<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 21 Apr 2023 13:05:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 21 Apr 2023 13:05:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอาชีวะ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียานุช คำเย็น]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66944</guid>

					<description><![CDATA[<p>“มีรุ่นน้องผมโดดตึกตาย” พงศ์ (นามสมมติ) อดีตเด็กอาชีวะ  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/">ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“มีรุ่นน้องผมโดดตึกตาย” <strong>พงศ์</strong> (นามสมมติ) อดีตเด็กอาชีวะ ตอบคำถามว่า “มีเด็กช่างเป็นซึมเศร้าบ้างไหม”&nbsp;</p>



<p>พงศ์เคยเดินเข้า-ออกโรงพยาบาลเพื่อรักษาโรคซึมเศร้ารุนแรง (Major Depressive Disorder) อยู่เกือบ 4 ปี จึงพอจะสังเกตได้ว่าใครมีอาการในกลุ่มเดียวกับตัวเองบ้าง&nbsp;</p>



<p>“เรื่องเศรษฐกิจ ฐานะครอบครัว เขารู้สึกไม่มีค่า เป็นภาระที่บ้าน เป็นตัวถ่วง เราคนนอก ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือคิดไปเอง”&nbsp;</p>



<p>เรื่องปากท้อง ครอบครัว และครู เป็นความเครียดอันดับต้น ๆ ของ ‘เด็กช่าง’ ในมุมรุ่นพี่อย่าง <strong>พงศ์</strong> และ<strong>ยุทธ</strong> (นามสมมติ) ที่ตอนนี้ก็กำลังเรียนอยู่ในสถาบันอาชีวศึกษาแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p><a href="https://dmh.go.th/report/dmh/rpt_year/view.asp?id=463" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลการสำรวจสถานการณ์สุขภาพจิตในปี 2565 </a>จากกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยรุ่นและเยาวชน ในช่วงอายุ 15-24 ปีมีคะแนนสุขภาพจิตเฉลี่ยต่ำที่สุด เด็กในกลุ่มที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีก็มีความเครียดสูง เสี่ยงที่จะมีภาวะซึมเศร้าและเสี่ยงฆ่าตัวตายสูงกว่ากลุ่มประชาชนวัยทำงานและวัยสูงอายุ </p>



<p>ส่วนนักเรียนนักศึกษาเป็นกลุ่มเปราะบาง ซึ่งในที่นี้อาจจะหมายรวมถึงเพื่อนที่พงศ์พูดถึง ข้อมูลก็เผยว่าเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า เครียด วิตกกังวลเพิ่มขึ้นตลอดช่วงอายุที่เป็นวัยรุ่น และสูงสุดในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น</p>



<p>ภาวะซึมเศร้าจึงกลายเป็นประเด็นที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ในระดับโลก องค์การอนามัยโลก (WHO) มีรายงานว่า ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ร้อยละ 10-20 ของเด็กและวัยรุ่นทั่วโลกเคยประสบกับภาวะสุขภาพจิตที่ไม่ดี โดยโรคทางจิตเวชกว่าครึ่งเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 14 ปีด้วยซ้ำ </p>



<p>“ส่วนใหญ่เรื่องฐานะ ครึ่งหนึ่งของเด็กอาชีวะฐานะไม่ดี พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวย บางคนทำงานถึงดึก เช้าก็ต้องรีบมาเรียนต่อ บางทีก็มาสาย อาจารย์บางคนไม่เข้าใจก็จะมองว่ามันอ้าง หลายคนไม่มีค่าเทอม&nbsp; สอบตกไม่มีค่าลงทะเบียนสอบซ่อม” ยุทธเล่าสาเหตุ&nbsp;</p>



<p>อย่างที่กล่าวว่า ปัญหายอดนิยมคือเรื่องปากท้อง ดังนั้นวิธีแก้ปัญหายอดนิยมของเด็ก ๆ คือการยืม&nbsp;</p>



<p>“ยืมตังค์ครูจ่ายค่าเทอม บางทีเพื่อนก็รวมตังค์คนละร้อยสองร้อยจ่ายค่าเทอมให้เพื่อน ปกติรวมกันกินเหล้า (หัวเราะ) หรือเพื่อนมีลูกไว ก็ต้องรวมเงินกันจ่ายค่านมลูก ชีวิตมันเร่งรัดให้โตอะพี่”&nbsp;</p>



<p>“การเปลี่ยนจากสังคมเด็กช่างมาเรียนมหา’ลัย เพื่อนไม่เข้าใจวิธีคิดแบบเรา (เด็กช่าง) เท่าไหร่ อาจารย์ด้วย บีบเราหลายอย่าง เริ่มสะสม เศรษฐกิจที่บ้านตอนนั้นหนัก เลยเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอะไรเลย ไม่มีค่า” พงศ์บอก&nbsp;</p>



<p>สาเหตุต่อมาคือครอบครัว&nbsp;</p>



<p>“ตอนผมลาออกจากโรงเรียนตอน ม.5 มาเรียน ปวช. ที่บ้านด่าฉิบหายวายป่วงเลย พ่อเคยเรียนช่างมาก่อนแต่เขาเรียนไม่จบ เขารู้ว่าสังคมมันเป็นยังไง เขาไม่คุยด้วยเลย ค่าเทอมก็ไม่จ่าย” พงษ์เลยต้องทำงานหาเงินจ่ายเอง&nbsp;</p>



<p>สำหรับพงศ์ สาเหตุหลักของโรคซึมเศร้ามาจากฐานะการเงินของครอบครัวที่มีปัญหา รุมด้วยปัญหาอื่น ๆ อาการจึงแสดงออกหนักขึ้นเรื่อย ๆ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาของภาพจำ : เด็กช่างตีกัน แข็งแกร่ง เต็มไปด้วยความเป็นชาย แต่ก็ซึมเศร้า</strong></h2>



<p>ความเปราะบางเรื่องเศรษฐฐสถานะ เรื่องปากท้อง การทำมาหากิน เป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการใช้ชีวิตของมนุษย์โดยพื้นฐาน เด็กอาชีวะก็ไม่ต่างกัน ปัญหาปากท้องเป็นประเด็นหลักที่ส่งผลกระทบต่อการศึกษา การใช้ชีวิต และมีผลต่อสุขภาพจิตในท้ายที่สุด ดังนั้นในประเด็นแรก เราอาจจะแยกไม่ได้ว่าปัญหาความยากจนของเด็กอาชีวะและเด็กที่เรียนสายสามัญแตกต่างกันอย่างไร</p>



<p>“ปัญหานี้เป็นเรื่องของเด็กทั่วไป ไม่ได้เฉพาะเด็กอาชีวะค่ะ&nbsp; ความยากจนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาสุขภาพจิตโดยภาพรวมอยู่แล้ว ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะเรียนอาชีวะหรือจบแค่ ป.6 แล้วก็อาจจะหลุดออกจากระบบการศึกษาไปเลยก็ได้ แต่จะเกิดขึ้นในกลุ่มเปราะบางที่มีความยากจนเป็นพื้นฐาน และมันจะส่งผลต่อสุขภาพจิต แต่มันอาจจะไม่ตรงไปตรงมา เช่น ไม่ใช่ว่าคนที่จนจะมีปัญหาสุขภาพจิตทุกคน แต่จะเป็นปัจจัยที่สร้างปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น พ่อแม่ที่ติดสารเสพติด หรือว่าติดคุกก่ออาชญากรรม หรือครอบครัวยากจนที่อยู่ในชุมชนแออัด</p>



<p>นอกจากนั้นความยากจนจะทำให้คนเครียดจนเกิดความเครียดแบบสะสมแล้วก็เรื้อรัง การจะดิ้นรนเอาตัวรอดจากความยากจนไม่ง่าย&nbsp; รวมทั้งอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำแล้วก็ไม่ยุติธรรม เช่น เขาจะไปเทียบกับคนที่อยู่ดีกินดีมากกว่า อาจจะเทียบกับแค่เพื่อนของตัวเอง อยากได้ในสิ่งที่เคยขาด เพราะฉะนั้นเรื่องความยากจน มักจะมีทั้งความเครียดที่สูง ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ และความเหลื่อมล้ำที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองด้อย ขาดแรงจูงใจเชิงบวก ก็จะเหนี่ยวนำให้ไปทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมได้ง่าย”</p>



<p><strong>คุณหมอฝน–แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ </strong>จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และรับผิดชอบ<strong><em>โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</em></strong> ผู้คลุกคลีและรับรู้สถานการณ์ของเด็กอาชีวะมาตั้งแต่ปี 2559 ให้ข้อมูล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e2cbbd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/01-หมอฝน-ศุทรา-เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ขวา) หมอฝน-แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่ว่า อาจจะรวมถึงเรื่องการทะเลาะวิวาทที่เป็นภาพจำมาหลายสิบปีด้วย ซึ่งทั้งพงศ์และยุทธก็ยอมรับว่าจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมี&nbsp;</p>



<p>“รุ่นผมเข้ามา 15 คน เรียนจบ 4 คน เหตุผลมีสองอย่าง ไม่มีตังค์ กับติดคุกเพราะตีกัน”&nbsp; เขากล่าว</p>



<p>“ถามถึงว่ามุมมองของสังคมในเรื่องของการทะเลาะกันของเด็กอาชีวะ ส่วนใหญ่จะจำกัดในวิทยาลัยที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรือว่าปริมณฑล ไม่ได้เป็นปัญหากับวิทยาลัยอาชีวะที่อยู่ต่างจังหวัดไกล ๆ เท่าไหร่ ดังนั้นปัญหาสถานการณ์ที่เราเห็นว่าทะเลาะกันแล้วออกข่าว จริง ๆ แล้วมันเป็นกลุ่มย่อยที่อยู่ในเฉพาะตัวเมืองเป็นหลัก&nbsp;</p>



<p>แต่ก่อนอาจจะมีการชกต่อยหรือว่าการใช้อาวุธที่ไม่ถึงชีวิต แต่ว่าในช่วง 4-5 ปีหลังที่ผ่านมา เช่น ปี 2559 ไล่มาจนถึงปี 2560-2561 พบว่าเด็กใช้อาวุธที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตมากขึ้น มีการใช้อาวุธปืนเข้ามามากขึ้น จึงทำให้คู่กรณีมีการเสียชีวิต&nbsp;</p>



<p>นี่เป็นการติดตามสถานการณ์มาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกลุ่มใหญ่ แต่ก็เป็นปัจจัยที่น่ากังวลนะคะ เนื่องจากเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วความรุนแรงและการทะเลาะวิวาทเกิดกับเด็กทุกสังกัดนั่นแหละ แต่ว่าสายอาชีพเป็นสายที่อาจจะมีการรวมกันของเด็กที่มีความเปราะบางได้เยอะ เลยทำให้ปัจจัยเสี่ยงที่มันผสมผสานกันเกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มนี้”</p>



<p>หมอฝนเสริมว่าส่วนหนึ่งของปัญหามาจากครอบครัว&nbsp;</p>



<p>“พ่อแม่ของเด็กอาชีวะเขามีการใช้ความรุนแรง เช่น พ่อแม่อาจจะมีคดีความ ก่ออาชญากรรมหรืออาจจะใช้ความรุนแรงในครอบครัว เด็กกลุ่มนี้เติบโตมาและอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความเสี่ยง พอมาอยู่ในสถานศึกษา&nbsp; และสถานศึกษาเองก็อาจจะมีต้นแบบหรือการถ่ายทอดความรุนแรงในบางแบบ เช่น บางทีมีเหตุการณ์ตีกัน ครูก็จะจัดการด้วยความรุนแรงเหมือนกัน ไล่เด็กออก หรือพูดแต่คำที่รุนแรง ประจาน”</p>



<p>ไม่มากก็น้อย ครูจึงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตและสุขภาพจิตของเด็กอาชีวะ</p>



<p>“เวลาเครียด อันดับแรกจะปรึกษาเพื่อน ไม่ก็รุ่นพี่รุ่นน้อง แต่ถ้าเป็นเรื่องทะเลาะวิวาท ไม่มีใครกล้าปรึกษาอาจารย์ กลัวทัณฑ์บน กลัวผลกระทบเรื่องเรียนตามมา จะถูกมองว่าเป็นเด็กโดดเรียน เป็นหัวโจก” ยุทธตอบคำถามว่า เวลากลุ้มหรือเครียดปรึกษาใคร</p>



<p>ในอีกด้าน ภาพลักษณ์ความเป็นเด็กช่างที่ต้องอดทน กล้าหาญ แข็งแกร่ง จัดการปัญหาแบบเด็ดขาด ก็เป็น ‘พิษ’ ไหลย้อนกลับเข้าตัว&nbsp;</p>



<p>“ความที่มีความเป็นชาย (masculine) เยอะ ต้องแข็งแกร่ง อดทน แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย เวลาเอาไปปรึกษาอาจารย์บางคน เขาก็จะบอกว่า ไอ้เหี้ย คิดอะไรโง่ ๆ เรื่องของมึง ไปไหนก็ไป ควาย …ส่วนมากใช้คำแบบนี้ จริงๆ เขาไม่ได้คิดอะไรหรอก เขาอาจจะคิดว่าเด็กผู้ชายเจออะไรมาเยอะ หนีตายมาได้จนจะจบอยู่แล้ว มาท้อแท้กับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง” &nbsp;</p>



<p>วาทกรรมความเป็นชาย หรือความฆ่าได้หยามไม่ได้ที่ตีตราตามตัวเด็กอาชีวะมา จึงมีที่มาที่ไปจากหลากหลายสาเหตุ ส่วนสำคัญเลยคือสภาพแวดล้อมที่มีส่วนบ่มเพาะพฤติกรรมที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง</p>



<p>และอีกปัจจัยที่ทรงอิทธิพลคือสื่อ</p>



<p>“เด็กกลุ่มนี้พอออกจากวิทยาลัยนึงเขาก็ไปเข้าอีกวิทยาลัยนึง ซึ่งก็อาจจะไปเจอครูที่ไม่ได้ดูแลด้วยการประนีประนอมเหมือนกัน อีกอย่างคือสื่ออาจจะมีรูปแบบการนำเสนอที่ไฮไลต์เรื่องความรุนแรงที่มันมากเกินไป จนเขารู้สึกว่าโดดเด่นขึ้นมาชั่วข้ามคืนเลย นี่ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีการวิเคราะห์ว่าไม่ได้เป็นผลดีกับเรื่องความรุนแรง แต่กลับทำให้ความรุนแรงได้รับการมองเห็นมากขึ้นจนเกินความเป็นจริงด้วยซ้ำ” หมอฝนกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f82fbd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/02-หมอฝน-ศุทรา-เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเครียดไม่แบ่งสายสามัญ-อาชีพ</strong></h2>



<p>ถ้ามีหนังสักเรื่องถ่ายทอดชีวิตจริงของเด็ก ๆ อาชีวะออกมา อยากให้เป็นเรื่องราวแบบไหน?</p>



<p>“อยากให้เล่าปัญหาครู อาจารย์ ปัญหาชีวิต ครอบครัว ซึ่งส่งผลถึงการเรียนด้วย ประเด็นนี้มันมีมา 40-50 ปีแล้ว&nbsp; ไม่ได้รับการแก้ไขอะไรเลย ไม่มีรัฐบาลไหนเลยพูดถึงเด็กอาชีวะ พวกผมก็น้อยใจเหมือนกันนะพี่ อยากให้ภาครัฐจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ต่างสถาบันทำอะไรร่วมกันบ้าง อย่างกีฬาต่างสถาบัน ผมเชื่อว่าถ้าได้เล่นกัน รู้จักกันตั้งแต่ ปวช.ปี 1 มันจะตีกันน้อยลง”&nbsp;</p>



<p>ยุทธยังย้ำคำตอบว่า ทั้งหมดนี้ไม่ได้พูดเพื่อเอาดีเข้าตัว แต่ตีกันมันไม่ได้ประโยชน์อะไรจริง ๆ&nbsp;</p>



<p>“อยากให้สังคมเข้าใจพวกผมมากกว่านี้ ไม่ใช่อะไรก็ใช้ความรุนแรง อย่างผมคุยกับพี่ ผมก็ใช้เหตุผลคุยได้ เด็กช่างมันก็มีคนที่คิดได้ คิดไม่ได้ เด็กสามัญ เด็กวัยรุ่นคนอื่น ๆ ก็ไม่ต่างกันหรอก”&nbsp;</p>



<p>“เอาจริง ๆ เด็กอาชีวะก็คือเด็กทั่วไปนะพี่ เรื่องใช้ความรุนแรงยอมรับว่ามี แต่ไม่ใช่ทุกคน บางทีก็น้อยใจ ไปฝึกงานในโรงงาน เขาก็มองเกรง ๆ ว่าเด็กพวกนี้มันจะมาตีเราไหม” ยุทธเล่าให้ฟัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-131c31"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/03-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><a href="https://www.unicef.org/thailand/th/reports/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รายงาน</a> <em>“การสร้างความเข้มแข็งให้ระบบและบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมสำหรับเด็กและวัยรุ่นในเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ฉบับประเทศไทย”</em>  โดยองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กรมสุขภาพจิต สถาบันวิจัยประชากรและสังคม และสถาบันเบอร์เน็ต ประเทศออสเตรเลีย เผยข้อมูลว่า วัยรุ่นไทยอายุ 10-19 ปี ประมาณ 1 ใน 7 คน มีความผิดปกติทางจิตประสาทและอารมณ์ และการฆ่าตัวตายคือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับสามของวัยรุ่นไทย </p>



<p>รายงานฉบับนี้ไม่ได้แบ่งหมวดว่าวัยรุ่นคนไหนเรียนสายสามัญ คนไหนเรียนสายอาชีพ หรือคนไหนอยู่นอกระบบ สอดคล้องกับคุณหมอฝนที่บอกว่า ความเครียด ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไป เพิ่มเติมเข้ามาที่หนักกว่าคือเรื่องปากท้อง&nbsp;</p>



<p>“หลายคนมาเรียนสายอาชีพเพื่อจะทำงานหาเงิน เด็กมัธยมหลายคนก็ไม่เคยรู้เลยว่า ฉันจะต้องทำงานหาเงินด้วยเหรอ เด็กอาชีวะหลายคนเลิกเรียนไปทำงานต่อก็เจอการจ้างงานที่ถูกเอาเปรียบ ใช้แรงงานเกินเวลาหรือกดค่าแรง เพราะฉะนั้นเด็กสายอาชีพน่าจะมีความเครียดสองเด้งเมื่อเทียบกับเด็กทั่วไป คือเครียดด้านการศึกษา แล้วก็เครียดกับระบบการจ้างงานที่เจอ” หมอฝนกล่าว</p>



<p>จึงมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่เลือกเรียนสายอาชีพด้วยเหตุผลที่ชัดเจน คืออยากทำงานและมีรายได้โดยเร็ว ฉะนั้นความคิดที่ว่า เพราะเรียนไม่เก่ง หัวไม่ดี เลยสอบไม่ติดสายสามัญก็อาจเป็นเพียงมายาคติเดิม ๆ&nbsp;</p>



<p><strong>“หมอได้ไปคุยและทดลองกิจกรรมกับเด็กหลายคนแล้วพบว่า ทัศนคติที่ว่าเด็กสายอาชีพเป็นเด็กที่เรียนไม่เก่งอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะเคยสัมภาษณ์เด็กหลายคนที่มาเรียนสายอาชีพ สายช่าง และเป็นเด็กผู้หญิง เขาบอกออกมาด้วยความภูมิใจเลยว่า เขาตั้งใจเลือกเรียนสายช่างเพราะเขาอยากจะเป็นช่างจริงๆ  เขาเป็นเด็กที่เรียนเก่งและสามารถไปสอบแข่งขันกับเด็ก ม. 4 ได้ แต่มาเรียนที่นี่เพราะขึ้นชื่อเรื่องการปั้นคนออกไปเป็นอาชีพนี้ได้ และเขาก็อยากเรียนแค่ 3 ปีแล้วออกไปประกอบอาชีพได้เลย</strong></p>



<p><strong>เพราะฉะนั้น เด็กกลุ่มนี้ไม่น้อยเขาเลือกที่จะเรียนสายอาชีพด้วยเหตุผลที่ชัดเจน และมีเป้าหมาย แต่เสียงเหล่านี้อาจจะไม่ค่อยได้ถูกสะท้อนออกมามากกว่า&nbsp;</strong></p>



<p>ตัวครูเองก็เช่นกันค่ะ มีเด็กจำนวนหนึ่งที่เขามั่นใจและภูมิใจในตัวเองว่าเขาอยากจะเรียนสายอาชีพ เขาค้นหาตัวเองเจอ แล้วเขาก็มีความเก่ง ฉลาด หัวดีมาก สามารถเรียนได้เกรดที่สูง แต่ขณะเดียวกัน กลายเป็นว่าครูที่สอนเขาเนี่ยก็มองเหมือนที่สังคมมอง ในเชิงเหมารวม ครูไปพูดกับเด็กว่า โอ๊ย ทำไมเรียนเก่งขนาดนี้ มาเรียนสายอาชีพทำไม ทำให้คนเก่ง ๆ ไม่อยากจะมาเรียนเท่าที่ควร  เพราะฉะนั้นสังคมก็มีส่วนทำให้เกิดการแบ่งแยกกลุ่มผู้เรียนไปในตัว ทำให้พ่อแม่และครอบครัวก็รู้สึกไม่ได้รับความสำคัญ เด็กก็หลุดออกจากระบบการศึกษา แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาได้ไม่เต็มที่ค่ะ”</p>



<p>และการเรียนสายอาชีพก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่ใครคิด</p>



<p>“เด็กอาชีวะส่วนหนึ่งที่บอกว่าเรียนยาก เรียนไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่มีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนมากพอ  เป็นความเครียดจากการที่ไม่เคยได้ค้นหาตัวเอง ทำให้มันติดขัดไปต่อไม่ได้ ไม่รู้จะไปในสายนี้ต่อจนจบไหม หรือว่าลาออกไปเลยดี คล้าย ๆ กับเด็ก ม.6 เตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่เด็กอาชีวะเจอเร็วกว่าเท่านั้นเอง” คุณหมอฝนอธิบาย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-906619"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/04-เสื้อช็อป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็ก ม.ปลาย มีครูแนะแนว แล้วเด็กช่างมีใคร</strong></h2>



<p>ข้อมูลจากยูนิเซฟยังระบุว่า ประเทศไทยมีระบบการส่งต่อเพื่อรับการบำบัดรักษาทั้งภายในและระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ อยู่ก่อนแล้ว แต่ระบบเหล่านี้ยังต้องอาศัยกลไกไม่เป็นทางการเพื่อแก้ไขเรื่องปัญหาสุขภาพจิต แทนที่จะมีขั้นตอนและกระบวนการส่งต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน&nbsp; หากหน่วยงานด้านการศึกษาค้นพบนักเรียนที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต ผู้ให้คำปรึกษา นักจิตวิทยาโรงเรียน หรือคุณครู จะส่งเคสต่อให้ครูประจำชั้นก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อแจ้งพ่อแม่ผู้ปกครองว่าเด็กต้องการการบำบัดรักษา&nbsp;</p>



<p>แต่ก็ยังมีข้อท้าทายสำคัญ นั่นคือการส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองตระหนักถึงความสำคัญ ครูแนะแนวจึงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลในพื้นที่หรือศูนย์ส่งเสริมสุขภาพของโรงพยาบาลในระดับชุมชน แต่สถานการณ์ของประเทศในตอนนี้ก็ยังถือว่าขาดแคลนครูแนะแนวในโรงเรียนต่าง ๆ คุณครูที่ยังไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมจึงต้องรับผิดชอบในส่วนนี้ไป ระบบการส่งต่อเด็กที่มีในโรงเรียนก็ยังต้องอาศัยกลไกอย่างไม่เป็นทางการ&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/career-capital-24-02-21/?fbclid=IwAR112bxuUnM7ylJ06X7x-HGf380Pq3MfWh3VEd_24OSYQIRVNC5ITqiZTAo" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ</a> ซึ่งสำรวจโดยโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง กสศ.​ พบว่า มีนักเรียนอาชีวศึกษาออกจากการศึกษากลางทางราว 20-30%</p>



<p>ที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นอาจจะไม่ใช่เรื่องเครียดและความกลุ้มทั้งหมดที่นักเรียนสายอาชีวะแบกเอาไว้ เช่นเดียวกัน ตัวเลขของเด็กที่ต้องลาออกกลางคันก็อาจจะมีมากกว่า 20-30% นั่นเพราะว่าไม่เคยมีฐานข้อมูลหรือการเก็บสถิติใด ๆ เกี่ยวกับการลาออก หรือแม้กระทั่งสุขภาพกาย สุขภาพจิตของนักเรียนกลุ่มนี้เลย&nbsp;</p>



<p>“ถ้าไม่มีฐานข้อมูล คุณก็จะทำอะไรอย่างไม่ตรงเป้า สมมติอยากจะป้องกันโควิดให้นักเรียนอาชีวะ แต่คุณไม่รู้ว่าเด็กคนไหนเสี่ยงมากเสี่ยงน้อย ครอบครัวมีคนติดโควิดไหม คุณจะไปป้องกันโควิดให้เขาได้ยังไง ปัญหาสุขภาพจิตก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีฐานข้อมูลว่าเด็กเครียดเรื่องอะไร จะแก้ยังไงเพื่อไม่ให้เด็กใช้ความรุนแรง หรือเลิกเรียนกลางคัน คุณก็จะแก้ปัญหาไม่ได้ สุดท้ายผู้ที่จะให้งบประมาณสนับสนุนก็ไม่ให้งบมา เพราะไม่มีฐานข้อมูลเพียงพอ ลงงบประมาณไปก็ไม่สามารถวัดผลได้” คุณหมอฝนเล่าว่านี่คือปัญหาแบบโดมิโน</p>



<p>เปรียบเทียบกับโรงเรียนก็น่าจะคล้ายกับวิชาแนะแนว ถึงผลที่ได้อาจจะลดหลั่นแตกต่างกันไป ตามความเข้าใจและความใส่ใจของผู้บริหารและอาจารย์ แต่ก็ยังได้ชื่อว่ามี</p>



<p>“ก็อยากให้มีคล้าย ๆ ครูแนะแนว อย่างน้อยแค่คอยรับฟัง” ยุทธบอก&nbsp;</p>



<p>ถ้ามีระบบรับฟังจริง ๆ มันควรจะเป็นอย่างไร เราถาม&nbsp;</p>



<p><strong>“ระบบมันไม่น่าจะออกแบบยาก เด็กวัยรุ่นเหมือนกัน ก็เหมือนเด็ก ม.ปลาย นั่นแหละ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ต้องการแค่คนฟัง แค่นั้นเลย ที่ผมรักษาซึมเศร้าหายได้เพราะมีคนฟัง โรงเรียนช่างไม่มีพื้นที่ตรงนี้ สังคมไม่ได้มีพื้นที่ให้เรา”</strong> พงษ์ตอบ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4989b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/05-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สถาบันอาชีวะบางแห่งก็มีระบบดูแลสุขภาพจิตผ่านโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จากคำบอกเล่าของ <a href="https://www.eef.or.th/article-access-to-a-good-education-280323/?fbclid=IwAR0PQ4GlrNYGGdtJWhgK4GF7Wlww9pUPnUe31JQct6VNYEXAftIxph-A_K4" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><strong>ครูเปีย–ปรียานุช คำเย็น</strong></a> ครูประจำแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ และ หัวหน้าทีมคัดกรองเด็กทุนนวัตกรรมฯ ที่ดูแลโดยหมอฝน </p>



<p>“พอเด็กเริ่มไม่เรียน ไม่มาเรียน เราก็จะบอกนักจิตวิทยาเด็กฯ ของโครงการฯ ว่าเด็กคนนี้เป็นยังไง ทำไมถึงไม่เรียน แล้วนักจิตวิทยาเด็กจะเข้ามาคุยกับเด็ก เพราะบางทีครูอาจจะไม่ค่อยเข้าใจบริบทเขา เขามีปัญหาฝังใจอะไร ถ้าคุยแล้วนักจิตวิทยาเห็นว่าควรบำบัด ก็จะส่งต่อ” </p>



<p>ครูเปียเล่าต่ออีกว่า ถ้าเทียบสัดส่วน เด็กที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิตถือว่ายังมีไม่มาก แต่สาเหตุมักมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัว&nbsp;</p>



<p>“เด็กที่ไม่เคยเข้ามาอยู่ในเมืองจะไม่มาเรียน หลงไปกับสิ่งแวดล้อมตื่นตาตื่นใจรอบนอก ตอนแรก ๆ อาจารย์เปียไม่เข้าใจ แต่จากการได้ไปอบรมกับจิตแพทย์และนักจิตวิทยาของโครงการฯ ทำให้​เรามีวิธีการพูดคุยกับเด็กเวลาเขามีปัญหา เช่น ทำไมเธอไม่มาเรียน อย่าพูดแบบนี้กับเด็ก ต้องพูดว่า ครูเป็นห่วงเราเหลือเกิน เป็นห่วงว่าวิชานี้เราจะได้ไหม ติดปัญหาตรงไหนหรือเปล่า ครูช่วยอะไรเราได้ไหม อันนี้คือวิธีการคุยกับเด็ก เพราะการเอาแต่ถามว่าทำไม ๆ เหมือนเราไปด่าเด็ก เด็กก็จะไม่อยู่ เราก็จะต้องสูดหายใจ คุยใหม่ ห้ามคุยแบบนี้นะ”</p>



<p>ครูจึงมักจะเป็นด่านหน้าชั้นแรกที่สังเกตเห็นเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาด้านสุขภาพจิต หลังจากนั้นครูก็จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อกับครอบครัวและหน่วยงานด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่าโรงเรียนมีบทบาทสำคัญในการดูแลช่วยเหลือเด็กเบื้องต้น เพราะสามารถให้คำปรึกษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กได้ ครูในโรงเรียนหรือสถานศึกษาทุกรูปแบบจึงควรได้รับการฝึกอบรมและการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการเสริมสร้างทัศนคติและความมั่นใจ รวมถึงรัฐต้องพัฒนาระบบการส่งต่อและการประสานงานกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนให้โรงเรียนมีบทบาทมากขึ้นเพื่อที่จะดูแลเด็กเพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cacf6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/06-ครูเปีย-ปรียานุช-คำเย็น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จนถึงวันนี้ ด้วยความที่ระบบการปรับปรุงสุขภาพจิตพื้นฐานยังคงกระจายตัวไม่ค่อยถึง และสมควรได้รับการออกแบบให้มีการดูแลที่แตกต่างกันไปในสถานศึกษาแต่ละรูปแบบ เราจึงอาจคาดคะเนได้ว่ายังไม่มีพื้นที่ปลอดภัยหรือการรับฟังอย่างเป็นระบบหรือโยนคำสั่งมาจากส่วนกลาง ภาวะซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งความเครียดในระดับอ่อน ๆ พงษ์บอกว่า รุ่นน้องหลายคนก็ยังไม่กล้าพูด ขนาดยอมรับว่าตัวเองเป็นยังไม่กล้า นั่นเพราะยังขาดข้อมูลความรู้และผู้ใหญ่ที่เข้าใจและไม่ตัดสิน</p>



<p>“รุ่นน้องบางคนไม่กล้าพูด เขาไม่รู้อาการ แต่ถ้าคนรอบข้างเข้าใจ มีความรู้ มันจะช่วยได้เยอะ โดยเฉพาะครู”&nbsp;</p>



<p>มากกว่านั้น การได้ทุนมาสนับสนุนตลอดการศึกษา นอกจากจะลดสัดส่วนการลาออกกลางทางแล้ว สำหรับพงษ์ มันคือการบอกว่ามีคนห่วงใย ความเครียดต่าง ๆ ก็เบาบางลงเยอะ</p>



<p>“แค่ซัพพอร์ตค่าใช้จ่ายระหว่างเรียนก็ออกน้อยแล้วครับ ตอนโควิดรุ่นน้องออกกันเยอะ ออกไปเป็นไรเดอร์ เขาต้องหาเงิน”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>คลี่คลายและจุดประกายด้วย ‘ทักษะชีวิต’</strong></h2>



<p>ความเปราะบางทั้งเรื่องเงิน ความรุนแรง และสุขภาพใจ เป็นจุดเริ่มต้นและเจตนาหลักของโครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา สำหรับนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง โดย กสศ. และสถาบันสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนราชนครินทร์ ที่ตั้งขึ้นในปี 2562 เพื่อให้นักศึกษาทุนฯ ได้รับการดูแลจิตใจที่ถูกวิธี มีการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจากเรื่องเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ ให้นักศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาสุขภาพใจ จะได้พร้อมรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ตามช่วงวัย</p>



<p>โดยใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง ‘<a href="https://www.camri.go.th/th/knowledge/ebook/ebook-100" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ทักษะชีวิต</a>’ (life skills) เข้ามาคลี่คลายปัญหาและจุดประกายให้นักเรียนอาชีวะหันมารู้จัก รัก และดูแลมากขึ้น เช่น การส่งเสริมทักษะด้านความคิด อารมณ์ หรือสังคม โดยครอบคลุมทักษะชีวิตทั้ง 10 ด้านของ WHO รวมไปถึงทักษะที่เหมาะสมกับบริบทในประเทศไทย นั่นคือ ทักษะในการสร้างเครือข่ายและการทำงานเป็นทีม</p>



<p>รวมไปถึงการวางแผนเป้าหมายชีวิต</p>



<p>“เรารีวิวมาแล้วว่าความยากจนเป็นต้นเหตุ และมันก็เป็นตัวบีบคั้น ทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับความเครียด เพราะฉะนั้นเด็กยิ่งเปราะบาง เขายิ่งต้องได้รับการเสริมสร้างทักษะชีวิตที่เหมาะสม เพื่อทำให้เขามีความเท่าเทียมกับเด็กคนอื่น เพราะเขาจะมีความเครียดสูงกว่า&nbsp;</p>



<p>คุณหมอฝนอธิบายว่า ช่วงเริ่มโครงการฯ ครูจะต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา 1 ครั้ง แล้วกลับไปดูแลเด็กผ่านคำแนะนำของ ‘โค้ช’ (ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต) ที่ครูจะสามารถขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้อย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา</p>



<p>“ครูและโค้ชจะพูดคุยกันถึงความคืบหน้าและปัญหาตลอด เมื่อครูเห็นว่าเด็กคนไหนมีแววของความไม่ปกติเกิดขึ้น เช่น มีพฤติกรรมแปลกไป หรือมีการพาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับเรื่องสุ่มเสี่ยง ครูจะปรึกษากับโค้ชทันที”&nbsp;</p>



<p>ผ่านมา 4 ปี กับสถาบันอาชีวศึกษา 66 แห่งทั่วประเทศ คุณหมอฝนเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่า จากการติดตามนักศึกษาทุนนวัตกรรมรุ่น 1 ตลอด 1 ปีเต็ม เด็กอาชีวะที่เคยเข้ากิจกรรมทักษะชีวิตมีสุขภาวะที่ดีสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้เข้ากิจกรรม อย่างมีนัยสำคัญ&nbsp;</p>



<p>“ระดับต่อมาคือ ครูที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพปีละ 100 คน มีทักษะการทำความเข้าใจเด็กมากขึ้นจากเดิม จากเดิมครูที่แข็ง ๆ ไม่พูด ไม่ถามเด็ก แต่พอผ่านการอบรมครูพร้อมที่จะฟังเด็กมากขึ้น สังเกตเห็นอารมณ์&nbsp; เห็นเด็กร้องไห้แล้วไม่รู้สึกตื่นตกใจเหมือนแต่ก่อน”&nbsp;</p>



<p>ระดับสุดท้ายคือ ผู้บริหาร ที่ใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพจิตเด็ก ๆ มากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“สัมผัสได้ถึงการสนับสนุน ให้ความรู้ หรือขอคำปรึกษาว่าพัฒนาเด็กเพิ่มเติมหน่อย มันเป็นการสร้างเครือข่ายที่นำไปสู่ทิศทางที่ดี” คุณหมอฝนทิ้งท้าย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e0fbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-เด็กอาชีวะ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต้นทุนสุขภาพจิตในตัวปัจเจกเป็นต้นทุนที่สำคัญมาก และไม่ใช่เพียงสถานศึกษาเท่านั้นที่จะดูแลเรื่องนี้ให้ครอบคลุม แต่เป็นระบบนิเวศทั้งหมดของสังคม ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อน หน่วยงานด้านสวัสดิการสังคม หน่วยงานด้านความยุติธรรม หรือแม้กระทั่งองค์กรที่ไม่ใช่รัฐและภาคธุรกิจ</p>



<p>ข้อมูลจากรายงานของยูนิเซฟเผยว่า&nbsp; ประเทศไทยยังมีช่องว่างที่รัฐต้องให้การบริการสนับสนุนทางจิตใจและจิตสังคมในแบบสหวิชาชีพที่เป็นมิตรต่อเด็ก&nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการนอกสถานพยาบาลเฉพาะทางระดับตติยภูมิ ยังขาดแนวทางการส่งเสริมสุขภาพจิตแบบครบวงจรที่หน่วยงานทั้งระบบการศึกษามีส่วนร่วม และแนวทางระดับประเทศเพื่อสนับสนุนการดูแลและบำบัดรักษาโดยพ่อแม่ผู้ปกครองและผู้ให้การดูแลการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพและการแก้ไขปัญหาการรังแกกันในกลุ่มเพื่อน และการเข้าถึงเด็กและวัยรุ่นด้อยโอกาส เด็กที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนและเด็กข้ามชาติ</p>



<p>ความพยายามในการให้บริการสนับสนุนทางจิตใจกับเด็กไทย หรือจากในบทความนี้คือเราพยายามที่จะสื่อสารให้เห็นภาพของสถานการณ์ ความคิดความอ่านของเด็กอาชีวะที่ยังต้องการ ‘ระบบที่ดี’ และการทะนุถนอมจิตใจไม่ต่างจากคนอื่น ๆ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-depression-among-vocational-students-210423/">ความซึมเศร้าของเด็กอาชีวะ : “ถอดเสื้อช็อปออกไป เราก็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พายเรือขึ้นภูเขา พิชิตโค้งและหุบเหวแล้วพาขึ้นฝั่ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-access-to-a-good-education-280323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Mar 2023 06:40:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ปรียานุช คำเย็น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65759</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนั้นเวลาตี 5 กว่า ฟ้ายังไม่สาง อากาศกำลังเย็นฉ่ำ เรา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-access-to-a-good-education-280323/">พายเรือขึ้นภูเขา พิชิตโค้งและหุบเหวแล้วพาขึ้นฝั่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันนั้นเวลาตี 5 กว่า ฟ้ายังไม่สาง อากาศกำลังเย็นฉ่ำ เราเดินทางมาตามนัดที่วิทยาลัยเทคนิคเชียงใหม่ เพื่อพบคณะครูที่จะเดินทางขึ้นไปเยี่ยมบ้านเด็ก ๆ ที่ยื่นขอทุนนวัตกรรมสายวิชาชีพชั้นสูง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>“ขอโทษนะคะที่วันนี้ต้องออกเช้าหน่อย พอดีต้องไปบ้านเด็ก 12 ที่” <strong>ครูเปีย ปรียานุช คำเย็น</strong> ครูประจำแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ หัวหน้าทีมคัดกรองเด็กทุนนวัตกรรมฯ เอ่ยกับเราด้วยน้ำเสียงสดใส&nbsp;</p>



<p>12 ที่ไม่ใช่น้อย ๆ ขณะกำลังอ้าปากตกตะลึง ครูเปียก็อมยิ้มเอ่ยต่อว่า “อันนี้ถือว่าทางไม่โหดค่ะเลยไป 12 ที่ได้ เคยมีที่โหดกว่านี้ค่ะ” เราลอบอุทานในใจ คุยกันไม่นานครูเปียก็ชวนเราออกเดินทางทันที</p>



<p>จากอำเภอเมืองเชียงใหม่มุ่งสู่อำเภอแม่แตง ไต่เลี้ยวลดตามแนวเขาหลายร้อยโค้ง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านเล็ก ๆ บนดอยแห่งหนึ่งที่ไม่อาจบอกได้ว่าชื่ออะไร เพราะขนาดกูเกิลแมปส์ยังเขียนไว้เพียงว่า ‘ถนนไม่มีชื่อ’&nbsp;</p>



<p>หลังจากขับไปผิดทางนิดหน่อย ก็เจอเด็กหนุ่มท่าทางชำนาญทางขับมอเตอร์ไซค์พาไปส่งถึงบ้าน เด็กหนุ่มกล่าวทักทายแล้วพาคณะครูเข้าสู่บ้าน เป็นบ้านปูนชั้นเดียวค่อนข้างเก่า ข้างในบ้านปูด้วยเสื่อน้ำมันที่เริ่มมีรอยขาด เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีโทรทัศน์รุ่นเก่าเครื่องเล็กที่ใช้การไม่ได้วางอยู่บนตั่ง และตู้เก็บของที่ข้างบนเป็นหิ้งพระ&nbsp;</p>



<p>คณะครูกล่าวทักทายคุณพ่อของเด็กหนุ่ม แล้วเริ่มต้นสอบถามข้อมูลคัดกรอง มีครูบิ๊กช่วยบันทึกข้อมูล และครูเบสออกไปถ่ายรูปบรรยากาศของบ้าน ราว 20 นาทีกระบวนการก็เสร็จ คณะครูรีบกระโดดขึ้นรถอีกครั้ง เหยียบคันเร่งมุ่งหน้าสู่บ้านเด็กคนถัดไปในอีก 200 กิโลเมตร</p>



<p>“วันนี้ครูว่าจะกลับถึงโรงเรียนกี่โมงคะ” เราถาม</p>



<p>“อาจจะสัก 4 ทุ่มค่ะ” ครูเปียตอบ ไร้แววเหนื่อยล้า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3ab97"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/01_ครูเปีย-ปรียานุช-คำเย็น.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูเปีย ปรียานุช คำเย็น ครูประจำแผนกวิชาช่างเชื่อมโลหะ<br>หัวหน้าทีมคัดกรองเด็กทุนนวัตกรรมฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ก่อนวิทยาลัยจะได้ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</strong></h2>



<p>“ปีนี้เป็นเด็กทุนปีที่ 5 แล้วค่ะ” ครูเปียให้ข้อมูล “ทุนนี้เป็นทุนที่ดีมาก ๆ สำหรับเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อาจจะมีน้อยที่เด็กตามชายขอบได้เข้ามาเรียนในวิทยาลัยใหญ่ที่มีความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์การเรียน สื่อการสอน และครูที่มีความสามารถ แต่เราเป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งเรารู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เด็กเราจบไปแล้วเขามีโอกาสดี ๆ มีงานดี ๆ”</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/next-step-of-subsidizing-poor-children/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">จากข้อมูลบัญชีรายจ่ายด้านการศึกษาแห่งชาติ</a> ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) พบว่า เด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวยากจน คือครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยไม่ถึง 3,000 บาทต่อเดือน ต้องแบกรับรายจ่ายทางการศึกษาคิดเป็นร้อยละ 22 ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยรับภาระทางการศึกษาคิดเป็นเพียงร้อยละ 6 ของรายได้ ครอบครัวยากจนจึงต้องรับภาระทางการศึกษามากกว่าครอบครัวที่ร่ำรวยถึง 4 เท่า&nbsp;</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/news-career-capital-300123/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผลวิจัยจาก PISA for Schools </a>ระบุว่าประเทศไทยมีเยาวชนที่มีศักยภาพจากครัวเรือนยากจนราว 357,500 คน ซึ่งคิดเป็น 60,000 คนต่อรุ่นของเยาวชนทั้งประเทศ&nbsp;“ถ้าเราร่วมกันค้นหาเด็กกลุ่มนี้ให้พบ และนำเข้าสู่กระบวนการพัฒนาทักษะ ผลักดันให้ไปถึงปลายทางคือการประกอบอาชีพตามศักยภาพได้สำเร็จ เยาวชนกลุ่มนี้จะเป็นตัวแบบให้เห็นว่า ถ้าได้รับการศึกษาที่ดี ต่อเนื่อง และตรงตามความสามารถที่มี เขาจะเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยโอกาสทางการศึกษาที่ได้รับ และเป็นคนรุ่นแรกของครอบครัวที่หลุดพ้นจากความยากจนได้” <strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-09bb0a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/02_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นั่นจึงเป็นที่มาของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เพื่อช่วยเหลือเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสศึกษาต่อเต็มศักยภาพ และเพื่อพัฒนาสถานศึกษาสายอาชีพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในสาขาวิชาชีพที่เป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนาประเทศ คือ อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) และอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) รวมทั้งสาขาที่ขาดแคลนในพื้นที่สถานศึกษานั้น ๆ และสาขาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเทคโนโลยีดิจิทัล (STEM)&nbsp;</p>



<p>ทุนนวัตกรรมสายวิชาชีพชั้นสูงแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือทุนให้เปล่าสำหรับเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำสุดร้อยละ 20 ของประเทศ ให้ศึกษาต่อสายอาชีพในสาขาซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน โดยช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายรายเดือน ในระดับ ปวช. 6,500 บาท/เดือน และระดับ ปวส. 7,500 บาท/เดือน&nbsp;</p>



<p>ส่วนที่สองคือ ทุนพัฒนาสถาบันการศึกษาที่ผ่านการพิจารณาประมาณ 50 แห่ง เพื่อใช้ในการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพ การแนะแนวประชาสัมพันธ์ การค้นหาเยาวชนรอโอกาส ระบบดูแลการมีงานทำ ตลอดจนการส่งเสริมโอกาสการทำงานของผู้รับทุน ให้การสนับสนุนเชิงวิชาการโดยผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมการทำงานระหว่างสถาบันการศึกษาและสถานประกอบการ</p>



<p>“ทุนนี้ไม่ได้ให้กับเด็กอย่างเดียว แต่ให้วิทยาลัยด้วย เด็กทุนได้ด้วย เด็กปกติได้ด้วย เวลาอาจารย์ทำโครงการที่ให้ความรู้กับเด็กทุน เราสามารถให้ทุกคนเข้าร่วมได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่เด็กทุน” <strong>ครูเปีย</strong>เล่า</p>



<p>แต่ทุนนี้มีจำกัด 2,500 ทุนต่อปี ดังนั้นทุกวิทยาลัยที่อยากได้ทุนจึงต้องเขียนโครงการอย่างละเอียดยิบ ครูเปียเล่าว่า ต้องมีรายละเอียดทั้งเรื่องแนวทางการดูแลและพัฒนาเด็ก หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง รวมหลายร้อยหน้าเพื่อส่งให้ทาง กสศ.พิจารณา หลังจากนั้นต้องผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์กับผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อดูว่าทางวิทยาลัยเหมาะสมที่จะรับเด็กทุนหรือไม่&nbsp;</p>



<p>“สัมภาษณ์เบื้องต้นเขาก็จะมีผู้ทรงคุณวุฒิ call zoom มาสัมภาษณ์ เรามีความพร้อมไหม ห้องเรียนเราพร้อมไหม หอพักเราพร้อมไหม หลักสูตรเราร่วมกับสถานประกอบการจริง ๆ สถานประกอบการที่ร่วมจัดทำหลักสูตรดีไหม แล้วครูที่จะต้องไปตัดเกรดเด็กในสถานประกอบการได้รับวุฒิหรือเปล่า ผ่านการอบรมไหม คือเขาดูขนาดนั้นเลยค่ะ เขาถึงจะตัดสินใจที่จะให้ทุน” ครูเปียแจกแจงให้ฟังอย่างละเอียด</p>



<p>เมื่อวิทยาลัยได้ทุนมาแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการคัดกรองเด็ก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0bc5cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/03_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กว่าจะได้มาซึ่งเด็กทุน</strong></h2>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ขึ้นเขาลงห้วยในสถานที่ไร้ GPS เยี่ยมบ้านเด็กแต่ละคน</strong></h3>



<p>“ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่เพิ่งมีทุนนี้ ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ยิ่งพอบอกว่าเป็นทุนให้เปล่ายิ่งไม่มีใครเชื่อ ผู้ปกครองยังเข้าใจว่าจะเป็นทุนกู้ยืมรึเปล่า จะต้องคืนไหม ไปแนะแนวหรือประชาสัมพันธ์ส่วนมากก็จะถูกปฏิเสธกลับมา เปลี่ยนความคิดผู้ปกครองค่อนข้างยาก” ครูเปียเล่าเท้าความ</p>



<p>ต่อเมื่อมีการเล่ากันปากต่อปากจากเด็กรุ่นแรกที่ได้รับทุน ว่ามีการสนับสนุนค่าเรียนและค่าใช้จ่ายรายเดือนจริง ไม่ใช่การกู้ยืม คนจึงสนใจสมัครกันเยอะขึ้นอย่างมาก&nbsp;</p>



<p>“พอมาปีหลัง ๆ ในหมู่บ้านนี้ รุ่นพี่คนนี้นะ เคยไปเรียนแล้วได้ทุนนี้มา แม่เขาก็จะพูดเลย แม่อยากให้ลูกได้ ฝากครูด้วยนะ แม่ไม่ได้เรียนถ้าลูกแม่ได้เรียนแม่ก็จะดีใจ บางครอบครัวก็เป็นเด็กเพียงคนเดียวในบ้านที่ได้เรียนหนังสือ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa815f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/04_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อให้เล่าถึงการเดินทางไปคัดกรองเด็กตั้งแต่ปีแรก ๆ ครูเปียทำสีหน้าจริงจังเล่าประสบการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด</p>



<p>“ตอนนั้นเราไปอมก๋อยกัน 7 วัน ซึ่ง 7 วันนั้นเป็น 7 วันที่เราใช้ GPS ไม่ได้เลย เราต้องให้ผู้รู้ในตัวอำเภออมก๋อยวาดแผนที่ให้ แล้วพอเราจะไปอีกที่เราต้องเอาแผนที่อีกแผ่นมาต่อ 7 วันนั้นเราไปหาเด็กได้แค่ 4 คน”</p>



<p>ค่ำไหนก็กางเต็นท์นอนนั่น ขับผ่านเขาลูกแล้วลูกเล่า ผ่านโค้งหักศอกและหุบเหวลึก บางมื้อครอบครัวของเด็กก็ทำอาหารเลี้ยง และมักเป็นปลากระป๋องกับไข่เจียว&nbsp;</p>



<p>“เราได้กินอย่างนี้ทุกบ้าน บ้านสุดท้ายเราก็เลยบอก แม่ อยากรู้เหลือเกินทำไมถึงต้องเป็นปลากระป๋องกับไข่เจียว เขาบอกว่าเพราะว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดของเขา กว่าเขาจะได้ปลากระป๋องมาหนึ่งอันเขาต้องเก็บเงิน หรือไข่ก็จะมีรถขึ้นมาขายบนดอยอาทิตย์ละครั้ง” ครูเปียเล่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b7189"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อไปถึงแต่ละบ้านแล้ว สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการถามคำถามตามเกณฑ์คัดกรองที่ละเอียดยิบ</p>



<p>“ส่วนใหญ่เราก็จะถามตามเกณฑ์ที่เขาให้มา ฐานะทางบ้านเป็นยังไง ซึ่งมีเกณฑ์คือรายได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน บางบ้านทำนาเขาก็ไม่มีรายได้เป็นเดือน บางปีฝนแล้งอีก รายได้หาย เราก็ต้องประมาณตัวเลขให้เขา แล้วก็จะมีคำถาม เช่น บ้านเป็นลักษณะแบบไหน หลังคาเป็นแบบไหน ฝาบ้านเป็นแบบไหน มีห้องน้ำในตัวไหม มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรบ้าง มีมอเตอร์ไซค์ไหม คือละเอียดยิบ และต้องถ่ายรูปให้เห็น” ครูเปียบอก</p>



<p>เกณฑ์ที่ละเอียดยิบแบบนี้นั้นมีที่มาที่ไป <a href="https://www.eef.or.th/next-step-of-subsidizing-poor-children/" title="https://www.eef.or.th/next-step-of-subsidizing-poor-children/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์</a> อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หัวหน้าโครงการวิจัยเชิงนโยบาย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามอุปสงค์เล่าว่า แต่เดิมเกณฑ์ที่ใช้วัดความยากจนของเด็กคือรายได้ของผู้ปกครอง ซึ่งรวมกันแล้วจะไม่ต้องเกิน 40,000 บาทต่อปี แต่ปัญหาคือเด็กเกินร้อยละ 20-30 ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่มีทั้งที่อยู่กับตายาย อยู่ที่วัด หรืออยู่ที่มูลนิธิก็มี ทำให้การถามรายได้ของผู้ปกครองกลายเป็นปัญหาในตัวเอง&nbsp;</p>



<p>อีกปัญหาหนึ่งที่คณะทำงานพบคือ คำถามเรื่องรายได้เป็นคำถามที่ค่อนข้างตอบยาก เพราะบางครัวเรือนทำงานเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวหรือประกอบอาชีพรับจ้าง ดังนั้น ถ้าไม่ใช่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวก็อาจจะต้องไปทำงานอย่างอื่นแทน หรืออาชีพบางอาชีพก็มีความไม่แน่นอน บางปีมีรายได้มาก บางปีก็มีรายได้ไม่มากเท่าที่ควร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความยากในการประเมินรายได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-535e83"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/06_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้นทางทีมวิจัยจึงเสนอการใช้ <a href="https://research.eef.or.th/proxy-means-test/#:~:text=%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87,%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%99%203%2C000%20%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%2F" target="_blank" rel="noreferrer noopener">เกณฑ์วัดรายได้ทางอ้อม</a> (Proxy Means Test : PMT) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ ระดับใกล้จน ระดับยากจน และระดับยากจนพิเศษ โดยคำนวณจากรายได้ครัวเรือนน้อยกว่า 3,000 บาทต่อคนต่อเดือน บวกกับปัจจัยอื่น เช่น มีภาระพึ่งพิง (การมีคนพิการ / เจ็บป่วยเรื้อรัง ผู้สูงอายุเกินกว่า 60 ปี มีคนอายุ 15-65 ปีที่ว่างงาน หรือเป็นพ่อ / แม่เลี้ยงเดี่ยว) ที่อยู่อาศัยทรุดโทรม ไม่มียานพาหนะ ไม่มีที่ทำกิน ซึ่งข้อมูลทั้งสองส่วนจะถูกนำมาประมวลผลด้วยวิธีการทางสถิติเพื่อหาคะแนนความยากจนของนักเรียนแต่ละคน</p>



<p>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงซึ่งเป็นทุนที่ให้แก่เด็กขาดแคลนทุนทรัพย์จึงนำเกณฑ์นี้มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคัดกรองมากขึ้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จาก 70 เอา 15 ประชุมทีมเพื่อคัดกรองอย่างเข้มข้น มี AI ร่วมช่วย</strong></h3>



<p>ข้อมูลของ <a href="https://www.eef.or.th/fund/career-capital/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">กสศ.</a>ระบุว่า ในปีการศึกษา 2565 มีสถานศึกษาสายอาชีพได้รับคัดเลือกเข้าโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจำนวน 116 สถานศึกษา 44 จังหวัด ครอบคลุม 5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย และมีเยาวชนจากครัวเรือนที่ยากจนได้รับทุน จำนวนประมาณ 9,427 ทุน&nbsp;</p>



<p>แม้จำนวนทุนจะไม่น้อย แต่อย่างไรก็ยังมีอยู่จำกัด จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่ยากสำหรับคนเป็นครูคัดกรองคือตอนที่ต้องคัดชื่อเด็กออก&nbsp;</p>



<p>“ปีแรก ๆ เป็นปีที่ทรมานใจมาก ไปหลังไหนน้ำตาไหลทุกหลัง คือเราอาจจะใหม่ด้วย ต้องไปเจอบ้านที่ยากจนจริง ๆ บางบ้านต้องกินหน่อไม้ต้มแทนข้าว เราเห็นแล้วใจเราอยากให้เขาจริง ๆ แต่พอหลัง ๆ มาเรามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งขึ้น เราจะบอกผู้ปกครองว่าไม่เป็นไร ถ้าเกิดว่าลูกไม่ได้ทุนนี้ ถ้าลูกแม่อยากเรียนจริง ๆ มีทุนอื่น ๆ อีกที่จะช่วยซัพพอร์ต เดี๋ยวเราจะหาให้</p>



<p>“ปีนี้สาขาช่างยนต์เราได้ 15 ทุน แต่มีเด็กสมัคร 70 คน ก็จะเริ่มคัดกรองจากใบสมัคร ดูว่าคนไหนไม่ผ่านคุณสมบัติ ทุนนี้เด็กจะต้องได้เกรดเฉลี่ย 3.00 ขึ้น แต่บางคนได้เกรด 2.60-2.70 แต่มีผลงานทางด้านวิชาการ เคยแข่งขันมาก่อน อย่างถ้าสมัครสาขาช่างยนต์ แล้วเคยไปแข่งขันเกี่ยวกับงานยานยนต์มา ก็ควรผ่านเกณฑ์&nbsp;</p>



<p>“เราจะคัดให้เหลือ 30 คนที่เราจะต้องไปเยี่ยมบ้าน เพราะถ้าเราไปเยี่ยมบ้านเยอะกว่านี้จะไม่มีเงินที่ซัพพอร์ตได้” ครูเปียกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfcdd6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/07_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการสอบสัมภาษณ์เด็ก โดยเชิญครูประจำสาขา นักจิตวิทยาเด็ก ตัวแทนจากสถานประกอบการ ผู้อำนวยการ และกรรมการสถานศึกษา เข้ามาสอบสัมภาษณ์เด็กร่วมกัน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีการประชุมทีมครูทั้งหมดเพื่อนำเสนอเรื่องราวของเด็กแต่ละคนผ่านสไลด์ และร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อคัดเลือกให้ได้ตามจำนวนโควตา</p>



<p>“เวลาเราประชุมรวมกัน เราก็สามารถคัดเด็กได้ว่าเด็กคนนี้ยากจนจริง ๆ เขามีความต้องการอยากได้ทุนนี้จริง ๆ อย่างบางคนอยู่กับพ่อกับแม่แต่ก็ยากจน บางคนยากจนและมีแม่คนเดียวที่ต้องเลี้ยงน้อง 3-4 คน ครูแต่ละคนก็จะมีดาวในใจ ก็มาดูว่าเด็กแต่ละคนครูแต่ละคนเห็นตรงกันมากน้อยแค่ไหน” ครูเปียเล่าบรรยากาศการคัดกรอง</p>



<p>ขณะเดียวกันทาง กสศ. ก็จะใช้ระบบ AI ในการคัดกรองเด็กเช่นกัน เมื่อมาเทียบกับที่คณะครูเป็นผู้คัดเลือก เด็กคนไหนที่ได้รับเลือกจากทั้งคณะครูและระบบ AI ก็จะเป็นเด็กทุนตัวจริง และบางวิทยาลัยก็คัดกรองเข้มข้นถึงขนาดให้เด็กเข้าค่ายกินนอนเพื่อดูพฤติกรรมด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-410db9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/08_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้องส่งเด็กให้ถึงฝั่ง</strong></h2>



<p>งานของครูผู้ดูแลโครงการยังไม่จบ เมื่อรับเด็กทุนเข้ามาแล้ว แต่ละปีก็ต้องจัดทำโครงการเพื่อดูแลและพัฒนาเด็กด้วย เช่น โครงการปรับปรุงบุคลิกภาพ โครงการออมเงิน ซึ่งต้องทำรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณและการเบิกจ่าย และต้องรายงานผลกับ กสศ. 3 รอบต่อปี&nbsp;</p>



<p>“ไม่น่ามีทุนไหนละเอียดขนาดนี้แล้ว วิทยาลัยเทคนิคมีเด็กทุน 5 รุ่น แต่ละปีมีทุนอยู่ 2 ประเภท (ปวช. และ ปวส.) ซึ่งเราต้อง top-up งานของเราไป 2 เท่า แต่ทางกองทุนเขาก็จะมีทีมหนุนเสริมเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาให้คำแนะนำ และมีการอบรมครูด้วย เช่น อบรมเรื่องการคัดกรอง อบรมเรื่องการเงิน การเบิกจ่าย อบรมการเป็นครูที่ปรึกษาเด็ก เราจะมีการพูดคุยกับเด็กยังไงเวลาเขามีปัญหา ทำไมเธอไม่มาเรียน อย่าพูดแบบนี้กับเด็ก ต้องพูดว่า ครูเป็นห่วงเราเหลือเกิน แล้วทุก ๆ ปีก็จะมีการประเมินเป็นภาพรวม” ครูเปียกล่าว</p>



<p>การดูแลให้เด็กทุนเรียนได้ตลอดรอดฝั่งนั้นเป็นหน้าที่สำคัญอีกอย่างของคนเป็นครู ครูเปียเล่าว่าโดยปกติจะ​​มีการเยี่ยมเด็กที่หอพักเพื่อดูความเป็นอยู่ทุกวัน และติดตามเรื่องผลการเรียนของเด็กในทุกเทอม ก่อนเกรดจะออก เพื่อให้เด็กรักษาเกรด 2.50 ตลอดไปจนจบตามเงื่อนไขทุน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6848d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/09_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูเปียเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วเด็กทุนมักผ่านฉลุย แต่ก็มีบางคนที่มีปัญหาสุขภาพจิตใจและกระทบกับการเรียน</p>



<p>“มีเด็กบางคนเริ่มไม่มาเรียน เราเป็นครูเราอาจจะไม่ค่อยเข้าใจบริบทเขา เขามีปัญหาฝังใจอะไร เราก็จะให้เขาคุยกับนักจิตวิทยาเด็ก ซึ่งนักจิตวิทยาก็ได้จากสถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ จังหวัดเชียงใหม่ เขาทำ MOU กับกองทุนนี้อยู่&nbsp;</p>



<p>“พอเขาคุยเสร็จ เขาก็เล่าให้เราฟังว่า เด็กคนนี้มีภาวะที่ไม่สามารถเข้าสังคมได้ พอเขาไม่อยากเข้าสังคมก็จะไม่ค่อยอยากมาเรียน แล้วนักจิตวิทยาก็จะนัดให้เด็กคนนี้มารับการบำบัดต่อ</p>



<p>“อย่างหนักสุดก็คือมาบอกเราว่า ผมไม่เรียนแล้วผมจะไปแต่งงาน เราก็จะให้นักจิตวิทยามาลองคุย ซึ่งทาง กสศ. เขาก็มีเกณฑ์ว่าจะต้องให้นักจิตวิทยามาคุยถึง 3 ครั้ง กว่าจะยอมให้เด็กหลุดทุน และทั้ง 3 ครั้งต้องมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งว่ามีการปรับเปลี่ยนยังไง</p>



<p>“พอถึงครั้งที่ 3 คุณครูที่เป็นนักจิตวิทยาบอกว่า อาจารย์เปียคะ เด็กมีความมุ่งมั่นที่จะอยากกลับไปประกอบอาชีพ เพราะพอถามเขาว่าวางแผนอนาคตยังไง เขาตอบได้เป็นฉาก ๆ ว่าอนาคตเขาจะทำยังไง เขาจะช่วยเหลือพ่อแม่ยังไง ถึงแม้เขาต้องเสียเงินในการชดใช้ทุนเยอะ แต่เราต้องปล่อยเขาไป เขาวางแผนสำหรับอนาคตเขาไว้หมดแล้ว</p>



<p>“ถามว่าเราอยากรั้งไว้ไหม เราอยากรั้งทุกปี เรารั้งทุกครั้ง เราคุย เราตาม แต่บางทีคือเขาไม่ไหวจริง ๆ เราก็ต้องปล่อยให้เขาไป คือเราดูแล้วว่าความสุขของเขาน่าจะอยู่จากการที่เราปล่อยมือเขามากกว่า แล้วมันก็ไม่ส่งผลกระทบกับตัวเขามาก” ครูเปียกล่าวด้วยความเข้าใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-079df0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/10_ครูเปีย-ปรียานุช-คำเย็น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับเรื่องสุขภาพจิตนั้นทางโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ เพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุนฯ ให้มีสุขภาพจิตที่ดี</p>



<p><strong>แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์</strong> จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า นอกจากการดูแลนักเรียนทุนแล้ว ยังดูแลเรื่องการพัฒนาบุคลากรในวิทยาลัยอาชีวะที่อยู่ในโครงการให้มีศักยภาพในการเป็นที่ปรึกษาให้เด็กได้ โดยจะมีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญสุขภาพจิตในพื้นที่ที่พร้อมรับรู้ปัญหาของนักเรียนทุนแต่ละคน&nbsp;</p>



<p>“ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คำปรึกษาในเบื้องต้นและวินิจฉัยพิจารณาส่งต่อในกรณีที่เด็กมีอาการป่วยหรือปัญหาที่รุนแรง เพื่อให้เด็กได้พบผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือสถานบริการในพื้นที่ที่เหมาะสมกับปัญหาของเขา นั่นหมายถึงทีมของเราจะสร้างระบบการดูแลที่ครอบคลุมปัญหาสุขภาพจิตในโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงทั้งหมด” แพทย์หญิงศุทรากล่าว</p>



<p>อีกเรื่องที่ครูต้องดูแลคือการหาที่ทำงานของเด็กหลังเรียนจบ โดยทุนนวัตกรรมฯ มีการสนับสนุนให้เด็กฝึกงานกับสถานประกอบการจริง เพื่อโอกาสในการทำงานต่อไปในอนาคต</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/100253-2/?fbclid=IwAR30Lk4b95stFd8zSeayUnCBK5X-jlKxr4oQmop6h_YUnXZq5QMNIVch3YM" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ศ.ดร.นักสิทธ์ คูวัฒนาชัย</a> ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ระบุว่า ทุนนี้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มโอกาสการมีงานทำเป็นหลัก ให้สถานศึกษาร่วมกับสถานประกอบการพัฒนานักเรียนให้สามารถเข้าทำงานกับสถานประกอบการได้โดยตรง มีงานทำทันทีเมื่อเรียนจบ ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงาน</p>



<p><a href="https://www.eef.or.th/news-career-capital-161222/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</a> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า ปัจจุบัน กสศ. เปิดรับสมัครผู้รับทุนการศึกษา ปีการศึกษา 2566 เข้าศึกษาต่อในสถานศึกษาที่เปิดสอนระดับ ปวช. ปวส. จำนวน 116 แห่ง ใน 44 จังหวัด รวมกว่า 30 สาขา สอดคล้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล ตอบโจทย์ความต้องการตลาดแรงงานระดับประเทศและท้องถิ่น เช่น สาขาเครื่องกล สาขาการจัดการโลจิสติกส์ สาขาเทคนิคการผลิต สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก สาขาอุตสาหกรรมเกษตร และมีงานทำทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา</p>



<p>“พอเด็กจบไปฝึกงานที่บริษัทนี้ 3 เดือน ถ้าสมมติว่าบริษัทชอบ ก็คุยกันเรื่องจ้างงานต่อ ถ้าไม่โอเคกับเด็กเราก็ไม่เป็นไร ให้เขาหาที่ใหม่ได้ แต่ปรากฏว่าได้ผลตอบรับดีมาก ส่วนใหญ่สถานประกอบการที่เด็กเราทำงานก็จะจ้างต่อเลย” คือคำบอกเล่าของครูเปีย ที่ชี้ให้เห็นว่าเป้าหมายโครงการที่ตั้งไว้นั้นประสบความสำเร็จไม่น้อยเลย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c46805"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/11_คัดกรองเด็กทุน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทุนที่มอบโอกาสให้เป็นครู</strong></h2>



<p>“ครูเปียมาเป็นครูเพราะอะไร”&nbsp;</p>



<p>เราถามคำถามง่าย ๆ ปิดท้ายการสนทนา หลังฟังเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความทุ่มเทจากครูสาวผู้นี้มาพักใหญ่</p>



<p>ครูเปียอมยิ้มก่อนตอบ “จริง ๆ ต้องบอกก่อนว่าเราอยากทำงานในโรงงาน อยากเป็นผู้จัดการโรงงานสักที่นึงหลังจากเรียนจบ แต่ว่าสอบได้ทุนมาเป็นครู เป็นทุนที่พอเรียนจบปุ๊บ ได้มาบรรจุเป็นข้าราชการเลย&nbsp;</p>



<p>“พอได้เข้ามาทำงานเป็นครูก็รู้สึกชอบการถ่ายทอดความรู้ เหมือนกับว่าฉันรู้ตรงนี้ ฉันมีเทคนิคนี้ ฉันอยากให้เขาได้รู้เทคนิคที่มากกว่าเดิมที่เขามี การได้ถ่ายทอดและเด็กเอาไปใช้ได้ อันนั้นเหมือนเป็นความภูมิใจ ชอบเวลาเด็กเดินเข้ามาถาม อาจารย์ผมเชื่อมแบบนี้โอเคไหม รอยเชื่อมของผมสวยกว่าอาจารย์นะ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราซึมซับความเป็นครูเข้ามา</p>



<p>“เรารู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เด็กจบไปแล้วเขามีโอกาสดี ๆ มีงานดี ๆ บางปีเด็กเราก็เป็นตัวแทนไปแข่งขันระดับชาติ ได้รับรางวัล จากเด็กที่เราไปบ้านเขาวันนั้น เด็กที่เราหยิบยื่นโอกาสให้เขาวันนั้น เขาได้โอกาสแล้วเขาก็ทำมันอย่างเต็มที่ สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน มันเป็นความภูมิใจหนึ่งสำหรับครูทุกคนที่เข้ามาทำทุนนี้ ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่ากับความสุข คุ้มค่ากับโอกาสที่เราให้กับเด็ก” ครูเปียตอบด้วยรอยยิ้ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d42d78"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/12_ครูเปีย-ปรียานุช-คำเย็น.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>*ปัจจุบันทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ได้สร้างเยาวชนผู้มีผลงานและได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย เช่น <a href="https://www.eef.or.th/career-capital-250322/?fbclid=IwAR1hARkANE79eeByODC4efclW_zXL0Dobzrya6AUMdX_xQNZ0nRDt4JHG5w" target="_blank" rel="noreferrer noopener">งานวันนักประดิษฐ์แห่งชาติ</a> ประจำปี 2565 นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสาขาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญ ได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ ‘เหรียญทอง’ อุปกรณ์กายบำบัดการเดินป้องกันการหกล้มด้วยสปริง 2+2 ทิศทาง, รางวัลชนะเลิศ ‘เหรียญเงิน’ อุปกรณ์ช่วยพยุงเดินป้องกันการหกล้มด้วยสปริง 4 ทิศทาง และรางวัลชนะเลิศ ‘เหรียญทองแดง’ เครื่องผลิตไฟฟ้า 2 Generator ระบบพลังงานหมุนเวียนด้วยวงล้อ Flywheel และ Universal Motor</p>



<p>หรือใน<a href="https://www.eef.or.th/news-131022/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/news-131022/">การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ World Skills Thailand ครั้งที่ 29</a> ระดับภาคกลางและภาคตะวันออก นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสาขาอิเล็กทรอนิกส์และแมคคาทรอนิกส์ วิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรี ก็ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 3 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศการแข่งขันสาขาแมคคาทรอนิกส์ (ประเภททีม), รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขันสาขาระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม (ประเภททีม) รวมถึงรางวัลชนะเลิศและรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 การแข่งขันสาขาอิเล็กทรอนิกส์ (ประเภทบุคคล)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-access-to-a-good-education-280323/">พายเรือขึ้นภูเขา พิชิตโค้งและหุบเหวแล้วพาขึ้นฝั่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต ช่วยดูแลสุขภาพจิตใจนักศึกษาทุน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/career-capital-24-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2021 06:44:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[HERO-V]]></category>
		<category><![CDATA[สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนราชนครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27445</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘ปัญหาวัยรุ่น’ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/career-capital-24-02-21/">กสศ. สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต ช่วยดูแลสุขภาพจิตใจนักศึกษาทุน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">‘ปัญหาวัยรุ่น’ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่เป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ที่นำไปสู่ความถดถอยของประสิทธิภาพการเรียนรู้ และอาจส่งผลให้นักศึกษาบางคนต้องเลิกเรียนกลางคัน ไปได้ไม่ถึงปลายทางที่ฝันเอาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากปัญหาดังกล่าว <strong>กสศ.</strong> และ <strong>สถาบันสุขภาพจิตเด็กและเยาวชนราชนครินทร์</strong> จึงได้จัดทำ <strong>โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา</strong> สำหรับ<strong>นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง</strong> เพื่อให้นักศึกษาทุนฯ ได้รับการดูแลจิตใจที่ถูกวิธี มีการช่วยเหลือที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีก่อนที่ปัญหาจะลุกลามจากเรื่องเล็กๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ โดยโครงการมุ่งหวังให้นักศึกษาเรียนรู้และพัฒนาสุขภาพใจ เพื่อให้พร้อมรับมือกับปัญหาต่างๆ ตามช่วงวัย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้สถาบันการศึกษาสายอาชีพ มีระบบดูแลสุขภาวะทางใจของนักศึกษาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-27450" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-06.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><strong>แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์</strong> หรือ <strong>‘หมอฝน’ </strong><span style="font-weight: 400;"><strong>จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์</strong> ผู้รับผิดชอบโครงการฯ  ระบุว่า ข้อมูลที่ไม่เป็นทางการซึ่งสำรวจโดยคณะครูผู้ดูแลนักเรียนอาชีวศึกษาชี้ว่า มีนักเรียนอาชีวศึกษาที่ต้องออกจากการศึกษากลางทางราว 20-30%</span><span style="font-weight: 400;"> โดยส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาด้านการปรับตัวและพฤติกรรมด้านอารมณ์ ทั้งนี้เนื่องจากช่วงวัยของนักศึกษาคือช่วงวัยรุ่น อันเป็นวัยที่ต้องเจอกับการเปลี่ยนผ่านของหลายสิ่งในชีวิต รวมถึงความเปลี่ยนแปลงภายในด้านอารมณ์และสภาวะจิตใจ ที่จะมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นกว่าในช่วงวัยเด็ก นักศึกษาที่ไม่อาจเรียนรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง จึงขาดเครื่องมือในการรับมือกับปัญหา และนำไปสู่การเดินสู่เส้นทางที่ผิดพลาดได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>พัฒนาทักษะชีวิตไปพร้อมกับการสร้างเสริมทักษะอาชีพ</h3>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-27446" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-02.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมอฝนกล่าวว่า ที่ผ่านมาการศึกษาในสายอาชีพทั้งระดับ ปวช. และ ปวส. จะมีระบบช่วยเหลือด้านการศึกษาและการจัดหางาน โดย</span><span style="font-weight: 400;"><strong>สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ</strong> จะดูแลเรื่องการจ้างงานและสนับสนุนให้นักศึกษาสายอาชีพมีศักยภาพที่ตอบสนองตลาดแรงงานได้ดียิ่งขึ้น แต่หากพูดถึงระบบการเฝ้าระวังดูแลเรื่องพฤติกรรม อารมณ์ หรือสังคม ยังถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับนักศึกษาสายอาชีพ นั่นคือสิ่งที่ กสศ. และสถาบันฯ มองว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องให้การศึกษาด้านทักษะชีวิตกับนักศึกษากลุ่มนี้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เราพบว่าการที่นักเรียนอาชีวศึกษาไม่ได้รับการเสริมสร้างทักษะชีวิต ไม่มีการดูแลช่วยเหลือด้านจิตใจอารมณ์พฤติกรรม อีกทั้งเด็กๆ กลุ่มนี้ยังเข้าไม่ถึงระบบการให้บริการด้านสุขภาพจิต หลายคนจึงมีปัญหาเครียดสะสมจนไม่สามารถเรียนจบการศึกษาตามกำหนดได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา เริ่มต้นในปีการศึกษา 2562 ต่อเนื่องถึงปีการศึกษา 2563 ด้วยกลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรวม 2 รุ่น จำนวนทั้งหมดราว 5, 000 คน ครอบคลุมวิทยาลัยอาชีวศึกษา 66 แห่งทั่วประเทศ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เชื่อมโยงการทำงานระหว่างวิทยาลัยอาชีวศึกษากับสถานบริการด้านสุขภาพจิตในทุกภูมิภาค</h4>
<p><figure id="attachment_27447" aria-describedby="caption-attachment-27447" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-27447 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-13.jpg" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-27447" class="wp-caption-text">แพทย์หญิงศุทรา เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ หรือ ‘หมอฝน’ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ ผู้รับผิดชอบโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมอฝนเผยว่า ทางสถาบันได้สร้างระบบการดูแลสุขภาวะทางใจของน้องๆ นักศึกษาทุนฯ ผ่านการทำงานเชื่อมโยงระหว่างวิทยาลัยอาชีวะกับสถานบริการด้านสุขภาพในพื้นที่ ซึ่งครอบคลุมแล้วในทุกจังหวัดที่มีวิทยาลัยอาชีวะเข้าร่วมโครงการ  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเริ่มโครงการครูจะต้องเข้ารับการอบรมเรื่องการดูแลสุขภาพจิตของนักศึกษา 1 ครั้ง แล้วกลับไปเป็นต้นทางในการดูแลเด็กผ่านคำแนะนำของ ‘โค้ช’(ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต) ซึ่งสถาบันจะเป็นผู้ประสานงานให้เกิดการจับคู่เครือข่ายในพื้นที่ ที่ครูจะสามารถขอคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้อย่างใกล้ชิดและตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครู และ โค้ช จะพูดคุยกันถึงความคืบหน้าและปัญหากันตลอด เมื่อครูเห็นว่าเด็กคนไหนมีแววของความไม่ปกติเกิดขึ้น เช่นมีพฤติกรรมแปลกไป หรือมีการพาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับเรื่องสุ่มเสี่ยง ครูจะปรึกษากับโค้ชทันที”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27451" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในการกำหนดระดับของปัญหา จะใช้สีเป็นเครื่องหมายบ่งบอกระดับความรุนแรง โดยสีเขียวหมายถึงสุขภาพจิตปกติ สีเหลืองคือนักศึกษาที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สีส้มคือสัญญาณเริ่มต้นของปัญหา และสีแดงคือนักศึกษาที่มีปัญหาระดับฉุกเฉินต้องได้รับความช่วยเหลือเร่งด่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากผลสำรวจพบว่านักศึกษาที่ได้รับการดูแลช่วยเหลือด้านสุขภาพภาพจิตใจ มีสัดส่วนเป็นสีเขียวมากที่สุด ส่วนกลุ่มเสี่ยงคือสีส้มมีราว 2% และส่วนที่พบว่ามีปัญหาอยู่ที่ประมาณ 1% สำหรับปัญหาส่วนใหญ่ที่นักศึกษาในกลุ่มเสี่ยงต้องเผชิญมีตั้งแต่ปัญหาเรื่องการปรับตัวกับพื้นที่หรือสังคมที่ไม่คุ้นเคย การอยู่หอ การเรียนรู้ระบบการเรียนใหม่ รวมถึงปัญหาด้านความสัมพันธ์ในช่วงวัยรุ่น</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27452" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-07.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ปัญหาในกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้คือชนวนสำคัญที่จะทำให้เด็กเกิดความท้อแท้เบื่อหน่ายการเรียน เด็กจะรู้สึกไม่อยากไปเรียน นำไปสู่ความบกพร่องทางอารมณ์ ความเครียด หรือซึมเศร้า ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ ก็อาจพัฒนาไปสู่ระดับรุนแรงจนต้องพบแพทย์ ทั้งนี้ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เกิดจากปัจจัยหลายระดับตั้งแต่ทักษะส่วนบุคคล หมายถึงความสามารถในการรับมือกับปัญหา หรือการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมที่แต่ละคนมีไม่เท่ากัน นอกจากนี้สภาพแวดล้อมในครอบครัว โรงเรียน หรือชุมชนที่มีพื้นที่สุ่มเสี่ยง รวมถึงการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ล่อแหลมหรือรุนแรง ก็ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่จะกระตุ้นให้ปัญหานั้นพัฒนาสู่ระดับที่รุนแรงได้ นั่นคือเหตุผลสำคัญที่เราต้องช่วยเพิ่มศักยภาพทักษะชีวิตให้นักศึกษากลุ่มนี้” หมอฝนกล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>HERO-V เครื่องมือช่วยครูประเมินสุขภาพจิตนักศึกษาทุนฯ</h3>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27453" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-08.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หมอฝนกล่าวต่อไปว่า จากผลสำรวจด้านสุขภาวะของนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงที่เข้าร่วมโครงการในปีแรก ด้วยเครื่องมือชื่อ WHO-5 ซึ่งเป็นแบบประเมินขององค์การอนามัยโลก โดยจัดให้มีการประเมิน 2 ครั้ง คือก่อนเข้าร่วมโครงการ และประเมินซ้ำหลังผ่านการช่วยเหลือดูแลด้านสุขภาพจิต พบว่า นักศึกษามีสุขภาวะจิตใจดีเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทางโครงการ ฯ ยังคงเดินหน้าปรับปรุงพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือให้ดียิ่งขึ้นไป โดยได้นำแพลตฟอร์มชื่อ <strong>HERO-V</strong> เข้ามาช่วยครูในการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตของนักศึกษาอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นช่องทางที่ทำให้ครูเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว และเข้าถึงได้ตลอดเวลา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ระบบการทำงานของ HERO-V คือครูจะเป็นผู้ส่งแบบสำรวจให้เด็กโดยตรง และเนื่องจากครูจะรู้ถึงรายชื่อ จำนวน และพื้นเพของนักศึกษาแต่ละคนที่ตนดูแล ครูจึงสามารถสำรวจแบบประเมินของเด็กในความดูแลจากผลตอบกลับได้ทันที วิธีนี้ทำให้ครูสังเกตความผิดปกติของนักศึกษาได้เร็วขึ้น เมื่อเด็กประเมินว่าตนเองมีอาการเครียด ไม่สดชื่น ไม่มีความสุข หรือมีปัญหาเรื่องการปรับตัว การจับตามองหรือเข้าไปพูดคุยให้คำปรึกษากับเด็กก็ทำได้เร็วขึ้น”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27454" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/21-กสศ.-สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต-12.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แพทย์หญิงศุทรา กล่าวสรุปว่า ในการดำเนิน</span><span style="font-weight: 400;">โครงการพัฒนาระบบเสริมสร้างทักษะชีวิตและการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอาชีวศึกษา จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงและส่งเสริมทักษะของครูผู้ดูแลให้มีระดับสูงขึ้น เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญและรู้เท่าทันกับปัญหาวัยรุ่นที่เปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีและยุคสมัย อย่างไรก็ตามการทำงานจะต้องอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1.เพื่อประโยชน์ต่อตัวนักเรียนอาชีวศึกษา ให้มีทักษะชีวิตเพิ่มขึ้นและได้รับความช่วยเหลือทันท่วงที 2.พัฒนาศักยภาพบุคลากรครูและบุคลากรในสถาบันอาชีวศึกษา ให้สามารถจัดกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต และให้คำปรึกษานักเรียนได้ และ 3.ถอดบทเรียนและประเมินความคุ้มค่าของการจัดทำโครงการฯ ในระยะยาว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/career-capital-24-02-21/">กสศ. สร้างระบบเสริมสร้างทักษะชีวิต ช่วยดูแลสุขภาพจิตใจนักศึกษาทุน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
