<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แวยอรี ลาเตะ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5-%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B0/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Apr 2021 07:57:08 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>แวยอรี ลาเตะ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Feb 2021 01:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์]]></category>
		<category><![CDATA[แวยอรี ลาเตะ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27214</guid>

					<description><![CDATA[<p>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา(มรย.) เป็นสถาบันหนึ่งที่ได้รับการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/">‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา(มรย.)</strong> เป็นสถาบันหนึ่งที่ได้รับการยอมรับด้านการสร้างครูมายาวนาน ผลิตครูที่มีคุณภาพซึ่งกระจายไปทำงานด้านการศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงยังเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ร่วมงานกับ กสศ. ในโ<strong>ครงการ </strong></span><strong>‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ตั้งแต่รุ่น </span><span style="font-weight: 400;">1</span><span style="font-weight: 400;">(ปี </span><span style="font-weight: 400;">2562</span><span style="font-weight: 400;">) ต่อเนื่องถึงรุ่น </span><span style="font-weight: 400;">2 </span><span style="font-weight: 400;">ในปี </span><span style="font-weight: 400;">2563 </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยวัตถุประสงค์โครงการที่มีความสอดคล้องกับความตั้งใจของมหาวิทยาลัย ในการผลิตครูที่สอดรับกับการพัฒนาชุมชน และพัฒนาการศึกษาได้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>“ในฐานะหน่วยผลิต เราต้องรับผิดชอบเรื่องการเพิ่มคุณภาพของครูให้ตอบโจทย์พื้นที่”</h3>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-27241" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-07.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ผศ.ดร.สมบัติ โยธาทิพย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา</strong> อธิบายว่า ที่ผ่านมา มรย. ได้ออกแบบโครงการชื่อ ‘Extra Time’ อันเป็นหลักสูตรพิเศษในการพัฒนาครู โดยทำต่อเนื่องมาแล้วราว 6-7 ปี ซึ่งแสดงถึงความคิดตั้งต้นที่เป็นไปในทางเดียวกับโครงการครูรักษ์ถิ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตรพิเศษนี้ คือผลจากการศึกษาวิจัยโดย มรย. ตั้งคำถามว่า จะทำอย่างไรให้พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หลุดพ้นจากการมีคุณภาพการศึกษาต่ำที่สุดในประเทศได้</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27217" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_banner-1.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ผลิตครู เราต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อการแก้ไขปัญหานี้ เราพบว่าปัจจัยหนึ่งที่เกี่ยวข้องที่สุด คือการผลิตครูของเราอาจมีคุณภาพ แต่ยังไม่เพียงพอหรือสอดรับกับความต้องการของพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนา<strong>หลักสูตร Extra Time</strong> โดยทดลองให้นักศึกษาครูสาขาประถมศึกษา 30 คนเข้ามาอยู่รวมกันในหอพัก แล้วเพิ่มช่วงเวลาพิเศษในการเสริมความรู้เฉพาะทาง สร้างจิตวิญญาณความเป็นครู และพัฒนาศักยภาพทุกด้านอย่างเต็มที่”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.สมบัติ กล่าวต่อไปว่า ในพื้นที่ที่มีความพิเศษ หลากหลายด้วยวัฒนธรรม เชื้อชาติ ศาสนา รวมถึงมุมมองด้านปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน ครูใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องได้รับการเสริมสร้างแนวทางที่เหมาะสมเพียงพอกับปัญหาในพื้นที่ที่แตกต่าง</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27226" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-09.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตร Extra Time จะใช้ช่วงเวลา 1-3 ทุ่มในวันธรรมดา รวมถึงวันเสาร์อาทิตย์และช่วงเวลาปิดเทอม เสริมสิ่งที่นักศึกษาครูต้องเรียนรู้เพิ่ม โดยรวมแล้วจนจบหลักสูตร นักศึกษาทุกคนจะมีเวลาเรียนรู้เพิ่มขึ้นคนละ 1, 800 ชั่วโมง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เวลาที่เพิ่มขึ้นมา เราจะเสริมความรู้เกี่ยวกับบริบทพื้นที่ หรือการสอนศาสนาอิสลามเบื้องต้น(ตาดีกา) ส่วนนักศึกษาที่เป็นพุทธเราก็เสริมด้านศาสนาพุทธ คำนึงถึงความสอดคล้องของพื้นเพเขา ทั้งยังมีการอบรมเทคนิคการสอนที่ลึกในบริบทชุมชนมากกว่าหลักสูตรครูทั่วไป ด้วยหลักสูตรพัฒนาชุมชน เสริมเรื่องทวิภาษา พหุวัฒนธรรม เนื่องจากชุมชนส่วนใหญ่ใช้ภาษามลายูถิ่น(ยาวี)เป็นหลักในการสื่อสาร เราจึงต้องสอนเพิ่มเติม โดยวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องการจัดการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาที่แตกต่างโดยเฉพาะ ที่สำคัญนักศึกษาครูต้องรู้ว่าครูและโรงเรียนไม่ได้มีหน้าที่ในการสอนหนังสืออย่างเดียว แต่ต้องเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นด้วย นี่คือหัวใจของหลักสูตร Extra Time”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>‘ครูรักษ์ถิ่น’ คือเจตนารมณ์ที่ต้องตรงกัน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27219" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-04.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อธิการบดี มรย. กล่าวถึงความร่วมมือกับโครงการครูรักษ์ถิ่น ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ว่า </span><b>แนวคิดของมหาวิทยาลัยที่มาผนวกรวมกับเป้าหมายของโครงการครูรักษ์ถิ่น เปรียบได้กับการประสานแนวทางร่วมกันทั้งในด้านวิธีการและวัตถุประสงค์ คือสร้างครูนักพัฒนาที่จะช่วยยกระดับการศึกษาและชุมชนในระยะยาว</b><span style="font-weight: 400;"> โดย มรย. ได้รับมอบหมายให้ดูแลนักศึกษาครูในสาขาปฐมวัย และประถมศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วนที่ดีที่สุดคือ ทางสถาบันได้ดำเนินงานมาแล้วในระยะเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่เรื่องยากในการเดินต่อไปด้วยกัน โดยเฉพาะเมื่อ มรย. และ กสศ. เชื่อตรงกันว่าการผลิตครูด้วยแนวทางนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ตรงจุดและชัดเจนขึ้น เพราะเราร่วมกันออกแบบโครงการจากพื้นฐานของปัญหาจริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เปลี่ยนบทบาทมหาวิทยาลัย จากตั้งรับสู่ลงพื้นที่ค้นหานักศึกษาร่วมกับชุมชน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27220" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-06.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือจากวางหลักสูตรและบ่มเพาะนักศึกษา อีกภารกิจที่ถือว่าสำคัญและยังเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทหน้าที่ของมหาวิทยาลัย จากเดิมที่เป็นฝ่ายรอรับนักศึกษา เป็นการมีส่วนร่วมในการเฟ้นหานักศึกษาครูผ่านดุลยพินิจของคณาจารย์คณะคุรุศาสตร์ มรย.</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผศ.ดร.สมบัติ กล่าวว่า แม้ต้องเผชิญความเสี่ยงบ้าง แต่ด้วยความช่วยเหลือจากชุมชนที่อยากเห็นเด็ก ๆ ในพื้นที่ของเขาได้รับการศึกษาที่ดีทัดเทียมพื้นที่อื่นๆ ความร่วมมือครั้งสำคัญที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจึง ‘เป็นไปได้’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การลงพื้นที่คัดกรองนักศึกษาร่วมกับ กสศ. ชุมชน และโรงเรียนปลายทางที่จะรองรับนักศึกษาของเรา ถือว่าเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ที่เราจะมาทำร่วมกัน โดยเฉพาะ</span><b>ในพื้นที่ 3 จังหวัดซึ่งมีความซับซ้อนเปราะบางด้วยเงื่อนไขต่างๆ ต้องยอมรับว่า ณ จุดเริ่มต้นมันมีความเสี่ยง เพราะบางแห่งที่ต้องเข้าไปเยี่ยมบ้านเด็กๆ เป็นพื้นที่สีแดง แต่เราถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ เป็นหมุดหมายที่บอกได้ว่าทุกฝ่ายทั้งมหาวิทยาลัย ชุมชน และโรงเรียนในพื้นที่พร้อมที่จะทำงานร่วมกัน</b><span style="font-weight: 400;"> ในการดูแลเด็กๆ ในชุมชนเพื่อพัฒนาให้เขาเติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27224" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-12.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับมหาวิทยาลัย เรามองว่าการลงพื้นที่ค้นหาเด็กจะทำให้เราพบคนที่เขามีหัวใจของความเป็นครู ก่อนนำมาพัฒนาด้านอื่นๆ ต่อซึ่งทำได้ง่ายกว่า เพราะชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่จะช่วยให้เราเห็นมุมมองด้านต่างๆ ของนักศึกษา ข้อมูลที่ได้จึงทำให้เราเชื่อมั่นได้มากกว่าการสอบหรือการสัมภาษณ์ที่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ ตรงนี้เราในฐานะฝ่ายผลิตจึงต้องเสียสละ ทุ่มเทเวลาส่วนนี้ลงไปร่วมกับชุมชน กับภาคีทุกฝ่าย เพื่อให้ได้ครูนักพัฒนาที่ใช่จริงๆ”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ไม่ใช่แค่ค้นหา แต่ต้องร่วมพัฒนาน้องๆ ไปด้วยกัน <span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27221" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-10.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อขั้นตอนค้นหาผ่านไปจนพบคนที่ใช่ ช่วงเวลาอีก 4 ปีหลังจากนั้น นักศึกษาจะได้รับการปลูกฝังความเป็นครูนักพัฒนา โดยต้องมีกิจกรรมร่วมกับชุมชนและโรงเรียนปลายทางที่น้องๆ จะเข้าบรรจุหลังจบการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในหลักสูตรครูรักษ์ถิ่น นักศึกษาต้องสื่อสารและทำกิจกรรมกับชุมชนเพื่อซึมทราบความเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีผู้อำนวยการและครูโรงเรียนปลายทางเป็นเสมือนพี่เลี้ยงของเขา เราจะให้เขาค่อย ๆ มองเห็นปัญหาหรือแผนงานพัฒนาชุมชนเชิงลึกที่เขาจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในวันข้างหน้า ขั้นตอนนี้มิได้เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้เขาอย่างเดียว แต่จะทำให้เขารู้ว่าอะไรคือความต้องการของท้องถิ่น แล้วการที่เขาไม่มีระยะห่างจากชุมชน ได้มีส่วนร่วมตั้งแต่เรียนปี 1 จนจบการศึกษา เราเชื่อว่าในที่สุดเขาจะสามารถค้นพบนวัตกรรมสักอย่างที่นำมาใช้พัฒนาท้องถิ่นของเขาได้” อธิการบดี มรย. กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ครูที่เป็นคนในพื้นที่ ช่วยลดอัตราการย้าย คืนความเชื่อมั่นให้ชุมชน</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27222" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-03.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>แวยอรี ลาเตะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านด่าน</strong> โรงเรียนปลายทางรองรับนักศึกษาครูรักษ์ถิ่น กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีโรงเรียนขนาดเล็กอยู่มาก หลายแห่งมีปัญหาขาดแคลนครู ครูไม่ครบชั้น การดูแลเด็กจึงไม่ค่อยทั่วถึง ส่งผลให้เด็กเรียนรู้ได้ไม่เต็มที่ ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กๆ ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ขณะที่โครงการครูรักษ์ถิ่นจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์ปัญหาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่นักศึกษาครูรักษ์ถิ่นไม่ได้ถูกเลือกโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เปิดโอกาสให้โรงเรียนและชุมชนที่จะเป็นปลายทางรองรับ ได้บอกความต้องการ ได้ร่วมค้นหา ทำให้ชุมชนเชื่อมั่นได้ว่าจะได้ครูที่มีคุณสมบัติตรงกับความต้องการของท้องถิ่น ตรงนี้นอกจากการเข้ามาช่วยพัฒนาหรือแก้ปัญหาต่างๆ ยังมีผลพลอยได้ในการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชนได้อีกด้วย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27227" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/มรย.-รับ-ครูรักษ์ถิ่น-ร่วมยกระดับคุณภาพการศึกษา_Photo-02.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แล้วด้วยวิธีสร้างคนในพื้นที่ขึ้นมาเป็นครูของชุมชน ทำให้เราพอจะมองเห็นทิศทางอนาคต ว่าปัญหาครูโยกย้ายออกจากพื้นที่จะดีขึ้น นอกจากนี้ครูที่เป็นคนในพื้นที่เขาจะมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นในฐานะกระบอกเสียงทั้งในมุมของโรงเรียนและของชุมชนไปได้พร้อมๆ กัน” ผอ.โรงเรียนบ้านด่าน กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-19-02-21/">‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’ ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
