<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เวลส์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b9%8c/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 20 Jan 2022 10:19:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เวลส์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ &#8211; เวลส์ &#8211; อเมริกา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 10:19:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เวลส์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลดช่องว่างการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50732</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังเปิดเทอมแบบออนไซต์ (on-site) แม้เด็กหลายคนจะหัวใจพอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/">นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ – เวลส์ – อเมริกา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังเปิดเทอมแบบออนไซต์ (on-site) แม้เด็กหลายคนจะหัวใจพองฟูที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และครูอีกครั้ง แต่ตลอดช่วงวิกฤตระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เด็กต้องห่างจากโรงเรียนไปนาน ทำให้เด็กบางคนเจอภาวะสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) ครั้นพอเปิดเทอม ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน เกิดปรากฏการณ์ “ช่องว่างการเรียนรู้” หรือ Learning Gap&nbsp;</p>



<p>ประเด็น “ช่องว่างการเรียนรู้” หรือ Learning Gap นั้น ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เคยกล่าวในงานเสวนาออนไลน์ “โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1” ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ว่า ช่องว่างการเรียนรู้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยมานานและมากกว่าที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 แต่หลายฝ่ายไม่รู้ตัว เป็นช่องว่างที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาโดยใช่เหตุ ไม่บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน ถ้าไม่ระวังจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้และไม่ได้รับการดูแล เป็นช่องว่างที่ต้องปิด เพื่อทำให้อย่างน้อยนักเรียนทุกคนต้องบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำ </p>



<p>ทว่า “การปิดช่องว่างการเรียนรู้” นั้นต้องทำอย่างไร หลายคนคงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจ</p>



<p>ในต่างประเทศนั้น มีปรากฏการณ์ “ช่องว่างการเรียนรู้” เกิดขึ้นในหมู่เด็กนักเรียนมายาวนานเช่นกัน แน่นอนว่าอาจมีวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ช่องว่างกว้างขึ้น แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นความพยายามของหลายประเทศ ในการออกนโยบายด้านการศึกษามาเพื่อ “ปิด” หรือ “ลดช่องว่างการเรียนรู้”</p>



<p>บทความนี้จะชวนมาร่วมถอดบทเรียนจาก 3 นโยบายที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เวลส์ และอเมริกา&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ในอังกฤษและเวลส์นั้น นโยบายที่เกิดขึ้นเป็นนโยบายในระดับชาติ ส่วนอเมริกานั้นมีข้อเสนอจากฝั่งเอกชน โดยโรงเรียนรัฐจำนวนไม่น้อยนำข้อเสนอแนะนั้นไปต่อยอดและปรับใช้</p>



<p>มาดูกันว่า ทั้ง 3 ประเทศรับมือและบรรเทา “ช่องว่างการเรียนรู้” ที่เกิดในหมู่นักเรียนอย่างไร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">1. อังกฤษ : ก่อตั้งกองทุน 1 พันล้านปอนด์ “educational catch-up initiatives” เพื่อฟื้นฟูนักเรียนเต็มศักยภาพ</h2>



<p>สำหรับประเทศที่มีงบประมาณจำนวนมากอย่างอังกฤษ รัฐบาลตัดสินใจตั้งกองทุนงบประมาณ 1 พันล้านปอนด์ ชื่อ educational catch-up initiatives เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปใช้ให้มั่นใจว่านักเรียนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดให้มีโครงการ National Tutoring Programme โดยโรงเรียนสามารถจ้างติวเตอร์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีช่องว่างการเรียนรู้ มีการจัด in-house mentor ให้กับกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบาก ซึ่งผู้มาเป็น mentor จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่กำลังอบรมเพื่อรับใบอนุญาตการสอน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">2.เวลส์: รับสมัครครูและผู้ช่วยสอนเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือนักเรียนทุกกลุ่มอายุ</h2>



<p>เวลส์ได้ออกนโยบายระดับชาติ<em> </em>โดยประกาศรับสมัครครูเพิ่มขึ้นจำนวน 600 คน และผู้ช่วยสอนจำนวน 300 คน ในปี 2020-2021 เพื่อช่วยเหลือนักเรียน รวมทั้งนักเรียนกลุ่มด้อยโอกาส เปราะบางในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะแก่กลุ่มนักเรียนที่กำลังต้องสอบในช่วงจบการศึกษาในปี 2021 นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรทรัพยากรในด้านการเรียนแก่ครูประจำการ และครูที่กำลังเข้ามาใหม่อีกด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3.สหรัฐอเมริกา: โปรแกรมฟื้นฟูการศึกษาแบบติวเข้มข้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</h2>



<p>ปลายปี 2020 บริษัท McKinsey ได้เผยแพร่รายงานด้านการศึกษา ที่มาพร้อมข้อเสนอแนะในการลด Learning Gap โดยใช้โปรแกรมฟื้นฟูการศึกษาแบบเข้มข้น 2 รูปแบบ ทั้งนี้หลังรายงานได้เผยแพร่ออกไป มีโรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกานำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการฟื้นฟูการศึกษาแบบเข้มข้นไปปรับใช้ โดยโปรแกรมฟื้นฟูที่ McKinsey เสนอแนะเพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ ได้แก่</p>



<p><strong>3.1) Acceleration Academies : ฟื้นฟูเข้มข้นภายใน 2 สัปดาห์</strong></p>



<p>McKinsey ได้วิจัยและค้นคว้ากรณีศึกษาต่างๆ จนพบว่า หากโรงเรียนจัดทำ Acceleration Academies หรือหลักสูตรฟื้นฟูเข้มข้นภายใน 2 สัปดาห์ นั้น จะสามารถช่วยฟื้นฟูและเสริมความรู้ให้แก่นักเรียนได้ในอัตราที่เทียบเท่าระยะการเรียนเดิม 6 เดือนเลยทีเดียว</p>



<p>หลักสูตร “Acceleration Academies” ที่ McKinsey เสนอแนะ ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้</p>



<p>-จัดการเรียนการสอนต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ <br>-ตลอดหลักสูตรใช้เวลาราว 25 ชั่วโมง ​โดยโฟกัสการสอนไปที่วิชาใดวิชาหนึ่ง เช่น คณิตศาสตร์​หรือภาษาอังกฤษ (การอ่านเขียน)<br>-นักเรียนที่เข้าร่วมควรเป็นกลุ่มเล็ก ระหว่าง 8-12 คน<br>-งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายต่อเด็ก 1 คน คือประมาณ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ทั้งนี้หากต้องการนำหลักสูตรไปดำเนินการฟื้นฟูแก่เด็กนักเรียนครึ่งหนึ่งของประเทศ จะใช้เงินราว 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p><strong>3.2) High-intensity tutoring : ติวเสริมเข้มข้นแบบกลุ่มเล็ก</strong></p>



<p>การติวเสริมให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อน นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางฟื้นฟูการศึกษาที่มีหลายตัวอย่างยืนยันว่าได้ผล โดยผลสำรวจพบว่า เด็กที่ผ่านการติวเสริมสม่ำเสมอระยะ 1 ปี จะได้รับความรู้ในอัตราที่เทียบเท่าระยะการเรียนเดิม 1-2 ปีเลยทีเดียว</p>



<p>ทั้งนี้ McKinsey ได้เสนอแนะว่า การติวเสริมที่ได้ผลนั้น มักมีองค์ประกอบดังนี้&nbsp;</p>



<p>-ติวแบบกลุ่มเล็ก นักเรียน 2 คนต่อครู 1 คน<br>-ควรต้องใช้ครูมืออาชีพ หรือนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ผ่านการฝึกสอนมาแล้ว <br>-ชั้นเรียนติวเสริมที่ดำเนินการในช่วงเวลาเรียน จะได้ผลกว่าชั้นเรียนที่ติวเสริมนอกเวลาเรียน<br>-งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายต่อเด็ก 1 คน คือประมาณ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ทั้งนี้หากต้องการนำหลักสูตรไปดำเนินการฟื้นฟูแก่เด็กนักเรียนครึ่งหนึ่งของประเทศ จะใช้เงินราว 66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p></p>



<p>อ้างอิง :</p>



<ul><li><a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/" title="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a></li><li><a href="https://www.mckinsey.com/industries/public-and-social-sector/our-insights/covid-19-and-learning-loss-disparities-grow-and-students-need-help" title="https://www.mckinsey.com/industries/public-and-social-sector/our-insights/covid-19-and-learning-loss-disparities-grow-and-students-need-help" target="_blank" rel="noreferrer noopener">COVID-19 and learning loss—disparities grow and students need help</a></li><li><a href="https://www.palmbeachschools.org/news/what_s_new/april_2021/summer_acceleration_academies_provide_support" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.palmbeachschools.org/news/what_s_new/april_2021/summer_acceleration_academies_provide_support">Summer Acceleration Academies Provide Support</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/">นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ – เวลส์ – อเมริกา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>รัฐบาลเวลส์ ทุ่มกว่า 2 พันล้านบาทหวังบรรเทาผลกระทบการศึกษาจาก COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/edu-news-31-7-20-b/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2020 04:43:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เวลส์]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Kirsty Williams]]></category>
		<category><![CDATA[Higher Education Investment and Recovery Fund For Wales]]></category>
		<category><![CDATA[Independen Living Skills]]></category>
		<category><![CDATA[Further Education]]></category>
		<category><![CDATA[FE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18955</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา รัฐบาลท้องถิ่นของ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/edu-news-31-7-20-b/">รัฐบาลเวลส์ ทุ่มกว่า 2 พันล้านบาทหวังบรรเทาผลกระทบการศึกษาจาก COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_18957" aria-describedby="caption-attachment-18957" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-18957 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-18.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-18.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-18-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-18-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-18-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-18957" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Antenna</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</p>
<p><b>รัฐบาลท้องถิ่นของเวลส์ แห่งสหราชอาณาจักร ประกาศจัดสรรงบประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,015 ล้านบาท) เพื่อมอบให้กับสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาลัย สำหรับเป็นเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโรค </b><b>COVID-</b><b>19</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ บีบีซี ของอังกฤษ รายงานว่า กองทุนดังกล่าวของรัฐบาลเวลส์ มีขึ้นเพื่อป้องกัน การสอน การวิจัย และให้ความช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาภายในพื้นที่ของตนเอง โดย </span><span style="font-weight: 400;">Kirsty Williams </span><span style="font-weight: 400;">รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเวลส์ กล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าว เป็นหนึ่งในหนทางสำคัญของการฟื้นฟูความเสียหายจาก </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;เพราะสถาบันการศึกษาทั้งหลาย จะเป็นผู้รับบทบาทหลักในการฟื้นฟูเวลส์จากการระบาดนี้&#8221; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของเวลส์กล่าว ก่อนยอมรับว่า ทางการยังไม่สามารถประเมินความเสียหายและผลกระทบจากการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ที่มีต่อบรรดามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทั่วเวลส์ จนกว่าจะถึงวาระการเปิดภาคการศึกษาใหม่ในช่วงเดือนกันยายนนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า รัฐบาลเวลส์ตั้งเป้าให้งบประมาณดังกล่าว เป็นงบสนับสนุนสถาบันการศึกษาของเวลส์ในการเตรียมความพร้อมสำหรับภาคการศึกษาใหม่ที่จะมาถึง โดยในจำนวนนี้ ราว 27 ล้านปอนด์ จัดเตรียมไว้สำหรับทางมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ขณะที่อีก 23 ล้านปอนด์ จัดเตรียมไว้สำหรับสนับสนุนช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;งบแต่ละส่วน ถือได้ว่ามีส่วนสำคัญต่อการฟื้นฟูเวลส์ ดังนั้นเราจึงสนับสนุนสถาบันการศึกษาเหล่านี้ เพื่อที่พวกเขาจะได้สนับสนุนนักเรียนทุกระดับทุกวัยต่อไป&#8221; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเวลส์กล่าว พร้อมเสริมว่า ทุนสนับสนุนจากรัฐบาล จะเปิดทางให้เกิดความร่วมมือระหว่างโรงเรียน หน่วยงานธุรกิจ หน่วยงานบริการของรัฐ และพันธมิตรจากต่างประเทศให้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้น หลังข้อมูลของทางการพบว่า มีเยาวชนอายุ 18 ปีขึ้นไปในเวลส์ ยื่นเรื่องขอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มมากขึ้น กระนั้น ความหวังที่จะเห็นนักศึกษาเต็มมหาวิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรกลับเลือนราง เนื่องจาก </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความวิตกดังกล่าวสอดคล้องกับคำเตือนของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายที่ออกมาระบุว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วสหราชอาณาจักร อาจเผชิญหน้ากับวิกฤตในหลายด้าน หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งรวมถึงปริมาณผลงานวิจัยและทุนการศึกษา จากหน่วยงานการกุศลและภาคเอกชนที่ลดลง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น รัฐบาลเวลส์ จึงจัดสรรงบพิเศษเพื่อการศึกษาโดยเฉพาะ ภายใต้กองทุน </span><span style="font-weight: 400;">Higher Education Investment and Recovery Fund For Wales </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อรักษาตำแหน่งงาน การวิจัย และบริการทางการศึกษา รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนนักศึกษาที่ประสบปัญหาทางการเงินเพราะ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19</span></p>
<p><figure id="attachment_18958" aria-describedby="caption-attachment-18958" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-18958 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-31.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-31.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-31-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-31-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-31-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-18958" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : Chris Ison/PA Wire</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแล้ว ทางการเวลส์ยังจัดสรรงบให้แก่นักเรียนอายุระหว่าง 16-19 ปี ในระดับวิทยาลัย หรือเข้าศึกษาด้านอาชีวศึกษา เพื่อให้เด็กนักเรียนเหล่านี้สามารถศึกษาเล่าเรียนตามหลักสูตรได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีติดขัด ตลอดจนสามารถกลับมาศึกษาในระดับที่สูงขึ้นไป จนได้รับประกาศนียบัตร ซึ่งงบพิเศษนี้ทำให้ทุนสนับสนุนต่อหัวที่ให้กับนักเรียนเพิ่มขึ้น 5%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ทางการเวลส์ ยังจัดงบพิเศษอีก 3.2 ล้านปอนด์ ในการจัดเตรียมอุปกรณ์ดิจิทัลเพื่อการศึกษาให้แก่นักเรียนในระดับวิทยาลัยในโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">FE (Further Education) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นโครงการการศึกษาทางเลือกให้แก่นักเรียนเวลส์หลังจบระดับมัธยมศึกษา นอกเหนือจากการเรียนต่อในมหาวิทยาลัย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลเวลส์ ยังเพิ่มงบอีก 466,000 ปอนด์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Independen Living Skills&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งส่งเสริมทักษะการพึ่งพาตนเอง โดยจะช่วยเหลือให้นักเรียนในโครงการเหล่านี้สามารถเรียนจนจบระดับวิทยาลัยจนสามารถหางานทำและพึ่งพาตนเองได้ในที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;งบประมาณทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการของภาครัฐ ที่ต้องการทำให้มั่นใจได้ว่า เราจะมีแรงงานมีฝีมือและทักษะเต็มเปี่ยมที่จะขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจของเวลส์หลังการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สิ้นสุดลง&#8221; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเวลส์ กล่าว พร้อมให้คำมั่นว่า เวลส์จะช่วยเหลือนักเรียนทุกคนอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้การเรียนต้องได้รับผลกระทบจาก </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม กระแสตอบรับที่มีต่องบประมาณก้อนใหญ่ทางการศึกษาของรัฐบาลเวลส์ มีทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยขณะที่ทางมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในเวลส์ แสดงความชื่นชมต่อการตัดสินใจดังกล่าว เพราะช่วยให้สถานะของมหาวิทยาลัยมีความมั่นคง และทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถให้บริการด้านการ</span><span style="font-weight: 400;">ศึกษาแก่ทางนักเรียนนักศึกษาได้อย่างเต็มที่ ทว่า ทางสหภาพนักเรียนแห่งชาติ (</span><span style="font-weight: 400;">National Union of Students : NUS) </span><span style="font-weight: 400;">กลับมองว่า งบประมาณพิเศษจำนวนนี้ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือต่อบรรดานักเรียนนักศึกษาที่กำลังประสบภาวะยากลำบากทางการเงินโดยตรง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ผลสำรวจของ </span><span style="font-weight: 400;">NUS </span><span style="font-weight: 400;">พบว่า 78% ของนักเรียนนักศึกษาในเวลส์ขณะนี้กำลังมีปัญหาด้านการเงินเพราะ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 เนื่องจากรายได้จากงานพาร์ทไทม์หดหาย แต่ขณะที่รายจ่ายยังคงมีเท่าเดิม โดยส่วนใหญ่กล่าวว่า แม้จะบอกยื่นเรื่องขอคืนหอพักไปแล้ว แต่ยังคงโดนบีบบังคับให้ต้องจ่ายค่าเช่าอยู่ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> Coronavirus: Universities and colleges in Wales to get £50m help</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/edu-news-31-7-20-b/">รัฐบาลเวลส์ ทุ่มกว่า 2 พันล้านบาทหวังบรรเทาผลกระทบการศึกษาจาก COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แนวคิดส่งเสริมความสร้างสรรค์สำหรับเด็ก จากการประชุม The LEGO Foundation และผู้เขี่ยวชาญการศึกษาทั้ง 5 ประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/425-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Mar 2020 09:49:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[The Creative Learning through the Arts Programme]]></category>
		<category><![CDATA[The Arts Council of Wales]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลวิกตอเรีย]]></category>
		<category><![CDATA[เวลส์]]></category>
		<category><![CDATA[Interdisciplinary Study]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[The LEGO Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[Victorian Curriculum F-10]]></category>
		<category><![CDATA[Dr David Howes]]></category>
		<category><![CDATA[Shun Shirai]]></category>
		<category><![CDATA[National Center for University Entrance Examination]]></category>
		<category><![CDATA[IS]]></category>
		<category><![CDATA[Yutori Education]]></category>
		<category><![CDATA[Gayle Gorman]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ตรวจสอบด้านการศึกษาแห่งสก็อตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[สก็อตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[The Curriculum for Excellence]]></category>
		<category><![CDATA[CfE]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Learning Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[CLP]]></category>
		<category><![CDATA[Kirsty Willams]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการแห่งเวลส์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12182</guid>

					<description><![CDATA[<p>The LEGO Foundation เปิดเผยรายงานผลศึกษาแนวทางส่งเสริมค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/425-2/">แนวคิดส่งเสริมความสร้างสรรค์สำหรับเด็ก จากการประชุม The LEGO Foundation และผู้เขี่ยวชาญการศึกษาทั้ง 5 ประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12184" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>The LEGO Foundation</strong> เปิดเผยรายงานผลศึกษาแนวทางส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในเด็กและเยาวชนทั่วโลก ผ่านการประชุมพูดคุยและสัมภาษณ์กับนักกำหนดนโยบายด้านการศึกษาที่อุทิศตัวทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาใน  5 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สก็อตแลนด์ และเวลส์ โดยมีเป้าหมายเพื่อจุดประกายให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้แนวทางและประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบในการปฎิรูปการศึกษาของแต่ละประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">The LEGO Foundation และ นักวิชาการด้านการศึกษาทั้ง 5 ประเทศ ต่างเห็นตรงกัน ถึงความสำคัญของ “ความคิดสร้างสรรค์” และ “ความคิดวิเคราะห์” ว่าเป็นทักษะที่จำเป็นต้องมีสำหรับโลกยุคใหม่ ที่แวดล้อมไปด้วยเทคโนโลยี และปัจจัยท้าทายต่างๆ มากมาย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการการคิดหาแนวทางแก้ไขหรือรับมือในทางที่สร้างสรรค์เพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12187" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/david-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มต้นที่ </span><b>Dr David Howes</b> รองเลขาธิการ ฝ่ายโรงเรียนและบริการการศึกษาระดับท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่า การสร้างระบบการศึกษาที่จะทำให้ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ผู้เรียนดำรงชีวิตอยู๋ในสังคมต่อไปได้ อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ที่จะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ที่จะตอบโจทย์ต่อตลาดงานในอนาคต</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางออสเตรเลีย เริ่มการปฎิรูปการศึกษาและนำหลักสูตรการเรียนการสอนดังกล่าวมาใช้ โดยมุ่งพัฒนาทักษะการคิดให้ครอบคลุม 3 ด้าน คือ การใช้เหตุผล กระบวนการและการได้มาซึ่งความรู้ (Reasoning, processing and inquiry) ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) และ การตอบสนอง การประเมิน และความตระหนักรู้เข้าใจ (Reflection, Evaluation and Metacognition) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยภาครัฐฯ ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 10,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2015 ลงทุนพัฒนาผลักดันให้รัฐวิคตอเรีย เป็น รัฐแห่งการศึกษา หรือ The Education State ที่จะพัฒนายกระดับการเรียนรู้ของเด็ก รวมถึงให้การช่วยเหลือเด็กในการเรียนรู้ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้อย่างดีที่สุด ซึ่งเป้าหมายที่ว่านี้ ประกอบด้วย </span><span style="font-weight: 400;">การเรียนรู้ตลอดชีวิต, การทำให้เด็กมีความสุข สุขภาพแข็งแรง และมีความอดทน, ให้การส่งเสริมสนับสนุนเด็กให้อยู่ในระบบการศึกษาให้มากขึ้น, ช่วยเอาชนะปัจจัยลบต่างๆ และสร้างความภาคภูมิใจภายในโรงเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้โครงการปฎิรูปการศึกษาฉบับใหม่ ที่รู้จักกันดีในชื่อ <strong>Victorian Curriculum F-10</strong> ซึ่งมุ่งผลักดันให้วิคตอเรีย เป็นรัฐแห่งการศึกษานี้ จะช่วยยกระดับผลลัพธ์การเรียนของผู้เรียน โดยหนึ่งในนั้นก็คือ การทำให้ผู้เรียนได้เข้าถึงการศึกษาตั้งแต่วัยเยาว์ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะมีต้นทุนชีวิตเลวร้ายเพียงใด เพิ่มการเรียนการสอนพื้นฐานอย่างการอ่าน คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเสริมทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ในด้านอื่นๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ ศิลปะ และกีฬา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Dr David Howes กล่าวว่า จุดเด่นสำคัญของ Victorian Curriculum F-10 ก็คือ การให้น้ำหนักกับหลักสูตรที่จะส่งเสริมให้เด็กได้ผู้เรียนสามารถเรียนได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่า ทางโรงเรียนและสถาบันการศึกษา จำต้องปรับหลักสูตรให้มีการยืดหยุ่น เหมาะสมกับความสามาถและความต้องการของผู้เรียนเป็นหลัก และมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่การพัฒนาให้เด็กมีความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ในระดับสูงสุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะเดียวกัน ก็ต้องไม่ลืมที่จะกำหนดแบบประเมินและทดสอบให้ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน เพื่อช่วยให้ทางโรงเรียนสามารถใช้ผลลัพธ์ดังกล่าวในการกำหนดทิศทางและปรับปรุงการเรียนการสอนที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12188" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/shun-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ</span><b> Shun Shirai</b><span style="font-weight: 400;"> รองอธิบดีศูนย์ทดสอบการเข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยแห่งชาติ (National Center for University Entrance Examination) ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากญี่ปุ่น ระบุว่า รัฐบาลญี่ปุ่นตระหนักและเห็นความสำคัญของ ความคิดสร้างสรรค์มาโดยตลอด โดยกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี (MEXT) ของญี่ปุ่น กล่าวอย่างชัดเจนว่า ความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะที่จำเป็นต่อประเทศ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการร่อยหรอของทรัพยากร หรือ สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายลง ดังนั้น ญี่ปุ่นจำเป็นต้องคิดค้นหาทางแก้ไขอย่างสร้างสรรค์เพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้ญี่ปุ่น ระบุความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะหนึ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับนักเรียนญี่ปุ่นทุกคนไว้ในหลักสูตรการศึกษาของประเทศ ควบคู่ไปกับการเรียนภาษาญี่ปุ่น คณิตศาสตร์ สังคม วิทยาศาสตร์ ดนตรี และศิลปะ โดยได้ปรับหลักสูตรการศึกษาไปสู่ <strong>IS</strong> หรือ <strong>Interdisciplinary Study</strong> หรือที่รู้จักในภาษาญี่ปุ่นว่า <strong>“Yutori Education”</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเป้าหมายหลักของ IS คือการมุ่งปลูกฝังทักษะความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่สอดแทรกไปกับวิชาการบังคับในโรงเรียนระดับประถมและมัธยม เป็นกิจกรรมที่ไม่มี</span><span style="font-weight: 400;">หนังสือเรียนหรือหลักสูตรที่กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน แต่จะเน้นให้เด็กได้พยายามคิดหาแนวทางแก้ไขด้วยตัวของพวกเขาเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลักสูตร IS ถูกใช้มาตั้งแต่ปี 1999 และมีการปรับปรุงหลักสูตรมาโดยตลอดจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ยืนยันได้จากรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่ระบุว่า นักเรียนได้รับมอบหมายในกิจกรรมที่ต้องการทักษะการคิดอย่างเปิดกว้างและเป็นระบบ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคตต่อไปภายภาคหน้า  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นาย Shirai ย้ำว่า เคล็ดลับความสำเร็จของการบ่มเพาะทักษะความคิดสร้างสรรค์ก็คือ ระยะเวลาและความต่อเนื่อง ดังนั้น ญี่ปุ่นจึงสอดแทรกกิจกรรมเพิ่มพูนทักษะความคิดสร้างสรรค์ไว้ตลอดการศึกษาภาคบังคับทั้งในระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือการให้ความสำคัญกับครูผู้สอน ที่จะต้องเสริมทักษะการสอนและให้ครูเข้าใจ รวมถึงเห็นความสำคัญของทักษะความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการคอยสนับสนุนให้โรงเรียนสร้างเครือข่าย เพื่อให้มีการออกแบบกิจกรรมส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ นอกเหนือไปจากทักษะทางวิชาการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า แม้ทักษะความคิดสร้างสรรค์เป็นนามธรรมที่วัดผลได้ยาก กระนั้น การออกแบบแบบประเมินที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพื่อใช้เป็นข้อพิสูจน์ยืนยันว่า หลักสูตรการศึกษาที่เน้นทักษะความคิดสร้างสรรค์คือการศึกษาที่เหมาะกับโลกในอนาคตอย่างแท้จริง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12189" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/gayle-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>Gayle Gorman </b><span style="font-weight: 400;">ประธานบริหารและ ฯพณฯ หัวหน้าผู้ตรวจสอบด้านการศึกษาแห่งสก็อตแลนด์ (Chief Executive and Her Majesty’s Chief Inspector of Education) กล่าวว่า เป็นโชคดีที่รัฐบาลสก็อตแลนด์ตระหนักและเห็นความสำคัญของทักษะความคิดสร้างสรรค์ ในฐานะหัวใจหลักที่จะพัฒนาทักษะของบุคลากรในชีวิตการเรียน การดำรงชีพ และการทำงาน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น สก็อตแลนด์จึงปฎิรูปการศึกษาและบรรจุทักษะความคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นส่วนประกอบหลักของหลักสูตร <strong>The Curriculum for Excellence (CfE)</strong> ซึ่งเป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในสก็อตแลนด์อายุระหว่าง 3-18 ปี ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐ องค์กรอิสระ และองค์กรเอกชนอย่างเต็มที่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะสำคัญที่จำเป็นต่อบุคลากร และถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะประชากรที่มีทักษะแรงงาน มีฝีมือ มีความคิดสร้างสรรค์และพร้อมเรียนรู้จะสร้างประโยชน์มหาศาลให้แก่ประเทศชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าแผนปฎิรูปการศึกษาในปี 2010 ทักษะความคิดสร้างสรรค์เพียงสอดแทรกอยู่ในแผน แต่ไม่มีการนำมาใช้อย่างเด่นชัด เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจ ก่อนที่รัฐจะระบุให้กระบวนการและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับทักษะความคิดสร้างสรรค์ เป็นส่วนหนึ่งของทักษะจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อตอบโจทย์แผนการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สก็อตแลนด์ ตัดสินใจบรรจุทักษะความคิดสร้างสรรค์ ไว้ในกลยุทธ์การจ้างงานคนหนุ่มสาว หรือ <strong>Scottish Government’s youth employment strategy</strong> ในปี 2014 ที่กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้บรรดาสถานการศึกษาเร่งจัดการกิจกรรมที่เพิ่มทักษะ meta skills ซึ่งเป็นทักษะความรู้รอบด้านที่ผู้เรียนสามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาต่างๆ ที่เผชิญในชีวิตประจำวันได้อย่างสร้างสรรค์ รวมถึงทักษะแวดล้อมต่างๆ ที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาเรียนรู้ทักษะอื่นๆที่จำเป็นต่อการไขว่คว้าสำเร็จในชีวิตต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก CfE แล้ว สก็อตแลนด์ยังได้ก่อตั้ง <strong>Creative Learning Partnership (CLP)</strong> ซึ่งเป็นพันธมิตรที่เกิดจาหน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐ 8 แห่ง &#8211; Creative Scotland, Education Scotland, Scottish Government, College Development Network, Association of Directors of Education in Scotland, Skills Development Scotland, General Teaching Council for Scotland and Scottish Qualification Authority – โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ความคิดสร้างสรรค์เป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาในสก็อตแลนด์ และเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนให้นักกำหนดนโยบายและผู้ปฎิบัติใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กนักเรียนให้มากที่สุดในทุกบริบทของการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เคล็ดลับสำคัญของการเพิ่มพูนทักษะความคิดสร้างสรรค์ของสก็อตแลนด์ก็คือการเล่น และความสนุกสนาน ซึ่งช่วยให้เกิดความร่วมมือจากผู้สอนและนักเรียน รวมถึงทำให้เกิดการพัฒนาไปในทางบวก ขณะที่ในส่วนของการวัดประเมินผล นอกจากจะใช้แบบทดสอบตรวจวัดแล้ว สก็อตแลนด์ยังออกแบบการวัดผลที่เปิดให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเข้าร่วมการประเมินด้วย ซึ่งช่วยให้ทางโรงเรียนและครูได้รับทราบข้อมูลในมุมมองของผู้เรียน ที่จะนำไปปรับใช้กับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12190" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/ไกรยส-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</b><span style="font-weight: 400;"> รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะตัวแทนจากประเทศไทย ระบุว่า ความคิดสร้างสรรค์ ถือเป็นหนึ่งในทักษะการเรียนรู้สำคัญของระบบการศึกษาที่ประเทศไทยตระหนักดี เพียงแต่ที่ผ่านมา ไม่มีเครื่องมือหรือหน่วยงานที่จะผลักดันให้เกิดการนำเสนอหรือปฎิรูปทักษะความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง จนกระทั่ง ได้รับความร่วมมือจาก OECD ในการออกมาตรการสนับสนุนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในส่วนของไทย สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ คือการปฎิรูปการศึกษาให้เด็กนักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงหลักสูตรดังกล่าวได้อย่างเท่าเทียมเสมอภาคกัน ด้วยการจัดสรรเงินทุนและทรัพยากรอย่างทั่วถึงและเหมาะสม ซึ่งที่ผ่านมา กสศ. ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวกลาง ที่ประสานงานกับทุกฝ่าย ทั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ องค์การภาครัฐ เอกชน หน่วยงานอิสระจากทั้งในและต่างประเทศ ในการนำมาตรการที่ร่วมวางไว้กับ OECD มาปฎิบัติ เพื่อให้เด็กไทยเกิดทักษะการรู้จักคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ อย่างเป็นระบบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเป้าหมายของโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ ระดับประเทศก็คือการปฎิรูปการศึกษา และได้เห็นหลักสูตรใหม่ที่ผ่านการปฎิรูปแล้วในปี 2020 ซึ่งมีระบบประเมินและชี้วัดที่ชัดเจนและเหมาะสม ส่วนในระดับโรงเรียน ก็คือการเห็นโครงการของ OECD มีการนำไปใช้ในโรงเรียน 5-10 แห่งในแต่ละเขตการศึกษาทั้งหมด 225 แห่งทั่วไทยต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการดังกล่าวยังพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อการเรียนการสอนได้รับความสนับสนุนจากทุกฝ่ายอย่างจริงจัง นักเรียนไทยก็สามารถทำทดสอบและการประเมินได้ดีไม่แพ้เด็กชาติใดในโลกเช่นกัน อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงในตลาดงานและสังคมในอนาคต ทำให้เราจำเป็นต้องปฎิรูปและสร้างระบบการศึกษาที่มุ่งให้ความสำคัญกับการเตรียมเด็กไทยให้พร้อมรับอนาคตดังกล่าว รวมถึงการใช้และอุทิศทรัพยากรที่มีอยู่ในการส่งเสริมทักษะการสอนของครู ให้ครูสามารถเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การทำงานก็ยังมีอุปสรรคอยู่ คือ การที่ไม่สามารถขยายระยะเวลาการทดลองให้ครอบคลุม 1 ปีการศึกษาได้ ทำให้ไม่สามารถศึกษาผลกระทบในระยะยาว และช่องว่างจากระบบสุ่ม ที่แม้จะพยายามสุ่มโดยให้ครอบคลุมโรงเรียนใหญ่และเล็ก โรงเรียนที่มีผลการเรียนดีและด้อย และโรงเรียนจากในเมืองและชนบท แต่ผลลัพธ์ที่ได้ ถึงจะมีความหลากหลาย ก็ยังไม่อาจระบุได้ว่าสะท้อนถึงระบบการศึกษาของไทยทั้งประเทศได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ดร.ไกรยส ยังเสริมว่า สิ่งที่ไทยควรทำต่อไปก็คือการหาหนทางที่จะลองทดสอบโครงการดังกล่าวให้ครอบคลุมระยะเวลา 1 ปีการศึกษา เพื่อยืนยันผลความสำเร็จที่เกิดขึ้น และหาหนทางในการยกระดับพัฒนาความเข้าใจของครูในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงผลลัพธ์ให้ออกมาดียิ่งขึ้นต่อไปได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ข้อเรียกร้องหลักเพื่อให้ระบบการศึกษาของไทยได้รับการปฎิรูปในทางบวก ก็คือ ความร่วมมือจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองทั้งหลายที่ต้องการสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องของเวลาและงบประมาณ พูดคุยรับฟังความเห็นของคณะทำงานและผู้เชี่ยวชาญด่านการศึกษาจากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้มีข้อมูลครอบคลุมรอบด้านก่อนตัดสินใจออกนโยบายด้านการศึกษาใดๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การได้รับความร่วมมือจากภาคประชาสังคม โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กก็ถือได้ว่ามีความสำคัญต่อการทำให้การปฎิรูปการศึกษาเกิดขึ้น เพราะถือเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะทำให้ภาครัฐตระหนักและเห็นความสำคัญของการปฎิรูปการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับในส่วนของการจัดทำการประเมินทดสอบ ดร.ไกรยส เสริมว่า เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมี เพื่อให้มีผลการดำเนินที่เป็นรูปธรรม อีกทั้งการจัดทำการทดสอบยังช่วยให้คณะทำงานมองเห็นแนวทางและทิศทางที่จะให้ความช่วยเหลือสนับสนุน ตามที่ผู้เรียนและผู้สอนต้องการได้ต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12191" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/kirsty-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ </span><b>Kirsty Willams</b><span style="font-weight: 400;"> รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแห่งเวลส์ กล่าวถึง หัวใจสำคัญของหลักสูตรการศึกษาในเวลส์ ว่า อยู่ที่การถือผู้เรียนเป็นหลัก โดยทุกกิจกรรมและทุกหลักสูตรการเรียนการสอนต้องเป็นไปเพื่อการพัฒนาทักษะต่างๆ ของผู้เรียน ซึ่งในขณะนี้เวลส์กำลังอยู่ในระหว่างการปฎิรูประบบการศึกษา เพื่อให้ตอบโจทย์ ความต้องการของกลุ่มคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ โดยเฉพาะความต้องการทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือทักษะความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้จ้ดทำโครงการ  <strong>The Creative Learning through the Arts Programme</strong> ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือและทุนสนับสนุนจาก รัฐบาลเวลส์ และสภาศิลปะแห่งเวลส์ <strong>(The Arts Council of Wales)</strong> เพื่อมุ่งใช้ศิลปะแขนงต่างๆ ในการเพิ่มพูนทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการ  The Creative Learning through the Arts Programme ประกอบด้วยกิจกรรมทางการศึกษาใหม่ๆ 2 ด้าน คือ 1.The Lead Creative Schools Scheme เป็นโครงการที่มุ่งให้ความสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ผ่านความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้การเข้ามาดูแลของผู้เชี่ยวขาญด้านความคิด</span><span style="font-weight: 400;">สร้างสรรค์ในการทำงานร่วมมือครูและนักเรียน เพื่อออกแบบการเรียนการสอนอย่างสร้างสรรค์ ปัจจุบันมี 1 ใน 3 ของโรงเรียนทั่วเวลส์ที่เข้าร่วมโครงการ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และ 2.The All-Wales Arts and Education Offer เป็นโครงการที่มีการออกแบบกิจกรรมเพื่อเพิ่มและยกระดับโอกาสของครู นักเรียน ศิลปิน และองค์กรด้านศิลปะ วัฒนธรรมและมรดก ให้ได้ทำงานร่วมงาน จนเกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านศิลปะและการศึกษา การจัดตั้งกองทุนศิลปะ และการสร้างเขตพื้นที่การเรียนรู้ความคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในระหว่างการจัดทำหลักสูตรดังกล่าว ทางหน่วยงานยังเปิดให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในแง่ของการแสดงความคิดเห็น การร่วมลงมือปฎิบัติ และการให้ทุนสนับสนุน เช่น การอบรมให้ความรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจการทำธุรกิจ และการทำงานในชีวิตจริง ทำให้หลักสูตรการเรียนการสอนของเวลส์ มีความสมดุลระหว่างการพัฒนาทักษะต่อการดำรงชีวิตและความรู้ที่ต้องเรียนมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เป้าหมายหลักของการปฎิรูปการศึกษาของเวลส์ก็คือการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยเฉพาะการรู้เท่าทันโลกในด้านต่างๆ ผ่านแนวทางที่สร้างสรรค์ รวมถึงให้การศึกษาในแนวทางสร้างสรรค์ที่จะทำให้เด็กนักเรียนมีประสบการณ์ที่ดีต่อการศึกษาเล่าเรียน  ขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอน ที่จะได้มีโอกาสแลกปลี่ยนประสบการณ์และแบ่งปันความรู้ในการสอนกับครูด้วยกันเอง แลกกับผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ทางรัฐบาลจัดหาไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่ได้จากการจัดทำโครงการ ทำให้ทางเวลส์ ค้นพบว่า ความคิดสร้างสรรค์มีบทบาทสำคัญต่อหลักสูตรการศึกษาแนวใหม่ ขณะที่การเดินหน้าพัฒนาโครงการให้เป็นความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับโรงเรียน ที่โรงเรียนหนึ่งจะให้การช่วยเหลือด้านเงินทุนและทรัพยากรให้แก่อีกโรงเรียนหนึ่งที่ขาดแคลน ก็เป็นส่งจำเป็น ควบคู่ไปกับ การวางแผนผลักดันให้หลักสูตรการศึกษาเพื่อพัฒนายกระดับทักษะความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ยั่งยืนต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12192" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/john-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน The LEGO Foundation คาดหวังว่า การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในครั้งนี้ จะริเริ่มให้นานาประเทศให้ปฎิรูประบบการศึกษาในประเทศของตนเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ โดยความรู้และวิธีการที่ถ่ายทอดอยู่ข้างต้นนี้ไม่มีผิดหรือถูก มีเพียงแต่ความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพบริบทของสังคมและธรรมชาติของผู้เรียนเท่านั้นเป็นสำคัญ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนี้ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้มีการปฎิรูปเพื่อความคิดสร้างสรรค์ เป็นแหล่งข้อมูลและเป็นแรงบันดาลใจสำหรับแนวทางการปฎิรูปการศึกษา และเป็นเหมือนตัวจุดประกายให้เกิดการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมด้านความคิดสร้างสรรค์ในวงการการศึกษาต่อไป</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/425-2/">แนวคิดส่งเสริมความสร้างสรรค์สำหรับเด็ก จากการประชุม The LEGO Foundation และผู้เขี่ยวชาญการศึกษาทั้ง 5 ประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชวนมารู้จัก Blended Model หลักสูตรเปิดโรงเรียนหลังโควิด-19 ของสก็อตแลนด์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/10065-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2020 04:59:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สก็อตแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[เวลส์]]></category>
		<category><![CDATA[Blended Model]]></category>
		<category><![CDATA[ไอร์แลนด์เหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[นิโคลา สเตอร์เจียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15486</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มาอย่าง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/10065-2/">ชวนมารู้จัก Blended Model หลักสูตรเปิดโรงเรียนหลังโควิด-19 ของสก็อตแลนด์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">หลังเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 มาอย่างยาวนาน ในที่สุด รัฐบาลท้องถิ่นของสก็อตแลนด์ก็ลงมติตัดสินใจ จะเปิดโรงเรียนเพื่อให้เด็กๆ ได้กลับมาเรียนหนังสือได้ตามปกติอีกครั้งในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งการเปิดเรียนในครั้งนี้ สก็อตแลนด์ระบุว่า จะใช้หลักสูตรการเรียนการสอนแบบผสมผสาน หรือ </span><span style="font-weight: 400;">Blended Model</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นางนิโคลา สเตอร์เจียน มุขมนตรีแห่งสก็อตแลนด์ ประกาศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นักเรียนชาวสก็อตแลนด์ทุกคนจะกลับมาเรียนหนังสือในห้องเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมเป็นต้นไป โดยบรรดาคุณครูและโรงเรียนจะเริ่มจัดเตรียมห้องเรียน และหลักสูตรการเรียนการสอนในเดือนมิถุนายนนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า หลักสูตรการศึกษาจะแตกต่างจากที่เคยเป็นมาก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่ง โมเดลแบบผสมนี้ จะหมายรวมถึง การเข้าเรียนที่โรงเรียนในบางช่วงสลับกับการเรียนจากที่บ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษ สรุปว่า หลักสูตร </span><span style="font-weight: 400;">Blended Model </span><span style="font-weight: 400;">นี้ เป็นการประยุกต์ผสมระหว่างการเรียนการสอนในห้องเรียนปกติ ควบคู่ไปกับการเรียนการสอนออนไลน์และการมอบหมายการบ้านให้นักเรียนทำ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน หน่วยงานรัฐจะร่วมมือกับโรงเรียนทั่วสก็อตแลนด์ในการติดตามบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลเตรียมตีพิมพ์คู่มือ กรอบกลยุทธ์การทำงาน เพื่ออธิบายปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการวางแผนเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของระเบียบและกฎเกณฑ์ ภายใต้ </span><span style="font-weight: 400;">Blended Model </span><span style="font-weight: 400;">ของรัฐบาลสก็อตแลนด์นี้ ประกอบด้วย</span></h4>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15545" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_01.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_01.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_01-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_01-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_01-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">ลดขนาดชั้นเรียนให้เล็กลง โดยนักเรียนส่วนใหญ่ต้องแบ่งเวลาเข้าเรียนให้เหลือ 50% ส่วนอีก 50% ให้เรียนจากที่บ้าน ส่วนเวลาในโรงเรียนจะขยายเพิ่มมากขึ้น ในกรณีที่สถานการณ์มีความปลอดภัยเพียงพอ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15547" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_02.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_02.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_02-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_02-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_02-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">แบ่งกลุ่มนักเรียนในการมาโรงเรียน คือ กลุ่มหนึ่งอาจมาเรียนช่วงเช้า ส่วนอีกกลุ่มมาเรียนช่วงบ่าย หรือ อาจมาเรียนโดยแบ่งกลุ่มแบบสลับวันหรือสลับอาทิตย์มาโรงเรียน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15550" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_03.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_03.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_03-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_03-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_03-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ul>
<li style="font-weight: 400;"><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนต้องบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างอย่างเข้มงวด ซึ่งรวมถึงการจัดเก้าอี้ในชั้นเรียนให้ห่างอย่างน้อย 2 เมตร และการจัดแถวสับหลีกการเข้า-ออก โรงเรียน และการพักเบรกระหว่างคาบเรียนของนักเรียนชั้นต่างๆ</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15554" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_04.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_04.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_04-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_04-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_04-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">คุณครูและเจ้าหน้าที่จะมีอำนาจในการพิจารณาประยุกต์ใช้นวัตกรรมต่างๆ เพื่อการเรียนการสอนที่เหมาะสมสอดคล้องกับนักเรียนของตนอย่างเต็มที่ รวมถึงบทบาทในการพิจารณาว่าจะเรียนหนังสือที่โรงเรียน หรือเรียนจากห้องเรียนเสมือนจริงบนโลกออนไลน์</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-15555" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_05.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_05.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_05-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_05-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/EEF_june_แปลสกอตแลนด์_05-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">คุณครูสามารถใช้พื้นที่สาธารณะ เช่น ห้องสมุด หอประชุมของชุมชน ศูนย์กิจกรรม สถานที่จัดประชุม รวมถึง สถานที่จัดงานนิทรรศการหรือการประชุมทางธุรกิจ ตามที่เห็นสมควรได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้มีพื้นที่เพียงพอต่อการทำกิจกรรมการเรียนการสอนให้กับเด็กนักเรียนของตน</span></li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เมื่อต้องผสมระหว่างการเรียนในห้องเรียนกับการเรียนที่บ้าน รัฐบาลสก็อตแลนด์ ยังได้จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 30 ล้านปอนด์ ในการเดินหน้าจัดซื้อ แล็ปท็อป ให้กับกลุ่มเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ สามารถเรียนหนังสือจากที่บ้านในช่วงที่ยังไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้เต็มเวลา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น นางสเตอร์เจียน ผู้นำของสก็อตแลนด์ ยังย้ำอย่างชัดเจนว่า ในช่วงเวลาปรับตัวเปลี่ยนผ่านของการเรียนการสอนภายใต้ </span><span style="font-weight: 400;">Blended Model </span><span style="font-weight: 400;">นี้ รัฐบาลจะดำเนินทุกวิถีทางในการสนับสนุนการเรียนการสอนของบรรดาเด็กนักเรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะบรรดาเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา ที่ต้องการความเอาใจใส่ดูแลอย่างละเอียดอ่อนมากกว่า เด็กชั้นโตที่เริ่มรับผิดชอบตัวเองได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลสก็อตแลนด์ในครั้งนี้ มีขึ้นท่ามกลางความพยายามของหน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐบาลนานาประเทศทั่วโลก ที่พยายามจะกลับมาเปิดโรงเรียนให้เด็กๆ ได้กลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนอีกครั้ง ซึ่งรวมถึง รัฐบาลอังกฤษ ที่ประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการให้เด็กนักเรียนบางส่วนไปโรงเรียนได้ในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ แม้จะมีเสียงคัดค้านไม่เห็นด้วยจากสหภาพแรงงานครูที่มองว่า โรงเรียนยังไม่พร้อมเปิดเรียนในช่วงที่ไวรัสโควิด-19 ยังมีการระบาดอยู่เช่นนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ ยอมรับว่า การเปิดโรงเรียนไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเดือนมิถุนายน และอาจมีแนวโน้มลากยาวกไปจนถึงเดือนสิงหาคม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา : </strong><a href="https://www.bbc.com/news/uk-scotland-52412171" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Coronavirus: What is a blended model of learning?</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/10065-2/">ชวนมารู้จัก Blended Model หลักสูตรเปิดโรงเรียนหลังโควิด-19 ของสก็อตแลนด์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
