<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Aug 2023 06:19:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120423/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Apr 2023 07:24:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF EAPRO]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD)]]></category>
		<category><![CDATA[ROSA]]></category>
		<category><![CDATA[ESCAP]]></category>
		<category><![CDATA[•]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=66687</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เข้าร่วมเวทีปร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120423/">กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เข้าร่วมเวทีประชุมนานาชาติ ‘Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4’ นำเสนอประสบการณ์ขับเคลื่อนนวัตกรรมการจัดสรรเงินทุนโดยใช้ระบบฐานข้อมูลเพื่อแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยได้รับเสียงชื่นชมจากที่ประชุมให้เป็นต้นแบบการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในระดับนานาชาติ</p>



<p>การนำเสนอดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 เป็นกิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นให้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Asia-Pacific Forum on Sustainable Development (APFSD) ครั้งที่ 10 ซึ่งจัดโดยหน่วยงานด้านการศึกษาและสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) 3 องค์กร ได้แก่ UNESCO Asia and Pacific Regional Bureau for Education (UNESCO Bangkok), UNICEF East Asia and Pacific Regional Office (UNICEF EAPRO) and the UNICEF Regional Office for South Asia (ROSA) ภายใต้การสนับสนุนของ ESCAP</p>



<p>เวทีประชุมนานาชาติครั้งนี้ กสศ. ได้รับเชิญให้ร่วมนำเสนอในช่วง Towards a more resilient education system (เดินหน้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นมากขึ้น) ภายใต้หัวข้อ The equitable and innovative funding model of education funding of the Equitable Education Fund (Thailand) and its programs หรือ รูปแบบการระดมทุนที่เท่าเทียมและเป็นนวัตกรรมใหม่ของกองทุนเพื่อการศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9fcd4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. นำเสนอที่มาและแนวทางการทำงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาประเทศไทย โดยย้ำว่า แนวคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคที่แท้จริงในมุมมองของ กสศ. คือการทำให้เด็กทุกคน ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ ศาสนาใด หรือยากดีมีจนมากแค่ไหน ยังมีโอกาสเข้าถึงหรือได้รับทรัพยากรจำเป็นที่เพียงพอจะทำให้คน ๆ นั้น สามารถพัฒนาทักษะความสามารถของตนที่มีอยู่ไปได้จนสุดทาง ซึ่งหมายความว่า หากเด็กคนนั้นมีความสามารถที่จะเรียนต่อไปในระดับปริญญาตรี ก็จะได้รับความช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้เรียนต่อไปได้จนจบ</p>



<p>ภายใต้แนวคิดดังกล่าว<strong> ดร.ไกรยส</strong> อธิบายว่า สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ แนวทางการปฎิบัติงานที่เน้นผลลัพธ์ (outcome-based approach) และการที่จะให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์ที่ต้องการได้ ย่อมจำเป็นต้องมีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ เพื่อที่จะสามารถจัดสรรเงินทุนที่มีอยู่อย่างจำกัด ให้ส่งตรงไปให้ถึงมือกลุ่มเปราะบาง เด็กยากจน และเด็กยากจนพิเศษ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงจุดมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-040198"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> อธิบายว่า การจัดเก็บข้อมูล แล้วนำมาวิเคราะห์ จัดระเบียบและจัดทำฐานข้อมูลเด็กยากจนทั่วประเทศไทย เป็นก้าวแรกของการแก้โจทย์ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของ กสศ. เพราะข้อมูลที่มีอยู่จะเป็นข้อเท็จจริงที่นำไปใช้หารือกับภาครัฐ ในการระบุตัวเลขเงินทุนและทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดการกับช่องว่างทางการศึกษาที่มีอยู่</p>



<p><em>&#8220;ยิ่งเรามีข้อมูลที่ถูกต้องและผ่านการจัดระบบมาอย่างดีมากเท่าไร เรายิ่งสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นเท่านั้น&#8221;</em> ดร.ไกรยสระบุ</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>ดร.ไกรยส</strong> ยังได้อธิบายถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาประเทศไทยว่าเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อที่รัฐบาลไทยพยายามต่อสู้มาโดยตลอด โดยนับตั้งแต่ปี 2011 รัฐบาลได้จัดสรรเงินทุนเพื่อต่อสู้กับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นปีละ 2,500 ล้านบาท จนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเงินในส่วนนี้กลับไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ทั้งหมด</p>



<p>ต่อมาในปี 2019 ได้มีการก่อตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ขึ้น โดยงบตั้งต้นที่ 2,537 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ใกล้เคียงกันกับเงินทุนเพื่อความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพื่อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับประสิทธิภาพในการจัดการความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิดและแนวทางปฎิบัติในการบริหารจัดการเงินของ กสศ. ที่เน้นการใช้ฐานข้อมูลเป็นตัวบริหารจัดการเงินทุน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่าแท้จริง และเป็นการให้เงินสนับสนุน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ “เด็ก” คนหนึ่ง สามารถเข้าถึงการศึกษาตามศักยภาพที่พึงมี และ “เรียน” ไปได้จนตลอดรอดฝั่ง ทำให้ กสศ. มีข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือและมากเพียงพอที่จะขยายวงเงินอนุมัติจากภาครัฐให้เพิ่มขึ้น คือจาก 2,537 ล้านบาทในปี 2019 มาอยู่ที่ 5,496 ล้านบาทในปี 2020 ตามด้วย&nbsp; 5,652 ล้านบาทในปี 2022 และ 6,073 ล้านบาทในปี 2023</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3184de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ฐานข้อมูลเด็กยากจนของ กสศ. ไม่เพียงแต่ช่วยให้ กสศ. กำหนดงบประมาณที่ต้องใช้และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดแล้ว ฐานข้อมูลดังกล่าวยังช่วยให้กสศ. สามารถนำไปยืนยันกับการจับมือร่วมกันทำงานกับภาคเอกชน ทำให้ภาคเอกชนเชื่อมั่นและประจักษ์ว่าเงินทุนที่บริจาคให้กับทาง กสศ. นั้นส่งตรงถึงมือเด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง</p>



<p>ข้อมูลที่มีจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการทำงานเพื่อแก้โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของ กสศ. เท่านั้น แต่ยังเป็นหลักฐานที่ช่วยพิสูจน์ยืนยันความโปร่งใสของ กสศ. ในอีกทางหนึ่งด้วย</p>



<p>นอกจากนี้ ทาง กสศ. ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องมืออย่างแอปพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ เพื่อช่วยให้ครูจัดเก็บข้อมูลนักเรียน ทำให้ กสศ. ได้ฐานข้อมูลเด็กยากจนในแต่ละพื้นที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำมากขึ้น และฐานข้อมูลนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการติดตามความก้าวหน้าของเด็กนักเรียนในโครงการ ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเหล่านี้หลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนวัยอันควร และให้โอกาสหรือช่องทางในการศึกษาต่อในระดับสูงตามศักยภาพความสามารถของเด็กคนนั้นต่อไป</p>



<p>โดยในท้ายที่สุดแล้ว โอกาสทางการศึกษาที่ทำให้ได้พัฒนาทักษะความสามารถตามศักยภาพจนถึงที่สุด ย่อมทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน ดังนั้น การจัดทำฐานข้อมูลเด็กยากจนจึงเปรียบเสมือนระบบหลักประกันทางการศึกษา โดยฐานข้อมูลของ กสศ. ที่ทำให้ช่วยเหลือนักเรียนที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง ทำให้งบที่นักเรียนที่ได้รับความเช่วยเหลือต่อคนเพิ่มขึ้นถึง 40% อีกทั้งฐานข้อมูลที่เป็นระบบ ชัดเจน และน่าเชื่อถือของ กสศ. จากผลลัพธ์ของการสร้างระบบค้นหาเด็กยากจนและความร่วมมือทุ่มเทจากคุณครูทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย ยังทำให้เมื่อวันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ทางคณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติงบประมาณเพิ่มอัตราอุดหนุนทุนเสมอภาค</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cea961"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ทาง กสศ. ยังได้มีการต่อยอดด้วยการร่วมมือกับภาคเอกชน ซึ่งทำให้ในช่วงปี 2022 ที่ผ่านมา กสศ. ได้รับเงินบริจาคจากภาคเอกชน&nbsp; โดยมียอดเงินทั้งสิ้น 236 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฐานข้อมูลและหลักฐานผลการดำเนินงานที่สร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนว่าเงินที่มอบให้ กสศ. นี้ ได้ใช้ความช่วยเหลือและช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้จริง</p>



<p>ทั้งนี้ นอกจากจะมุ่งให้ความสำคัญ ข้อมูล (data) และองค์ความรู้ (knowledge) แล้ว ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ. ยังให้ความสำคัญกับการจับมือกับภาคีเครือข่ายพันธมิตรในการแบ่งปันประสบการณ์ แลกเปลี่ยนความร่วมมือ และสนับสนุนการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p><em>“ผลสำเร็จของการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ใช่การขับเคลื่อนของ กสศ. แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นผลพวงมาจากความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งรวมถึงหน่วยงานด้านการศึกษาหลัก ๆ ของไทย 6 สังกัดด้วยกันคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาภาคเอกชน กรุงเทพมหานคร และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในการเข้ามาร่วมมือกันขับเคลื่อนเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทย”</em> ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p>งานนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังได้ถามถึงสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำงานของ กสศ. โดย <strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า คือข้อมูลและความน่าเชื่อถือ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ (trust) ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ทำให้การทำงานของ กสศ. เป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c1dcbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมาย ดร.ไกรยส ระบุว่า ช่วงปฐมวัยเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดและเป็นพื้นฐานเริ่มต้นของการพัฒนาทางการศึกษา ดังนั้น การให้เด็กปฐมวัยได้เรียนหนังสือจึงเป็นสิ่งจำเป็น ขณะเดียวกัน ในระหว่างนั้นก็ต้องมีแนวทางปฎิบัติและกลไกเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวปิดท้ายว่า กสศ. ยังคงต้องการและยินดีเปิดรับความร่วมมือ คำแนะนำ และความช่วยเหลือจากเครือข่ายพันธมิตรในทุกประเทศทั่วโลก เพื่อทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหมดไปจากประเทศไทยและทั่วโลก ทั้งนี้ ผู้ดำเนินรายการได้กล่าวชื่นชมการพลิกแพลงนำข้อมูลมาใช้งานของ กสศ. ซึ่งทำให้รู้อย่างชัดเจนว่า รัฐควรนำเงินไปช่วยเหลือเด็กกลุ่มไหนจึงจะเป็นประโยชน์และได้ประสิทธิภาพสูงสุด นับเป็นแบบอย่างที่ดีที่นานาประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะนำไปปรับประยุกต์ใช้ตามบริบทของแต่ละประเทศ รวมถึงเป็นแนวทางในการจัดสรรเงินทุนจากหลายช่องทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการขับเคลื่อนเพื่อยุติความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e54c2d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/07-กสศ.-ร่วมแบ่งปันประสบการณ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับการประชุม <a href="https://en.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/report_on_the_2022_transforming_education_summit.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://en.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/04/report_on_the_2022_transforming_education_summit.pdf">Transforming Education Now and for the Future We Want: TES National Follow-up Actions to move towards the achievement of SDG 4</a> นี้ ถือเป็นเวทีสำหรับประเทศที่เข้าร่วมจากเอเชียและแปซิฟิกในการร่วมกันเพื่อแบ่งปันและเรียนรู้จากแนวปฏิบัติที่ดีและนวัตกรรมที่ได้มีการริเริ่มขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาและจัดการกับวิกฤตการเรียนรู้ การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้านที่ 4 (SDG 4) และตระหนักถึงสิทธิในการศึกษาสำหรับทุกคน</p>



<p>ในที่ประชุม บรรดาวิทยากรที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการศึกษาอื่น ๆ จากภูมิภาค รวมถึง บังกลาเทศ กัมพูชา จีน อินโดนีเซีย ลาว เนปาล ฟิลิปปินส์ และไทย ได้ร่วมหารือเกี่ยวกับการดำเนินการที่สำคัญ นวัตกรรม ความคืบหน้า ปัญหาคอขวด และการจัดหาเงินทุนที่เท่าเทียมกันและมีประสิทธิภาพภายใน กรอบทั่วไปของการสร้างระบบการศึกษาที่เท่าเทียม ทั่วถึง และยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเน้นที่ประเด็นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของการเรียนการสอน: หลักสูตร การสอน และการประเมิน 2) การศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและทำให้ระบบการศึกษามีความยืดหยุ่นต่อสภาพอากาศมากขึ้น และ 3) การเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120423/">กสศ. ร่วมแบ่งปันประสบการณ์บนเวทีนานาชาติ ‘สร้างระบบหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา’ ด้วยนวัตกรรมจัดการทุนจากระบบสารสนเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-lost-generation-251022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Oct 2022 08:41:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะสูญเสียการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[‘หลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[UNESCO Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[Jenelle Babb]]></category>
		<category><![CDATA[Kyungsun Kim]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61236</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักการศึกษาทั่วโลกห่วง ภาวะสูญเสียการเรียนรู้และหลุดจาก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-lost-generation-251022/">การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นักการศึกษาทั่วโลกห่วง ภาวะสูญเสียการเรียนรู้และหลุดจากระบบของเด็กและเยาวชน ชี้ทุกประเทศควรเร่งแผนฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงหลักสูตร – ระบบการศึกษา  ลดวิกฤต lost generation ขณะที่กสศ.-ยูเนสโก จับมือกลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาโลก (EEA) ขับเคลื่อน เร่งแก้ปัญหาการศึกษาระยะฟื้นฟูจากโควิด-19 </p>



<p>กสศ. ยูเนสโก กรุงเทพ ฯ, สำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของยูนิเซฟ (UNICEF EAPRO), ยูนิเซฟ ประเทศไทย, องค์การรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAMEO)  Save the Children มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี และกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 2022 ภายใต้แนวคิด ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน  (International Conference on Equitable Education : Together Towards Equity)   ระหว่างวันที่ 19 &#8211; 20 ตุลาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพ ฯ   มีนักการศึกษา นักพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม กว่า 2,000 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7fc2cd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-01-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า การเร่งฟื้นฟูเด็กและเยาวชนกลับสู่ภาวะปกติ จนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ด้วยแนวทาง All for Education ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์หลักของการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา 2022  ความรู้และประสบการณ์จากการประชุมจะช่วยให้แต่ละประเทศเกิดแผนฟื้นฟูและพัฒนาเด็กที่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เกิดการลงทุนเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืนในระยะยาว  และเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยลดภาวะ ‘Lost Generation’ ซึ่งจะเป็นความสูญเสียที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมไทย และสังคมโลกอย่างมหาศาล</p>



<p>นอกจากนี้กสศ.ยังร่วมกับยูเนสโก จัดการประชุมพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 5  หรือ เครือข่ายกสศ.โลก  (The 5th Meeting of Equitable Education Alliance: Identify Opportunities for EEA Activities) ซึ่งมีผู้แทนจาก 10 องค์กร 12 ประเทศเข้าร่วมการประชุมแบบไฮบริด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์   โดยมีเป้าหมายขับเคลื่อนขยายผลให้เกิดการแก้ปัญหาขึ้นในทุกรูปแบบและทุกระดับขั้นการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางในสังคม ต้องสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f78056"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/ริกา-โยโรซุ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ริกะ โยโรซุ หัวหน้าสำนักงานบริหารและผู้ประสานงาน<br>โครงการระดับภูมิภาค สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยต่างเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ด้านการศึกษาในปัจจุบันเข้าขั้นภาวะวิกฤต การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ช่องว่างความเสมอภาคทางการศึกษาชัดเจนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคด้านทักษะทางดิจิทัลและความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว และการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านการศึกษา ดังนั้น การมีแผนเพื่อฟื้นฟูการเรียนการสอนภายหลังการระบาด และการสรุปบทเรียนเพื่อเรียนรู้จากวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อลดวิกฤต ‘Lost Generation’ ที่กำลังเกิดขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2.jpg" alt="" class="wp-image-61106" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/วรางคณา-มุทุมล2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption>วรางคณา มุทุมล ผู้อำนวยการยุทธศาสตร์ คุณภาพโปรแกรมและผลกระทบ<br>Save the Children</figcaption></figure>



<p>ตัวแทนจากองค์กรต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนแนวทางการทำงาน และการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยให้บรรดาพันธมิตรได้นำไปปรับใช้เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในพื้นที่ของตนเอง โดยรวมเห็นตรงกันว่าให้มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และพัฒนาระบบการศึกษาบนพื้นฐานที่ต้องไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง   นอกจากนั้นยังสนับสนุนการศึกษาในวัยผู้ใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเน้นย้ำว่ากลุ่มการศึกษานอกโรงเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ มีประชากรจำนวนมากจึงต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กลุ่มการศึกษาในระบบรวมถึงแนวทางการจัดสรรเงินทุนเพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา  ส่งเสริมให้เก็บข้อมูลเพื่อให้เงินทุนด้านการศึกษาถูกใช้ไปกับกลุ่มที่ต้องการอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-29d73f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/Ms.-Jenelle-Babb.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Ms. Jenelle Babb ที่ปรึกษาระดับภูมิภาค (การศึกษา)<br>สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพ ฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Ms.Jenelle Babb (คุณ เจนเนลล์ บาบบ์) ที่ปรึกษาระดับภูมิภาค (การศึกษา) สำนักงานยูเนสโก กรุงเทพฯ  กล่าวว่า ภาพรวมของสถานการณ์ทางการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในขณะนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มเด็กเปราะบางเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ขณะที่เด็กทั่วไปก็เผชิญกับความเสี่ยงของภาวะสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss)    จากข้อมูลของสำนักงานสถิติยูเนสโกพบว่า ขณะนี้ มีนักเรียนทั่วเอเชียราว 6.7 ล้านคน ครอบคลุมตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมศึกษา เสี่ยงถูกบีบให้ออกจากโรงเรียนกลางคัน  </p>



<p>เรื่องที่ทุกประเทศต้องดำเนินการเร่งด่วนในเวลานี้ ซึ่งเป็นบทสรุปใน Bangkok Statement 2022  หรือถ้อยแถลงการณ์กรุงเทพฯ 2022  ซึ่งได้รับการรับรองในการประชุมรัฐมนตรีการศึกษาระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 (APREMC-II) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนมิถุนายน 2565 และผลของการประชุมสุดยอดปฏิรูปการศึกษา (TES) ที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติสมัยที่ 77 ที่นครนิวยอร์ก เมื่อกลางเดือนกันยายน 2022 ที่ผ่านมา  คือการเปิดโรงเรียน การฟื้นฟูการศึกษา  สร้างการศึกษาที่ต่อเนื่องเพื่อทุกคน  และการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรและระบบการศึกษา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bd5575"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องทำก็คือ  การเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอน หลักสูตรการศึกษาต้องปรับโดยมุ่งเน้นทักษะพื้นฐานทางสังคมและอารมณ์ และทักษะทางดิจิทัล ซึ่งสำคัญสำหรับโลกในศตวรรษที่ 21 นอกจากมุ่งเน้นวิชาความรู้แล้ว ต้องไม่ลืมที่จะบ่มเพาะทักษะทางชีวิตอื่นๆ เช่น ทักษะความคิดสร้างสรรค์ และทักษะความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อให้เด็กคนหนึ่งสามารถพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพและความถนัดของตนเอง  </p>



<p>“กุญแจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านการศึกษาก็คือหลักสูตรที่ให้ความสำคัญกับความต้องการและความถนัดของผู้เรียน การประเมินโดยให้น้ำหนักที่ความสามารถของผู้เรียนมากกว่าที่จะนำไปเปรียบเทียบกับใคร แต่ขณะเดียวกันก็ต้องหาช่องว่างทางการศึกษาให้เจอเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง ความเสมอภาคเท่าเทียมเป็นสิ่งจำเป็นต้องมีอยู่ในทุกแนวทางของการฟื้นฟูและเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาในครั้งนี้”</p>



<p>การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของไทย และประเทศต่างๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก แม้จะมีปัญหาที่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่องในการจัดการแก้ไข แต่เป็นเรื่องน่ายินดีที่หน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือและลงมือทำอย่างแข็งขัน เพราะมีแนวคิดที่ตรงกันว่า ความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แต่ละประเทศสามารถบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนในปี 2030 ได้  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67fb19"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/คยองซอน-คิม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Ms. Kyungsun Kim (คุณ คยองซอน คิม) ผู้อำนวยการ องค์การยูนิเซฟประเทศไทย (UNICEF Thailand) กล่าวว่า เราจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูการเรียนรู้ที่หายไปตั้งแต่ก่อนและระหว่างการระบาดของโควิด-19 การทำงานและประสานงานร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นของช่วงเวลานี้   ทั่วโลกเพิ่งเริ่มเข้าใจถึงผลกระทบของการแพร่ระบาดโควิด-19 และข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีต่อเด็ก และการเรียนรู้ของพวกเขา  เด็กอายุ 10 ปีจากประเทศยากจนและรายได้ปานกลางไม่สามารถอ่านหนังสือหรือเข้าใจเรื่องราวง่ายๆ ได้ เพิ่มขึ้นจาก 53% เป็น 70%  ซึ่งเป็นทักษะขั้นพื้นฐานจำเป็น จึงบั่นทอนโอกาสที่เด็กคนนั้นจะได้รับการพัฒนาจนเต็มศักยภาพ ทำให้ไม่มีทางเลือกมากนัก และบีบให้ต้องจำยอมตกเป็นเบี้ยล่างและการเอารัดเอาเปรียบของสังคม เช่น หากเป็นเด็กหญิงก็ต้องถูกบีบบังคับให้แต่งงานก่อนวัยอันควร กลายเป็นคุณแม่วัยใสที่ยังไม่พร้อม หรือหากเป็นเด็กชายก็กลายเป็นแรงงานเด็กราคาถูก </p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2.jpg" alt="" class="wp-image-61109" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/04-กสศ.-ผนึกกำลังนานาชาติ-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ผลการศึกษาล่าสุดที่เปิดเผยที่ทางธนาคารโลกจัดทำร่วมกับ UNESCO, UNICEF, กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร (UK government Foreign Commonwealth and Development Office -FCDO), USAID และ มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา เกตส์ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาพบว่า อัตราความอ่อนด้อยทางการเรียนรู้ของเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ในประเทศที่มีการเรียนออนไลน์มาใช้ ส่งผลให้เด็กนักเรียนรุ่นนี้ มีแนวโน้มสูญเสียรายได้ที่ควรจะหาได้จากช่วงชีวิตของตอนถึง 21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเทียบเท่า 17% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) โลกในปัจจุบัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-lost-generation-251022/">การประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ก้าวสู่ความเสมอภาคไปด้วยกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมระดมความเห็นผ่านเวที &#8216;พลิกโฉมการศึกษาไทย&#8217; เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ย้ำเด็กกลุ่มเปราะบางสำคัญที่สุด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-all-for-education-110822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 11 Aug 2022 12:22:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<category><![CDATA[National Consultation for Transforming Education Summit]]></category>
		<category><![CDATA[คยองซอน คิม]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเกรุ อาโอยางิ]]></category>
		<category><![CDATA[สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok Statement 2022]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59212</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติเพ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-all-for-education-110822/">กสศ. ร่วมระดมความเห็นผ่านเวที ‘พลิกโฉมการศึกษาไทย’ เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ย้ำเด็กกลุ่มเปราะบางสำคัญที่สุด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการพลิกโฉมการศึกษา (National Consultation for Transforming Education Summit) ผ่านระบบการประชุมทางไกล&nbsp;&nbsp;โดยมี โดย<strong> นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย นายชิเกรุ อาโอยางิ ผู้อำนวยการ องค์การยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพฯ รศ.ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาการศึกษาหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ รองประธานสายงาน FTI Academy สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย</strong> และ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> และคณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ เข้าร่วม</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ร่วมเป็นส่วนสำคัญกล่าวในหัวข้อแนวทางการพลิกโฉมการศึกษาไทยว่า&nbsp; การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลมีความสำคัญมากต่อการทำงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะประชากรในส่วน 5 &#8211; 10 % สุดท้าย คือกลุ่มที่เราต้องเข้าถึงให้ได้ เพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19 และทำให้พวกเขาได้เข้าถึงโอกาสในการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f37a7d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/06-พลิกโฉมการศึกษาไทย-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;ประชากร&nbsp; 5 &#8211; 10 % นี้ เราเรียกว่า ประชากรในหลักกิโลเมตรสุดท้าย (Last &#8211; mile) ซึ่งทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในภาครัฐหรือภาคเอกชน ต่างทราบดีว่าโจทย์ของหลักกิโลเมตรสุดท้ายเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายมากที่สุดเสมอ เป็นโจทย์ที่จะต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจริง ๆ เราจึงใช้คีย์เวิร์ดสำคัญเรื่อง All for Education เพื่อบรรลุเป้าหมาย Education for All&nbsp; ร่วมกันให้ได้</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่า การบรรลุไปสู่ All for Education จะต้องใช้มาตรการที่หลากหลาย และหลายหน่วยงานมาทำร่วมกัน อย่างมาตรการด้านข้อมูลสารสนเทศ เช่น ถ้าใช้เลข 13 หลักเป็นตัวตั้ง จะทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการบูรณาการทุกสังกัด แม้ทุกสังกัดจะเปิดเทอมใกล้เคียงกัน แต่วงจรในการรวบรวมข้อมูลรายบุคคลไม่เหมือนกัน เช่น ข้อมูลจาก กทม.มี 400 กว่าโรงเรียนก็แบบหนึ่ง เมื่อเปิดเทอมใหม่ เด็กอาจย้ายไปตามไซต์ทำงานของพ่อแม่หรือกลับต่างจังหวัดไป ข้อมูลอาจไปอยู่ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. หรือหายไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ba0d0f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/นางสาวตรีนุช-เทียนทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ฉะนั้นการจะรวบรวมข้อมูลรายบุคคลมาจากทุก ๆ หน่วยงาน สู่ระบบข้อมูลเดียวกันเพื่อตรวจสอบเด็กตกหล่น จึงยังเป็นเรื่องที่ท้าทายเป็นอย่างมาก</p>



<p>ในส่วนของการทำงานด้านกระบวนการเหล่านี้ เมื่อได้ข้อมูลที่ชัดเจนตรงกันแล้ว ก็ไปสู่เรื่องของงบประมาณต่อไป การที่เรามีข้อมูลที่มีตัวตนชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ จะนำไปสู่การจัดสรรงบประมาณไปที่ตัวเด็กอย่างถูกต้องและรายงานผลได้อย่างไม่คลาดเคลื่อน</p>



<p>“ประเทศไทยภายใต้แนวคิด All for Education จะเกิดขึ้นได้ ต้องมีระบบสารสนเทศที่ดี มีแนวทางประสานความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมให้ได้ รวมถึงต้องมีนวัตกรรมทางการเมืองและการคลังด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab1215"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/06-พลิกโฉมการศึกษาไทย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวเสริมว่า เป็นที่ทราบดีว่าเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19&nbsp; การจัดเก็บรายได้ของภาครัฐมีแนวโน้มลดลง แนวทางและมาตรการในการใช้งบประมาณเพื่อลดผลกระทบจากโควิด-19 จึงมีความจำกัด แต่มีมิติที่หลากหลายขึ้น ดังนั้น การสร้างนวัตกรรมทางการเงินการคลังเพื่อดึงเงินจากภาคเอกชน หรือภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาหนุนเสริมกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อทำให้รัฐมีงบประมาณที่เพียงพอในการจัดการศึกษาในภาวะโควิด-19 รวมถึงมีระบบคุ้มครองด้านสังคมต่าง ๆ อย่างครอบคลุมปัญหา</p>



<p>“ประเด็นสุดท้าย ผมจะขอเน้นย้ำตามข้อสรุปที่เคยเสนอไปตั้งแต่เมื่อปี 2563 คือ Area Based Education หรือการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ อย่างจังหวัดที่มีสภาหอการค้าจังหวัด หรือสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เขาจะรู้ความต้องการภาคแรงงาน รู้ความต้องการของทักษะตามแต่ละพื้นที่ต้องการ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-965b1c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/1660238206670-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางคยองซอน คิม ผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการศึกษา จึงต้องเป็นการปักหมุดหมายร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ให้สามารถผลิตบัณฑิตและกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก”</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่า เมื่อขยับการทำงานมาในปี 2564 เรามีการประชุมนานาชาติ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ&nbsp; กสศ. และองค์กรระหว่างประเทศร่วมกันจัด ครั้งนั้นได้มีการเน้นย้ำความสำคัญไปที่เรื่องของครู เพราะภายใต้วิกฤตเป็นช่วงที่โรงเรียนต้องปิดและเปลี่ยนมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์</p>



<p>&#8220;คุณครูคือความหวังสำคัญที่จะช่วยให้การเรียนรู้ยังคงมีอยู่ได้ แต่คุณครูและสถานศึกษาจะเข้าไปอยู่ในระบบออนไลน์ ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญต่อการจะพลิกโฉมทางการศึกษา เพราะในสถานการณ์นี้ เราจะทำแบบเดิมไม่ได้อีก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e0998"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/06-พลิกโฉมการศึกษาไทย-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การแก้ไขปัญหาทั้งหมดจึงเน้นหลักการขับเคลื่อนให้ทุก ๆ ภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา Last mile ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญและเราก็พยายามที่จะให้ข้อสรุปจากข้อตกลงที่เรียกว่า ถ้อยแถลงกรุงเทพฯ 2565 มุ่งสู่การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพสำหรับทุกคนและการพลิกโฉมการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย &#8211; แปซิฟิก (Bangkok Statement 2022) เข้าไปอยู่ในการทำงานในอนาคต ของทั้ง กสศ.และหน่วยงานต่าง ๆ”</p>



<p>ดร.ไกรยส อธิบายเพิ่มเติมว่า ข้อเสนอในถ้อยแถลงกรุงเทพฯ 2565 แบ่งออกเป็นหลายด้าน แต่ที่อยากเน้นย้ำมี 4 ด้าน คือ 1.การเปิดเรียนอย่างปลอดภัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้เรียนทุกคน 2.กลยุทธ์การฟื้นฟูการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ 3.ความเท่าเทียม การครอบคลุมและความเสมอภาคทางการศึกษา และ 4.การลงทุนทางการศึกษาที่ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a97b5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/นายชิเกรุ-อาโอยางิ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชิเกรุ อาโอยางิ ผู้อำนวยการ องค์การยูเนสโก สำนักงานกรุงเทพฯ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การเปิดเรียนอย่างปลอดภัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผู้เรียนทุกคน ที่เราเน้นในด้านนี้เพราะอยากให้ทุก ๆ คนได้นึกถึงน้อง ๆ ในส่วนที่ยังไม่ได้กลับมาสู่โรงเรียน ทุกวันนี้แม้ว่าในโครงการพาน้องกลับมาเรียน ของรัฐบาล เราพาน้อง ๆ กลับมาได้สำเร็จพอสมควรในปี 2564 แต่พอปี 2565 ก็เหมือนวงจรต้องย้อนกลับมาให้เริ่มต้นใหม่</p>



<p>“เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบชื่อทั่วประเทศไปแล้ว หลังจากนี้ทุกโรงเรียนต้องไปติดตามว่ามีเด็กคนไหนที่หายไปจากการตรวจเช็คเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมาหรือไม่ และจะมีการตรวจสอบครั้งต่อไปในวันที่ 10 พฤศจิกายน เราต้องติดตามต่อเนื่อง เพราะการเปิดเรียนอย่างปลอดภัย ต้องให้น้อง ๆ กลับมาได้ เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องมีมาตรการเรื่องการฟื้นฟูการเรียนรู้เป็นรายบุคคล เด็กคนไหนที่มีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ต้องมีการติดตามเป็นรายบุคคล”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-23661a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/ดร.ไกรยส-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การทำงานตรงนี้จะต้องมีระบบติดตามกลุ่มเปราะบาง และอีกสิ่งสำคัญคือ การลงทุนด้านการศึกษา &#8220;นับเป็นครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปีที่เราใช้โอกาสตรงนี้พูดถึงนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีการปรับอัตราให้เด็ก ๆ ทุกคนได้รับงบประมาณอย่างทั่วถึงกัน อย่างไรก็ตาม ยังมีเด็กยากจนอีกกลุ่มที่เปราะบาง ถ้ามีการจัดการให้เด็กกลุ่มนี้อยู่ในเป้าหมายของเรียนฟรี 15 ปีด้วย เราก็จะสามารถขยับตรงนี้ได้เพิ่มเติมในอนาคต การฟื้นฟูให้เกิดความเสมอภาคได้อย่างแท้จริง จะต้องมีการลงทุนทางการศึกษาที่ดีขึ้นด้วยการจัดสรรงบประมาณตามหลักความเสมอภาคและเชื่อมโยงกับแผนคุ้มครองทางสังคมที่เข้มแข็งอย่างมีประสิทธิภาพ&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-all-for-education-110822/">กสศ. ร่วมระดมความเห็นผ่านเวที ‘พลิกโฉมการศึกษาไทย’ เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ย้ำเด็กกลุ่มเปราะบางสำคัญที่สุด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูเนสโก ชี้กสศ. เป็นกลไกปฏิรูป และใช้นวัตกรรมทางการเงิน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-apremc-ii-220622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 23 Jun 2022 05:10:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาเนีย จีอันนีนี]]></category>
		<category><![CDATA[The 2nd Asia-Pacific Regional Education Minister’s Conference]]></category>
		<category><![CDATA[APREMC-II]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57426</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้แทนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc-ii-220622/">ยูเนสโก ชี้กสศ. เป็นกลไกปฏิรูป และใช้นวัตกรรมทางการเงิน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้แทนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) แสดงความชื่นชมไอเดียสร้างสรรค์ในการจัดหาและจัดสรรเงินทุนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษาของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในการจัดการก้าวข้ามอุปสรรคและข้อจำกัดต่างๆ ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายและพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ช่วยเด็กไทยยากจนเข้าถึงการศึกษา พร้อมให้คำมั่นที่จะร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของกสศ. อย่างเต็มที่เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกัน</p>



<p><strong>โดย สเตฟาเนีย จีอันนีนี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษาของยูเนสโก พร้อมด้วย ริกะ โยโรสุ หัวหน้าสำนักงานบริหารของ ยูเนสโกกรุงเทพฯ ได้พบปะและพูดคุยหารือด้านความร่วมมือระดับทวิภาคีกับ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) และ นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้</strong> เมื่อวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา และเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมรัฐมนตรีการศึกษาภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกครั้งที่ 2 (The 2nd Asia-Pacific Regional Education Minister’s Conference (APREMC-II) ที่โรงแรมแชงกรีลา กรุงเทพมหานคร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-365ece"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/unescoeef-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สเตฟาเนีย จีอันนีนี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษาของยูเนสโก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ บรรยากาศการพูดคุยเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ ซึ่งดร.ไกรยส ได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงอธิบายแนวทางการทำงานของ กสศ. นับตั้งแต่ก่อตั้งองค์กรในปี 2018 ว่ามีเป้าหมายพันธกิจหลักคือการลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งคือการดำเนินการสรรหาของกสศ.เอง ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและภาคีเครือข่าย ในภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ทั้งในและต่างประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นในประเทศเสียมากกว่า</p>



<p>สเตฟาเนียรับฟังด้วยความสนใจ และมีการซักถามข้อมูลเพิ่มเติม ก่อนแสดงความเห็นว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญขององค์กรที่ทำงานเพื่อการศึกษาทั่วโลกในขณะนี้ก็คือเรื่องของเงินทุนงบประมาณ ที่โดยหลักแล้วมาจาก 2 ส่วน หนึ่งคือจากรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ และ สองคือจากการบริจาค ซึ่งทั้งสองทางแม้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ก็ไม่ใช้แนวทางที่ยั่งยืน ดังนั้น แนวคิดด้านนวัตกรรมทางการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของกสศ. จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก และยูเนสโกอยากจะใช้เป็นกรณีตัวอย่างให้กับองค์กรอื่นๆ ในหลายประเทศทั่วโลกได้นำแนวคิดของกสศ.ไปประยุกต์ใช้</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า พันธกิจหลักของ กสศ. คือการมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเด็กที่เปราะบางที่สุดในสังคมซึ่งมีอยู่ราว 10%&nbsp;โดยนอกเหนือจากแรงจูงใจด้านสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับภาคเอกชนในการบริจาคเงินสดและการบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ แล้ว หลายบริษัทได้ให้เงินสนับสนุนกสศ. ผ่านโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ที่ กสศ. ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางประสานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ขั้นตอนต่างๆ สำหรับการระดมทุนเป็นไปอย่างราบรื่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a94a4c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/unescoeef-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เรียงจากซ้ายมือ) ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ /<br> ดร.ไกรยส ภัทราวาท  / ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค </figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ หนึ่งในตัวอย่างของการนำนวัตกรรมทางการเงินมาใช้ในรูปแบบโครงการ Zero Dropout ที่ กสศ. ได้ร่วมมือกับ บมจ.แสนสิริ ออกหุ้นกู้องค์กรสำหรับเด็กนอกโรงเรียนได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก หุ้นกู้ดังกล่าวที่ออกเสนอขายหมดในสองนาที มูลค่า 100 ล้านบาท (28.96 ล้านดอลลาร์)</p>



<p>สเตฟาเนีย จีอันนีนี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษาของยูเนสโก กล่าวว่า แต่ละประเทศย่อมมีบริบทแวดล้อมที่ต่างกัน ดังนั้น การบริหารจัดการด้านการศึกษา และการวางระบบการศึกษาย่อมไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ การดำเนินการทุกอย่างต้องมี &#8220;เงิน&#8221; เป็นปัจจัยสนับสนุน และแนวทางการจัดสรรทุนในฐานะองค์กรสาธารณะของ กสศ. ถือได้ว่าเป็นโมเดลที่สร้างสรรค์และมีความน่าสนใจ</p>



<p>&#8220;ฉันพูดซ้ำหลายครั้งในช่วงวันแรกของการประชุม ด้านการทำงานว่าเรามีส่วนร่วมอย่างมากในการริเริ่ม Transforming Education Summit และเสาหลักประการหนึ่งคือการจัดหาเงินทุนเพื่อการศึกษา และ กสศ. เป็นกลไกที่สร้างสรรค์มากๆ ในความคิดของฉันและฉันอยากที่จะเรียนรู้โมเดลนี้อย่างมาก” จีอันนีนี กล่าวก่อนเสริมว่า ต้องการศึกษาโมเดลรูปแบบของการจัดสรรการระดมทุนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ในระดับสากลของ กสศ.เพื่อดูว่าจะสามารถจำลองหรือปรับให้เข้ากับบริบทต่างๆ ในภูมิภาคต่างๆ ได้อย่างไร</p>



<p>นอกจากนี้ ดร.ไกรยส ยังได้เอ่ยถึงอีกหนึ่งรูปแบบการระดมทุนที่เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ กสศ. ได้ดำเนินการร่วมกับกลุ่มบริษัทปตท. ผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีรายใหญ่ของประเทศไทยในการจัดอีเวนต์พิเศษ คือการวิ่งเสมือนจริง (Virtual Run) ผ่านโครงการลมหายใจเพื่อน้อง โดยกลุ่มบริษัท ปตท.จะบริจาคเงิน 250 บาทให้กับ กสศ. สำหรับทุก ๆ กม. ที่นักวิ่งไทยวิ่งได้ทั้งหมดรวม 600,000 กม. เป็นเงิน 150 ล้านบาทได้สำเร็จในเวลาเพียง 6 วัน</p>



<p>ด้วยการทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนกว่า 30,000 แห่งภายใต้การดูแลกำกับของหน่วยงานด้านการศึกษาในประเทศไทยกว่า 30 หน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย และอื่นๆ กสศ.จึงสามารถจัดการโอนเงิน ไม่ว่าจะส่งไปถึงตัวเด็กหรือตัวโรงเรียนต่างๆ ได้โดยตรง ซึ่งปัจจุบัน กสศ.จะมีการโอนเงินแบบมีเงื่อนไขให้กับเด็กที่ยากจนวิกฤติราว 1.3 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-898ea6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/unescoeef-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น ดร.ไกรยส ยังได้กล่าวถึงความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างยูเนสโก กรุงเทพฯ ภายใต้โครงการ Learning Coin เพื่อส่งเสริมนิสัยการเรียนรู้ผ่านการอ่านจากแอปพลิเคชันมือถือ &#8216;LearnBig&#8217; และการโอนเงินสำหรับเด็กๆ ตามความพยายามในการอ่านของน้องๆ ให้น้องๆได้เรียนต่อ ซึ่งทาง ริกะ โยโรสุ หัวหน้าสำนักงานบริหารของ ยูเนสโกกรุงเทพฯ เสริมว่า ยูเนสโก และ กสศ. เป็นพันธมิตรที่ดีเสมอมา และทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะทำงานร่วมกันอย่างดีที่สุด โดยหมายรวมถึงการแบ่งปันบทเรียนที่ได้เรียนรู้เพื่ออนาคตของเด็กๆ</p>



<p>ดร.ไกรยส ยังแสดงเจตจำนงค์ของ กสศ. ที่จะเชื่อมต่อและเรียนรู้จากบทเรียนของประเทศอื่นๆ ในระหว่างการประชุมระดับนานาชาติ เช่น APREMC-II&nbsp; รวมถึงยินดีที่จะมีส่วนร่วมการประชุมนานาชาติต่างๆที่ยูเนโกจัดขึ้นหรืองานประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ กสศ. ยังได้ขยายเครือข่าย Equitable Education Alliance (EEA) ซึ่งเป็นชุมชนนานาชาติของผู้ปฏิบัติงานด้านการศึกษาที่เท่าเทียม โดย กสศ.เป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งร่วมกับยูเนสโกอีกด้วย</p>



<p>“เราตั้งใจที่จะขยายเครือข่ายต่อไป และกสศ. เชื่อว่าสิ่งนี้จะส่งผลดีผลดีต่อส่วนรวมเพื่อที่จะรวมเครือข่ายหน่วยงานด้าน SDG4 และ SDG17 เข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาสำหรับทุกคน เราทุกคนล้วนต้องการการศึกษา เราพยายามใช้คำๆนี้เพื่อส่งเสริมความร่วมมือจากใครก็ตามในประเทศไทยและเครื่อข่ายนานาชาติ” ดร.ไกรยส กล่าวปิดท้าย</p>



<p></p>



<p><strong>สามารถอ่านบทความรูปแบบภาษาอังกฤษได้ที่เว็บไซต์ของยูเนสโก :</strong><br><a href="https://bangkok.unesco.org/content/unesco-and-equitable-education-fund-eef-thailand-reaffirm-mutual-commitment-innovative" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://bangkok.unesco.org/content/unesco-and-equitable-education-fund-eef-thailand-reaffirm-mutual-commitment-innovative">UNESCO and the Equitable Education Fund (EEF) of Thailand reaffirm mutual commitment to innovative financing for equitable education</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc-ii-220622/">ยูเนสโก ชี้กสศ. เป็นกลไกปฏิรูป และใช้นวัตกรรมทางการเงิน แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2022 10:45:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[APREMC2022]]></category>
		<category><![CDATA[sdg2030]]></category>
		<category><![CDATA[Sanna Takala]]></category>
		<category><![CDATA[กุญแจสู่ความเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[John Brooker]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56992</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/">ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในโลก ยังต้องใช้เวลานับทศวรรษในการปฏิรูปเปลี่ยนผ่าน เพื่อวางแนวทางการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตของเด็กเยาวชนในประเทศ รวมถึงความผันแปรจากกระแสการพัฒนาของโลกซึ่งเคลื่อนที่ไปไม่หยุดยั้ง</p>



<p>มาดูกันว่าประเทศอย่างฟินแลนด์ และนิวซีแลนด์ ที่มีแนวทางการจัดการศึกษาคุณภาพสูง ผ่านเส้นทางการผลักดันกฎหมาย และจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษามาอย่างไร ระบบการศึกษาถึงมีรากฐานมั่นคงแข็งแรง จนสามารถกระจายความเสมอภาคไปถึงเด็กเยาวชนในทุกพื้นที่ได้เช่นทุกวันนี้</p>



<p>ขณะที่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้อยู่ในบรรยากาศของการตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการมาถึงของสถานการณ์โควิด-19 ที่เผยให้เห็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำซึ่งนับวันยิ่งถ่างขยายออกไปมากขึ้น ส่งผลให้เด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>



<p>จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องระดมงบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ให้กระจายไปยังทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กเยาวชนที่ไม่ว่าจะเกิดหรืออาศัยอยู่ที่ใดก็ตามในประเทศไทย สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาจนถึงปลายทาง และใช้การศึกษาหยุดวงจรความยากจนที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2e808"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/9LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ</strong></h2>



<p><strong>Sanna Takala ที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์ </strong>กล่าว ว่าประเทศฟินแลนด์ได้ดำเนินการเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษามาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างระบบการกระจายอำนาจจากส่วนกลางถึงระดับท้องถิ่น โดยแต่ละท้องถิ่นจะพัฒนาหลักสูตรขึ้นเองเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ควบคุมกำกับโดยส่วนกลางให้มีมาตรฐานเป็นไปในทางเดียวกันทั้งประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“นิยามความเสมอภาคของการปฏิรูปการศึกษาฟินแลนด์ คือระบบการศึกษาของเราจะไม่มีทางตัน หมายถึงไม่ว่าเด็กเลือกจะเรียนอะไรในแต่ละช่วงชั้น เขาต้องมีช่องทางไปถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลา และต้องเป็นการศึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรีหมดตลอดการศึกษาภาคบังคับในช่วงวัย 7-18 ปี ค่าเล่าเรียนไม่เสีย มีอาหารกลางวัน มีรถโรงเรียนรับ-ส่ง อุปกรณ์การเรียนเพียงพอ</p>



<p>“นอกจากนั้นยังมีปัจจัยช่วยสนับสนุนในส่วนประกอบอื่น ๆ ของการศึกษา มีระบบช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักสูตรได้ 100% หมายถึงไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องเรียนในระดับเดียวกัน แต่เขาต้องได้ไปถึงความสามารถสูงสุดที่ตัวเองทำได้ ขณะเดียวกันยังมีระบบดูแลกลุ่มเด็กต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่นเด็กจากครอบครัวผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านภาษา หรือกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ พิการ โดยทุกกลุ่มจะมีครูผู้ชำนาญเฉพาะทาง (assistant support) มาช่วยดูแลใกล้ชิดเป็นรายบุคคล”</p>



<p>Sanna กล่าวว่า ฟินแลนด์เริ่มกระบวนการวางหลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันตั้งแต่ปี 2008 หลังการหารือในระดับเทศบาลและสถานศึกษา เพื่อวางแนวทางปฏิบัติทั้งในและนอกห้องเรียน โดยระบบจะเอื้อให้ครูสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กได้ทันทีที่พบเค้าลางปัญหา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e721c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/6LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Sanna Takala ที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนา<br>กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากแนวทางที่นำมาใช้ ทำให้ตั้งแต่ปี 2010 ฟินแลนด์มีเด็กที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ด้วยข้อมูลรายคนจากครู ส่งต่อถึงการดูแลร่วมจากทีมสหวิชาชีพ อาทิ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล ฯลฯ ขึ้นอยู่กับช่วงวัยและความต้องการของเด็ก โดยจะมีการวัดประเมินความสามารถเด็กในด้านวิชาการ ก่อนวางแผนช่วยเหลือตั้งแต่ในห้องเรียนเป็นลำดับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของงบประมาณทางการศึกษา แน่นอนว่าจำนวนของเด็กที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษที่เพิ่มขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหักลบกับงบประมาณที่ใช้ในการจัดการศึกษาซึ่งลดลงแล้ว ถือว่าการสนับสนุนการเรียนรู้เป็นรายคน สามารถดำเนินไปได้ โดยไม่กระทบกับการจัดสรรงบประมาณการศึกษารายปี และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า&nbsp;</p>



<p>“หลายปีมานี้ เราได้เห็นแล้วว่าเมื่อเทียบในระดับนานาชาติ นักเรียนของฟินแลนด์มีผลการเรียนที่โดดเด่น เมื่อมองลึกในระดับโรงเรียน โรงเรียนทุกแห่งของเรามีความแตกต่างกันน้อยมาก ซึ่งทำให้เด็กได้คุณภาพการศึกษาในระดับเดียวกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือการศึกษาของประเทศเรามุ่งไปที่การสร้างความพอใจในชีวิต ละลายความแตกต่างห่างกันทั้งในเรื่องของเพศ วิชาที่เลือกเรียน หรือพื้นฐานอาชีพซึ่งเด็กเลือกที่จะทำ อีกทั้งการพัฒนาด้านการศึกษาคือสิ่งที่จะไม่มีวันยุติ เพราะความเสมอภาคเป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลา ด้วยสังคมที่เปลี่ยนแปลง เด็ก ๆ ที่เปลี่ยนไป</p>



<p>“อย่างในสถานการณ์โควิด-19 ฟินแลนด์พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ปิดโรงเรียน และปล่อยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้นานที่สุด ด้วยความท้าทายที่เราทราบว่าเมื่อเด็กหยุดเรียน จะกระทบทั้งเรื่องวิชาการความรู้ รวมถึงระดับความสามารถในการเข้าสังคมของนักเรียนที่ถดถอยตามมา ซึ่งหลังจากนี้ เราต้องนำแง่มุมมิติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาพิจารณา เพื่อถอดบทเรียนมาปรับปรุงให้การศึกษาคุณภาพดำเนินต่อไปได้ในทุกสถานการณ์”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ดัชนีความเสมอภาค’ ช่วยจัดสรรงบตามความต้องการจริง</strong></h2>



<p><strong>John Brooker ผู้จัดการกลุ่มการลงทุนด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศนิวซีแลนด์</strong> ผู้มีบทบาทดูแลเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์หลายด้านของประเทศนิวซีแลนด์ รวมถึงการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในเรื่องนโยบายสาธารณะ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการของนิวซีแลนด์ ได้รณรงค์ผลักดันงบประมาณบนเส้นทางที่ยาวไกล โดยต้องใช้เวลา 5-6 ปี ในการพัฒนาแนวทาง และกว่าการจัดสรรงบประมาณจะทำได้จริง ก็ต้องรออีกเป็นเวลา 4-5 ปีถัดมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11a37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/7LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">John Brooker ผู้จัดการกลุ่มการลงทุนด้านการศึกษา<br>กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศนิวซีแลนด์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การพยายามเพิ่ม ‘ความเสมอภาคทางการศึกษา’ คือสิ่งที่ต่างไปจาก ‘ความเท่าเทียม’ เพราะเราทราบดีว่าเด็กทุกคนในระบบโรงเรียน มีต้นทุนชีวิตแตกต่าง มีระดับความสามารถไม่เท่ากัน ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายในระดับเดียวกัน เราต้องสนับสนุนเพิ่มเติมพิเศษสำหรับผู้เข้าไม่ถึงทรัพยากร เพื่อให้มีกำลังในการพัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น</p>



<p>แนวทางของนิวซีแลนด์คือเน้นทรัพยากรลงไปที่เงินเดือน สวัสดิการ และงบประมาณในการหนุนเสริมการปฏิบัติการของครู&nbsp; อีกส่วนหนึ่งคืองบที่นำไปลงทุนด้านความเสมอภาค โดยเฉพาะการดูแลสถาบันการศึกษาและชุมชน</p>



<p>“เราเสริมงบให้โรงเรียนผ่านระบบ Design System ที่ครอบคลุมทั้งชุมชน โดยคำนึงถึงปัจจัยเศรษฐกิจสังคมที่ลงลึกไปถึงขนาดของบ้าน จำนวนห้องในบ้าน หรือระดับการศึกษาผู้ปกครอง เป็นต้น ปัจจัยปลีกย่อยทั้งหมดนี้ คณะทำงานจะจัดทำเป็นค่าสถิติแห่งชาติในช่วง 5 ปี แล้วนำมากำหนดหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนทุกแห่ง</p>



<p>“การเก็บข้อมูลดังกล่าว จะทำให้สามารถจัดกลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงมองเห็นการเคลื่อนไหวหรือเส้นทางการกระจายของทรัพยากรต่างๆ ดังนั้นเมื่อมีผังร่วมกันว่าเด็กจัดอยู่ในกลุ่มไหน พื้นที่แบบใด เราก็จะรู้ว่าต้องใช้ทรัพยากรอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หมายความว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ประชากรส่วนใหญ่ยังได้รับการศึกษาไม่สูงนัก เราก็จะมีดัชนีชี้วัดที่แสดงให้เห็นว่าเกิดจากอุปสรรคอะไร มีปัจจัยทางสังคมหรือเศรษฐกิจใดที่ทำให้การศึกษาไม่ไปถึงเป้า แล้วถ้าจะยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น จำเป็นต้องเติมทรัพยากรลงไปตรงไหนหรือใช้นวัตกรรมใด”</p>



<p>John กล่าวว่า มีปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างน้อย 37 หัวข้อ ที่เป็นตัวชี้วัดดัชนีความเสมอภาคของประชากรได้ในสถานการณ์ต่างๆ โดยตัวแปรเหล่านี้ถือว่ามีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ความสำเร็จด้านการศึกษาด้วย ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลต่างๆ จะมีการเก็บเพิ่มเติมและอัพเดทให้ทันสภาพความเป็นจริงที่เลื่อนไหลตลอดเวลา และข้อมูลชุดนี้เองจะเป็นตัวแปรที่ใช้ชี้วัดว่าประชากรกลุ่มไหนหรือโรงเรียนใดควรได้รับความช่วยเหลือมากที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ</p>



<p>“การให้ความช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าหรือ target founding ทำให้รัฐบาลมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการวางงบประมาณ และแน่ใจว่าเงินอุดหนุนหรือโปรแกรมต่างๆ ที่ลงไปสู่เด็ก สามารถแจกแจงได้ถูกต้องและแม่นยำเพิ่มขึ้น</p>



<p>“ดัชนีเกี่ยวกับความเสมอภาคเป็นแนวคิดตั้งต้น ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จากการประเมินพบว่าหลังผ่านระยะเริ่มดำเนินการมาแล้ว 3-5 ปี มีโรงเรียนถึง 90% ที่ได้ประโยชน์จากการนำดัชนีเสมอภาคมาใช้ เพราะอย่างไรก็ตาม การวางแนวทางที่เริ่มจากบ้าน ชุมชน เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศ เป็นงานที่ต้องใช้เวลา จำเป็นต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจมีบ้างที่บางโรงเรียนต้องเผชิญปัญหาจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของงบประมาณ แต่ในระยะยาวแล้วจะช่วยในเรื่องการปรับสมดุลงบประมาณ และการกระจายความเสมอภาคที่เห็นผลเป็นรูปธรรมในที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1cb8e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/8LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>องค์กรอิสระที่รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการกระจายความเสมอภาคทางการศึกษา ‘ตัวเร่ง’ ที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่าประเทศไทยต้องใช้เวลากว่า 8 ปี ในการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษา ถือเป็นงานสำคัญที่ใช้เวลายาวนาน ด้วยเกี่ยวพันกับการจัดสรรงบประมาณทุกด้าน อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดการย้อนทบทวนข้อบัญญัติและแนวทางต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงให้สอดรับกับความต้องการของประชากรทุกกลุ่มที่รับผลกระทบ&nbsp;</p>



<p>“ประเทศไทยมีประชากรด้อยโอกาสที่เป็นเด็กวัยเรียนราว 3 ล้านคน ขณะที่ในปัจจัยด้านการศึกษา เราประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานคุณภาพโรงเรียนที่มีความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยมีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ รัฐบาลไทยจึงออก พ.ร.บ. สนับสนุนให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีเป้าหมายสนับสนุนงบประมาณ และสร้างกระบวนการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้เข้าถึงโอกาสมากขึ้น”</p>



<p>“ขณะที่ กสศ. เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ด้วยมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ในการจัดสรรทุนการศึกษา&nbsp; และระดมการทำงานร่วมกับภาคีทุกระดับทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างระบบช่วยเหลือดูแลผู้ด้อยโอกาส ให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง”</p>



<p>ลักษณะพิเศษของ กสศ. คือการระดมทุนสาธารณะเพื่อกระจายความเสมอภาค โดยลดหย่อนภาษีให้กับผู้บริจาคเงินเข้ากองทุน มีการทำงานอย่างเป็นอิสระภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งบอร์ดบริหารของ กสศ. ได้ประกอบไปด้วยสมาชิกหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</p>



<p>“การทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เราสามารถจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ และการพัฒนาด้านวิชาชีพที่จะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับความเสมอภาคที่ยั่งยืน ด้วยการทำงานวิจัย เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ รวมถึงประสบการณ์ ที่จะนำมาช่วยส่งเสริมวาระต่างๆ ให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศของเรา”</p>



<p>“เรามีการลงทุนเชิงนวัตกรรมที่หลากหลาย ร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ มีคณะทำงานที่ตระเวนไปในทุกพื้นที่ตลอดทั้งปี เพื่อให้เห็นปัญหาหน้างาน พร้อมเก็บข้อมูลของเด็กและครอบครัว แล้วนำกลับมาพิจารณาออกแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสมเป็นรายคน การลงพื้นที่หน้างานทำให้เข้าใจว่าอะไรคือรากของปัญหา และค้นพบวิธีการการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้แม้บริบทของพื้นที่มีความแตกต่างกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f60b37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/5LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า กว่าที่กฎหมายเกี่ยวกับความเสมอภาคจะออกมาได้ต้องใช้เวลาถึง 6 ปี แต่เมื่อ กสศ. ทำงานมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรหรือหน่วยงานอิสระ ที่เป็นตัวเร่งสู่ความเปลี่ยนแปลง</p>



<p>แม้ช่วงเวลาสิบปีก่อนใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเคยมีการเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาขึ้นสองเท่า แต่ผลที่ได้กลับบ่งชี้ว่ายังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่มีน้ำหนักมากพอ ดังนั้นรัฐจึงมุ่งมั่นในการยกระดับความเสมอภาค ผ่านการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ เพื่อรับมือกับปัญหาที่หวังผลได้มากขึ้น</p>



<p>“วันนี้การทำงานของ กสศ. ได้แสดงให้เห็นว่าทั้งชุมชนระดับท้องถิ่น หรือประชาคมโลก ต่างมีความสำคัญในการยกระดับความสามารถในการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาไปด้วยกัน</p>



<p>“ด้วยข้อมูล ประสบการณ์ และงานวิจัยต่างๆ ที่ กสศ. รวบรวมไว้ จะไม่ได้มีประโยชน์เพียงในระดับประเทศ หากยังขยายเครือข่ายของรูปแบบการทำงาน ทั้งในฐานะโมเดลเต้นแบบ และการแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาไปยังพื้นที่อื่นๆ ผ่านงานประชุมวิชาการนานาชาติที่จัดต่อเนื่องเกือบทุกปี”</p>



<p>และไม่เพียงแค่งานด้านการศึกษา แต่ กสศ. ยังมีความห่วงใยทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาค โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ดังนั้น การทำงานเก็บข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนในทุกสังกัดในช่วงล็อคดาวน์ จะช่วยระบุชี้กลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ในรูปแบบของการเชื่อมโยงทรัพยากร ซึ่งจะเน้นวางเป้าหมายในช่วงเวลา 1-5 ปีข้างหน้า ที่ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการข้ามผ่านการศึกษาช่วงชั้นรอยต่อของนักเรียนที่ขาดแคลนโอกาส อันมีข้อมูลสถิติยืนยันว่าเป็นช่วงชั้นที่มีเด็กเยาวชนหลุดออกไปจากระบบการศึกษามากที่สุด เพื่อให้เกิดการทำงานระหว่างหน่วยงาน ระหว่างสถาบันการศึกษา จนถึงภาคธุรกิจเอกชน ที่จะช่วยรองรับเด็กเยาวชนทุกกลุ่มให้มีเส้นทางอนาคตต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/">ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เร่งลงมือฟื้นฟูหลังโควิด” ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทยสร้างการศึกษาที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-apremc2020-1/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 02:24:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[APREMC2022]]></category>
		<category><![CDATA[sdg2030]]></category>
		<category><![CDATA[sgd4]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56515</guid>

					<description><![CDATA[<p>นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการองค์กรวิทยาศาสตร์ วัฒนธรร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-1/">“เร่งลงมือฟื้นฟูหลังโควิด” ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทยสร้างการศึกษาที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการองค์กรวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก</strong> กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 (การศึกษา 2030) ครั้งที่ 2 หรือ APREMC II</p>



<p>ซึ่งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมสนับสนุน กระทรวงศึกษาธิการ องค์การยูเนสโก องค์การยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน 2565 ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-403608"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่สำคัญที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในด้านการศึกษามาร่วมหารือแนวทางปฎิบัติเพื่อฟื้นฟูระบบและกระบวนการศึกษาของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกหลังได้รับผลกระทบความเสียหายอย่างหนักหน่วงจากวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด -19</p>



<p>นายชิเงรุ ชี้ว่า การระบาดของไวรัสโควิด -19 เป็นทั้งแรงกระตุ้นและแรงผลักดันที่บีบเค้นให้ระบบการศึกษาของทุกประเทศทั่วโลกต้องก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างเร่งด่วน ทุกประเทศทั่วโลกได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในด้านการศึกษา ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นกำลังหลักที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการพัฒนาระบบการศึกษาตามแนวทางและเป้าหมายด้านความยั่งยืนมาอย่างยาวนาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-93516b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกทั้งในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ไทยก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ไทยเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมของยูเนสโกในการยกระดับคุณภาพการศึกษา ไทยได้แสดงให้เห็นความพยายามและความตั้งใจที่จะฝ่าฟันวิกฤตการศึกษาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อให้นักเรียนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ครูเองก็ได้รับการฝึกฝนทักษะทางดิจิทัลเพื่อนำมาใช้ในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กๆ</p>



<p>ขณะนี้ การระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้คลี่คลายไปแล้ว แต่ความเสียหายทางการศึกษายังคงทิ้งร่องรอยไว้อยู่ ดังนั้นสิ่งที่สมควรทำในเวลานี้ก็คือการเร่งลงมือฟื้นฟูการศึกษาที่สูญไป ควบคู่ไปกับการปรับปรุงพัฒนาระบบการศึกษา ที่ต้องการการบูรณาการผสมผสานศาสตร์และทักษะต่างๆ ในการสอนให้แก่เด็กๆ มากขึ้นกว่าเดิม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d5479"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/03-ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งเชื่อว่าไทย จะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพที่จะแสดงให้เห็นตัวอย่างของระบบการศึกษาคุณภาพและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกแห่งนี้ โดยยูเนสโกเตรียมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับไทยและนานาประเทศในการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อสร้างแนวทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตและยั่งยืนตามแนวทาง SDG4</p>



<p>สำหรับการประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะได้แนวทางการฟื้นฟูการศึกษาแล้ว ก็หวังให้ทุกฝ่ายได้ทางออกที่ไปสู่การสร้างพื้นที่การศึกษาเพื่อการเรียนรู้สำหรับทุกคน โดยเชิงรุก หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมสุดยอดในครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ในทางบวกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-1/">“เร่งลงมือฟื้นฟูหลังโควิด” ยูเนสโกมั่นใจประเทศไทยสร้างการศึกษาที่ยั่งยืนของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/8899-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2020 09:50:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและสวัสดิการมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[savethechildren]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิโร่ มิยาซาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[equitable education alliance]]></category>
		<category><![CDATA[SDG17]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[โธมัส ดาวิน]]></category>
		<category><![CDATA[EEA]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18101</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8899-2/">ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18103" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>ไทยจับมือนานาชาติ </strong><strong>ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; </strong><strong>ชวนทั่วโลกเดินหน้า </strong><strong>All For Education หรือ </strong><strong>ปวงชนเพื่อการศึกษา</strong><strong> เร่งแก้ความเหลื่อมล้ำให้สำเร็จ &nbsp;เพื่อเด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา </strong><strong>ยูเนสโก คาดหวังกสศ.ไทย</strong><strong>เป็นต้นแบบและเสริมพลังให้ประเทศอื่นๆในภูมิภาคขยายผล</strong></p>
<p>วันที่11กรกฎาคม 2563 ที่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ปทุมวัน กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงมหาดไทย, UNESCO, UNICEF และ savethechildren&nbsp; จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปวงชนเพื่อการศึกษา” เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน เป็นวันที่สอง&nbsp; หลังจากระดมสมอง 60 ยอดนักคิด ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา นักปฏิรูป ผู้กำหนดนโยบายที่มีอิทธิพลต่อวงการศึกษาทั่วโลก ร่วมหาทางออกปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีผู้เข้าร่วมฟังการประชุมในรูปแบบออนไลน์มากกว่า 2,500 คนจาก 79 ประเทศ</p>
<p>นายอิชิโร่ มิยาซาวะ ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทย กล่าวอภิปรายหัวข้อ “เครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาอัตราเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในระดับชั้นประถมและมัธยมต้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ถึงแม้จะมีความพยายามของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหา ยิ่งเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 &nbsp;ก็ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นไปอีก การแก้ปัญหานี้ เราต้องหยุดทำงานในรูปแบบเดิมที่เคยทำมา ต้องคิดใหม่และทำใหม่เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุด</p>
<p><figure id="attachment_18104" aria-describedby="caption-attachment-18104" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18104 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18104" class="wp-caption-text">นายอิชิโร่ มิยาซาวะ ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>“การพูดคุยกันอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ จะต้องมีกฎหมาย มีพระราชบัญญัติที่ออกมาอย่างชัดเจน และที่สำคัญต้องมีงบประมาณที่ลงทุนกับเรื่องนี้อย่างคุ้มค่า มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นนวัตกรรมด้วย ซึ่งเครือข่ายความร่วมมือต้องช่วยกันคิดว่าถ้างบประมาณไม่มาก จะทำอย่างไรให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ได้จริง ต้องวัดผลได้ว่ามีความสำเร็จอะไรเกิดขึ้น ต้องสร้างความเสมอภาคและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เห็นผ่านฐานข้อมูลและสถิติให้ได้”</p>
<p>นายอิชิโร่ กล่าวว่า ขณะนี้เราได้ทำงานร่วมกับหลายประเทศภายใต้เครือข่าย equitable education alliance หรือ EEA เช่น ประเทศไทย อังกฤษ แคนาดา มาเลเซีย&nbsp; ฟินแลนด์ เกาหลี พบว่าแม้แต่ในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดอย่างฟินแลนด์ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมในระบบการศึกษาด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเครือข่ายที่จะต้องส่องแสงสว่างให้เห็นว่าตรงไหนคือความสำเร็จ</p>
<p>“ผมเชื่อว่าประเทศไทยเป็นผู้นำในเรื่องนี้เพราะประเทศไทยเริ่มพูดเรื่องนี้แล้วมีหน่วยงานที่จะมาแก้ปัญหาโดยตรง ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นดาวส่องแสงให้ประเทศอื่นได้เห็น&nbsp; หากมองไปในทวีปเอเชีย ยังไม่มีองค์กรแบบ กสศ. เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำสูง เราชื่นชมประเทศไทย และจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดูเหมือนจะทำให้เด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษามากขึ้น แต่ในทางบวกจะเป็นพลังให้การทำงานของ กสศ. กับภาคีเสริมพลังกันมากขึ้นที่จะขับเคลื่อนความเสมอภาค หลังจากที่ได้มีการหารือในเวทีนานาชาติ คาดหวังว่าจะเห็นนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำจาก กสศ. ตั้งแต่ตอนนี้ จนถึง 10 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และรัฐบาลประเทศอื่นๆ ดำเนินการตามประเทศไทยมากขึ้น”&nbsp; ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทยกล่าว</p>
<p>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการการจัดประชุม วิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา กล่าวว่า เป็นความท้าทายในโอกาสครบรอบ 30 ปีปฏิญญาจอมเทียน ที่มีผู้นำการศึกษาทั่วโลกเกือบ 200 คน แสดงเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่เป็นจุดกำเนิดของ คำว่า Education For All หรือการศึกษาเพื่อปวงชน&nbsp; ที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชนทุกคนที่สามารถเข้าถึงและสำเร็จการศึกษาระดับประถมได้ 100% อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ แต่ทั่วโลกยังไม่สามารถขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ และเราเดินทางมาถึง10 ปีสุดท้ายแห่งการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG17 ด้านการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่จะต้องเกิดขึ้นภายในปี 2573 ทำให้ในการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย และอยู่ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 เป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน จึงถูกเปลี่ยนเป็น ปวงชนเพื่อการศึกษา หรือ All For Education</p>
<p><figure id="attachment_18105" aria-describedby="caption-attachment-18105" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18105 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18105" class="wp-caption-text">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p>ที่ปรึกษา กสศ.กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำแก้ไขได้ ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันเปลี่ยนแปลง &nbsp;ร่วมกันยกระดับความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ การปรับปรุงแก้ไขกรอบกฎหมาย นำเทคโนโลยี นวัตกรรมการเงินการคลัง และการเก็บข้อมูลสารสนเทศช่วยให้เด็กๆเข้าถึงการศึกษามากขึ้น การพัฒนาแพลตฟอร์มการเข้าถึงการศึกษาแบบไร้พรมแดน การพัฒนาครู ที่สำคัญคือภาครัฐของประเทศต่างๆ ต้องให้ความร่วมมือเพิ่มการลงทุนสำหรับการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง</p>
<p>“แนวทางใหม่ที่สำคัญ คือ เราต้องช่วยกันทำให้การศึกษาไปถึงเด็ก ไม่ว่าพวกเขาจะมีปัญหาและความต้องการอะไรในทุกสภาพสังคม ไม่ใช่ให้เด็กต้องเข้าหาการศึกษาอย่างในอดีต หรือต้องไปโรงเรียนเท่านั้นถึงจะได้รับการศึกษา นี่เป็นการเปลี่ยนมโนทัศน์ครั้งใหม่ที่จะช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นกัน”</p>
<p>นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า ผลการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน &nbsp;รวมถึงความเสมอภาคทางการศึกษา ถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา รวมถึงการพัฒนาครู เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้นักวิชาการหลายท่านต่างเห็นตรงกันว่าไม่มีสูตรรวมในการแก้ปัญหาด้านการศึกษา สำหรับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ไม่มีผลกระทบต่อการประกาศเจตนารมณ์ กลับเป็นตัวเร่งให้เห็นภาพการแก้ไขปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาให้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่บีบให้ทุกคนต้องปรับตัว ในอนาคตไม่ว่าจะมีผลกระทบจากโควิด-19 รอบสองหรือไม่ ศธ.เตรียมรับมือไว้แล้ว พร้อมมอบหมายให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด</p>
<p><figure id="attachment_18106" aria-describedby="caption-attachment-18106" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18106 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18106" class="wp-caption-text">นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)</figcaption></figure></p>
<p>“การได้แบ่งปันข้อมูลด้านต่างๆร่วมกัน ก่อให้เกิดพันธมิตรใหม่ สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระยะยาวได้ ส่วนผลสรุปจากการประชุมวิชาการจะเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปเสนอในที่ประชุมการศึกษาโลก (Asia and Pacific Regional Bureau for Education) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม” รองปลัดศธ. กล่าว</p>
<p>นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า หากจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ได้ เราต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการทางการศึกษา เพราะรูปแบบในปัจจุบันนี้ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเวลาอันรวดเร็วตามที่เราต้องการเพื่อให้ถึงเป้าหมายของ SDG4 ได้&nbsp;&nbsp; ขอย้ำว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนทั้งระบบการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมถึงในตัวของพวกเราเองด้วย ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถให้คำตอบได้กับทุกปัญหา &nbsp;ต้องทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายเพื่อช่วยหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน เพราะบางคำตอบอาจจะมีใครทำไว้อยู่แล้วก็ได้ และไม่เพียงแค่การจับมือกับเครือข่ายเดิมๆ แต่เราต้องไปจับมือกับเครือข่ายใหม่ๆที่เราไม่คุ้นเคย การเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ในหัวใจของทุกๆ อย่างที่เราทำจากนี้เป็นต้นไป</p>
<p><figure id="attachment_18107" aria-describedby="caption-attachment-18107" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18107 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18107" class="wp-caption-text">นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>“สถานการณ์โควิด-19 จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ และกระทบต่อการหางานของคนรุ่นใหม่ ยูนิเซฟตระหนักว่าการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากกว่าสิ่งอื่นใด ไม่มีห้วงเวลาไหนสำคัญไปกว่าตอนนี้แล้วที่เราจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา”</p>
<p>นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความหวังของเราคืออยากเห็นเด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษา สามารถเป็นผู้นำทางสังคมหรือผู้นำของประเทศ จากสถิติ เด็กเข้าถึงโอกาสการศึกษาน้อยลง ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้เด็กเหล่านี้หลุดออกนอกระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น จากปัญหาทั้งหมด ขอเสนอแนวทางแก้ปัญหา จาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้</p>
<p>1.มีกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค<br />
2.มีทุนการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยเฉพาะ<br />
3.มีสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ<br />
4.มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพและแม่นยำ เพื่อนำเงินทุนที่มีไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><figure id="attachment_18109" aria-describedby="caption-attachment-18109" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18109 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18109" class="wp-caption-text">นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>โดยขณะนี้มีภาคีเครือข่ายร่วมทำงานกับยูเนสโกจำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ อเมริกา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ไทย อังกฤษ แคนาดา มาเลเซีย และยังมีองค์กรระดับนานาชาติที่ร่วมทำงานเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม</p>
<p>“ในทางปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม 1.ควรมีข้อมูลที่มีคุณภาพและนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูล 2.การนำแนวคิดไปปรับใช้เป็นนโยบายและสื่อสารกับประชาชน 3.สร้างเครือข่าย และ4.สนับสนุนเครื่องมือทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม” นายชิเงรุ&nbsp; กล่าว</p>
<p>นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การประชุมนี้ถือเป็นจุดเริ่มสำคัญที่เครือข่ายและบุคลากรทางการศึกษาจะนำข้อมูลไปใช้พัฒนาการศึกษาของประเทศตน หากย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ไทยมีปัญหาเรื่องการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม เราจึงพยายามใช้ข้อมูลและนวัตกรรมในการแก้ปัญหามาโดยตลอด โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไม่ถึงการศึกษาเป็นกลุ่มแรก จนสามารถช่วยเหลือเด็กๆให้เข้าถึงการศึกษาได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่เกิดขึ้น ใช้เวลาถึง 8 ปีที่รัฐบาลจะจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในปัจจุบัน</p>
<p><figure id="attachment_18110" aria-describedby="caption-attachment-18110" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18110 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18110" class="wp-caption-text">นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ.</figcaption></figure></p>
<p>“วันนี้หลายประเทศเริ่มแก้ปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาได้ดีขึ้น แต่ผมมองว่า หากในอนาคต ทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดทั่วทั้งโลก จึงควรนำฐานข้อมูลที่แต่ละประเทศมีอยู่แล้วมาพัฒนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ ซึ่งกสศ.เองได้ร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน จัดตั้งเป็นกองทุนกลางเพื่อทำงานร่วมกันและเชื่อมโยงเครือข่ายในประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต” นายสุภกร กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8899-2/">ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
