<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เพชรบูรณ์ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 04 Nov 2026 10:21:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เพชรบูรณ์ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยนคณิตศาสตร์จาก “วิชาจำ” สู่ “วิชาคิด”     </title>
		<link>https://www.eef.or.th/info-tsqm-01/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=info-tsqm-01</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Nov 2026 10:19:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Infographic TSQM]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเขาชะโงก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูบาส]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติศักดิ์ สารมะโน]]></category>
		<category><![CDATA[ความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรฐานสมรรถนะ 68]]></category>
		<category><![CDATA[การสอนคณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[คณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรฐานสมรรถนะ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=107724</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเรียนคณิศาสตร์สำหรับเด็กหลายคนอาจเป็นวิชาที่ยากและน่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/info-tsqm-01/">เปลี่ยนคณิตศาสตร์จาก “วิชาจำ” สู่ “วิชาคิด”     </a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเรียนคณิศาสตร์สำหรับเด็กหลายคนอาจเป็นวิชาที่ยากและน่าเบื่อ เพราะเต็มไปด้วยสูตรที่ต้องจำ การคำนวณที่แม่นยำ ทั้งยังมีแต่ตัวเลขและสัญลักษณ์มากมายเต็มไปหมด จนกลายเป็นวิชาที่เด็กต่างพยายามหลีกหนี ไม่อยากเรียน กลับกันแท้จริงแล้ว<strong>เป้าหมายของการเรียนคณิตศาสตร์อาจไม่ใช่การทำโจทย์และจำสูตรได้อย่างแม่นยำ แต่คือการทำอย่างไรให้เด็กมองเห็นความสัมพันธ์ของจำนวน</strong> เห็นภาพในสมอง สามารถคิดหนทางใหม่ ๆ ในการแก้โจทย์ปัญหา อธิบายเหตุผล จนไปสู่คำตอบที่ถูกต้อง และที่สำคัญตัวเลขเหล่านั้นต้องมีความหมายและเชื่อมโยงชีวิตของพวกเขาได้</p>



<p>แนวคิดสำคัญของ<strong>การสอนคณิตศาสตร์ฐานสมรรถนะจึงไม่ได้อยู่ที่การอธิบายของครูเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการมีพื้นที่ให้เด็กได้คิด แก้ปัญหา อธิบายเหตุผล และเข้าใจการใช้คณิตศาสตร์ในชีวิตจริง </strong>มากกว่าการจำสูตรและคำนวณขั้นตอน ครูจึงต้องรู้จักออกแบบโจทย์ให้มีความหลากหลาย เป็นสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน หรือเรื่องใกล้ตัวเด็ก เพื่อให้พวกเขาสามารถเชื่อมโยงความคิดได้ง่าย กล่าวได้ว่า “โจทย์เดียวกัน สามารถสร้างสมรรถนะได้ หากเปิดพื้นที่ให้เด็กได้คิด”</p>



<p>ขณะเดียวกัน คำตอบที่เด็กตอบแม้จะมีหลากหลายวิธีครูก็ต้องวิเคราะห์การคิดของผู้เรียนให้เป็น <strong>ดูวิธีคิดมากกว่าคำตอบ หากเด็กตอบผิด ครูต้อง feedback ให้เด็กแสดงวิธีคิดของตนเอง</strong> เห็นข้อผิดพลาด และยังคงรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง มีตัวตนในห้องและรู้สึกอยากเรียน“<strong>เพราะบางครั้งคำตอบที่ผิด อาจมีคุณค่าทางการคิดเช่นกัน</strong>” <strong>&nbsp;</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“เมื่อครูทำให้เด็กตั้งคำถามเป็นอธิบายวิธีคิดได้ ใช้วิธีคิดอย่างหลากหลาย เชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับชีวิตจริง ตรวจสอบความสมเหตุสมผล รวมถึงสะท้อนการคิดของตนเองได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็น<strong>พฤติกรรมบ่งชี้ความฉลาดรู้ทางคณิตศาสตร์ของเด็กที่สำคัญจากการเรียนคณิตศาสตร์นั่นเอง”</strong></p>
</blockquote>



<p>ส่วนหนึ่งจากเวทีกิจกรรม Workshop การประชุมวิชาการ เสวนา และฝึกปฏิบัติการ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ ’68 : เคล็ดไม่ลับที่ครูทำถึง”&nbsp; <strong>โดยนายกิตติศักดิ์ สารมะโน (ครูบาส) โรงเรียนบ้านเขาชะโงก จังหวัดเพชรบูรณ์</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/info-tsqm-01/">เปลี่ยนคณิตศาสตร์จาก “วิชาจำ” สู่ “วิชาคิด”     </a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Dec 2021 10:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านราหุล]]></category>
		<category><![CDATA[นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49643</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้องทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสาร&nbsp; มีเวลาจัดเตรียมการเรียนการสอนได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทำให้เกิดความรวดเร็ว เกิดประโยชน์ มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ทำงานได้ดี โดยเฉพาะการมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ”</p>



<p><strong>นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านราหุล จังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP</strong>) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มต้นเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้สนับสนุนการบริหาร ​การจัดการเรียนการสอน รวมทั้งภารกิจสำคัญอย่างการติดตามเด็กกลับมาเรียน สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ed20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังจากที่เข้าไปร่วมอบรมและนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้ สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือ จากการเขียนเอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ ป.พ. ที่เดิมครูต้องเขียนเอง แต่ระบบนี้ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องมานั่งเขียนเอง แต่พิมพ์ออกมาจากระบบได้เลย อีกด้านหนึ่งยังเห็นข้อมูลเด็กในเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ ที่เชื่อมโยงกับระบบ CCT</p>



<p>จุดเด่นของระบบนี้คือ ครูมีข้อมูลที่ช่วยกันจัดเก็บแบบเรียลไทม์ ทั้งข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน&nbsp; ไปจนถึงอัตราการเข้าเรียนและผลการเรียน ​ทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าไปเช็กได้เลยว่านักเรียนคนไหนขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรือเด็กคนไหนกำลังมีปัญหาในการเรียนที่จุดใด ก็จะสามารถรู้ได้ทันที ช่วยให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที&nbsp; </p>



<p>ยกตัวอย่างที่ผ่านมามีเด็กที่ขาดเรียนไปเป็นสัปดาห์ เมื่อทราบเรื่องก็ติดต่อสอบถามไปยังผู้ปกครองว่านักเรียนขาดเรียนไปไหน หรือถ้าติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ก็ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านว่าครอบครัวนี้ยังอยู่ในพื้นที่หรือย้ายไปไหน&nbsp; เพื่อช่วยติดตามให้เขากลับมาเรียนได้ตามปกติ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e494d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะมีเด็กที่ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ โรงเรียนจึงปรับให้เรียนแบบออนแฮนด์ มารับใบงานไปทำที่บ้านแล้วนำมาส่ง ครูจะคอยติดตามไม่ให้เด็กขาดหายไปในช่วงนี้ และเมื่อถึงช่วงเปิดโรงเรียนได้ปกติ ก็จะคอยติดตามอีกรอบว่ามีเด็กคนไหนยังไม่กลับมาเรียน</p>



<p>“เปิดเทอมมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม ตอนนี้เด็กกลับมาเรียนเกือบครบ 100% จะมีบ้างที่นักเรียนไม่สบาย เราก็ให้นักเรียนรักษาตัวอยู่บ้านให้หายดีก่อนค่อยมาเรียน ขณะที่นักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือมาจากต่างพื้นที่ก็ให้กักตัวอยู่บ้านก่อน 2 สัปดาห์ แล้วก่อนมาเรียนก็ให้ตรวจสอบก่อน ถ้าปกติถึงจะให้เข้ามาเรียนได้ โดยสถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e5c20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สำรวจและ​ซ่อมเสริม “ความรู้”<br>ป้องกันเรียนไม่รู้เรื่อง ชดเชยช่วงปิดเรียน</h2>



<p>ส่วนมาตรการรองรับหลังเปิดเทอมก็ถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ผอ.นุตประวีณ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วงการเรียนทั้งออนไลน์และออนแฮนด์ที่ผ่านมา อาจทำให้เด็กๆ ไม่ได้รับความรู้เต็มที่เหมือนกับเรียนที่โรงเรียน ช่วงที่กลับมาเรียนอีกครั้ง&nbsp; จึงต้องมีการเรียนซ่อมเสริมให้นักเรียน</p>



<p>“ครูจะเป็นคนสำรวจว่าเด็กแต่ละคนมีจุดอ่อนตรงไหน เด็กเล็กๆ หลายคนช่วงที่เรียนที่บ้านนานๆ จะทำให้เขาอ่านเขียนได้น้อยลง ครูก็จะไปสอนเสริมให้เขาก่อน เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ในขณะที่เด็กคนไหนที่เรียนทัน ครูก็ต้องเพิ่มเนื้อหาที่แอดวานซ์ให้เขาได้พัฒนา&nbsp; ต้องยอมเหนื่อยขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์เรียนรู้ได้ดีขึ้น จากในวง PLC เราจะรับรู้ถึงจิตวิญญาณความเป็นครูของแต่ละคนที่เสียสละทุ่มเทเพื่อเด็กๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5412df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างการเรียนรู้ที่ดีขึ้น<br>ครูต้องไม่ชี้ถูกชี้ผิด แต่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดด้วยตัวเอง</h2>



<p>โรงเรียนบ้านราหุลได้นำกระบวนการของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาเข้ามาใช้ โดยมีทีมโค้ชจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมครู ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการทำงานไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p>



<p>เมื่อครูเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้เด็กรู้จักคิด ครูเริ่มใช้โทนเสียงที่ต่ำ ไม่ใช้การสั่งแต่เปลี่ยนเป็นการพูดคุยเสนอแนะ&nbsp; ทำให้เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e5b93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ระยะเวลาแค่ 3 เดือนแรกเราก็เห็นผลความเปลี่ยนแปลง จากการใช้จิตศึกษาเข้ามาช่วยให้นักเรียนรู้จักกำกับตัวเอง จนตอนนี้ช่วงเข้าแถวตอนเช้า แทบไม่ได้ยินเสียงนักเรียนคุยกัน จากแต่ก่อนที่เสียงจ้อกแจ้กวุ่นวาย</p>



<p>“รูปแบบนี้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนของครูก่อน ซึ่งครูทั้งโรงเรียนก็พร้อมใจกันเปลี่ยน บางคนตอนแรกอาจจะต่อต้านบ้าง คิดว่าเดี๋ยวจะเกษียณอยู่แล้ว ทำไมต้องมาเปลี่ยน แต่พอครูคนอื่นเริ่มเปลี่ยน&nbsp; และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครูที่ยังไม่เปลี่ยนก็เปลี่ยนตาม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
