<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เสรีภาพ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2021 07:58:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เสรีภาพ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘เสรีภาพ’ มาตรวัดการพัฒนาในทรรศนะ ‘อมาตยา เซน’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/development-as-freedom-sen/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 07:56:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อมาตยา เซน]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[The International Conference on Equitable Education: All for Education]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[เสรีภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ชลิดา หนูหล้า]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43930</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในการประชุมนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/development-as-freedom-sen/">‘เสรีภาพ’ มาตรวัดการพัฒนาในทรรศนะ ‘อมาตยา เซน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในการประชุมนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา (The International Conference on Equitable Education: All for Education) ระหว่างวันที่ 10-11 กรกฎาคม 2563 หนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่คนให้ความสนใจคือ การกล่าวนำของ อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ และศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์และปรัชญา มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษาในโลกอันผันผวนจากการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 (Equitable Education: What does it mean in the Changing World amidst COVID19 Pandemic?) โดยเซนกล่าวถึงความสำคัญของความเสมอภาคทางการศึกษาในการป้องกันและรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ได้อย่างน่าสนใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c9272"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/amataya-sen.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อมาตยา เซน</figcaption></figure></div></div></div>



<p>เซนเชื่อว่าการเข้าถึงการศึกษานั้นมีความสำคัญต่อการพัฒนาสังคมทั้งในระดับมหภาคและระดับบุคคล โดยนอกจากเป็นพื้นฐานของความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแล้ว ยังมีความสำคัญต่อการพัฒนาปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และการดำเนินชีวิตร่วมกันในสังคม สังคมที่มีความเข้มแข็งเช่นนั้นย่อมเป็นสังคมที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาตนเองมากกว่า ดังนั้น พื้นที่ที่รับมือการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ได้ดีกว่า จึงมีแนวโน้มเป็นพื้นที่ที่มีความเสมอภาคทางการศึกษาด้วย อาทิ รัฐเกรละในอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐที่ประชากรมีอัตราการรู้หนังสือสูงที่สุด</p>



<p>แม้เซนจะใช้เวลาในการพูดไม่นาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านเส้นแบ่งเวลาและระยะทาง แต่สารอันกระชับที่เขาสื่อกับที่ประชุมก็ชวนให้เรากลับไปครุ่นคิดถึงปรัชญาพื้นฐานของการพัฒนา ซึ่งอยู่เบื้องหลังความคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่ทรงอิทธิพลผู้นี้</p>



<p>เพราะเหตุใดเซนจึงเชื่อว่าความเสมอภาคทางการศึกษาจะนำมาซึ่งความสามารถในการรับมือและแก้ไขปัญหาของสังคมนั้นๆ ความสัมพันธ์ระหว่างความสำเร็จในการรับมือโรคอุบัติใหม่และการเข้าถึงการศึกษาย่อมเลือนลางกว่าระหว่างการพัฒนาระบบสุขภาพและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวถูกอธิบายอย่างครอบคลุมใน&nbsp;<em>Development as Freedom</em>&nbsp;(การพัฒนาคือการสร้างเสรีภาพ) หนึ่งในงานเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขา</p>



<p>อาจกล่าวได้ว่า อมาตยา เซนเป็นนักเศรษฐศาสตร์ผู้พัฒนาทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ที่ให้ความสำคัญแก่การยกระดับทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยอาจเป็นผลของความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างลึกซึ้ง เซนเติบโตในรัฐเบงกอลตะวันตกอันเป็นหนึ่งในรัฐที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด และนำมาซึ่งความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม โดยในรัฐเบงกอลตะวันตกนั้นมีประชากรผู้นับถือศาสนาฮินดู อิสลาม พุทธ คริสต์ เชน และซิกข์ รวมถึงผู้พูดภาษาเบงกาลี ฮินดี สันถาลี อูรดู ฯลฯ ประชากรส่วนใหญ่ในรัฐเบงกอลตะวันตกอาศัยในชุมชนเล็กๆ และมากกว่าครึ่งของจำนวนที่เหลืออาศัยในเมืองหลวงคือโกลกาตา<sup><a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftn1" target="_blank" rel="noreferrer noopener">[1]</a></sup>&nbsp;ประสบการณ์เกี่ยวกับความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจซึ่งผูกพันกับมิติทางสังคมและวัฒนธรรมของเซนจึงให้กำเนิดงานเขียนและงานวิจัยที่สำคัญด้านความยากจนและการพัฒนาเป็นจำนวนมาก โดย Development as Freedom เป็นหนึ่งในงานเขียนเหล่านั้น</p>



<p>แรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือเล่มดังกล่าวของเซนคือการกระทำความรุนแรงต่อชายชาวมุสลิมระหว่างการแบ่งอินเดีย (Partition of India) ในละแวกที่เขาเติบโต โดยเซนเห็นชายชาวมุสลิมผู้เป็นลูกจ้างรายวันซวดเซด้วยบาดแผลฉกรรจ์บนหลังจากการถูกแทงด้วยมีด เซนเชื่อว่าหากครอบครัวของชายคนดังกล่าวมีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ เขาจะไม่ต้องดั้นด้นหางานในพื้นที่อาศัยของชาวฮินดูขณะที่ความขัดแย้งทางศาสนาระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิมทวีความรุนแรง และถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a3f7fc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/glogata.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><em>การจลาจลในโกลกาตา ค.ศ. 1946 อันเป็นการปะทะกันระหว่างชาวฮินดูและชาวมุสลิม<br>ก่อนการแบ่งอินเดีย 1 ปี มีผู้เสียชีวิตราว 4,000 คน<strong><a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftn2" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><sup>[2]</sup></a></strong></em></figcaption></figure></div></div></div>



<p>ในงานเขียนข้างต้น เซนกล่าวถึงการพัฒนาว่าเป็นกระบวนการเพิ่มพูนเสรีภาพของปัจเจกบุคคล ดังนั้น ขอบเขตของเสรีภาพจึงเป็น ‘มาตรวัด’ หรือเครื่องบ่งชี้ระดับการพัฒนาในสังคมนั้นๆ ไม่ใช่สถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร โดยเสรีภาพของเซนหมายถึงการไม่ถูกกีดกันจากทางเลือกที่หลากหลาย มีอิสระและความปลอดภัยในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของตนเอง หรือปัจจัยต่างๆ ที่เอื้อต่อการมีความเป็นอยู่ที่ดีนั่นเอง<a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftn3">[3]</a></p>



<p>เสรีภาพของเซนจึงครอบคลุม<em>เสรีภาพทางการเมือง</em>&nbsp;อันหมายถึงความสามารถในการตรวจสอบและสังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงการมีผู้แทนของตนในรัฐสภา&nbsp;<em>การได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจ</em>อันครอบคลุมการได้รับจัดสรรทรัพยากรและการแข่งขันที่เป็นธรรมในตลาด ตลอดจน<em>การเข้าถึงโอกาสทางสังคม</em>&nbsp;โดยเฉพาะบริการสาธารณสุขและการศึกษา รวมถึงมี<em>ความปลอดภัยและสวัสดิภาพในการดำเนินชีวิต</em></p>



<p>ก่อนการตีพิมพ์งานเขียนดังกล่าว ‘เสรีภาพ’ ข้างต้นมักถูกพิจารณาเป็น ‘เส้นชัย’ ของการพัฒนา ทว่าใน Development as Freedom นั้น เซนแย้งว่าเสรีภาพในงานเขียนของเขาเป็นทั้งเส้นชัยและแนวทางการพัฒนาสังคม เพราะเสรีภาพในมิติที่แตกต่างกันเหล่านี้จะเกื้อกูลกัน เป็น ‘ต้นสาย’ และ ‘ปลายเหตุ’ อันไม่รู้จบของกันและกัน โดยการเพิ่มพูนเสรีภาพหรือ ‘ความสามารถของปัจเจกบุคคลอันนำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดี’ ในมิติหนึ่ง ย่อมนำไปสู่การส่งเสริมเสรีภาพในมิติอื่นๆ อาทิ การพัฒนาระบบสุขภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาย่อมส่งเสริมเสรีภาพทางการเมืองและโอกาสทางเศรษฐกิจ เพราะประชากรที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจะมีการตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์ที่รอบคอบกว่า เข้าใจสิทธิพลเมืองและการเมืองของตนเองมากกว่า</p>



<p>จากแนวความคิดดังกล่าว ความเสมอภาคทางการศึกษาจึงไม่เพียงยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในสังคมหนึ่งๆ ให้สามารถรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อ COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านการมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสุขภาพ การตัดสินใจทางเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสม และการมีรายได้ที่มั่นคง ทว่าเป็นเครื่องบ่งชี้ระดับการพัฒนาในมิติอื่นๆ ของสังคมนั้นๆ ที่นำมาซึ่งประสิทธิภาพในการรับมือโรคอุบัติใหม่นี้ด้วย ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ผู้เรียนที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกล ได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีจนสามารถเข้าถึงการศึกษาและบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพใกล้เคียงกันหรือไม่ ประชากรได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาหรือไม่ อย่างไร มีความตระหนักในสิทธิพลเมือง และความรับผิดชอบต่อสังคมมากน้อยเพียงใด เป็นต้น</p>



<p>แม้การวิพากษ์ปัญหาอันเกิดจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมใน Development as Freedom จะถูกวิจารณ์ว่าไม่ครอบคลุมนัก อย่างไรก็ตาม งานเขียนและงานวิจัยของเซนที่เน้นการลดปัญหาความยากจนด้วยการปฏิรูปสังคมโดยเชื่อว่าความก้าวหน้าและเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึงความเสมอภาคในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขจะนำมาซึ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนยังได้รับความสนใจจากประเทศและองค์การระหว่างประเทศที่ประสบปัญหาการจัดสรรทรัพยากรจำนวนมาก</p>



<p>ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และงานเขียนของนักเศรษฐศาสตร์และนักปรัชญาผู้นี้ จึงควรแก่การศึกษาทั้งในฐานะ ‘เส้นชัย’ ของการพัฒนาสังคมอย่างครอบคลุม และ ‘แนวทาง’ ของการพัฒนาในมิติต่างๆ เพื่อนำมาซึ่งสังคมเปี่ยมคุณภาพ พร้อมรับมือความท้าทายในศตวรรษที่ 21 อย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>อ้างอิง</strong></p>



<p><a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftnref1" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><sup>[1]</sup></a>&nbsp;ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.britannica.com/place/West-Bengal">West Bengal – Britannica</a></p>



<p><a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftnref2" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><sup>[2]</sup></a>&nbsp;ที่มา:&nbsp;<a href="https://www.nytimes.com/2017/08/17/opinion/india-muslims-hindus-partition.html">India’s Muslims and the Price of Partition</a></p>



<p><a href="https://www.the101.world/development-as-freedom-sen/#_ftnref3" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><sup>[3]</sup></a>&nbsp;David Seddon, “Book Review: Development as Freedom,”&nbsp;<em>Global Social Policy</em>&nbsp;1, no. 2 (August 2001): 240, doi:10.1177/146801810100100209.</p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<p>ความเห็นของอมาตยา เซนว่าด้วยความเสมอภาคทางการศึกษากับการจัดการปัญหาโรคระบาดมาจาก<a href="https://afe2020.eef.or.th/thai/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">งานประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา</a>&nbsp;หัวข้อ “Equitable Education: What does it mean in the Changing World amidst COVID19 Pandemic? ความเสมอภาคทางการศึกษา: หมายถึงอะไร ในโลกที่เปลี่ยนแปลงท่ามกลางการระบาดโควิด-19” โดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) วันที่ 10 กรกฎาคม 2563</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-pullquote"><blockquote><p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p></blockquote></figure>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/development-as-freedom-sen/">‘เสรีภาพ’ มาตรวัดการพัฒนาในทรรศนะ ‘อมาตยา เซน’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
