<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เมืองขอนแก่น ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%99-%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 09 May 2023 10:47:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เมืองขอนแก่น ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องนโยบาย ‘ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ จาก 4 พรรคการเมืองในเวทีดีเบต ‘เมืองขอนแก่น สร้างคน สร้างเมือง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-debate-090523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 09 May 2023 10:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเบต]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง 66]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองขอนแก่น ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อังคาร ชัยสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[รวมไทยสร้างชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไกล]]></category>
		<category><![CDATA[พลังประชารัฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาธิปัตย์]]></category>
		<category><![CDATA[วิเนตร ดอนเส]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อัษฎางค์ แสวงการ]]></category>
		<category><![CDATA[ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง]]></category>
		<category><![CDATA[วีระยุทธ งามจิตร]]></category>
		<category><![CDATA[ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67592</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับถอยหลังโค้งสุดท้าย ‘เลือกตั้ง 66’ Thai PBS ร่วมกับกอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-debate-090523/">ส่องนโยบาย ‘ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ จาก 4 พรรคการเมืองในเวทีดีเบต ‘เมืองขอนแก่น สร้างคน สร้างเมือง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับถอยหลังโค้งสุดท้าย <strong>‘เลือกตั้ง 66’</strong> Thai PBS ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และภาคีเครือข่าย จัดเวทีประชันแนวคิด <strong>“เมืองขอนแก่น ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา”</strong> กระจายอำนาจ การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ การเรียนรู้ที่มีงานทำ ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ยั่งยืน โดยมีการดีเบตของผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น จาก 4 พรรคการเมือง</p>



<p><strong>“เมืองขอนแก่นจะยุติปัญหาความเหลื่อมล้ำ และสร้างการศึกษาที่มีงานทำได้หรือไม่”</strong> เป็นคำถามเปิดเวทีจาก <strong>‘ครูอังคาร ชัยสุวรรณ’</strong> ภาคีเครือข่ายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของ กสศ. ผู้ทำงานกับเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นมามากกว่า 20 ปี</p>



<p><strong>ครูอังคาร </strong>นำเสนอสถานการณ์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเด็กยากจนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา 2.5. ล้านคน หากนับเฉพาะจังหวัดขอนแก่น ใน 26 อำเภอมีเด็กยากจนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาราว 6.7 หมื่นคนจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาทต่อคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d547f6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/นโยบายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-01.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูอังคาร ชัยสุวรรณ ภาคีเครือข่าย<br>สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5f04aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/นโยบายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-02.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในมุมมองของ <strong>ครูอังคาร </strong>การจัดการศึกษาที่เสมอภาคสำหรับทุกคน มี 3 ประเด็นเร่งด่วนที่สำคัญต่อการบริหารจัดการนโยบายสู่ท้องถิ่น  เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนี้</p>



<ol><li><strong>การสร้างหลักประกันโอกาสการเข้าถึงการศึกษา 20 ปีไร้รอยต่อ</strong> ตั้งแต่ปฐมวัยถึงระดับอุดมศึกษา ด้วยการวางเส้นทางการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง มั่นคง และมีแนวทางช่วยเหลือสนับสนุนเด็กเยาวชนทุกคนทุกกลุ่ม เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีคนที่หลุดจากระบบการศึกษากลางทาง  </li><li><strong>การออกแบบการศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต</strong> พร้อมรองรับเด็กเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้มีโอกาสได้เข้าถึงการเรียนรู้ตามความสนใจและความถนัด สามารถพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อทลายข้อจำกัดของวาทกรรม ‘เด็กในระบบ’ และ ‘เด็กนอกระบบ’ ที่เกิดจากการศึกษาในแนวทางเดิมที่มีเพียงลู่เดียว</li><li><strong>การกระจายอำนาจบริหารจัดการ</strong> เพื่อความเข้มแข็งของท้องถิ่นในการจัดการศึกษาที่สอดรับกับบริบทพื้นที่ ตอบโจทย์การมีงานทำ การพัฒนาชุมชน รวมถึงความเป็นไปได้ของแนวคิดในการจัดตั้ง ‘กองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางศึกษาระดับจังหวัด’ ว่าแต่ละพรรคเห็นด้วยหรือไม่ และจะมีแนวทางการทำงานอย่างไร</li></ol>



<p>จากตรงนี้ จะเป็นการสรุปนโยบายจาก 4 พรรค คือ <strong>รวมไทยสร้างชาติ ก้าวไกล พลังประชารัฐ และประชาธิปัตย์</strong>  ที่เป็นเหมือนคำสัญญาว่าการศึกษาที่สอดคล้องและตอบโจทย์ผู้เรียนในพื้นที่ จะพอมีโอกาสเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ และประชาชนชาวขอนแก่นต้องใช้เวลารอคอยนานสักเท่าไรเพื่อให้ถึงวันนั้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทบทวนการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก เพิ่มงบอุดหนุนอาหารเช้า</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-55b7c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วิเนตร-ดอนเส.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วิเนตร ดอนเส ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 10<br>พรรครวมไทยสร้างชาติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วิเนตร ดอนเส</strong> ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 10 พรรครวมไทยสร้างชาติ&nbsp; กล่าวว่า มีโรงเรียนจำนวนมากในพื้นที่ทุรกันดารที่ถูกยุบควบรวม เนื่องจากความคุ้มค่าด้านค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการ หากในทางกลับกันเมื่อมองที่ความคุ้มค่าในเชิงพื้นที่ การยุบควบรวมถือว่าไม่คุ้ม เพราะด้วยการคมนาคมที่ยากลำบากรวมถึงค่าครองชีพที่ยังเหลื่อมล้ำอยู่มากเมื่อเทียบกับเขตเมือง ทำให้เด็กจำนวนมากจากครอบครัวยากจนต้องเสียโอกาสในการเรียนรู้ แล้วเมื่อไม่ได้เรียน ก็มีเพียงทางเลือกไม่กี่ทางให้เดิน คือต้องไปประกอบอาชีพโดยไม่มีวุฒิการศึกษา เป็นแรงงานนอกระบบรับค่าแรงขั้นต่ำ เข้าไม่ถึงสวัสดิการและโอกาสพัฒนาตนเอง ดังนั้นประเด็นนี้กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นต้องมองเห็น แล้วให้ กศน. หรือตั้งหน่วยงานเฉพาะขึ้นมาเพื่อพาเยาวชนกลุ่มนี้กลับสู่การศึกษาที่มีวุฒิรองรับ เพื่อยกระดับความสามารถและมีโอกาสทำงานที่มีรายได้สูงขึ้น</p>



<p><strong>วิเนตร </strong>เผยถึงนโยบายหนึ่งที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะทำ คือการเพิ่มสวัสดิการอาหารเช้าให้กับนักเรียนโรงเรียนสังกัด สพฐ. โดยเฉพาะกับโรงเรียนขยายโอกาส เนื่องจากเด็กจำนวนมากมาจากครอบครัวที่ขาดความพร้อม อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุที่ไม่สามารถดูแลเรื่องปากท้องได้เต็มที่ รัฐบาลจึงต้องมีหน้าที่ส่งเสริมให้เด็กที่มาโรงเรียนได้รับประทานทั้งอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่มีคุณภาพ         </p>



<p>ขณะที่ประเด็นการจัดการศึกษาทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้เรียน <strong>วิเนต</strong> กล่าวว่า โควิด-19 ที่ผ่านมา นอกจากวิกฤตที่ส่งผลเสียหายเป็นวงกว้าง ในมุมกลับกันยังทำให้เห็นว่าการเรียนออนไลน์นั้นมีประโยชน์ โดยเฉพาะกับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้ว ที่สำคัญคือ กศน. ต้องเข้าไปค้นหาแล้วดึงกลับมาเรียนออนไลน์เพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา ซึ่งหลังจากนี้หากได้เข้าไปทำงานในฐานะ ส.ส. จะมีการจัดทำแพลตฟอร์มรองรับเด็กเยาวชนนอกระบบอย่างจริงจัง ส่วนในเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาระดับจังหวัด เชื่อว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด ทันเวลา และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สวัสดิการถ้วนหน้า ลดชั่วโมงเรียนวิชาหลัก เพิ่มเวลาให้เด็กค้นพบเส้นทางของตัวเอง เพิ่มงบ 4 พันล้านบาท ให้ กสศ. ทำงานเรื่องเด็กนอกระบบการศึกษา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f5211"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ชัชวาล-อภิรักษ์มั่นคง.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 3<br>พรรคก้าวไกล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง</strong> ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 3 พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถ้าแก้ปัญหาที่ต้นทางไม่ได้ คือทำอย่างไรให้ผู้ปกครองเด็กมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายการศึกษา ความเหลื่อมล้ำก็จะไม่มีวันหมดไป พรรคก้าวไกลจึงมีนโยบายรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์สิทธิ์ด้วยการยืนยันความยากจน แต่ทุกคนสามารถใช้บัตรประชาชนใบเดียวเข้าถึงสิทธิพื้นฐานได้ อย่างแรกผู้ปกครองจะได้รับการแบ่งเบาค่าใช้จ่ายด้วยนโยบายเงินขวัญถุงเด็กแรกเกิดทุกคน คนละ 3,000 บาท ในวัย 0-6 ขวบ จะได้รับเงินอุดหนุน 1,200 บาทต่อคนต่อเดือน รวมถึงการเพิ่มอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 450 บาท และจะพิจารณาปรับเพิ่มทุกปีโดยอิงตามอัตราเงินเฟ้อและความเหมาะสมของค่าครองชีพตามช่วงเวลานั้น ๆ     </p>



<p>“การศึกษาที่เสมอภาคจะต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ไม่ว่าในเมืองหรือชนบท ด้วยการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ พรรคก้าวไกลมีนโยบายการทำงานหากได้เป็นรัฐบาลแบ่งเป็นสามช่วง ตั้งแต่ช่วงระยะ 100 วันแรก คือปรับปรุงกฎกระทรวงศึกษาธิการมุ่งทำพื้นที่โรงเรียนให้ปลอดภัย ยกเลิกกฎที่ขัดแย้งต่อหลักสิทธิมนุษยชน และตัดภารกิจไม่จำเป็นที่ครูต้องรับผิดชอบจากคำสั่งกระทรวงฯ เพื่อคืนเวลาการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก ๆ</p>



<p>“ระยะ 1 ปีแรก ปรับหลักสูตรเน้นเรื่องสมรรถนะมากกว่าเรียนแบบท่องจำ ลดชั่วโมงเรียนวิชาหลักจาก 1,200 ชั่วโมงให้เหลือไม่เกิน 800-1,000 ชั่วโมง แล้วเพิ่มชั่วโมงวิชาเลือกให้เด็กได้ทำในสิ่งที่สนใจ เพื่อพัฒนาศักยภาพตามความแตกต่างหลากหลาย ร่วมด้วยการใช้งบที่มีอยู่แล้วมาจัดทำคูปองการศึกษาให้เด็กปฐมวัยถึงอุดมศึกษา เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้นอกรั้วโรงเรีย</p>



<p>“ระยะการทำงาน 4 ปี การกระจายอำนาจต้องเกิดขึ้นได้จริง และมีงบประมาณที่ถ่ายเทลงไปยังท้องถิ่นและในระดับโรงเรียน ครูและนักเรียนต้องมีส่วนร่วมออกแบบการใช้งบประมาณที่จะเกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนและตัวเด็กอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย”</p>



<p><strong>ชัชวาล </strong>กล่าวว่า หลักการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา คือต้องสร้างงานโดยลงทุนกับธุรกิจใหม่ ๆ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เรียน และทำให้เห็นเส้นทางการเรียนรู้ที่ชัดเจน เพื่อยืนยันว่าการเรียนในสิ่งที่สนใจสามารถพาไปสู่การประกอบอาชีพได้จริง</p>



<p>“เกี่ยวกับหลักประกันโอกาสทางการศึกษาไร้รอยต่อและการจัดการศึกษาที่มีทางเลือก พรรคก้าวไกลมีนโยบายเพิ่มงบประมาณ 4 พันล้านบาทผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อต่อเติมโอกาสของเด็กกลุ่มเสี่ยง ให้คำว่าเรียนฟรีเป็นไปได้จริง และเป็นการสนับสนุน กสศ. ในการทำงานเพื่อนำเด็กที่ตกหล่นจากระบบการศึกษากลับสู่การพัฒนาตนเอง                 </p>



<p>“ในส่วนการจัดตั้งกองทุนการศึกษาจังหวัด ก้าวไกลเชื่อมั่นในเรื่องการกระจายอำนาจ โดยทุกท้องถิ่น ทุกโรงเรียนจำเป็นต้องออกแบบความต้องการของตนเองได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ซึ่งการให้อิสระกับพื้นที่ต้องมีงบสนับสนุน เราสามารถผลักดันให้นำเงินภาษีมากระจายลงสู่ท้องถิ่นได้มากขึ้นทันที จากอัตราเดิมเข้าส่วนกลาง 80 ท้องถิ่น 20 ต้องปรับให้เป็น 50:50 แล้วเงินส่วนนี้จะมาช่วยเรื่องการจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ เป็นแนวทางลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘อาชีวะสร้างชาติ’ หนุนตั้งสถานศึกษาสายอาชีพรองรับพื้นที่อุตสาหกรรม สร้างรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำทันที</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48c87c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/ดร.อัษฎางค์-แสวงการ.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อัษฎางค์ แสวงการ ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 1<br>พรรคพลังประชารัฐ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.อัษฎางค์ แสวงการ</strong> ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 1 พรรคพลังประชารัฐ&nbsp; เผยว่า การจะแก้ปัญหาการศึกษาต้องมองย้อนไปที่จุดเริ่มต้นคือครอบครัว ซึ่งมีความต่างด้านความพร้อมในการดูแลบุตรหลาน ดังนั้นเมื่อเข้าสู่วัยเรียนจึงเกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม เด็กที่มาจากครอบครัวที่พร้อมจะสามารถเลือกเรียนในโรงเรียนดีมีคุณภาพ ส่วนใครพร้อมน้อยกว่าก็ต้องเรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพลดหลั่นลงไป พลังประชารัฐจึงมีนโยบายพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทุกระดับ เพื่อให้สิทธิในการเข้าสู่การศึกษามีความใกล้เคียงกันมากขึ้น</p>



<p>“แนวทางของพรรคคือ เรียนฟรี มีรายได้ มีงานทำ ถ้าสามสิ่งนี้ไปด้วยกัน จะเป็นการสร้างหลักประกันโอกาสให้กับผู้เรียน แล้วเมื่อทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่ดี ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม วันนี้เรามีเรียนฟรี 15 ปีซึ่งรัฐอุดหนุน อาจยังทำไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องมีการเติมเต็มด้านต่าง ๆ เช่นแนวทางการศึกษาที่ก่อให้เกิดรายได้ นโยบายเราจะสนับสนุนให้มีสถาบันอาชีวะไปตั้งในภูมิภาคที่มีเขตอุตสาหกรรมสำคัญ เพื่อนำเด็กเข้าเรียนในรูปแบบทวิภาคีร่วมกับสถานประกอบการ เป็นหลักสูตรการเรียนที่มีรายได้ แล้วจากนั้นเมื่อเรียนจบก็เข้าสู่การทำงานได้เลย ด้วยทักษะและประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของตลาด”</p>



<p><strong>ดร.อัษฎางค์</strong> กล่าวว่า การส่งเสริมการศึกษาในสายอาชีพเพื่อการมีงานทำ จะเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เด็กเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสเข้าสู่การศึกษา ซึ่งพรรคพลังประชารัฐจะต่อยอดนโยบายเรียนฟรีในสายอาชีวะ ให้มีรายได้ มีงานทำต่อเนื่องจากระดับ ปวช. ถึงปริญญาตรี รวมถึงผลักดันให้ กศน. รองรับเยาวชนนอกระบบการศึกษาในการเรียนสายสามัญมากขึ้น</p>



<p>“เราจะแก้ปัญหาด้านการศึกษาเพื่อการมีงานทำด้วยการให้ผู้เรียนได้เรียนในสิ่งที่ชอบ แล้วจะเกิดคำว่าใช่ หมายถึงจบมาต้องสามารถประกอบอาชีพได้ในโลกความจริง เรามองว่าอาชีวศึกษาคือหนทางสร้างคน สร้างชาติ จบแล้วมีงานรองรับ ยิ่งจังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองใหญ่ มีภาคอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนเยอะและเติบโตได้อีกมาก เราสามารถชวนภาคเอกชนเข้ามาร่วมต่อยอดโอกาสทั้งด้านงบประมาณและการจัดหางาน นอกจากนี้เรายังมองถึงการสร้างสถาบันอาชีวศึกษาระดับอำเภอ เพื่อขยายโอกาสของการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำให้ครอบคลุมทุกพื้นที่</p>



<p>“อีกประเด็นหนึ่งคือการจัดการศึกษาในสายสามัญสำหรับเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา เราจะดึงทุก กศน. ทั่วประเทศมาช่วยกัน โดยร่วมกับสมาคมการศึกษาอาชีวศึกษา 600 กว่าแห่งที่เรามีเครือข่าย เพื่อดึงเด็กเข้ามาเรียนในรูปแบบสะสมหน่วยกิตโดยมุ่งไปที่การทำงานประกอบอาชีพ เพราะการเรียน กศน. ระดับ ม.ปลาย เด็กจะใช้เวลาเรียนแค่สองปี ซึ่งน้อยกว่าเข้าเรียนในโรงเรียนแบบปกติ จึงเหมาะกับเด็กจำนวนมากที่ต้องการวุฒิการศึกษาเพื่อมีงานทำ”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สำหรับประเด็นการจัดตั้งกองทุนการศึกษาจังหวัด <strong>ดร.อัษฎางค์</strong> กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐเห็นด้วยกับการจัดการศึกษาระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ อบต. เทศบาล อบจ. ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว ที่สำคัญคือต้องมีฝ่ายช่วยประสานนำงบที่มีมาใช้จัดการศึกษาตามแนวทางลดความเหลื่อมล้ำ โดยจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นเมืองที่มีศักยภาพด้านการศึกษาในระดับสูง สามารถเริ่มได้ทันที และจะเป็นพื้นที่ต้นแบบให้กับจังหวัดอื่น ๆ ในการบริหารจัดการการศึกษาที่มอบอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างเต็มที่</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรียนฟรีถึง ป.ตรี ในสาขาที่ตลาดต้องการ ขับเคลื่อน ‘การศึกษาตลอดชีวิต’ ด้วยอินเทอร์เน็ตฟรีครอบคลุมทุกพื้นที่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b3c90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/วีระยุทธ-งามจิตร.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วีระยุทธ งามจิตร ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 2<br>พรรคประชาธิปัตย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>วีระยุทธ งามจิตร</strong> ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ เผยว่า ประชาธิปัตย์มียุทธศาสตร์ ‘สร้างคน’ ด้วยการศึกษาที่ทันสมัย มีงานทำ มีตลาดรองรับ โดยผลักดันนโยบายเรียนฟรี 15 ปีให้มีคุณภาพ ลดรายจ่ายผู้ปกครอง โดยเฉพาะโครงการที่ทางพรรคเริ่มต้นไว้ต้องได้รับการสานต่อ อาทิ นมโรงเรียนฟรี 365 วัน ซึ่งในจังหวัดขอนแก่นจะมีเด็กมากกว่า 1.2 แสนคนได้ประโยชน์ พร้อมกันนี้ยังมีนโยบายเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรีในสาขาที่ตลาดต้องการ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล การแพทย์ครบวงจร อาหารแห่งอนาคต หรือยานยนต์สมัยใหม่&nbsp;</p>



<p><strong>วีระยุทธ </strong>กล่าวว่า ที่จังหวัดขอนแก่นมีสถาบันระดับอุดมศึกษาพร้อมรองรับอยู่แล้ว ส่วนการสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ประชาธิปัตย์มีนโยบายอินเทอร์เน็ตฟรีเข้าถึงทุกหมู่บ้านและทุกห้องเรียน ให้คนทุกวัยค้นคว้าเพิ่มเติมสิ่งที่สนใจได้ด้วยตนเอง มีช่องทางพัฒนาตัวเองได้</p>



<p>“ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำไปแล้ว คือโครงการห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น 13 แห่งในจังหวัดขอนแก่น ขับเคลื่อนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยให้น้อง ๆ ได้เรียนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นในระดับชั้น ม.5 เชื่อมต่อ ม.6 ควบคู่กับหลักสูตรการบริบาลผู้สูงอายุ มีเส้นทางก้าวหน้าต่อเนื่องด้วยทุนเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตอบโจทย์ว่าเมื่อเรียนจบมาแล้วจะมีงานรองรับ ในสาขาอาชีพที่จำเป็นในอนาคต”</p>



<p>ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่นเขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต้องเริ่มที่การกระจายอำนาจ โดยหากเทศบาลท้องถิ่นยิ่งมีงบประมาณ ก็ยิ่งสามารถจัดการศึกษาให้ตอบโจทย์ตามความต้องการของผู้เรียนในพื้นที่ได้มากขึ้น ที่สำคัญคือต้องมีทางเลือกการเรียนที่ตอบโจทย์ชีวิต มีการต่อยอดส่งเสริมให้ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ชอบที่สนใจ โดยทางพรรคมีนโยบายให้สามารถเรียนแบบเก็บหน่วยกิตล่วงหน้าและเทียบโอนได้เพื่อการจบการศึกษาที่เร็วขึ้น</p>



<p>“การเรียนไม่ว่าในหรือนอกระบบก็ตาม ต้องมีเป้าหมายว่าเรียนแล้วต่อยอดได้อย่างไร สำหรับน้อง ๆ ที่อยู่นอกระบบ หลายคนต้องทำงาน ดังนั้นถ้าจะนำกลับเข้าสู่การศึกษา ต้องให้เขาเรียนได้ในช่วงเวลาที่สะดวก มีเส้นทางการศึกษาที่ทำได้ตลอดชีวิต นอกจากนี้รัฐจำเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์การเรียนเช่นคอมพิวเตอร์ แทปเลต และอินเทอร์เน็ต ไว้เป็นสื่อกลางให้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง”</p>



<p>สำหรับประเด็นการจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาจังหวัด <strong>วีระยุทธ</strong> กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะเกิดขึ้น โดยหากได้เป็นรัฐบาลจะมีการพูดคุยกันทันทีว่าจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงอย่างไร เพราะทางพรรคเชื่อเรื่องกระจายอำนาจโดยให้จังหวัดจัดการศึกษาด้วยตนเองได้ เพื่อให้ขอนแก่นเป็นเมืองที่ไม่มีใครหลุดจากระบบการศึกษา มีการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน จบแล้วมีงานทำ มีความก้าวหน้าในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-debate-090523/">ส่องนโยบาย ‘ยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’ จาก 4 พรรคการเมืองในเวทีดีเบต ‘เมืองขอนแก่น สร้างคน สร้างเมือง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
