<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เอริค เอ. เฟลด์แมน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%84-%E0%B9%80%E0%B8%AD-%E0%B9%80%E0%B8%9F%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Aug 2021 04:39:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เอริค เอ. เฟลด์แมน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เด็ก ๆ จะกลับไปเรียนในเทอมนี้ได้หรือเปล่า? เงี่ยหูฟังแนวทางจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC)</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-cdc-schools-guidelines-parents/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 Aug 2021 04:30:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[CDC]]></category>
		<category><![CDATA[Centers for Disease Control and Prevention]]></category>
		<category><![CDATA[เอริค เอ. เฟลด์แมน]]></category>
		<category><![CDATA[U of Penn]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44653</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อ 9 กรกฎาคม 2564 CDC (Centers for Disease Control a [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-cdc-schools-guidelines-parents/">เด็ก ๆ จะกลับไปเรียนในเทอมนี้ได้หรือเปล่า? เงี่ยหูฟังแนวทางจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อ 9 กรกฎาคม 2564 CDC (Centers for Disease Control and Prevention) หรือศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ&nbsp; ได้ออกประกาศฉบับใหม่เพื่อแนะนำข้อปฏิบัติสำหรับการเปิดโรงเรียนในเทอมฤดูใบไม้ร่วงที่ใกล้จะเปิดแล้ว</p>



<p>ไกด์ไลน์ของ CDC ได้แนะนำกลยุทธ์หลายข้อให้แก่โรงเรียน เพื่อช่วยให้นักเรียน ครู และบุคลากรในโรงเรียนปลอดภัย กลยุทธ์เหล่านั้นได้แก่ การสวมหน้ากากอนามัย การตรวจคัดกรองโควิด-19 ทุกสัปดาห์ รวมถึงการรักษาระยะห่าง&nbsp;</p>



<p>แต่ CDC ก็ได้เน้นเช่นกันว่า โรงเรียนนั้นสามารถเปิดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบได้ แม้จะไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรการข้างต้นได้ทั้งหมดก็ตาม</p>



<p>แน่นอนว่าผู้ปกครองย่อมมีความกังวลใจ&nbsp;</p>



<p>และนี่คือคำตอบสำหรับคำถามบางข้อเกี่ยวกับไกด์ไลน์อันใหม่</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-704e6e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">1. เด็ก ๆ จะกลับไปเรียนได้เต็มรูปแบบในเทอมนี้หรือเปล่า?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : น่าจะเป็นเช่นนั้น</strong></p>



<p>ล่าสุด CDC ได้แนะนำชัดเจนว่า โรงเรียนควรให้ความสำคัญกับการเปิดเทอมเป็นลำดับแรก การยังปิดเรียนต่อไปเพียงเพราะไม่อาจทำตามมาตรการป้องกันที่แนะนำไว้&nbsp; ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ</p>



<p>ทั้งนี้หลายครอบครัวประสบความทุกข์ยากจากการเรียนออนไลน์หรือเรียนทางไกล&nbsp; ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองที่ต้องปรับตัว รวมถึงเด็กที่เจอปัญหาเรียนออนไลน์ไม่สะดวก&nbsp; มีงานวิจัยเปิดเผยว่าโควิด-19 ได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาสูงขึ้น เด็กครอบครัวผิวสีเรียนไม่ทันคนอื่นเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กผิวขาว ขณะที่เด็กจากครอบครัวยากจนก็เรียนได้น้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนกลุ่มอื่นที่ฐานะดีกว่า</p>



<p>“ฉันดีใจที่ CDC และหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการเปิดโรงเรียน และการเรียนในชั้นเรียน” ดร.เบนจามิน ลินาส ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อใน ม.บอสตัน กล่าว</p>



<p>โรงเรียนใหญ่ ๆ ทั่วอเมริกาวางแผนจะเปิดเรียนตามปกติในเทอมใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ โดยหลายโรงเรียนจะไม่มีการสอนผ่านออนไลน์แล้ว เช่น โรงเรียนรัฐในนิวยอร์กซิตี้&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9b3167"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">2. ไปโรงเรียนแล้วต้องใส่หน้ากากอนามัยไหม?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : แล้วแต่พื้นที่</strong></p>



<p>ไกด์ไลน์ได้แนะนำให้เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ฉีดวัคซีนครบโดส&nbsp; ให้สวมใส่หน้ากากอนามัยเวลาอยู่ในอาคาร&nbsp; แต่ขณะเดียวกันก็ตีความได้ว่า เด็กนักเรียนที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยขณะเรียนในห้อง</p>



<p>แต่ขณะเดียวกัน CDC ระบุว่าหากโรงเรียนจะประกาศให้ทุกคนใส่หน้ากากอนามัย ก็ย่อมทำได้ ทั้งนี้เมื่อ 9 กรกฎาคม 2564 รัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศว่ามีแผนจะประกาศให้ทุกคนที่ไปโรงเรียนต้องใส่หน้ากากอนามัย (ในทางตรงกันข้าม มีอย่างน้อย 8 รัฐประกาศว่านักเรียนไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย)</p>



<p>ขณะเดียวกัน ไกด์ไลน์ยังได้แนะนำว่าแม้แต่ในสถานที่ซึ่งประกาศให้ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย&nbsp; แต่ควรมีข้อยกเว้นให้แก่นักเรียนและบุคลากรบางคน ที่มีภาวะพิการหรือการสวมใส่หน้ากากอนามัยทำได้ยาก&nbsp;</p>



<p>“นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ฉันรู้สึกดีใจที่พวกเขาตระหนักว่าเด็กบางกลุ่มไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้อย่างสะดวกนัก” เจนนิเฟอร์ นัซโซ&nbsp; นักระบาดวิทยา จาก ม.จอห์นส์ ฮอปกินส์&nbsp; กล่าว&nbsp;</p>



<p>CDC ยังสำทับว่าเวลาอยู่นอกอาคารเรียนนั้น การใส่หน้ากากอนามัยไม่จำเป็นแต่อย่างใด ยกเว้นในบางกรณี เช่น การอยู่ในสถานที่ซึ่งมีคนหนาแน่นในพื้นที่ซึ่งมีการระบาดสูง</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0aa05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">3. “การรักษาระยะห่าง” ยังต้องทำอยู่ไหม?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : ยังคงแนะนำให้นักเรียนรักษาระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตร</strong></p>



<p>CDC ยังคงแนะนำให้นักเรียนรักษาระยะห่างระหว่างกัน 1 เมตรเมื่ออยู่ในชั้นเรียน (แนะนำเหมือนไกด์ไลน์ครั้งก่อนหน้า)&nbsp; งานศึกษาบางชิ้นแนะนำว่าการรักษาระยะห่าง 1 เมตรระหว่างเด็กนักเรียนนั้นถือว่าปลอดภัยแล้ว&nbsp; กรณีที่มาตรการป้องกันอื่นๆ ถูกนำมาใช้งานควบคู่ไปด้วย เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เป็นต้น</p>



<p>แต่ CDC ก็แนะนำด้วยว่าโรงเรียนที่อาจพื้นที่ไม่กว้าง หรือห้องเรียนอาจไม่พอจะรับรองมาตรการรักษาระยะห่าง 1 &nbsp;เมตร ก็ยังสามารถเปิดเรียนได้ ทั้งนี้ในกรณีนี้ควรนำมาตรการอื่นมาใช้ควบคู่ ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย ตรวจหาเชื้อโควิดบ่อย ๆ และปรับระบบหมุนเวียนอากาศให้ดีขึ้น</p>



<p>ไกด์ไลน์ยังได้แนะนำว่าให้เด็กอยู่ห่างจากครูและพนักงานโรงเรียนอย่างน้อย 2 เมตร และครูกับพนักงานที่ไม่ได้รับวัคซีนควรอยู่ห่างกันอย่างน้อย 2 &nbsp;เมตร (เพราะผลการศึกษาที่ว่าระยะห่าง 1 เมตรปลอดภัยนั้น นักวิจัยศึกษาแค่เคสเด็กนักเรียนด้วยกันเท่านั้น ยังไม่ได้ศึกษาเพิ่มในเคสเด็กกับผู้ใหญ่แต่อย่างใด)&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญก็ได้กล่าวว่ามาตรการรักษาระยะห่างที่ไม่ฟันธงชัดเจนนี้ จะสร้างความสับสนและยากที่จะทำตาม โรงเรียนคงอยากได้ไกด์ไลน์ที่ชัดเจนกว่านี้&nbsp;</p>



<p>แม้กระทั่งเจนนิเฟอร์ นัซโซ&nbsp; นักระบาดวิทยา จาก ม.จอห์นส์ ฮอปกินส์ ยังยอมรับว่าเธอก็สับสน</p>



<p>“ฉันจินตนาการต่อได้เลยว่าโรงเรียนในรัฐต่าง ๆ ก็ต้องสับสนเช่นกัน”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5f97b7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">4. จำเป็นต้องฉีดวัคซีนถึงจะไปเรียนได้ไหม?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : ปัจจุบันยังไม่มีการบังคับให้นักเรียนระดับอนุบาลถึงมัธยมฉีดวัคซีน แต่อย่างไรก็ตาม นั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ</strong></p>



<p>ปัจจุบันมีแค่เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปที่มีสิทธิ์ได้รับวัคซีน ทำให้กลุ่มที่เด็กกว่านี้ถือว่ายังไม่ได้รับความคุ้มครอง ขาดเกราะคุ้มกัน&nbsp; เนื่องจากวัคซีนทั้งหลายยังไม่สามารถฉีดให้ในเด็กต่ำกว่า 12 ปีได้&nbsp; ทำให้ข้อบังคับเรื่องวัคซีนในโรงเรียนน่าจะยังไม่เกิดขึ้น</p>



<p>ในระหว่างนี้เป็นไปได้ที่โรงเรียนจะสอบถามครอบครัวเด็กเกี่ยวกับรายละเอียดการฉีดวัคซีน</p>



<p>“ผมคิดว่าโรงเรียนน่าจะมีสิทธิ์สอบถามได้ว่า เราอยากรู้ว่าคุณได้รับวัคซีนหรือยัง”</p>



<p>เอริค เอ. เฟลด์แมน ศาสตราจารย์ด้าน medical ethics and health policy แห่ง U of Penn กล่าว “ถ้าคุณฉีดแล้ว คุณสามารถทำแบบนั้นแบบนี้ในโรงเรียนได้ แต่ถ้าคุณยังไม่ฉีดก็จะเจอกฎอีกอย่าง” เป็นต้น</p>



<p>ครูก็เช่นกัน โดยปกตินายจ้างอาจเรียกร้องให้ลูกจ้างฉีดวัคซีนได้ แต่เนื่องจากในอเมริกามี Teachers’ Unions&nbsp; ทำให้อาจส่งผลอีกแบบ&nbsp;</p>



<p>ไกด์ไลน์ของ CDC แจ้งว่าโรงเรียนอาจจะเสนอให้บุคลากรมี “ความรับผิดชอบต่องานที่ต่างไป” สำหรับครูและพนักงานที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนครบโดสและมีความเสี่ยงต่อโควิด-19</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3771f5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">5. เด็กประถมจะได้ฉีดวัคซีนเมื่อไหร่?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ :น่าจะเป็นช่วงใบไม้ร่วงนี้</strong></p>



<p>ไฟเซอร์ : มีแผนที่จะยื่นขอใบอนุญาตพิเศษสำหรับการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปี</p>



<p>โมเดอร์นา : ผลจากการทดสอบในระดับคลินิค (คลินิคัลเทรล) ในกลุ่มเด็กจะออกมาก่อนสิ้นปีนี้ และเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นขอใบอนุญาตฉีดวัคซีนในเด็ก 12-17 ปีแล้ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">6. สายพันธุ์กลายพันธุ์อย่างเดลต้าละจะรับมือยังไง ?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : การกลายพันธุ์ของเดลต้า ทำให้เป็นเรื่องด่วนที่จะต้องใช้มาตรการหลายอย่างในโรงเรียนประถม</strong></p>



<p>ตอนนี้เดลต้าเป็นโควิดกลายพันธุ์ที่กำลังระบาดในอเมริกา มีการแพร่เชื้อได้เร็วกว่าเดิม โชคดีที่วัคซีนยังช่วยป้องกันไวรัสกลายพันธุ์นี้ได้ดี ทำให้ไม่ต้องถึงขึ้นเจ็บป่วยหนักหรือตาย แต่ เดลต้าอาจจะก่อให้เกิดการระบาดในพื้นที่ซึ่งยังไม่ได้รับวัคซีนได้</p>



<p>เด็กนั้นมีความเสี่ยงน้อยกว่าผู้ใหญ่ที่จะป่วยจากโควิด รายงานจาก American Academy of Pediatrics ระบุว่า</p>



<p>-น้อยกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ของเด็กติดเชื้อโควิดต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล<br>-น้อยกว่า 0.03 เปอร์เซ็นต์ของเด็กติดเชื้อโควิดเสียชีวิต&nbsp;</p>



<p>แม้เด็กจะมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่จะป่วยหนัก แต่การกลายพันธุ์ของเดลต้าทำให้เป็นเรื่องด่วนที่จะต้องใช้มาตรการหลายอย่างในโรงเรียนประถม</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e89497"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">7. มาตรการป้องกันอะไรอีกที่ CDC แนะนำ?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : “layered” approach คือแนะนำให้โรงเรียนใช้หลายๆ กลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยง</strong></p>



<p>CDC แนะนำสิ่งที่เรียกว่า “layered” approach คือแนะนำให้โรงเรียนใช้หลายๆ กลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยง (บางทีเรียกว่า Swiss cheese model)</p>



<p>เช่น นอกจากสวมใส่หน้ากากอนามัย การรักษาระยะห่าง และการฉีดวัคซีนแล้ว โรงเรียนควรจะทำการตรวจคัดกรองโควิด-19 เป็นประจำด้วย&nbsp;</p>



<p>สำหรับนักเรียน ครู และพนักงานที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองโควิด หรือต้องกักตัวหากสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยกเว้นว่าจะเริ่มมีอาการไม่สบายบางอย่าง</p>



<p>ไกด์ไลน์ยังระบุถึงความสำคัญของการระบายอากาศ (การหมุนเวียนอากาศ) โดยแนะนำให้โรงเรียนเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้อากาศไหลเวียน หรือมีการเปลี่ยนค่าเครื่องปรับอากาศใหม่&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5a9619"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/27-cdc-guide-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">8. ทำไม CDC ไม่ออกคำแนะนำที่เป็นมาตรฐานเฉพาะเจาะจงให้โรงเรียนทำตามได้เลย?</h2>



<p><strong>คำตอบคือ : ด้วยสถานการณ์ระบาดในปัจจุบัน CDC เห็นว่าแผนเดียวใช้ทั้งประเทศนั้นไม่น่าจะเวิร์ก เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนในอเมริกาแต่ละพื้นที่แตกต่างกันมาก และพื้นที่ซึ่งมีการฉีดวัคซีนต่ำ อาจเจอกับการระบาดอีกรอบได้ โดยเฉพาะเมื่อสายพันธุ์เดลต้าเข้ามาแล้ว</strong></p>



<p>ดร.อัลเลน กล่าวว่า “ไกด์ไลน์จาก CDC ตระหนักว่าแผนเดียวใช้ทั้งประเทศนั้นไม่น่าจะใช่หนทางที่ดีที่สุดในการรับมือโรคระบาด ไกด์ไลน์สำหรับเวอร์มอนต์และแมสซาชูเสตต์ส ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนสูงและมีเคสติดเชื้อต่ำก็ควรแตกต่างจากมาตรการในรัฐที่ติดเชื้อสูงและฉีดวัคซีนต่ำ”</p>



<p>CDC ได้แนะนำให้แต่ละพื้นที่เลือกมาตรการโดยพิจารณาจากสภาพในพื้นที่ ซึ่งรวมถึง อัตราฉีดวัคซีน, ระดับการระบาดของโควิด และให้พิจารณาว่ามีการตรวจคัดกรองโควิดอย่างสม่ำเสมอในพื้นที่ด้วยหรือเปล่า</p>



<p>แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนจะบอกว่าควรจัดมาตรการแล้วแต่พื้นที่ สิ่งนี้อาจฟังดูเข้าท่าแต่การเปิดกว้างให้โรงเรียนแต่ละแห่งจัดการได้เอง อาจมาพร้อมความเสี่ยงได้</p>



<p>การขาดไกด์ไลน์ที่มีความชัดเจนและเฉพาะเจาะจง มีแนวโน้มทำให้บางพื้นที่ไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการอย่างไร เมื่อต้องเผชิญกับความเชื่อด้านการเมืองที่ขัดแย้งกันในพื้นที่ (เช่น กลุ่มที่จะฉีดวัคซีน กับกลุ่มที่ยืนยันสิทธิในร่างกายตนเองจนไม่ยอมฉีดวัคซีน)</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าไกด์ไลน์และมาตรการที่หลากหลายจะเป็นโมเดลที่หลายพื้นที่เลือกใช้</p>



<p></p>



<p><strong>แปลและเรียบเรียงจาก :</strong> <br><a href="https://www.nytimes.com/2021/07/09/health/cdc-schools-guidelines-parents.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.nytimes.com/2021/07/09/health/cdc-schools-guidelines-parents.html">What Parents Need to Know About the C.D.C.’s Covid School Guidelines</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-cdc-schools-guidelines-parents/">เด็ก ๆ จะกลับไปเรียนในเทอมนี้ได้หรือเปล่า? เงี่ยหูฟังแนวทางจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
