<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แพรพิมพ์ สีลวานิช | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B9%8C-%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%8A/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 26 Sep 2022 06:22:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>แพรพิมพ์ สีลวานิช | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ เปิด 5 องค์ประกอบความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย เผยสถิติย้อนหลัง 10 ปี ชี้ชัด ครอบครัว &#8211; ชุมชน &#8211; โรงเรียน &#8211; ตนเอง &#8211; ข่าวสาร เปลี่ยนอนาคตการศึกษาได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-260922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 26 Sep 2022 06:22:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมพฤติกรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยศาสตร์แบบบูรณาการ]]></category>
		<category><![CDATA[แพรพิมพ์ สีลวานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รุ่งนภา จิตร์โรจนรักษ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60580</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 สมาคมพฤติกรรมศาสตร์ ร่วมกับ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260922/">นักวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ เปิด 5 องค์ประกอบความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย เผยสถิติย้อนหลัง 10 ปี ชี้ชัด ครอบครัว – ชุมชน – โรงเรียน – ตนเอง – ข่าวสาร เปลี่ยนอนาคตการศึกษาได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2565 <strong>สมาคมพฤติกรรมศาสตร์</strong> ร่วมกับ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> จัดกิจกรรมเสวนาวิชาการ<strong> “การศึกษาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาด้วยศาสตร์แบบบูรณาการ” </strong>โดยมี นางสาวแพรพิมพ์ สีลวานิช นำเสนอผลการศึกษาจากการทบทวนวรรณกรรมสำหรับจัดทำงานวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พร้อมด้วย ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ดร.รุ่งนภา จิตร์โรจนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และสมาชิกสมาคมพฤติกรรมศาสตร์ ร่วมพูดคุยหาทางออกจากวิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-756212"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/แพรพิมพ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) แพรพิมพ์ สีลวานิช นำเสนอผลการศึกษางานวิจัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวแพรพิมพ์</strong> กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้ตั้งคำถามถึงแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ว่าที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร และการศึกษาประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีช่องว่างการวิจัยประเด็นทางพฤติกรรมศาสตร์อะไรบ้างที่น่าสนใจ โดยได้ประมวลงานศึกษาเกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2555 &#8211; 2565 ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งพบสาเหตุของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและข้อเสนอแนะ 5 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้</p>



<ol><li>ครอบครัว งานวิจัยนี้ค้นพบว่าโปรแกรมพัฒนาความรู้และทักษะแก่ผู้ปกครองจะช่วยให้เด็กเกิดความพร้อมในการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และลดภาวะถดถอยในการเรียนรู้ได้ การสนับสนุนจากครอบครัว ทั้งด้านการเงิน และอารมณ์ มีผลต่อการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา<br></li><li>ชุมชนเครือข่ายทางสังคมระหว่างผู้ปกครองกับสมาคมต่าง ๆ สามารถแบ่งปันเรื่องราว อัปเดตข้อมูลจัดหาแหล่งทุน การสนับสนุนสถานที่เพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาและทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษามากขึ้นได้<br><br>“การให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมและบริบทของกลุ่มเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กไม่รู้สึกถูกกีดกัน ไม่รู้สึกแปลกแยกจากวัฒนธรรมชุมชนที่ยึดถืออยู่ รวมทั้งเกิดการเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม การจัดการเรียนรู้ภายใต้วัฒนธรรมและบริบทจะช่วยให้เด็กอยู่ในระบบการศึกษามากขึ้น เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับนักเรียนต่อไป”<br></li><li>โรงเรียน บรรยากาศการเรียนที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับการเรียนรู้ โดยเฉพาะกับเด็กชาติพันธุ์ จะช่วยให้ผู้ปกครองมีความไว้วางใจโรงเรียนมากขึ้น เป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ การสื่อสารเชิงบวกระหว่างผู้ปกครองกับครู อาจารย์ หรือระหว่างนักเรียนกับครู อาจารย์ ทั้งในและนอกเวลาเรียน จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระยะยาว ส่วนภาวะผู้นำและความสามารถของผู้บริหารสถานศึกษา เช่น การประสานความร่วมมือ การสื่อสารเป้าหมาย ก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเช่นกัน<br><br>“นโยบายและมาตรการ เช่น การเปิดกว้างเรื่องสาขาวิชาเรียน มาตรการป้องกันการยุติการศึกษาด้วยระบบให้การปรึกษา ระบบการปรับพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้”<br></li><li>บุคคลหรือบุคลิกภาพเชิงบวก อันได้แก่ส่งเสริมสนับสนุนเรื่องการกำกับตนเองที่รวมถึงการจัดลำดับงาน การตั้งเป้าหมาย แรงจูงใจ การประเมินผลลัพธ์ และการประเมินตนเอง จะสามารถช่วยนักเรียนจากการถูกกีดกันและพาออกจากความเหลื่อมล้ำ ซึ่งการพัฒนาทักษะการคิดเชิงบริหารจัดการ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม เช่น การโต้วาที มีความสัมพันธ์กับการคิดเชิงวิจารณญาณ จะนำไปสู่แนวโน้มของการจบการศึกษา ซึ่งเป็นส่วนที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา<br><br>“บุคลิกภาพเชิงบวก เช่น การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ยอมรับความแตกต่าง เห็นคุณค่าทางการศึกษา ช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา ความเสมอภาคทางการศึกษา และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา”<br></li><li>การสะกิด (Nudge) การสะกิดด้วยข้อความ (Text) ในกลุ่มผู้ปกครอง เช่น การเสนอแนะวิธีปฏิบัติและกิจกรรมที่สร้างสรรค์ หรือการอธิบายกิจกรรมเพื่อเพิ่มทักษะ เพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการช่วยเหลือนักเรียน จะช่วยลดภาวะถดถอยในการเรียนรู้ ทำให้นักเรียนมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น มีไหวพริบในการเตรียมความพร้อมที่จะเข้าโรงเรียน เช่น การปฐมนิเทศ เป็นการสะกิดช่วยให้นักศึกษาเลือกสาขาที่เรียนได้ดี การสะกิดโดยใช้ข้อมูลข่าวสาร เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกโรงเรียน โรงเรียนที่มีคุณภาพ กระบวนการสมัครในแต่ละโรงเรียน และบริการเฉพาะทางจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างพลังในการเข้าสู่โรงเรียนที่มีคุณภาพที่เหมาะสม</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b22a9f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/08ศึกษาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวยการ วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. กล่าวว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีหลายมิติ เช่น ด้านโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่มาจากพื้นฐานเศรษฐฐานะ อาจจะมาจากครอบครัวยากจน มีปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม รวมทั้งความพิการ เป็นต้น หรือในด้านของความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ สำหรับผู้ที่ได้เข้าถึงการศึกษาแล้ว</p>



<p>“แม้ว่าตอนนี้ ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้เท่า ๆ กัน แต่ว่าทำไมคุณภาพการศึกษาถึงมีความแตกต่างกัน โรงเรียนในเมืองกับชนบทอาจพูดถึงทรัพยากรที่แตกต่างกัน แม้แต่ในเมืองเหมือนกันก็ยังมีความต่างระหว่างโรงเรียนรัฐกับเอกชน หรือกระทั่งในโรงเรียนรัฐเอง บางแห่งมีความพร้อมมาก แต่บางแห่งไม่มีความพร้อมเลย คุณภาพครูก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้น ความแตกต่างทางด้านทรัพยากรทางการศึกษาจึงเป็นสิ่งที่มีการพูดถึงกันค่อนข้างมาก ซึ่งสุดท้ายความเหลื่อมล้ำทั้ง 2 ด้านนี้ก็จะส่งผลไปถึงความเหลื่อมล้ำในระยะยาวของประชาชน เราจึงกำลังพยายามหาวิธีว่าจะทำอย่างไรจึงจะลดความเหลื่อมล้ำทั้ง 2 แบบนี้ให้ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าถึงทรัพยากรต่าง ๆ ทางการศึกษาที่มีความแตกต่างกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e2c6ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/08ศึกษาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ </strong>กล่าวต่อไปว่า การนำเอาแนวทางการสะกิด (Nudge) มาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในวงการศึกษา ถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการศึกษาไทย อาจจะพิจารณาถึงมาตรการต่าง ๆ ในการทำให้นักเรียน ผู้ปกครอง โดยเฉพาะกลุ่มด้อยโอกาส มีข้อมูลในเรื่องของโอกาสการเข้าถึงข้อมูลด้านทุนการศึกษา ผลตอบแทนในอนาคตของการศึกษา การทำให้ระบบการสมัครเรียนต่อ การขอทุน การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ทำได้ง่ายขึ้นหรือพัฒนาแนวทางกระตุ้นให้นักเรียน ครู ผู้ปกครอง มีปฏิสัมพันธ์ในเชิงบวกกันมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาของเด็ก&nbsp; อย่างในสหรัฐอเมริกามีการปรับใช้แนวทางนี้ในการทำให้นักเรียนยากจน สามารถสมัครเข้าเรียนต่อโดยกระบวนการที่ง่ายขึ้น หรือมีการส่งข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางการศึกษา เช่น ทุนการศึกษาต่าง ๆ ไปยังนักเรียนโดยตรง ทำให้นักเรียนยากจนที่สมัครเรียนต่อในมหาวิทยาลัยมีจำนวนเพิ่มขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fef546"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/รุ่งนภา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รุ่งนภา จิตร์โรจนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา<br>สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.รุ่งนภา จิตร์โรจนรักษ์</strong> ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันมีองค์ความรู้เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจากงานวิจัยมากพอสมควร จนตอบได้ว่าสังคมมีปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่แน่ ๆ แต่ก็ยังมีส่วนขององค์ความรู้ที่ยังขาดอยู่ เช่น มาตรการที่ใช้ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาแล้วได้ผล สิ่งที่อยากรู้คือแต่ละมาตรการทำในบริบทไหน เพื่อเป็นประโยชน์ในเชิงนโยบายสำหรับการแก้ปัญหา</p>



<p>“ถามว่าเราได้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือไม่ จริง ๆ แล้วในเชิงนโยบายในประเทศไทยก็มีการแก้ปัญหาไปหลายเรื่อง เช่น การเกิดขึ้นของ กสศ. ก็เพื่อมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำตรงนี้ อีกเรื่องคือมีการพยายามปรับการจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวที่เพิ่มขึ้น แต่โดยส่วนตัวมองว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะว่าจริง ๆ แล้วต้องมีการปรับสูตรการจัดสรรใหม่ บริหารจัดการทรัพยากรใหม่ เพราะถ้าเพิ่มเงินไปเรื่อย ๆ ประเทศไทยไม่มีเงินพอที่จะมาลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ มันต้องแก้ที่ระบบจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” <strong>ดร.รุ่งนภา กล่าว</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260922/">นักวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์ เปิด 5 องค์ประกอบความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไทย เผยสถิติย้อนหลัง 10 ปี ชี้ชัด ครอบครัว – ชุมชน – โรงเรียน – ตนเอง – ข่าวสาร เปลี่ยนอนาคตการศึกษาได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
