<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เพชรบุรี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%8a%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%b5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 15 May 2026 09:04:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เพชรบุรี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่ ‘พาโรงเรียนล่องเรือข้ามเขื่อนไปหาเด็ก ๆ’ ภารกิจโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 09:04:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พุเข็มโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนเขื่อนแก่งกระจาน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านพุเข็ม]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102112</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ปีที่ผ่านมามีเด็กจบ ป.6 ทั้งหมด 5 คน และเหมือนทุกปี มี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150526/">เปิดเทอมใหม่ ‘พาโรงเรียนล่องเรือข้ามเขื่อนไปหาเด็ก ๆ’ ภารกิจโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>“ปีที่ผ่านมามีเด็กจบ ป.6 ทั้งหมด 5 คน และเหมือนทุกปี มีแค่คนเดียวหรือสองคนได้เรียนต่อ เพราะเขามีบ้านอยู่บนฝั่ง เดินทางไปเรียนไม่ลำบาก ส่วนอีกสามคนต้องยอมจบเส้นทางการศึกษาแค่นี้ เพราะสู้ไม่ไหวจริง ๆ ผมถึงคิดว่าการจัดการศึกษาในพื้นที่เป็นเรื่องเร่งด่วน ให้ชุมชนเห็นว่าบ้านเราก็เป็นโรงเรียนได้ เพื่ออีกหลายปีจากนี้เราจะมีคนที่จบ ม.3 หรือ ม.6 เพิ่มขึ้น ซึ่งมันไม่ได้แค่ดีต่อตัวเด็กหรือครอบครัวเขา แต่หมายถึงอนาคตของชุมชนด้วย”</em></p>



<p><em>&nbsp;</em><strong><em>‘ผู้ใหญ่โจ๊ก’ ณรา รักดี บ้านท่าลิงลม (กลุ่มแม่ประโดน) อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี</em></strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-102114" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>โรงเรียนบ้านพุเข็ม</strong> ตั้งอยู่ตรงสุดปลายผืนดินบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนแก่งกระจาน ต.แก่งกระจาน อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เปิดสอนชั้นอนุบาลถึง ป.6 มีนักเรียนปีการศึกษา 2568 รวม 24 คน กับคุณครู 4 คน จัดเป็น <em>“โรงเรียนในพื้นที่พิเศษ”</em> ตามนิยามของ สพฐ. ด้วยความห่างไกลทุรกันดาร มีเขาสูงห้อมล้อม และเป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของเด็ก ๆ จากชุมชนที่อาศัยอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่เขื่อน</p>



<p>ปกติทุกเช้า เด็กเกือบทั้งโรงเรียนจะต้องตื่นแต่ตีห้า รอเรือมารับ ก่อนพากันล่องเลาะขอบเขื่อนราว 2 ชั่วโมง เพื่อมาเรียนหนังสือกันที่อีกฟากน้ำ ขณะที่โรงเรียนมัธยมใกล้ที่สุด เป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่ห่างจากโรงเรียนบ้านพุเข็มไปราว 16 กิโลเมตร ซึ่งหมายถึงถ้าเด็ก ๆ จบ ป.6 แล้วออกไปเรียนต่อชั้น ม.1 ก็ต้องอาศัยถนนดินแดงสายเล็ก ๆ พาไป พร้อมบวกเวลาเดินทางเพิ่มอีกชั่วโมงเศษ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-102115" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>‘ความห่างไกล’</strong> นี้จึงเท่ากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งที่พัก ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ประจำวัน ซึ่งค่อนข้างมากสำหรับวิถีชุมชนที่อยู่กับธรรมชาติ ทำไร่ จับปลา ปลูกผักกินเอง และไหนจะความห่วงกังวลของผู้ปกครอง ที่ต้องส่งลูกหลานไปไกลจากบ้าน หลายสิบปีผ่านมา เกินกว่า 80-90% ของเด็กในพื้นที่จึงมีวุฒิการศึกษาเฉลี่ยที่ชั้น ป.6 หรือมีเวลาอยู่ในระบบการศึกษากันแค่ 6-8 ปีเท่านั้น </p>



<p>เหล่านี้คือ “เหตุผลของการกลับมาที่โรงเรียนบ้านพุเข็มอีกครั้ง” เพื่อเราจะ “พาโรงเรียนข้ามเขื่อนไปหาเด็ก” จากครั้งก่อนที่ กสศ. และเพื่อนภาคีในจังหวัดเพชรบุรี พากันมาเปิดบ้านพักครูหลังใหม่ ในบรรยากาศช่วงเปิดเทอม ที่ทั้งโรงเรียนยังสดใสไปด้วยรอยยิ้มของเด็ก ๆ</p>



<ul>
<li><a href="https://www.eef.or.th/article-010426/" target="_blank" rel="noopener" title="">เปลี่ยนบ้านพักครูเป็น “จุดชาร์จใจ” โอกาสทางการศึกษาของเด็กเริ่มจากคุณภาพชีวิตครู</a></li>
</ul>



<p>&#8230;ส่วนการมาครั้งนี้ตรงกับปิดเทอมใหญ่ เป็นวันที่โรงเรียนยังเงียบเหงา เฝ้านับถอยหลังรอปีการศึกษาใหม่มาถึง</p>



<p>และนั่นเอง <strong>‘โรงเรียน’</strong> จึงต้องเร่งลงเรือลำเล็ก ขนเครื่องมืออุปกรณ์และความตั้งใจข้ามผ่านผืนน้ำไปหาเด็ก ๆ เพื่อที่น้อง ๆ บางคนซึ่งเราได้พบกันวันนั้น จะไม่ต้อง <strong>“ปิดเทอมเป็นครั้งสุดท้าย”</strong> และได้เตรียมตัวขึ้นชั้น ม.1 พร้อมกับเพื่อน ๆ ในวันเปิดเทอมใหม่นี้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-102116" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เรือลำนี้จะพาเราไปพบกับน้อง ๆ และผู้ปกครอง ที่ตัดสินใจยอมแพ้กับระยะทางของโรงเรียนที่ไกลออกไป และพูดคุยกับ <strong>‘ผู้ใหญ่โจ๊ก’ ณรา รักดี บ้านท่าลิงลม (กลุ่มแม่ประโดน) </strong> ถึง ‘ความเป็นไปได้’ ที่จะพาโรงเรียนเคลื่อนที่เข้าไปหาเด็ก ๆ เพื่อจัดการศึกษาผ่าน Mobile School โดย ‘ก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ’ ว่า ‘โรงเรียนคือสิ่งปลูกสร้าง’ ที่มีอาคารห้องหับโต๊ะเก้าอี้หรือกระดานเขียน แต่คือการ ‘สร้างความหมายใหม่’ ว่า ‘การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกหนแห่ง’ ไม่ว่าสวนมะนาว ไร่แตง เรือหาปลา หรือแคร่ไม้ไผ่ที่หน้าบ้าน</p>



<p>&#8230;ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กสักเครื่อง สัญญาณอินเทอร์เน็ต และความตั้งใจของคนในชุมชน &#8230;แล้วเมื่อนั้น <strong>“ทุกที่ก็คือโรงเรียน”</strong></p>



<p>จากโรงเรียนบ้านพุเข็มช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เรือออกจากท่า ผ่านผืนน้ำกว้าง วิวภูเขา ก่อนเลาะลัดสู่ลำน้ำสายเล็ก ที่บางช่วงแห้งขอดจนเรือต้องแล่นฝ่าไปบนกรวดหิน เราเข้าไปเจอกับเด็ก ๆ หลังจากสองเดือนผ่านไป &#8230;เพื่อพบว่าวิถีชีวิตของแต่ละคนเปลี่ยนแปลงไปแล้ว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-102117" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เคยคุยกับเพื่อนว่าอยากไปต่อ ม.1 ด้วยกัน แต่พอจบ ป.6 ตอนนี้ทุกวันเราต้องตื่นมาทำงาน จนหนูบอกตัวเองว่าเปิดเทอมหน้าคงไม่ได้เรียนแล้ว”</strong></h3>



<p><strong>‘น้องอ๋อย’</strong> ที่เพิ่งจบ ป.6 จากโรงเรียนบ้านพุเข็ม พูดถึงความตั้งใจเดิมจากครั้งตื่นเช้าขึ้นเรือไปเรียนทุกวัน ว่าเธอมีความสุขที่โรงเรียน เพราะได้ฟังครูเล่าเรื่องราวจากโลกข้างนอกที่ไม่เคยออกไปเห็น หรือได้ทำกิจกรรมใหม่ ๆ กับเพื่อนทุกวัน ซึ่งทำให้เธอแอบฝันว่าอยากเรียนสูง ๆ เพื่อจะได้รู้ว่าอยากจะเห็นตัวเองเป็นแบบไหนเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ทั้งความตั้งใจนี้ก็ยืนยันได้ด้วยเกรด 3 เกรด 4 หลายตัว ที่ประทับอยู่บนสมุดบันทึกผลการเรียน</p>



<p>หากวันนี้กิจวัตรของอ๋อยไม่ใช่การตื่นแต่เช้าใส่ชุดนักเรียนไปรอเรืออีกแล้ว แต่คือการใช้เวลาอยู่หลังบ้าน คอยดูแลสวนกล้วยสวนมะนาวเล็ก ๆ ของครอบครัว สลับกับลงไปที่ริมน้ำคอยช่วยพ่อขอดเกล็ดปลา เพื่อเตรียมไว้กินเองและบางส่วนเอาไปขาย และตั้งแต่ปิดเทอมครั้งล่าสุด อ๋อยบอกว่าหลังวันรับวุฒิ ป.6 ก็ไม่เจอเพื่อนเจอครู และไม่ได้กลับไปที่โรงเรียนอีก</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-102118" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อถามว่าวันนี้เธอมองเรื่องการเรียนต่ออย่างไร อ๋อยตอบทันทีว่า “หนูรู้มาว่าเพื่อนที่เคยอยากไปเรียนต่อด้วยกัน เขากำลังเตรียมขึ้น ม.1 แล้ว ส่วนตัวหนูคิดว่าจากนี้คงทำงานที่บ้านเต็มเวลา และคงต้องเลิกคิดเรื่องเรียนต่อ”</p>



<p>สักพักที่น้องอ๋อยมองเหม่อไปยังสายน้ำ จนได้ยินว่า “โรงเรียนจะมาหาที่นี่” และจะเอาสิ่งที่เธอทำอยู่ทุกวันมาแปลงเป็นหน่วยกิต เป็นเกรด และจะเป็นวุฒิการศึกษาในวันที่จบหลักสูตร ผ่านการดูแลของครูจากศูนย์การเรียน อ๋อยจึงตั้งใจฟัง และแม้ไม่เข้าใจนัก แต่เธอก็บอกว่า “ถ้าเรียนจากที่บ้านได้ หรือไปไกลสุดแค่บ้านลุงผู้ใหญ่โจ๊ก หนูก็สนใจค่ะ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับพ่อจะตัดสินใจอย่างไร”</p>



<p>จากนั้นอ๋อยจึงเขียนใบสมัครเป็นนักเรียน Mobile School ก่อนเดินมาส่งคณะทำงานที่เรือลำเล็ก ซึ่งกำลังจะแล่นไปที่บ้านของ ‘อ๋อม’ กับ ‘ฟลุ๊ค’<strong> </strong>เพื่อนของเธอที่เพิ่งจบ ป.6 มาพร้อมกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48.jpeg" alt="" class="wp-image-102119" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-48-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เรื่องเรียนต่อแทบไม่อยู่ในความคิดของคนในชุมชน เขามองว่าเรียนจบ ป.6 ก็พอ เพราะยังไงก็ต้องกลับมาทำงานที่บ้าน”  </strong></h3>



<p><strong>‘ยายนุช’</strong> ผู้ปกครองของ <strong>‘อ๋อม’</strong> กับ <strong>‘ฟลุ๊ค’</strong> ให้ความเห็นต่อข้อมูลที่ว่า คนแถบชุมชนเขื่อนมีการศึกษาเฉลี่ยสูงสุดที่ชั้น ป.6 โดยพยายามสะท้อน ‘ข้อเท็จจริงในพื้นที่’ ซึ่งสอดรับกับสิ่งที่น้องอ๋อยทิ้งท้ายไว้ก่อนจากกัน ว่าถึงจะอยากเรียนแค่ไหน แต่สุดท้าย ‘คนที่จะตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือพอแค่นี้ ก็คือครอบครัว’&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ถ้าถามเด็กที่นี่เรื่องเรียนต่อ ส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำ เพราะนอกจากว่าถ้าเรียนก็ต้องไปอยู่ไกลบ้าน ยังมีความเชื่อเดิม ๆ ที่ส่งต่อกันว่าสังคมข้างนอกน่ากลัว พ่อแม่เขาเลยคิดว่าเด็กเล็ก ๆ ให้ออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียวจะเสียคน”</p>



<p>ถ้าตารางชีวิตของอ๋อยย้ายจากโรงเรียนไปอยู่สวนไร่และริมน้ำ ‘อ๋อม’ กับ ‘ฟลุ๊ค’ ก็ไม่ต่างกัน เพราะหลังจากสองเดือนกว่าผ่านไป ชีวิตเมื่อจบ ป.6 ของพวกเขาก็ง่วนอยู่บนเรือลำน้อย หว่านแหจับปลา ดำผุดดำว่ายในน้ำตั้งแต่เช้าจดค่ำ จนแทบจะลืมคืนวันที่โรงเรียนไปหมดสิ้น ทำให้เมื่อได้ยินว่าจะได้กลับไปเรียน เด็กสองคนจึงมีสีหน้ากังวล </p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49.jpeg" alt="" class="wp-image-102120" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-49-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>       </p>



<p>ยายนุชบอกว่าเพราะเด็ก ๆ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจบ ป.6 แล้วต้องเรียนต่อ เลยกลัวว่าชีวิตจะเปลี่ยนไป จากได้เที่ยวเล่นหาปลา ช่วยพ่อแม่ทำไร่ เลี้ยงน้อง ดูแลตายาย กลายเป็นว่าต้องตื่นแต่เช้าลงเรือไปโรงเรียนอีก ข่าวที่ว่าโรงเรียนกำลังมาหา จึงอาจไม่ถูกใจเด็ก ๆ นัก</p>



<p>แต่เมื่อได้ข้อมูลว่า Mobile School คือวิธีเรียนรู้ที่ครูจะช่วยถอดเอาสิ่งที่ทำทุกวันมาเป็นบทเรียน พร้อมได้ลองจับแท็บเล็ตเปิดดูตัวอย่างแบบเรียนคร่าว ๆ อ๋อมกับฟลุ๊ค จึงค่อยเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้น</p>



<p>ยายนุชฉวยจังหวะอธิบายเรื่อง Mobile School ต่อตามที่เข้าใจ ว่าการเรียนแบบนี้เด็ก ๆ จะได้เรียนจากที่บ้าน จากในพื้นที่ชุมชน ฉะนั้นชีวิตแต่ละวันในไร่ การหาปลา ประดิษฐ์เครื่องมือตกปลา ก็ยังคงทำได้เหมือนเดิม แล้วสิ่งเหล่านี้เองที่ครูจะเอาไปออกแบบเป็นการเรียนรู้ในวิชาต่าง ๆ และบอกว่า&nbsp;</p>



<p>“น่าเสียดายถ้าโอกาสมาถึงแล้วไม่คว้าไว้ เพราะถึงหลาน ๆ จะตั้งใจยึดอาชีพทำไร่และจับปลา แต่โลกที่เปลี่ยนไปมันบังคับให้เราต้องปรับตัวตาม อย่างน้อยจะออกไปสมาคมข้างนอก วุฒิที่สูงกว่า ป.6 จะช่วยเรื่องค้าขาย ติดต่อราชการ จะอยู่กันแบบเดิมต่อไปคงไม่ได้แล้ว”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-50.jpeg" alt="" class="wp-image-102121" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-50.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-50-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ส่วน<strong> ‘แม่เปรี้ยว’</strong> คุณแม่ของฟลุ๊ค เล่าสาเหตุที่ไม่ส่งลูกเรียนต่อว่า “การเรียน ม.1 ถ้าไม่มีบ้านญาติข้างนอกก็เป็นไปไม่ได้เลย เพราะจะไปโรงเรียนต้องนั่งเรือไปต่อรถ ใช้เวลาไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงเพื่อไปถึง ยังไม่นับค่าเดินทางและค่ากินอยู่ที่เพิ่มขึ้น ส่วนถ้าโรงเรียนจะมาถึงในชุมชน แล้วเปลี่ยนให้เด็ก ๆ ได้เรียนอยู่ที่บ้าน ก็คิดว่าเต็มใจจะสนับสนุนลูกอย่างเต็มที่</p>



<p>“ที่ไม่ได้ให้ฟลุ๊คเรียนเพราะมันไกล เราไม่มีญาติพี่น้องข้างนอก คือใจหนึ่งก็อยากให้เรียน แต่ก็ห่วงว่าลูกไม่รู้จักสังคมข้างนอกเลย คิดว่าการเรียนที่อยู่ในชุมชนก็ดี เพราะเรายังได้อยู่กับลูกทุกวันเหมือนเดิม เลยอยากให้เขาลองดู ถ้ามันไปได้ เด็กที่จบ ป.6 ปีถัด ๆ ไปก็จะได้ประโยชน์ เหมือนมีโรงเรียนมาตั้งอยู่แถวบ้านเราแทน ทีนี้พอมีสักรุ่นเรียนจบ ม.3 ให้เห็น วันหนึ่งความคิดของคนในชุมชนก็จะเปลี่ยนไปด้วย”</p>



<p>และจากการช่วยเกลี้ยกล่อมของยายนุชและแม่เปรี้ยว ก่อนแยกย้ายจากกัน อ๋อมกับฟลุ๊ค ก็ตัดสินใจลงชื่อสมัครเรียน Mobile School&#8230;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-102124" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“ผมเชื่อว่าเป็นไปได้ ถ้าเราทำให้เห็น &#8230;เริ่มที่บ้านผม &#8230;เริ่มจากเด็ก ๆ 3-4 คน &#8230;เริ่มกันเปิดเทอมใหม่นี้เลย”  </strong></h3>



<p>หลังพาลงเรือไปหาเด็ก ๆ <strong>‘ผู้ใหญ่โจ๊ก’</strong> สะท้อนถึงอุปสรรคสำคัญของการจัดการเรียนรู้ในชุมชน ว่าเรื่องน่าเป็นห่วงมีแค่สัญญาณอินเทอร์เน็ตในพื้นที่ที่ยังไม่สเถียร กับ ‘ความเชื่อเก่า’ ที่บางบ้านยังยึดถือ ว่าการเรียนหนังสือจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เด็ก ๆ ห่างไกลออกไปจากชุมชน หรือพาพลัดหลงไปในเส้นทางที่ไม่ถูกควร แต่ผู้ใหญ่โจ๊กยังมั่นใจว่า ‘ทุกความเชื่อนั้นเปลี่ยนแปลงได้’ ขอแค่ลงมือทำ มีตัวอย่างให้เห็น แล้วเมื่อความสำเร็จปรากฏจากรุ่นพี่ถึงรุ่นน้อง กำแพงทัศนคติก็อาจทลายลง</p>



<p>“ผมตั้งใจจะให้เด็ก ๆ มาเรียนกันที่บ้านของผม อย่างน้อยพ่อแม่เขาก็ไว้ใจ จากนั้นพอมีที่เรียนเป็นหลักแหล่ง มีเพื่อนเรียนด้วยกัน เด็ก ๆ จะได้แบ่งปันความรู้และส่งต่อแรงบันดาลใจกัน สำคัญคือเราต้องมีเด็กที่เรียนจบ ม.3 จากตรงนี้ก่อน เพื่อให้ชุมชนเห็นว่าบ้านเราก็เป็นโรงเรียนได้ แล้ววันหนึ่งเขาจะเห็นเองว่าการศึกษามีประโยชน์อย่างไร&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52.jpeg" alt="" class="wp-image-102125" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-52-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผู้ใหญ่โจ๊ก ณรา รักดี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เราจะเริ่มกันจากเทอมนี้เลย เพื่อไม่ให้มีใครต้องหลุดไป ถ้ารุ่นหนึ่งไปได้ ปีหน้าเราเตรียมรอรับรุ่นสองทันที คือเด็กที่จะจบ ป.6 ในปีการศึกษา 2569 นี้ แล้วจะมีเติมเข้ามาอีกทุกปี พอถึงวันนั้นมันจะกลายเป็นศูนย์การเรียนเล็ก ๆ ของชุมชน ที่ยืนหยัดได้ด้วยหลักสูตรที่ปรับจากชีวิตประจำวันของชุมชนริมเขื่อน ซึ่งมันจะทำให้เด็กรุ่นหลังมีกำลังใจเรียนต่อ และอยากมีวุฒิสูงขึ้น แล้วอีกหลายปีข้างหน้า ความคิดของพ่อแม่ที่ไม่อยากส่งลูกเรียนต่อจะค่อย ๆ หายไป บ้านเราก็จะมีคนที่จบ ม.3 หรือ ม.6 เพิ่มขึ้น และนั่นคือภาพอนาคตของเรา ที่ผมและอีกหลายคนในชุมชนหวังจะเห็น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53.jpeg" alt="" class="wp-image-102126" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-53-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘พุเข็มโมเดล’ ต้นแบบการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เคลื่อนที่ได้ และไม่ว่าเด็กจะอยู่ที่ไหน การเรียนรู้ต้องไปถึง</strong></h3>



<p><strong>ดร.อารี อิ่มสมบัติ หัวหน้าฝ่ายจัดการความรู้และสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. </strong>เผยว่า การติดตามสถานการณ์โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ทำให้ กสศ. พบว่ามีเด็กจำนวนหนึ่งจากโรงเรียนขนาดเล็กที่เปิดสอนถึงชั้น ป.6 ที่ไม่อาจก้าวข้ามรอยต่อไปถึงชั้นมัธยมศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนที่ตรงตามนิยาม <em>“โรงเรียนพื้นที่พิเศษ”</em> คือห่างไกลทุรกันดาร ตั้งอยู่ในพื้นที่เกาะแก่ง ดอยสูง ล้อมรอบด้วยภูเขา อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ชายแดน หรือเป็นโรงเรียนสำหรับชนกลุ่มน้อย</p>



<p>โดยจากการสำรวจ พบว่าในปีการศึกษา 2568 มีโรงเรียนพื้นที่พิเศษ 3,264 แห่ง รวมนักเรียนทั้งหมด 717,847 คน และในจำนวนนี้มีโรงเรียนที่สอนแค่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาอยู่ 2,325 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 71.23% และหากเฉพาะเจาะจงที่เด็กนักเรียนซึ่งจบการศึกษาชั้น ป.6 พร้อมกันในโรงเรียนกลุ่มนี้ จะมี 63,165 คน ข้อมูลยังชี้ว่า มีเด็กจบ ป.6 ที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ที่ต้องหาที่เรียนใหม่ถึง 42,777 คน เช่นเดียวกับกรณีเด็ก ๆ ที่โรงเรียนบ้านพุเข็ม ซึ่งข้อมูลตลอดหลายปีระบุว่านักเรียนที่จบการศึกษาชั้น ป.6 ถึงกว่า 90% ต้องหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยไม่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาในบริเวณใกล้เคียง และไม่มีระบบการศึกษาอื่นที่ตอบโจทย์ชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54.jpeg" alt="" class="wp-image-102127" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-54-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>และเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ ยุติเส้นทางเรียนรู้ในช่วงวัยเพียง 12-13 ปี กสศ. จึงติดตามข้อมูลรายคนของเด็ก ๆ ต่อเนื่อง พร้อมโจทย์สำคัญว่าทิศทางต่อไปของน้อง ๆ ที่ต้องเผชิญอุปสรรคเรื่องพื้นที่ทั้ง 42,777 คน จะก้าวข้ามรอยต่อการศึกษาไปได้อย่างไร และคือจุดเริ่มต้นของการนำ Mobile School มาช่วยจัดการเรียนรู้ ด้วยเชื่อว่า <strong>“ไกลแค่ไหน โอกาสเรียนรู้ต้องไปถึง”</strong></p>



<p>การเดินทางมาที่ชุมชนริมขอบเขื่อนครั้งนี้ จึงเป็นย่างก้าวสำคัญของการสำรวจพื้นที่ เพื่อเตรียม ‘ปักหมุดโรงเรียนแห่งใหม่’ บนพื้นที่ที่การศึกษาไม่เคยย่างกรายไปถึง และโรงเรียนแห่งนี้ จะไม่ใช่แค่พึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อจัดการศึกษาออนไลน์ แต่ใจความสำคัญคือการ ‘ออกแบบการเรียนรู้ที่ยึดบริบทชีวิตเป็นที่ตั้ง’ เพื่อจะบอกกับทุกครอบครัวว่า ‘ไม่มีอุปสรรคใดจะขวางกั้นโอกาสการศึกษาของเด็ก ๆ ได้’</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-55.jpeg" alt="" class="wp-image-102128" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-55.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-55-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150526/">เปิดเทอมใหม่ ‘พาโรงเรียนล่องเรือข้ามเขื่อนไปหาเด็ก ๆ’ ภารกิจโรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ 4 ชั่วโมงเพื่อให้ได้เรียน “ระยะทาง” ด่านแรกของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 28 Apr 2026 05:43:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านพุเข็ม]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนบ้านพุเข็ม]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101576</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทุกเช้า ก่อนฟ้าจะสว่าง เด็กจากชุมชนบ้านพุเข็มต้องออกจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280426/">เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ 4 ชั่วโมงเพื่อให้ได้เรียน “ระยะทาง” ด่านแรกของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ทุกเช้า ก่อนฟ้าจะสว่าง เด็กจากชุมชนบ้านพุเข็มต้องออกจากบ้าน เพื่อเริ่มต้นการเดินทางกว่า 2 ชั่วโมงไปโรงเรียน</p>



<p>พวกเขาไม่มีรถโรงเรียน ไม่มีรถรับ-ส่ง มีเพียงเรือลำหนึ่งที่ค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามแนวเขื่อน รับเด็กทีละคนจากจุดเล็ก ๆ ที่กระจายตัวอยู่ตามซอกซอยของชุมชนริมผืนน้ำ</p>



<p><em>“ผมต้องออกเรือตั้งแต่เกือบหกโมงเช้า ไปรับเด็กคนแรกที่อยู่ไกลสุด แล้วค่อยย้อนกลับมาเก็บเด็กตามจุดต่าง ๆ”</em><br>ลุงโป่ง ผู้ทำหน้าที่รับ-ส่งเด็ก ๆ มากว่า 30 ปี เล่าอย่างคุ้นเคย</p>



<p>กว่าจะพาเด็กครบทุกคนมาถึงโรงเรียน ก็ใช้เวลาร่วมสองชั่วโมง และเมื่อเรือเทียบท่า นั่นคือสัญญาณเริ่มต้นของการเรียนในวันนั้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101.jpeg" alt="" class="wp-image-101577" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-101-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ปลายทางของการเดินทางคือ “โรงเรียนบ้านพุเข็ม” โรงเรียนขนาดเล็กริมขอบเขื่อนแก่งกระจาน ที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในพื้นที่ซึ่งการเดินทางทางบกใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมงจากอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี</p>



<p>เส้นทางไปโรงเรียนของเด็กที่นี่เริ่มต้นจาก “เรือ” ไม่ใช่รถโรงเรียน และใช้เวลาไป-กลับรวมกันกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่เวลาเลิกเรียนก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตารางสอนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศ</p>



<p><em>“วันไหนลมแรง หรือมีพายุ ผมจะบอกครูให้ปล่อยเด็กกลับก่อน เพื่อความปลอดภัย”</em></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-102.jpeg" alt="" class="wp-image-101578" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-102.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-102-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อถามว่าเด็ก ๆ เหนื่อยไหมกับการต้องตื่นแต่เช้าและเดินทางไกลทุกวัน<br>ลุงโป่งยิ้มก่อนตอบทันทีว่า</p>



<p>“ไม่เคยเลยครับ เด็ก ๆ สนุกกันมาก บางวันต้องออกเร็วก่อนตีห้าก็ไม่มีใครบ่น มารอตลอด ผมยืนยันได้เลยว่าเด็กทุกคนอยากมาโรงเรียน”</p>



<p>คำตอบที่เรียบง่ายนี้สะท้อนสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง คือเด็ก ๆ ไม่ได้ปฏิเสธการเรียนรู้ ตรงกันข้าม พวกเขา “อยากเรียน” อย่างชัดเจน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104.jpeg" alt="" class="wp-image-101580" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-104-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>แต่ความอยากเรียนเพียงอย่างเดียว อาจยังไม่เพียงพอให้เด็กที่นี่ไปได้ไกลกว่านั้น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เด็กจำนวนมากในพื้นที่นี้มีวุฒิการศึกษาสูงสุดเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6</p>



<p>ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เก่ง ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่พยายาม แต่เพราะ “ไปต่อไม่ได้” เพราะการเรียนต่อหมายถึงการต้องออกจากชุมชน ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยก็กังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกหลานที่ต้องไปอยู่ไกลบ้าน</p>



<p>“สามสิบกว่าปี ผมเห็นเด็กดั้นด้นมาเรียน เพราะเขามีความสุขที่ได้เจอเพื่อน เจอครู ได้เล่น ได้กินอิ่ม แต่น่าเสียดายว่าโรงเรียนนี้มีแค่ ป.6 เกินครึ่งของเด็กเลยไม่ได้เรียนต่อ” ลุงโป่งเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่น</p>



<p>“ผมว่าอุปสรรคจริง ๆ คือเส้นทางมันลำบาก ถ้าเด็กจะเรียนต่อ ต้องไปอยู่ข้างนอก พ่อแม่ถึงไม่ส่งลูกเรียน เขาห่วงเรื่องความปลอดภัย และที่สำคัญคือค่าใช้จ่าย ทั้งค่ากินอยู่ ค่ารถ ลำพังอาชีพทำสวนทำไร่จับปลามันไม่พอส่งลูกไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08.jpg" alt="" class="wp-image-101586" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-08-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในบริบทเช่นนี้ “ระยะทาง” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกิโลเมตร แต่เป็นเรื่องของต้นทุนความเสี่ยง และข้อจำกัดของครอบครัว และกลายเป็นด่านแรกที่ขวางโอกาสของเด็กจำนวนมากอย่างเงียบงัน</p>



<p>ในขณะที่เด็กบางคนยังพอมีโอกาส “ไปต่อ” เด็กอีกจำนวนไม่น้อยในโรงเรียนนี้ ยังไม่เคยเห็นปลายทางนั้นเลยด้วยซ้ำ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-106.jpeg" alt="" class="wp-image-101583" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-106.jpeg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-106-200x300.jpeg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<p>“ถ้าจบ ป.6 หนูจะเป็นอะไร”</p>



<p>คำถามนี้ อาจไม่ได้มีคำตอบที่หลากหลายนักสำหรับเด็กในพื้นที่แห่งนี้</p>



<p>‘แดงน้อย’ นักเรียนชั้น ป.4 บอกว่าเขาอยากเป็น “คนหาปลา” เหมือนพ่อและปู่ ทุกวันหลังเลิกเรียน เขาจะลงน้ำ ฝึกดำน้ำจับปลา เรียนรู้การใช้เครื่องมือ และลองปรับปรุงอุปกรณ์ให้ดีขึ้น</p>



<p>เขาว่ายน้ำเก่ง ดำน้ำได้ลึก เข้าใจธรรมชาติของน้ำและลมอย่างชำนาญ ทักษะชีวิตของเขา อาจเหนือกว่าเด็กในเมืองหลายคนด้วยซ้ำ แต่เมื่อถามถึงการเรียนต่อ คำตอบของเขายังคงหยุดอยู่ที่ ป.6 ไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่เพราะเขา “ยังไม่เคยเห็นว่ามีทางอื่น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02.jpg" alt="" class="wp-image-101585" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/0428_เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ครูซิม กชกร อินทร์จักร์, ครูช่อ รวิพร ดังแสง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>‘ครูช่อ’ รวิพร ดังแสง นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นปี 3 สาขาวิชาการประถมศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งจะกลับมาบรรจุที่นี่ อธิบายว่า</p>



<p>เด็กที่นี่มีทักษะชีวิตสูง พวกเขาขับเรือเป็น ซ่อมเครื่องยนต์ได้ หาปลาเก่ง และอ่านสภาพอากาศจากธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ</p>



<p>แต่ในอีกด้านหนึ่ง พวกเขาอาจยังไม่เห็นภาพของการศึกษาในระยะยาว และยังไม่แน่ใจว่าการเรียนต่อจะพาพวกเขาไปสู่ชีวิตแบบใด</p>



<p>“ถ้าไม่มีใครบอก เด็กอาจไม่รู้เลยว่าเขาไปได้ไกลกว่านี้”</p>



<p>“ตัวเราเองพอได้ออกไปเรียน ทำให้เห็นภาพกว้างของชุมชน และเข้าใจเด็กว่าไม่ใช่เขาไม่เก่ง แต่ที่ผ่านมาเหมือนเป้าหมายยังไม่ชัดว่ายังมีช่องทางอื่นให้เลือก”&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่ครูช่อพยายามเปลี่ยน จึงไม่ใช่เพียงการสอนตามบทเรียนในห้อง แต่เป็นการค่อย ๆ เปิดโลก และขยายขอบเขตความฝันของเด็กให้เขาเห็นว่ายังมีทางเลือกอื่น และยังมีเส้นทางที่ไปต่อได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103.jpeg" alt="" class="wp-image-101579" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-103-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ ‘ครูซิม’ กชกร อินทร์จักร์ นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นพี่ ซึ่งกำลังจะกลับมาบรรจุที่นี่ในอีกไม่กี่เดือน เล่าเสริมว่า การกลับมาเป็นครูฝึกสอนทำให้เธอเข้าใจมากขึ้นว่า “ความเข้าใจธรรมชาติของพื้นที่ มีผลต่อการออกแบบการเรียนรู้อย่างไร”</p>



<p>และทำให้เห็นว่า ครูในโรงเรียนพื้นที่พิเศษไม่ได้เป็นเพียงผู้สอน แต่ต้องเป็นทั้งผู้ดูแล ผู้ประสานงาน และบางครั้งต้องเป็นทุกอย่างที่เด็ก ๆ ต้องการ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107.jpeg" alt="" class="wp-image-101584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-107-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เรื่องราวของเด็กบ้านพุเข็ม จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความยากลำบากของการเดินทางหากแต่สะท้อน “โครงสร้าง” ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างชัดเจน เพราะในบางพื้นที่ ปัญหาไม่ได้เริ่มจากห้องเรียน และไม่ได้เริ่มจากตัวเด็ก แต่เริ่มตั้งแต่ “เส้นทางไปโรงเรียน”</p>



<p>เมื่อระยะทางกลายเป็นค่าใช้จ่าย กลายเป็นความเสี่ยง และกลายเป็นข้อจำกัดของครอบครัว “โอกาสทางการศึกษา” จึงไม่ได้เริ่มต้นด้วยต้นทุนที่เท่ากันตั้งแต่แรก</p>



<p>และนี่คือคำถามสำคัญที่เรื่องราวนี้ตั้งโจทย์ไว้</p>



<p>เราจะออกแบบระบบการศึกษาอย่างไร ให้เด็กทุกคน “ไปต่อได้” ไม่ว่าพวกเขาจะเริ่มต้นจากจุดไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความเหลื่อมล้ำอาจไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของเด็ก แต่อยู่ที่ว่าระบบสามารถพาเขาไปได้ไกลแค่ไหน</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p><strong>เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง:</strong> <a href="https://www.eef.or.th/article-010426/?fbclid=IwY2xjawRbwORleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFHRVU2cTVpbEtHV25XM3Bpc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHgj5hWOs6uz8sdprgcbUTDb3jU1t5CBcYzuyPmPaVKwkNLHomz5GkCU9jx-0_aem_Nq1cOH95xViywTiqRR_dAA" target="_blank" rel="noopener" title="">เปลี่ยนบ้านพักครูเป็น “จุดชาร์จใจ” โอกาสทางการศึกษาของเด็กเริ่มจากคุณภาพชีวิตครู</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280426/">เด็กบางคนต้องนั่งเรือวันละ 4 ชั่วโมงเพื่อให้ได้เรียน “ระยะทาง” ด่านแรกของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“หนังตะลุงคือสิ่งที่ผมรัก” ทางเลือกเยาวชนนอกระบบการศึกษา ที่ปลายทางไม่ได้ทอดสู่รั้วโรงเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-shadow-show-is-what-i-love/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 03:25:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[อิทธิพล พินิจโคกกรวด]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วิฑูรย์ คุ้มหอม]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทิพย์วิมล ศิรินุพงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[คณะโขนละครของแม่ครูสมทรง บุญวัน]]></category>
		<category><![CDATA[นอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46288</guid>

					<description><![CDATA[<p>“สนุกครับ จะเล่นเองหรือเป็นคนดูก็ตลก ตื่นเต้น มีสุขมีเศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-shadow-show-is-what-i-love/">“หนังตะลุงคือสิ่งที่ผมรัก” ทางเลือกเยาวชนนอกระบบการศึกษา ที่ปลายทางไม่ได้ทอดสู่รั้วโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“สนุกครับ จะเล่นเองหรือเป็นคนดูก็ตลก ตื่นเต้น มีสุขมีเศร้า มีเรื่องราวนำพาคนดูให้ติดตามได้ไม่เบื่อ ผมชอบตั้งแต่ 5-6 ขวบ ไปงานไหนต้องคอยตามดูทุกคณะ จนวันหนึ่งเริ่มเอาผ้าขนหนูมาขึงทำโรงหนังเล่นที่บ้าน ใช้ราวตากผ้าที่เป็นโครงเหล็กสี่เหลี่ยม กั้นผ้าซ้ายขวา ขึงปิดด้านบน แล้วฉายไฟ นั่งเชิดเล่นของผมไป&nbsp;</p>



<p>“ฝึกมาเรื่อย เชิดเอง ร้องเอง ตีกลองเอง ทำคนเดียวหมด พอแม่ครูเห็นเราเล่นบ่อยๆ เข้า ก็สนับสนุน ผลักดันให้ฝึกฝนเรียนรู้จริงจังยิ่งขึ้น จนได้ติดตามคณะโขนละครไปแสดงด้วย”</p>



<p><strong>‘ไอซ์’ อิทธิพล พินิจโคกกรวด เยาวชนนอกระบบการศึกษา จังหวัดเพชรบุรี </strong>นายหนังตะลุงผู้มีคณะเล็กๆ ของตัวเอง พร้อมประสบการณ์สั่งสมเกินกว่าครึ่งทศวรรษ ในวัยที่คำนำหน้ายังเป็นเพียงเด็กชาย เล่าถึงความหลงใหลในอาชีพ ‘นายหนัง’ ที่เขาย้ำเสมอว่า คือสิ่งที่  ‘รัก’ และ ‘หวงแหน’ มาก จนแน่ใจว่าจะร้อยชีวิตไว้บนเส้นทางสายนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43c8e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/31-นายหนังตะลุง-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายหนังวัยรุ่น แต่โชกโชนในศิลปะการแสดงหนังตะลุง เติบโตในคณะโขนละครของแม่ครูสมทรง บุญวัน ที่พูดกับเขาเสมอว่าสิ่งเดียวที่มอบให้ได้คือวิชาความรู้ เพื่อนำไปต่อยอดเลี้ยงตัวในอนาคต ซึ่งเขาเองเต็มใจรับและทุ่มเทพัฒนาตัวเองอย่างสุดกำลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘อาชีพที่เลี้ยงดูหลากหลายชีวิต’</h2>



<p>จากเล่นเองร้องเองลำพัง เมื่อประสบการณ์สั่งสมเพิ่มพูน ไอซ์ก็ค่อยๆ ถ่ายทอดวิชาให้น้องๆ ที่เข้ามาอยู่ในคณะแม่ครู จนตอนนี้เขาสามารถรวบรวมคณะหนังตะลุงขนาดย่อมร่วมแสดงโชว์ไปกับคณะละคร ตลอดจนรับงานจ้างและงานบุญต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81a637"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/227898.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้มีกัน 6 คน รวมผมที่เป็นนายหนัง เป็นคนเชิด เราอยู่ด้วยกันในคณะอยู่แล้ว มีน้องๆ หลายคนที่มาอยู่กับแม่ครู ฝึกพื้นฐานโขนละครมาก่อน พอเห็นว่าเขาเริ่มสนใจหนังตะลุง ผมก็เอามาฝึก มาเรียนรู้ ให้ช่วยตีกลอง ตีกรับ จากหนึ่งคนเป็นสองคนแล้วเพิ่มมาเรื่อย แรกๆ ก็ชวนไปเล่นเปิดหมวกกัน จนได้แสดงจริงจัง จำได้ว่างานแรกได้เงินมาสองพันบาท ผมก็เอามาแบ่งกับน้องเท่าๆ กัน เอาส่วนหนึ่งให้แม่ครู บางงานก็ช่วยเขาเฉยๆ  ได้โปรโมตคณะด้วย  ใจคิดว่าอยากไปช่วยครับ ได้ไปเล่นทุกครั้งเราสนุกกันอยู่แล้ว เหมือนยิ่งได้ฝึกฝีมือ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“สนับสนุนสิ่งที่อยากเป็น เพื่อไปให้สุดเส้นทางเป้าหมาย”</h2>



<p>ทิพย์วิมล ศิรินุพงศ์ มูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ผู้รับผิดชอบโครงการสนับสนุนการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษาโดยเครือข่ายเชิงพื้นที่: ภาคตะวันตกเขตตะนาวศรี กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ได้พบกับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษาในความดูแลของแม่ครูสมทรง ซึ่งทุกคนมีใจรักผูกพันกับศิลปะการแสดงโขน ละคร และหนังตะลุงเป็นทุนเเดิม </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3431f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/31-นายหนังตะลุง-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังพูดคุยสอบถามความสมัครใจ  เรื่องการเข้าเรียนทั้งในและนอกระบบหรือการฝึกอาชีพ ก็ได้รับคำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขารักในศิลปะการแสดงแขนงนี้ อยากจะ ‘ทำ’ และ ‘ฝึกฝน’ ตัวเองต่อไปให้ประสบความสำเร็จได้มากที่สุด โครงการจึงเข้ามาช่วยในส่วนที่ขาดและสร้างโอกาสให้น้องๆ มีความพร้อมยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93e94a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/227894.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเข้ามาที่วัดใหญ่สุวรรณาราม ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกซ้อมของเด็กๆ ได้คุยกับน้อง กับเจ้าอาวาส แม่ครู จนทราบว่าหลายคนเป็นเยาวชนนอกระบบด้วยสาเหตุต่างกันไป  ส่วนใหญ่ทางบ้านไม่มีความพร้อม  แต่กับน้องไอซ์ เขาเลือกแล้วว่าจะไม่เรียนในโรงเรียน  เหตุผลว่าเขาชอบทางด้านหนังตะลุงมากกว่า ได้เรียนรู้พร้อมทำงานหารายได้ เขาอยากเอาเงินมาช่วยแม่ครูและแบ่งปันกับน้องๆ โครงการเราจึงเข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องทุน ทั้งการแกะหนัง โรงหนัง พื้นที่ สิ่งจำเป็นต่างๆ ชุดเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ในการแสดง ให้ดูจริงจังขึ้น สวย สง่างามขึ้น เพื่อให้การแสดงเปิดกว้างกว่าเดิม อันจะนำมาทั้งประสบการณ์และรายได้ ที่เป็นเหมือนกำลังใจสำคัญของน้องๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3a7ecb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/31-นายหนังตะลุง-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เรายังช่วยประสานกับคณะ นำพ่อครูแม่ครูที่คร่ำหวอดเข้ามาช่วยสอนและให้คำแนะนำกับน้องๆ เพิ่มเติม ทั้งการแสดง การเล่นดนตรี อยากให้พื้นฐานของทุกคนแน่นยิ่งขึ้น จนช่วงหนึ่งก่อนจะเจอปัญหาโควิด-19 หนักๆ เราได้เห็นผลว่าเขามีงานแสดงกันมากขึ้น มีรายได้ที่เอากลับมาเลี้ยงตัวหรือใช้พัฒนาผลงานได้”&nbsp;</p>



<p>ดร.วิฑูรย์ คุ้มหอม อีกหนึ่งผู้รับผิดชอบโครงการ กล่าวว่า โครงการตั้งใจสนับสนุนในสิ่งที่เด็กต้องการ  เมื่อเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ทำอยู่คือ ‘ชีวิต’ คือ ‘ความรัก’ และคือวิชาความรู้ที่จะนำไปเลี้ยงตัวได้ เราก็ช่วยเรื่องอุปกรณ์และเติมทักษะ ทำให้เขาพร้อมขึ้น มีกำลังใจมากขึ้น สำคัญกว่านั้นคือสิ่งที่พวกเขาทำ ได้สร้างคุณค่าให้ตัวเองและยังได้สืบสานสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-34aeb7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/227899.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“งานของเราคือทำให้เขาไปได้สุดทางของเป้าหมาย ตามทางที่ชอบ ที่สนใจ  <strong>อาจจะไม่ใช่เด็กทุกคนที่ปลายทางต้องไปอยู่ในรั้วโรงเรียน แต่ ‘การศึกษา’ อาจจะมีพื้นฐานมาจากสิ่งที่ชอบ ความผูกพันกับศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่ง เมื่อเขาพบแล้วก็มุ่งมั่นพยายามพัฒนาตนเองให้ประสบความสำเร็จ </strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4786f4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/227896.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“น้องๆ กลุ่มนี้หลายคนมีปมในใจ เพราะเขารู้สึกกดดันจากมาตรฐานสังคมต่างๆ ว่าไม่ได้เรียนหนังสือบ้าง ครอบครัวไม่พร้อมบ้าง สิ่งที่เราช่วยได้อันดับแรกเลยคือ ทำให้เขารู้ตัวว่ามีความสามารถ มีความฝัน สิ่งเหล่านี้เองที่เขาต้องนำไปแปรเปลี่ยนเป็นเป้าหมายชีวิต แล้ววิ่งตามไขว่คว้าไปให้สุด  นี่คือเส้นทางที่มนุษย์ทุกคนไม่ว่าต่างพื้นเพเช่นไรจะพึงมีได้เหมือนๆ กัน”</p>



<p>ขณะที่น้องไอซ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ฝันอยากเป็นนายหนังเต็มตัวและทำต่อเนื่องสืบไป ไม่อยากให้ศิลปะแขนงนี้สูญหายไป ดังคำกล่าวที่ว่า “สิ่งที่ได้รับและสั่งสมมา ผมจะถ่ายทอดต่อไป เพื่อให้หนังตะลุงคงอยู่ต่อไปได้&#8230;จากรุ่นสู่รุ่น”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-shadow-show-is-what-i-love/">“หนังตะลุงคือสิ่งที่ผมรัก” ทางเลือกเยาวชนนอกระบบการศึกษา ที่ปลายทางไม่ได้ทอดสู่รั้วโรงเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างอนาคตด้วย “นาฏศิลป์” พาเด็กก้าวพ้นจากวงจรเสี่ยง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-26-02-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 25 Feb 2021 01:49:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา ปี 2563]]></category>
		<category><![CDATA[หลวงพ่อชุบ]]></category>
		<category><![CDATA[นาฎศิลป์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[แม่ครู]]></category>
		<category><![CDATA[คณะสมศักดิ์ลูกเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[สมทรง บุญวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=27409</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสายเลือดศิลปินที่อยู่ในตัว “สมทรง บุญวัน” ที่มีคุณพ่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-26-02-21/">สร้างอนาคตด้วย “นาฏศิลป์” พาเด็กก้าวพ้นจากวงจรเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">จากสายเลือดศิลปินที่อยู่ในตัว “</span><b>สมทรง บุญวัน</b><span style="font-weight: 400;">” ที่มีคุณพ่อเป็นหัวหน้าวงละคร “</span><b>คณะสมศักดิ์ลูกเพชร</b><span style="font-weight: 400;">” ​ทำให้เริ่มซึมซับการร้องรำทำเพลงมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก และเอาจริงเอาจึงฝึกหัดการแสดงมาตั้งแต่ 9 ขวบ ทั้ง รำไทย โขน ละครชาตรี ลิเก ฯลฯ ก่อเกิดกลายเป็นความผูกผันกับ ศิลปะการแสดงดนตรีและนาฎศิลป์ไทยเป็นชีวิตจิตใจ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลังแต่งงานเธอได้ผันตัวเองจากนางเอกละครชาตรีมาเป็น “</span><b>แม่ครู</b><span style="font-weight: 400;">” สอนนาฎศิลป์ไทยโดยใช้บ้านหลังเล็กๆ ของตัวเองเป็นโรงละครย่อมๆ สอนเด็กนักเรียน และเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพราะทนไม่ไหวที่ต้องเห็นเด็กแถวบ้านเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่แบบไร้จุดหมายชีวิต บางคนไม่ได้เรียนหนังสือเพราะฐานะทางบ้านยากจน ครูสมทรง จึงยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการให้การศึกษาโดยชักชวนเด็กๆ มาร้องรำทำเพลงศิลป์การแสดงและดนตรีไทย</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เราคิดว่าสอนเด็กให้มีวิชานาฎศิลป์ไทยติดตัวไปหารายได้ แม้จะได้เงินไม่มากนักก็ยังดีกว่าต้องหิวโหยจากปัญหาความยากจน หรือ อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือลักเล็กขโมยน้อย กลายเป็นปัญหาสังคมของเด็กและเยาวชนที่เข้าไม่ถึงการศึกษาที่อาศัยอยู่แถววัดใหญ่สุวรรณาราม ต.ช่องสะแก อ.เมือง จ.เพชรบุรี</span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h3>ถ่ายทอดทักษะ ปั้น “ยุวศิลปิน”​สืบสานนาฏศิลป์ไทย</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการสอนเด็กเป็นงานอดิเรก ที่เริ่มด้วยความใจบุญชอบช่วยเหลือเด็กๆ แบ่งปันความรู้ ถ่ายทอดทักษะนาฎศิลป์ที่ตัวเองมีติดตัวมา  หวังว่าพวกเขาจะมารับช่วงต่อเป็น “</span><b>ยุวศิลปิน</b><span style="font-weight: 400;">” ในอนาคต เพราะนับวันตัวเองก็อายุมาขึ้นทุกวัน ปัจจุบันอายุ 70 กว่าปีแล้ว ยิ่งเห็นคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ไม่นิยมศึกษาศิลปะการแสดงของไทย จึงเป็นห่วงว่าสักวัน โขน ละครชาตรี ลิเก ที่หาดูยากสักวันคงสูญหาย จึงเริ่มจริงจังฝึกเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้ได้มีความรู้นาฎศิลป์ไทย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตลอด 12 ปีที่ผ่านมาแม่ครูสมทรง มุ่งมั่นทำงานเพื่อเป้าหมาย​รักษาอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย โขน ละคร ล่าสุดได้เปิดรับเด็ก 25 คน ที่สนใจอยากเรียนโขนละครเข้ามาร่วมโครงการพัฒนาครูและเด็กนอกระบบการศึกษา ปี 2563 โดยได้รับทุนการศึกษาจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้ได้มีโอกาสเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ​โดยเปิดสอนทุกวันช่วงปิดเทอมและ​สอนวันเสาร์อาทิตย์ในช่วงเปิดเทอม</span></p>
<p><figure id="attachment_27416" aria-describedby="caption-attachment-27416" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-27416 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/แม่ครูสมทรงผู้ปั่นเด็กเปราะบางเป็นยุวศิลปิน_Photo-05-1.jpg" alt="" width="864" height="539" /><figcaption id="caption-attachment-27416" class="wp-caption-text">สมทรง บุญวัน แม่ครูสอนนาฎศิลป์ไทย</figcaption></figure></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>คำชมเชย และรายได้เสริม ความภูมิใจของเยาวชนรุ่นใหม่</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกวันยกเว้นวันพระจะได้ยินเสียงดนตรีไทยอันแสนไพเราะ ฉิ่ง ฉาบ ระนาด ฆ้อง กลอง จากฝีมือเด็กๆ ดังกระหึ่มใกล้ๆ วัดใหญ่สุวรรณารามเป็นประจำ ทั้งเด็กเล็กอายุยังน้อยไปจนไปถึงเยาวชนวัยหนุ่มสาวมารวมตัวร้องระบำนาฎศิลป์ไทย อาทิ ระบำสี่ภาค ระบำชนไก่ ระบำสุโขทัย ระบำลพบุรี หรือ ระบำศรีวิชัย ฯลฯ โดยมี แม่ครูสมทรง เป็นผู้ฝึกสอน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเห็นเด็กคนไหนเริ่มฉายแววเก่งมีความสามารถ แม่ครูสมทรง จะพาไปออกงานโชว์ เช่น งานวัด งานสงกรานต์ งานขึ้นบ้านใหม่ งานแก้บน ทำให้เด็กๆ ได้มีรายได้ 200 &#8211; 300 บาทต่อครั้ง และยังเก็บความภาคภูมิใจกลับมาจากคำชมถึงความเก่ง ที่แม้จะเป็นเด็กรุ่นใหม่แต่มีหัวใจรักษ์ศิลป์การแสดงไทยอย่างน่าทึ่ง ซึ่งนับวันจะหาเยาวชนคนรุ่นใหม่สนใจสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยน้อยลงทุกที</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>สร้างอนาคตด้วย “นาฏศิลป์” พาเด็กพ้นวงจรเสี่ยง</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้พื้นที่โรงละครบริเวณลานบ้านจะคับแคบ แต่ด้วยความรักความเมตตาที่ดูแลเอาใจใส่เด็กแต่ละคนไม่ต่างจากลูกตัวเอง  ทำให้ “ครูสมทรง” เป็นที่เคารพรักจากเด็กๆ และได้รับความไว้ววางใจจากผู้ปกครอง ซึ่งแต่ละคนภูมิใจที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกหลานตัวเองจากที่เคยเที่ยวเตร่ไปวันๆ กลับสามารถมาแสดง​ โขน ละครชาตรี ลิเก หนังตะลุง ได้อย่างอ่อนช้อยงดงาม มีงานแสดงเข้ามาไม่ขาดสายช่วงก่อนสถานการณ์ โควิด-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​จากเด็กบางคนยากจนไม่มีพ่อแม่ ชีวิตใกล้สิ้นหวัง เกือบไปติดยาเสพติด หรือ หลุดนอกระบบการศึกษาได้กลับมามีความรู้การศึกษาไม่ไปเกกมะเรกเกเร ทำให้ “</span><b>หลวงพ่อชุบ</b><span style="font-weight: 400;">” เจ้าอาวาสวัดใหญ่สุวรรณาราม เมตตาสงสารอยากช่วยเหลือจึงเปิดใต้ถุนศาลาการเปรียญวัด ให้คณะละครแม่ครูสมทรง ได้ใช้เป็นโรงละครซักซ้อมเพิ่มเติม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งเพราะเห็นว่าบ้านแม่ครูสมทรง คับแคบเกินไป เพราะนับวันมีเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์หลุดออกนอกระบบการศึกษาเข้ามาร่วมกิจกรรมดีๆ กับ แม่สมทรง มากขึ้นเรื่อยๆ แถมเจ้าอาวาสยังใจดีให้ใช้โรงครัวของวัดเป็นโรงทานเลี้ยงข้าวเด็กๆ เหล่านี้อีกด้วยทำให้เด็กยากจนได้มาฝากท้องหลังซ้อมละครเสร็จ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-27414" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/แม่ครูสมทรงผู้ปั่นเด็กเปราะบางเป็นยุวศิลปิน_Photo-03.jpg" alt="" width="856" height="570" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เปิดขายต้มเครื่องในหมูจุนเจือคณะละครช่วงโควิด-19</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ยามใดวัดมีงานบุญจะเรียกใช้คณะละครแม่ครูสมทรงได้โชว์ความสามารถ จากงานเล็กๆ งานแก้บนงานขึ้นบ้านใหม่ไปจนถึงรับงานใหญ่ๆ บางคนต่อยอดนำความรู้ที่แม่ครูสมทรง มอบให้ “เปิดหมวก” บริเวณหลังศาลากลางจังหวัด หรือ ตามตลาดนัดคนเดิน  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่พอสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระลอกใหม่ ความสุขความสนุกสนานจากการได้ร้องรำทำเพลงด้วยกันที่วัดใหญ่สุวรรณารามกลับทำไม่ได้ รายได้ที่เคยเข้ามากลับหดหาย ต้องมาขอข้าวก้นบาตรจากวัดพอเอาตัวรอดในช่วงนี้ไปให้ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกด้านหนึ่ง แม่ครูสมทรง  ต้องหันมาพลิกบทบาทเป็น “แม่ครัว” ขาย “เครื่องในหมูต้ม” เพื่อยังชีพและหารายได้หล่อเลี้ยงคณะละคร​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3>เด็กไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งเหมือนกันทุกคน<br />
ต้องค้นหาความสามารถที่ตัวเองถนัด</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่พอทำได้เวลานี้คือการสั่งสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ตักเตือนถึงความกตัญญูกตเวที ต้องมีสำนึกอยู่เสมอ โดยเฉพาะวัด ให้ที่พักพิงด้านการซ้อมศิลปะดนตรี และยังเป็นโรงครัวเลี้ยงอาหาร การดูแลวัดในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ควรนิ่งเฉย เช่น ล้างถ้วย ล้างชาม เก็บขยะ ทำความสะอาด กวาดลานวัดให้ดูสะอาดอยู่เสมอ เพื่อตอบแทนข้าวทุกเม็ดที่ญาติโยมนำมาถวายพระ เช่นเดียวกับกิริยามารยาทต้องอ่อนน้อมถ่อมตน เพราะวัดเหมือนบ้านหลังที่สอง  </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เด็กบางคน​อาจจะเรียนไม่เก่งและฉลาดเทียบได้กับ เด็กปกติทั่วไปที่โอกาสดี มีพ่อแม่ครอบครัวอบอุ่นสมบูรณ์ แต่อย่างน้อยเด็กๆ  ก็เก่งชำนาญในสิ่งที่ตัวเองรักและถนัด เช่น เด็กบางคน ยากจน กำพร้า อ่านหนังสือไม่ออก บวกเลขยังไม่ถูก แต่กลับท่องบทละครชาตรีได้อย่างคล่องแคล่ว นี่คือการศึกษาที่แม่ครู มอบให้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นต้นแบบ “</span><b>ครูพี่เลี้ยง</b><span style="font-weight: 400;">” ที่ทำงานกับเด็กด้วยความเสียสละอย่างแท้จริง ด้วยการปั้น เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ให้กลายเป็น “</span><b>ยุวศิลปิน</b><span style="font-weight: 400;">” ผู้สืบสานวัฒนธรรมดนตรีนาฎศิลป์ไทยให้อยู่คู่กับสังคมไทยต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-26-02-21/">สร้างอนาคตด้วย “นาฏศิลป์” พาเด็กก้าวพ้นจากวงจรเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ครู’ ผู้เป็นดวงตาของลูกศิษย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/5453-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jul 2020 04:45:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[IEP]]></category>
		<category><![CDATA[อัจฉราภรณ์ หรั่งวัตร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเขาย้อยวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18428</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราจะพูดเสมอว่า ครูจะพยายามหาสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้ไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5453-2/">‘ครู’ ผู้เป็นดวงตาของลูกศิษย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18435" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<blockquote><p><b>“เราจะพูดเสมอว่า ครูจะพยายามหาสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้ได้มากที่สุด ให้เขาได้เห็นว่ามีคนใจดีมากมายที่เขาอยู่ข้างๆ เรา ช่วยสนับสนุนเรา มีหน่วยงานต่าง ๆ มีทุนต่าง ๆ พร้อมช่วยเหลือพวกเรา ครูจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดคือคอยประสานดูแลให้พวกเราได้รับความช่วยเหลือผลักดันอย่างเต็มที่”</b></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยใจที่ตั้งมั่นจะเป็นครูตามความฝันที่วางไว้แต่เด็ก </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ครูแอม</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">อัจฉราภรณ์ หรั่งวัตร จึงขีดทางเดินชีวิตเป็นเส้นตรงสู่อาชีพครูนับแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยในสาขาวิชาภาษาไทย แล้วเริ่มสอนที่โรงเรียนเขาย้อยวิทยา จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เรียนจบ</span><span style="font-weight: 400;">&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากที่โรงเรียนแห่งนี้เอง ที่ทำให้ครูแอมได้เปิดโลกใบใหม่ของการเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ครู</span><span style="font-weight: 400;">’ </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อได้รับหน้าที่ดูแลน้องๆ ในกลุ่มการเรียนรู้พิเศษ ที่นับถึงปีนี้ก็เป็นเวลามากกว่า </span><span style="font-weight: 400;">10 </span><span style="font-weight: 400;">ปีแล้ว ซึ่งครูแอมบอกว่า เด็ก ๆ กลุ่มนี้ได้สอนให้เธอรู้ว่านอกจากหน้าที่สอนหนังสือ งานของครูจะ</span> <b>‘</b><b>ต้องทำให้ลูกศิษย์ทุกคนเสมอภาคเท่าเทียมให้ได้ แม้พวกเขาจะแตกต่างกันสักเท่าไรก็ตาม</b><b>’</b></p>
<h4 style="text-align: center;">เติบโตในครอบครัวครู จึงไม่เคยคิดถึงอาชีพอื่น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18439" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์1.jpg" alt="" width="856" height="562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์1-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์1-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์1-750x492.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอมเล่าว่าคนในครอบครัวไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่คุณลุงหรือคุณน้า ต่างก็รับราชการครูเกือบทั้งหมด เธอจึงซึมซับวิถีชีวิตครูจนเกิดเป็นแรงบันดาลใจ กระทั่งวันหนึ่งในวัย </span><span style="font-weight: 400;">9 </span><span style="font-weight: 400;">ขวบ ครูแอมตามพ่อแม่ไปที่โรงเรียนและได้มีโอกาสสอนครั้งแรก จึงยิ่งเหมือนเป็นการจุดประกายให้แน่ใจว่า ไม่มีงานใดอีกแล้วที่อยากทำเท่าการเป็น </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">ครู</span><span style="font-weight: 400;">’</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราผูกพันกับอาชีพครู เวลาเห็นคุณพ่อคุณแม่สอนก็อยากทำแบบเขา จนมีครั้งหนึ่งตอนเด็ก ตามคุณแม่ไปที่โรงเรียน มีน้องอนุบาลคนหนึ่งถือสมุดดินสอเดินตรงมาหาเราแล้วบอกว่าเขาเขียน ก.ไก่ ไม่ได้ เราเลยจับมือเขาเขียนไปเรื่อยๆ จนเขาเขียนด้วยตัวเองได้ นั่นคือเหตุการณ์เล็กๆ ที่ทำให้เราประทับใจ ว่าเราทำให้เขาเขียนได้ มันบันดาลใจให้เราเชื่อมั่นว่าตัวเองน่าจะเป็นครูเหมือนพ่อกับแม่ได้ จากนั้นเราก็มุ่งมั่นมาทางนี้ คิดอย่างเดียวว่าต้องเป็นครูให้ได้ ไม่เคยนึกถึงงานอื่นเลย”</span></p>
<h4 style="text-align: center;">รับหน้าที่ดูแลเด็กกลุ่มการเรียนรู้พิเศษ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18441" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์2.jpg" alt="" width="856" height="563" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์2.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์2-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์2-768x505.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์2-750x493.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปี </span><span style="font-weight: 400;">2550 </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอมรับตำแหน่งครูอัตราจ้างที่โรงเรียนเขาย้อยวิทยา สอนรายวิชาภาษาไทย เป็นช่วงเวลาที่ระบบการศึกษากำลังตื่นตัวเรื่องการ </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เรียนร่วม</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> ครูแอมจึงได้รับหน้าที่อีกตำแหน่ง คือดูแลจัดการเรียนร่วมของเด็กนักเรียนปกติ กลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้(</span><span style="font-weight: 400;">LD</span><span style="font-weight: 400;">) เด็กพิเศษ เด็กบกพร่องด้านสติปัญญา รวมถึงเด็กที่มีความพิการทางร่างกาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขั้นตอนแรกของเด็กกลุ่มนี้คือเราจะช่วยให้เขาอ่านออกเขียนได้ ซึ่งมันตรงกับงานของครูภาษาไทย เราจึงได้รับหน้าที่หัวหน้างานเรียนร่วม จากนั้นก็ทำมาตลอด” ครูแอมเล่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แผนงานที่ครูแอมวางไว้รองรับเด็กกลุ่มนี้ คือทุกคนต้องผ่านการประเมินความสามารถทางการเรียนรู้ การช่วยเหลือตัวเอง ก่อนเข้าสู่แผนการเรียนรู้เฉพาะบุคคล(</span><span style="font-weight: 400;">IEP</span><span style="font-weight: 400;">) จนค้นพบขีดความสามารถภายในตัวเอง แล้วจึงวางแผนพัฒนาทักษะเพื่อไปสู่เป้าหมายคือการเรียนร่วมกับเด็กนักเรียนทั่วไปอย่างเต็มตัว</span></p>
<h4 style="text-align: center;"><b>ผสานความต่าง สร้างห้องเรียนร่วมที่ทุกคนสื่อสารกันผ่าน </b><b>‘</b><b>ภาษาดนตรี</b><b>’</b></h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18443" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์4.jpg" alt="" width="856" height="562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์4.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์4-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์4-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์4-750x492.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมหนึ่งที่ครูแอมนำมาใช้ต่อยอดศักยภาพในตัวน้องๆ กลุ่มนี้ คือกิจกรรมดนตรีและศิลปะต่างๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างห้องเรียนพิเศษที่นักเรียนทุกคนจะได้สื่อสารสิ่งที่อยู่ภายใน และทำความรู้จักกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การสร้างห้องเรียนร่วมที่สมบูรณ์ เราต้องทำให้เขาเชื่อในตัวเองก่อนว่าทุกคนต่างมีศักยภาพ แม้จะแตกต่างหรือมีข้อบกพร่องไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมีความพิเศษในตัวเอง เราเริ่มจากค้นหาสิ่งนั้นในตัวเขาให้พบแล้วส่งเสริมต่อ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การที่โรงเรียนเขาย้อยวิทยาเป็นโรงเรียนต้นแบบการเรียนร่วม ทำให้มีนักเรียนพิการทางสายตาเข้ามาเรียนร่วมด้วยกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหลายคนมีความสามารถด้านดนตรีติดตัวมาอยู่แล้ว เด็กกลุ่มนี้จึงเป็นแกนหลักให้เริ่มมีกิจกรรมการเล่นดนตรี ก่อนต่อยอดไปยังกิจกรรมการเล่านิทาน อ่านข่าว และงานประติมากรรมซึ่งได้อาจารย์ศิลปะมาช่วยสอนน้องๆ ทำงานปั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เรามีทั้งคนที่เล่นดนตรีเป็นอยู่แล้วและเพิ่งเริ่มหัด เราพบว่าบางคนที่เขามองไม่เห็น แต่เขามีโสตประสาทที่ดีและร้องเพลงได้ดี เราก็ช่วยให้เขาได้เอาความสามารถออกมาใช้ สำคัญคือต้องช่วยให้เขาปรับตัวใช้ชีวิตอยู่กับสังคมที่มีคนทุกประเภทได้ เพราะส่วนใหญ่เขาจะเคยอยู่แต่โรงเรียนเฉพาะทางมาตลอด&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผลลัพธ์จริงๆ ที่เรามองว่าคือความสำเร็จ คือกิจกรรมเหล่านี้ทำให้การสื่อสารระหว่างเด็กๆ ดีขึ้น โดยมีดนตรีและศิลปะเป็นสื่อนำพา นอกจากนั้น การสร้างกำลังใจก็สำคัญ เพราะเมื่อเรามีเด็กหลายประเภทมารวมกัน เด็กบางคนนอกจากเขา</span><span style="font-weight: 400;">มีความบกพร่องทางร่างกายแล้ว ยังเป็นกลุ่มนักเรียนยากจนพิเศษด้วย ทำให้เขาประหม่าต่อการปรับตัวเข้ากับเพื่อน กับการบอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก ความต้องการของตน การที่เขามองไม่เห็นทำให้บางทีเขาไม่รู้ว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกันรู้สึกหรืออยู่ในอารมณ์ไหน เขาก็จะเงียบ ไม่กล้าพูดกล้าแสดง มันทำให้การสื่อสารไม่เกิด เราก็ต้องพูดกับเขา ให้เขาแสดงมันออกมาผ่านการเล่นดนตรี และต้องเล่นร่วมกันกับเพื่อนๆ ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ส่วน</span><b>ในความด้อยโอกาสทางฐานะของเขา เราจะพูดเสมอว่า ครูจะพยายามหาสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มให้ได้มากที่สุด ให้เขาได้เห็นว่ามีคนใจดีมากมายที่เขาอยู่ข้าง ๆ เรา ช่วยสนับสนุนเรา มีหน่วยงานต่างๆ มีทุนต่างๆ พร้อมช่วยเหลือพวกเรา ครูจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดคือคอยประสานดูแลให้พวกเราได้รับความช่วยเหลือผลักดันอย่างเต็มที่ ขอแค่ทุกคนอย่าท้อ</b><span style="font-weight: 400;"> เพราะครูพร้อมที่จะพาทุกคนก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆ แต่ถ้านักเรียนหยุดแล้วครูยังเดินอยู่ มันจะเกิดช่องว่าง แล้วสิ่งที่ครูทำจะไม่มีประโยชน์อะไรเลย” ครูแอมเล่าถึงวิธีการให้กำลังใจลูกศิษย์</span></p>
<h4 style="text-align: center;">“ให้ดวงตาของเราแทนดวงตาของเขา”</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18449" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์3.jpg" alt="" width="856" height="562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์3.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์3-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์3-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์3-750x492.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากการสื่อสารในหมู่เพื่อนนักเรียนแล้ว ครูแอมบอกว่าการทำให้น้องๆ สามารถสื่อสารอารมณ์ไปยังผู้ชมก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะในการแสดงดนตรี ถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เด็กๆ จะได้บอกเล่าความรู้สึกของเขาผ่านภาษากายไปสู่ผู้ฟังได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราเข้าใจว่าเวลาที่เขาร้องเพลงหรือเล่นดนตรี เด็กๆ เขามีอารมรณ์ร่วมกับเพลงแต่ติดขัดที่วิธีการถ่ายทอด ความที่เขามองไม่เห็น บางครั้งจึงไม่รู้ว่าต้องแสดงออกอย่างไร เราจึงต้องเป็นเสมือนดวงตาช่วยนำทางให้เขา สื่อสารสิ่งที่เราเห็นไปให้ถึงเขา ให้เขาสามารถส่งอารมณ์ความสุข เศร้า หรือดีใจออกไปได้ผ่านท่าทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เทคนิคที่ใช้บ่อยคือเราจะยืนทาบซ้อนกับเขา ข้างหน้าบ้างข้างหลังบ้าง หันหน้าไปทางเดียวกันแล้วใช้ผ้าผูกข้อมือกันไว้ เมื่อเราเคลื่อนไหว โยก หรือผายมือ เขาจะขยับตามเรา วิธีนี้ทำให้เขารู้จักการจัดร่างกาย ทำความเข้าใจกับสรีระตัวเอง รู้จักการค่อยๆ ผายมือออก เอามือกุมที่หัวใจ สื่อความรู้สึกข้างในออกมาได้ แล้วเขาจะนำไปปรับใช้ตามที่เขาถนัด คือเราต้องใช้ดวงตาของเราแทนดวงตาของเขาให้ได้มากที่สุด”</span></p>
<h4 style="text-align: center;">ต่างเป็นครูของกันและกัน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอมบอกถึงความรู้สึกที่ได้เป็นครูของน้องๆ กลุ่มนี้ว่า </span><span style="font-weight: 400;">‘</span><span style="font-weight: 400;">เราต่างเป็นครูของกันและกัน</span><span style="font-weight: 400;">’</span><span style="font-weight: 400;"> เพราะตนเองก็ไม่ได้เป็นครูการศึกษาพิเศษโดยตรง ดังนั้นการสอนเด็กๆ ที่มีความบกพร่องเฉพาะทาง ด้วยหน้าที่แล้วเธอเป็นครูของพวกเขา แต่ขณะเดียวกัน ทั้งศิษย์และครูต่างก็ต้องช่วยกัน ในบางเรื่องที่ครูไม่รู้ น้องๆ ก็จะเป็นคนคอยบอก คอยสอน นั่นทำให้ห้องเรียนของครูแอม ทุกคนต้องเดินไปพร้อมกันเสมอ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18450" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์6.jpg" alt="" width="570" height="856" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์6.jpg 570w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูฮีโร่-ครูแอม-อัจฉราภรณ์6-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 570px) 100vw, 570px" /></p>
<p><b>“สิ่งที่เราเชื่อคือถ้าส่งเสริมเขาถูกจุด ทุกคนจะมีทางไป มีที่ที่พร้อมรองรับพวกเขา เขามีสิ่งที่พิเศษในตัวเองรอแค่โอกาสได้แสดงออกมา เราก็จะพยายามหาเวทีให้ ทุกอย่างทั้งดนตรี งานปั้น อ่านข่าว เล่านิทาน มีเวทีไหนเด็ก ๆ เข้าร่วมได้เราสนับสนุนหมด เพราะเป้าหมายปลายทางของเราคือทำให้เขาภูมิใจในตัวเอง อยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างภาคภูมิ ให้เขารู้ว่าแม้จะมีบางสิ่งที่ต่างจากคนอื่นแต่เขาอยู่ร่วมกับทุกคนได้ เรื่องนี้เราเป็นครูต้องมั่นใจก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่เรามั่นใจแล้ว เขาจะมั่นใจไปกับเราด้วย”</b><span style="font-weight: 400;"> ครูแอมกล่าว</span></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5453-2/">‘ครู’ ผู้เป็นดวงตาของลูกศิษย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครู รร.ตชด. ต้อง ‘เป็นทุกสิ่งที่เป็นได้’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/5890-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Jul 2020 14:50:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[บัญชา คำม่วง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17821</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราพยายามเปิดโลกให้เขาเห็นว่ามีทางเลือกของชีวิตมากมาย  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5890-2/">ครู รร.ตชด. ต้อง ‘เป็นทุกสิ่งที่เป็นได้’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17823" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-01-min-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-01-min-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-01-min-300x159.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<blockquote><p><b>“เราพยายามเปิดโลกให้เขาเห็นว่ามีทางเลือกของชีวิตมากมาย มีงาน มีอาชีพที่จะช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงสถานะความเป็นอยู่ได้ ซึ่งการเรียนคือโอกาสเดียวที่จะทำให้เขาได้ออกไปข้างนอก”</b></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคหนึ่งของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลคือ ‘แรงจูงใจทางการศึกษา’ โดยเฉพาะในชุมชนเล็ก ๆ โดดเดี่ยวบนเขาสูงใกล้ตะเข็บชายแดนซึ่งยากต่อการเข้าถึง เด็ก ๆ ต้องเติบโตขึ้นผ่านการรับรู้เพียงอาชีพไม่กี่อย่างในชุมชน แทบมองไม่เห็นว่าปลายทางของการศึกษาอยู่ตรงไหน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นที่ ‘โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านโป่งลึก’ ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี อันเป็นโรงเรียนแห่งเดียวของชุมชนชาวปกาเกอะญอ บนยอดเขาซึ่งห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานราว 30 กิโลเมตร หากการจะเข้าไปถึงจำต้องไต่ขึ้นไปบนเส้นทางขรุขระ ลัดเลาะผ่านโค้งคด ลาดชัน ข้ามห้วยธารที่กีดขวาง การเข้าออกหมู่บ้านจึงมีเพียงเหตุจำเป็นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็ก ๆ ที่นี่เรียนรู้ไว แต่</span><b>ปัญหาสำคัญคือเขาไม่รู้ว่าจะเรียนไปทำไม ในเมื่อยังไงก็ต้องไปทำไร่ หรือทำงานรับจ้างเท่าที่มีเหมือนคนรุ่นพ่อแม่เขา”</b> <span style="font-weight: 400;">‘ครูจอย’ บัญชา คำม่วง บอกถึงทัศนคติของเด็ก ๆ ผ่านประสบการณ์ 9 ปีเต็มของการเป็นครูที่โรงเรียน ตชด. บ้านโป่งลึก</span></p>
<p><b>แต่นั่นคือเรื่องราวที่เป็นเพียง ‘อดีต’</b> <span style="font-weight: 400;">เพราะด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเทของครูทุกคนที่โรงเรียน ซึ่งมองเห็นปัญหาและช่วยกันพยายามปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการเรียนหนังสือให้เด็ก ๆ</span></p>
<p><b>ทำให้วันนี้ เด็ก ๆ จาก รร. ตชด. บ้านโป่งลึก รุ่นแรก ๆ ที่ผ่านการดูแลของครูกลุ่มนี้ ส่วนหนึ่งจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย มีอาชีพที่แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ สามารถเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ ขณะที่น้อง ๆ รุ่นต่อมา ก็พร้อมเจริญรอยตามพี่ ๆ ในการออกไปเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น และมองเห็นแล้วว่า ‘การเรียน’ จะพาชีวิตพวกเขาไปในทิศทางใด</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เปิดโลกกว้างด้วยแรงบันดาลใจจาก ‘ไอดอล’</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17857" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1.jpg" alt="" width="1500" height="985" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1.jpg 1500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1-1400x919.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-02-min-1-750x493.jpg 750w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูจอยชี้ให้เห็นว่า การเปิดโลกภายนอกผ่านเรื่องเล่าจากประสบการณ์ของครูและสื่อต่าง ๆ เป็นเสมือนประตูบานใหญ่ที่เด็ก ๆ จะบันทึกไว้เป็นภาพบันดาลใจ โดยเฉพาะจากบุคคลต้นแบบที่เด็ก ๆ ชื่นชม จนเกิดแรงขับให้อยากประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับไอดอลของเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราพยายามเปิดโลกให้เขาเห็นว่ามีทางเลือกของชีวิตมากมาย มีงาน มีอาชีพที่จะช่วยให้เขาเปลี่ยนแปลงสถานะความเป็นอยู่ได้ ซึ่งการเรียนคือโอกาสเดียวที่จะทำให้เขาได้ออกไปข้างนอก แต่ก่อนอื่น เราต้องค้นให้พบว่าเขามีศักยภาพหรือถนัดอะไร แล้วผลักดันไปในทิศทางนั้น คนไหนที่เรียนดี พอเขาบอกว่าอยากทำอาชีพอะไร เราก็หาข้อมูลมาแนะนำส่งเสริมว่าเขาต้องไปทางไหน หาบุคคลต้นแบบในสายอาชีพที่เขาสนใจมาแนะนำ หรือบางคนเก่งเรื่องกีฬาเราก็จะหาข้อมูลเรื่องกีฬาที่เขาชอบมาคุยด้วย อย่างไม่เคยดูบอลเราก็ต้องดู เพื่อจะได้คุยกับเขาให้รู้เรื่อง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“จากนั้นเราต้องสร้างโอกาสให้เขาได้เพิ่มทางเลือกให้ตัวเอง มีเคสตัวอย่างที่เด็กอยากเป็นหมอ จบ ป.6 เราก็หาทางให้เขาได้ออกจากหมู่บ้านไปเรียนต่อ ปัญหาสำคัญคือทางบ้านเขาอยากเก็บเด็กไว้คอยดูแลพ่อแม่ ดูแลบ้าน เราก็เข้าไปคุย เสนอกับครอบครัวว่าจะเอาข้าวสารไปให้เขาทุกสัปดาห์ หมดเมื่อไหร่ก็มาเอาไปเพิ่ม ขอแค่ให้เด็กได้เรียนต่อ จนพ่อแม่เขายอม ตอนนี้เด็กจึงมีโอกาสได้รับการอุปถัมภ์ด้านการเรียนจากหมอท่านหนึ่ง ซึ่งเขาก็พร้อมสนับสนุนจนสุดทางตามที่เด็กจะไปไหว ส่วนพวกที่มีความสามารถทางกีฬา เราก็จะใช้เครือข่ายเพื่อนครูหรืออาจารย์ที่รู้จักกันให้ช่วยรับเด็กไปดูแลต่อในที่ที่เหมาะสมกับเขา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ไม่ใช่แค่ช่วยเด็ก แต่ชาวบ้านต้องมีรายได้ ต้องมีงานทำ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17858" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1.jpg" alt="" width="1500" height="985" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1.jpg 1500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1-1400x919.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-03-min-1-750x493.jpg 750w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูจอยเล่าต่อว่าสำหรับคนเป็นครู ต้องพร้อมเสมอที่จะรอรับเด็กในวันที่เขากลับมา เมื่อบางคนอาจไปไม่ถึงจุดที่คิดไว้ หรือเรียนไม่ไหว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่เด็กจากบนเขาต้องเข้าไปเรียนในเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย เราจะต้องให้กำลังใจเขา ช่วยให้เขาปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ให้ได้มากที่สุด แต่มันก็มีบ้างที่เขาอาจไปไม่ไหว ต้องกลับมา ตรงนั้นเราจะช่วยหาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมให้เขา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และไม่ใช่แค่เด็ก ๆ แต่ครูจอยบอกว่า </span><b>ครูโรงเรียน ตชด. บ้านโป่งลึกทุกคน ล้วนคือส่วนหนึ่งของการพัฒนาชุมชน โดยเฉพาะการช่วยเหลือชาวบ้านในการหางาน สร้างรายได้ เพราะหน้าที่ของครูโรงเรียน ตชด. นั้นหมายถึง เราต้องสามารถ ‘เป็นทุกสิ่งเท่าที่เป็นได้’</b><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่เราเลือกแล้วว่าจะมาทำงานในพื้นที่นี้ เรารู้แต่แรกว่าการเป็นครูไม่ใช่แค่สอนหนังสือหรือดูแลเด็ก ๆ ความที่เราเองก็เป็นคนในพื้นที่ ทำให้รู้จักสภาพแวดล้อมและเห็นปัญหาในท้องถิ่นเป็นอย่างดี เรารู้ว่าเด็ก ๆ และชาวบ้านเขาขาดเหลืออะไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูของเราต้องเตรียมพร้อมในทุกวัน ถ้ามีเด็กหรือชาวบ้านป่วยหนักเราก็พาลงไปโรงพยาบาล ในที่ห่างไกลเดินทางลำบากอย่างนี้ เราต้องทำกันได้ทุกเรื่อง ชาวบ้านมีปัญหาอะไรเขาจะเข้ามาหาเราก่อน จะดึกดื่นแค่ไหนเราก็ต้องขับรถพาเขาไป ครู รร.ตชด. เย็บแผลทำแผลกันได้หมด ทุกคนต้องเป็น   </span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17860" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1.jpg" alt="" width="1500" height="985" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1.jpg 1500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1-1400x919.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ครูจอย-บัญชา-คำม่วง-04-min-1-750x493.jpg 750w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“แต่สำคัญที่สุดคือเราต้องช่วยให้เขามีรายได้ มีงานทำ แก่งกระจานเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เราพอรู้จักคนก็ช่วยประสานให้เขาได้ทำงานตามรีสอร์ทบ้าง หรืองานในสวนในไร่ บางคนมีผลผลิตเกษตร กล้วย มะเขือ หรือทุเรียน เราก็ช่วยให้เขามีช่องทางขาย ส่วนหนึ่งทางโรงเรียนก็รับซื้อเพื่อนำมาเป็นอาหารกลางวันของเด็ก ๆ ทุกวันอยู่แล้ว</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ใครอยากทำงานเราต้องหาให้เขาได้ทำ ตรงนี้พอเราช่วยให้ผู้ปกครองมีรายได้ เด็กก็สุขภาพจิตดีขึ้น มาเรียนอย่างมีความสุข ผลการเรียนเขาก็ดีขึ้นด้วย” ครูจอยกล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p><b>เรื่องราวของครูคนหนึ่ง ซึ่งฉายภาพให้เห็นชีวิตของครู รร.ตชด. อีกนับพันคน ที่ยอมสละละทิ้งความสะดวกสบายส่วนตัว เพื่อสร้างอนาคตทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ และเป็นพลังในการพัฒนาชุมชนในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งครูจอยย้ำว่า การเป็นครู รร.ตชด. จะท้อไม่ได้ “เพราะงานเกี่ยวกับเด็ก ๆ และชาวบ้านนั้นไม่มีวันหยุด สิ่งที่ทำได้จึงเป็นการเตรียมพร้อมทำสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ดีที่สุด ในทุก ๆ วัน”</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสไปกับ</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5890-2/">ครู รร.ตชด. ต้อง ‘เป็นทุกสิ่งที่เป็นได้’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เหรียญโปรยทาน กระบวนการเปลี่ยนริบบิ้นเป็นความภาคภูมิใจ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2020 23:00:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดวาดฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชวภณ แหลมสุข]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนวัดเขาสมอระบัง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13398</guid>

					<description><![CDATA[<p>เหรียญโปรยทาน รร.วัดเขาสมอระบัง ทักษะอาชีพสร้างรายได้ ​ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9526-2/">เหรียญโปรยทาน กระบวนการเปลี่ยนริบบิ้นเป็นความภาคภูมิใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13480" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnB.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnB.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnB-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnB-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnB-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">เหรียญโปรยทาน รร.วัดเขาสมอระบัง<br />
ทักษะอาชีพสร้างรายได้ ​และความภูมิใจ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">หากใครต้องการจะหา​ “เหรียญโปรยทาน” ที่ทำจากริบบิ้นสีสันสวยงามในอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี แหล่งผลิตที่จะถูกนึกถึงเป็นอันดับแรก  คือ โรงเรียนวัดเขาสมอระบัง โรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนไม่ถึงหนึ่งร้อยคน ในระดับชั้นก่อนประถมศึกษา และประถมศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้วยรูปแบบที่มีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่แบบเรียบง่ายธรรมดา ไปจนถึงแบบ  ถุงเงิน ถุงทอง ขนมตะโก้ ดอกบัว และแตงโม ซึ่งถูกประดิดประดอยออกมาได้อย่างประณีตในราคาย่อมเยา ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จุดเริ่มต้นของการพัฒนาฝีมือนักเรียนนี้ มาจากการที่นักเรียน​นำทักษะการทำริบบิ้นที่ทำกันอยู่ในครอบค​รัว มาสอนเพื่อนในชั้นเรียน ​เมื่ออาจารย์ไปเห็นจึงมองว่า​นี่เป็น“โอกาส” ที่จะนำไปต่อยอดทักษะทางอาชีพให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้าย​จึงเกิดเป็นโครงการส่งเสริมทักษะอาชีพระหว่างเรียนด้วยการทำเหรียญโปรยทาน และพวงมาลัยจากริบบิ้น ด้วยการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในโครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือ ทุนเสมอภาค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ต้องยอมรับว่าโรงเรียนเราเป็นโรงเรียนบ้านนอก เราจะไปมุ่งหวัง ทางวิชาเต็มร้อยคงยาก ถ้าเราเอาทักษะชีวิตให้เขา มันจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยระหว่างทางที่จะรอเรียนต่อชั้นมัธยม เขาก็จะได้มีรายได้พิเศษ จบไปแล้ว มีวิชาชีพติดตัวไปจะสร้างรายได้เสริมตอนไหนก็ได้” อาจารย์ชวภณ แหลมสุข ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาสมอระบัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ชุมชนสั่งทำไปใช้ในงานบุญต่อเนื่อง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13401" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/b-2-750x562.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การสอนนักเรียนให้ทำเหรียญโปรยทานนั้น โรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนมาเป็นวิทยากร สอนให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียน ตั้งแต่เทอมที่สอง ของปีการศึกษาที่ 2561 ​มีนักเรียนร่วมเรียนรู้ทักษะ 63 คน แบ่งตามช่วงวัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 เรียนทำเหรียญโปรยทาน และอีกกลุ่มคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทำเหรียญโปรยทาน และ พวงมาลัยจากริบบิ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“มาช่วงแรกๆ ริบบิ้นก็พังบ้าง มือเด็กเขาก็ยังไม่แข็ง มีริบบิ้นฉีกบ้าง แต่พอผ่านไปเดือนถึงสองเดือนก็ทำได้สวยงามขึ้น ซึ่งก็พอจะนำออกขายได้แล้ว แต่ถ้าจะประณีตก็ต้องฝึกไประยะหนึ่ง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหรียญโปรยทาน ที่นักเรียนของโรงเรียนวัดเขาสมอระบัง ผลิตขึ้นนั้น มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ถุงเงิน ถุงทอง ขนมตะโก้ ดอกบัว และแตงโม แต่ละแบบมีความสวยงาม ทำให้มีผลตอบรับที่ดีจากคนในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง สั่งทำเข้ามาเป็นระยะเพื่อนำไปใช้ในงานบุญ ทำให้นักเรียนโรงเรียนนี้มีรายได้พิเศษ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เด็กๆ ก็จะมีความภาคภูมิใจ ในเงินที่เขาได้รับ แม้ว่าจะได้คนละเล็กคนละน้อย ไม่ถือเป็นรายได้ที่ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็เอาไปเป็นค่าขนมได้ หรือซื้ออุปกรณ์การเรียนของใช้เพิ่มเติม”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ภูมิใจที่ได้เอาเงินไปดูแลครอบครัว</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13402" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3.jpg" alt="" width="1264" height="844" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3.jpg 1264w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3-750x501.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/d-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1264px) 100vw, 1264px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญการประดิษฐ์เหรียญโปรยทาน ยังทำให้นักเรียนได้ฝึก สมาธิ และ ฝึกความมีวินัยอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีนักเรียนหลายคน ได้นำเอาองค์ความรู้ที่ได้รับจากโรงเรียน ไปถ่ายทอดให้กับคนในครอบครัว ได้หัดลองทำ และบางครอบครัวยึดไปเป็นอาชีพเสริมด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ทางบ้านเขา เขาก็เห็นว่ามีประโยชน์ก็เอาไปประกอบอาชีพเสริมให้เขาได้ มีสามสี่รายที่เอาไปทำที่บ้านตอนนี้ปิดเทอมก็รับทำ เด็กก็ได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วย”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเขาสมอระบัง ยังเล่าถึงนักเรียนที่ได้รับทุนของกสศ. ว่า นักเรียนที่ได้ทุน เขาจะมีความภาคภูมิใจมาก มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้นกับกระบวนการคิดในแง่ของความรับผิดชอบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เขาภาคภูมิใจมากนะ เขาเห็นค่าของเงินมาก นำเงินไปดูแลครอบครัว ครอบครัวบางครอบครัวแทบจะไม่มีกินด้วยซ้ำ แต่เด็กนำเงินนี้ไปดูแลครอบครัว เด็กเขาก็เกิดความภาคภูมิใจในเงินได้รับ” ผู้อำนวยการโรงเรียวัดเขาสมอระบังกล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9526-2/">เหรียญโปรยทาน กระบวนการเปลี่ยนริบบิ้นเป็นความภาคภูมิใจ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก้าวข้ามความมืดมิด ด้วยหัวใจที่ไม่สิ้นหวัง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/637083-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 24 Dec 2019 11:36:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อภิสรา ขันทองดี]]></category>
		<category><![CDATA[facebook]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รายการปั้นฝัน ดันดารา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเขาย้อยวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนธรรมิกวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[อัครชัย สัตย์ซื่อ]]></category>
		<category><![CDATA[พิการ]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10178</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้เป็นผู้พิการ แต่ในความจริงทุกคนล้วนมีศักยภาพในการทำป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/637083-2/">ก้าวข้ามความมืดมิด ด้วยหัวใจที่ไม่สิ้นหวัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10182" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424.jpg" alt="" width="1440" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424.jpg 1440w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5424-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1440px) 100vw, 1440px" /></p>
<p>แม้เป็นผู้พิการ แต่ในความจริงทุกคนล้วนมีศักยภาพในการทำประโยชน์อีกมากมาย หากคนเหล่านั้นได้รับการดูแลพัฒนาส่งเสริมให้พวกเขาก้าวเดินต่อไปได้อย่างสุดความสามารถ ในปีการศึกษา 2562 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สนับสนุนนักเรียนยากจนพิเศษหรือนักเรียนทุนเสมอภาคที่มีความ ‘พิการ’ เรียนร่วม ได้รับเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข จำนวน 42,228 คน ทั่วประเทศ<br />
เหมือนเช่นน้องๆ นักเรียนโรงเรียนเขาย้อยวิทยาที่ต้องอยู่กับความมืดมาตลอดชีวิต เนื่องจากสูญเสียดวงตา นั่นไม่ใช่อุปสรรคเงื่อนไขการยอมแพ้ในชีวิต ยังเพียรพยายามเรียนรู้ทุกอย่างเหมือนเด็กปกติทั่วไป เพียงแค่ดวงตามองไม่เห็นเท่านั้น แต่เปี่ยมด้วยศักยภาพที่คนปกติทั่วไปยังชื่นชม</p>
<p><strong>นายอัครชัย สัตย์ซื่อ หรือ “บอล” นักเรียนทุนเสมอภาค ของกสศ. นักเรียนชั้น ม.3/2 โรงเรียนเขาย้อยวิทยา</strong> หมู่ 3 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี <strong>ผู้มีปัญหาบกพร่องทางสายตา 100 %</strong> พักอาศัยอยู่ที่โรงเรียนธรรมิกวิทยา น้องบอล<strong>สูญเสียดวงตาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ป.2</strong> ผลมาจากต้อหินทำให้ดวงตาบอดสนิทจนถึงปัจจุบัน</p>
<p>ปัจจุบันพ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน มีพี่ชาย 1 คน แต่ฐานะทางครอบครัวค่อนข้างยากจน พื้นเพบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทุกช่วงเวลาปิดเทอมพ่อแม่ของน้องบอลจะมารับกลับบ้านไปอยู่ด้วยกันตามปกติ</p>
<p><strong>ถึงดวงตาน้องบอลจะมองไม่เห็น แต่สามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้ผ่านความพยายามของตัวเอง โดยเฉพาะความน่าทึ่งในเรื่องความสามารถของน้องบอลที่สามารถเล่นดนตรีได้หลากหลายชนิด</strong> ทั้งกลองชุด เบส กีตาร์ เปียโน ร้องเพลง แต่งเพลง แต่ดูจะเชี่ยวชาญชำนาญที่สุดเป็นการเล่นเปียโน ที่ฝึกฝนมาสม่ำเสมอผ่านเคล็ดลับการใช้วิธีฟังเพลง จำเสียงเพลงเยอะๆ โดยเฉพาะฟังเพลงยุค 90</p>
<p><strong>ความฝันสูงสุดน้องบอลอยากเป็น ‘ครูสอนดนตรี’</strong> แต่เขามองว่ามันเลือนรางเกินไปเนื่องจากร่างกายอาจไม่เอื้ออำนวยต่ออาชีพนี้ แม้ร่างกายพิการแต่ใจไม่พิการยังเป็นตัวแทนโรงเรียนประกวดแข่งขันดนตรีอยู่ประจำ เคยได้รางวัลที่ 1 รายการปั้นฝัน ดันดารา ประกวดดนตรี</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10183" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/IMG_5437-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p><strong>นายอัครชัย</strong> เล่าว่า ทางครอบครัวอยากให้บอลเล่นเปียโนตั้งแต่เด็ก ได้พยายามเปิดเพลงให้ฟังอยู่บ่อยๆบอลจึงเริ่มฝึกฝนเล่นดนตรีตั้งแต่ ป.2 เรื่อยมาจนมีความชำนาญตั้งแต่ ม.1 ที่สำคัญมี<strong>แรงบันดาลใจการเล่นเปียโนจาก จักรวาล เสาธงยุติธรรม หรือ ‘หนึ่ง จักรวาล’ นักดนตรี โปรดิวเซอร์ดนตรีชื่อดัง</strong><strong>ที่ทำให้ทุกวันนี้อยากเล่นดนตรีต่อไปตลอด</strong></p>
<p>ส่วนเรื่องการเรียน น้องบอลสามารถเรียนได้ปกติเหมือนเพื่อนในห้อง ส่วนตัวน้องชอบวิชาศิลปะ การทำกิจวัตรต่างๆในโรงเรียนจะมีเพื่อนบัดดี้คอยช่วยเหลือทุกอย่าง ส่วนผลการเรียนอยู่ในระดับปานกลางตามประสิทธิเด็กพิเศษ ซึ่งน้องบอลตั้งใจว่าหากมีโอกาสจะเรียนให้จบถึงระดับปริญญาโท</p>
<p><strong>นายอัครชัย เล่าก่อนจบการสนทนาว่า</strong> “ถึงแม้สูญเสียดวงตาไป แต่เรายังมีแขนขาเดินทำอะไรได้ ตราบใดยังมีลมหายใจขอให้สู้ต่อไป”</p>
<p><strong>ไม่ต่างจาก น.ส.อภิสรา ขันทองดี หรือ “พลอย” นักเรียนทุนเสมอภาค ของ กสศ. นักเรียนชั้น ม.3/2 โรงเรียนเขาย้อยวิทยา หมู่ 3 ต.เขาย้อย อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี พิการทางสายตา 100 % ตั้งแต่กำเนิด</strong><br />
ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่โรงเรียนธรรมิกวิทยา เช่นกัน</p>
<p><strong>ถึงแม้</strong>พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่พลอยยังเล็ก ปัจจุบันจึงอาศัยอยู่กับปู่ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ทุกช่วงปิดเทอมจะเดินทางกลับบ้าน มีคุณปู่คอยดูแลทุกอย่าง เรื่องฐานะครอบครัวค่อนข้างขัดสน และตัวน้องพลอยชอบเก็บตัวอยู่บ้านไม่สุงสิงกับคนแปลกหน้า</p>
<p>แต่มีพรสวรรค์ทางดนตรีเช่นกัน พลอยเล่นเปียโน หลังขอให้เพื่อน (นายอัครชัย สัตย์ซื่อ หรือ “บอล”) ช่วยสอน ตอนนี้เล่นมาได้ประมาณ 2-3 ปี เน้นฟังเพลงจากช่องทาง youtube สิ่งที่น้องพลอยฝันอีกอย่าง ต้องการเล่นกีตาร์ แต่มีอุปสรรคทางดวงตาจึงยังไม่สามารถฝึกฝนได้ดีนัก เวลาก็ฟังเพลงสากลเรียนรู้ภาษาอังกฤษไปด้วย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10184" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/messageImage_1577182734359.jpg" alt="" width="604" height="288" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/messageImage_1577182734359.jpg 604w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/messageImage_1577182734359-300x143.jpg 300w" sizes="(max-width: 604px) 100vw, 604px" /></p>
<p>น.ส.อภิสรา ยังกล่าวว่า เรื่องการเรียนนั้นพลอยชอบวิชาภาษาอังกฤษ ใฝ่ฝันอยากเป็น ‘ครูสอนภาษาอังกฤษ’ ถึงแม้ตาบอดไม่ได้หมายความว่าทำอะไรไม่ได้ ทุกวันพลอยฝึกฝนพูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติผ่านช่องทาง facebook อนาคตวางเป้าหมายต้องการเรียนจนจบระดับปริญญาโทเช่นกัน ก่อนย้ำว่ามีความสุขที่เราเป็นแบบนี้ โชคดีที่ไม่ได้เกิดเป็นสัตว์ แต่เรายังทำอะไรให้สังคมได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/637083-2/">ก้าวข้ามความมืดมิด ด้วยหัวใจที่ไม่สิ้นหวัง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูฮีโร่ ถ่อแพ เดินเท้ากว่าสิบกิโล ​หยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2019 14:26:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[วง พุกาด]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึก]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนักเรียนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8460</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึกนับเป็นอีกโรงเรียนชายขอบที่ตั้งอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ครูฮีโร่ ถ่อแพ เดินเท้ากว่าสิบกิโล ​หยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8463" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72168758_2863838280316829_1584222309449728000_o.jpg" alt="" width="1280" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72168758_2863838280316829_1584222309449728000_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72168758_2863838280316829_1584222309449728000_o-300x150.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72168758_2863838280316829_1584222309449728000_o-768x384.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72168758_2863838280316829_1584222309449728000_o-1024x512.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p>โรงเรียนตชด.บ้านโป่งลึกนับเป็นอีกโรงเรียนชายขอบที่ตั้งอยู่ไกลจากอ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ราว 80 กม. ​แต่ถนนช่วง 30 กม.สุดท้ายก่อนถึงโรงเรียนเป็นทางลูกรังที่หากฝนตกก็จะเป็นหลุมเป็นบ่อ ยากต่อการเดินทาง ยังไม่รวมกับช่วงน้ำท่วมจากฝนในเดือน ต.ค. และ จากเขื่อนในเดือน พ.ย. ที่ต้องปิดการเรียนเป็นสัปดาห์</p>
<blockquote><p>“เป็นปกติทุกปีที่น้ำจะท่วมในช่วงเวลานี้ นักเรียนก็เดินทางมาโรงเรียนไม่ได้ ครูเองก็มาไม่ได้ รถส่งอาหารที่จะขนขึ้นมาประกอบเลี้ยงให้นักเรียนก็ขึ้นมาไม่ได้ เราก็ต้องปิดช่วงนี้ พอน้ำลดก็กลับมาเรียนกันใหม่” ครูวง พุกาด ครูวิชาการจากโรงเรียน ตชด. บ้านโป่งลึกเริ่มต้นเล่าถึงบรรยากาศโรงเรียน</p></blockquote>
<p>ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียน 200 กว่าคน ครู 13 คน โดยมีนักเรียนที่ได้รับทุนจากโครงการจัดสรรเงินหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข หรือทุนนักเรียนเสมอภาค จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จำนวน 115 คน ซึ่งมอบให้เด็กครบทุกคน ส่วนทุนที่ให้กับทางโรงเรียนไปจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิตทักษะอาชีพนั้นขณะนี้ได้นำเงินส่วนหนึ่งมาจัดเป็นโครงการอาหารเช้าให้นักเรียน เพราะส่วนใหญ่นักเรียนจะไม่ได้ทานอาหารเช้ากัน</p>
<blockquote><p>“นักเรียนเกือบทุกคนผู้ปกครองจะมารับทุนที่โรงเรียน จะมีเพียงแค่เด็กนักเรียนป.2 คนหนึ่งที่ครูต้องเดินเท้าเอาทุนไปมอบให้เพราะเด็กอยู่กับยายที่สายตามองไม่ค่อยเห็นและน้องชาย ป.1 อีกคน ​พ่อเสียชีวิต แม่อยู่นอกพื้นที่ บางวันก็ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะต้องดูแลยาย ซึ่งครอบครัวนี้ครูมาเยี่ยมหลายครั้ง​ ครั้งก่อนเอาข้าวสารปันจากโรงเรียนไปให้ แต่เมื่อได้ทุนก็ทำให้เขามาเรียนมากขึ้นโดยช่วงนี้หมดหน้าฝนก็ทำให้เด็กเดินทางง่ายขึ้นซึ่งปกติจะต้องเดินเท้าอย่างเดียวใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง” ครูวงอธิบายก่อนเล่าต่อว่า</p></blockquote>
<p>ส่วนใหญ่นักเรียนที่​นี่จะเป็นเด็กฐานะยากจนผู้ปกครองมีรายได้น้อย เกือบทั้งหมดทำสวน ทำไร่ ปลูกกล้วย ปลูกมะนาว มีบางคนที่ออกไปทำงานนอกพื้นที่ สภาพบ้านจะเป็นบ้านไม้ไผ่ หลังคามุงหญ้าคา ​การได้ทุนจาก กสศ. ทำให้เด็กที่ต้องหยุดเรียนเพื่อไปทำงานช่วยผู้ปกครองได้กลับมาเรียนหนังสือมากขึ้น โดยมีกลไกอย่างคุณครูที่จะต้องทำหน้าที่คัดกรองลงเยี่ยมบ้านเด็กเพื่อดูสภาพบ้าน ซึ่งส่วนมากต้องเดินเท้านับสิบกิโลเมตร บางครั้งต้องถ่อแพไป เพื่อนำโอกาสทางการศึกษาไปมอบให้กับเด็กๆ</p>
<blockquote><p>&#8220;พูดตรงๆ ก็ลำบาก​ เอาเรื่องอยู่ บ้านเด็กบางคนน้ำท่วมมาโรงเรียนไม่ได้เราก็ต้องถ่อแพไป 10 กว่าหลัง ส่วนที่เหลือต้องเดินเท้าอย่างเดียวกว่าจะเจอเด็กแต่ละคน บางคนอยู่ไกลมากเดินทางออกจากโรงเรียนไปตอนเช้ากลับมาถึงโรงเรียนตอนเที่ยง ถึงจะยากแค่ไหนก็ต้องไปเพราะเป็นโอกาส​ที่จะได้ช่วยเด็ก ​เราก็รู้สึกดีที่เราได้ช่วยเด็กได้ทุน เด็กไม่ได้มาโรงเรียนเพราะช่วยที่บ้านทำงาน แต่ก็มีกลุ่มเกเร ไม่มาโรงเรียนเราก็เอาทุนตรงนี้ไปบอก ถ้าไม่มาเรียนก็ไม่มีสิทธิได้รับทุนเขาก็กลับมาเรียน“ ครูวง เล่าย้อนขณะลงเยี่ยมบ้านเด็ก</p></blockquote>
<p>สำหรับการลงพื้นที่ครูจะแบ่งกันเป็นบ้าน เช่นครูคนนี้ครอบครัวนี้เพราะแต่ละบ้านก็จะมีนักเรียน อนุบาล ป. 1 ป. 2 ป.3 เพราะจะทำให้ง่ายกว่า ใช้เวลาน้อยกว่า​แบ่งกันเป็นชั้นเรียน​ แต่ปัญหาที่พบช่วงที่ผ่านมาคือ นักเรียนบางคนไม่มีเอกสารบัตรอะไรเลย ทำให้ไม่ได้สิทธิตรงนี้</p>
<p>ครูวงกล่าวเสริมว่า นอกจากเรื่องทุนแล้วทางโรงเรียนยังนำเด็กที่เกเรมากินนอนอยู่ที่โรงเรียนเพื่อให้ใกล้หูใกล้ตาดูแลได้สะดวก มาฝึกอาชีพ ทำงานเสริม ช่วยงานครู เพื่อไม่ให้ไปเกเรเที่ยวยิงนก ตกปลา ลักของคนอื่น ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 20 คน ซี่งครูพยายามสอนกำชับเรื่องระเบียบวินัย ไม่ให้ลักขโมย บางคนก็ดีขึ้น บางคนพอปิดเทอมกลับบ้านเปิดเทอมก็ไม่ยอมกลับมาต้องไปตาม บางคนหายไปก่อเรื่องที่อื่น บางรายก็เอาไม่อยู่ล่าสุดเด็กลักรถครูไปขี่ล้มพังหมด เราก็พยายามช่วยเท่าที่เราจะช่วยได้มากที่สุด</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8465" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72226587_2863838383650152_7375683879279001600_o.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72226587_2863838383650152_7375683879279001600_o.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72226587_2863838383650152_7375683879279001600_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72226587_2863838383650152_7375683879279001600_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/72226587_2863838383650152_7375683879279001600_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b9%88-%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%9e-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2/">ครูฮีโร่ ถ่อแพ เดินเท้ากว่าสิบกิโล ​หยิบยื่นโอกาสทางการศึกษาให้เด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>แม่ผู้หนุนเสริม ‘การศึกษา’ลูก ยอมลำบากแลกเงิน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/singlemom/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Aug 2019 09:43:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์เกียรติ แก้วจินดา]]></category>
		<category><![CDATA[แม่เลี้ยงเดี่ยว]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[นุชจรี ทองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเนินรัก]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6485</guid>

					<description><![CDATA[<p>ถ้ามีโอกาสเลือกเกิดได้จะเลือกเกิดแบบไหนกัน เกิดในครอบคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/singlemom/">แม่ผู้หนุนเสริม ‘การศึกษา’ลูก ยอมลำบากแลกเงิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6487" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67735410_2736316016402390_2354015345225760768_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67735410_2736316016402390_2354015345225760768_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67735410_2736316016402390_2354015345225760768_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67735410_2736316016402390_2354015345225760768_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67735410_2736316016402390_2354015345225760768_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ถ้ามีโอกาสเลือกเกิดได้จะเลือกเกิดแบบไหนกัน เกิดในครอบครัวร่ำรวย ยากจน พอมีพอกิน ฯลฯ หลายคนอาจเลือกเกิดในครอบครัวฐานะร่ำรวยปราศจากความลำบาก แต่นั่นก็แค่ความฝันแค่บทสนทนาในวงอาหาร ช่างแตกต่างกับชีวิตจริงของ นางนุชจรี ทองสุข ในวัย 40 ปี ที่เคยฝันว่าถ้าเลือกเกิดได้ขอเกิดในครอบครัวร่ำรวยไม่ลำบากแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน</p>
<p>นุชจรี เป็นคุณ ‘แม่เลี้ยงเดี่ยว’ ดูแลลูกถึง 2 คน คือด.ช.ปกรณ์เกียรติ แก้วจินดา หรือ น้องจิม อายุ 6 ปี นักเรียนชั้<span class="text_exposed_show">น ป.1 โรงเรียนบ้านเนินรัก จ.เพชรบุรี และพี่ชายที่เรียนอยู่อีกโรงเรียน ครอบครัวเผชิญมรสุมลูกแล้วลูกเล่าจนบอบช้ำ ทั้งเรื่องสุขภาพ การเงิน คุณภาพชีวิต ครอบครัว แต่เธอยังไม่ย่อท้อดิ้นร้นตัวเป็นเกลียวทำงานส่งลูกเรียนหนังสือต่อไป</span></p>
<p>ทุกวันนี้ นุชจรี ไปรับจ้างต้มหมูวันละ 400 ตัวต่อวัน ถึงร่างกายจะซูบผอม ใบหน้าซีดเสียวจากอาการป่วยสมองและผิวหนังติดเชื้อ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทำงานรับจ้างเก็บขยะจนถึงขั้นต้องแอดมิดอยู่โรงพยาบาลเกือบเดือนเต็ม นอนจมอยู่กับความเจ็บป่วยทรมานทุกคืน เหมือนโชคยังเข้าข้างนุชจรีมีบัตรประกันสังคมใช้ยื่นแสดงสิทธิรักษาแลกยามากินบรรเทาอาการจนดีขึ้น แบ่งเบาภาระรายจ่ายลงไปได้มากพอสมควร</p>
<p>อาการป่วยเริ่มดีขึ้นตามลำดับ หลังหมอเจ้าของอาการสั่งห้ามทำงานหนักและพักผ่อนให้เพียงพอ ทั้งยังกำชับหนักแน่นห้ามไปรับจ้างเก็บขยะอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นอาการอาจกำเริบอย่างรุนแรง นั่นกลับดูเหมือนคำท้าทายให้นุชจรีแหกกฎปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น</p>
<p>ถ้าหากเชื่อฟังหมอวันนั้นแล้วอีกสองชีวิตข้างหลังจะอยู่กินอย่างไร ลูกที่เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจต้องมาลำบากอดข้าวอดไปโรงเรียนไม่ได้ ในเมื่อความจนมันต้อนครอบครัวจนหลังติดฝาบ้าน คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวอย่างเธอจำต้องลุกขึ้นทำหน้าที่เสาหลักดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด</p>
<p>ถึงอาการโรคภัยจะยังทรุดๆทรงๆตลอดเวลา ท่าจะสู้ความดื้อด้านของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ไม่ได้เลย ทุกวันยังคงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปรับจ้างต้มหมูที่โรงฆ่าหมูปกติ ทำมานานกว่า 7 ปีแล้ว เฉลี่ยรายได้ต่อเดือนไม่ถึง 3,000 บาท เนื่องจากไม่ได้ไปทำทุกวันบางวันต้องหยุดงานพักร่างกายที่พร้อมแหลกสลายตลอด วันเวลาผ่านไปนุชจรียังทำงานหนักหาเงินมาให้ลูกทั้งสองคนได้ไปโรงเรียนเช่นเดิม</p>
<p>นุชจรี มีเหตุผลสำคัญที่ต้องทำงานหนัก ทั้งฐานะ คุณภาพชีวิต และความคิดที่ว่าตัวเองไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนหนังสือ แม้แต่อ่านออก เขียนได้ ยังไม่เข้าใจ ดังนั้นอย่างน้อยลูกๆต้องได้เรียนหนังสือพาตัวเองไปสู่อนาคตที่ดีกว่าชีวิตของนุชจรีในตอนนี้</p>
<p>ปัจจุบันคุณแม่ของ ด.ช.ปกรณเกียรติ ต้องนำรถจักรยานยนต์คันโปรดไปจำนองไว้ 4,000 บาท ยอมเสียดอกเบี้ยสุดโหดถึงร้อยละ 10 ต่อเดือน นำเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวส่งลูกไปโรงเรียน และรักษาตัวเองจากอาการเจ็บป่วยที่ยังคงลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไร้วี่แววจะหายในเร็ว</p>
<p>วันนี้ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวยังกรำแดดกรำงานหนักอยู่ซ้ำๆแต่ชีวิตไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย เห็นทีคงมีแค่สุขภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงไปตามเวลา สวนทางกับลูกสองกำลังเติบโต และจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อศึกษาเล่าเรียน ด้วยความรักจากสายเลือดทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนนี้ยังมุ่งมั่นตั้งใจทำทุกอย่างให้ลูกได้เรียนหนังสือ</p>
<p>ปัจจุบัน ด.ช.ปกรณ์เกียรติ กำลังได้รับการคัดกรองให้เป็นนีกเรียนทุนเสมอภาค ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. และสามารถช่วยเหลือน้องได้ที่</p>
<p>เลขบัญชี 020161535142 ชื่อบัญชี ด.ช.ปกรณ์เกียรติ แก้วจินดา (เงินสนับสนุนเพื่อการช่วยเหลือพิเศษ) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเขาย้อย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6489" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67644816_2736316203069038_5520157964733775872_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67644816_2736316203069038_5520157964733775872_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67644816_2736316203069038_5520157964733775872_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67644816_2736316203069038_5520157964733775872_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67644816_2736316203069038_5520157964733775872_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /> <img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6490" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67798398_2736316423069016_5073959266960801792_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67798398_2736316423069016_5073959266960801792_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67798398_2736316423069016_5073959266960801792_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67798398_2736316423069016_5073959266960801792_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67798398_2736316423069016_5073959266960801792_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/singlemom/">แม่ผู้หนุนเสริม ‘การศึกษา’ลูก ยอมลำบากแลกเงิน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
