาง 10% ที่ดูแลเด็กค่อนข้างด้อยโอกาสจะเปลี่ยนโฉมการศึกษาของเด็ก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้ง 100% โดยร่วมกันหารูปแบบของการเรียนที่ทำให้เด็กของเราครบเครื่อง เป็นพลเมืองที่มีพลัง มีความสามารถของประเทศไทย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วหัวใจของการพัฒนาอยู่ที่โรงเรียน ครู และผู้บริหาร”</span> <b>ศ.นพ.วิจารณ์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/25-08-20/">กสศ.มุ่งผลลัพธ์ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างความเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนะการศึกษายุคใหม่ครูต้องกระตุ้นเด็กให้เกิดการเรียนรู้หลายด้าน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/2377-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=2377-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 02 Jun 2020 07:56:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพิมพ์ bookscape]]></category>
		<category><![CDATA[Poor Students]]></category>
		<category><![CDATA[Rich Teaching]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Jensen]]></category>
		<category><![CDATA[Seven vectors of development]]></category>
		<category><![CDATA[Arthur W. Chickering]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนต้นกล้า]]></category>
		<category><![CDATA[กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนครวิทยาคม]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภวัจน์ พรมตัน]]></category>
		<category><![CDATA[อะไรอะไรก็ครู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15328</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักการศึกษาแนะ การศึกษายุคใหม่ครูต้องกระตุ้นเด็กให้เกิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2377-2/">แนะการศึกษายุคใหม่ครูต้องกระตุ้นเด็กให้เกิดการเรียนรู้หลายด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15330" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4>นักการศึกษาแนะ การศึกษายุคใหม่ครูต้องกระตุ้นเด็กให้เกิดการเรียนรู้หลายด้านพร้อมกัน  สร้างบรรยากาศปลุกความคิดสร้างสรรค์ในห้องเรียน และต้องเปิดอิสระให้ออกแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างกันได้</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักพิมพ์ bookscape จัดงานเสวนาสาธารณะหัวข้อ  &#8220;Poor Students, Rich Teaching สอนเปลี่ยนชีวิต &#8211; สู้ความเหลื่อมล้ำด้วยพลังแห่งการสอน&#8221; ผ่าน เฟสบุ้ก ไลฟ์ โดย </span><b>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช </b><span style="font-weight: 400;">ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) กสศ. กล่าวว่า จากที่ได้อ่านหนังสือ Poor Students, Rich Teaching  ของ  Eric Jensen สถานการณ์ของสหรัฐอเมริกาก็มีการด้อยโอกาสทางการศึกษา 52 %  ใกล้เคียงกับสถานการณ์ของไทย โดยส่วนหนึ่งของความด้อยโอกาสเกิดจากในห้องเรียน  ซึ่งรวมถึงห้องเรียนของโรงเรียนดีๆ มีคุณภาพ</span></p>
<p><figure id="attachment_15332" aria-describedby="caption-attachment-15332" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15332 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/e-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15332" class="wp-caption-text">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ วงการศึกษาไทยปลูกฝังกันมานานโดยครูจะรักนักเรียนที่เรียนเก่งและชังเด็กหลังห้อง เด็กเกเร  โดยหนังสือเล่มนี้น่าจะช่วยเปลี่ยนความคิดทางการศึกษาได้ เป็นโอกาสที่ดีของครูที่จะได้เรียนรู้วิธีช่วยเด็กเกเรหลังห้อง ซึ่งในหนังสือไม่ได้เป็นเฉพาะชุดความคิดแต่ยังรวมถึงชุดการกระทำ ทำให้เด็กเกือบทุกคนบรรลุเป้าหมายนี่คือแรงบันดาลใจของหนังสือเล่มนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าวว่า ​ส่วนหนึ่งของนักเรียนในไทยเป็นเด็กที่ขาดแคลนการสนับสนุนเชิงอารมณ์ การยอมรับตัวเองหรือพัฒนาความภาคภูมิใจ ทำให้การเรียนก็จะเป็นเรื่องน่าเบื่อ โดยในหนังสือ Seven vectors of development ของ  Arthur W. Chickering ได้มีการพูดถึง 7 ประเด็นในการพัฒนาทั้ง 1.การพัฒนาขีดความสามารถ 2.การจัดการอารมณ์ 3.พัฒนาจากการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันไปสู่ความเป็นอิสระ 4.ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 5.พัฒนาอัตลักษณ์ของตัวเอง  6.นำไปสู่เป้าหมายชีวิต และ 7.ความมีคุณธรรม ซึ่งการศึกษาที่จัดอยู่ทั่วไปไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้  เพราะสอนเน้นไปด้านวิชาการส่วน 7 ด้านนี้เป็นของแถมจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้ แต่การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ต้องการสร้างสิ่งเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม  เราเห็นความหวังว่าจะสามารถพัฒนาการศึกษาได้โดยใช้หนังสือ Poor Students, Rich Teaching  มาช่วยชี้ทาง  ซึ่งมีแนวคิดวิธีการที่น่าจะใช้ได้ผลดี สิ่งสำคัญคือความเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ ซึ่งมีสัญชาตญาณ มีศักยภาพในการ ซึ่งหัวใจสำคัญของการศึกษาคือเรื่องการเรียนรู้  ที่ผ่านมาการศึกษาในศตวรรษที่ 20 เน้นผลิตคนให้ออกมาเหมือนๆ กันเพื่อไปทำงานโรงงานอุตสาหกรรมมีกฎเกณฑ์กติกาตายตัว  แต่ต่อมาเรารู้ว่าเป็นวิธีที่ล้าสมัยซึ่งการศึกษาไทยยังไปไม่ถึงการศึกษาในศตวรรษที่ 21 แต่ก็มีความพยายามผลักดันให้เกิดขึ้น ดังนั้น  7 วิธีการจากหนังสือเล่มนี้น่าจะเป็นหลักปฏิบัติที่สามารถโยงเข้าสู่ประเทศไทยและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15333" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/f-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ระบบการศึกษาที่ดีจะต้องไว้ใจครูให้เกียรติครู และต้องให้การสนับสนุนครู  โดยการศึกษาในศตวรรษ 21 ไม่มีหยุดนิ่ง ยังมีการพยายามทำความเข้าใจไปเรื่อยๆ ในช่วง 10-20 ปี  OECD  ระบุว่า หัวใจในการพัฒนาคนคือ “การคิดแบบสร้างสรรค์” ที่ต้องหาวิธีจัดการเรียนการสอนซึ่งไม่ยาก หลายโรงเรียนใช้วิธีการแอคทีฟเลิร์นนิ่ง และ “ไฮเพอร์ฟอร์มมิ่ง คลาสรูม”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ครูจะต้องทำหน้าที่กระตุ้นให้เด็กเรียนรู้หลายด้านพร้อมกัน ทั้งวิชาความรู้ นิสัยใจคอ จิตวิญญาณ  จากที่ได้คุยกับทางศาสตราจารย์จากฟินแลนด์ การเรียนรู้ที่โรงเรียนเป็นการเรียนรู้ที่ไม่ถึงครึ่งของการเรียนรู้ทั้งหมด ยังมีการเรียนรู้จากพื้นที่ ชุมชน สังคม ต้องมีพื้นที่การเรียนรู้เพราะเด็กที่ฟินแลนด์เลิกเรียนบ่ายสองก็ต้องไปทำกิจกรรมเข้าชมรมที่ตัวเองสนใจ การที่เราจะมีพลเมืองคุณภาพสูงเราจะต้องจัดพื้นที่การเรียนรู้ไม่ใช่แค่เน้นเฉพาะการเรียนที่โรงเรียนเท่านั้น</span></p>
<p><figure id="attachment_15334" aria-describedby="caption-attachment-15334" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15334 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15334" class="wp-caption-text">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><b>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. กล่าวว่า  เรื่องเร่งด่วนทางศึกษาที่ต้องแก้ไขคือเรื่องความไม่เสมอภาคทางการศึกษา มีเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจนพิเศษ เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งนอกจากข้อมูลจากสภาพัฒน์ ฯ ระบุว่าผลกระทบจากความยากจนและ COVID-19 ทำให้เด็ก  6.7 แสนคนเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่งยังเห็นว่ามีความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น ข้อมูลจาก PISA 2018  ระบุว่าประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงมากอยู่ในระดับเดียวกับประเทศแถบละตินอเมริกา ทั้ง ชิลี เปรู โคลัมเบีย  ซึ่งพบว่ามีความแตกต่างระหว่างโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่สูงมาก ส่วนหนึ่งมาจากการจัดสรรงบประมาณไม่เกิดการกระจายตัวที่ดีนักควรมีการสนับสนุนเพิ่มเติมให้โรงเรียนขนาดเล็กและนักเรียนยากจนพิเศษ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15335" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/g-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนสิ่งสำคัญคือต้องทำบรรยากาศให้เกิดกวามคิดสร้างสรรค์ในห้องเรียนเด็กเชื่อมั่นในตัวเอง  คิดในเชิงบวก ซึ่งการจะทำได้ครูจะต้องเชื่อมั่นใจตัวเด็กก่อนว่า เด็กที่เขาสอนจะสามารถประสบความสำเร็จพัฒนาตัวเองได้  แม้แต่จะเป็นเด็กที่มีฐานะยากจน หรือมีความไม่พร้อมในด้านต่าง ๆ แต่ถ้า ถ้าครูมีทีศนคติดที่ดี เชิงบวกก็จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดความสำเร็จ ตรงนี้เป็นสิ่งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จากในหนังสือ  และสามารถขยายผลต่อไปในทางปฏิบัติ โดยที่จะต้องให้อิสระ โรงเรียนเรียน ครู ในการดำเนินการสอนที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน  ไม่ใช่ยึดทำตามจากระบบของส่วนกลาง และการพัฒนาคุณภาพการศึกษาต้องเริ่มจากการพัฒนาคุณภาพครู ทั้งคุณภาพการเรียนการสอน การพัฒนามายด์เซ็ต และให้อิสระในการทำงานด้วย</span></p>
<p><figure id="attachment_15336" aria-describedby="caption-attachment-15336" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15336 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15336" class="wp-caption-text">รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</figcaption></figure></p>
<p><b>รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี</b><span style="font-weight: 400;"> คณบดีคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ของการศึกษาคือเราไม่เคยมีความชัดเจนเรื่องปรัชญาการศึกษา จนเกิดความอ่อนแอในการผลิตและพัฒนาครู ที่ผ่านมานโยบายการศึกษาเป็นแบบบนลงล่าง การพัฒนาจึงต้องทำอย่างไรถึงจะให้ผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมในห้องเรียนได้ เพราะเราไม่สร้างหลักสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกคนได้ โดยกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการพัฒนาคือคุณครู ซึ่งมีกองหน้าบุกเบิกนวัตกรรมการเรียนการสอนใหม่ๆ แต่ต้องไปดูว่าทำไมครูเหล่านี้ไม่สามารถแสดงศักยภาพหรือความสามารถออกมาได้ตรงนี้เป็นคำถามใหญ่ สิ่งสำคัญคือเรื่องระบบที่ต้องให้อิสระโรงเยน ตั้งแต่การคัดเลือกครูให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของตัวเองไปจนถึงอิสระในเรื่องหลักสูตร </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้จากหนังสือเล่มนี้มีมากมายในการพัฒนาการศึกษา สิ่งหนึ่งคือเรื่องการจัดการความสัมพันธ์เชิงอำนาจของครูกับนักเรียนซึ่งจะต้องทำให้เป็นเชิงราบมากขึ้นจากเดิมที่ความสัมพันธ์เชิงอำนาจสูงมาก เพื่อทำให้เกิด เกิดโกรธ์ มายเซ็ต ไม่ใช่ให้นักเรียนอยู่ในบรรยากาศความหวาดกลัว โดยช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19  เราเริ่มเห็นความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบการเรียนการสอน ซึ่งการจัดการศึกษาในอนาคตตัวระบบนิเวศน์การเรียนรู้ต้องเปลี่ยนแน่นอน โรงเรียนอาจไม่สถานศึกษาเพียงลำพังแต่ต้องมี บ้านผู้ปกครองงเข้ามามีบทบาทร่วมกันกับครูมากขึ้น ซึ่งที่จะต้องมีก็คือ แพลตฟอร์มที่หลากหลายรูปแบบ พื้นที่สำหรับเด็กเปราะบางยากจนพิเศษก็ต้องแบบหนึ่งเด็กในเมืองก็ต้องแบบหนึ่ง ทั้งหมดต้งอมีความหลากหลายตรงกับความต้องการของผู้เรียน</span></p>
<p><figure id="attachment_15337" aria-describedby="caption-attachment-15337" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15337 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/c-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15337" class="wp-caption-text">น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ประธานกรรมการบริหาร โรงเรียนต้นกล้า</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>น.ส.กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ</strong> ประธานกรรมการบริหาร โรงเรียนต้นกล้า กล่าวว่า ที่ผ่านมาการจัดสรรงบประมาณเรื่องการศึกษาไปสร้างความเหลื่อมล้ำมากกว่าการไปอุดช่องว่าจัดการความเหลื่อมล้ำ โดยการให้งบประมาณแบบรายหัวของเด็ก โรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีจำนวน 1.5 หมื่นโรงมากว่าครึ่งหนึ่งของโรงเรียนทั้งหมด  ทำให้แทบไม่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้เลย ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องการพัฒนาแค่จัดการโครงสร้างพื้นฐานก็ยังยาก ซึ่งหากเทียบกับฟินแลนด์ที่เริ่มพัฒนาการศึกษาหลังหยุดสงครามก็ไม่ได้ใช่งบประมาณจำนวนมาก แต่ของไทยยังติดเรื่องของระเบียบตัวประเมินต่างๆ จำนวนมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 จะพบว่าโรงเรียนขนาดเล็กมีการบริหารจัดการได้ง่ายกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งหากทำให้การจัดสรรทรัพยากรสำหรับโรงเรียนขนาดเล็กมีประสิทธิภาพก็จะเกิดประโยชน์ ทำให้โรงเรียนใกล้บ้านค่อย ๆ มีคุณภาพ เทียบเท่ากับกับโรงเรียขนาดใหญ่ถือเป็นการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในระบบการศึกษาไทย  และหากมองว่าช่วงนี้เป็นโอกาสจะสามารถทำให้เกิดการปรับเนื้อหาการเรียนการสอนมุ่งสร้างทักษะให้เด็กมากกว่าแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมา  ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบการศึกษาไทยซึ่งเริ่มเห็นความคิดสร้างสรรค์ในหลายภาคส่วน โดยเราสามารถสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้หลากหลายมากขึ้น</span></p>
<p><figure id="attachment_15338" aria-describedby="caption-attachment-15338" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15338 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/d-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15338" class="wp-caption-text">นายศุภวัจน์ พรมตัน ครูโรงเรียนนครวิทยาคม จ.เชียงราย</figcaption></figure></p>
<p><b>นายศุภวัจน์ พรมตัน </b><span style="font-weight: 400;">ครูโรงเรียนนครวิทยาคม จ.เชียงราย เจ้าของเพจ <a href="https://www.facebook.com/everythingisteacher/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">อะไรอะไรก็ครู</a> กล่าวว่า การจัดสรรงบแบบรายหัวทำให้โรงเรียนขนาดใหญ่มีจำนวนนักเรียนมากว่าได้งบมากกว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ทำให้เกิดความแตกต่างกัน  อย่างไรก็ตามจากที่ได้ไปอบรมเรื่อง Learning  Facilitator  ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเกือบสองเดือน  ทำให้เห็นวิธีการสอนแบบใหม่สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้เรียนและทำให้บรรยากาศห้องเยนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  แต่ตรงนี้ทางผู้บริหารต้องให้อิสระ ซึ่งโชคดีที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้ถูกคาดหวังสูงนักทำให้มีโอกาสได้ทดลองหาวิธีที่ดีๆ ชวนทำ ชวนเล่น เด็กรู้สึกว่าสนุกขึ้น บรรยากาศในห้องดีขึ้น คะแนนสอบก็ดีขึ้้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้เราเห็นเพื่อนครูในเครือข่ายที่กำลังช่วยกันออกแบบการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กได้มีการเรียนรู้ที่ดีขึ้น หลายคนก็นำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งวิธีการสอน บรรยากาศ ซึ่งที่ผ่านมาเราไม่เคยเห็นบรรยากาศอย่างนี้มาก่อน แต่ 2-3 ปีที่ผ่านมานี่คือกระบวนการที่เรากำลังจะร่วมกันเปลี่ยนการศึกษานี่คือความหวัดที่ชัดเจนที่สุด</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2377-2/">แนะการศึกษายุคใหม่ครูต้องกระตุ้นเด็กให้เกิดการเรียนรู้หลายด้าน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ปัญหาเด็กที่แตกต่างกัน ที่ครูทุกคนต้องทำให้เกิดความเท่าเทียม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/910-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=910-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 05:22:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านท่าชะมวง]]></category>
		<category><![CDATA[นัฐพงษ์​ ดินนุ้ย]]></category>
		<category><![CDATA[Learning Disorder]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11154</guid>

					<description><![CDATA[<p>“พ่อแม่หย่าร้าง ขาดความอบอุ่น ไม่เก่งเท่าเพื่อน เป็นเด็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/910-2/">ปัญหาเด็กที่แตกต่างกัน ที่ครูทุกคนต้องทำให้เกิดความเท่าเทียม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5 style="text-align: center;"><b>“พ่อแม่หย่าร้าง ขาดความอบอุ่น ไม่เก่งเท่าเพื่อน เป็นเด็กพิเศษ”</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือความแตกต่างที่ </span><b>“ครูบ่าว-นัฐพงษ์ ดินนุ้ย</b><span style="font-weight: 400;">” ครูอนุบาล 2 จาก<strong>โรงเรียนบ้านท่าชะมวง จ.สตูล</strong> ต้องคอยมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ซึ่งความแตกต่างนี้ทำให้ครูต้องเติมความรักความใส่ใจให้เด็กแต่ละคนด้วยวิธีที่แตกต่างกันไป เพื่อให้พวกเขารู้สึกได้ถึงการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11151" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/54513.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/54513.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/54513-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/54513-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/54513-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างเด็กบางคนมีปัญหาที่บ้านหย่าร้าง ขาดความอบอุ่น หัวใจของเขาก็ขาดการเติมเต็ม บางคนเป็นเด็กพิเศษ เป็นออทิสติก ดาวน์ซินโดรม สมาธิสั้น หรือเป็น LD (Learning Disorder) บกพร่องทางการเรียนรู้ ก็มีเหมือนกัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นเมื่อเด็กแต่ละคนมีปัญหาที่แตกต่างกัน การเปิดรับในห้องเรียนของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เกิดพฤติกรรมที่แตกต่างกันจึงทำให้เกิดความไม่เท่ากันไม่ทันกันในห้องเรียน ซึ่งถ้าเราปล่อยความไม่เท่ากันแบบนี้ให้เกิดขึ้นเรื่อยๆ เด็กที่ไกลจะยิ่งไกลออกไป</span></p>
<h5 style="text-align: center;"><b>เด็กทุกคนมี “ความแตกต่างที่เหมือนกัน”</b></h5>
<p><span style="font-weight: 400;">การรับฟัง ด้วยความเข้าอกเข้าใจ ไม่ไปตัดสินเขาเป็นการดูแลเรื่องจิตใจที่เขาขาดไป </span><span style="font-weight: 400;">สำคัญคือการฟัง “เด็กทุกคน” ฟังทั้ง 15 ชีวิตที่อยู่ในความดูแลของเรา ต้องให้ความใส่ใจอย่างทั่วถึง</span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ถ้าเรามีความจริงใจกับเด็ก เราก็จะทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจทุ่มเท ไม่ได้หวังว่าเด็กต้องรักเรา ผลมันก็จะออกมาเอง&#8221;</span></i></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11158" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น เวลาทำงานก็จะให้คละกลุ่มกัน เด็กคนไหนไม่เก่งก็จะได้ดูเด็กเก่งเป็นกรณีศึกษา อย่างเด็กพิเศษที่พอเราให้มาอยู่กับเด็กปกติ พวกเขาก็ได้กระตุ้นพัฒนาการไปในตัว ทำให้อยู่ร่วมกับสังคมได้ จนกระทั่ง </span><b>“ไม่มีความแตกต่างในห้องเรียน”</b><span style="font-weight: 400;"> การเรียนการสอนก็ไปกันต่อได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยมีที่มาอย่างไร แบบไหน แต่ถ้าได้รับความรัก ใส่ใจ และจริงใจกับเขามากพอ เด็กทุกคนก็คือความแตกต่างที่ต้องได้โอกาสเหมือนๆ กัน</span></p>
<h5 style="text-align: center;"><strong>เคยเครียดกับหลักสูตรการสอนแบบเดิมๆ</strong></h5>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11159" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคที่ครูบ่าวต้องเจอไม่ได้มีแค่เรื่องของเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบหลักสูตรการสอนแบบเดิมๆ “เมื่อก่อนเราสอนวิทยาศาสตร์ธรรมดา มันยังไม่มีรูปแบบชัดเจนมาก หาทิศทางไม่เจอ หนักไปในทางเรียนอัดๆ เหมือนยัดเยียดข้อมูลใส่หัวเด็ก การเรียนรู้มันก็ไม่เกิดมากเท่าที่ควร” ครูบ่าวย้ำถึงปัญหาที่ฝังรากลึกมานานในระบบการเรียนการสอนไทย</span></p>
<p>จุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดความเสมอภาค</p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11162" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/63197.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/63197.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/63197-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/63197-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/63197-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-weight: 400;">“จุดเปลี่ยนคือครูได้เข้าอบรมหลักสูตร</span><strong>การเรียนแบบบ้านวิทยาศาสตร์</strong> <span style="font-weight: 400;">ก่อนจะนำมาประยุกต์ใช้ในการสอนทุกวันนี้”</span></p>
<p style="text-align: left;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11163" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/d.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/d.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/d-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/d-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/d-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p style="text-align: left;"><em><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ ได้โอกาสทำการทดลองวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง</span></em></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง เพื่อเปิด “พื้นที่เล็กๆ” ให้เด็กๆ ได้ฝึก</span><span style="font-weight: 400;">การสังเกตุ คิด วิเคราะห์ แยกแยะด้วยตนเอง ค่อยๆ พูดคุย ถามกลับเพื่อให้เด็กได้คิดไปเรื่อยๆ ไม่ไปตีกรอบเขามากเกินไป ซึ่งรูปแบบนี้จะทำให้เด็กๆ กระตือรือร้น มีความสุขกับการเรียนมากขึ้น  มีสมาธิกับการเรียนมากขึ้นตามลำดับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนึ่งเราจะเตรียมเด็กให้มีสมาธิพร้อมที่จะเรียนรู้ก่อน สองคือเราจะนำเข้าสู่บทเรียนโดยการหา </span><b>Case Study</b><span style="font-weight: 400;"> เหตุการณ์ที่เชื่อมโยงเข้าการสอน และสามคือให้เด็กคาดคะเนคำตอบว่าถ้าเราทำการทดลองแบบนั้น แบบนี้ มันจะให้ผลออกมายัง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่น ถ้าเราใส่น้ำลงไปในกะละมัง ก็จะตั้งสมมุติฐานให้เด็กๆ คาดเดา &gt;&gt; ทดลองตามขั้นตอน &gt;&gt; วิเคราะห์ผลลัพธ์ เขาก็จะได้สังเกตุว่าผลออกมาเหมือนที่ตัวเองคิดรึเปล่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กมีความกล้าและภูมิใจสิ่งที่เขาได้แสดงความเห็นออกมา ทำให้เด็กมีทักษะทางการสื่อสารมากขึ้น เขาเรียนรู้ได้เร็วขึ้น </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11165" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/e-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าเขาวิเคราะห์คำตอบออกมาผิด ครูก็จะถามกลับว่า “ทำไมลูกคิดแบบนั้น?” แล้วให้เขาค่อยๆ คิดต่อ เพื่อนำไปสู่คำตอบที่ถูกต้องได้ใกล้เคียงขึ้นเรื่อยๆ  เพราะถ้าเราให้คำตอบเขาเลยก็จะเป็นการปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์เขา</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11164" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/62272.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/62272.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/62272-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/62272-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/62272-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ดีใจมากครับที่มีโครงการนี้ ได้รับหลักการ แนวทาง ขั้นตอนการจัดกิจกรรมจาก กสศ.  รวมถึงการนิเทศติดตามจากท่านอาจารย์จาก ม.สงขลานครินทร์ที่มาอบรม ในโครงการ “พัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP (Teachers &amp; School Quality Program)”</span> <span style="font-weight: 400;">ของ กสศ.  ตลอดช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ทำให้เราได้เปลี่ยนจากการสอนแบบเดิมๆ ที่ไม่มีรูปแบบชัดเจนมาก ให้มีทิศทางขึ้นมา ตอนนี้เราเลยก็ไม่เครียดด้วย เพราะการเรียนรู้มันออกมาจากเด็กจริงๆ โดยที่ไม่ต้องไปยัดเยียดเขา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และนี่คือเส้นทางกว่า 20 ปีของ “ครูบ่าว” ที่ฝ่าฟันจนมาถึงวันนี้&#8230;วันที่ไม่มีความแตกต่างในห้องเรียนของครูอีกต่อไป </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/910-2/">ปัญหาเด็กที่แตกต่างกัน ที่ครูทุกคนต้องทำให้เกิดความเท่าเทียม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/807-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=807-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 11 Feb 2020 05:21:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[กมลลักษณ์ นนทะสร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนชุมชนวัดควนมีด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=11138</guid>

					<description><![CDATA[<p>นี่คือแนวคิดของ“ครูแอ๊ะ-กมลลักษณ์ นนทะสร”ครูชั้นอนุบาล  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/807-2/">“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">นี่คือแนวคิดของ</span><b>“ครูแอ๊ะ-กมลลักษณ์ </b><b>นนทะสร”</b><span style="font-weight: 400;">ครูชั้นอนุบาล 3 จาก</span><b>โรงเรียน</b><b>ชุมชนวัดควนมีด </b><b>อ.จะนะ จ.สงขลา</b> <span style="font-weight: 400;">ผู้ให้พลังงานบวกในการใช้ “ความรัก” สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเรา</span><span style="font-weight: 400;">จะใช้หัวใจไป</span><span style="font-weight: 400;">ดูแนวคิดของครูพร้อมๆ กัน</span></p>
<h5 style="text-align: center;"><strong>“ตอนนี้เราไม่มีเด็กหลังห้องแล้วนะ” &#8211; ครูแอ๊ะ</strong></h5>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11140" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88409-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><b><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะ</span></b><span style="font-weight: 400;">เล่าให้เราฟังว่า แต่ก่อนเคยเบื่อกับวิธีการสอนแบบเดิมๆ ลูกศิษย์ก็จะออกมาเป็นแบบเดิมทุกปี เคยแม้กระทั่งสอนไปวันๆ ก่อนจะกลับมาคิดได้ว่า </span><b>“มันบาปมั้ย?” </b><span style="font-weight: 400;">ที่ปล่อยปละละเลยเด็กไปแบบนั้น จนเมื่อเวลาผ่านไป พอเราอายุมากขึ้น เลยคิดว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป  &#8211; ครูแอ๊ะเปิดใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะเอา </span><b>“ความรัก”</b><span style="font-weight: 400;"> ในตัวลูกศิษย์กลับมาเป็นตัวตั้ง แล้วได้วิธีการสอนแบบ Active Learning จากโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ม.สงขลานครินทร์ มาเป็นตัวคูณ  มุมมองและทิศทางการสอนของครูก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนโลกอีกใบ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11144" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/a-1-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะเล่าว่าการนำเทคนิค “จิตศึกษา” ถือเป็น “ทางเลือกใหม่” ในการเรียนการสอน นอกจากจะได้ฉีกกรอบเดิมๆ แล้ว ยังได้สร้าง “ความเท่าเทียม” ทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในชั้นเรีย</span><span style="font-weight: 400;">นอนุบาล แต่เราต้องทำจริง ไม่ใช่ทำเพื่อแค่ได้ทำ แต่ต้องมีผล มีเป้าหมาย ต้องทำให้ได้! &#8211; ครูย้ำด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น หนักแน่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งการเรียนการสอนแบบจิตศึกษานี้ โดยพื้นฐานแล้วคือ กระบวนการพัฒนาเด็กๆ จาก “ข้างใน” ของจิตใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้และความฉลาดทั้งทางด้านอารมณ์ (EQ) และความฉลาดด้านจิตวิญญาณ (SQ) เปรียบเสมือนการ “Detox” จิตใจให้โล่ง สบาย ปลอดโปร่ง มีพื้นที่ในใจ มีสมาธิพร้อมก่อนเริ่มเรียนในแต่ละวัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยปกติครูจะทำกิจกรรมง่ายๆ เป็นเวลา 5-10 นาที ก่อนสอน เพื่อให้เด็กๆ นิ่ง พอเขานิ่งเขาจะฟังเราได้ดีขึ้น ห้องไม่วุ่นวาย สงบ ดีขึ้นเยอะ ทำทุกวันซ้ำๆ จนเขาเกิดความเคยชิน ซึ่งเราจะเปลี่ยนกิจกรรมทุกครั้งที่สอน </span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">เช่น ร้องเพลงบ้าง ฟังเพลงบรรเลงบ้าง นั่งสมาธิกำหนดลมหายใจเข้าออกบ้าง บางครั้งเด็กๆ ฟังเพลง “ค่าน้ำนม” แล้วก๋คิดตามซึ้งจนร้องไห้ก็มี หรือการฟังนิทานอย่าง “ลูกหมู 3 ตัว” แล้วให้จับใจความว่านิทานเกี่ยวกับอะไร เขาก็จับใจสรุปให้เราได้ แต่เด็กๆ ทุกคนต้องเคารพกติกาเดียวกันคือ </span><b><i>“ถ้าครูพูดหนูต้องฟัง ถ้าหนูพูดเพื่อนต้องฟัง ถ้าเพื่อนพูดหนูเองก็ต้องฟัง ถ้าไม่เข้าใจ หรือถ้าต้องการจะตอบให้ยกมือ”</i></b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการสอนรูปแบบใหม่จะไม่ได้ผลเลย ถ้าปราศจากความรักของครูเป็นพลังขับเคลื่อนในการเข้าถึงนักเรียน </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๊ะบอกเราต้องเปลี่ยนบทบาทจาก </span><b><i>“ครูผู้นำ”</i></b><span style="font-weight: 400;"> มาเป็น </span><b><i>“ครูผู้ตาม”</i></b><span style="font-weight: 400;">  มากขึ้น นั่นคือการให้ความเข้าใจในความแตกต่างของเด็กๆ ไม่ตัดสิน ไม่ปล่อยทิ้ง</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความเป็นครู ไม่ว่าเด็กเขาจะเป็นยังไง พร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียน เราต้องให้โอกาสเขาบางวันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่มีความสุข เมื่อเด็กๆ พี่ทำได้ เราคิดแค่ว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป รักพวกเขาทุกคน”</span></p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11145" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/b-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างครูมีหัวหน้าแก๊งเด็กซนอยู่คนหนึ่งที่เขาจะสมาธิสั้น เล่นแรง ซึ่งเมื่อก่อนถ้าเขาซนแล้วเราจะดุ แต่เดี๋ยวนี้พอเราได้ลองเป็นผู้ตาม </span><b>ฟังเสียงหัวใจเขาบ้าง</b><span style="font-weight: 400;"> ให้เขาได้พูด ได้แสดงความคิดเห็นบ้าง ฝึกสมาธิเขา เขาก็มีสติขึ้น อยู่กับตัวเองได้มากขึ้น  เอาเขามากอด ชื่นชมเขา พอเราเห็นความสำคัญเขามากขึ้น ให้ความใส่ใจเขามากขึ้น เขาก็จะใกล้ชิดกับเรามากขึ้น มีอะไรก็มาเล่าให้เราฟัง ถ้าหัวหน้าแก๊งนิ่ง ลูกน้องก็นิ่งตาม จากแต่ก่อนที่แม่เป็นห่วงถามทางไลน์ว่าเปนไง ตอนนี้ไม่ต้องแล้วค่ะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้กระทั่งเด็กพิเศษที่เป็นออทิสติกที่ครูเคยเล่าให้ฟัง “ถึงทุกวันนี้ เขาก็กล้าถาม กล้าตอบ จากที่ซน ไม่เอาเรื่อง ก็ได้พฤติกรรมเปลี่ยนไปเลย เพราะเราเริ่มให้ความสำคัญเขา ฟังเขามากขึ้น เขาก็จะภาคภูมิใจ อย่างวันก่อนสอนเรื่องดิน น้ำ น้ำมัน เขาก็ตอบเข้าประเด็นนะ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-11147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/02/88432-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ด้วยความเป็นครู ไม่ว่าเด็กเขาจะเป็นยังไง พร้อมหรือไม่พร้อมที่จะเรียน เราต้องให้โอกาสเขา อย่างของพี่มีเด็กในห้อง 23 คน ไม่ว่าใครจะเป็นยังไงพี่ก็รักหมดนะ ยังไงพี่ก็ต้องเคี่ยวเข็ญให้เขาขึ้น ป.1 เขียนได้ อ่านได้ในระดับปฐมวัย บางวันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พี่มีความสุข เมื่อเด็กๆ พี่ทำได้ เราคิดแค่ว่าเขาจะต้องได้คุณค่าอะไรกลับไป รักพวกเขาทุกคน ตอนนี้ไม่มีเด็กหลังห้องแล้วนะ เพราะทุกคนเก่งในแบบของตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แม้จะเข้าโครงการนี้มาได้แค่ 3 เดือน แต่มันมีความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้พี่ภูมิใจมาก อย่างวันหยุดที่ต้องไปอบรม แม้จะเหนื่อย แต่ถ้าเด็กๆ เขาทำได้เราก็หายเหนื่อย” ครูแอ๊ะเล่าให้ฟังอย่างภูมิใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหมือนกับวัตถุประสงค์ของ </span><b><i>“โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP (Teachers &amp; School Quality Program)”</i></b><span style="font-weight: 400;"> ของ กสศ. ที่ต้องการผลักดันการเรียนการสอนให้ครอบคลุมและเข้าถึงเด็กๆ มากขึ้น จนไม่มีใครถูกทิ้งไว้หลังห้องอีกต่อไป!</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/807-2/">“ความรัก” ทำให้ไม่มีเด็กหลังห้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp552/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp552</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Nov 2019 23:00:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9406</guid>

					<description><![CDATA[<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9411" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753725358-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาตนเองได้อย่างต่อเนื่องทั้งระบบโรงเรียน ครู การเตรียมพร้อมเด็กในศตวรรษที่ 21 ในพื้นที่เป้าหมาย 288 โรงเรียน ครอบคลุม 35 จังหวัด โดยมี 5 หน่วยวิชาการสำคัญร่วมพัฒนา โดย 1 ใน 5 หน่วยวิชาสำคัญอย่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในการพัฒนาการศึกษาเด็กปฐมวัย มาช่วยพัฒนาโรงเรียนพื้นที่เป้าหมาย</p>
<p>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ได้นำเอาประสบการณ์และความชำนาญในการจัดการเรียนการสอนนักเรียนชั้นประถมศึกษา มาใช้กับโรงเรียนในสังกัดของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และ<br />
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไทย(อปท.) ทั่วประเทศ โดยสร้างการเรียนรู้ผ่านโครงงานวิทยาศาสตร์ อันเป็นเครื่องมือในการสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์เฉพาะ ด้วยกระบวนการคิดตามหลักการของงานวิจัย โดยมุ่งสร้างบทเรียนจากสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อบ่มเพาะความสามารถทางวิทยาศาสตร์ และปลูกฝังการสังเคราะห์ความรู้และแก้ปัญหาให้เด็ก</p>
<p>รศ.ไพโรจน์ คีรีรัตน์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ผู้ดูแลโครงการห้องเรียนสร้างกระบวนการคิดในเด็กชั้นประถมศึกษา เล่าว่า จากประสบการณ์การจัดการสอนทั้งแบบ ‘โครงงานฐานวิจัย’ และ ‘โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ทาง ม.สงขลานครินทร์ ได้นำเอาความรู้จากสองทางมาประสานกัน แล้วสร้างเป็นบทเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียนชั้นประถมศึกษา โดยในชั้นเด็กเล็ก คือ อนุบาล 1-ป.3 จะใช้หลักสูตรบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ส่วนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จะใช้บทเรียนจากโครงงานฐานวิจัย ทั้งสองหลักสูตรจะเริ่มต้นจากการตั้งคำถามโดยมีชุมชนเป็นฐาน ผ่านการทดลองเป็นกระบวนการหลัก ดังนั้นตัวความรู้ที่ได้ออกมาแต่ละชุดจะเกิดเป็นประสบการณ์เฉพาะตามบริบทในแต่ละท้องถิ่น แต่ผลที่ได้คือเด็กจะเกิดความสามารถในการตั้งคำถามหรือสมมติฐาน แล้วค้นหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9414" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753711309-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>ปัญหาส่วนใหญ่ที่ทางโครงการพบจากการจัดการศึกษาในเด็กประถม คือการเรียนในห้องไม่สามารถบรรลุผลในการสอนให้เด็กคิด หมายถึงการสร้างให้เด็กมีกระบวนการคิด ตั้งข้อสงสัย และหาคำตอบด้วยตัวเขาเอง ซึ่งสิ่งนี้มีความสำคัญต่อการดึงศักยภาพเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคน รวมถึงการพัฒนาที่ต้องเพิ่มเติมในระดับที่สูงขึ้นตลอดเวลา หลักการของโครงการคือเราจะสร้างห้องเรียนให้มีบทเรียนที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิด เริ่มจากถ่ายทอดหลักการสอนในเชิงวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้แบบงานวิจัยให้ครู เพื่อให้ครูเป็นผู้กระตุ้นให้เด็กคิดเป็น</p>
<p>“การจะเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนจากเดิมที่เน้นให้เด็กทำตามโจทย์มาเป็นการกระตุ้นให้เขาคิด เราพยายามออกแบบอย่างเป็นขั้นตอน ทำให้เกิดขึ้นในห้องเรียน การได้คิดได้ค้นหาคำตอบผ่านเรื่องราวใกล้ตัวจะทำให้เขาสนใจอยากเรียนรู้ โดยเราจะบูรณาการการถ่ายทอดความรู้แบบจิตปัญญาศึกษา ให้เขาเตรียมความพร้อมทั้งจิตใจและร่างกาย ปลูกฝังหลักการคิด พร้อมกับที่เขาจะได้ลงมือปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ ผ่านการทำงานกลุ่ม ได้เรียนรู้และยอมรับความคิดของกันและกัน ก่อนจะถอดเป็นบทเรียนในตอนท้าย” รศ.ไพโรจน์ กล่าวถึงหลักการสร้างกระบวนการคิดในเด็กปฐมวัย</p>
<p>ทางด้าน ผศ.อัมพร ศรประสิทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุถึงโครงงาน ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’ ว่า กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อย เป็นโครงการจากการประเมินผลของ PISA ที่มีงานวิจัยยืนยันว่าเราควรสร้างทัศนคติที่ดีด้านการเรียนรู้ทักษะและกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี เพราะเป็นช่วงอายุที่มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำได้มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9413" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753718643-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>การจัดกิจกรรมให้เด็กในชั้นอนุบาล 1 &#8211; ป.3 ซึ่งเป็นชั้นเด็กเล็ก จะไม่เน้นที่การมุ่งใส่ความรู้ให้เด็ก แต่จะใช้วิธีให้เขาค้นพบองค์ความรู้ด้วยตัวเองจากการจัดรูปแบบการศึกษาของครู เริ่มจากความสนใจในสภาพแวดล้อมของชุมชนเป็นฐาน เช่นบทเรียนของโรงเรียนในเมือง เด็กจะได้ทำกิจกรรมจากความสนใจในชุมชนที่อยู่รอบๆ โรงเรียน ทำความรู้จักกับอาคารสิ่งก่อสร้าง ร้านค้าต่างๆ เช่นโจทย์จากร้านก๋วยเตี๋ยว เด็กจะได้เรียนรู้การเปลี่ยนลักษณะของเส้นก๋วยเตี๋ยวจากก่อนที่จะลวกจนถึงเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ลวกจนมีสภาพเปลี่ยนไป หรือขั้นตอนการทำขนมง่าย ๆ จากร้านขนมใกล้โรงเรียน ซึ่งจะมีการทดลองทำตามหลักวิทยาศาสตร์ และเป็นเรื่องใกล้ตัวเด็ก หรือโรงเรียนในพื้นที่ชนบท เด็กจะได้เรียนรู้บทเรียนจากปรากฏการณ์ธรรมชาติรอบตัว จากดิน น้ำ ลม ฟ้า อากาศ หรือแสง รวมถึงผลิตผลและเกษตรกรรมในท้องถิ่นของเขา การนำสิ่งใกล้ตัวมาร้อยเป็นบทเรียนนี้เอง จะช่วยกระตุ้นความสนใจทางวิทยาศาสตร์ หรือความสงสัยใคร่รู้ต่อสิ่งรอบตัวของเด็กได้มากขึ้น</p>
<p>“โครงงานบ้านวิทยาศาสตร์น้อยจะกำหนดให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีอย่างน้อย 20 กิจกรรมในรอบปี<br />
โดยเริ่มจากกิจกรรมรายย่อยก่อน แล้วปิดท้ายด้วยโครงงานใหญ่ที่เด็กจะได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ที่ต้องใช้กระบวนการวิจัย เขาจะรวบรวมความรู้จากบทเรียนที่เรียนมาตั้งแต่ต้นเทอม นำมาตั้งโจทย์เอง ออกแบบการทดลองเอง โดยครูจะเป็นผู้ช่วยนำพาเขาไปด้วยการตั้งคำถามกระตุ้นความคิด ว่าเขาจะต้องทำอย่างไร เรียงลำดับขั้นตอนทำงานด้วยตนเองได้ เพื่อให้การได้ความรู้ขั้นสุดท้ายเกิดขึ้นจากความคิดของเด็กเป็นหลัก</p>
<p>แล้วทุกปีทางโครงการจะมีหน่วยงานในแต่ละท้องถิ่นช่วยประเมินให้ทุกโรงเรียนมีโครงงานที่อยู่ในเกณฑ์อันเป็นเสมือนการกำกับคุณภาพ โรงเรียนไหนที่ผ่านการประเมินก็จะได้รับตราพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการการันตีว่าโรงเรียนจะต้องรักษาคุณภาพการสอน และพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ รศ.อัมพร อธิบายถึงเกณฑ์การประเมินผล</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9415" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753732611-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>รศ.ไพโรจน์ กล่าวเสริมต่อว่า ส่วนในด้านโครงงานฐานวิจัยที่เป็นหลักสูตรสำหรับชั้น ป.4 &#8211; ป.6 เราจะให้นักเรียนค้นหาโจทย์ ปัญหา และตั้งคำถามกันเองว่า เขาสงสัยในเรื่องใด แล้วตั้งสมมติฐานกันว่าถ้าจะทำการทดลองด้วยวิธีการใดหนึ่ง จะเกิดผลลัพธ์อย่างไร ให้เขาได้เริ่มช่วยกันคิดว่าตัวเองสงสัยเรื่องอะไร สร้างเป็นประเด็นขึ้นมา จากนั้นจึงออกแบบการทดลอง แล้วในระหว่างทดลองแต่ละกลุ่มก็ต้องหาตัวแปรต้นหรือตัวแปรตามด้วยวิธีการขอ<br />
งเขาเอง ครูจะเป็นเพียงผู้ให้คำแนะนำเท่านั้น ดังนั้นเด็กจะต้องคิดอย่างเป็นลำดับขั้นว่าอะไรคือเหตุ อะไรเป็นผล<br />
แล้วในการออกแบบการทดลอง เขาก็ต้องหาข้อมูลนำมาแชร์กันในกลุ่ม ก่อนจะสรุปผลร่วมกันตามหลักการและกระบวนการของโครงงานวิจัยทุกขั้นตอน</p>
<p>“โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย และ โครงงานฐานวิจัย ปัจจุบันทาง ม.สงขลานครินทร์ได้เริ่มทำในโรงเรียนประถมศึกษาแล้วกว่า 20 โรงเรียน โดยทาง กสศ. ได้สนับสนุนทุนและช่วยประสานงานเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการโรงเรียน ขณะนี้ทางโครงการได้เริ่มต้นวางรูปแบบให้ครูได้พัฒนาการจัดการสอนลักษณะดังกล่าว 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดยไม่รบกวนการเรียนการสอนปกติ แล้วทางโครงการจะมีทีมติดตามผลในทุกโรงเรียน<br />
ทุกห้องเรียนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อดึงข้อมูลออกมาวิเคราะห์ห้องเรียนแต่ละห้อง รวมถึงช่วยครูในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น มีระบบการสื่อสารออนไลน์ที่ครูสามารถขอคำปรึกษาจากผู้จัดทำโครงการได้จาก ห้องเรียน ส่วนของการประเมินผลในภาพรวมจะต้องรอให้ครบ 1 เทอมการศึกษาเป็นอย่างน้อย แต่ในรูปแบบการสอนมันทำให้เห็นชัดเจนว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงในตัวเด็ก ในห้องจัดกิจกรรม ว่าเด็กที่ผ่านการสอนโดยเน้นสร้างทักษะการคิด เขาจะรู้จักการตั้งคำถามและสร้างสมมติฐานต่อเรื่องราวรอบตัวมากขึ้น ตลอดจนรู้จักวิเคราะห์หาคำตอบเบื้องต้นจากข้อมูลที่มีและหาได้ด้วยตัวของเขาเอง” รศ.ไพโรจน์ กล่าวสรุป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573753723067-1-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp552/">TSQP พัฒนาห้องเรียนปฐมวัย ผ่านหลักสูตร ‘บ้านวิทยาศาสตร์น้อย’และ‘โครงงานฐานวิจัย’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
