<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%84/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 24 Jun 2022 00:49:05 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>พาน้องกลับมาเรียน นโยบายรัฐบาล งานของทุกฝ่าย ความหวังสุดท้ายฝากไว้ที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-back-to-school-240622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 00:49:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57540</guid>

					<description><![CDATA[<p>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กองทุนเพื่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-back-to-school-240622/">พาน้องกลับมาเรียน นโยบายรัฐบาล งานของทุกฝ่าย ความหวังสุดท้ายฝากไว้ที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวในการเสวนาหัวข้อ “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน” โครงการพาน้องกลับมาเรียนเปิดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในช่วงชั้นรอยต่อ จัดไปเมื่อวันจันทร์ 20 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ลานกิจกรรม ชั้น 13 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยกล่าวสะท้อนประสบการณ์จากการลงพื้นที่ ว่า</p>



<p>จากการลงพื้นที่ 4 จังหวัด ได้ตามไปดูเคสต่างๆ ประมาณ 170 เคส พบว่าเปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึงโรงเรียน ซึ่งหากไม่มีการช่วยเหลือจาก กสศ.กับอีกหลายๆ หน่วยงาน เด็กเหล่านี้จะหลุดจากระบบการศึกษาทั้งหมด โดยเด็กกลุ่มที่ว่านี้ มีอัตลักษณ์พิเศษที่ครูและผู้บริหารสังเกตและได้พบเหมือนกัน</p>



<p>“อัตลักษณ์ของเด็กยากจนที่มีลักษณะร่วมกัน เราเรียกว่ายากจนเงียบ จนแบบเงียบเชียบ คือเด็กเหล่านี้เขาจะเสียงเบา ถ้าไม่เข้าไปใกล้ๆ ก็จะไม่รู้เลยว่าเขาพูดอะไร เขาจะเงียบ จะไม่ค่อยพูด ถ้าพูดก็พูดน้อย แต่จะสื่อสารด้วยสายตาที่เศร้า เศร้ามากๆ ถ้าเราถามเขาไปไม่เกินสามนาที น้ำตาเขาจะเริ่มคลอเบ้าแล้ว แล้วถ้าถามเอาจริงๆ จังๆ ในที่สุด เขาก็จะร้องไห้”</p>



<p>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันค้นหาเด็กกลุ่มนี้ให้เจอ เพราะในตัวเด็กแต่ละคน มีข้อมูลหลายๆ เรื่องซึ่งคนที่เกี่ยวข้องจะต้องรับฟัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67a217"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-ดรไกรยส21june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กกลุ่มนี้มีข้อดีคือ เป็นเด็กดี ใฝ่ดีและตั้งใจเรียน มีความกตัญญูกตเวที มีความอุตสาหะ มีความเสียสละ”</p>



<p>อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้ค้นพบเพิ่มเติมคือครอบครัวของเด้กเหล่านี้ล้วนมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ทำให้ไม่มีเงินส่งเสียบุตรหลานได้ ยิ่งเมื่อพิจารณาค่าใช้จ่ายทางการศึกษาในช่วงเปิดเทอม โดยค่าใช้จ่ายของนักเรียนในสังกัด กทม. ตกประมาณคนละ 37,257 บาท แต่ถ้าเป็นต่างจังหวัดจะอยู่ที่ประมาณคนละ 17,832 บาท</p>



<p>“เพราะฉะนั้นเด็กกลุ่มนี้ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องรายได้ โอกาสหลุดจากระบบการศึกษาก็จะมีสูงมาก เพราะจะไปต่อได้ยาก จากข้อมูลเด็ก 170 คน พบว่า 91 คน ไม่เคยได้รับทุนการศึกษาเลย เพราะเขาเป็นคนเงียบ เขาไม่แสดงตน ถ้าครูไม่พินิจ ไม่เจาะลึก ไม่เห็นแววตา ไม่รับรู้ว่าทำไมเขาถึงได้มาโรงเรียนด้วยอารมณ์ที่ปนเศร้าอย่างนี้ เราจะไม่มีทางรู้เลย”</p>



<p>ประเด็นที่ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา คือเด็กกลุ่มนี้มีปัญหาซับซ้อน มากกว่าหนึ่งปัญหา อาทิ ปัญหาพ่อแม่ผู้ปกครอง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แต่มีรายได้ลดลง ไม่สามารถอุปการะลูกหลานได้ พบปัญหานี้สูงถึง 78 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาพ่อแม่หย่าร้าง อีกกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตัวเด็กด้วย ปัญหาจึงมีความซับซ้อนทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องครอบครัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e8d4fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-สมพงษ์24june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กยากจนคนหนึ่งถ้าเราเจอมากกว่า 1 ปัญหา เราจะพบเลยว่ามันซับซ้อนมาก ถ้าคุณครูไม่ตามอย่างถึงที่สุด ชนิดที่พูดคุยและเปิดใจได้ เราก็จะเห็นว่าเด็กก็จะค่อยๆ หลุดจากระบบการศึกษาไปแบบเงียบๆ แบบไม่ค่อยมีความหวัง”</p>



<p>แต่จากการลงไปในพื้นที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์&nbsp; ได้เจอกับครูและผู้บริหารจำนวนมาก ที่ติดตามเด็กไปจนถึงบ้าน ไปถึงกระต๊อบ ที่พัก เข้าไปถึงในครัว ทำให้ได้ไปรับรู้ข้อเท็จจริง และสามารถดึงเด็กกลับมาได้</p>



<p>“นโยบายพาน้องกลับมาเรียนเป็นโครงการระดับพรีเมี่ยม ที่ช่วยเหลือกันทุกภาคส่วน แต่ในระดับภาคการปฏิบัติ ขอยกย่อง ชมเชยผู้บริหารโรงเรียน ที่เอาจริงเอาจังในการติดตามเด็ก เช่นที่ จ.ราชบุรี เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไปแล้วหนึ่งปี ได้มีโอกาสกลับมาเรียนอีกครั้ง”</p>



<p>ข้อเท็จจริงอีกเรื่องที่พบคือการอ่านข้อมูลจากเอกสารเพียงอย่างเดียว อาจทำให้ไม่ได้รู้จักตัวเด็กจริง เพราะข้อมูลอาจมีการคลาดเคลื่อนได้ตามสถานการณ์และช่วงเวลาที่เปลี่ยนไป&nbsp;</p>



<p>“อ่านจากเอกสารบอกว่าเด็กหลายคนวิกฤตอยู่ในขั้นปานกลาง แต่กรณีตัวอย่างจากการลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น กลับพบว่าเด็กกำลังมีปัญหาอยู่ในระดับวิกฤตสุดๆ</p>



<p>เช่น พี่น้อง 3 คน แต่นามสกุลต่างกันหมดเลย สืบเนื่องมาจากปัญหาพ่อแม่วัยใส เด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน แล้วไปแต่งงาน มีลูก มีครอบครัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c337d9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/03-สมพงษ์24june.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การลงไปดูเรื่องเด็กกลุ่มเสี่ยง จึงต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากผู้บริหารการศึกษาด้วย”</p>



<p>“ผู้บริหารโรงเรียนที่มาร่วมในโครงการพาน้องกลับมาเรียน ผมต้องขอนับถือหัวใจท่านเลยนะ ที่ยังยอมรับเด็กกลางคัน แม้เด็กจะออกไปจากระบบการศึกษาแล้ว นับเป็นคุณูปการทางการศึกษามากๆ สำหรับครู ถือว่าช่วงเวลานี้เป็นการได้แสดงบทบาทที่สำคัญที่สุดของวิชาชีพแล้ว”</p>



<p><strong>“การช่วยเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา วันนี้เสียงของครูได้ดังไปถึงกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ว่าต่อไปนี้คนที่ทำงานเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ช่วยให้เด็กได้กลับมามีโอกาส มีชีวิตที่ดี ครูเหล่านี้ต้องได้รับการยกย่อง”</strong></p>



<p>อย่างไรก็ตามการแก้ไขปัญหาเรื่องเด็กหลุดจากระบบการศึกษา เมื่อมีภาคเอกชนมาช่วย จะเห็นการส่งต่อที่ไหลลื่น ทำให้ชีวิตเด็กดีขึ้นมากๆ การทำ CSR ของภาคเอกชนที่เข้ามาช่วยเหลือเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ในปีนี้ทำให้ได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น</p>



<p>“การแก้ปัญหาเด็กยากจนพิเศษคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องทุนอย่างเดียว ยังมีเรื่องอาชีพของพ่อแม่ การแก้ปัญหาเรื่องครอบครัวหย่าร้าง เราจะพบเด็กเรียนช้า เด็กพิการ เด็กที่ซึมเศร้า และอีกเยอะแยะไปหมด ถ้าเราไม่แก้ปัญหาเรื่องสังคม เรื่องครอบครัว เรื่องการมีงานทำ อะไรต่างๆ นี้ ปัญหาทุกสิ่งทุกอย่างก็จะไปลงที่ตัวเด็กหมดเลย”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-back-to-school-240622/">พาน้องกลับมาเรียน นโยบายรัฐบาล งานของทุกฝ่าย ความหวังสุดท้ายฝากไว้ที่ครูและผู้บริหารสถานศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-210622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Jun 2022 10:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สช.]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57146</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กทุกคนต้องได้เรียนต่อ กสศ. ศธ. ตชด. อปท. สช. สร้างกลไกช่วยเหลือและติดตามนักเรียน ในช่วงชั้นรอยต่อ ป.6 และ ม.3 ที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาให้กลับมาเรียน ภายใต้โครงการพาน้องกลับมาเรียน</p>



<p><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> เปิดเผยในเวทีเสวนา “เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง&#8230;โรงเรียน” ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและกระทรวงศึกษาธิการ ว่าในปีการศึกษา 2563-2564 พบมีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 238,000 คน จึงได้ร่วมกับทุกภาคส่วนเดินหน้าติดตามพาน้องกลับมาเรียน ส่งผลให้ปัจจุบันเหลือเพียง 17,000 คนเท่านั้นที่ยังตามกลับเข้ามาไม่ได้ กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งศูนย์ประสานงานตามน้องกลับมาเรียน ติดตามเด็กกลุ่มนี้ให้กลับสู่ระบบการศึกษาอีกครั้ง </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8bb9b5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo2_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การตามนักเรียนให้กลับมาถือว่ายากแล้ว แต่ที่สำคัญกว่าคือทำอย่างไรไม่ให้ต้องหลุดออกไปอีกครั้ง เพราะปัญหาของเด็กที่มีความซับซ้อนมากกว่าแค่ 1 เรื่อง จึงมองแต่ตัวเด็กไม่ได้ แต่ต้องมองไปถึงผู้ปกครองด้วย ทั้งเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสังคม ถ้าจะให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จทุกหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯลฯ จะต้องร่วมกันดูแลอย่างเป็นระบบไปจนถึงตัวผู้ปกครอง ซึ่งโรงเรียนเองก็จะเป็นหัวใจหลักในการประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่”</p>



<p><strong>ในเวทีเสวนา ยังได้ยกกรณีตัวอย่างกลไกการช่วยเหลือ “น้องนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.1 อายุ 14 ปี ซึ่งเคยเรียนอยู่ในโรงเรียนเอกชนสองภาษา มีผลการเรียนระดับดีมาก จากวิกฤติโควิด-19 ส่งผลให้ครอบครัวเกิดปัญหาความยากจนเฉียบพลัน ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึง ทำให้ “น้องนนท์”&nbsp; ไม่มีสิทธิสอบ ไม่มีสิทธิเข้าเรียน จนในที่สุดต้องหลุดจากระบบไป 1 ปีการศึกษา&nbsp; เปิดเทอมปีการศึกษา 2565 มาหนึ่งเดือนแล้วยังไม่ได้กลับไปเรียน</strong></p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี</strong> เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ปัญหาและนำ “น้องนนท์” กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการใช้ “ไทรน้อยโมเดล” โดยทำงานร่วมกันกับศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤติทางการศึกษา กสศ. &nbsp; ด้วยแนวทางรับเด็กเข้าเรียนทันที&nbsp; แม้จะเปิดเทอมมาแล้วกว่า 1 เดือน&nbsp; เพราะเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันที่ยิ่งทำให้เด็กเสียโอกาส ปัญหาที่โรงเรียนเก่าค่อยมาหาทางแก้ไขกันทีหลัง ขอให้เด็กได้กลับมาเรียนก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายรายหัว ค่าหนังสือ และอื่นๆ ทางโรงเรียนไม่ได้คำนึงถึงตรงนี้ เพราะสามารถนำไปเฉลี่ยกับเด็กทั้งหมดได้</p>



<p>“ไทรน้อยโมเดล เป็นระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่มีปัญหา โดยไม่ใช่แค่การพาเด็กกลับเข้าระบบมาแล้วส่งเข้าห้องเรียนแค่นั้น แต่จะมีการสำรวจความพร้อม และความต้องการของเด็กหลังจากหยุดเรียนไป 1 ปี และจัดทำโปรแกรมการฟื้นฟูทุกด้าน โดยความร่วมมือของทุกฝ่ายในโรงเรียน  และมีการประสานนักจิตวิทยาเข้ามาดูแลเพราะการหยุดเรียนไปนานส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจพอสมควร ซึ่งโรงเรียนของเรามีความเชื่อว่าเมื่อเด็กอยากเรียนแล้วเขาก็จะมีพลังบวกในตัวเอง โดยตอนนี้ น้องนนท์ได้กลับมาเข้าเรียนต่อในระดับ ม.2 แล้ว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a23cb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo1_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า การพาน้องกลับมาโรงเรียนได้ จะได้รับการดูแลและสวัสดิการต่างๆ ที่รออยู่ที่โรงเรียน เช่น ทุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ทุนเสมอภาค นมโรงเรียน อาหารกลางวัน&nbsp; ซึ่งครอบครัวก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้ด้วย โรงเรียนจึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายมากกว่าการไปเรียนหนังสือ ดังนั้นการพาเด็กกลับมาได้นับแสนคนจึงถือว่าเป็นคุณูปการต่อตัวเด็ก ครอบครัว และสังคม ซึ่งช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้ในระยะยาว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กสศ. ร่วมกับโรงเรียน 17,432 แห่ง 4 สังกัด (สพฐ. ตชด. อปท. สช.) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมที่นักเรียนยากจนพิเศษ ช่วงชั้นรอยต่อ เคยศึกษาในภาคเรียนที่ 2 /2564 เพื่อติดตามสถานะการศึกษาต่อของนักเรียน และให้กลับมารับทุนการศึกษาลมหายเพื่อน้องที่โรงเรียน เนื่องจากคุณครูมีประสบการณ์ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ติดตามนักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลังเปิดเทอมยังมีเด็กจำนวนมากที่ไปไม่ถึงโรงเรียน หนึ่งในปัญหาที่สำคัญคือปัญหาความยากจนเฉียบพลัน โดยข้อมูลจากการสำรวจพบว่าเด็กนักเรียนใน กทม.ผู้ปกครองจะมีค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมประมาณ 37,000 บาทต่อคน  ต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 17,800 บาทต่อคน ดังนั้นถ้าเราไม่ช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับผู้ปกครอง โอกาสที่เด็กกลุ่มนี้จะได้ไปต่อก็ยากขึ้น และยังพบว่าเด็กที่มีความเสี่ยงหลุดสูงนั้นจะมีปัญหามากกว่า 1 เรื่องทั้งเศรษฐกิจ ครอบครัว การหย่าร้าง และสุขภาพ โดยตัวอย่างการทำงานในหลายพื้นที่ของโครงการพาน้องกลับมาเรียนในวันนี้ทำให้เห็นว่าสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริง แต่หลังจากนี้จะต้องมีนโยบายเข้ามาช่วยป้องกันไม่ให้เด็กหลุดซ้ำ เพราะตอนนี้เราดึงกลับมาได้แล้วกว่า 2 แสนคน ต้องหาทางประคับประคองไม่ให้กลุ่มนี้หลุดซ้ำ สิ่งที่ช่วยได้ก็คือเรื่องของทุน การมีงานทำ และการมีครูที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤติ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-293331"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Photo3_New-เปิดเทอมใหม่-ยังมีเด็กไปไม่ถึง...โรงเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ทุกปัญหาในครอบครัวทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การมีงานทำ ปัญหาสังคม ผลกระทบทุกอย่างจะตกไปอยู่ที่ตัวเด็กทั้งหมด ดังนั้นการแก้ปัญหา จึงต้องเข้าไปแก้ปัญหาถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง จึงมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนที่ต้องมีการกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์ร่วมกันในการดูแล และในภาวะแบบนี้ควรจะต้องพลิกมุมมองจากการดูแลเด็กจากเด็กเก่งและดี เป็นดูให้เด็กรอด และต้องบูรณาการการทำงานของ 4 กระทรวงในทุกๆ พื้นที่ โดย กสศ.จะทำหน้าที่ป้องกันให้พ้นวิกฤติ แล้วส่งต่อให้จังหวัดดูแลต่อในระยะยาว”</p>



<p>“โครงการพาน้องกลับมาเรียน” เป็นการทำงานร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ 14 องค์กร และเอกชน เพื่อสร้างกลไกการค้นหาและติดตามเด็กที่ประสบปัญหาความยากจน พิการซ้ำซ้อน ไม่มีค่าเดินทาง ต้องเสียสละให้น้องเรียน ไม่ได้จ่ายค่าเทอม ไม่มีวุฒิไปเรียนต่อ จนทำให้หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยการร่วมกันพาน้องกลับโรงเรียน&nbsp; โดยมีบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ร่วมสมทบเงินบริจาค 150 ล้านบาท จากโครงการลมหายใจเพื่อน้อง เพื่อช่วยนักเรียนช่วงชั้นรอยรอยต่อที่หลุดนอกระบบ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-210622/">เปิดเทอมใหม่ ยังมีเด็กไปไม่ถึง…โรงเรียน กสศ. ศธ. ปตท. ผนึกกำลังครูทั่วประเทศ ติดตามเด็กยากจนพิเศษชั้นรอยต่อที่เสี่ยงหลุดจากระบบ  ปิดช่องว่างพาน้องกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
