<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครือข่ายสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง เชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และกําแพงเพชร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Sep 2023 10:43:50 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครือข่ายสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง เชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และกําแพงเพชร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘R2R2R’ โมเดลศิริราชพยาบาล สู่แนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210923-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Sep 2023 10:43:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[R2R2R]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครือข่ายสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง เชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และกําแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72208</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าเราเรียนรู้ประสบการณ์ในอดีต และนําสิ่งเหล่านี้มาเป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210923-2/">‘R2R2R’ โมเดลศิริราชพยาบาล สู่แนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“</em><em>ถ้าเราเรียนรู้ประสบการณ์ในอดีต และนําสิ่งเหล่านี้มาเป็นบทเรียน เราจะรู้เส้นทางการเดินว่าต่อไปเราจะขยับอย่างไร เพื่อไปถึงการที่กลายเป็นนโยบายการศึกษาของประเทศ</em><em>”</em></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา </strong>นายกสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าถึงการนำโมเดล ‘R2R2R’ (Routine to Research to Routine) มาใช้ เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education) ของโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQP (Teacher and School Quality Program) ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้<strong> </strong><strong>เครือข่ายสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเอง เชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และกําแพงเพชร</strong> ณ ศูนย์แสดงนิทรรศการและการจัดประชุมสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566</p>



<p>หลายคนอาจพอรู้จัก R2R หรือ Routine to Research Project (การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย) มาบ้างแล้ว แต่หากต้องการให้มีความสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอาจจะต้องเขยิบขึ้นมาเป็น R2R2R (Routine to Research to Routine) คือจากงานประจํา ใช้กระบวนการวิจัย เพื่อกลับไปพัฒนางานประจํา</p>



<p>“หลักการของ R2R2R คือเมื่อคนที่อยู่หน้างานเห็นปัญหาแล้วอยากแก้ ก็นำไปปรึกษากับนักวิชาการ ซึ่งหน้าที่ของนักวิชาการไม่ใช่บอกว่าให้ผู้ถามทําอะไร แต่หน้าที่คือ <strong>การยิงคําถามคืน</strong> ซึ่งคําถามที่คุยไปคุยมา สุดท้ายแล้วผู้ถามก็จะหาคําตอบได้ด้วยตนเองจากผ่านการตั้งคำถามนั้น”</p>



<p>โมเดล ‘R2R2R’ เกิดขึ้นในโรงพยาบาลศิริราช โดยถูกขยายผลจนได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข และผลักดันออกมาเป็น R2R2R ของประเทศไทย ซึ่ง ศ.นพ.ประสิทธิ์ มองว่าการเกิดขึ้นของ R2R2R กับการเกิดขึ้นของการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (ABE) มีความคล้ายคลึงกัน</p>



<p>“เรื่องการศึกษาเชิงพื้นที่คล้ายๆ กันกับ R2R2R คือเริ่มจากการที่ผู้บริหารไม่เห็นปัญหาหมด แต่คนหน้างานเห็นปัญหา เราจึงจัดเวทีให้คนเห็นปัญหากับผู้กําหนดนโยบายได้มีโอกาสมาเจอกัน และเอาวิชาการเข้ามาช่วย วิชาการก็จะมาเติมเต็มทําให้แก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น”</p>



<p>นอกจากนี้ R2R2R ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการเรียนรู้ได้เช่นกัน เพราะเป็นการนำปัญหามาวิเคราะห์ จับกับความรู้เชิงวิชาการ จากนั้นจึงสื่อสารพูดคุยจนเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน นำไปสู่ขั้นสุดท้ายคือได้วิธีการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสื่อสารนี้ จะทำให้เกิดองค์ความรู้มากมายระหว่างทาง รู้จักวิธีการรับมือ และหาทางแก้ปัญหาใหม่ๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ต้นกำเนิด R2R2R โมเดลจากโรงพยาบาล ส่งผ่านสู่ระดับประเทศ</strong></h2>



<p>จุดเริ่มต้นของโมเดล R2R2R มาจากการที่โรงพยาบาลศิริราชพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีผู้มาใช้บริการที่โรงพยาบาลจำนวนมากและเกิดความติดขัดมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งระดับผู้บริหารก็มองไม่เห็นปัญหายิบย่อยเท่าผู้ปฏิบัติการหน้างานจึงเกิด R2R2R ขึ้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติการหน้างานที่อยากแก้ปัญหา สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้อง ผ่านการปรึกษาและบูรณาการร่วมกันกับนักวิชาการ</p>



<p>“ปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นกับผู้รับบริการที่ศิริราช และบุคลากรทุกระดับ เพราะคนเข้ามาใช้บริการมากขึ้น เราจึงมาเริ่มต้นนั่งคุยกันแล้วนํามาเสนอกับฝ่ายบริหาร เพราะปัญหาจะถูกแก้เต็มที่ไม่ได้ หากระดับนโยบายไม่เข้ามาร่วม แต่ครั้งนั้นเป็นเรื่องปัญหาคนไข้ ส่วน ณ วันนี้คือ<strong>ปัญหาการศึกษาของประเทศ </strong>ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกหลานของเรา ซึ่งผมคิดว่าคล้ายๆ กัน”</p>



<p>ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา เล่าว่าศิริราชได้ดึงนักวิชาการเข้ามาช่วยเหลือร่วมด้วย เพราะมองว่าการจะแก้ปัญหาต่างๆ จําเป็นต้องบูรณาการกันระหว่าง ‘นักวิชาการ’ ที่รู้ลึกด้านวิชาการ กับ ‘นักบริหารจัดการ’ ที่สามารถเอาวิชาการเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบริบทและเวลา แล้วนำไปทำงานกับผู้ให้บริการหน้างาน เพื่อแก้และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต<br>“R2R2R ทุกวันนี้ไม่ได้เป็นของศิริราช แต่เป็นของประเทศไทยไปเรียบร้อยแล้ว เพราะหลังจากที่ศิริราชเอาเรื่อง  R2R2R เข้าไปพูดตามงาน โรงพยาบาลต่างๆ ก็มาดูงานที่ศิริราช และกลับไปก็ไปตั้งหน่วยงาน R2R2R ที่ โรงพยาบาลเขาเอง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประยุกต์ R2R2R กับการศึกษา เพราะไม่ว่าใครก็ ‘วิจัย’ ได้</strong></h2>



<p>ภายใต้หลักคิดดังกล่าว โมเดล R2R2R สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการแก้ปัญหาการศึกษาของประเทศไทยได้ เพราะ<strong> </strong>ณ วันนี้<strong>บทบาทของครูไม่ใช่เป็นผู้ที่ให้ความรู้อย่างเดียว แต่ที่สําคัญคือครูต้องกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนรู้</strong>&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เราตามสอนนักเรียนของเราไปตลอดชีวิตเขาไม่ได้หรอก เนื่องจากความรู้ใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ แต่นักเรียนของเราต้องสามารถมี ‘ฉันทะ’ ที่อยากจะเรียนรู้ รู้วิธีการเรียนรู้ แล้วก็ไปหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตัวเอง เช่นเดียวกันกับครู ก็ต้องหาความรู้ใหม่ๆ ควบคู่ไปเช่นเดียวกัน”</p>



<p>สำหรับบางปัญหาที่ไม่เคยเจอมาก่อนนั้นจําเป็นต้องอาศัยกระบวนการวิจัย โดยนายแพทย์ประสิทธิ์เล่าว่า แต่ก่อนเมื่อกล่าวถึงคำว่า ‘วิจัย’ ก็ทำเอาทุกคนกลัวกันหมด เพราะมองว่า ‘วิจัย’ เป็นเรื่องของอาจารย์ ซึ่งความจริงแล้ว ‘วิจัยเป็นเรื่องของคนทุกคน’ เพราะหลักการวิจัยสามารถนำไปใช้ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนได้ในทุกมิติ ไม่จําเป็นต้องเป็นเชิงลึก หรือมีขั้นตอนซับซ้อน แต่เป็นวิจัยเพื่อไปพัฒนาคุณภาพ ซึ่งเมื่อประสบความสําเร็จ และได้คําตอบ ก็จะเข้าสู่กระบวนการแบ่งปันความรู้กับผู้อื่น</p>



<p>“ในเคสของศิริราช เราหลีกเลี่ยงคําว่า ‘วิจัย’ เพราะพูดไปเขาไม่กล้าทํา กลัวว่าจะผิดระเบียบวิจัย  แต่จะพูดเพียงแค่ว่า <em>“ที่คิดมาน่าจะใช่นะ ลองไปทําสิ เราจะรู้ว่าจะแก้หรือไม่ได้” </em> และเมื่อได้วิธีแก้ปัญหาจึงนำมาทำซ้ำ หากได้ผลเหมือนเดิมจึงขยายวงความรู้ออกไปนอกศิริราช มีการ Sharing and Learning ระหว่างเครือข่ายด้วยกันในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะนําไปสู่การปรับเปลี่ยนการศึกษาของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง </p>



<p>เพราะฉะนั้นทักษะในอนาคตที่คนไทยจะต้องมี ต้องเริ่มต้นที่ครู เพราะครูจะช่วยปลูกฝังสิ่งเหล่านี้ให้นักเรียน และนักเรียนเหล่านี้ก็จะโตไปเป็นอนาคตประเทศไทย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c68b11"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/0920_โควท-นพ-ประสิทธิ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผสานความรู้เชิงวิชาการกับการสื่อสาร สู่ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด</strong></h2>



<p>นายแพทย์ประสิทธิ์ ยกคำกล่าวของ <strong>JÜRGEN HERRE</strong> นักการศึกษา จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ ที่กล่าวว่า ในโลกเรามีความรู้อยู่สามแบบ&nbsp;</p>



<p>ความรู้แบบแรกเป็นความรู้ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สามารถพิสูจน์ได้ในห้องทดลอง ที่เปรียบเทียบได้กับ ‘กระบอกลึก’ ยิ่งเรียนรู้ก็ยิ่งลึกลงแต่แคบ โดยกระบอกนี้กว้างขึ้นก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีพัฒนา&nbsp;</p>



<p>ส่วนความรู้อีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่า Communication Knowledge หรือ Practical Knowledge&nbsp; เป็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านสังคมศาสตร์ ครุศาสตร์ ไม่มีห้องแล็บ แต่เป็นความรู้เกิดขึ้นหลังจากที่สื่อสารกัน แล้วลองไปปฏิบัติก็เกิดผลจริง</p>



<p>แต่<strong>ความรู้รูปแบบสุดท้ายที่คาดหวังให้เด็กไทยในอนาคตมี คือ </strong><strong>‘</strong><strong>ความรู้จริง</strong><strong>’ </strong><strong>คือ รู้กว้างและรู้ลึก เ</strong>ป็นความรู้ที่เกิดจากต้องอาศัยความรู้สองแบบแรกมารวมกัน&nbsp;</p>



<p>“การศึกษาประเทศไทยในอนาคต ต้องสอนให้นักเรียนทําทั้งคู่ อย่าไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว อย่าไปเฉพาะเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์อย่างเดียว เราชอบพูดคําว่า ความรู้ในอดีตต่างๆ แต่มันเป็นความรู้จริง ถ้าสามารถมาบูรณาการมาผสมผสานกัน ใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ใช้เหมาะสมกับเวลา และจะเกิดความรู้ใหม่</p>



<p>และหลายคนคงเคยได้ยินเรื่อง<strong> Connecting The Dot </strong>ที่บอกว่า วิธีหนึ่งที่เราจะจัดการกับปัญหาที่ยังมองไม่เห็นในอนาคตได้ คือการเตรียมความพร้อมกับเรื่องที่ไม่เคยเจอมาก่อน โดยการเรียนรู้จากอดีต หรือใช้ประวัติศาสตร์เป็นบทเรียน แต่ต้องเป็นการเรียนประวัติศาสตร์ในเชิงวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ในอดีตทั้งหลาย”</p>



<p>Connecting The Dot เป็นหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้จำเป็นที่ควรจะสอนนักเรียน เพราะเป็นศาสตร์การบริหารจัดการ ว่าหากเกิดปัญหาให้ลองมองย้อนหลังดูอดีต วิเคราะห์ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทําให้เกิดแล้ว Connecting The Dot ซึ่ง ‘Dot’ หรือ ‘จุด’ นั้นจะเป็นบุคคล เหตุการณ์ หรือกิจกรรมก็ได้ โดยนำแต่ละจุดมาเชื่อมโยงกันแล้ววิเคราะห์ออกมากลายเป็นผลลัพธ์&nbsp;</p>



<p>นายแพทย์ประสิทธิ์ ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันนี้โลกของเราอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง หากเราไม่สอนนักเรียน ไม่สอนคนไทยในอนาคตให้รู้วิธีการจัดการกับสิ่งที่ยังไม่ปรากฏ ไม่เตรียมการตั้งแต่วันนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่เข้ามาอีก ก็จะเกิดความเสียหายมากขึ้น</p>



<p><strong>“การเตรียมอนาคตให้กับประเทศไทย คือสร้างคนไทยที่สามารถมองเห็นปัญหาที่ยังไม่เกิด แต่อาจจะเกิดและมองหาวิธีการแก้ไขหรือป้องกันสิ่งเหล่านั้น ดำเนินการทันทีที่มีปัญหามา เราก็จะลดความเสียหายในประเทศและเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับประเทศไทยในอนาคต”</strong></p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา : </strong><em>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เครือข่ายสนับสนุนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ และกําแพงเพชร</em></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210923-2/">‘R2R2R’ โมเดลศิริราชพยาบาล สู่แนวทางการขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่ของโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
