<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เด็กหลุดจากระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Dec 2025 11:22:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เด็กหลุดจากระบบการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-251125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 08:51:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหาราช 7]]></category>
		<category><![CDATA[จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97807</guid>

					<description><![CDATA[<p>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึกษาเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาได้&#8221;&nbsp;<br>การศึกษายืดหยุ่นคือระบบที่ปรับรูปแบบเรียนให้ไปอยู่ในชีวิตเด็กจริงๆ ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ หรือจัดเวลายืดหยุ่น ลดโอกาสหลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะเด็กยากจน เด็กมีภาระครอบครัว หรือไม่มีอุปกรณ์ จนกลายเป็นกลไกสำคัญที่พาเด็กกลับมามีทางเลือกและโอกาสเรียนต่ออีกครั้ง<br><br>-ครูจรรยวรรธน์คือแรงขับเคลื่อนหลักของโมเดลนี้ในพื้นที่ชนบทที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ เธอทำบทบาททั้งครู นักเยี่ยมบ้าน และผู้ประสานงานชุมชน มองปัญหาเด็กหลุดจากระบบว่าเป็นสัญญาณให้โรงเรียนต้องปรับตัว ไม่ใช่โทษเด็ก เธอพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริงว่าเด็กที่เรียนแบบยืดหยุ่นสามารถเรียนจบ มีทักษะชีวิต และก้าวต่อได้อย่างมั่นใจ<br><br>-แม้ชุมชนเคยสงสัยว่าการศึกษายืดหยุ่นจะลดมาตรฐานการศึกษาหรือไม่ แต่ผลลัพธ์จริงคือเด็กกลับมายืนได้อย่างสง่างาม นี่ทำให้ความเชื่อของผู้คนเปลี่ยน เพราะเห็นด้วยตา ว่าโอกาสที่เปิดกว้าง ทำให้เด็กกลับมายืนในสังคมได้อย่างมั่นคงโดยแท้</cite></blockquote></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de904b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p>&#8220;ครูสะดวกให้สัมภาษณ์วันอังคารค่ะ เพราะวันอังคารเป็นวันที่ครูจัดตารางไว้สำหรับการศึกษายืดหยุ่น&#8221;</p>



<p>จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง หรือครูพีท แห่งโรงเรียนมหาราช 7 อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เอ่ยรับนัดหมายจากทีม กสศ. ที่โทรหาในบ่ายวันศุกร์ เสียงของครูฟังดูกระฉับกระเฉงแต่อ่อนโยน นี่คือบุคคลที่เป็นหนึ่งในข้อต่อสำคัญที่เป็นทั้งลมใต้ปีกและแรงผลักดัน ให้คำว่า &#8220;การศึกษายืดหยุ่น&#8221; ก่อรูปร่างได้จริงในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่</p>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มนำแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษายืดหยุ่นมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปแบบตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนพิเศษ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้โควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบกลับไม่ได้จางหายไปด้วย</p>



<p>&#8220;จากการติดตามข้อมูลของนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีนักเรียนหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วก็หลุดออกจากระบบ&#8221; เธอหยุดช่วงหนึ่งก่อนพูดต่อ &#8220;แล้วที่น่าคิดคือ พอเด็กกลับเข้ามาเราก็จะยุติการติดตาม เพราะคิดว่าเด็กกลับเข้ามาแล้วก็สบายใจ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะเด็กมีการหลุดออกระหว่างทางอีก&#8221;</p>



<p>นั่นคือจุดที่ครูจรรยวรรธน์และโรงเรียนตระหนักว่า <strong>การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน&nbsp; แต่เป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องไป? และเราจะปรับการศึกษาให้เข้าไปอยู่ในชีวิตเด็กได้อย่างไร?</strong></p>



<p>ที่สำคัญกว่านั้น อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้โรงเรียนแห่งหนึ่งขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นได้อย่างลุล่วง? ผู้บริหาร คณะครู นโยบาย และชุมชนรายรอบ ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?</p>



<p>กสศ. ได้นัดคุยกับครูจรรยวรรธน์ทาง Zoom และนี่คือมุมมอง ทัศนะ และคำตอบที่ผู้สนใจขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นควรรับฟังเป็นอย่างยิ่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6370d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/16-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่คือความจำเป็น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มต้นนำการศึกษายืดหยุ่นเข้ามาตอนไหน และอะไรคือแรงผลักดันให้อยากทำจริงจัง?</strong></h4>



<p>ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงหลังโควิด-19 ปีการศึกษา 2566 เป็นช่วงเวลาที่เราเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ยากจนพิเศษ พวกเขาไม่มีเครื่องมือในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต บางคนมีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกหลายคนมีภาระครอบครัว ต้องไปช่วยผู้ปกครองทำงานจนไม่สามารถเรียนตามเวลาได้</p>



<p>จากการติดตามข้อมูลนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีเด็กหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วหลุดออกจากระบบ ตอนนั้นเราก็พยายามติดตามพาเด็กกลับเข้ามา แต่แล้วก็ค้นพบว่า พอเด็กกลับเข้ามาเราก็มักจะยุติการติดตาม คิดว่าสบายใจแล้ว ทว่าความจริงคือเด็กกลับหลุดออกไประหว่างทางอีก</p>



<p>เราเลยมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเด็กต้องการการสนับสนุนในเรื่องของการดำรงชีพ ต้องให้ท้องอิ่มก่อน แต่เราไม่สามารถไปเพิ่มหรือหาแนวร่วมในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับเด็กได้ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่การศึกษายังต้องดำเนินต่อไป มันจึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบอีกครั้ง</p>



<p>ตรงนี้เลยเป็นความรู้สึกของเราว่า เราต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วย และพอดีจังหวะเหมาะที่เรามีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ปัญหากับเขตพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เกี่ยวกับการจัดการศึกษายืดหยุ่นในโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> มีผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงดร.เนตรดาว ยั่งยุบล เข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเรามีแสงสว่างในเรื่องของการแก้ปัญหา</p>



<p>นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfe948"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-84117b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/17-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วมีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่นอย่างแข็งขัน?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่น</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong>คือปัญหาเด็กตกหล่นและหลุดออกจากระบบที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรงเรียนเห็นแล้วว่าเราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของเด็กที่กำลังจะสูญเสียโอกาสทางการศึกษาถาวร เพราะเมื่อเด็กขาดเรียนต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือน โอกาสที่จะหลุดถาวรมันเกือบ 100% ทันที</p>



<p><strong>สอง</strong><strong> </strong>คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โควิดเปิดเผยให้เห็น เด็กที่บ้านมีภาวะทางเศรษฐกิจไม่ดีไม่สามารถใช้โทรศัพท์เรียนรู้ได้ มันเข้าไม่ถึงจริงๆ บางบ้านไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือมีอุปกรณ์แต่ไม่มีเงินเติม เราจึงอยากมีการศึกษาทางเลือกที่ตอบสนองได้จริง ที่เด็กสามารถเรียนควบคู่กับการทำงานได้</p>



<p><strong>สาม</strong><strong> </strong>คือนโยบายของประเทศที่สอดคล้องกับทิศทางของเรา สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเราที่ว่า &#8220;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#8221;</p>



<p><strong>สี่</strong> คือพลังของชุมชนและภาคีเครือข่าย เราได้ผู้นำชุมชนที่มีเป้าหมายเดียวกันว่าเราอยากให้เด็กในชุมชนเห็นคุณค่าทางการศึกษาและโอกาสหลุดออกจากระบบน้อยลง โชคดีที่คณะกรรมการสถานศึกษาของเราเป็นผู้นำชุมชนและทีมงานของ อบต. ทำให้เราสามารถดึงหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมงานได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคี กสศ., สพฐ., สพป.ราชบุรีเขต 1., และดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ที่คอยสนับสนุน</p>



<p><strong>และสุดท้ายที่สำคัญมาก</strong>คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร วันนั้นที่มีการประชุม ผู้อำนวยการเขตถามว่าโรงเรียนมหาราช 7 สามารถดำเนินการตามนโยบายได้ไหม คุณครูที่ไปประชุมไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็โทรถามผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านผู้อำนวยการก็ตกลงทันที มันบ่งบอกว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมีความสำคัญมาก ท่านเชื่อมั่นว่าการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดเพียงแค่อยู่ในห้องเรียนหรือเอาเวลาเรียนมาเป็นขอบเขตเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-721918"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/2-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-337754"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บริบทพื้นที่: ชนบทห่างไกลที่ฝันดูจะบางตา</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณครูพอจะเล่าให้ฟังได้ไหมว่า บริบทของพื้นที่รอบโรงเรียนเป็นอย่างไร? เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแบบไหน?</strong></h4>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ 60 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอจอมบึงอีก 25 กิโลเมตร เราดูแลครอบคลุมนักเรียนจาก 2 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบทที่ผู้คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าว ทำสวนยาง ปลูกทุเรียน หรือรับจ้างทั่วไป</p>



<p>ครอบครัวของเด็กส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง หลายครอบครัวมีหนี้สิน ผู้ปกครองต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ บางครอบครัวมีปัญหาเรื่องสารเสพติดหรือเหล้า สภาพแบบนี้ส่งผลต่อเด็กโดยตรง พวกเขาต้องแบกรับภาระที่หนักกว่าวัย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2063f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/12-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c312d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/13-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อุปสรรคหลักๆ ที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบคืออะไร?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน อันดับแรกคือความยากจน เด็กต้องออกไปทำงานหาเงินช่วยครอบครัว อันที่สองคือภาระครอบครัว เด็กต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วยหรือดูแลน้อง อันที่สามคือปัญหาการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์ การย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไปทำงาน</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา บางครอบครัวมองไม่เห็นว่าถ้าเรียนหนังสือแล้วจะได้อะไร เพราะชีวิตประจำวันต้องหาเช้ากินค่ำ การศึกษาจึงไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนเท่ากับการมีเงินใช้วันนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคสจริงน้องหน่อย: เมื่อครูเปิดหัวใจเด็กได้ โอกาสชีวิตเด็กก็เปิดกว้าง</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครั้งที่แล้วเราได้คุยกับน้องหน่อย ที่จบชั้น ม.3 จากโรงเรียนมหาราช 7 เพราะได้รับโอกาสให้เรียนผ่านการศึกษายืดหยุ่น คุณครูช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่า น้องหน่อยเจอปัญหาอะไร และครูเริ่มสังเกตเห็นตอนไหน?</strong></h4>



<p>น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน เป็นหนึ่งในเด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบ แม่ของน้องป่วยเป็นมะเร็ง พ่อทำงานขับรถหารายได้แต่ก็มีปัญหาข้อเสื่อม น้องจึงต้องหยุดเรียนมาดูแลแม่</p>



<p>เราเริ่มสังเกตเห็นตอนที่น้องไม่ได้มาเรียนนานๆ เราก็ไปเยี่ยมบ้านและคุยกับแม่ของน้อง ตอนนั้นน้องบอกว่าคิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสเรียนต่อแล้ว</p>



<p>การเยี่ยมบ้านครั้งนั้นไม่ใช่แค่การไปดูหน้าแล้วกลับ แต่เราต้องนั่งคุยกับครอบครัว ฟังเรื่องราว ฟังความกลัว ฟังความหมดหวัง เราเข้าใจว่าน้องไม่ได้ไม่อยากเรียน แต่สถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้อให้เรียนแบบปกติได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-960a94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วโรงเรียนมหาราช 7 ช่วยเหลือน้องหน่อยอย่างไร?</strong></h4>



<p>เราไม่สามารถบังคับให้น้องกลับเข้ามาเรียนแบบปกติได้ถ้าสถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้ออำนวย แต่เราสามารถหาทางให้การศึกษามันยืดหยุ่นพอที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาได้</p>



<p>โรงเรียนจึงนำน้องเข้าสู่ระบบการศึกษายืดหยุ่น ไม่มีค่าบำรุงการศึกษา เราจัดการค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนให้ทั้งหมด โดยมีข้อตกลงเพียงอย่างเดียวคือน้องต้องเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</p>



<p>น้องสามารถเรียนออนไลน์ได้ ครูส่งใบงานให้ทำ สลับกับการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบางครั้ง ทำให้น้องสามารถดูแลแม่และเรียนหนังสือไปพร้อมกันได้</p>



<p>เมื่อน้องจบมัธยมปลาย โอกาสก็เปิดกว้างขึ้น ทางโรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลมาออกบูธแนะแนวการศึกษาต่อที่โรงเรียน น้องอยากเรียนต่อมาก เราก็ช่วยประสานงานจนน้องได้รับทุนจาก กสศ. ไปเรียนต่อด้านการบริบาล ตอนนี้น้องกำลังฝึกงานที่โรงพยาบาลหัวหิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26403b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa5349"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/14-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษายืดหยุ่นมีผลต่อชีวิตน้องหน่อยแค่ไหน? ครูรู้สึกอย่างไร?</strong></h4>



<p>มันมีผลมากจริงๆ <strong>ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้เด็กคนหนึ่งผ่านชั้นเรียน แต่มันคือการเปิดโลกใบใหม่ให้เขา จากเด็กที่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ไม่มีอนาคต พอได้เห็นว่าการศึกษายังมีพื้นที่รองรับเขา เขาก็เริ่มเห็นความหวัง เริ่มมีเป้าหมายในชีวิต</strong></p>



<p><strong>ในมุมของครู ครูรู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นครู คือการได้เห็นเด็กที่เกือบสูญเสียโอกาสไปตลอดกาล แต่แล้วกลับมามีอนาคตที่สดใสได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราไม่เหนื่อย</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายและเสียงวิจารณ์: เมื่อสังคมยังไม่คุ้นเคยกับการศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมมองของคุณครูในฐานะผู้นำการศึกษายืดหยุ่นมาใช้จริงจนเกิดผล คิดว่าความท้าทายในการจัดการศึกษายืดหยุ่นคืออะไร?</strong></h4>



<p>เรื่องแรกคือการบริหารจัดการเวลา หนึ่งวันที่เรามีมันไม่ได้ครอบคลุมทุกคน เรามีเด็กหลุดหลายคน ครูในโรงเรียนของเราต้องประคับประคองเด็กในระบบไม่ให้หลุด พร้อมกับดึงเด็กที่หลุดแล้วกลับเข้ามา ต้องเป็นทั้งครูแนะแนว ผู้ประสานงาน นักสังคมสงเคราะห์ และที่ปรึกษา ต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และต้องออกแบบแผนการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60a0aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ได้รับเสียงวิจารณ์จากชุมชนหรือสังคมบ้างไหม?</strong></h4>



<p>มีบ้าง บางคนคิดว่าเราแค่ให้เด็กผ่าน ไม่ได้เรียนจริง บางคนมองว่าเสียมาตรฐาน บางคนกังวลว่าเด็กจะเรียนไม่เท่าเพื่อน ครูเข้าใจนะ เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ และคนเรามักจะกังวลกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย&nbsp; เราอธิบายอย่างต่อเนื่องว่า<strong> </strong><strong>การศึกษายืดหยุ่นไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของเด็กแต่ละคน เนื้อหาและตัวชี้วัดยังคงเดิม เพียงแต่วิธีการเรียนและการวัดผลที่ยืดหยุ่นขึ้น</strong></p>



<p>และเราแสดงผลลัพธ์จริงให้เห็น เด็กที่เรียนแบบนี้สอบได้ เรียนต่อได้ มีทักษะในการใช้ชีวิตจริง บางทีมีทักษะมากกว่าเด็กที่เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวด้วยซ้ำ เพราะเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจก็เริ่มเกิดขึ้น ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนเริ่มมาปรึกษาเองว่าลูกเขามีปัญหาแบบนี้แบบนั้น มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง นี่แสดงว่าพวกเขาเริ่มเชื่อใจและเห็นคุณค่าของการศึกษายืดหยุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc433b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ครูพีท) จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สูตรความสำเร็จ: ไม่มีสูตร มีแต่ความตั้งใจ</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยอะไรที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 จัดการศึกษายืดหยุ่นได้ค่อนข้างดี?</strong></h4>



<p>มันไม่ใช่เรื่องของทรัพยากรหรืองบประมาณมากมาย แต่เป็นเรื่องของการมีใจที่แน่วแน่และระบบสนับสนุนที่ดี</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong> ผู้บริหารต้องเปิดกว้างและให้การสนับสนุน <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สอง</strong> ครูต้องมีความตั้งใจและยินดีที่จะลงพื้นที่ติดตาม<strong>เ</strong>ด็ก <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สาม</strong> ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม <br><strong>และอันที่สี่ ต้องมีภาคีเครือข่าย</strong>ที่คอยช่วยเหลือในส่วนที่โรงเรียนทำเองไม่ได้&nbsp; ต้องขอขอบคุณ กสศ. เป็นพิเศษ ถ้าไม่มี กสศ. เราคงทำไม่ได้ครบวงจรขนาดนี้ นอกจากทรัพยากรทุน กสศ. ยังให้ความรู้ ให้แนวทาง และคอยติดตามผลอย่างใกล้ชิด</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจชีวิตของเด็ก ถ้าเราไม่ลงพื้นที่ ไม่คุยกับเด็กและครอบครัวจริงๆ เราก็จะไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ปัญหาของเขาคืออะไร และเราจะช่วยเขาได้อย่างไร การออกแบบการศึกษายืดหยุ่นที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของเด็กเป็นอันดับแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f990e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การปรับสู่การศึกษายืดหยุ่นต้องใช้ทรัพยากรเยอะไหม?</strong></h4>



<p>ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ ที่ต้องใช้มากกว่าคือเวลาและความตั้งใจของครู การบริหารจัดการที่ดี และการประสานงานกับภาคีต่างๆ</p>



<p><strong>เราไม่ได้สร้างอะไรใหม่ทั้งหมด แต่เราปรับวิธีการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์เด็กมากขึ้น เราไม่ได้สร้างโรงเรียนใหม่ให้เด็ก แต่เราปรับให้ชีวิตประจำวันของเด็กกลายเป็นห้องเรียน</strong></p>



<p>สิ่งที่ต้องลงทุนจริงๆ คือเวลาในการติดตาม ความอดทน และความมุ่งมั่น ถ้าอยากทำ โรงเรียนไหนก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีงบประมาณหลายล้าน แค่เริ่มจากการไปเยี่ยมบ้านเด็กคนหนึ่ง ไปคุยกับครอบครัว ไปเข้าใจปัญหา แล้วคิดหาทางช่วย นั่นคือจุดเริ่มต้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>What If: ถ้าทุกโรงเรียนทำได้</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนในไทยสามารถจัดการศึกษายืดหยุ่นได้ คุณครูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?</strong></h4>



<p>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง เด็กที่มีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กตั้งครรภ์ หรือเด็กที่ต้องย้ายถิ่นฐานบ่อย จะสามารถเรียนต่อได้โดยไม่ขาดตอนระหว่างทาง</p>



<p><strong>โรงเรียนจะกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส มากกว่าจะเป็นสนามแข่งขัน</strong> เด็กที่เคยถูกมองว่าเรียนไม่ทันเพื่อนจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเขาได้เรียนรู้ในวิถีชีวิตจริงของเขาโดยไม่ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น</p>



<p>ครูก็จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้กลายมาเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ผู้ดูแล ที่คอยเอื้ออาทรและให้คำปรึกษา ครูจะเข้าใจชีวิตเด็กมากขึ้นผ่านการลงพื้นที่และพูดคุยเชิงลึก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d82fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/18-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ชุมชนและสถานประกอบการจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นพื้นที่เรียนรู้ เป็นแหล่งงาน และโรงเรียนก็ไม่ใช่เจ้าของการศึกษาฝ่ายเดียว แต่เป็นศูนย์ประสานความร่วมมือ</p>



<p>ที่สำคัญที่สุด เด็กที่เคยหลุดออกจากระบบจะสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้โดยไม่รู้สึกอาย <strong>เด็กจะมีพื้นที่ปลอดภัย ระบบการศึกษาไทยจะมีความเป็นธรรมและความเท่าเทียมเพิ่มมากขึ้น</strong></p>



<p><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง การศึกษาก็จะกลับมาเป็นของทุกคน ไม่ใช่เป็นแค่ของใครบางคน ประเทศไทยจะได้พลเมืองรุ่นใหม่ที่เข้าใจชีวิต มีเป้าหมายที่ชัดเจน เด็กที่ตกหล่นหรือหลุดจะมีแรงบันดาลใจ และเราจะพิสูจน์ได้ว่า ระบบการศึกษาแบบเปิดโอกาสทำให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตและมีอนาคตได้จริงๆ</strong></p>



<p><strong>ครูจรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง กล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b38bdb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/19-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<figure class="wp-block-table" style="font-size:14px"><table><tbody><tr><td><strong>โรงเรียนมหาราช 7 จ.ราชบุรี เริ่มขับเคลื่อนระบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เพื่อรองรับผู้เรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามตารางปกติได้ ด้วยการเปิดทางเลือกให้เรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ชีวิตและการทำงานเป็นหน่วยกิต รวมถึงปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นตามบริบทของผู้เรียนแต่ละคน</strong><br><strong>แนวทางนี้ช่วยให้เด็กยังคงเดินหน้าการเรียนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขชีวิตที่ควบคุมไม่ได้</strong><br><strong>หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่น<br>สามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น <a href="https://lin.ee/7aisWbt" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></strong></td></tr></tbody></table></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-171125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 07:46:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile school]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97641</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์น้ำท่วมอย่างยาวนานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-171125/">“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์น้ำท่วมอย่างยาวนานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานศึกษาในหลายพื้นที่ โดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ระบุว่า ขณะนี้มีโรงเรียนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 85 แห่ง ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมากมีความเสี่ยงขาดช่วงการเรียนรู้ และอาจหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงที่โรงเรียนไม่สามารถเปิดสอนได้ตามปกติ</p>



<p>เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. และสมาคมศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน จัดประชุมออนไลน์เพื่อแนะนำการใช้งานแพลตฟอร์ม Mobile School และร่วมออกแบบแนวทางการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่องกับโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่น้ำท่วม ประกอบด้วย โรงเรียนประชากรรังสฤษฏ์ อำเภอบางบาล, โรงเรียนวัดน้ำเต้า (อุดมราษฎร์นิมิต) อำเภอบางบาล, โรงเรียนวัดเชิงท่าบางปะอิน อำเภอบางปะอิน และ โรงเรียนวัดท่าดินแดง อำเภอผักไห่ ซึ่งโรงเรียนทั้งนี้มีจำนวนนักเรียนระหว่าง 39–90 คน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e08b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การประชุมครั้งนี้เป็นการรับฟังสถานการณ์จริงจากพื้นที่ และหารือถึงแนวทางที่โรงเรียนสามารถจัดการได้ตามบริบท เช่น ON-SITE, ON-AIR, ON-DEMAND และ ONLINE รวมถึงการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School ซึ่งเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับนักเรียนรายบุคคล และสนับสนุนโรงเรียนในช่วงภาวะวิกฤต</p>



<p>ที่ประชุมได้รับฟังความต้องการเร่งด่วนของโรงเรียน เช่น สื่อการเรียนรู้ ใบงาน รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต เพื่อให้สามารถนำ Mobile School ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-867fd4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/04-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูและผู้บริหารโรงเรียนเล็กในพื้นที่อยุธยาให้ข้อมูลว่า น้ำท่วมที่ยืดเยื้อทำให้การจัดการเรียนการสอนประสบความยากลำบากอย่างมาก การมีเครื่องมืออย่าง Mobile School ช่วยให้โรงเรียนสามารถวางแนวทางจัดการเรียนรู้ทดแทนการมาเรียนได้อย่างเป็นระบบ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดสำคัญ เช่น นักเรียนกว่า 80–90% ต้องใช้สมาร์ตโฟนร่วมกับผู้ปกครองที่ต้องออกไปทำงาน ทำให้ต้องรอผู้ปกครองกลับบ้านจึงจะสามารถเรียนได้ ขณะที่บางครอบครัวยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตใช้งานเลย</p>



<p>เพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในระยะเร่งด่วน กสศ. เตรียมบูรณาการความร่วมมือกับ มูลนิธิกระจกเงา<strong> </strong>สนับสนุนอุปกรณ์สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และอินเทอร์เน็ต ขณะที่ สพฐ. และสมาคมศูนย์การเรียนฯ จะจัดหาสื่อการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับช่วงวัย เช่น หนังสืออ่านง่าย ใบงานที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดรายวิชา และสื่อวิดีโอสั้น 5–10 นาที เพื่อช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้อย่างสนุกและไม่เครียด พร้อมสนับสนุนการใช้ครู AI เพื่อช่วยดูแลการเรียนรู้รายบุคคล โดยทุกฝ่ายตั้งเป้าให้นักเรียนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ภายในสัปดาห์นี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc01b1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ff519"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/03-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ การพัฒนาระบบและเครื่องมือสนับสนุนการศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เผชิญภัยพิบัติซ้ำซาก เพื่อคุ้มครองสิทธิการเรียนรู้ของเด็กทุกคน และป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะเหตุสุดวิสัย กสศ. และภาคีเครือข่ายจะขยายการให้ความรู้และการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School ไปยังพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเสริมความพร้อมของโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่องในทุกสถานการณ์ต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-171125/">“น้ำท่วมยาวนาน การเรียนรู้ต้องไม่หยุด” โรงเรียนเล็กอยุธยารับฟังการแนะนำแพลตฟอร์ม Mobile School วางแนวทางจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-070725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 08:35:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิคุ้มกันทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โมเดลชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[สานพลังชุมชนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94778</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070725/">กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>เข้าร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 2568 สร้างฐานรากชุมชนสู่การจัดการสุขภาวะอย่างยั่งยืน โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดภายใต้หัวข้อ “การสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อเด็กและเยาวชนโดยชุมชนท้องถิ่น” ในห้องย่อยชุมชนท้องถิ่นร่วมสร้างคุณภาพเด็กเยาวชน ณ ห้องจูปิเตอร์ 6-7 อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ 9 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1) กระทรวงสาธารณสุข 2) กระทรวงมหาดไทย 3) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 6) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 7) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) 8) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ 9) สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พร้อมด้วยเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม กว่า 3,000 คนทั่วประเทศ </p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวในเวทีว่า กสศ. ให้ความสำคัญกับการทำงานกับกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา โดยอ้างอิงกรอบคิดสากลจากองค์การยูเนสโกและยูนิเซฟ ซึ่งจัดกลุ่มเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในและนอกระบบการศึกษาเป็น 7 มิติ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-94790" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-39-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ข้อมูลจาก กสศ. พบว่า เด็กยากจน-ยากจนพิเศษที่เรียนชั้น ม.3 ในปีการศึกษา 2563 มีจำนวน 165,585 คน โดยนักเรียน 1 ใน 5 คน จะหลุดจากระบบการศึกษาเมื่อพ้นการศึกษาภาคบังคับ และในรอยต่อสำคัญอีกช่วงหนึ่งคือเมื่อเรียนจบ ม.6 หรือ ปวช. พบว่า 2 ใน 3 คน จะออกจากระบบเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน มีเพียง 13.49% เท่านั้นที่เข้าสู่มหาวิทยาลัย</p>



<p>“หากมองว่าการศึกษาคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างอนาคต เด็กเยาวชนเหล่านี้ กำลังสูญเสียโอกาสที่จะมีอนาคตแตกต่างจากรุ่นพ่อแม่ของเขา และหากยังติดอยู่ในวังวนของการหลุดออกจากระบบการศึกษา ความเสี่ยงที่ตามมาก็คือ มีโอกาสสูงมากว่าพวกเขาจะติดอยู่ในกับดักความยากจนข้ามรุ่น ส่งผลให้เกิดปัญหาภูมิคุ้มกันของชุมชนตามมา ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาเรื่องท้องในวัยเรียน และปัญหาต่าง ๆ มากมาย” ดร.ไกรยส กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38.jpeg" alt="" class="wp-image-94789" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-38-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวต่อไปว่าอีกกรณีที่น่ากังวลอย่างยิ่งคือ กลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษา ไม่ทำงาน และไม่อยู่ในการฝึกอบรมใด ๆ หรือที่เรียกว่ากลุ่ม NEETs ซึ่งมีจำนวนอยู่กว่า 1.4 ล้านคน แม้ว่าพวกเขาจะมีศักยภาพเป็นอนาคตของชุมชนท้องถิ่น แต่กลับขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง โจทย์ใหญ่จึงอยู่ที่การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กเยาวชนผ่านการศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ และการมีงานทำ</p>



<p>กสศ. จึงแบ่งกลุ่มเป้าหมายของการทำงานสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเป็น 1) เด็กยากจนและด้อยโอกาส หรือมีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษา เช่น เด็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เด็กที่มีความพิการ 2) ผู้ที่อยู่นอกระบบการศึกษา หรือไม่ได้อยู่ในระบบในโรงเรียน เช่น ผู้เรียนในศูนย์การเรียน ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทักษะอาชีพ 3) กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เด็กปฐมวัย นักเรียนทุนต่าง ๆ เช่น ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง, ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ, ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ,ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน รวมถึงล่าสุดคือทุน ODOS ที่มุ่งเน้นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีความสามารถแต่ขาดโอกาส เพื่อให้ได้ศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นทั้งในและต่างประเทศ&nbsp; และ 4) เด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจหลุดจากระบบการศึกษา หรือไม่เคยได้รับการบันทึกข้อมูลในระบบ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36.jpeg" alt="" class="wp-image-94787" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-36-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ชี้ให้เห็นว่า การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ยูเนสโกได้ประเมินว่า หากไทยบรรลุเป้าหมาย Zero Dropout สำเร็จตาม SDG4 จะมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) เพิ่มขึ้นปีละ 1.7% </p>



<p>ในส่วนของการศึกษายังสัมพันธ์กับรายได้โดยตรง เช่น วัยแรงงานที่ใช้วุฒิการศึกษาระดับ ป.6 จะมีรายได้เฉลี่ยที่ 9,136 บาทต่อเดือน ขณะที่ผู้มีปริญญาตรีมีรายได้เฉลี่ย 27,132 บาทต่อเดือน</p>



<p>“เป้าหมายประเทศไทยใน 20 ปีข้างหน้า ที่จะยกระดับรายได้เฉลี่ยของประชากรไทยเป็น 38,000 บาทต่อเดือนนั้นอาจมีทางลัด หากเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามีจำนวนน้อยลง เมื่อเด็กคนหนึ่งในชุมชนได้รับกลไกการปกป้องจากชุมชนไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือผลตอบแทนที่คุ้มค่า”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-94791" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ยังชี้ว่า จากการวิเคราะห์ของสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. พบว่าหากสามารถดึงเด็ก ม.3 ที่หลุดระบบในช่วง ม.4 จำนวน 33,547 คนกลับมาเรียนต่อได้ จะเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจสูงถึง 409 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตราผลตอบแทน (IRR) ราว 9% ใกล้เคียงกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ เช่น รถไฟฟ้า หรือการลงทุนในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณาโครงการที่มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระดับ 9-12 % ผลตอบแทนดังกล่าวยังไม่นับรวมผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment) ในเชิงมหภาคของการศึกษาที่เพิ่มขึ้น เช่น อัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษาที่ลดลงในช่วงชั้นที่สูงขึ้น จะส่งผลให้คุณภาพแรงงานและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งสุขภาพประชากรจะแข็งแรงขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37.jpeg" alt="" class="wp-image-94788" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-37-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1600" height="900" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35.jpeg" alt="" class="wp-image-94786" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35.jpeg 1600w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-35-1536x864.jpeg 1536w" sizes="(max-width: 1600px) 100vw, 1600px" /></figure></div>


<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ เช่น นโยบายของรัฐบาล ระบบเศรษฐกิจ และความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของประชากร ยกตัวอย่างประเทศสิงคโปร์ประชากรมีจำนวนการศึกษาเฉลี่ย 13 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 240,000 บาท ขณะที่ฮ่องกงมีจำนวนปีการศึกษาเฉลี่ย 12 ปี มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อเดือนประมาณ 143,172 บาท สะท้อนให้เห็นว่า “การศึกษา” และ “ทุนมนุษย์” คือภูมิคุ้มกันสำคัญของทั้งชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน</p>



<p>“การสร้างทุนมนุษย์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเผชิญข้อจำกัดทั้งด้านทรัพยากร เวลา และความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคของ AGI (Artificial General Intelligence) หรือซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ภายใน 5–10 ปีข้างหน้า</p>



<p>“ภาพอนาคตของการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทยจึงเต็มไปด้วยความท้าทาย คำถามสำคัญคือ เราจะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร และชุมชนท้องถิ่นของไทยจะมีบทบาทในการพัฒนาโลกในศตวรรษหน้าได้อย่างไร คำตอบเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันขบคิดและลงมือทำ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-94785" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อไม่ให้มีเด็กหรือเยาวชนคนใดถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังในชุมชนท้องถิ่น</p>



<p>กสศ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ 11 หน่วยงาน และเชื่อมโยงข้อมูลระดับรายบุคคลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้ทุกหน่วยงานและทุกชุมชนท้องถิ่นสามารถทราบว่าในพื้นที่ของตนมีเด็กคนใดอยู่นอกระบบการศึกษา ขณะนี้ข้อมูลที่ได้สามารถระบุตัวบุคคลได้ทั้งชื่อ–สกุล และบ้านเลขที่ โดยมีอาสาสมัครในชุมชนช่วยชี้เป้า สนับสนุนการค้นหาและติดตามเด็กนอกระบบอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>ดร.ไกรยส เน้นว่า หากไม่เร่งขับเคลื่อนเรื่องนี้ เด็กและเยาวชนที่อยู่นอกระบบราว 900,000 คน ก็จะยังคงถูกทิ้งไว้เช่นเดิม แม้การแก้ปัญหาจะซับซ้อน แต่คณะรัฐมนตรีได้กำหนดมาตรการ ติดตาม–ช่วยเหลือ–ส่งต่อ–ดูแล พร้อมจัดสรรงบประมาณเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการเรียนรู้อย่างเหมาะสม โดยต้องอาศัยกลไกชุมชนท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญ</p>



<p>การดำเนินการนี้มีกลไกระดับชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และกลไกระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งต้องเชื่อมโยงกับกลไกระดับตำบลเพื่อค้นหาและพาเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและการมีงานทำอย่างยั่งยืน</p>



<p>ทีมสหวิชาชีพในชุมชนถือเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยวิเคราะห์สาเหตุของการหลุดจากระบบในแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการเข้าเรียนล่าช้า ความไม่ยืดหยุ่นของระบบ หรือปัจจัยทางครอบครัว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.jpeg" alt="" class="wp-image-94784" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-33-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ยังชี้ว่า กลไกสำคัญในการป้องกันเด็กหลุดจากระบบไม่ใช่เพียงการให้ทุน แต่คือระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นผ่านกลไกชุมชนและกลไกระดับตำบลที่สามารถออกแบบรูปแบบการช่วยเหลือรายบุคคลได้อย่างตรงจุด </p>



<p>ที่ผ่านมา กสศ. มีต้นแบบการทำงานหลากหลายเพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 12 พื้นที่เรียนรู้จากฐานอาชีพในชุมชน สามารถเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยได้ กลไกพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ต้นแบบต่าง ๆ เหล่านี้คือการพัฒนาตาข่ายทางการศึกษาเพื่อรองรับไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบ และมีทางเลือกอื่นรองรับหากไม่สามารถไปโรงเรียนตามระบบได้</p>



<p>นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็มีบทบาทสำคัญ เช่น แสนสิริที่ออกหุ้นกู้มูลค่า 100 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหา Zero Dropout ที่ จ.ราชบุรี และ KFC ที่ร่วมพัฒนาโมเดลการเรียนรู้ในสถานพินิจ เปลี่ยนเด็กที่เคยพลาดพลั้งให้กลับมามีอนาคตที่มั่นคงผ่านการศึกษาและอาชีพ</p>



<p>สุดท้าย ชุมชนท้องถิ่นทุกแห่งสามารถร่วมกันสร้าง Zero Dropout Area หรือพื้นที่ที่ไม่มีเด็กถูกลืม ไม่มีใครไม่ถูกมองเห็น โดยใช้อำนาจตามเทศบัญญัติในการจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนการเรียนรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย แม้ไม่ใช่ในโรงเรียนก็สามารถเรียนรู้ได้ ภาคเอกชน ท้องถิ่น และภาคประชาสังคมได้ร่วมกันสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อให้เด็กทุกคนยังมีเส้นทางเดินต่อไปในชีวิต เพราะอนาคตของเด็ก คือ อนาคตของเราทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-070725/">กสศ. ร่วมเวที “สานพลังชุมชนท้องถิ่น” ปี 68 เสนอโมเดลชุมชนร่วมสร้างภูมิคุ้มกันทางการศึกษา หนุนทุกพื้นที่สร้างตาข่ายรองรับเด็กหลุดระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120325/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Mar 2025 09:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91617</guid>

					<description><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปในปี 2565 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120325/">การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ย้อนกลับไปในปี 2565 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ จังหวัดราชบุรี ได้ริเริ่มโครงการ <strong>“Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> ซึ่งมีเป้าหมายลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เหลือ <strong>“ศูนย์”</strong> โดยเริ่มต้นที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัด ด้วยทุนสนับสนุนเริ่มต้นจากแสนสิริ จำนวน 100 ล้านบาท นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จังหวัดราชบุรีได้กลายเป็นต้นแบบของ <strong>“โมเดลสร้างกลไกการเปลี่ยนแปลงการศึกษาระดับประเทศ”</strong> และได้จัดตั้งสมัชชาการศึกษาราชบุรีขึ้น</p>



<p>ด้วยวิสัยทัศน์ที่การเรียนรู้ไม่ได้หมายถึงการให้ทุกคนเข้าไปเรียนในห้องเรียนเหมือนกันทั้งหมด นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเหมาะสมกับแต่ละเงื่อนไขชีวิต จึงถูกนำมาใช้ในหลายโรงเรียนภายใต้การดูแลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 หนึ่งในนั้นคือ <strong>“นวัตกรรมการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ที่กำหนดให้สถานศึกษาสามารถเลือกจัดการเรียนการสอนได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การศึกษาในระบบเหมือนหลักสูตรทั่วไป 2) การศึกษานอกระบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และ 3) การศึกษาตามอัธยาศัยที่ออกแบบการเรียนรู้ตามศักยภาพและความสนใจของผู้เรียน</p>



<p>การจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบนี้มุ่งเน้นความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญกับการปรับตัวตามความต้องการและสถานการณ์ของผู้เรียนแต่ละคน ทั้งในเรื่องหลักสูตร วิธีการเรียน และการประเมินผล ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมและความจำเป็นของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในโรงเรียน, การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือการเรียนรู้นอกระบบ เช่น การฝึกอาชีพ การทำเกษตร หรือการทำงานในชีวิตจริง</p>



<p><strong>นวัตกรรมการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ </strong>ได้ช่วยให้เด็กเยาวชนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือกลุ่มที่เสี่ยงจะหลุดจากระบบ สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้ได้อีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเรียนรู้ภายใต้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ได้กลายเป็นทางเลือกและที่พึ่งสำคัญของเด็ก ๆ ซึ่งเผชิญกับปัญหาแตกต่างหลากหลาย เช่น ปัญหาทางเศรษฐกิจ สุขภาพ หรือความจำเป็นในการดูแลครอบครัว</p>



<p>ผลลัพธ์ที่ได้จากการนำร่องนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบในโรงเรียน 12 แห่งของจังหวัดราชบุรีในปี 2567 พบว่า เด็กเยาวชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา รุ่นแรก จำนวน 98 คน สามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีเพียง 1 คนที่ย้ายภูมิลำเนาออกจากจังหวัดราชบุรี</p>



<p><strong>ในปี 2568 โครงการนี้จะก้าวไปอีกขั้น เมื่อภาครัฐและเอกชนในจังหวัดราชบุรี 25 องค์กร ได้ประกาศเจตนารมณ์ความร่วมมือเพื่อให้จังหวัดราชบุรีเป็น “จังหวัดแรกของประเทศ” ที่จะพัฒนาโรงเรียน 333 แห่งในสังกัด สพฐ. ให้กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด โดยมีเป้าหมายต่อไปในการสร้าง “ราชบุรี Zero Dropout: เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong></p>



<p>ครั้งนี้ กสศ. ขอเชิญชวนฟังเสียงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการนี้ ตั้งแต่เขตพื้นที่การศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาที่เริ่มดำเนินการ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ รวมถึงเด็ก ๆ ที่ได้รับผลจากการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิต รวมถึงผลลัพธ์จากการร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งจะช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดราชบุรี และวงการศึกษาไทยในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-838ef6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/01-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เขตพื้นที่การศึกษา: ผู้สื่อสารนโยบายที่เปิดกว้าง ผู้โอบอุ้ม และผู้ฉุดขึ้นเมื่อสะดุดล้ม</strong></h3>



<p><strong>ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวถึงบทบาทสำคัญของเขตพื้นที่การศึกษาในการสื่อสารนโยบายการจัดการศึกษาที่เปิดกว้างตามมาตรา 15 ซึ่งครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยมีเป้าหมายออกแบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองความต้องการของทุกชีวิต ด้วยเชื่อมั่นว่า “เด็กทุกคนมีความฝัน” และ “ทุกคนอยากจะบรรลุความฝันนั้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59e136"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/02-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ดร.บรรเจิดเล่าต่อว่า ชีวิตของเด็กเมื่อย่างก้าวเข้าสู่โรงเรียนเหมือนผ้าขาว ที่จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดของการเติบโตและการเรียนรู้ บางคนอาจข้ามผ่านไปได้ แต่ก็ยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่สะดุดล้มระหว่างทาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้จัดการศึกษาที่จะต้องโอบอุ้มและฉุดช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้กลับมายืนหยัดได้ โดยทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาได้มากที่สุด</p>



<p><strong>“ย้อนกลับไปสามปีที่แล้ว ตอนที่เรากำลังเริ่มต้นพาทีมจัดการศึกษาในรูปแบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เราไม่มั่นใจเลยว่าจะทำได้ แต่ด้วยความทุ่มเทของโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และครูทุกท่าน วันนี้เรามั่นใจแล้วว่าจังหวัดราชบุรีทำได้จริง”</strong>&nbsp;</p>



<p>ดร.บรรเจิดกล่าวต่อ <strong>“โดยเฉพาะเมื่อสามหน่วยงานในเขตพื้นที่การศึกษาสังกัด สพฐ. จับมือกันทำงานร่วมกับ 25 หน่วยงานที่ลงนามความร่วมมือกัน เราเชื่อว่าจากนี้ไป จังหวัดราชบุรีจะสามารถสร้างตาข่ายคัดกรอง ส่งต่อ และจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นอย่างไร้รอยต่อได้ และจะไม่มีเด็กคนไหนหลุดจากระบบการศึกษาออกไปอีก”</strong></p>



<p>การทำงานร่วมกันในพื้นที่ราชบุรีแสดงให้เห็นถึงการสร้างกลไกที่เข้มแข็งและยืดหยุ่น เพื่อให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมกับชีวิตของตนเองอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fdaba3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/04-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศุภกร วิแสง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศุภกร วิแสง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2</strong> กล่าวถึงเหตุผลที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ว่า เขามองเห็นว่าโครงการนี้เป็นการสร้างโอกาสให้กับนักเรียนทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีต้นแบบการทำงานที่สำเร็จแล้ว จึงมั่นใจว่าการจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ สามารถให้คุณภาพการศึกษาที่ดีและสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้จริง</strong></p>



<p>“เริ่มแรกเราจะทำความเข้าใจกับโรงเรียนในสังกัด เพื่อให้ทุกสถานศึกษาเห็นถึงความสามารถในการจัดการศึกษาในหลากหลายรูปแบบ จากนั้นเราจะวางระบบบริหารจัดการให้ทุกโรงเรียนสามารถเข้าใจร่วมกันได้”&nbsp; ผอ.ศุภกรกล่าว พร้อมเสริมว่า จะมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายสนับสนุน เพื่อให้การจัดการศึกษาที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นสามารถรองรับเด็กทุกคนและทุกกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>การดำเนินการนี้สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะยกระดับการศึกษาให้เหมาะสมกับความต้องการของเด็กทุกกลุ่ม รวมถึงการทำงานร่วมกันระหว่างโรงเรียนในสังกัดเพื่อสร้างความเข้าใจและสนับสนุนกันในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและเปิดกว้าง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59fdbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/03-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิทธิพล พหลทัพ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิทธิพล พหลทัพ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี</strong> กล่าวถึงบทบาทของ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ที่จะช่วยรองรับนักเรียนที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะเด็กที่ขาดความพร้อม ทั้งในด้านการเรียนรู้และปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมต้องตระหนักถึง <strong>เนื่องจากในปัจจุบัน สังคมของเรามีความหลากหลายของเด็กมากขึ้น โรงเรียนจึงจำเป็นต้องปรับการเรียนการสอนให้ยืดหยุ่นและรองรับเด็กทุกกลุ่ม</strong></p>



<p>“การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้เด็กได้รับโอกาสในการเรียนรู้มากขึ้น และสามารถจบการศึกษาได้ ซึ่งถือเป็นการเปิดทางไปสู่การศึกษาระดับที่สูงขึ้น” ผอ.สิทธิพลกล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า หากเด็กหลุดจากระบบการศึกษาแล้วไม่กลับมาเรียนอีก เขาจะเสียโอกาสทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานหรือการเติบโตทางสังคม</p>



<p>ผอ.สิทธิพลยังบอกต่อว่า การดึงภาคีจากภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทำให้โรงเรียนสามารถจัดการเรียนรู้ที่เด็กสามารถทำงานและเรียนไปพร้อมกันได้ โรงเรียนจึงต้องปรับหลักสูตรการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการศึกษาตามศักยภาพที่พึงมี และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตอย่างเต็มที่</p>



<p>“เด็กหลายคนยังรอโอกาส บางคนอยากเรียนแต่ไม่มีช่องทาง หากโรงเรียนเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น เราเชื่อว่าเด็กทุกคนจะมีโอกาสพัฒนาและมีชีวิตที่ดีขึ้น”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่เริ่มต้นแล้ว : “อยากบอกว่าการให้โอกาสเด็กที่ไม่มีความพร้อม ถ้าโรงเรียนไม่ทำ เด็กเหล่านี้ก็แทบจะไม่มีทางไปต่อ”</strong></h3>



<p><strong>กันทิมา ตีกะพี้ รองผู้อำนวยการ โรงเรียนมหาราช 7</strong> กล่าวถึงการนำนวัตกรรม <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> มาใช้ในโรงเรียนว่า โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มใช้การเรียนรู้รูปแบบนี้ตั้งแต่ระดับชั้น ป.4 ถึง ม.3 รวมทั้งสิ้น 29 คน โดยเด็ก ๆ มีสาเหตุที่หลากหลายในการต้องการทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่น บางคนต้องทำงานหาเลี้ยงตัวเอง หรือบางคนต้องดูแลพ่อแม่ที่เจ็บป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้เด็ก ๆ สามารถทำงานประกอบอาชีพได้ ดูแลครอบครัวได้ และยังคงสามารถเรียนรู้ในวิธีที่เหมาะสมกับความจำเป็นในชีวิตของพวกเขา</p>



<p>“ยกตัวอย่างเด็กคนหนึ่งที่แม่พิการทำงานไม่ได้ เด็กต้องไปรับจ้างเลี้ยงวัว โรงเรียนก็ช่วยปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับแผนงานและรูปแบบชีวิตประจำวัน โดยครูจะไปสอบถามและพูดคุยกับนายจ้างและตัวเด็กจนทราบว่างานที่เด็กทำคือการตัดข้าวโพด โม่ข้าวโพด และบรรจุถุง โรงเรียนจึงนำงานที่เด็กทำมาประยุกต์ใช้ในการเรียน โดยเชื่อมโยงกับหลักสูตร เช่น คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณปริมาณกิโลกรัมของข้าวโพดที่โม่ได้ในแต่ละวัน และคำนวณราคาในการขายได้ถุงละเท่าไหร่ เป็นต้น” รอง ผอ.กันทิมาอธิบาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f1beba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/05-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">กันทิมา ตีกะพี้</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนมหาราช 7 ยังกล่าวถึงข้อดีของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบว่า <strong>เด็กที่ขาดโอกาส หรือเด็กที่ต้องเผชิญสถานการณ์เฉพาะที่ทำให้เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา จะยังสามารถอยู่ในระบบได้อย่างมั่นคง โดยโรงเรียน ครู และสถานประกอบการหรือนายจ้างจะมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ </strong>การทำงานร่วมกันนี้ช่วยพัฒนาชุมชนด้วยการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็ก ๆ เพื่อในอนาคต เด็กเหล่านี้จะมีความรู้ความสามารถและกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชนและประเทศชาติ</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงไม่เพียงแต่ช่วยให้เด็ก ๆ สามารถเรียนต่อไปได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กในทุก ๆ ด้านอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-134140"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/06-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.นุชนาถ สอนสง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.นุชนาถ สอนสง ผู้อำนวยการโรงเรียนพนมทวนชนูปถัมภ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี</strong> กล่าวถึงการติดตามเด็กที่หลุดออกไปให้กลับมาเรียนได้ว่า โรงเรียนจำเป็นต้องมีรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อความจำเป็นและความต้องการในชีวิตของเด็ก โดยเน้นให้เห็นว่าการเรียนรู้ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา จะช่วยรองรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่อาจไม่ได้มาจากด้านวิชาการเท่านั้น</p>



<p>“เรามีเด็กคนหนึ่งที่หยุดเรียนเพราะต้องดูแลคุณยาย เขาจึงหางานทำและเริ่มหัดพากย์ฟุตบอล เมื่อทักษะดีขึ้นเขาก็เริ่มมีรายได้ พอโรงเรียนชวนกลับมาเรียน ใจเขาก็ยังอยู่ที่การพากย์บอล แต่เราเสียดาย อยากให้เด็กได้เรียนจบ จึงให้ครูออกแบบใบงานและนำบทเรียนไปให้เขาที่สนามฟุตบอล ด้วยวิธีนี้ เด็กก็สามารถเรียนได้ ดูแลคุณยายได้ และยังทำงานหารายได้ช่วยครอบครัวได้” ดร.นุชนาถอธิบาย</p>



<p>ผอ.นุชนาถยังเสริมว่า <strong>เป้าหมายของโรงเรียนคือการทำให้เด็กจบการศึกษาภาคบังคับก่อน</strong> จากนั้นเด็กจะมีโอกาสอื่น ๆ ในการศึกษาต่อ หรืออาจนำวุฒิการศึกษามาต่อยอดการเรียนรู้เฉพาะทาง เช่น การพากย์บอล ซึ่งจะช่วยพัฒนาและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับเด็กได้ในอนาคต</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นในรูปแบบนี้จึงไม่เพียงแค่ช่วยให้เด็กเรียนจบ แต่ยังสร้างโอกาสให้เด็กได้พัฒนาทักษะอื่น ๆ ที่สามารถใช้ทำงานและพัฒนาตัวเองต่อไปได้ในอนาคต&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa98ab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/07-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผอ.เปลว ปุริสาร ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวถึงการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นว่า โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้งใช้วิธีการเรียนที่เปิดโอกาสให้เด็กบางคนที่ต้องทำงานหาเงินไปพร้อมกับการเรียน หรือบางคนที่มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถมาเรียนทุกวันได้ โรงเรียนจะจัดตารางเรียนให้เด็กมาเรียนสัปดาห์ละอย่างน้อยหนึ่งวัน และที่เหลือจะให้เด็กทำงานหรือทำกิจกรรมที่สนใจไป จนเมื่อพวกเขาเรียนจบ</p>



<p><strong>“หลายคนได้แสดงให้เห็นว่าโอกาสที่ได้รับได้เปลี่ยนความคิดของพวกเขาให้อยากเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น หลายคนกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวทำงานหาเงิน และบางคนก็เปลี่ยนแปลงตัวเองจากเด็กเกเรมาเป็นคนใฝ่รู้ใฝ่เรียน เมื่อเขาเจอกับสิ่งที่ตัวเองสนใจ”</strong> ผอ.เปลวกล่าว</p>



<p>ผอ.ยังเน้นว่า <strong>การให้โอกาสเด็กที่ไม่มีความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ</strong> หากโรงเรียนไม่ทำเช่นนี้ เด็กเหล่านี้อาจไม่มีทางไปต่อได้ “โรงเรียนและครูต้องเป็นคนคอยพยุง ดูแล และเป็นเพื่อนคู่คิดที่สำคัญ ช่วยให้เด็กทุกคนพัฒนาได้ตามศักยภาพของตัวเอง ซึ่งการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นจะช่วยให้ทั้งเด็กและครูไปถึงเป้าหมายร่วมกันได้”</p>



<p>การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนได้พัฒนาตามบริบทและสถานการณ์ของตัวเอง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่กำลังเข้าร่วม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ : ฟังเสียงเด็ก ปรับการเรียนรู้ให้ตอบโจทย์ชีวิต เพื่อไม่ให้เด็กหลุดจากระบบและจบการศึกษา</strong></h3>



<p><strong>วนิชยา กันขำ ครูโรงเรียนวัดบึงกระจับ อำเภอบ้านโป่ง</strong> กล่าวถึงการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ว่าเป็นวิธีการฟังเสียงของเด็ก ๆ ว่าเขาต้องการอะไร แล้วโรงเรียนจะจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กประสบ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกไปจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5823f9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/08-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วนิชยา กันขำ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูวนิชยายกตัวอย่างเคสนักเรียนที่เคยหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะต้องทำงานช่วยแม่ เมื่อครูไปตามเด็กกลับมาที่โรงเรียน แต่เด็กไม่สนใจจะเรียนต่อแล้ว ซึ่งน่าเสียดายว่าเด็กคนนี้เสียโอกาสในการพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ไป</p>



<p>“เด็กคนนี้อยู่ชั้น ป.6 และมีความสามารถด้านศิลปะ แต่เมื่อไปตามเขากลับไม่สนใจจะเรียนต่อ โดยยืนกรานว่าจะช่วยแม่ทำงาน” ครูวนิชยายอมรับว่ารู้สึกเสียดายที่เด็กมีทักษะ ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาได้ไกลกว่านั้นเธอเชื่อว่า <strong>การนำ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” มาใช้</strong> จะเป็นวิธีที่ช่วยให้เด็กคนนี้กลับมามีโอกาสเรียนได้ใหม่ โดยไม่ทิ้งศักยภาพที่เขามีไว้ ซึ่งหลังจากนี้โรงเรียนจะใช้แนวทางนี้ในการช่วยดูแลและไม่ให้เด็กหลุดออกจากการศึกษาอีกต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ed8887"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/09-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปวิช ไชยยุทธ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ปวิช ไชยยุทธ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> กล่าวว่า <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> คือแนวทางที่โรงเรียนใช้ในการเข้าหาและรับฟังปัญหาของเด็ก ๆ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นโรงเรียนจะปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เด็กเผชิญ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ยังกล่าวเสริมว่า <strong>การศึกษาไม่ควรหมายถึงแค่การทำเกรดให้ดีหรือเรียนจบสูงเท่านั้น</strong> แต่ควรคำนึงถึงการดูแลด้านสังคม จิตใจ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เด็กอาจต้องเผชิญ โรงเรียนจึงควรเป็นที่พึ่งให้เด็กในทุกมิติและไม่ทอดทิ้งเขา เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง</p>



<p>“การศึกษาคือการดูแลเด็กในทุกด้าน รวมถึงความรู้สึกและความท้าทายที่เขาต้องเผชิญ ซึ่งการใช้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบจะช่วยให้โรงเรียนสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่ และทุกโรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเด็ก ๆ ได้” รอง ผอ.ปวิชกล่าว&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong> รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> กล่าวว่า <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> คือแนวทางที่โรงเรียนใช้ในการเข้าหาและรับฟังปัญหาของเด็ก ๆ เพื่อให้เข้าใจสิ่งที่เขาต้องการ จากนั้นโรงเรียนจะปรับการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เด็กเผชิญ เพื่อไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาและสามารถเรียนจนจบได้</p>



<p>รองผู้อำนวยการโรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์ยังกล่าวเสริมว่า <strong>การศึกษาไม่ควรหมายถึงแค่การทำเกรดให้ดีหรือเรียนจบสูงเท่านั้น</strong> แต่ควรคำนึงถึงการดูแลด้านสังคม จิตใจ และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เด็กอาจต้องเผชิญ โรงเรียนจึงควรเป็นที่พึ่งให้เด็กในทุกมิติและไม่ทอดทิ้งเขา เพื่อให้เด็กได้รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง</p>



<p>“การศึกษาคือการดูแลเด็กในทุกด้าน รวมถึงความรู้สึกและความท้าทายที่เขาต้องเผชิญ ซึ่งการใช้ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบจะช่วยให้โรงเรียนสามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างเต็มที่ และทุกโรงเรียนสามารถประยุกต์ใช้วิธีนี้เพื่อช่วยเด็ก ๆ ได้” รอง ผอ.ปวิชกล่าว&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-70be9f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/10-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิริพร ลิ้นจี่</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิริพร ลิ้นจี่ ครูโรงเรียนวัดโพธิ์ศรี ราชบุรี เขต 1</strong> กล่าวว่า การเยี่ยมบ้านนักเรียนทุกคนทำให้ครูเข้าใจปัญหาของเด็ก ๆ ได้ดีขึ้น โดยเฉพาะทำไมบางคนไม่สามารถมาโรงเรียนได้ทุกวัน ดังนั้น <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> จึงเป็นการเรียนรู้ที่จะช่วยให้เด็กได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม หลังจากการคัดกรองเพื่อหาว่าเด็กคนไหนจำเป็นต้องเรียนในวิธีที่แตกต่างออกไป</p>



<p>เธอกล่าวต่อว่า <strong>การเรียนรู้ตามความสนใจและความถนัดของเด็ก</strong> หรือแม้แต่ตามข้อจำกัดในชีวิต เป็นการศึกษาในรูปแบบที่ยืดหยุ่นและช่วยให้เด็กเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเชิญบุคลากรจากภาคส่วนอื่น ๆ มาร่วมพัฒนาเด็ก ๆ ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีทัศนคติที่ดีและมีความสุขในการเรียนมากขึ้น</p>



<p>“อยากชวนโรงเรียนอื่น ๆ ให้เข้ามาลองเรียนรู้และทำร่วมกัน เพราะเด็กทุกคนมีคุณค่า มีความสามารถ และมีความเก่งในแบบของตัวเอง เราในฐานะครูจะต้องช่วยพัฒนาและส่งเสริมให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้เต็มที่ที่สุด” ครูสิริพรกล่าว&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กรุ่นแรกของโครงการ : “1 โรงเรียน 3รูปแบบ คือการมองเห็นจริง ๆ ว่าเด็กทุกคนมีคุณค่าและสามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้”</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5c5b21"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/1-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สิริวิมล เหลนปก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สิริวิมล เหลนปก ชั้น ม.2 โรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง </strong>เล่าว่าช่วง ม.2 เทอม 2 มีเหตุให้ขาดเรียนบ่อย จนในที่สุดก็หลุดไปจากโรงเรียน แต่ในที่สุดก็ได้กลับมาเรียนผ่าน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ <strong>“ตอนหลุดออกไปแล้ว หนูได้รับคำแนะนำจากครูให้เรียนด้วยวิธีที่เราไม่ต้องมาเรียนทุกวัน มันทำให้หนูทำงานและเรียนไปพร้อมกันได้</strong> คือตอนนี้หนูทำงานกับที่บ้าน เป็นร้านเสริมสวย ได้ค่าแรงเป็นวัน แล้วในหนึ่งอาทิตย์ก็จะไปโรงเรียน 2-3 วัน ส่วนวันที่ทำงานครูก็จะให้โจทย์มาเป็นรายวิชา เราก็จะเผื่อเวลาเรียนต่อวันไว้ แล้วพอถึงวันไปพบครูที่โรงเรียนก็จะมีการประเมินสิ่งที่เราได้เรียนรู้ พอเรียนด้วยวิธีนี้ ทำให้ตอนนี้กำลังจะจบ ม.2 แล้ว หนูคิดว่าการเรียนอย่างนี้ คือการมองเห็นจริง ๆ ว่าเด็กทุกคนมีคุณค่าและสามารถเรียนรู้พัฒนาตัวเองได้ค่ะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-56414c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุทัตตา เพ็งกัด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สุทัตตา เพ็งกัด</strong> <strong>นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนมหาราช 7</strong> เล่าว่าเธอต้องหยุดเรียนไปดูแลแม่ที่ผ่าตัดดวงตา หลังจากนั้นครูเห็นว่าเธอเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา จึงแนะนำให้เรียนผ่านโครงการ <strong>“1 โรงเรียน 3 รูปแบบ”</strong> ซึ่งทำให้เธอสามารถทำงานรับจ้างในสวนเพื่อดูแลตัวเองและแม่ได้ แม้ว่าแม่จะยังไม่สามารถทำงานได้&nbsp;</p>



<p>เธอบอกว่า “หนูมองว่าข้อดีของการเรียนแบบนี้คือถึงเรามีเรื่องที่ต้องทำจนทำให้มาโรงเรียนไม่ได้ แต่เราก็ไม่ต้องออกจากโรงเรียนไปเลย ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่ยังมีสิทธิ์จบ ม.3 เหมือนเพื่อน ๆ”<br><em>ทั้งสองกรณีแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยให้เด็ก ๆ กลับมามีโอกาสในการศึกษา แต่ยังช่วยให้พวกเขาสามารถพัฒนาตัวเองตามสถานการณ์ชีวิตและความสามารถของแต่ละคน</em><strong>&nbsp;</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120325/">การศึกษาที่ยืดหยุ่น ลดเด็กหลุดจากระบบได้อย่างไร ? ฟังเสียงจากราชบุรี หลังนำร่อง 1 โรงเรียน 3 รูปแบบทั้งจังหวัด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง’ ร้านไก่ KFC เปิดห้องเรียนยืดหยุ่น เติมความฝัน สร้างโอกาส ขยาย School Zone แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-130624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Jun 2024 10:22:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนยืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[แจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[KFC Bucket Search]]></category>
		<category><![CDATA[KFC ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภชัย ไตรไทยธีระ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=82741</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากงานวิจัยเชิงสํารวจเพื่อศึกษาข้อมูลของเด็กนอกระบบการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130624-2/">‘ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง’ ร้านไก่ KFC เปิดห้องเรียนยืดหยุ่น เติมความฝัน สร้างโอกาส ขยาย School Zone แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากงานวิจัยเชิงสํารวจเพื่อศึกษาข้อมูลของเด็กนอกระบบการศึกษาที่ กสศ. ร่วมกับเครือข่าย 67 องค์กร มีเด็กนอกระบบการศึกษาที่ให้ข้อมูล 35,003 คน พบว่า 50% ของเด็กกลุ่มนี้ มีความต้องการได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพและสนับสนุนการประกอบอาชีพ มากกว่าการเข้าเรียนในระบบการศึกษา ข้อเท็จจริงนี้แสดงถึงแรงจูงใจภายในของเด็ก ที่เห็นความสำคัญของการประกอบอาชีพมากกว่ามุ่งเป้าหมายการศึกษาในระบบ</p>



<p>ดังนั้นการจัดการศึกษาที่จะทำให้เด็กกลุ่มนี้มีรายได้จากการประกอบอาชีพตามเป้าหมายของตัวเอง และได้รับวุฒิการศึกษาไปด้วย คือ รูปแบบการศึกษาที่ตอบโจทย์ชีวิต เพื่อส่งเสริมให้เด็กๆ ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>การจัดการศึกษาในรูปแบบนี้ ภาคเอกชนมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญอย่างมาก ในการเชื่อมโลกการทำงานและโลกของการศึกษาไปด้วยกัน จึงเป็นที่มาที่ กสศ. ระดมความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชนที่มีความสนใจพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิตเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เพื่อให้พวกเขากลับเข้าศึกษาต่อจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานและได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพตามความถนัดและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองได้&nbsp;</p>



<p>กสศ. ยังเชื่อมโยงภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และภาคนโยบาย ที่มีความเชี่ยวชาญในการเทียบโอนประสบการณ์เป็นคุณวุฒิ ร่วมพัฒนาหลักสูตรนี้ด้วย จึงเป็นที่มาของ ‘หลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ’ ของ KFC หนึ่งในองค์กรภาคเอกชนที่ร่วมพัฒนากับ กสศ. และมูลนิธิปัญญากัลป์ที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้นอกระบบและตามอัธยาศัย ซึ่งหลังจากพัฒนาเสร็จสมบูรณ์ และได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ จึงได้นำไปทดลองใช้กับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมที่ครั้งหนึ่งในชีวิตอาจเคยก้าวพลาด จนต้องได้รับโทษทัณฑ์หรือหลุดออกจากเส้นทางการศึกษาไป&nbsp;</p>



<p>หลักสูตรนี้จะช่วยสร้างสิทธิและโอกาสการศึกษาสำหรับเด็กทุกคนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม เพื่อให้การศึกษาเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้เด็กเหล่านั้นหวนกลับเข้าสู่เส้นทางชีวิตใหม่และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี เป็นประตูบานสำคัญที่จะนำพาให้พวกเขาก้าวข้ามอุปสรรค ไปสู่การพัฒนาทักษะ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้ในท้ายที่สุด</p>



<p>วันนี้ กสศ. ชวนพูดคุยกับ <strong>แจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล</strong> Senior Marketing Manager KFC Thailand และ <strong>ศุภชัย ไตรไทยธีระ </strong>ประธานมูลนิธิปัญญากัลป์ สองหัวเรือหลักที่ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา ด้วยการสรรค์สร้าง ‘หลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ’ ที่เด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรมจะได้เรียนรู้ผ่านโครงการ ‘KFC Bucket Search’ สร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อดึงเอาศักยภาพของเด็กๆ ออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยความเชื่อที่ว่าทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมว่า ภาคธุรกิจหรือใครก็ตามที่มีไอเดียอยากจะเข้ามามีส่วนร่วมกับการแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาก็สามารถทำได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9366d3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/a.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศุภชัย ไตรไทยธีระ ประธานมูลนิธิปัญญากัลป์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="1--%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-"><strong>อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจปัญหาการศึกษาของเด็กไทย</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> สำหรับ KFC ต้องเท้าความถึงจุดเริ่มต้นของผู้พันแซนเดอร์ก่อนว่า ผู้พันแซนเดอร์ก็เป็นเด็ก Dropout คำว่าโอกาสและความเท่าเทียมจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เขาต้องการทำไก่ทอดที่อร่อย คุณภาพดี ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ ความเท่าเทียมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นของ KFC จึงอยู่ที่การปลูกฝังเรื่องความเท่าเทียมให้กับทุกคน</p>



<p>จนมาถึงวันนี้เราได้เห็นว่าเรื่องการศึกษาเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ยังขาดความเท่าเทียมอยู่ ทั้งที่การศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ เราพบว่าปัญหาเรื่องการศึกษาในช่วงโควิด-19 คือช่วงที่หนักที่สุด เด็กหลายคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ เพราะต้องออกมาทำงาน ตรงนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราสนใจปัญหาเรื่องการศึกษา</p>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> ช่วงปี 2563 เป็นปีที่ กสศ. ให้ความสำคัญเรื่องการทำงานกับเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งทางมูลนิธิปัญญากัลป์ก็ได้รับการเชิญชวนให้มาช่วยกันคิดหาแนวทางช่วยเหลือหรือให้โอกาสเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้ยังไงบ้าง&nbsp;</p>



<p>ในโปรเจกต์ที่ผมดูแลมีเด็กทั้งหมด 900 คน ในภาคอีสาน ในจำนวนนี้มีเด็ก 300 คน อยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนและสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 9 จังหวัด ในการดูแลของกรมพินิจฯ ซึ่งเราพบว่าเด็กหลายคนออกจากระบบการศึกษาตั้งแต่ ม.ต้น เราจึงคิดว่าน่าจะมีวิธีช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ จึงได้จัดตั้ง ‘ศูนย์การเรียน’ เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้องๆ ที่หลุดออกจากระบบ ซึ่งตามมาตรา 12 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เปิดโอกาสให้ชุมชนหรือองค์กรภาคเอกชนสามารถที่จะจัดการศึกษาให้กับเด็กได้</p>



<p>ในปีแรกเราได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้จริงและมีเด็กจบได้จริง โดยมีศูนย์การเรียน CYF (Children and Youth Development Foundation) ที่นครพนมเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชน หลังจากนั้น กสศ. ก็มีโครงการยกระดับการทำงานร่วมกับกรมพินิจฯ โดยมองว่าทำยังไงให้เด็กประคับประคองชีวิตตัวเองให้รอดได้จริงๆ และอยู่ในจุดที่เขายืนอยู่ได้โดยไม่กระทำผิดซ้ำ</p>



<p>เมื่อเรามาเสริมแรงกับ KFC เราก็ยิ่งเห็นว่ามีอาชีพหลากหลายให้เด็กได้ค้นหาตัวเอง โดยเราจัดเป็นโครงการ KFC Bucket Search ให้เด็กได้เห็นคนในอาชีพนั้นตัวเป็นๆ มายืนขายของให้ดู เห็นบาร์เทนเดอร์มาเขย่าให้ดูจริงๆ เห็นช่างตัดผมเท่ๆ เห็นพี่ๆ KFC มาเล่าประสบการณ์ก้าวพลาดของเขาเหมือนกัน เด็กเขาก็ได้แรงบันดาลใจในการที่จะไปต่อ อันนี้ก็เป็นจุดที่ทำให้เราเห็นว่าความสำคัญของการศึกษาไม่ใช่แค่วุฒิการศึกษาเท่านั้น แต่ทำยังไงให้ขยับไปสู่การสร้างความมั่นคงในชีวิตให้กับพวกเขาด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4dece2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/b.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สองหัวเรือหลักที่ร่วมสร้างโครงการ ‘KFC Bucket Search’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="2--%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A8-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-"><strong>บทบาทของมูลนิธิปัญญากัลป์ ในฐานะภาคีเครือข่ายของ กสศ. เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> มูลนิธิปัญญากัลป์เองก็ทำหลายส่วน เราไม่ได้จัดศูนย์การเรียนอย่างเดียว แต่เราประสานศูนย์การเรียนเครือข่ายในแต่ละพื้นที่ให้มาร่วมจัดการศึกษาแก่เด็กในกระบวนการยุติธรรมด้วย ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์อย่างดีจากสมาคมเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน อีกส่วนหนึ่งก็เชื่อมประสานภาคีทั้งภาคเอกชนกับภาครัฐในการจัดทำหลักสูตรรองรับ เพื่อให้สังคมเกิดภาพใหม่ในการมองเด็กเหล่านี้</p>



<p>นอกจากนี้เรายังขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เช่น การเปลี่ยนระบบของกรมพินิจฯ โดยการพัฒนาตัวแบบการทำงานเชิงระบบที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 และร่วมผลักดันจนเกิดชั่วโมงที่เรียกว่า learning time คือปรับขยายเวลาในการขึ้นหอนอน ให้เด็กได้มีเวลาเรียนรู้ในสิ่งที่เขาสนใจ จากเดิมต้องขึ้นหอนอนตั้งแต่ 5 โมงเย็น ก็เปลี่ยนเป็น 2 ทุ่ม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="3--%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-"><strong>ในฐานะหน่วยจัดการเรียนรู้ที่ใกล้ชิดกับเด็กเยาวชนมากที่สุด มูลนิธิปัญญากัลป์พบสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบในมิติใดบ้าง</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> อันนี้เห็นชัดมากโดยเฉพาะกับเด็กในกระบวนการยุติธรรม คือมันไม่ได้เป็นความก้าวพลาดที่เราจะโทษเขาคนเดียว เพราะเบื้องหลังของการเข้ามาอยู่สถานพินิจฯ มาจากสภาพปัญหาที่ซับซ้อน เช่น ปัญหาครอบครัวแตกแยก หย่าร้าง สภาพครอบครัวไม่มั่นคง หรือปัญหาความยากจนที่ผลักให้เขาต้องมาอยู่ในเส้นทางนี้ หรือบางคนอาจเป็นเด็กที่มีฐานะ แต่ภูมิคุ้มกันในตัวเองต่ำ ทักษะการใช้ชีวิตต่ำ ก็ไม่สามารถที่จะเผชิญหน้ากับเรื่องบางเรื่องได้ เราเห็นตรงนี้ชัดมาก</p>



<p>ถ้าสะท้อนให้เห็นเป็นกรณีศึกษา เราเห็นเด็กคนหนึ่งเป็นเด็กที่เรียนดีมาก อยู่ ม.5 ใกล้จะจบแล้วด้วย แล้วก็ถูกเพื่อนในโรงเรียนบูลลี่ว่าแม่ทำอาชีพเป็นพีอาร์ร้านเหล้า ร้านคาราโอเกะ ซึ่งแม่เขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยงเขากับน้องสองคน เขาก็เลยพยายามหาวิธีการในการได้มาซึ่งเงินเพื่อให้แม่หยุดทำอาชีพนี้ด้วยการไปขนยาเสพติด</p>



<p>ตอนที่เขาทำครั้งแรกและครั้งที่ 2 เขาไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด พอครั้งที่ 3 เขารู้และเขาอยากได้เงินมากขึ้น เพราะแม่ก็ยังไม่หยุดทำงาน ท้ายที่สุดเขาก็โดนจับด้วยคดีมียาเสพติดในครอบครองเพื่อจำหน่าย 6 ล้านเม็ด แต่ด้วยพฤติกรรมที่เขาเป็นเด็กตั้งใจดี มีความประพฤติดี ตอนนี้น้องกลับออกมาแล้วและผ่านโปรแกรมที่เราทำกับ กสศ. สำเร็จการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย&nbsp;</p>



<p>จากการทำงานเราค่อนข้างเห็นความซับซ้อนของปัญหาเยอะมาก กฎหมายหรือความยุติธรรมพูดถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำได้ยากมาก เพราะทุกคนที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายกำหนด แต่ในขณะเดียวกันภาพความเหลื่อมล้ำที่เราเห็นคือ ภาพก่อนที่เขาจะเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราเห็นภาพที่มีปัญหาซ้อนทับในชีวิตของเด็กคนหนึ่งที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่ามันไม่ใช่ความผิดของพวกเขา เพราะพวกเราเองก็คือผลพวงของความผิดเหล่านั้นในชีวิตเด็กด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="4--%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1-"><strong>จะเห็นว่าที่ผ่านมามูลนิธิปัญญากัลป์มีส่วนร่วมกับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษามากมาย อยากทราบว่าทางมูลนิธิมีกลุ่มเป้าหมายอะไรที่ต้องการมุ่งเน้นเป็นพิเศษเพิ่มเติม</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> ตอนนี้นอกจากเด็กในกระบวนการยุติธรรม เราสนใจเด็กที่อยู่ในกลุ่มด้อยโอกาส เช่น พ่อแม่วัยใส กลุ่มเด็กที่ใช้ยาเสพติด แล้วก็มีกลุ่มเด็กจิตเวช คือเป็นวัฏจักรวนเวียนกัน เด็กใช้ยาเสพติดเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม แล้วเด็กใช้ยาก็ออกไปเป็นเด็กจิตเวช ยิ่งเด็กที่อยู่ในกลุ่มจิตเวชนี่มีข้อกังวลและข้อท้าทายเยอะมากว่าเราจะออกแบบการศึกษายังไงให้เขาสามารถเรียนรู้และฟื้นฟูตัวตนได้&nbsp;</p>



<p>สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เขามี self esteem (เห็นคุณค่าในตนเอง) สูงขึ้นให้ได้ อย่างน้อยก็จะทำให้เขามีความยับยั้งชั่งใจ สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ เพียงแต่ว่าเขาจะต้องใช้ยารักษาในการควบคุมระดับของฮอร์โมนหรือพฤติกรรมบางอย่าง</p>



<p>ตอนนี้เราก็พยายามหาแนวทางเรื่องกระบวนการวินิจฉัยพฤติกรรมเบื้องต้น กับกระบวนการสังคมบำบัด ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายและเป็นสิ่งที่อยากทำในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="5--%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-kfc-bucket-search-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-kfc--"><strong>ก่อนหน้านี้ได้เกริ่นถึงโครงการ KFC Bucket Search อยากให้ช่วยขยายความให้ฟังว่าโครงการนี้มีแนวคิดอย่างไร และอะไรคือเป้าหมายของ KFC&nbsp;</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> เราต้องการที่จะผลักดันให้สังคมเห็นว่า จริงๆ แล้วเด็กทุกคนมีศักยภาพ ขอแค่ให้โอกาสอย่างเท่าเทียม</p>



<p>KFC Bucket Search คือการค้นหาเด็กที่ไม่มีใครมองเห็น ก็คือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เราตั้งใจที่จะไปตามหาเด็กๆ เหล่านี้ เพราะเราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความสามารถและมีศักยภาพ เราจึงอยากให้เขากลับคืนสู่สังคม ซึ่งเราใช้คำว่ากลับคืนสู่สังคมไม่ใช่สู่ระบบ เพราะจริงๆ แล้วระบบอาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน ทุกคนมีความชอบและมีความถนัดที่แตกต่างกัน และเงื่อนไขชีวิตที่ต่างกัน</p>



<p>เพราะฉะนั้นโครงการ KFC Bucket Search จึงเป็นการตามเด็กกลับเข้ามาสู่สังคมโดยให้เด็กเป็นตัวตั้งต้น เราจะดูว่าพื้นฐานชีวิตของเด็กเป็นอย่างไร มีความชอบหรือความถนัดอะไร แล้วจัดทำเป็นหลักสูตรให้เขาเลือก เหมือนมี 2 ทางเดินว่าเขาอยากจะเรียนไปด้วยหรือทำงานไปด้วยไหม เพราะปัญหาของเด็กส่วนใหญ่คือความยากจน เป็นปัญหาอันดับหนึ่งที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะเรียนหนังสือในระบบได้&nbsp;</p>



<p>ส่วนทางเดินอีกทางก็คือเรื่องการฝึกทักษะวิชาชีพ หรือการเป็นสเปเชียลลิสต์ต่างๆ อย่างที่เราเห็นว่าเด็กบางคนอาจมีความถนัดอย่างหนึ่ง เช่น เขาอยากเป็นช่างทำผม ซึ่งเป็นวิชาชีพที่เขาสามารถใช้เลี้ยงดูตัวเองได้ แต่การเรียนในระบบปกติอาจจะไม่เหมาะกับเขา เพราะฉะนั้นปลายทางของเราคือ ต้องการช่วยให้เด็กสามารถพึ่งพาตนเองได้ เราจึงพยายามสร้างทางเลือกต่างๆ ที่ยืดหยุ่น ไม่ใช่ว่าให้เด็กต้องกลับไปสู่โรงเรียนเท่านั้น เพราะนั่นไม่ใช่คำตอบที่ตายตัว&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่เรากำลังทำตอนนี้คือ เราตั้งใจสร้างหลักสูตรการเรียนร่วมกับศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ โดยใช้ร้าน KFC เป็นโรงเรียน เพื่อให้เด็กเข้ามาทำงานกับเราได้และสามารถที่จะเรียนจบไปพร้อมๆ กันได้ เราเรียกว่าหลักสูตร ‘entrepreneurship’ หรือ ‘ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ’ และเราอยากให้คนเห็นว่าหลักสูตรการเรียนควรจะปรับให้เหมาะสมกับยุคสมัยอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับเรื่องการเงิน วิชาภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ โดยเรียนรู้ผ่านการทำงานจากประสบการณ์จริง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4fd4e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/c.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">แจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager KFC Thailand </figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="6--%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-kfc-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AA%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-"><strong>อยากให้ช่วยยกตัวอย่างหลักสูตรหรือสาระวิชาของ KFC ที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นต่อการเรียนรู้ของเด็กว่าเป็นอย่างไร</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> หลักสูตรเราชื่อว่า ‘ทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ’ ในรายวิชาจะมีชื่อวิชาที่เราพัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบัน เช่น วิชาจักรวาลภาษาในโลกธุรกิจ ซึ่งไม่ต้องไปนั่งเรียนหรือท่อง แต่เน้นการใช้ให้เป็น เพราะสำคัญที่สุดคือการใช้งาน จึงต้องเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ&nbsp;</p>



<p>หลักสูตรนี้ตอบโจทย์กับเด็กที่อยากจะเปิดธุรกิจของตัวเอง การที่เข้ามาทำงานกับ KFC จะช่วยให้เห็นตั้งแต่ต้นกระบวนการเลยว่า การบริหารงานในร้านอาหารต้องทำยังไง รู้จักวิธีการทำ sales forecast (การพยากรณ์ยอดขาย) หรือวิธีการจัดการมาตรฐานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ เราเห็นว่าเด็กๆ อยากทำร้านอาหาร อยากไปเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว เราตั้งใจให้เขามีองค์ความรู้ตรงนี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นให้กับเขา ก็เลยเป็นที่มาของหลักสูตรที่ยืดหยุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-52c8fd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/kfc-table.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ทำความรู้จักห้องเรียน KFC ระดับชั้น ม.ปลาย</strong></h4>



<p><strong>หลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ</strong><br>• เรียนรู้จากการปฏิบัติงานแล้วเทียบโอนเป็นหน่วยกิตวิชา<br>• ระยะเวลา 12 เดือน แบ่งเป็นการปฏิบัติงานหน้าร้าน 7 หน่วยการเรียนรู้ และงานภายในออฟฟิศ 7 หน่วยการเรียนรู้<br>• ทุกๆ 3 เดือน จะหมุนเวียนการเรียนรู้ในแต่ละส่วน ได้แก่ หน้าร้าน กลางร้าน และหลังร้าน<br>• มีแผนการเรียนย่อยตามสาระการเรียนรู้ของรายวิชาพื้นฐาน<br><br><strong>หน่วยการเรียนรู้แบบบูรณาการ</strong><br><strong>• หน้าร้าน</strong><br>&#8211; การบริการและสุขาภิบาลอาหาร<br>&#8211; ด้วยใจรักนักบริการ<br>&#8211; ตัวตึงวงการอาหาร<br>&#8211; ปรมาจารย์ด้านการครัว<br>&#8211; ยอดนักขาย<br>&#8211; จักรวาลภาษาในโลกธุรกิจ<br>&#8211; นักการเงินตัวยง<br><strong>• ออฟฟิศ</strong><br>&#8211; การสื่อสารและการตลาดนอกรอบ<br>&#8211; ภาษาอังกฤษเพื่อความก้าวหน้า<br>&#8211; โลกสวยด้วยมือเรา ‘สร้างสรรค์สังคม’ ‘นักเปลี่ยนแปลงโลก’<br>&#8211; วิชาครีเอทีฟเพื่อโลก<br>&#8211; เข้าสู่โลกทำงานแบบดิจิทัล<br>&#8211; การบริหารและสื่อสารองค์กรฉบับผู้พันแซนเดอร์ส<br>&#8211; การจัดแผนงานลับสุดยอด</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p></p>



<p><strong>ศุภชัย: </strong>เด็กที่ได้ทุนจาก KFC หลายคนไปเป็นผู้ประกอบการ มีเคสหนึ่งเขานำเงินไปเช่าร้านเปิดร้านขายน้ำปั่นหน้าโรงเรียน แล้วก็ให้แม่มาเฝ้าร้าน ส่วนตัวเขาเองไปทำงานก่อสร้างเพื่อนำเงินมาจุนเจือด้วย ซึ่งทางคุณแจนเน็ตก็มีไอเดียขึ้นมาว่าเราควรมีวิชาที่จะเติมเรื่องการจัดการเงินไหม เพื่อให้เด็กๆ ได้โฟกัสกับการเติบโตและเดินตามความฝันได้อย่างเต็มที่ </p>



<p>ที่ผ่านมาเรามักจะได้รับบทเรียนระหว่างทางเสมอ คือไม่ใช่แค่เด็กจะได้เรียนรู้ แต่คนทำงานเองก็ได้เรียนรู้ด้วยว่า ยังมีช่องว่างหรือมีจุดอ่อนตรงไหนที่เราจะเติมให้เด็กมีความสมบูรณ์มากขึ้นได้</p>



<p>หลักสูตรที่เราสร้างขึ้นจะมีความยืดหยุ่น สลายรายวิชา ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการหน่วยการเรียนรู้ เป็นการลดเวลาเรียน โดยที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้ในหลายวิชาพร้อมๆ กัน&nbsp;</p>



<p>ในหลักสูตรนี้มีแผนการจัดการศึกษาทั้งหมด 14 หน่วยบูรณาการ เป็นเหมือนห้องเรียนพิเศษสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ไม่ว่าเด็กจะอยู่ไหนก็สามารถเรียนได้ ทั้งการเรียนออนไลน์ เรียนทางไกล หรือมีการมอบหมายใบงานให้เด็กๆ กลับไปทำ&nbsp;</p>



<p>พอเอาหลักสูตรนี้ไปให้เขตพื้นที่การศึกษาดู เขาว้าวมาก และทางเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ก็ร่วมทีมพัฒนาและให้ข้อเสนออย่างเต็มที่ ตั้งแต่วันที่เราเริ่มต้นจะทำเรื่องนี้ ผอ.เขต ก็อยากเห็นการศึกษาแบบนี้ในโรงเรียน เราก็ไปพัฒนาหลักสูตรและแผนการจัดการศึกษา แล้วส่งไปที่เขตอีกรอบ จากนั้นก็ขยายรายละเอียดเพิ่มเติม เป็นเหมือนสารตั้งต้นที่สามารถเอาไปประยุกต์ใช้จัดการศึกษาให้กับเด็กได้ ส่วนเรื่องการวัดประเมินผล เราจะเชิญผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยเราในการทำให้หลักสูตรนี้สมบูรณ์ที่สุด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="7--kfc-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A8-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-"><strong>KFC มีความเชื่อมั่นเรื่องการสนับสนุนทุนทำงานเรื่องการศึกษากับ กสศ. อย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> เพราะ กสศ. เป็นองค์กรที่ผลักดันเรื่องนี้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง และเราก็เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่นโยบาย แต่มี action เกิดขึ้นจริง เราเห็นการทำงานลงพื้นที่จริงๆ และการทำงานร่วมกันกับภาคีเครือข่ายต่างๆ อย่างเช่นมูลนิธิปัญญากัลป์ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มาผนึกกำลังกันแก้ปัญหา&nbsp;</p>



<p>อย่างกรณีเด็กที่หลุดออกจากระบบ ถ้าไม่มีระบบฐานข้อมูลในการติดตามค้นหาเด็กของ กสศ. การช่วยเหลือเด็กก็คงทำได้ยากมาก เราจึงเชื่อมั่นว่าถ้าเราเป็นอีกแรงหนึ่งในการสนับสนุนก็น่าจะทำให้ผลลัพธ์ไปถึงเด็กจริงๆ&nbsp;</p>



<p>อีกอย่างที่สำคัญคือ กสศ. ใช้เด็กเป็นตัวตั้ง ไม่ว่าจะแก้ปัญหาอะไรก็ตาม ตรงนี้ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจสนับสนุนทุนทำงานเรื่องการศึกษากับ กสศ.</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="8--%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-kfc-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99-"><strong>ภาคเอกชนอย่าง KFC มีอะไรเป็นต้นทุนสำคัญในการทำงานกับเยาวชน</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> จริงๆ แล้วการให้ทุนอาจเป็นแค่พาร์ตหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือคำว่า ‘โอกาส’ ที่จะทำให้เด็กสามารถมีทางเลือกในชีวิตที่มากขึ้นได้ อย่างหลักสูตรที่เราสร้างขึ้นมาก็เป็นการเปิดทางเลือกที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นสำหรับภาคเอกชนอย่างเรา ต้นทุนสำคัญที่เรามีคือการหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็ก แม้ว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีเบื้องหลังชีวิตที่แตกต่างกัน แต่บทบาทของภาคเอกชนที่เราทำได้คือควรจะให้โอกาสกับเด็กๆ เหล่านี้อย่างเท่าเทียมกันด้วย</p>



<p>ช่วงแรกที่ KFC ทำงานร่วมกับ กสศ. จะเป็นการสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษา เริ่มต้นจากการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อป กิจกรรมแนะแนวเพื่อค้นหาตัวเองและเสริมสร้างความมั่นใจ ให้เด็กได้มีทักษะใหม่ๆ หรือเปิดมุมมองที่กว้างขึ้น หลังจากนั้นพอได้มาทำงานร่วมกับมูลนิธิปัญญากัลป์ในเชิงลึกมากขึ้น จึงเกิดไอเดียกันว่า ในเมื่อ KFC ก็มีหลักสูตรที่ต้องเทรนให้กับพนักงานอยู่แล้ว และเป็นหลักสูตรที่สามารถนำมาใช้จริงในการทำธุรกิจ ก็น่าจะนำมาปรับใช้กับเด็กได้ด้วย อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งต้นทุนที่เรามี&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน มูลนิธิปัญญากัลป์เองก็มีศูนย์การเรียน สามารถร่วมสร้างหลักสูตรเทียบโอนประสบการณ์เป็นหน่วยกิตได้ ก็เลยกลายเป็นความร่วมมือที่ใหญ่ขึ้นมา ณ วันนี้</p>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> ในการทำงาน เมื่อมีเพื่อนมาร่วมวงมากขึ้น ก็ทำให้เราเห็นโอกาสมากขึ้นและสนุกกับมันมากขึ้น ประกอบกับทุนเดิมที่ KFC มีอยู่ เราก็รู้สึกว่าทุกอย่างคือการเรียนรู้ได้หมดเลย ซึ่งเราทำงานเหมือนเป็นองค์กรเดียวกันไปแล้วตอนนี้</p>



<p>อีกอย่างคือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จริงๆ แล้วมีจุดแข็งเยอะมากที่จะทำให้เด็กเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่นและอิสระ ถ้าครูหรือผู้จัดการศึกษามีความกล้าพอที่จะพลิกแพลงและใช้ให้เป็นประโยชน์&nbsp;</p>



<p>มีคนเคยถามผมว่ากฎหมายการศึกษาไทยมีจุดอ่อนตรงไหน คือเราแทบหาจุดอ่อนไม่เห็นเลย เพียงแต่ว่าคนที่นำมาใช้ คนที่นำมาประยุกต์ อาจจะตีความในอีกแบบหนึ่ง คือมองกฎหมายเป็นเรื่องที่น่ากลัว แต่จริงๆ กฎหมายก็มีความยืดหยุ่นอยู่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ecbc06"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/d.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="9--%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A1%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%9B-"><strong>ช่วยเล่าไทม์ไลน์การสร้างห้องเรียนพิเศษที่ทำร่วมกันให้ฟังหน่อยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย: </strong>เราเริ่มเปิดรับสมัครเด็กแล้ว ซึ่งเด็กๆ ที่รับเข้ามาในหลักสูตรนี้ก็คือเด็กที่ออกจากสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ ตอนนี้รอน้องสัมภาษณ์กับทางแฟรนไชส์ของ KFC ที่น้องๆ อยากไปทำ&nbsp;</p>



<p>ส่วนห้องเรียนพิเศษที่ว่านี้เป็นห้องเรียน ม.ปลาย จากปกติจะมีสายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ หรือสายศิลป์ต่างๆ แต่ของเราจะเรียกว่าเป็นห้องเรียนอาชีพและผู้ประกอบการ เด็กจะเรียน 1 ปี ที่ KFC โดยเน้นในเรื่องหน่วยกิตหรือตัวชี้วัดในหน่วยการเรียนรู้ที่เด็กๆ จะต้องเก็บให้ครบตามหลักสูตรแกนกลาง เราจะออกแบบสมุดบันทึกไว้เล่มหนึ่ง เพื่อทำเป็นแฟ้มสะสมหลักฐานเชิงประจักษ์ในการเรียนรู้ของเด็กว่าเขาได้เรียนรู้อะไรบ้าง และนำไปเทียบเป็นเกรดในแต่ละเทอม พวกเขาจะเรียนจบอย่างมีคุณภาพ วัดทักษะจากการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง</p>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> การทำงานในร้าน KFC เราจะให้เรียนรู้ด้วยกัน 3 ส่วน จะมีตั้งแต่หน้าร้าน กลางร้าน หลังร้าน ซึ่งเรามีหลักสูตรการเรียนรู้และสอนงานลักษณะนี้เหมือนกับเป็นโรงเรียน KFC อยู่แล้ว มีการสอนทฤษฎี ปฎิบัติและวัดผล ดังนั้นจึงไม่ยากที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในหลักสูตรนี้และเทียบโอนเป็นหน่วยการเรียนรู้ได้</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="10--%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%96%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3-"><strong>การเทียบโอนประสบการณ์การเรียนรู้สามารถทำได้อย่างไร</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> จะเป็นการเอาประสบการณ์การทำงานของเด็กมาเทียบเป็นรายวิชา เช่น เด็กต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติที่มาสั่งอาหาร ก็จะเอาไปเทียบโอนเป็นรายวิชา English for Business หรือชื่อวิชาว่า ‘จักรวาลภาษาในโลกธุรกิจ’</p>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> หรืออย่างในรายวิชาที่เราตั้งชื่อไว้ว่า ‘ปรมาจารย์ด้านการครัว’ ก็สามารถไปเทียบโอนเป็นวิชาสุขศึกษา วิทยาศาสตร์ ตามหลักสูตรแกนกลางได้&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading" id="11--%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C-"><strong>ในมุมมองของภาคเอกชน มีความคาดหวังอย่างไรต่อเรื่องการศึกษาและการลงทุนในทุนมนุษย์</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> หัวใจหลักที่เราตั้งใจทำเรื่องนี้ก็คือเรื่องการพัฒนาคน เราอยากเห็นภาพเด็กๆ เหล่านี้สามารถพึ่งพาตนเองได้ อันนี้เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญ และเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงได้มีการจัดเวิร์กช็อป หรือ training ต่างๆ เพราะบทสรุปของเราต้องการให้เขาสามารถดูแลตัวเองได้ ไม่เป็นภาระครอบครัวหรือสังคม อันนี้คือภาพความหวังที่อยากจะเห็นที่สุด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="12--%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-kfc-bucket-search-%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%86-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-"><strong>โครงการ KFC Bucket Search มีโอกาสที่จะต่อยอดไปสู่การออกแบบหลักสูตรเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนกลุ่มอื่นๆ อย่างไรบ้าง</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> KFC Bucket Search อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ เป็นการทดลองทำกับเด็กเยาวชนจากกระบวนการยุติธรรม เพราะเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษามีเยอะมาก ซึ่งเราอยากจะช่วยให้ได้มากขึ้นและอยากจะเข้าใจเด็กให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>



<p>สิ่งต่อไปที่เราคิดคือ เราไม่อยากทำงานคนเดียว ในอนาคตเราอยากให้หลักสูตรของเราสามารถใช้ได้กับแบรนด์อื่นๆ อาจจะชวนเพื่อนๆ พาร์ตเนอร์ หรือคนที่อยู่ในองค์กรของเรามาช่วยกันทำให้มันใหญ่มากยิ่งขึ้น เพราะหลักสูตรของ KFC อาจจะมีแค่เรื่องของ entrepreneur ถ้ามี supplier ที่เขาถนัดเรื่องอื่นก็อยากที่จะชวนมาช่วยกันสร้างโอกาส</p>



<p>อันนี้ก็เป็นภาพรวมในระยะยาวที่ต้องการขยายความช่วยเหลือเด็กที่หลุดออกจากการศึกษาให้ครอบคลุมมากขึ้น และต้องการที่จะมีเพื่อนภาคีเครือข่ายในอนาคตที่จะมาร่วมกันค้นหาหาเด็กและให้โอกาสเด็กไปด้วยกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="13--%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3-kfc-bucket-search-"><strong>มีข้อค้นพบอะไรบ้างจากการทำโครงการ KFC Bucket Search</strong></h2>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> อย่างแรกเลยคือเรื่องของความชอบและความถนัดของเด็ก ปกติเด็กในกระบวนการยุติธรรมเขาจะได้เรียนวิชาที่มีอยู่ที่ศูนย์ เราก็เลยพยายามค้นหาอาชีพอื่นๆ ให้เด็กได้เห็นอาชีพที่หลากหลายมากขึ้น</p>



<p>สิ่งที่เราค้นหาก็อย่างเช่น วิชาที่เกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเราคิดว่าเป็นพื้นฐานของทุกอย่างในการทำงานด้วยซ้ำ เราก็เลยมีบทเรียนจากอาชีพใหม่ๆ เข้ามาเสริมให้น้อง กลายเป็นว่าเราเห็นชัดเลยว่าเด็กสนใจอาชีพที่หลากหลายมาก มีเด็กบอกว่าอยากเป็นช่างทำผม ช่างตัดผม อยากขอเงินทุนไปทำธุรกิจของตัวเอง อยากทำร้านเครื่องดื่ม ร้านอาหาร อันนี้คือสิ่งที่เราเห็นได้จากการที่เราสำรวจอาชีพใหม่ๆ และไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกคน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d717d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/e.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="14--%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%88%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2-"><strong>ทางมูลนิธิปัญญากัลป์มองว่าอะไรคือโจทย์สำคัญของการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย: </strong>การศึกษาที่ยืดหยุ่นจะต้องคำนึงถึงความต้องการของเด็ก ฉะนั้นโจทย์ของการจัดการศึกษาจึงไม่ได้อยู่ที่ผู้จัด แต่อยู่ที่เด็ก อย่างโครงการ KFC Bucket Search ไม่ได้มองแค่เด็กที่หลุดออกจากระบบ แต่เรากำลังชวนให้เด็กค้นหาชีวิตตัวเองอีกครั้งว่าตัวเองต้องการอะไร สิ่งที่เขาเคยเห็นอาจเป็นทางเลือกที่น้อยนิดในมุมที่แคบ แต่พอเขาเปลี่ยนสภาพแวดล้อมใหม่ เขาเห็นโลกอีกใบที่กว้างกว่าเดิม เขาสามารถค้นหาหรือผจญภัยในโลกนี้ได้ เราก็เลยมองว่าจุดนั้นจะเป็นทั้งการเรียนรู้ของเด็กและการเรียนรู้ของคนทำงานด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="15--%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-"><strong>มีการกำหนดคุณภาพและมาตรฐานอย่างไรบ้างในการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> มันเหมือนกับการเรียนมหาวิทยาลัย เรามีหลักสูตรในมือที่ประยุกต์มาจากหลักสูตรแกนกลาง เพียงแต่เราทำให้วิชาและกิจกรรมการเรียนรู้มีความน่าสนใจมากขึ้น การวัดผลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เด็กๆ ก็มาช็อปปิงและสร้างตารางเรียนของตัวเอง</p>



<p>ไอเดียไม่ต่างจากการจัดการศึกษาผู้ใหญ่ การทำแบบนี้เด็กๆ ก็จะได้รับโอกาสในการเลือกนั้นด้วย เขาควรได้ตัดสินใจเองว่าเขาอยากเรียนอะไร อะไรคือความต้องการของเขา ฉะนั้นแล้วหน้าที่สำคัญของเราคือ การสร้างทางเลือกที่หลากหลาย ท้ายที่สุดก็เชื่อมโยงสิ่งที่เขาเรียนรู้กับมาตรฐานที่ได้มีการกำหนดไว้ เราก็พยายามเชื่อมโยงไปสู่จุดนั้นให้ได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="16--%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-"><strong>สำหรับเด็กกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม เด็กกลุ่มนี้ควรได้รับแรงสนับสนุนหรือส่งเสริมในด้านใดอีกบ้าง</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> จริงๆ พอมองย้อนไปเด็กกลุ่มนี้ก็ได้รับการสนับสนุนมากกว่าเด็กกลุ่มอื่น ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ควรกระจายโอกาสไปสู่เพื่อนๆ หรือเด็กกลุ่มอื่นที่ยังไม่ได้รับโอกาสด้วย</p>



<p>มีครั้งหนึ่งที่เราทำเวิร์กช็อปให้เด็กลองออกแบบดูว่าจะทำยังไงให้คนข้างนอกไม่ต้องเข้ามาอยู่ข้างในเหมือนกับเรา เด็กๆ บอกว่าเรื่องครอบครัวสำคัญ อยากจะทำค่ายครอบครัว เราก็เลยพาเขาออกไปทำค่ายข้างนอก</p>



<p>เด็กไปทำค่ายกับครอบครัวในชุมชนที่ลูกเขามีความเสี่ยง คือเราให้ผู้นำชุมชนเลือกเด็กจากครอบครัวที่ลูกมีพฤติกรรมเสี่ยง อยู่ในช่วงวัยรุ่น เด็กออกแบบค่ายได้ดีมาก เรามองว่าเขาเก่งกว่าการเป็นนักเรียนแล้วนะ เขาเป็นครูได้เลย และเขากระจายโอกาสให้กับคนอื่นๆ ได้ ดังนั้นเราจึงมองว่าควรทำให้เด็กในกระบวนการยุติธรรมได้มีโอกาสที่เขาจะได้ส่งต่อโอกาสให้กับเพื่อนๆ ไม่ใช่เพียงแค่เขาได้รับโอกาสเพียงคนเดียว</p>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> จริงๆ แล้วเด็กในกระบวนการยุติธรรมไม่ได้เป็นเด็กกลุ่มเดียวที่เราจะช่วย ในความตั้งใจจริงเราอยากจะช่วยเด็กทุกคนที่ขาดโอกาสตรงนี้ไป เพียงแต่ว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรกที่เราสามารถเข้าถึงได้ก่อน ซึ่งพอเราทำงานกับเด็กกลุ่มนี้ เราเห็นเลยว่าเขามีศักยภาพจริงๆ แต่การที่เขาต้องเข้ามาอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอาจเพราะมีปัญหาหลายอย่างทับซ้อนกัน แต่เนื้อแท้เขามีความสามารถ มีความฝัน มีความถนัด และมีความตั้งใจอยู่แล้ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading" id="17--%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86-%E0%B8%88%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%9B%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88-"><strong>คิดว่าการเข้ามามีส่วนร่วมขององค์กรเอกชนและภาคส่วนต่างๆ จะช่วยทลายวิกฤตปัญหาการศึกษาไปได้หรือไม่</strong></h2>



<p><strong>ศุภชัย:</strong> ผมมองว่ามันเกี่ยวกับหลายส่วนมากเลย ทั้งเรื่องของความเชื่อ ภาวะทางเศรษฐกิจ หรือกระทั่งโครงสร้างอำนาจที่มันมีอยู่จึงทำให้ทำอะไรได้ยาก แต่เราจะทำยังไงให้คนตัวเล็กตัวน้อยในพื้นที่สามารถเข้าถึงได้&nbsp;</p>



<p>พอเราไปมองเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย การไปทลายกรอบความคิดเดิมของคนที่อยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจมันยากมากเลย ฉะนั้นเราอาจจะต้องเริ่มจากคนตัวเล็กตัวน้อย ทำให้เขาแข็งแรง สามารถยืนอยู่ได้ด้วยความมั่นใจว่า พวกเราที่ทำงานอยู่ตรงนี้คือเพื่อน เราจะไม่ทิ้ง เราจะช่วยเหลือ เข้าไปกระตุ้นและพยายามหาจุดเชื่อมโยง</p>



<p>อาจจะเป็น กสศ. ที่เป็นนักเชื่อมโยงโอกาสให้กับคนตัวเล็กตัวน้อยในพื้นที่ เชื่อมโยงเอาทรัพยากรที่รัฐมี แต่เขาเข้าไม่ถึง เชื่อมโยงเอาอำนาจที่รัฐมี แต่เขาไม่เคยได้สัมผัส หรืออะไรก็ตามแต่ ให้เขาได้สัมผัสและเข้าถึงได้</p>



<p><strong>แจนเน็ต:</strong> ในเรื่องของวิกฤตทางการศึกษา สิ่งที่ภาคเอกชนอย่างเราสามารถทำได้คือสร้างโอกาส สร้างความตระหนัก ทำให้ประชาชนทั่วไปรับรู้เรื่องนี้ด้วย และพอทุกคนรับรู้ก็จะช่วยกันผลักดันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นความตั้งใจเราคือให้โอกาสเด็ก แล้วก็สร้างแรงกระเพื่อมในเรื่องนี้ให้กับทุกคนได้เข้าใจถึงปัญหานี้</p>



<p>อีกอย่างสิ่งที่เราทำในโครงการ KFC Bucket Search เราต้องการให้คนเห็นศักยภาพของเด็กเหล่านี้ ไม่ได้อยากจะดรามาว่าเด็กน่าสงสาร มันไม่ใช่ เราไม่ได้ใช้ความน่าสงสารเข้ามาช่วยเด็ก แต่เราอยากให้เห็นว่าเด็กๆ มีแวว แต่ด้วยอะไรก็ตามแต่ในชีวิตเขามันทำให้เขาขาดโอกาสตรงนี้ ดังนั้น เด็กเหล่านี้ควรได้โอกาสจากพวกเรา ทุกคนควรจะให้โอกาสเขาไปพร้อมๆ กัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130624-2/">‘ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง’ ร้านไก่ KFC เปิดห้องเรียนยืดหยุ่น เติมความฝัน สร้างโอกาส ขยาย School Zone แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;กทม.&#8217; ผนึก &#8216;กสศ.&#8217; ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</title>
		<link>https://www.eef.or.th/nerws-060822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2022 05:17:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59072</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมงานครั้งแร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/nerws-060822/">‘กทม.’ ผนึก ‘กสศ.’ ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมงานครั้งแรกกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมเก็บข้อมูล 50 เขตจากโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำนำไปสู่การแก้ปัญหาในทุกมิติ</strong></p>



<p>วันที่ 3 ส.ค. 2565 กทม.และ กสศ.ได้จัดการประชุม Teleconference ร่วมกับครูโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง เป็นครั้งแรก เพื่อชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565</p>



<p><strong>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นปีแรกของการทำงานเพื่อจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสอย่างเป็นระบบ ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ผ่านการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d8aeaf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/ศานนท์-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือของคุณครูสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน ช่วยลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนที่มีความเสี่ยงเป็นรายคน โดยเฉพาะกับครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาส ที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ ต่ำกว่าเส้นความยากจนของประเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา สูงกว่าครอบครัวร่ำรวยถึง 4 เท่า และมีโอกาสศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเพียง 12% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 3 เท่า”</p>



<p>รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า แม้ปัจจุบันภาครัฐจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี สำหรับการศึกษาภาคบังคับ แต่ในความเป็นจริง ด้วยช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ถ่างขยายกว้างและปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับรุนแรง จึงยังคงเป็นอุปสรรคทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษากลางคัน ด้วยข้อจำกัดที่หลากหลาย เช่น ผู้ปกครองไม่มีค่าครองชีพเพียงพอ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา ค่าเดินทางไปโรงเรียน โดยเฉพาะเมื่อต้องข้ามช่วงชั้น ที่โรงเรียนอยู่ห่างไปหลายกิโลเมตร หรือแม้กระทั่งทัศนคติของครอบครัวต่อการศึกษา ที่เลือกให้เด็ก ๆ ออกมาทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงชั้นรอยต่อ ( ป. 6 และ ม. 3) การหลุดจากระบบการศึกษา ส่งผลให้ตกอยู่ในวงจรความเสี่ยงและกับดักความยากจนข้ามรุ่น</p>



<p>นายศานนท์ กล่าวว่า ด้วยภาระงานในโรงเรียนที่มีอยู่จำนวนมาก กรุงเทพมหานครคำนึงเป็นอย่างยิ่งว่าจะปล่อยให้คุณครู กทม. ทำงานแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกัน “It takes a village to raise a child” การสร้างเด็กคนหนึ่งต้องอาศัย คนทั้งหมู่บ้าน ทั้งชุมชน ดังนั้น สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยกันพัฒนาให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต โรงเรียน ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ทำงานร่วมกับคุณครูเพื่อช่วยค้นหา ชี้เป้าหมายเด็กและเยาวชนกลุ่มที่ยากลำบากทั้งในและนอกระบบให้ได้โดยเร็ว การได้เห็นข้อมูลปัญหาเป็นรายคนจะช่วยให้สามารถออกแบบมาตรการการแก้ไขปัญหาได้</p>



<p>“ฐานข้อมูลที่จะได้มาจากปฏิบัติการร่วมกับ กสศ. ครั้งนี้ คือรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และการพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสการเข้าถึงการศึกษาร่วมกับ กสศ. เพื่อส่งต่อข้อมูลเป็นรายคนไปยังหน่วยจัดการศึกษาทุกสังกัด และ กสศ. จะช่วยจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษเพื่อบรรเทาอุปสรรคการมาเรียนให้แก่เด็ก ๆ นอกจากนี้ยังร่วมพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกมิติเป็นรายคน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงทุกด้าน สุขภาพกาย จิตใจ สังคม ที่อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษา และการป้องกันหลุดจากระบบซ้ำ และเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” นายศานนท์ กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พลังของ ‘ข้อมูล’ คือหลักประกันทางการศึกษา</strong></h2>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า การดำเนินงาน โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอ) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565 ร่วมกับผู้บริหารเขตการศึกษา 50 เขต คุณครูและผู้บริหารสถานศึกษา 437 แห่ง ของ กทม. นอกจากจะเป็นการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนแล้ว ยังเป็นการสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาในเขตพื้นที่ กทม. พัฒนาให้เกิดมาตรการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9620d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/ไกรยส-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ข้อมูลของเด็กเหล่านี้ ที่จะมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเก็บข้อมูลเป็นรายครอบครัว เป็นรายบุคคลของเด็ก จะถูกส่งคืนไปให้ กทม. เพื่อส่งต่อให้สำนักต่าง ๆ สามารถมาบูรณาการการใช้ข้อมูล ไปพัฒนาชุมชน พัฒนาโรงเรียน สามารถสนับสนุนให้ กทม. ได้มีมาตรการเชิงนโยบาย รวมถึงเป็นนโยบายระดับชาติได้ด้วย และยังใช้ติดตาม ส่งต่อ ให้เด็กได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องไปจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่าในอนาคต”&nbsp;</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ด้วยข้อมูลเดียวกันนี้จะนำไปสู่โอกาสการเข้าถึงทุนอื่น ๆ ของ กสศ. เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมี ทุนเสมอภาค, ทุนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ,ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ,ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน และข้อมูลจะเชื่อมกับระบบ TCASS เพื่อส่งต่อโอกาสให้เด็กได้เข้าถึงกองทุนของหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับ กสศ. เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และกองทุนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ</p>



<p>“เพราะฉะนั้นเด็กเยาวชนที่ได้รับการคัดกรองความยากจน และได้รับทุนเสมอภาคภายใต้โครงการนี้ เมื่อจบ ม. 3 ในโรงเรียนสังกัด กทม. แล้ว จะมีโอกาสเข้าสู่การรับทุนการศึกษาระดับสูงต่อไป ตั้งแต่ทุนที่เรียนจบไปเป็นครู ทุนการศึกษาระดับ ปวช. ปวส. หรือทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กสศ. มีทุนที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่าไม่มีการต้องใช้คืน และเป็นทุนที่ตั้งใจขยายโอกาสให้กับเด็กยากจนโดยเฉพาะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4ac3c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/01-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกเหนือจากทุนการศึกษาของเด็กในระบบแล้ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้สามารถเก็บข้อมูลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่อยู่ใน กทม. ด้วย โดยคุณครูผู้ลงพื้นที่อาจมีโอกาสได้พบเด็กที่เพิ่งย้ายตามผู้ปกครองเข้ามา และยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งถ้าเจอก็สามารถส่งต่อให้เข้าสู่การดูแลของโรงเรียน กทม. กว่า 437 โรงเรียนได้ ในโครงการพาน้องกลับมาเรียน ที่ กสศ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานทั้ง 11 หน่วยงาน ที่ดำเนินการอยู่ จะช่วยให้จำนวนเด็ก เยาวชน นอกระบบการศึกษาในความดูแลของ กทม. มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ส่วนเด็กที่หลุดออกไปแล้ว หรือว่ารอที่จะกลับเข้ามา จะมีการติดตามให้กลับเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การดูแลของ กสศ. จะเริ่มต้นตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยจะพยายามเชื่อมโยงข้อมูลไปให้ถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ต่อเนื่อง สำหรับกรุงเทพฯ เมื่อได้ข้อมูลรายบุคคลของโรงเรียนในสังกัด กทม. มาแล้ว จะมีการส่งข้อมูลให้กับคุณครูโดยเข้าถึงได้จากแอปพลิเคชันเพื่อให้มีการเยี่ยมบ้านหรือติดตามได้ต่อเนื่อง ซึ่งทุนการศึกษาที่น้อง ๆ จะได้ มีตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ม. 3 โดยจะมีการคัดกรองทุก ๆ 3 ปี</p>



<p>“เมื่อได้ทุนในช่วงอนุบาล 1 แล้ว จะมีการคัดกรองในช่วง ป.1 ป.4 และ ม.1 เพราะ กสศ. เชื่อว่าสถานะความยากจนอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็ว และเมื่อมีการคัดกรองจะทำให้สามารถส่งต่อการดูแลช่วงรอยต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรทุนทางการศึกษาอื่นๆต่อไปได้ในอนาคต”</p>



<p>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของ กสศ. จะกำหนดเป้าหมายเป็นบันได 6 ขั้น คือ บันไดขั้นที่ 1 นักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าสู่ระบบการศึกษา (หาตัวเจอ พากลับโรงเรียนเร็วที่สุด) บันไดขั้นที่ 2 เข้าสู่คัดกรองความยากจน บันไดขั้นที่ 3 ให้เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข บันไดขั้นที่ 4 ติดตามผลการมาเรียน/การเจริญเติบโต/ผลการเรียนตลอดในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน บันไดขั้นที่ 5 ส่งต่อระบบดูแลช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สุขภาพ,พฤติกรรม,การเรียน) บันไดขั้นที่ 6 ได้รับโอกาสทางเลือก /ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ /ทุนเติมเต็มศักยภาพ /กยศ. /ทุนอื่น จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเอกชน</p>



<p>“สำหรับกรุงเทพ ซึ่งเป็นปีแรกในการทำงานร่วมกันจะเน้นเป้าหมายในบันไดขั้นที่ 1-4 เป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และให้เห็นความเชื่อมโยงว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการเพียงเพื่อการจ่ายเงิน แต่เป็นโครงการที่จะสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ให้เด็ก กทม. ได้ในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e1860"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กสศ. ยังได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : Information System for Equitable Education หรือ iSEE ขึ้นเพื่อรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับ 6 กระทรวง และข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ที่สามารถระบุเป้าหมายของเด็กที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกนอกระบบการศึกษาทั่วประเทศได้อย่างแม่นยำ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีฐานข้อมูลจาก กทม. แต่จากนี้ไปก็จะมีข้อมูลของ กทม.อยู่ในนั้นด้วย จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้จากระบบนี้ และอาจขยายรวมไปถึงการได้รับทุนสนับสนุนด้านการศึกษาจากภาคเอกชนในภาคีเครือข่ายของ กสศ. ซึ่งใช้ฐานข้อมูลจาก iSEE ในการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาในพื้นที่ที่เอกชนเหล่านี้ดำเนินงานอยู่</p>



<p>สุดท้าย เมื่อมีการคัดกรองแล้ว มีการจัดสรรทุนไปให้กับเด็กแล้ว ทาง กสศ. จะมีการติดตามอัตราการมาเรียนของเด็ก น้ำหนัก ส่วนสูง และในอนาคตอาจจะเป็นเรื่องของผลการเรียน หรือว่าข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่า เด็กเยาวชนเหล่านี้ยังอยู่ในโรงเรียน และไม่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>“อัตราการมาเรียนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หากมีอัตราลดลง ไม่ได้หมายความว่าเราจะตัดทุนเด็ก แต่จะมีการเตือนไปที่โรงเรียน เตือนไปที่ช่องทางต่าง ๆ เช่น สำนักการศึกษา หรือไปที่เขต ว่ามีเด็กเยาวชนที่อัตราการมาเรียนต่ำกว่าร้อยละ 80 แล้ว มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากทุนการศึกษาเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้เกิดการเฝ้าระวังหรือแนะนำว่า ถ้ามีการติดตามช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็อาจจะสามารถคุ้มครอง ป้องกัน ไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาได้” ดร. ไกรยส กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/nerws-060822/">‘กทม.’ ผนึก ‘กสศ.’ ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8216;บ้าน โรงเรียน ชุมชน&#8217; ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</title>
		<link>https://www.eef.or.th/infographic-230222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Feb 2022 08:33:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[อินโฟกราฟิก]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52651</guid>

					<description><![CDATA[<p>ต้นแบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านบาละ อ.กาบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230222/">‘บ้าน โรงเรียน ชุมชน’ ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ต้นแบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนบ้านบาละ อ.กาบัง จ.ยะลา ที่ฉายภาพให้เห็นการทำงานของครู ซึ่งร่วมมือกับชุมชน ผู้ปกครอง รวมถึงเพื่อนนักเรียน ช่วยกันดูแลน้อง ๆ นักเรียนกลุ่มเสี่ยงให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยการติดตามใกล้ชิด และทำทุกวิถีทางในการพาคนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับสู่ห้องเรียน พร้อมขั้นตอนรองรับ ฟื้นฟู สนับสนุนให้แต่ละคนมีทางไปต่อ</p>



<p>ขณะที่วิกฤตจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้เด็กกลุ่มเสี่ยงมีจำนวนเพิ่มขึ้น ทั้งการติดตามดูแลช่วยเหลือเด็ก ๆ กำลังจะกลายเป็นภาระหนักอึ้งจนแทบสุดมือ<br><br>&#8230;แต่ภายใต้การรวมใจของคนทั้งจังหวัดเพื่อผลักดัน ‘ยะลาเสมอภาค’ ให้ไปถึงเป้าหมาย ว่าเด็กเยาวชนทุกคนในจังหวัดยะลา จะต้องมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและพัฒนาชีวิตของตนในทิศทางที่เหมาะสมตามความถนัด โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา จึงผุดโมเดล ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ ที่พร้อมเข้ามารับไม้ต่อทันที ในการประคับประคองน้อง ๆ ที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงวิกฤตโควิด-19 ให้ได้อยู่บนเส้นทางต่อไป<br><br>และนี่คือต้นแบบของความ ‘มุ่งมั่นทุ่มเทสุดกำลัง’ ของบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงพลังของเครือข่ายการทำงาน บนแนวทาง ‘All For Education’ หรือ ‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’ ที่ร่วมกันประคองรับ ส่งต่อ และผลักดันให้นักเรียนทุกคนไปต่อได้ แม้ในห้วงวิกฤตมืดมน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/infographic-230222/">‘บ้าน โรงเรียน ชุมชน’ ต้นแบบเพื่อเยาวชนชาวยะลาเข้าถึงการศึกษาแบบเสมอภาค</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Feb 2022 05:15:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51282</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับแต่ผ่านชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2563 หรือราว 11 เดือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/">ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นับแต่ผ่านชั้น ม.1 เมื่อปีการศึกษา 2563 หรือราว 11 เดือนมาแล้ว ‘ฟาเดล’ วัย 14 ปี ก็ไม่ได้กลับไปโรงเรียนอีกเลย&#8230;</p>



<p>ถึงวันนี้เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของเทอม 2 ปีการศึกษา 2564 อดีตเพื่อนร่วมชั้นของเขากำลังเตรียมจะผ่านชั้น ม.2 ขึ้น ม.3 ขณะที่กิจวัตรทุกวันของฟาเดล คือการใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่ในบ้านหลังเล็กทึมเทา สองคนกับพ่อที่อายุย่าง 64 ผู้สูญเสียการมองเห็น</p>



<p>“ตอนประถม ฟาเดลเป็นเด็กขยัน เรียนดี ไปโรงเรียนทุกวันแทบไม่เคยขาด แต่พอขึ้นชั้น ม.1 ก็เปลี่ยนไป” ลาติพะห์ มะแซตีเกานุง บัณฑิตอาสา ฯ หมู่ 1 ตำบลยะต๊ะ อำเภอรามัน จ.ยะลา ย้อนภาพของเด็กชายฟาเดล ที่เธอเห็นมาตั้งแต่ยังตัวเล็ก ๆ และคอยติดตามดูแลให้ความช่วยเหลือครอบครัวของน้องมาตลอด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8a1162"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าจะพูดว่าปัญหามาจากโควิด-19 ก็ส่วนหนึ่ง เพราะเด็กในละแวกนี้ส่วนใหญ่แทบไม่มีความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ส่วนผู้ปกครองก็ต้องดิ้นรนทำมาหากิน จนไม่มีเวลาเคี่ยวเข็ญลูกหลานให้มีสมาธิกับการเรียนหนังสือ พอโรงเรียนปิด ให้เด็กเรียนจากที่บ้าน หลายคนก็ขาดการติดต่อกับครูไปเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง&nbsp;</strong></h2>



<p>ลาติพะห์ กล่าวว่า หากจะให้มองถึงพื้นฐานของปัญหา อาจตั้งต้นได้ว่าความไม่พร้อมทั้งมวลเป็นผลจากความห่างไกล ความด้อยโอกาส ประชากรในพื้นที่มีรายได้ไม่มาก เด็กหลายคนจึงต้องทำงานก่อนวัยอันควร แต่เมื่อสำรวจลึกลงไปในกลุ่มเด็กเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบ หรือรวมไปถึงคนที่หลุดจากระบบการศึกษามาแล้ว ก็ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ‘ความยากไร้ขาดแคลน’ เป็นข้อเท็จจริงประการเดียว ที่ทำให้เด็กส่วนหนึ่งไปไม่ถึงผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา</p>



<p>เพราะหลังจากลงพื้นที่สำรวจข้อมูลเด็กเยาวชนในพื้นที่ ตามโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งจังหวัดยะลาเป็น 1 ใน 20 จังหวัดนำร่อง จึงได้ข้อสังเกตว่า กรณีของฟาเดลที่อาศัยอยู่กับพ่อ ผู้มีรายได้จากเบี้ยผู้สูงอายุ ผู้พิการ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แน่นอนว่าน้องย่อมไม่มีความพร้อมเต็มที่ในการเรียน แต่เหตุผลอีกประการหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงในฐานะ <strong>‘ตัวแปร’ สำคัญ คือ เขาเป็นน้องคนสุดท้องในหมู่พี่น้อง 7 คน ที่ไม่มีใครจบการศึกษาที่ไม่มีใครจบการศึกษาชั้น ม.3 แม้แต่คนเดียว ยังไม่รวมถึงว่าในชุมชนคนรอบตัวของเขา มีสัดส่วนของเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับไม่มากพอ ที่จะจูงใจให้เห็นว่าการศึกษาคือฐานรากของการสร้างและพัฒนาชีวิต</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6984eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อนาคตที่แขวนไว้บนความ ‘ไม่รู้’</strong></h2>



<p>“พอลงพื้นที่เก็บข้อมูลเด็ก ๆ ในชุมชน พบว่าเด็กจำนวนมากขาดแรงจูงใจ มองไม่เห็นเป้าหมายการศึกษาแน่ชัด ไม่รู้ว่าเรียนไปทำไม จะไปต่อยังไง”</p>



<p>“ประเด็นคือไม่มีแบบอย่างให้เห็นเลย พ่อแม่พี่น้องในบ้านก็ไม่มีใครจบ ม.3 สักคน ยิ่งปีสองปีที่ผ่านมามีโควิด-19 ด้วย เด็กหลุดรอยต่อช่วงเปลี่ยนชั้นเยอะมาก หลายคนจบ ป.6 ก็เลิกเรียนแล้ว บางคนไม่ทันจบก็ไม่ไปเรียนเฉย ๆ ถามว่าทำไมไม่ไป เขาบอก ‘ไม่รู้’ แล้วพอออกมาก็อยู่บ้านไม่ทำอะไร ปล่อยเวลาผ่านไปจนหมดแรงกระตุ้น กลายเป็นขี้เกียจเรียน ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีเป้าหมายชีวิต กลุ่มนี้เรามองว่าถ้าเขารู้ว่าการเรียนสำคัญยังไง เรียนแล้วไปทำอะไรต่อได้ ก็น่าจะทำให้มีแรงผลักมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b737ce"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่กับฟาเดล เป็นกรณีที่ต่างออกไป เพราะเมื่อผ่านการพูดคุยสำรวจความต้องการลึก ๆ แล้ว น้องตอบว่า ‘อยากเรียน’ หากติดขัดที่ ‘ต้นทุน’ ที่แม้ว่าเมื่อโครงการ ฯ เข้ามาพบและพร้อมสนับสนุนแล้ว ก็ยังมีเรื่องราวความซับซ้อนของปัญหา ทั้งจากสภาพจิตใจของน้อง ที่ต้องปรับหลังห่างจากระบบการศึกษามาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยการสร้างเกราะป้องกันจากภายใน ร่วมกับส่งเสริมให้เห็นเป้าหมายปลายทาง และเข้าสู่กระบวนการค้นหาตนเอง เพื่อหลุดพ้นหล่มลึกที่ติดอยู่ออกไปให้ได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผลักดันการศึกษาทางเลือก สำหรับเด็กเยาวชน ‘ทุกคน’</strong></h2>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา กล่าวว่า เมื่อโครงการ ฯ มาพบฟาเดล ในเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564 จึงได้เร่งสื่อสารหาทางช่วยเหลือตามกระบวนการ ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ (Emergency Classroom) ซึ่งเป็นโมเดลรองรับกลุ่มเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาและมีความพร้อม ให้กลับเข้าเรียนได้ทันที รวมถึงมีระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟูเพื่อช่วยในการปรับตัวเข้าสู่ระบบ อย่างไรก็ตาม สำหรับฟาเดล หลังจากที่ทางโรงเรียนรับกลับเข้าเรียน และนำเข้าสู่ช่วงปรับพื้นฐานในห้องเรียนออนไลน์ ซึ่งทางโครงการ ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่องอุปกรณ์การเรียน พบว่า น้องยังมีอุปสรรคในการปรับตัวเข้าระบบ โดยเฉพาะการปะติดปะต่อเนื้อหาวิชาต่าง ๆ รวมถึงการเชื่อมโยงกับ ‘สังคมในโรงเรียน’ จึงจำเป็นต้องกลับมาทบทวน และให้เวลาฟาเดลในการตัดสินใจอีกครั้ง เพื่อมองหาแนวทางที่จะช่วยให้น้องได้รับการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสมต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f47251"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการพูดคุยทำให้ทราบว่า ฟาเดลมีความตั้งใจอยากเรียนด้วยตนเอง แต่พอกลับเข้าไปเรียนจริง ๆ ก็ต้องเจอกับอุปสรรคที่ทำให้รอยต่อยังไม่แนบสนิท ส่วนหนึ่งเขาต้องได้รับการเสริมเกราะป้องกันในตัวเอง และได้รับการชี้ให้เห็นภาพใหญ่ของอนาคตว่าการเรียนจะพาชีวิตไปได้ถึงไหน เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น เพราะตอนนี้น้องมองแค่ว่าอยากจบ ม.3 เพื่อจะได้มีวุฒิทำงาน เขายังมองไม่เห็นว่ามีความจำเป็นใดต้องเรียนสูงไปกว่านั้น</p>



<p>“และนี่คือเป้าหมายสำคัญอีกประการของการไปสู่ ‘ยะลาเสมอภาค’ ที่เราต้องมีกระบวนการชี้แนะแนวทางให้เด็ก ๆ รู้ว่าการศึกษาสำคัญต่อชีวิตอย่างไร เราต้องเผยให้เขาเห็นแบบอย่างของคนที่ศึกษาเรียนรู้แล้วเปลี่ยนแปลงตัวเองไปสู่ความสำเร็จได้ และการศึกษาในความหมายหนึ่งก็ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนเพียงอย่างเดียว</p>



<p>“นอกจากนี้ โรงเรียนเองต้องมีการปรับหลักสูตรให้ดึงเด็กไว้ได้ ไม่ใช่พากลับเข้าไปแล้วหลุดออกมาอีก ทำอย่างไรให้เด็กเข้าไปเรียนแล้วตอบโจทย์ เห็นความเป็นไปได้ของชีวิตที่มากขึ้น แล้วจบมาก็สามารถทำงานหาเลี้ยงชีพได้จริง ๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39702e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/01-ฝ่ากำแพง-การศึกษาขั้นพื้นฐาน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองปลัด อบจ. ยะลา กล่าวว่านับแต่พบน้อง ๆ ที่หลุดออกจากโรงเรียนจากการดำเนินงานโครงการ ฯ ส่วนใหญ่ที่นำกลับเข้าสู่ระบบได้ คือเด็กเยาวชนที่มีใจรักการเรียน มีความตั้งใจ แต่ด้วยความขัดสนทำให้ต้องออกไปทำงานก่อนวัยอันควร ส่วนกลุ่มที่ออกจากโรงเรียนไปเฉย ๆ เป็นพวกที่นำกลับมายาก หรือคนที่หลุดจากระบบไปแล้วเกิน 1 เทอมหรือ 1 ปีการศึกษา ก็มักจะไม่สะดวกกับการกลับไปเรียนในโรงเรียนอีกครั้ง เนื่องจากเคยชินกับวิถีชีวิตที่หลุดพ้นกรอบกฎเกณฑ์ของสถานศึกษาไปแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ดังนั้น การจัดตั้งสภาการศึกษาหรือกองทุนเพื่อการศึกษาเด็กจังหวัดยะลา เพื่อไปสู่ ‘ยะลาเสมอภาค’ จึงไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การนำเด็กเข้าสู่ระบบ หรือประคองให้เรียนจบเท่านั้น แต่ปลายทางที่แท้จริงหมายถึง <strong>เราต้องมี ‘การศึกษาทางเลือก’ สำหรับเด็กทุกคน ทุกประเภท ไม่ว่าเป้าหมายของเขาเป็นอย่างไร เขาต้องได้เรียนรู้ ได้พัฒนากระบวนการคิด ที่จะช่วยยกระดับการทำงานและคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-finish-line-that-no-one-has-yet-reached/">ฝ่ากำแพง ‘การศึกษาขั้นพื้นฐาน’ เส้นชัยที่ (ยัง) ไม่มีใครไปถึง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 29 Jan 2022 13:06:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลาเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนฉุกเฉิน]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[มณีโชติกา อัลภาชน์]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50970</guid>

					<description><![CDATA[<p>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจัง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข</strong> <strong>รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด/กรรมการสภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ผู้รับผิดชอบโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 และอยู่เบื้องหลังการช่วยเหลือดูแลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาและกลุ่มเสี่ยงหลุดในจังหวัดยะลา 2,435 คน กล่าวว่า การพาน้องๆ ที่หลุดออกจากระบบกลางทางด้วยความไม่พร้อมด้านใดก็แล้วแต่กลับมา ก่อนอื่นต้องไม่ลืมคิดถึงประสบการณ์ หรือความกังวลกดดันที่แตกต่างจากเด็กในระบบทั่วไป ซึ่งทำให้ “การเดินไปหาเขาแล้วพูดลอยๆ ว่าจะดึงกลับมาอยู่ในโรงเรียนอีกครั้ง คือเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เพราะความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างใน คือปราการด่านแรกของการทำงานกับหัวใจที่เปราะบางเหล่านี้ เมื่อแรกปะทะ เขาอาจแสดงออกว่าไม่ได้อยากเรียน หรือไม่ต้องการความช่วยเหลืออะไรเลย แต่ก่อนจะตัดสินหรือปล่อยให้เขาหลุดมือไป เราต้อง<strong>อย่าลืมว่า ก่อนมาถึงตรงนี้ พวกเขาเคยหวั่นไหว ไม่มั่นคง ไร้ที่พึ่งจนต้องหลุดออกมาแล้วครั้งหนึ่ง ฉะนั้นเขาต้องสร้างกำแพงแน่นหนาในใจ ด้วยความระแวดระวังว่าจะไม่ยอมให้ตนเองกลับไปรู้สึกผิดหวังอีก&#8230;ขั้นตอนแรกของการทำงานจึงเป็นการทำให้เขารับรู้ถึงความจริงใจ ตั้งใจ และยืนยันว่าเราจะเป็นที่พึ่งพิงในระยะยาวได้จริงๆ บนเส้นทางการศึกษาที่เขากำลังจะกลับมา</strong>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f0eb33"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กล่าวในทางทฤษฎีเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่การค้นหาเด็กเยาวชนคนหนึ่งจนพบ แล้วพากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ที่รองปลัด อบจ.บอกว่าต้องทำให้น้องรับรู้ถึงความ ‘จริงใจ ตั้งใจ และพร้อมเป็นที่พึ่งได้ในระยะยาว’ นั้นต้องทำอย่างไร&nbsp;</p>



<p>ชวนอ่านเรื่องราวของหนึ่งในเคสต้นแบบ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จากชายแดนใต้ ถึงสวนทุเรียนสุดฝั่งตะวันออก</h2>



<p>“ที่ออกจากโรงเรียนไปทำงาน คิดอย่างเดียวเลยครับ อยากหาเงิน บ้านผมไม่ได้มีตังค์ ตอนนั้นคิดว่าเรียนไปก็ไม่มีใครส่ง ยังไงคงไม่จบอยู่ดี เลยตัดสินใจไม่เรียนดีกว่า”</p>



<p><strong>‘น้องเต้’ อายุ 16 ปี</strong> เล่าถึงจุดเริ่มต้นการหลุดจากรั้วโรงเรียน ก่อนออกเดินทางไปกับรถขนผลไม้จากอำเภอเมืองฯ จังหวัดยะลาไปถึงจังหวัดจันทบุรี ปักหลักทำงานโยนทุเรียน รับค่าแรงวันละ 500 บาท แลกกับเวลาครึ่งเดือนเต็มไม่มีวันหยุด ต้องโยนทุเรียนขึ้นรถลูกแล้วลูกเล่าตั้งแต่ห้าโมงเย็นถึงรุ่งเช้า บางวันมีออกไปตัดทุเรียนต่อ กว่าจะได้นอนก็ราวเที่ยง</p>



<p>จนหมดรอบฤดูทุเรียน เต้ก็กลับมาอยู่บ้านเดิมที่อาศัยอยู่กับย่าและน้องๆ เหลือเงินเก็บสี่พันห้า กับความรู้สึกในใจที่เคว้งคว้างหาทางไปไม่เจอ ขณะที่เพื่อนๆ พากันขึ้นชั้น ม.4 หรือศึกษาต่อในสายอาชีพไปหมดแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c33bbf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กลับมาก็อยู่บ้าน มีออกไปทำงานช่วยลุงที่รู้จักกันนานๆ ครั้ง เป็นงานก่อสร้าง แบกปูน ผสมปูน ได้เงินรายชั่วโมง ไม่เยอะ แต่นึกไม่ออกเลยว่าจะไปยังไงต่อ เริ่มคิดว่าอยากเรียนให้จบ มีวุฒิ ม.3 อยากเรียนสายอาชีพ เป็นช่างไฟ ย่าก็อยากให้กลับไปเรียน แต่ยากครับ เพราะพอออกมาก็เหมือนขาดกับโรงเรียนไปเลย ตังค์ก็ไม่มี ให้กลับไปทำงานเดิมก็ไม่ไหวแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“&#8230;เหนื่อยครับ ทำงานตั้งแต่เย็นจนหัวรุ่ง บางวันได้นอน 2-3 ชั่วโมง เงินได้มาก็เอามาใช้เรื่อยเปื่อย เก็บไม่อยู่ ดียังได้เอามาให้ย่าบ้าง” เต้เล่า อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่สะพานเชื่อมโอกาสทอดมาจนถึง เต้กลับไม่กล้าคว้าเอาไว้ ด้วยระแวงว่าถึงจะกลับไปได้ ผลสุดท้ายคงไม่พ้นภาพในอดีต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">จะทลายกำแพงในใจ ก็ต้องเอา ‘หัวใจ’ แลกกัน</h2>



<p>นัยน์ตากร้าน กร้าว แลดูโกรธเกรี้ยว ไม่ไว้ใจ หล่อหลอมขึ้นจากประสบการณ์ชีวิตอันเข้มข้นของเด็กหนุ่ม คือปฏิกิริยาสะท้อนกลับที่<strong>มณีโชติกา อัลภาชน์</strong> Case Manager หรือผู้ดูแลรายกรณีของเต้ บรรยายถึงคุณลักษณะเมื่อแรกพบกับน้อง</p>



<p>“ช่วงแรกที่คุยกัน ทั้งแววตา น้ำเสียงน้องจะแข็งมาก ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ปฏิเสธท่าเดียว คือเขาไม่อยากสื่อสารอะไรกับเราเลย พอเป็นแบบนั้น เราก็ข้ามเรื่องการชวนน้องกลับโรงเรียนไปก่อน ชวนคุยเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ประสบการณ์ทำงาน สิ่งที่เขาสนใจ สิ่งที่อยากทำ จนรู้ว่าลึกๆ แล้วน้องเองก็อยากเรียน อยากมุ่งไปสายอาชีพ อยากทำงานที่ไม่ต้องใช้ร่างกายหนักเหมือนที่เคยทำ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-870f1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการพูดคุยเราได้รู้ว่าน้องหลุดจากระบบ เพราะไม่มีความพร้อมเรื่องเรียนเลย ที่บ้านมีรายได้หลักแค่เบี้ยผู้สูงอายุของย่า กับสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยจากรัฐ เรียนไปถึงจุดหนึ่งน้องก็ออกมาเฉยๆ แล้วขึ้นรถขนทุเรียนไปทำงานที่จันทบุรีเพราะอยากได้เงิน แล้วด้วยความเป็นเด็กผู้ชาย ที่ไม่ชอบแสดงความรู้สึก เราต้องคุยอยู่นาน จนเขายอมแง้มสิ่งที่อยู่ในใจว่างานที่ไปทำหนักมาก เขาเหนื่อย แล้ว ทำให้พอกลับมาบ้านแล้วความคิดน้องเปลี่ยนไปเลย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวัยของเขายังไม่พร้อมกับงานหนักขนาดนั้น</p>



<p>“แต่พอน้องหลุดจากโรงเรียนมาพักหนึ่ง เขาหาทางเชื่อมต่อไม่ถูกว่าจะกลับไปยังไง คิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสแล้ว ไม่รู้จักใคร เงินก็ไม่มี ทำให้เขาไม่เชื่อ ไม่ยอมรับว่าจะมีโอกาสอีกครั้งจริงๆ พอความคิดติดหล่มอยู่ตรงนั้น ก็กลายเป็นว่า สิ่งแรกที่เขาแสดงออกเมื่อเราชวนกลับไปเรียนคือการปฏิเสธ เพราะ ณ ขณะนั้นน้องไม่ไว้ใจใครเลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">“ไม่ได้มาเพื่อพากลับไปเรียน แต่จะช่วยเป็นที่ปรึกษาแนะแนวทาง ว่าจะเดินต่อไปอย่างไรให้เข้าใกล้เป้าหมายที่คิดไว้”</h2>



<p>ผู้ดูแลรายกรณีของเต้กล่าวว่า ความเชื่อใจไว้ใจนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับ ‘เวลา’ หากต้องแลกเปลี่ยนด้วยความ ‘จริงใจ’ ที่เมื่อผู้รับสัมผัสได้ ความแข็งกร้าวในทีแรกก็จะกลับอ่อนเบาลงได้ในทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c3cf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ถ้าเราคุยกับเขาถูกจุด แตะไปถึงส่วนที่น้องกังวลอ่อนไหว รู้สึกไม่มั่นคง และทำให้เชื่อว่าจะมีคนเข้ามาช่วยได้จริงๆ ไม่นานเขาก็จะเปิดใจ นั่นเพราะเราแสดงความเป็นห่วงเป็นใยก่อนยื่นข้อเสนอเรื่องกลับไปเรียน เพื่อยืนยันว่า ไม่ว่าน้องตัดสินใจอย่างไร เราก็พร้อมเป็นที่ปรึกษา เป็นกองสนับสนุน แนะแนวในทุกเรื่องทุกทางที่น้องอยากไป เพื่อให้ไปถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้</strong></p>



<p>“ทีนี้พอน้องเข้าใจสถานการณ์ตัวเองว่าเพิ่งหลุดมาไม่นาน สามารถกลับไปเรียน ม.3 ให้จบได้ น้องเต้จึงยอมรับข้อเสนอของโครงการ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">โรงเรียนเดิมพร้อมรองรับ จัดโปรแกรมช่วยปลดล็อกวิชาที่ค้าง เป้าหมายคือวุฒิ ม.3 เพื่อมุ่งสู่สายวิชาชีพ</h2>



<p>ไม่นานหลังตอบตกลง น้องเต้จึงได้กลับเข้าเรียนชั้น ม.3 ในเทอม 2 ของปีการศึกษา 2564 ที่โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านมลายูบางกอก) ซึ่งเป็นโรงเรียนเดียวกับที่หลุดจากระบบไปเมื่อปีก่อน ทั้งเข้าเรียนออนไลน์ตามโปรแกรมปกติ ร่วมกับทำกิจกรรมและเรียนเสริมเพื่อสะสางเนื้อหาวิชาที่เรียนผ่านไปแล้วในเทอมแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92b99a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข </strong>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวว่า เมื่อได้รับการติดต่อจาก อบจ. ทางโรงเรียนตอบรับน้องเต้ทันที เพราะเห็นว่าน้องเพิ่งหลุดไปไม่นาน และมีความตั้งใจที่จะกลับมาเรียนอีกครั้ง</p>



<p>จากนั้นจึงประชุมบุคลากรครู เพื่อออกแบบหลักสูตรให้เก็บหน่วยกิตค้างและเรียนต่อเนื่องไปด้วย โดยแผนงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามแนวทางโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ที่นำเอาโมเดลห้องเรียนฉุกเฉิน (Emergency Classroom) มาใช้ เพื่อนำเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19</p>



<p>เป้าหมายของน้องเต้คือ เรียนให้ได้วุฒิ ม.3 ภายในปีการศึกษา 2564 หรือ 2565 ที่กำลังจะมาถึง จากนั้นทางโครงการจะวางแนวทางสนับสนุนให้น้องได้เรียนต่อในสายอาชีพอย่างที่ตั้งใจ โดยในระหว่างทางจะมีผู้ดูแลรายกรณี คอยติดตาม เป็นที่ปรึกษา ให้ความช่วยเหลือในเรื่องอุปกรณ์การเรียน การแนะแนว และคุณภาพชีวิตรอบด้าน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-51fd57"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ยะลาเสมอภาค-รู้จัก-‘ห้องเรียนฉุกเฉิน_Photo1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวสรุปว่า การสื่อสารกับน้องๆ ด้วยความเข้าใจ คือส่วนสำคัญที่สุดก่อนจะไปถึงระบบการทำงานของห้องเรียนฉุกเฉิน และจะเป็นหลักประกันหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ว่าน้องๆ ที่กลับเข้าสู่โรงเรียน จะไปต่อได้จนถึงปลายทาง</p>



<p>“เราต้องเข้าใจส่วนที่เปราะบางของเขา เพราะถ้าแง้มหัวใจเขาออกมาไม่ได้ ต่อให้เราเจอเขาแล้วก็ใช่ว่าเด็กจะยอมกลับมาเรียน หรือถึงเข้าเรียนแล้วก็อาจไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง“คือ<strong>เราต้องคุยและอธิบายให้เขาเห็นภาพกว้าง ว่าชีวิตเขากำลังอยู่ตรงไหน แล้วค้นความต้องการของตัวเองให้พบ ซึ่งเราจะช่วยเติมภาพอนาคตให้ว่ามีทางเป็นไปได้อย่างไรบ้าง แล้วเราจะช่วยอะไรได้ เมื่อนั้นเขาจะอ่อนลง รับฟัง และอุ่นใจว่าหลังจากนี้ไม่ว่าสำเร็จหรือล้มเหลว เราจะไม่มีทางปล่อยเขาไปอีก”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-emergency-classroom-310122/">ยะลาเสมอภาค รู้จัก ‘ห้องเรียนฉุกเฉิน’ นำเด็กกลับเข้าเรียนได้ทุกช่วงเวลา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง” ภัยเงียบ “ผลัก” เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-ignorant-study-online-270122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Jan 2022 03:59:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนปทุมคงคา]]></category>
		<category><![CDATA[คริษฐ์ สอนแสง]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิพล เปี่ยมบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[พรพรรณ บุญจันทร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50934</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ผ่านมาทางโรงเรียนปทุมคงคาจัดการเรียนออนไลน์ตั้งแต่วั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-ignorant-study-online-270122/">“เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง” ภัยเงียบ “ผลัก” เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผ่านมาทางโรงเรียนปทุมคงคาจัดการเรียนออนไลน์ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เช้าถึงเย็น มีสลับให้เด็กไปเรียนที่โรงเรียนบ้างในบางวัน&nbsp; และมีนักเรียนหลายคนที่ประสบปัญหาเรื่องการเรียนออนไลน์</p>



<p>การเรียนออนไลน์กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ <strong>&nbsp;เมฆ-สิทธิพล เปี่ยมบุญ </strong>กำลังเรียนอยู่แค่ชั้น ม.1 ตัดสินใจหยุดเรียน และ​มีแนวโน้มที่จะหลุดจากระบบการศึกษาหากไม่มีใครเข้าไปช่วย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-28b65d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง-ภัยเงียบ-ผลัก-เด็กหลุดจากระบบการศึกษา_Photo2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในแง่ความพร้อม “น้องเมฆ” ถือว่าได้เปรียบนักเรียนคนอื่นหลายคน เพราะมีทั้งมือถือ สัญญาณอินเทอร์เน็ต รวมทั้งฐานะทางบ้านก็ไม่ได้มีปัญหา แต่เป็นเพราะรูปแบบการเรียนที่แตกต่างไปจากห้องเรียนปกติ ทำให้เขาเรียนไม่รู้เรื่อง พอไม่ได้เข้าเรียนเป็นเวลานานก็ยากที่จะกลับไปเรียนต่อได้อีก&nbsp;</p>



<p>“ตอนเริ่มปรับมาเรียนออนไลน์ แรกๆ ก็เข้าไปสองสามครั้ง เรียนรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง ตอนหลังไม่รู้เรื่องเลย มันมึน งงไปหมด ก็เลยไม่เข้าไปเรียนอีก ผมไม่ชอบเรียนออนไลน์ ชอบเรียนที่โรงเรียนมากกว่า ตอนไปเรียนที่โรงเรียนก็ไปตลอด จนต้องมาเรียนออนไลน์ มันเรียนไม่รู้เรื่องก็เลยไม่เข้าเรียน นอนอยู่บ้านเฉยๆ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เสียดายโอกาส<br>วุฒิการศึกษา ป.6 สมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้</h2>



<p>ช่วงที่หายไปแรกๆ ก็มีเพื่อนมาตาม บอกว่าครูให้มาตามกลับไปเรียน ถ้าไม่เข้าเรียนจะถูกปรับตก ตอนนั้นก็ไม่สนใจ คิดแค่ว่าไม่อยากเรียน&nbsp; ไม่ชอบ ไม่เข้าใจ ต้องเข้ามาโหลดแอป กรอกอีเมล ตั้งพาสเวิร์ด พอเข้าไปเรียนยิ่งเนื้อหาวิชายากๆ ยิ่งไม่เข้าใจ&nbsp; อย่างคณิตศาสตร์เข้าไปเรียนก็ไม่รู้เรื่อง ก็เลยไม่เข้าดีกว่า&nbsp; </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee9678"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง-ภัยเงียบ-ผลัก-เด็กหลุดจากระบบการศึกษา_Photo7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรก็แค่หยุดเรียนไป แต่ตอนนี้เริ่มมองแล้วว่าเสียดายโอกาส เพราะเรียนยังไม่จบ ม.1 &nbsp;วุฒิการศึกษายังเป็นของ ป.6 &nbsp;เอาไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่ได้&nbsp; กลับไปเรียนตอนนี้ก็คิดว่าเรียนไม่ทันเพื่อนแล้ว เลยไม่อยากกลับไปเรียนแล้ว อยากทำงานมากกว่า ตอนนี้มารับจ้างทำสวนอยู่ แต่อนาคตก็ไม่แน่ เคยคิดว่าอยากกลับไปเรียนบ้าง ถ้ากลับไปเรียนได้ก็อาจจะกลับไปเรียน อาจจะเรียนซ้ำชั้น ม.1 ใหม่อีกรอบ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ล้าจากการเรียนผ่านหน้าจอมือถือทั้งวัน</h2>



<p>ในขณะที่<strong> ​มาร์ค</strong><strong>&#8211;</strong><strong>คริษฐ์ สอนแสง ​นักเรียนชั้น ม.</strong><strong>2 </strong><strong>โรงเรียนปทุมคงคา </strong>&nbsp;เป็นอีกคนที่ประสบปัญหาเรื่องการเรียนออนไลน์&nbsp; เรียนรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง&nbsp; ช่วงเทอมหนึ่งที่ต้องเรียนออนไลน์ตลอด 5 วันต่อสัปดาห์ 7.30 -15.00 น. วิชาละ 50 นาที &nbsp;รวม 7 วิชา เป็นไปด้วยความยากลำบาก</p>



<p>ถึงจะ​มีมือถือและสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ใช้ของที่บ้าน และซิมฟรีที่ได้รับแจกสำหรับเรียนออนไลน์ ที่ทำให้การเรียนเป็นไปได้สะดวกขึ้น แต่การเรียนผ่านจอมือถืออย่างเดียวตลอดทั้งวันก็ทำให้ล้าและเรียนไม่รู้เรื่องเท่ากับการเรียนในห้องเรียน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81f2a1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง-ภัยเงียบ-ผลัก-เด็กหลุดจากระบบการศึกษา_Photo4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถ้าเรียนไม่ไหวก็โดดเรียนบ้างแต่ไม่บ่อย ถ้าขาดบ่อยครูประจำชั้นก็จะมาตามกลับไปเรียน แต่ผมยังขาดไม่บ่อย นานๆ ขาดบ้าง ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย บางวันก็ไม่ไหว เพื่อนๆ ก็มีหายไปบ้างคนสองคน การเรียนออนไลน์ก็เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้บ้าง&nbsp; เทอมที่แล้วสอบก็พอทำได้&nbsp; คะแนนออกมาก็กลางๆ</p>



<p>“อีกปัญหาที่ตามมาช่วงโควิดระบาดคือเรื่องฐานะของครอบครัว&nbsp; เพราะที่บ้านทำธุรกิจขนส่ง ช่วงโควิดระบาดมีการห้ามขนส่งก็เลยทำให้ธุรกิจแย่ ที่บ้านต้องเอาเงินเก็บมาใช้ ไม่รู้ว่าจะกลับไปสู่สถานการณ์ปกติเมื่อไหร่&nbsp; เป็นอุปสรรคที่ส่วนตัวคิดว่ารุนแรงกว่าการเรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เน็ตหลุด เน็ตกระตุก เรียนไม่ต่อเนื่องตามไม่ทันเพื่อน</h2>



<p>ส่วน <strong>ดั๋ง</strong><strong>&#8211;</strong><strong>พรพรรณ บุญจันทร์ </strong><strong>&nbsp;</strong><strong>นักเรียนชั้น ม.</strong><strong>5 </strong><strong>โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย</strong> &nbsp;มองว่าการเรียนออนไลน์ทำให้เรียนไม่รู้เรื่อง มีเนื้อหาที่ตามไม่ทัน เดิมเคยต้องจ่ายเงินค่าอินเทอร์เน็ต 400-500 บาทต่อเดือน แต่ภายหลังได้รับซิมเรียนออนไลน์ฟรีก็ลดภาระไปได้มาก ซึ่งแต่ละวันครูจะส่งลิงก์มาทางไลน์กลุ่มว่าจะเรียนผ่าน ZOOM&nbsp; หรือ Google Meet</p>



<p>การเรียนออนไลน์ที่บ้านทำให้รู้สึกว่าไม่มีอะไรกระตุ้นให้เข้าเรียน เวลาเจอวิชายากๆ อย่างคณิตศาสตร์ ก็ไม่เข้าใจ ทำงานไม่ทัน&nbsp; บางครั้งอินเทอร์เน็ตกระตุกหรือสัญญาณมีปัญหาก็เด้งออกจากห้อง ZOOM พอกลับเข้ามาอีกทีก็ตามไม่ทันแล้ว ตอนนี้ก็พยายามไล่ส่งงานย้อนหลังให้ครบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-46b704"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง-ภัยเงียบ-ผลัก-เด็กหลุดจากระบบการศึกษา_Photo5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เคยมีบ้างที่เรียนไม่รู้เรื่องจนท้อใจไม่อยากเรียนต่อ&nbsp; ก็มีหายไปบ้างเป็นบางวัน แต่ก็ยังกลับมาเรียนต่อ คิดว่าอีกแค่ปีกว่าก็จะจบ ม.6 แล้ว&nbsp; ถ้าหยุดเรียนไปตอนนี้จะเสียดาย เลยกัดฟันกลับมาเรียนต่อ เวลาหายไปเพื่อนๆ ก็จะคอยตามว่าหายไปไหน ให้กลับมาเรียน ตอนนี้ก็เริ่มกลับมาเรียนออนไซต์ได้แล้ว เริ่มได้ถามเพื่อนถามครูในสิ่งที่ไม่เข้าใจ สถานการณ์ก็น่าจะดีขึ้น”</p>



<p><strong>และนี่คือเรื่องราวบางส่วนของผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเรียนออนไลน์ ที่ส่งผลรุนแรงต่อเส้นทางการศึกษาของเยาวชน</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-ignorant-study-online-270122/">“เรียนออนไลน์ไม่รู้เรื่อง” ภัยเงียบ “ผลัก” เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
