<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เด็กหลุดจากระบบ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 05 Mar 2025 06:51:10 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เด็กหลุดจากระบบ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130225-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 06:50:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91433</guid>

					<description><![CDATA[<p>จังหวัดลำปาง มีตัวเลขเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225-2/">จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จังหวัดลำปาง มีตัวเลขเด็กและเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบการศึกษาอายุระหว่าง 3-18 ปีทั้งหมด 3,663 คน ของเด็กเยาวชนทั้งหมด</p>



<p>ตัวเลขนี้นำมาสู่การค้นหาเพื่อไม่ให้เด็กเยาวชนคนใด เสียโอกาสในชีวิต เครือข่ายงานด้านการศึกษาของจังหวัด บูรณาการการทำงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ตามหาเด็กและออกแบบกระบวนการดูแลช่วยเหลือ ตามไปเคาะประตูบ้าน จนกว่าจะพบตัวเด็กคนสุดท้ายของพื้นที่</p>



<p>ดร.วิบูลย์ ทานุชิต รองประธานสมัชชาการศึกษานครลำปาง เล่าว่า จังหวัดลำปางสามารถค้นหาน้อง ๆ ตามนโยบาย Thailand Zero Dropout ได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีประสบการณ์การทำงาน ด้านการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จนสามารถออกแบบกลไกการทำงานระดับพื้นที่อย่างครอบคลุมทุกด้าน โดยมีศึกษาธิการจังหวัด สมัชชาการศึกษาจังหวัด เป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือให้หน่วยงาน องค์กรและ สหวิชาชีพต่างๆ มาทำงานร่วมกัน</p>



<p>“เรามีประสบการณ์ในการค้นหาเด็กที่หลุดออกจากนอกระบบแล้วก็มีการช่วยเหลือก่อนที่จะมีโครงการ Thailand Zero Dropout ลำปางเคยช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากนอกระบบหรือที่เรียกว่าเสี่ยงหลุดมาก่อน เชื่อมโยงการทำงาน เพื่อครอบคลุมเด็กเยาวชนทุกช่วงวัย ค้นหาและติดตามเด็กกลับเข้าสู่ระบบ และส่งต่อไปยังความช่วยเหลือที่เหมาะสม มีโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียนผ่านฐานข้อมูล&#8221;</p>



<p>&#8220;ทุกฝ่ายทำงานเจาะลึก จนได้ “เกาะคาโมเดล” ที่ทำงานระดับอำเภอเกาะคาแล้วก็เจาะลึกไประดับตำบล จนได้เครื่องมือในการสแกนเด็ก ช่วงปี 2565- 2567 มอบหมายให้ครูในศูนย์เด็กเล็ก ครูในระบบและครูนอกระบบ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้ง อสม. ซึ่งรู้จักเด็ก รู้จักบ้านเด็กแต่ละครอบครัวเป็นอย่างดี สามารถทราบว่าเด็กแต่ละคนเป็นลูกหลานของใคร เรียนหรือทำงานอยู่ที่ไหน ไปอยู่ต่างจังหวัดอยู่ต่างประเทศ บอกได้หมด ดังนั้นเมื่อมีโครงการ Thailand Zero Dropout เรานำบัญชีรายชื่อที่ได้ ไปประชุมระดับตำบล ร่วมกันค้นหาเด็กตามรายชื่อที่ปรากฎ ด้วยกลไกที่เคยใช้ทำงานในพื้นที่ได้ในทันที&#8221;</p>



<p>&#8220;พอเราได้ตัวเลขออกมาว่ามีเด็ก 3,663 ลำปางจึงมีความพร้อมที่จะสแกนว่า 3,663 คนนี้ อยู่อำเภอไหนบ้าง ร่วมมือกัน โดยมีศึกษาธิการจังหวัด สมัชชาการศึกษาจ.ลำปาง และ สกร.รวมทั้งหน่วยงานต่างๆของทั้ง 13 อำเภอ โดยใช้โมเดลเดิมที่เคยดำเนินการในเกาะคาโมเดล จนถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ อำเภอเกาะคา เราสแกนเด็กจนเหลือคนสุดท้าย และได้คำตอบว่าเด็กคนนี้ ย้ายไปตามแม่ไปอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี แต่จากการพยายามติดต่อแม่และเสนอว่าหากอยากให้ลูกกลับมาเรียนต่อ จังหวัดจะช่วยดำเนินการ ให้เด็กกลับมาเรียนที่โรงเรียนเดิมหรือถ้าหากไม่สะดวกที่จะเรียนในระบบปกติก็มีทางเลือกเป็นการศึกษานอกโรงเรียน การศึกษาตามอัธยาศัย หรือเรียนในศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 ทางจังหวัดมีงบประมาณดูแล และมีงานให้ทำ หากต้องการทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย&#8221;</p>



<p>&#8220;ตอนนี้อำเภอเกาะคาเจอตัวเด็กคนสุดท้ายในรายชื่อแล้ว จังหวัดลำปางเหลือสรุปตัวเลขการสำรวจอีก 2 อำเภอ และเมื่อได้ข้อสรุปจากการสำรวจแล้ว เด็กคนไหนที่ครูสกร. หรือสหวิชาชีพที่เข้ามาร่วมกันติดตาม ตามตัวไม่ได้ ทีมของศึกษาธิการจังหวัดและสมัชชาการศึกษาจ.ลำปาง จะช่วยเข้าไปเช็คข้อมูลในเชิงลึกอีกครั้ง เพื่อสำรวจเด็กนอกระบบการศึกษาที่ตกหล่นให้ครบ 100% เราตั้งใจที่จะไปเคาะประตูบ้านเด็กกลุ่มเป้าหมายทุกคน จนกว่าจะเจอหรือทราบคำตอบที่ชัดเจนจากเด็กคนสุดท้าย&#8221;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225-2/">จนกว่าจะพบเด็กคนสุดท้ายที่หลุดจากระบบ คนลำปางจะไม่เลิกล้มค้นหา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กหลุดจากระบบในพื้นที่ อบต.บ่อแดง จ.สงขลา ถูกค้นพบและช่วยเหลือรายคนแล้ว</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-100225-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 10 Feb 2025 06:35:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.บ่อแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ศกร.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา เซ้าท์เทิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมอาสาสร้างสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91428</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลุยกันไปช่วยเด็กๆอย่างต่อเนื่อง พื้นที่อบต.บ่อแดง อ.สทิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100225-2/">เด็กหลุดจากระบบในพื้นที่ อบต.บ่อแดง จ.สงขลา ถูกค้นพบและช่วยเหลือรายคนแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลุยกันไปช่วยเด็กๆอย่างต่อเนื่อง พื้นที่อบต.บ่อแดง อ.สทิงพระ จ.สงขลา มีเด็กนอกระบบการศึกษาจำนวน 30 คน นายกฯอบต.บ่อแดง ร่วมกับ ศกร. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 ศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข ศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา เซ้าท์เทิร์น และสมาคมอาสาสร้างสุข ร่วมขบวนค้นหา ช่วยเหลือและส่งต่อ น้องๆเด็กนอกระบบให้เข้าถึงการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพชีวิต</p>



<p>ล่าสุดวันนี้ ค้นพบและพาน้องๆเข้าสู่โปรแกรมการดูแลแล้วจำนวน 25 คน แบ่งเป็น<br>• กลับสู่อ้อมกอดของโรงเรียน 12 คน<br>• เลือกเรียนศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข ศูนย์การเรียนเซนต์ เทเรซา เซ้าเทิร์น 7 คน<br>• อยู่ในโปรแกรมค้นหาความต้องการ และเพิ่มพูนทักษะชีวิต 4 คน<br>• เรียนต่างประเทศ 2 คน</p>



<p>นอกจากเด็กๆจะได้กลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาแล้ว ชาวตำบลบ่อแดง จ.สงขลายังเยี่ยมบ้านน้อง ๆ และครอบครัว เพื่อประเมินแนวทางการให้ความช่วยเหลือและยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่<br>• การปรับสภาพบ้านให้เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ คนพิการ<br>• การประเมินสิทธิ สวัสดิการพื้นฐาน เพื่อให้เข้าถึงไม่ตกหล่น<br>• การส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้แก่ครอบครัว ร่วมกับการจัดกระบวนการศึกษาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน<br><br>ทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากการได้ลงไปเก็บข้อมูลเด็ก ๆในโครงการ Thailand Zero Dropout ที่ไม่ใช่เพียงการช่วยให้ได้กลับมาสู่เส้นทางการเรียนรู้แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างรอบด้าน เป็นความช่วยเหลือโดยใช้พลังของชุมชน คนละไม้คนละมือช่วยกัน</p>



<p>บ่อแดงโมเดล ตำบลเล็กๆช่วยเด็ก ๆ ได้อย่างครอบคลุม เมื่อย่อขนาดปัญหาจากระดับประเทศ มุ่งจัดการในระดับพื้นที่ เราจะไปถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ชาวอบต.บ่อแดงพิสูจน์ให้เห็นแล้ว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-100225-2/">เด็กหลุดจากระบบในพื้นที่ อบต.บ่อแดง จ.สงขลา ถูกค้นพบและช่วยเหลือรายคนแล้ว</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 04:12:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[RIPED]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาคร]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย]]></category>
		<category><![CDATA[ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน]]></category>
		<category><![CDATA[ณรงค์ รักร้อย]]></category>
		<category><![CDATA[สมุทรสาครโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[Mission Recovering Education in 2021]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48783</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย ช่วยเด็กหลุดจากระบบทุกมิติในช่วงโควิด-19 นำร่องสมุทรสาครโมเดล พื้นที่ต้นแบบ ขณะที่ผู้ว่าฯสมุทรสาครประกาศรักษาเด็กทุกคนให้จบการศึกษาภาคบังคับ และได้รับพัฒนาเต็มศักยภาพ ชี้ต้องแก้ปัญหาด้วยวิธียืดหยุ่น ยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง</strong></p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และจังหวัดสมุทรสาคร จัดการประชุมสานพลังความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษา <strong>“ก้าวไปด้วยกัน สู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน”</strong> เดินหน้าพันธกิจฟื้นฟูการศึกษาไทย เปิดตัวโครงการวิจัยนำร่องฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดนอกระบบ ครอบคลุมทุกมิติ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-45f8c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์<br>ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมและทุนการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลให้ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาถ่างกว้างขึ้น&nbsp; แม้จะมีความพยายามในการนำความรู้ไปถึงเด็กทุกช่องทาง แต่การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียน หรือสภาวะครอบครัวที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ก็ยังเป็นอุปสรรคและทำให้เด็กเผชิญกับภาวะการเรียนรู้ถดถอย และมีบางส่วนที่หลุดออกจากระบบ</p>



<p>จากสาเหตุนี้ กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประเมินสถานการณ์เบื้องต้น นำมาสู่การออกแบบโครงการเพื่อฟื้นฟูความรู้ถดถอย ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพให้เด็ก&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้เป็นโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Research and Development) นำร่องในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปิดเรียนยาวนาน เพื่อหาตัวแบบก่อนขยายผลไปทั่วประเทศ โดยมีงบประมาณส่วนหนึ่งในการสนับสนุน การดำเนินงานจะเชิญชวนสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้ง สพฐ. อปท. และ สช. เข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e0ec"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยรูปแบบที่ให้ความสำคัญกับทักษะด้านคณิตศาสตร์และทักษะการอ่าน ซึ่งพบว่าเป็นทักษะที่มีภาวะถดถอยมากที่สุดในช่วงปิดโรงเรียน และเป็นสองทักษะที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้วิชาอื่นๆ และภายใต้บริบทที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ทักษะสังคม อารมณ์ สุขภาพกาย สุขภาพใจ ก็เป็นสิ่งที่ต้องเติมเต็มและส่งเสริมพัฒนาการไปพร้อมๆ กัน</p>



<p>“เรามีทีมวิชาการที่เข้มแข็งอย่างมูลนิธิสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ที่ทำงานด้านนวัตกรรมการศึกษาระดับสากล มาเป็นโค้ชในการทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด และสถานศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่เป็นเครือข่ายด้านงานวิจัย มาช่วยถอดบทเรียนวิธีการทำงานที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งจะนำไปใช้ขยายผลในอนาคต ดังนั้นสิ่งที่ได้จากโครงการนี้จะไม่ได้ก่อประโยชน์เพียงกับเด็กและเยาวชนในจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่จะเป็นตัวแบบสำคัญที่จะขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ อีกด้วย”&nbsp;</p>



<p>นางสาวธันว์ธิดากล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานด้านการจัดการศึกษาของ กสศ. พบว่า การทำงานระดับจังหวัดถือเป็นการย่อส่วนการทำงานให้แคบลง เป็นการแก้ไขปัญหาของประเทศตามจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่นั้น เพราะทุกจังหวัดต่างมีอุปสรรคปัญหาที่จะนำไปสู่แนวทางการแก้ไขที่ต่างกัน สำหรับจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ที่มีความร่วมมือในระดับจังหวัดที่เข้มแข็ง ซึ่งทาง กสศ. ยูนิเซฟ และกระทรวงศึกษาธิการ จะเข้ามาเสริมในส่วนของการค้นหานวัตกรรมมาช่วย เพื่อให้ไปสู่ผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9f4219"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการ RIPED</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย </strong>กล่าวว่า มีงานวิจัยจากต่างประเทศที่แสดงให้เห็นว่า มีหลักฐานยืนยันของการเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอยในช่วงวิกฤตโควิด-19 สำหรับในประเทศไทย ทางสถาบันได้ร่วมกับ กสศ. ทำงานวิจัยที่เก็บข้อมูลจากเด็กจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พบว่าระดับการเรียนรู้ที่เด็กได้รับในแต่ละวันที่มาโรงเรียนนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปิดเรียนยาวนาน </p>



<p>“ความถดถอยของการเรียนรู้ หมายถึงการเปรียบเทียบทักษะของเด็กในช่วงเวลาการไปเรียนปกติกับการปิดเรียน ซึ่งวัดได้จากเครื่องมือทางสถิติ ซึ่งได้ผลวิเคราะห์หลักว่า การที่เด็กไม่ได้ไปโรงเรียนส่งผลกระทบเชิงลบกับทักษะคณิตศาสตร์ และ Working Memory (ความจำใช้งาน) ซึ่งหมายถึงความสามารถของเด็กในการจดจำข้อมูล และนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อนำกลับมาใช้ อันเป็นทักษะที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กโดยตรง โดยนัยสำคัญอยู่ที่การปิดโรงเรียนที่ยาวนานยิ่งสัมพันธ์กับทักษะที่สูญหายไปเพิ่มขึ้น บางกลุ่มตัวอย่างมีภาวะสูญหายของทักษะมากถึง 90% ข้อมูลเหล่านี้ย้ำเตือนว่าทุกหน่วยงานมีหน้าที่ร่วมกันในการฟื้นฟูความรู้ที่ถดถอย และสร้างแนวทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งยังคงไม่มีความแน่นอน” ดร.วีระชาติกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c51228"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม </strong>กล่าวว่า โควิด-19 คืออุปสรรค แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการค้นหาโมเดลต่างๆ มาพัฒนาการศึกษาให้ปรับตัวเข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการสร้างพื้นที่ต้นแบบการจัดการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายของโครงการจึงมุ่งไปสู่การสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการสถานศึกษา และนวัตกรรมในการบริหารระดับจังหวัด โมเดลที่ดำเนินงานเริ่มต้นจากสนับสนุนให้โรงเรียนสามารถประเมินภาวะการเรียนรู้ถดถอยที่เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับสำรวจความพร้อมและความต้องการของครูและนักเรียน การส่งเสริมขีดความสามารถของครูและโรงเรียน ทั้งด้านเนื้อหา ศาสตร์การสอนและเทคโนโลยี ด้วยวิธี Micro-Learning การเรียนรู้แบบผสมผสานและสั้น กระชับ ในรูปแบบบทเรียนออนไลน์ การอบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษา และยังสนับสนุนปัจจัยพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน รวมถึงเครื่องมือที่จำเป็น จนสามารถพัฒนานวัตกรรมและออกแบบการเรียนรู้เพื่อลดภาวะความรู้ถดถอยให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>สำหรับนักเรียนนั้น เน้นการฟื้นฟูพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียน ผ่านการเรียนการสอนทางไกล การพัฒนาทักษะคณิตศาสตร์ผ่านกล่องการเรียนรู้ หรือ learning box การพัฒนาทักษะสุขภาวะกายและจิตใจผ่านการเรียนการสอนรายบุคคล ครอบคลุมทั้งผู้เรียนปกติและผู้เรียนที่ต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกับครู ผู้ปกครอง และกลไกอาสาสมัครชุมชนร่วมด้วย</p>



<p>“สุดท้ายแล้วเราไม่ได้มีเป้าหมายในการค้นพบสูตรสำเร็จที่จะนำไปใช้ได้กับทุกที่ แต่ต้องทำให้ครูในทุกพื้นที่มีความสามารถพัฒนาโปรแกรมฟื้นฟูความรู้ถดถอยให้แก่นักเรียน สามารถออกแบบนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสมในทรัพยากรที่จำกัด ซึ่งเราจะศึกษาทั้งความสำเร็จและล้มเหลวเพื่อนำมาขยายผลแบ่งปันระหว่างพื้นที่” ดร.นรรธพรกล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf2e8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงปลายปีการศึกษา 2/2562 จนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อครัวเรือนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียนทั้งทางตรงและอ้อม&nbsp;</p>



<p>ครัวเรือนยากจนลงทำให้เด็กและเยาวชนเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนเพิ่มขึ้น เด็กจำนวนมากออกไปประกอบอาชีพและหาเลี้ยงครอบครัว หรือหากยังคงอยู่ในระบบการศึกษา แต่สถานศึกษาหรือครูอาจยังไม่ได้มีความพร้อมจัดการสอนในสถานการณ์ที่วิกฤตและมีข้อจำกัด เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ 100% การขาดอุปกรณ์สื่อกลางการเรียนรู้และหลักสูตรที่เหมาะสม ปัจจัยความพร้อมของเด็กที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กและเยาวชนเกิดภาวะการเรียนรู้ถดถอย และยังมีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบไป&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ของ กสศ. จังหวัดสมุทรสาครมีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษจำนวน 3,189 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่อยู่ในครัวเรือนฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 ของประเทศ มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกในครัวเรือนต่อคนต่อเดือน 1,077 บาท หรือราว 36 บาทต่อวัน หรือ 12,924 บาทต่อปีเท่านั้น หากดูตัวเลขเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่มาก โดยกลุ่มที่ต้องเฝ้าจับตาคือ เด็กในวัยเรียนกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อทางการศึกษามีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นในปี 2564-2565 และเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาตามแต่ละช่วงวัย จำนวน 10,551 คน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5968fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร </strong>กล่าวว่า หนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสมุทรสาครในยุคโควิด-19 คือการพยายามรักษาเด็กเยาวชนทุกคนให้สำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และมีโอกาสที่เสมอภาคในการพัฒนาทุนมนุษย์ตามศักยภาพและความถนัดเป็นรายบุคคล การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจึงเป็นโจทย์สำคัญของการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจที่จังหวัดจะลงทุนในอนาคตอันใกล้นี้ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง จำเป็นที่ภาคส่วนต่างๆ ต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เพื่อนำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมากลับเข้ามาให้เร็วที่สุด ไม่ให้เกิดการเสียโอกาสในชีวิต การแก้ปัญหาต้องขอความร่วมมือยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง จำเป็นต้องคำนึงถึงการเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ</p>



<p>“การพาเด็กๆ กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในสถานการณ์อันไม่ปกติ จำเป็นต้องอาศัยมาตรการ โปรแกรมฟื้นฟูที่ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางจังหวัดสมุทรสาคร กสศ. องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม สถาบันวิจัยเพื่อการประเมินและออกแบบนโยบาย (RIPED) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย จะเข้ามาช่วยจังหวัด นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือครอบครัวและผู้ปกครองของนักเรียน บางครอบครัวอาจมีข้อจำกัดในชีวิต ต้องช่วยกันทำให้การศึกษาของเด็กในกลุ่มนี้มีทางเลือกมากขึ้น ในการที่เราทำงานเรื่องนี้เพื่อก้าวไปด้วยกันสู่สมุทรสาครโมเดล จังหวัดต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน” นายณรงค์กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cd1ff"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/04-สมุทรสาครโมเดล-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.รังสรรค์ วิบูลย์อุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่การศึกษาขององค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย</strong> กล่าวว่า ที่มาและความสำคัญของโครงการวิจัยที่กำลังร่วมมือกันทำอยู่นี้เป็นทิศทางเดียวกับที่ทั่วโลกกำลังทำ หรือ Mission Recovering Education in 2021 แต่เราทำในบริบทของประเทศไทย โดยเน้นที่ตัวเด็กเป็นสำคัญ ผ่านเป้าหมาย 3 อย่างสำคัญดังนี้&nbsp;</p>



<ol><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้เรียนหนังสือที่โรงเรียน และได้รับการสนับสนุนที่ปรับให้เหมาะสม เพื่อสอดคล้องกับความต้องการทางการเรียนรู้ การมีสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดี รวมถึงความต้องการด้านอื่นๆ </li><li>เด็กและเยาวชนวัยเรียนทุกคนได้รับความช่วยเหลือในการเรียน เพื่อชดเชยการเรียนรู้ที่สูญเสียไปในช่วงการปิดโรงเรียน </li><li>ครูทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมและการสนับสนุน เพื่อแก้ไขปัญหาความรู้ถดถอยของนักเรียน สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมต่างๆ มาผสมผสานในการสอน </li></ol>



<p>ผลที่ได้รับจากความร่วมมือในการทำงานครั้งนี้ ยูนิเซฟจะนำมาขยายผลสู่พื้นที่อื่น รวมถึงแสดงสู่สายตานานาประเทศ ในฐานะโมเดลต้นแบบของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่อเด็กทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/new-samut-sakhon-model-071221/">กสศ. ยูนิเซฟ ศธ. จับมือภาคี เปิดตัวโปรแกรมฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย นำร่องสมุทรสาครโมเดล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
