<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เด็กพิเศษ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jan 2024 08:08:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เด็กพิเศษ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘เรียนไม่ได้หรือไม่เคยปรับ’: สำรวจการศึกษาใน ‘เด็กพิเศษ’ ที่ไม่เคยพิเศษในระบบการศึกษาไทย กับ ชนิศา ตันติเฉลิม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/special-education-chanisa/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=special-education-chanisa</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Sep 2023 08:06:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[ชนิศา ตันติเฉลิม]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[The 101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ความเท่าเทียม]]></category>
		<category><![CDATA[Education for All]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=76543</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่ผ่านมา ‘เด็กพิเศษ’&#160;เป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่ส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/special-education-chanisa/">‘เรียนไม่ได้หรือไม่เคยปรับ’: สำรวจการศึกษาใน ‘เด็กพิเศษ’ ที่ไม่เคยพิเศษในระบบการศึกษาไทย กับ ชนิศา ตันติเฉลิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่ผ่านมา ‘เด็กพิเศษ’&nbsp;เป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่สังคมไทยไม่ค่อยพูดถึงมากนัก ทำให้หลายครั้งความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กพิเศษมีอยู่อย่างจำกัด และความเข้าใจที่จำกัดนั้นหลายอย่างก็เป็นความเข้าใจผิด จนนำไปสู่การออกแบบนโยบายที่ไม่ตอบโจทย์กลุ่มเด็กพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายทางด้านการศึกษา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องประสบพบเจอ เป็นหมุดหมายสำคัญในชีวิตของเด็กแต่ละคน</p>



<p>แม้การจัดการศึกษาสำหรับบุคคลผู้มีความต้องการพิเศษนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นภารกิจที่สถาบันทางการศึกษาต้องให้ความสำคัญ ดังที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้มีการจัดการศึกษาแก่บุคคลผู้มีความต้องการพิเศษอย่างทั่วถึงและไม่เก็บค่าใช้จ่าย แต่ในความเป็นจริง เด็กพิเศษกลับเป็นกลุ่มที่ถูกผลักออกจากระบบการศึกษาและผลักพวกเขาออกไปเป็น ‘คนพิการ’ ทั้งที่เนื้อแท้ของทั้งสองกลุ่มแตกต่างกันอย่างมาก และผู้มีความต้องการพิเศษ ต้องการ ‘การศึกษาพิเศษ’ ที่เป็นการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง มีความเฉพาะตัวทั้งในด้านวิธีการสอน เนื้อหาวิชา เครื่องมือที่จำเป็นต่างไปจากหลักสูตรแกนกลางปกติ เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของพวกเขาอย่างจำเพาะเจาะจง</p>



<p>แต่ถึงแม้จะมีคำว่า&nbsp;‘พิเศษ’&nbsp;ต่อท้าย ตลอดมาหลักสูตรกลับไม่เคยปรับให้ตอบโจทย์กับผู้เรียน บุคลากรครูก็ไม่พร้อมสำหรับการศึกษาพิเศษ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กผู้มีความต้องการพิเศษเหล่านี้จะถูกผลักออกไปจากระบบการศึกษา&nbsp;– และการศึกษาไทยก็เหมือนไม่ใช่ของทุกคนอย่างแท้จริง</p>



<p>101&nbsp;จึงชวน&nbsp;<strong>ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม</strong>&nbsp;คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองปัญหา<a href="https://www.the101.world/daranee-interview/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">การศึกษาพิเศษ</a>ที่ไม่เคยพิเศษ และอนาคตของการศึกษาพิเศษของประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-867204"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/10106619-1200x801-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ชนิศา ตันติเฉลิม</figcaption></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาพิเศษ(?) ที่ไม่เคยพิเศษในระบบการศึกษา</strong></h2>



<p><a href="https://www.eef.or.th/news-1st-international-virtual-symposium-on-vocational-education-for-all/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ผศ.ดร.ชนิศา ตันติเฉลิม</a>&nbsp;อธิบายว่าการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ ลำดับแรกต้องเข้าใจนิยามของคำว่า&nbsp;‘เด็กพิเศษ’&nbsp;เสียก่อน เพราะที่ผ่านมาความเข้าใจเกี่ยวกับเด็กพิเศษมีจำกัดมาก และบางทีความเข้าใจที่จำกัดนั้นหลายอย่างก็อาจเป็นความเข้าใจที่ผิด&nbsp;</p>



<p>“คำว่า&nbsp;‘เด็กพิเศษ’เป็นเหมือนคำย่อของ&nbsp;‘เด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ’&nbsp;หรือ&nbsp;‘children with special needs’&nbsp;นั่นแปลว่าไม่ว่าจะเป็นเยาวชนคนไหนก็ตามที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่น การรักษาพยาบาล การเรียนรู้เพิ่มเติม การเรียนรู้ด้านพฤติกรรม ต่างเป็นเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษด้วยกันทั้งหมด”</p>



<p>แม้คำว่า&nbsp;‘เด็กพิเศษ’&nbsp;จะเป็นคำที่หลายคนได้ยินอยู่บ่อยครั้ง แต่ชนิศาเล่าว่า ‘เด็กพิเศษ’&nbsp;กลับไม่ถูกบรรจุลงไปในกฎหมายของไทยสักฉบับ เพราะในกฎหมายมักเรียกเด็กกลุ่มนี้ว่า&nbsp;‘คนพิการทางการศึกษา’&nbsp;นั่นสะท้อนแนวคิดในการจัดการสวัสดิการว่า หนทางเดียวที่คุณจะได้รับบริการจากรัฐในฐานะเด็กพิเศษได้ ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการสำหรับการรักษาพยาบาลซึ่งต้องใช้ทุนทรัพย์มหาศาล หรือจะเป็นการปรับพฤติกรรมก็ตาม ผู้ปกครองจะต้องนำลูกไปขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ</p>



<p>ทั้งนี้ชนิศาตั้งคำถามว่า หากวันนี้เด็กคนหนึ่งที่เป็นผู้มีความต้องการจำเป็นพิเศษไปขึ้นทะเบียนเป็นคนพิการ เพื่อเข้าถึงสวัสดิการทางด้านการรักษาพยาบาลแล้ว สังคมไทย ผู้ปกครอง หรือสถาบันทางการศึกษาจะปฏิบัติเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ สำหรับชนิศาคำตอบคงเป็นเหมือนเดิม</p>



<p>“ดังนั้น เมื่อมีเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ การศึกษาพิเศษจึงเกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการจำเป็นนี้ เพราะหลักสูตรแกนกลางไม่ได้ถูกเขียนไว้ให้พวกเขา เด็กกลุ่มนี้มักถูกมองว่า&nbsp;‘เรียนไม่ได้’&nbsp;แต่ครูขอขยายความว่า พวกเขาเรียนไม่ได้ ถ้าหลักสูตรหรือโรงเรียนไม่มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการ</p>



<p>“ที่ผ่านมาโรงเรียนไม่เคยเปลี่ยน การศึกษาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แม้กระทั่งการศึกษาทางเลือกก็ยังคงอยู่ภายใต้ระบบของมัน นั่นแปลว่าเราไม่ได้ยอมรับเลยว่า มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่ไม่สามารถเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางได้ ไม่ใช่เพราะเขามีสติปัญญาบกพร่อง แต่แค่เด็กเหล่านั้นเรียนคณิตศาสตร์แบบที่คุณสอนเขาไม่ได้ เรียนวิชาภาษาไทยแบบที่คุณสอนเขาไม่ได้”</p>



<p>แม้ประเทศไทยจะยอมรับในข้อตกลงของประเทศสมาชิกองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเกี่ยวกับหลักการสากลอย่าง&nbsp;‘การศึกษาเพื่อปวงชน (education for all)’&nbsp;ที่กำหนดว่าการศึกษาเป็นสิทธิอันพึงมีของประชากรโลก เพราะการศึกษาจะพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ให้สามารถดำรงอยู่ในชุมชนและสังคมโลกได้อย่างเข้มแข็ง แต่ชนิศายังพบว่ากลุ่มเด็กพิเศษกลับถูกเลือกปฏิบัติ บางสถานศึกษาเลือกไม่รับเด็กพิเศษหรือไม่ให้เรียนต่อ ภายใต้เหตุผลว่าหลักสูตรของโรงเรียนไม่พร้อม หรือไม่มีครูการศึกษาพิเศษ</p>



<p>“แม้ที่ผ่านมาการศึกษาพิเศษจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีจุดอ่อนเยอะมากเช่นกัน จุดอ่อนนั้นมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านการศึกษา และความสามารถของบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาชีพครู จนทำให้เด็กพิเศษหลายคนอาจจะหลุดออกจากระบบการศึกษาไปซึ่งการแก้ไขจุดอ่อนดังกล่าวต้องใช้เวลาอย่างมาก</p>



<p>“ในฐานะคณะที่ผลิตบุคลากรทางการศึกษานั้น เอกการศึกษาพิเศษ สาขาจิตวิทยาการปรึกษา การแนะแนวและการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็พยายามจะออกแบบหลักสูตรเพื่อสร้างบุคลากรทางการศึกษาพิเศษที่เข้าใจในการศึกษาพิเศษ เช่น การสร้างห้องปฏิบัติการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ (special education research unit)&nbsp;เพื่อให้นิสิตคณะครุศาสตร์มาศึกษาว่าเมื่อมีเด็กพิเศษมีปัญหาในการเรียนรู้ เช่น อ่านไม่ออก ครูจะต้องช่วยเขาอย่างไร เราก็จะสาธิตในห้องนี้เพื่อให้เขาที่จะออกไปเป็นครูรู้ว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้างในการช่วยเหลือเด็กแต่ละคน”</p>



<p>การศึกษาพิเศษในมุมมองของชนิศาจึงไม่ใช่การเรียนเพื่อติวสอบ หรือการสอบเพื่อวัดระดับของสติปัญญา แต่เป็นการแก้ไขในสิ่งที่นักเรียนไม่เข้าใจ เพราะความพิเศษของเด็กกลุ่มนี้เกิดจากภายในสมองของเขาที่ทำให้มองโลกไม่เหมือนเด็กคนอื่น ดังนั้นการแก้ปัญหาของครูกับเด็กพิเศษก็จะไม่เหมือนการแก้ปัญหาของครูกับเด็กคนอื่นเช่นกัน</p>



<p>“ที่ผ่านมา ห้องปฏิบัติการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ (special education research unit)&nbsp;นี้เพิ่งได้เปิดให้บริการ โดยพบว่าเยาวชนที่เข้ามาใช้บริการอยู่ ม.1 แต่ยังมีปัญหาในการอ่านหนังสือ เช่น ไม่สามารถแยกตัวอักษร&nbsp;‘ฬ’&nbsp;ได้ คำถามคือ เด็กคนนี้ผ่านการศึกษาจนมาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้อย่างไร นั่นเป็นเพราะนโยบายการศึกษาไม่มีนโยบายให้เด็กคนไหนซ้ำชั้น และครอบครัวโรงเรียนก็ไม่ได้แก้ไขอะไร ในขณะที่ระบบหลักสูตรแกนกลางบอกให้เขาต้องเรียนกาพย์ กลอน เมื่อเขายังไม่สามารถอ่านหนังสือได้ แค่นี้เด็กคนนี้ก็ลำบากแล้ว</p>



<p>“แม้วันนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกมากขึ้น จนการอ่านไม่ออกหรือเขียนไม่ได้อาจจะไม่กระทบต่อชีวิตของพวกเขาในวันที่เรียนจบไป แต่การที่เด็กคนหนึ่งจะทำงานได้ เพื่อนยอมรับ ทั้งหมดล้วนเป็นทักษะสังคม เช่น หากได้รับงานมา แต่พวกเขาทำงานไม่ได้ก็เลือกที่จะไม่ทำเลย นี่คือธรรมชาติของเด็กกลุ่มนี้คือการเรียนรู้ที่จะล้มเหลว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bc4d36"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/10106577-1200x800-1.png" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ห้องปฏิบัติการวิจัยทางการศึกษาพิเศษ (special education research unit)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การศึกษาพิเศษไม่ได้สอนแค่ให้เด็กพิเศษอ่านออกเขียนได้ แต่มุ่งเน้นเรื่องการจัดการพฤติกรรมของ&nbsp;‘เด็กทุกคน’&nbsp;ภาพที่ดีที่สุดคือเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติก็สามารถเรียนในห้องร่วมกันได้ และครูก็สามารถจัดการพฤติกรรมของเด็กทุกคน เช่น รู้ว่าเด็กคนนี้กำลังจะกรี๊ดแล้ว ครูก็จับเด็กย้ายที่นั่ง เหมือนเป็นการวางแผน&nbsp;นี่คือการจัดการพฤติกรรมที่การศึกษาพิเศษจะทำได้ดีกว่าการศึกษาทั่วไป เพราะการศึกษาทั่วไปมักจะไปเน้นกลุ่มสาระ จะต้องทำอย่างไรให้เด็กแก้โจทย์ปัญหาได้ แต่ครูไม่ได้มีเวลาพอที่จะเรียนรู้ในการจัดการพฤติกรรมในชั้นเรียน คุณจะเอาแต่สอนวิชาการไม่ได้ เพราะคุณจะไม่ได้รับความสนใจจากเด็กเลย”</p>



<p>ชนิศาตั้งคำถามว่า หากวันนี้การศึกษาไทยพยายามจะกีดกันเด็กพิเศษออกไปจากระบบการศึกษาแกนกลางแล้ว เด็กกลุ่มนี้จะเรียนหนังสือได้อย่างไร เพราะที่ผ่านมาสังคมมักแยกพวกเขาออกไปเรียนที่โรงเรียนสำหรับคนพิการ ซึ่งแนวทางดังกล่าวไม่ตอบโจทย์สำหรับการศึกษาในเด็กพิเศษ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นต่างมองว่าเด็กกลุ่มนี้คือตัวปัญหาที่ต้องกันออกจากสังคมส่วนรวม</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรียนร่วม&nbsp;หรือ เรียนรวม&nbsp;</strong><br><strong>การกลัดกระดุมผิดเม็ดตั้งแต่เม็ดแรกของระบบการศึกษาไทย</strong></h2>



<p>การศึกษาแบบเรียนรวม เป็นการจัดการการศึกษาเพื่อให้ผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ตามสิทธิในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งยังส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษสามารถอยู่ร่วมกับนักเรียนปกติ</p>



<p>“การเรียนรวม คือ การจำลองโลกปกติให้กับทุกคน ที่ห้องเรียนใดห้องเรียนหนึ่งจะมีเด็กแสบ เด็กซน เด็กซ่า เด็กเกเร หรือแม้แต่เด็กพิเศษ ก็เหมือนกับสังคมที่เมื่อคุณออกไปทำงานคุณก็พบเจอผู้คนที่หลากหลายไม่ต่างกัน</p>



<p>“ถ้าไม่มีการศึกษาแบบเรียนรวม เด็กพิเศษเหล่านั้นจะไม่มีโอกาสฝึกการอยู่กับเด็กทั่วไปเลย เมื่อออกมาสังคมอาจจะไม่เข้าใจในการกระทำของเขา เพราะว่าพวกเขาไม่เคยได้ฝึกว่าอยู่โรงเรียน หรืออยู่กับคนทั่วไปจะต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้น โรงเรียนจึงเป็นเหมือนภาพฉายสังคมที่มีทั้งคนส่วนมากและคนส่วนน้อย และโรงเรียนต้องแก้ปัญหาในการจัดชั้นเรียนเองว่าถ้าเจอแบบนี้จะทำอย่างไร ไม่ใช่ผลักคนที่ไม่ใช่เด็กปกติออกไปจากระบบการศึกษา”</p>



<p>สำหรับนโยบายด้านการศึกษาของรัฐต่อกลุ่มเด็กพิเศษตลอดระยะเวลา&nbsp;10&nbsp;ปีที่ผ่านมา ชนิศามองว่าประเทศไทยกำลังพบเจอกับ&nbsp;‘ปัญหาไม้เอกระดับชาติ’&nbsp;เพราะรัฐบาลไม่สามารถเลือกได้ว่านโยบายการศึกษาในกลุ่มเด็กพิเศษนั้นจะเป็น&nbsp;‘การเรียนร่วม (mainstreaming)’&nbsp;หรือ&nbsp;‘การเรียนรวม (inclusive education)’</p>



<p>โดยนักวิชาการและนักวิจัยต่างพยายามนิยามความแตกต่างของรูปแบบการศึกษาทั้งสองแบบนี้ โดยอธิบายว่า&nbsp;‘การเรียนร่วม (mainstreaming)’&nbsp;เป็นการจัดการศึกษาแก่นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับบริการทางการศึกษาพิเศษในห้องทั่วไป เพื่อให้เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนเป็นหลัก เช่น เรียนบางวิชากับนักเรียนทั่วไป แต่บางวิชาก็จะเป็นการเรียนตัวต่อตัวกับครูการศึกษาพิเศษ</p>



<p>สำหรับ ‘การเรียนรวม (inclusive education)’&nbsp;เป็นการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษให้มีข้อจำกัดน้อยที่สุดในการเรียนกับเด็กทั่วไปโดยไม่คำนึงถึงความบกพร่อง กล่าวคือโรงเรียนมีหน้าที่เตรียมสภาพแวดล้อม เครื่องมือ อุปกรณ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3731c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/10106524-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ปัญหาไม้เอกระดับชาตินั้นส่งผลต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอย่างมาก โดยในช่วงแรกกระทรวงเองก็บอกว่าจะเป็นการเรียนร่วม แต่เมื่อนานาชาติกดดันว่าต้องเป็นการเรียนรวม เขาจึงเอาไม้เอกออก แต่นโยบายก็เหมือนเดิม โดยไม่มีใครบอกว่าเมื่อเอาไม้เอกออกแล้ว โรงเรียนต้องทำอย่างไร</p>



<p>“ไม่ต้องสนใจหรอกว่าวันนี้ การศึกษาของประเทศไทยจะเป็นการเรียนร่วมหรือการเรียนรวม หากเรายึดหลักการว่าการศึกษานั้นต้องเป็นของทุกคน เพราะฉะนั้นต้องไม่มองว่าเด็กคนนั้นจะเป็นเด็กพิเศษหรือไม่ เพียงต้องยอมรับว่าเด็กทุกคนต้องมีสิทธิ์ที่จะเข้ามาเรียนและอยู่ร่วมกัน อย่างการศึกษาในประเทศฟินแลนด์ ที่ยึดหลักว่าโรงเรียนที่ดีที่สุดของทุกคนคือโรงเรียนใกล้บ้าน ดังนั้นเขาจะไม่แยกว่าเด็กพิเศษจะต้องไปเรียนโรงเรียนไหน เพราะทุกโรงเรียนเป็นการเรียนรวมและมาตรฐานของโรงเรียนเท่ากันหมด”</p>



<p>ทั้งนี้ ชนิศามองว่าปัญหาที่ทำให้การศึกษาไม่สามารถเป็นของทุกคนได้ ก็เพราะนโยบายการผลิตบุคลากรครูที่มีปัญหา กล่าวคือกระทรวงศึกษาธิการไม่สนใจว่าครูแต่ละคนนั้นสอนอะไรบ้าง สนใจเพียงจำนวนสัดส่วนระหว่างเด็กกับครู เช่น หากโรงเรียนหนึ่งต้องการครูเพิ่ม จะต้องไปดูสัดส่วนและเพิ่มตามสัดส่วนนั้น แต่ไม่เคยสนใจว่าครูที่บรรจุเข้ามาจะสอนวิชาอะไร อีกทั้งยังไม่มีอัตราในการบรรจุครูการศึกษาพิเศษ</p>



<p>“นโยบายดังกล่าวไม่ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาการศึกษาอย่างมาก เหมือนวันนี้โรงพยาบาลรับเพียงหมอหัวใจ แต่ปรากฏว่ามีคนไข้ที่เป็นโรคหืดด้วย คุณจะทำอย่างไร เพราะโรงพยาบาลนี้ไม่มีหมอโรคหืดเลยด้วยซ้ำ (หัวเราะ)</p>



<p>“ดังนั้น อนาคตของการศึกษาพิเศษนั้นคือการเรียนรวมนั่นแหละ แต่สังคมอาจจะต้องเปลี่ยนโจทย์จากอนาคตของการศึกษาในเด็กพิเศษ เป็นอนาคตของการเรียนรวม เมื่อไหร่ที่เราทำให้การเรียนรวมดีได้ เราจะช่วยเด็กได้ทุกคน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-010c2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/01/10106539-1-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/special-education-chanisa/">‘เรียนไม่ได้หรือไม่เคยปรับ’: สำรวจการศึกษาใน ‘เด็กพิเศษ’ ที่ไม่เคยพิเศษในระบบการศึกษาไทย กับ ชนิศา ตันติเฉลิม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชูนวัตกรรมสอนเด็กพิเศษ ปรับรูปแบบการสอนออนไลน์ออฟไลน์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25a9</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Oct 2019 14:57:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[บรูไน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนประถมศึกษา ลัมบัก กานัน จารัล 49]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยบรูไนดารุสซาลาม]]></category>
		<category><![CDATA[ดายัง ฮาจะฮ์ นูร์เลียฮ์ บินตี ฮาจี อัสปาร์]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8472</guid>

					<description><![CDATA[<p>ครูดายัง ฮาจะฮ์ นูร์เลียฮ์ บินตี ฮาจี อัสปาร์ (Mrs. Day [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/">ชูนวัตกรรมสอนเด็กพิเศษ ปรับรูปแบบการสอนออนไลน์ออฟไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-8476" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/71338763_2407109519543090_4197623679007326208_n.jpg" alt="" width="640" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/71338763_2407109519543090_4197623679007326208_n.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/71338763_2407109519543090_4197623679007326208_n-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>ครูดายัง ฮาจะฮ์ นูร์เลียฮ์ บินตี ฮาจี อัสปาร์ (Mrs. Dayang Hajah Noorliah Binti Haji Aspar) อายุ 55 ปี จบการศึกษาปริญญาตรีศิลปศาสตร์ วิชาเอกคณิตศาสตร์ และประกาศนียบัตรวิชาชีพครู จากมหาวิทยาลัยบรูไนดารุสซาลาม</p>
<p>ปัจจุบัน ครูดายัง รับตำแหน่งครูใหญ่ที่โรงเรียนประถมศึกษา ลัมบัก กานัน จารัล 49 บนเกาะบอร์เนียว ประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม โดยเส้นทางการเป็นครูเริ่มต้นในปี 2530 ในตำแหน่งครูวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์</p>
<p>ในฐานะครูใหญ่ ครูดายังมีหน้าที่โดยตรงในการรับผิดชอบการพัฒนากระบวนการเรียนการสอน และติดตามให้บรรลุผลตามระบบการศึกษาระดับชาติ และติดตามการสอนของครูในโรงเรียน รวมถึงยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านมาตรฐานครูบรูไน</p>
<p>ครูดายังเป็นครูผู้มุ่งมั่นในการคิดค้นนวัตกรรมการสอนที่เน้นให้เด็กเรียนตามความสามารถเฉพาะทาง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กพิเศษ ที่มีการก่อตั้งศูนย์การศึกษา ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการพัฒนาของครูดายัง เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้เรียนตามความสนใจและส่งเสริมศักยภาพในตัวเองได้อย่างเต็มที่ รวมถึงมีการให้โจทย์กับเพื่อนครูในการพัฒนาโปรแกรมการเรียนรู้ร่วมกับผู้ปกครอง เพื่อทำให้เด็กพิเศษกว่า 50 คนในโรงเรียนไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง</p>
<blockquote><p>“เราต้องลงทุนอย่างจริงจัง เพื่อให้เด็ก ๆ กลุ่มนี้ได้รับโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลาย เด็กบางคนมีความสามารถ และพิสูจน์ให้เห็นด้วยการผ่านการทดสอบความรู้ระดับชาติด้านวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษด้วยเกรดเอ” ครูดายังระบุถึงแนวคิดในการส่งเสริมนักเรียนกลุ่มเด็กพิเศษ</p></blockquote>
<p>นอกจากนั้นครูดายังได้มุ่งเน้นการสร้างกิจกรรมในโรงเรียนที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน อาทิ จำลองเส้นทางจราจรโดยใช้พื้นที่ว่างในโรงเรียนเป็นสถานที่ฝึกทักษะการใช้ถนนและสร้างวินัยการขับขี่ รวมถึงนำสื่อที่ทันสมัยทั้งออฟไลน์และออนไลน์มาใช้สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ด้านต่างๆ เช่นสอนเด็กเล็กให้รับรู้เรื่องเวลา และยังสนับสนุนให้เด็กมีชั่วโมงทำงานศิลปะเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ</p>
<p>ครูคนหนึ่งในโรงเรียน ลัมบัก กานัน จารัล 49 กล่าวถึงครูใหญ่ว่า ที่ทางโรงเรียนมีระบบการดูแลเด็กที่ดี และตนเองสามารถสร้างการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มเด็กพิเศษได้ เนื่องจากการสนับสนุนและวางแนวทางของครูใหญ่ ผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและนักแก้ปัญหาที่ดี สำหรับรางวัลที่ท่านได้รับ ทำให้ตนรู้สึกดีใจที่มีบุคคลภายนอกได้มองเห็นทุกสิ่งที่ครูดายังได้ทำ</p>
<p>ความทุ่มเทใส่ใจต่อการศึกษากลับออกดอกผลงอกเงย จนครูดายัง ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ 3 ปี 2562 ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ชีวิตลูกศิษย์ ผู้สร้างคุณูปการต่อการศึกษา ช่วยตอกย้ำความดีที่ครูได้ทำเพื่อวงการการศึกษาอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8475" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o.jpg" alt="" width="1617" height="1080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o.jpg 1617w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/70839869_2407109772876398_3689661689365528576_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1617px) 100vw, 1617px" /></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9/">ชูนวัตกรรมสอนเด็กพิเศษ ปรับรูปแบบการสอนออนไลน์ออฟไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็ก (LD) ขอเล่า (ฝัน) ผ่านสมุดทำมือ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81-ld-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2581-ld-%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%259c%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jul 2019 09:31:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[อนาคตของฉัน]]></category>
		<category><![CDATA[LD]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กพิเศษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=5752</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมุดทำมือขนาดกระทัดรัดจำนวน 10 หน้า ชื่อว่า “อนาคตของฉัน” หลากหลายความฝันที่ใครหลายคนต้องการ ซึ่งไม่แตกไปจากเด็ก (LD) หรือเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81-ld-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-2/">เด็ก (LD) ขอเล่า (ฝัน) ผ่านสมุดทำมือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="wp-image-5751 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/67335457_2694331140600878_8402653213072818176_o.jpg" alt="" width="1536" height="2048" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/67335457_2694331140600878_8402653213072818176_o.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/67335457_2694331140600878_8402653213072818176_o-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/67335457_2694331140600878_8402653213072818176_o-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1536px) 100vw, 1536px" /></p>
<div id="js_e" class="_5pbx userContent _3576" data-testid="post_message" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;K&quot;}">
<p>เชื่อว่าทุกคนต่างล้วนมีความฝันในชีวิต ไม่ว่าฝันอยากได้บ้าน อยากได้รถ อยากรับราชการ อยากเป็นตำรวจ ทหาร อยากเป็นครู หรืออีกหลากหลายความฝันที่ใครหลายคนต้องการ ซึ่งไม่แตกไปจากเด็ก (LD) หรือเด็กที่บกพร่องทางการเรียนรู้ เนื่องจากมีความผิดปกติของระบบประสาท ของโรงเรียนเขาย้อยวิทยา จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 3 คน พวกเขาต่างมีความฝันของตัวเอง ฝันเหล่านั้นจึงถูกถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสมุดทำมือระบายสีสันสวยงาม</p>
<p>สมุดทำมือขนาดกระทัดรัดจำนวน 10 หน้า ชื่อว่า “อนาคตของฉัน” หน้าปกถูกขีดเขียนเป็นตัวการ์ตูนผู้หญิงวัยสดใสใส่ชุดสีแดงสวมแว่นตาทรงกลม กำลังสอนหนังสืออยู่หน้าชั้นเรียน เมื่อแง้มเปิดเข้าไปในสมุดเราเห็นรูปโรงเรียน นาฬิกา ดินสอ น่าจะสื่อความหมายถึงโรงเรียนทั่วไป จากนั้นถัดมาเพียง 2 หน้า มีข้อความเขียนว่า “คำนำ” มีใจความว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<blockquote><p>นิทานเรื่องอนาคตของฉัน มีเนื้อหาเกี่ยวกับความฝันของเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีความฝันอยากจะเป็นคุณครู ทหาร หมอ ฯลฯ หนังสือเล่มนี้ ผู้จัดทำหวังว่าจะถูกใจผู้อ่านเป็นอย่างดี หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วยนะคะ : <em>ลงชื่อคณะผู้จัดทำ</em></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<p>เด็กพิเศษกลุ่มนี้แทนชื่อตัวเองว่า “ฟ้าใส” จากนั้นฟ้าใสอาสาพาผู้อ่านไปดูอนาคตของเพื่อน ๆ 5 คน ว่าพวกเขาฝันอยากเป็นอะไร ?</p>
<p>เริ่มต้นเพื่อนคนที่ 1 ชื่อ “อิ่มเอม” อิ่มเอมใฝ่ฝันอยากที่จะเป็น “หมอ” เพราะอิ่มเอมชอบการดูแลรักษาคนไข้ อิ่มเอมคิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่น่าทำมาก นอกเหนือจากข้อความที่บอกเล่าถึงความฝันแล้ว ฟ้าใสยังบรรจงวาดเส้นระบายสีเป็นรูปอิ่มเอม ในชุดคุณหมอสวมชุดกาวน์สีขาว ช่วยเติมเต็มเนื้อหาให้น่าสนใจยิ่งขึ้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5747" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66790025_2694331373934188_4171016313658933248_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66790025_2694331373934188_4171016313658933248_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66790025_2694331373934188_4171016313658933248_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66790025_2694331373934188_4171016313658933248_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66790025_2694331373934188_4171016313658933248_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ถัดมาเพื่อนคนที่ 2 ฟ้าใสอาสาพาไปทำความรู้จัก “บีม” บีมใฝ่ฝันที่อยากจะเป็น “เชฟ” เพราะบีมชอบการทำอาหารชอบกิน และบีมชอบทำอาหารอร่อยๆ ให้น้อง ๆ ได้กินกัน สอดแทรกด้วยภาพวาดเด็กผู้ชายที่หมายถึงบีมกำลังยืนอยู่ในห้องครัวใส่หมวกเชฟ มือขวาถือตะหลิว มือซ้ายถือกระทะ ท่าทางทะมัดทะแมงพร้อมทำอาหารเสิร์ฟ</p>
<p>ส่วนเพื่อนคนที่ 3 ชื่อ “เพชร” เพชรใฝ่ฝันอยากจะเป็น “ทหาร” เพราะได้รับใช้ประเทศชาติและได้รับใช้ประชาชนทุกคน ฟ้าใสวาดภาพเพชรประกอบ เป็นเด็กผู้ชายกำลังยืนใส่หมวกทหารท่าทางเข้มแข็ง มุ่งมั่น ตั้งใจ รอบข้างมีต้นไม้ กองไฟ เติมแต่งจนน่าสนใจสะดุดตา</p>
<p>ต่อมาเพื่อนคนที่ 4 ชื่อ “พิกุล” พิกุลใฝ่ฝันอยากจะเป็น “นักวิทยาศาสตร์” เพราะนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองสิ่งต่างๆได้เห็นเซลล์ที่ไม่เคยเห็น ฟ้าใสวาดภาพพิกุลกำลังยืนอยู่ในห้องทดลองวิทยาศาสตร์ โดยมีเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับทดลองอย่างครบครันสมจริง</p>
<p>และเพื่อนคนที่ 5 ชื่อ “โอม” โอมฝันอยากเป็น “นักบิน” เพราะได้ไปประเทศต่างๆและได้เห็นทุกอย่างบนผืนดิน โอมถูกวาดเป็นเด็กหนุ่มกำลังเดินอยู่ในสนามบิน สวมใส่ชุดเครื่องแบบนักบินอาชีพสง่างาม ขณะกำลังเดินลากกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5746" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66629176_2694331307267528_1478764571521974272_o.jpg" alt="" width="2048" height="1536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66629176_2694331307267528_1478764571521974272_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66629176_2694331307267528_1478764571521974272_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66629176_2694331307267528_1478764571521974272_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/66629176_2694331307267528_1478764571521974272_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>สิ่งที่ดูพิเศษจนต้องอมยิ้ม คือคนสุดท้ายตัวของ “ฟ้าใส”เอง เธอใฝ่ฝันอยากจะเป็น “ครู” เพราะได้สอนหนังสือเด็ก ๆ ได้ให้ความรู้ต่างๆ และได้ถ่ายทอดวิชาให้แก่นักเรียน ฟ้าใสวาดภาพตัวเองเป็นครูผู้หญิงสาวสวยผมถักเปีย กำลังถือสมุดจดและไม้เรียวยืนอยู่หน้าชั้นเรียน</p>
<p>ในกระดาษหน้าสุดท้ายสมุดทำมือเล่มนี้ มีข้อความสั้นๆเขียนอย่างบรรจงจากฟ้าใสว่า “เพื่อนของฟ้าใสทุกคนย่อมมีอาชีพในฝันเป็นของตนเอง และฟ้าใสก็มีอาชีพที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเหมือนกัน&#8221;</p>
<p>ใต้ข้อความนั้นมีรูป ‘ฟ้าใส’ กำลังกางแขนออกสองข้างมือขวาถือคำว่า “อนาคต” มือซ้ายถือคำว่า “ของฉัน” นัยน์ตาแวววาวจดจ่อมุ่งมั่นดูมีความหวัง</p>
<p>เรื่องราวที่เด็กพิเศษ (LD) เล่าสะท้อนตัวเองและกลุ่มเพื่อนในห้องเรียนผ่านสมุดทำมืออย่างตั้งใจนี้ นับเป็นงานศิลปะเล็กๆ โดยสอดแทรกความฝันของเด็กกลุ่มหนึ่ง ผ่านการบันทึกลงอย่างละมุนละไม</p>
<p>‘ฟ้าใส’ ยังเคยสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนผ่านการแข่งขันทำสมุดทำมือในระดับจังหวัดมาแล้ว ที่สำคัญยังเป็นนักเรียนทุนเสมอภาค ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>
<p>แม้ ‘ฟ้าใส’ ไม่ปกติเหมือนเด็กทั่วไป แต่สมุดทำมือเล่มนี้น่าจะแสดงให้เห็นศักยภาพ และความฝันที่ทุกคนต่างมีและเท่ากันได้</p>
<p><a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%AA?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARABr78LZv8UiYdEGenM8z-W_tvHzYwKzv3otMmerAM2wPjaNf6dxXRkTnAB_MC8szeuT9FnHgRcPKP5Dwg4wXEr8JB22iScfvW4HLNO1eRifhc0iXpaeXruP8k-bT8Gc4taFW_y8Grmy_8e6zPrvPlC6zrTWtgBmqD5iU3cbA4uH257gbRDoTRbXzEYZlsHA9hYvXjpgOw3EyCUbv50ZwtgKIdOAW4WGP-caVTxRBn8f5iwOjC8OcKP_zdlUkcul0bybrap3Jj2dn8vawqLMck_9tykauIrrejiDJclQBxEZZQPy28GnNWghEXuseiUElwci_I3rcUrmKm3rG3QY-LR5w&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">กสศเปิดประตูสู่โอกาส</span></span></a> <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARABr78LZv8UiYdEGenM8z-W_tvHzYwKzv3otMmerAM2wPjaNf6dxXRkTnAB_MC8szeuT9FnHgRcPKP5Dwg4wXEr8JB22iScfvW4HLNO1eRifhc0iXpaeXruP8k-bT8Gc4taFW_y8Grmy_8e6zPrvPlC6zrTWtgBmqD5iU3cbA4uH257gbRDoTRbXzEYZlsHA9hYvXjpgOw3EyCUbv50ZwtgKIdOAW4WGP-caVTxRBn8f5iwOjC8OcKP_zdlUkcul0bybrap3Jj2dn8vawqLMck_9tykauIrrejiDJclQBxEZZQPy28GnNWghEXuseiUElwci_I3rcUrmKm3rG3QY-LR5w&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">เด็กพิเศษ</span></span></a> <a class="_58cn" href="https://www.facebook.com/hashtag/ld?source=feed_text&amp;epa=HASHTAG&amp;__xts__%5B0%5D=68.ARABr78LZv8UiYdEGenM8z-W_tvHzYwKzv3otMmerAM2wPjaNf6dxXRkTnAB_MC8szeuT9FnHgRcPKP5Dwg4wXEr8JB22iScfvW4HLNO1eRifhc0iXpaeXruP8k-bT8Gc4taFW_y8Grmy_8e6zPrvPlC6zrTWtgBmqD5iU3cbA4uH257gbRDoTRbXzEYZlsHA9hYvXjpgOw3EyCUbv50ZwtgKIdOAW4WGP-caVTxRBn8f5iwOjC8OcKP_zdlUkcul0bybrap3Jj2dn8vawqLMck_9tykauIrrejiDJclQBxEZZQPy28GnNWghEXuseiUElwci_I3rcUrmKm3rG3QY-LR5w&amp;__tn__=%2ANK-R" data-ft="{&quot;type&quot;:104,&quot;tn&quot;:&quot;*N&quot;}"><span class="_5afx"><span class="_58cl _5afz" aria-label="แฮชแท็ก">#</span><span class="_58cm">LD</span></span></a></p>
</div>
<div class="_3x-2" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;H&quot;}">
<div data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;H&quot;}">
<div class="mtm">
<div class="_2a2q _65sr"></div>
</div>
</div>
</div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81-ld-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%94-2/">เด็ก (LD) ขอเล่า (ฝัน) ผ่านสมุดทำมือ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
