<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เด็กนอกระบบ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2026 10:01:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เด็กนอกระบบ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210526/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 May 2026 08:52:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102423</guid>

					<description><![CDATA[<p>“&#8230;ทุกเสียงของเด็กจะนำทางไปที่งานขั้นต่อไป และคือส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210526/">“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>“&#8230;ทุกเสียงของเด็กจะนำทางไปที่งานขั้นต่อไป และคือสิ่งที่ทำให้เราพอจะเชื่อว่า คติมุมมองเก่า ๆ ต่อเด็กเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน อาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งจากด้านที่สังคมมองเข้าไป และสำคัญที่สุดคือส่วนที่กดทับอยู่ภายในใจของเด็ก ๆ เอง”</em></strong></p>



<p>คำพูดของ <strong>อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สุข</strong> หัวหน้าโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ. อาจเป็นหนึ่งในประโยคที่อธิบายการทำงานตลอดกว่าสองปีที่ผ่านมาได้ชัดที่สุด</p>



<p>ตลอดช่วงเวลานั้น หน่วยจัดการเรียนรู้ทั่วประเทศที่ทำงานร่วมกับ กสศ. พยายามค้นหาและพาเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา กลับมาพบ “เส้นทางการเรียนรู้” อีกครั้ง แต่จุดเริ่มต้นของการทำงาน ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า “เด็กคนนี้ควรเรียนอะไร” หากเริ่มจากการพยายามทำความเข้าใจว่า “ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเป็นอย่างไร”</p>



<p>เพราะเบื้องหลังการหลุดออกจากระบบการศึกษา ไม่เคยมีคำอธิบายแบบเดียว เด็กแต่ละคนต่างเผชิญเงื่อนไขชีวิต ความเปราะบาง และข้อจำกัดแตกต่างกันออกไป หลายพื้นที่จึงเริ่มต้นจากการ “คลี่ประสบการณ์ชีวิต” ของน้อง ๆ แต่ละกลุ่มออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนนำสิ่งเหล่านั้นมาทดลองออกแบบการเรียนรู้ใหม่ ที่สอดคล้องกับความสนใจ ความถนัด ทุนชีวิต และบริบทเฉพาะของแต่ละชุมชน</p>



<p>จนวันนี้ ความเปลี่ยนแปลงค่อย ๆ ปรากฏขึ้น&nbsp;</p>



<p>เมื่อพื้นที่เรียนรู้ที่เคยมีขอบเขตเล็ก ๆ เริ่มขยายกว้างและเชื่อมโยงผู้คนมากขึ้น หลายชุมชนเริ่มแสดงให้เห็นว่า พวกเขาพร้อมจะเป็น “พื้นที่ปลอดภัย” และร่วมสร้าง “นิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต” ให้เด็กเยาวชนเหล่านี้ได้มีที่ยืนอีกครั้ง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72.jpeg" alt="" class="wp-image-102425" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-72-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตามบนเส้นทางทำงาน ทั้งคณะทำงานและน้อง ๆ ต่างต้องต่อสู้กับอุปสรรคมากมายซึ่งไม่อาจเลี่ยง โดยเฉพาะ ‘ความเชื่อ’ ฝังแน่นยาวนานที่ว่า “เด็กที่ไม่อยู่ในการศึกษากระแสหลัก คือกลุ่มซึ่งถูกคัดออกเพราะไม่ผ่านมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคใหญ่โตที่สุดที่เด็ก ๆ ต้องเจอ”</p>



<p>ความเชื่อดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียง ‘ชนัก’ ทิ่มแทงภายนอก หากลึกลงในใจของเด็ก ๆ ความเชื่อนี้ยังเป็นดั่งเงาติดตามตัวที่คอยบั่นทอนพลัง จนแม้พยายามสุดแรงเพื่อฝ่าฟันข้อจำกัดต่าง ๆ สักเท่าไหร่ แต่ ‘ตราประทับ’ นั้น ก็เหมือนไม่มีวันจางลง จนท้ายที่สุด หลายคนจึงสูญเสียความเชื่อมั่นจะก้าวเดินต่อไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71.jpeg" alt="" class="wp-image-102424" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-71-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์นเรศ สงเคราะห์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อาจารย์นเรศกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า การสร้างพื้นที่ปลอดภัยและนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโต เพื่อพาเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาหลักไปพบเส้นทางเรียนรู้ คืองานระยะยาวซึ่งไม่อาจบรรลุเป้าหมายในเวลาสั้น ด้วยความซับซ้อนเปราะบางในเรื่องราวและประสบการณ์เฉพาะตัว ตลอดจนความต่างของบริบทแวดล้อม ที่ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ว่าคณะทำงานจะค้นพบสูตรสำเร็จใดมาใช้คลี่คลายทุกเงื่อนปม</p>



<p>แต่งานที่เริ่มนับหนึ่งไปแล้วได้เผยให้เห็นว่า เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ทรงประสิทธิภาพคือ <strong>‘การรับฟังและทำความเข้าใจเด็ก โดยไม่มีมาตรวัดใดตัดสิน’ </strong>จนใจที่เคยแง้มปิดนั้นค่อย ๆ เปิดออก และช่องว่างของระยะห่างที่ไกลกัน เริ่มกระถดแคบเข้ามา และควบคู่กันไปยังต้อง ‘ทำงานทางความคิด’ เพื่อส่งสารไปถึงสังคม ให้รับรู้ความจริงอีกด้านหนึ่ง ว่าเยาวชนที่ไม่อยู่ในการศึกษากระแสหลักทุกคนล้วนคือเด็กคนหนึ่ง เช่นเดียวกับเด็ก ๆ ทุกคน</p>



<p>“เราต้องทำให้การยอมรับความหลากหลาย เข้าไปเจือจางความคิดตัดสินตีตรา เพียงเพราะใครสักคนมีเส้นทางชีวิตที่ต่างไปจากคนส่วนใหญ่ และผลักดันให้คติใหม่นี้เข้าไปกลบกลืนนิยามความหมายเดิม จนเกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับสังคม เมื่อนั้นเราถึงอาจรื้อถอนความเชื่อเดิมได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73.jpeg" alt="" class="wp-image-102426" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-73-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>คณะทำงานเชื่อว่าหนึ่งใน ‘งานทางความคิด’ ที่จะเป็นทิศทางหลักของการทำงานทั้งวันนี้และระยะยาว คือการชวนเด็กเยาวชนจากทุกหน่วยเรียนรู้มาเจอกัน เพื่อร่วมกันบอกเล่าสิ่งที่อยู่ในใจให้ดังออกไปถึงสังคมข้างนอก จนเป็นที่มาของเวที ‘RE-LIFE RE-LEARN RE-FRAME &#8230;เพราะเสียงที่ถูกลืม คือพลังและอนาคต’ ซึ่งจัดขึ้นช่วงเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา</p>



<p>อาจารย์นเรศสรุปคอนเซ็ปต์งานครั้งนี้ว่า “ตั้งใจให้เป็นงานที่น้อง ๆ ได้มีส่วนร่วมคิด ออกแบบกิจกรรม ทำโชว์เปิดงาน มาร่วมกันแสดงผลงาน และสำหรับใครที่มี ‘เสียงในใจ’ อยากส่งออกมา เวทีแห่งนี้ก็พร้อมรับฟัง&nbsp;</p>



<p>“เราต้องการให้เด็กร่วมออกแบบวิธีสื่อสารมากที่สุด โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับความหมาย ความงาม ความสมบูรณ์ของสาร เพราะที่ผ่านมา บางทีมันไม่ใช่ว่าเสียงของเด็กดังไม่พอ แต่ในสังคม ในห้อง ๆ หนึ่ง ในงาน ๆ หนึ่งที่จัดขึ้น มันจะมีเสียงอื่น ๆ ที่ดังอยู่ตลอดเวลา เสียงเล็ก ๆ จึงถูกกลืนหายไม่อาจสอดแทรกมาถึงเราจริง ๆ งานนี้เลยออกแบบให้รอบตัวของเด็ก ๆ เงียบลง เพื่อเราจะตั้งใจฟังมากขึ้น แล้วหวังว่าจะทำให้เสียงเหล่านั้นได้ส่งออกไปถึงปลายทางชัดขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03.jpg" alt="" class="wp-image-102443" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ใจความคือ ‘หัวใจของงานครั้งนี้’ อาจารย์นเรศยินดีจะบอกว่า ความติดขัดตะกุกตะกัก ความหลุดคิวบนเวทีและระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ จะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ที่ส่งไปถึง ‘ผู้ใหญ่’ ว่าหากจะเข้าใจเด็กให้มากขึ้น “เราทุกคนต้องยอมรับ ว่าธรรมชาติของทุกสิ่งล้วนคือความผิดพลาดไม่สมบูรณ์” และสำหรับสารที่น้อง ๆ จะได้รับกลับไปคือ “ถ้าอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น ก็ต้องพร้อมเรียนรู้จากความผิดพลาด และเพ่งมองทุกประสบการณ์อย่างซื่อตรง”</p>



<p>&#8230;แล้วถ้าทุกฝ่ายผ่านจุดนี้ไปได้ การรับรู้และยอมรับในมิติอื่น ๆ ที่ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน จะเกิดขึ้นตามมา</p>



<p>เมื่อกิจกรรมดำเนินไป เราพบว่าทันทีที่เสียงอื่นรอบ ๆ เงียบลง เสียงของเด็ก ๆ ก็กลับชัดขึ้น และขณะที่เสียงเล็กน้อยกำลังประกอบกันเป็นใจความขนาดใหญ่ ประเด็นหนึ่งที่ดังแทรกออกมา ก็คือมุมมองที่ว่าด้วย ‘การตัดสินใครสักคนเพียงเพราะต่างจากคนอื่น ทั่วไป’ ซึ่งน้อง ๆ ที่ไม่ได้เรียนรู้อยู่ในการศึกษากระแสหลักเผชิญตลอดมา&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และที่ตรงนี้ &#8230;เราอยากชวนฟังเสียงจากน้อง ๆ ที่จะอธิบาย ‘ตัวตน’ ของเขาที่อยากให้สังคมลองรับฟัง เผื่อว่ามันอาจทำให้ใครบางคนมองพวกเขาเปลี่ยนไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75.jpeg" alt="" class="wp-image-102429" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-75-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เริ่มจาก <strong>‘ปอน’ ธันวา </strong>วัย 19 ปี กับเรื่องราวหลังจบ ป.6 ที่ใช้เวลาหลายปีลองผิดลองถูกนอกรั้วโรงเรียน ในวัยที่ขับเคลื่อนด้วยความดื้อรั้น แต่วันที่แม่ล้มป่วย ปอนถึงหันกลับมามองตัวเอง และพบว่าตัวเธอหลุดจากเส้นทางออกมาไกลจนไม่รู้ว่าจะย้อนกลับได้อย่างไร &#8230;จนวันหนึ่งเมื่อได้โอกาสอีกครั้ง ปอนก็กลับใช้ความ ‘ตื่นรู้’ ที่ค้นพบ มาเป็นแรงผลักให้ชีวิตก้าวต่อไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ตอนแม่ป่วย เหมือนเราตื่นขึ้น เลิกเที่ยว เลิกทุกอย่าง กลับบ้านมาดูแลแม่ ทำงานแทนแม่ที่ร้านขายของของที่บ้าน และจังหวะนั้นเองที่เราอยากกลับไปเรียน แต่ได้แค่คิด เพราะไม่รู้ต้องทำยังไง จนผ่านไปพักใหญ่มีอาจารย์มาชวนเราไปร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพ ของ กสศ. กับคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ก็ลองไปดู ซึ่งกลายเป็นพอได้เจอครูและเจอเพื่อน ๆ ที่ต่างก็ต้องการโอกาสเหมือนกัน พวกเขาทำให้เราเห็นจุดที่ตัวเองอยู่ เห็นภาพสังคมกว้างขึ้น เราเริ่มเข้าใจว่าที่ผ่านมาตัวเองทำผิดพลาดยังไง เหมือนตาสว่างขึ้นทันที</p>



<p>“กิจกรรมนั้นทำให้เราตัดสินใจเรียนต่อกับ สกร. จนได้วุฒิ ม.ต้น แล้วต่อ ม.ปลาย พร้อมทำงานขายของไปด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางคือเราเริ่มเห็นเป้าหมายชีวิต อยากเห็นตัวเองก้าวหน้า อยากทำกิจการให้มั่นคง อยากดูแลแม่ให้ดีกว่านี้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74.jpeg" alt="" class="wp-image-102428" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-74-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้องปอน ธันวา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จากวันนั้น ปอนพยายามเรียนรู้เรื่องเรื่องธุรกิจการค้าด้วยตัวเอง เพื่อหวังผลักดันให้ร้านเล็ก ๆ ที่บ้านเติบโต</p>



<p>และถึงวันนี้ ปอนก็กล้าพูดว่าเธอเข้าใจ ว่าแก่นแท้จริง ๆ ของการศึกษา ก็คือการที่เธอเอาทุกสิ่งที่เรียนรู้มาเปลี่ยนเป็นต้นทุนในชีวิตได้สำเร็จ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>บนเส้นทางการกลับมา ปอนบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องต่อสู้กับสายตาสงสัยไม่เข้าใจจากสังคมและคนรอบข้าง หรือแม้กับตัวเอง เธอก็ยังได้ยินเสียงเฝ้าย้ำถึงความผิดพลาดในอดีตดังอยู่ทุกวัน แต่ปอนเชื่อว่าเธอแข็งแรงพอจะฝ่าไปได้ สารที่ปอนส่งออกมา ณ วันนี้ จึงอยากฝากไปถึงเพื่อนพี่น้องทุกคนที่กำลังแบกรับความกลัว กังวล และแรงกดดันมากมายไว้ในใจ ว่า ‘ขอให้รู้ตัวเสมอว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน และไม่ว่าจะสูญเสียอะไรก็ตาม ขอเพียงอย่าได้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง’ </p>



<p>“อยากบอกกับ ‘พวกเรา’ ทุก ๆ คนว่า จงให้คุณค่ากับตัวเองมาก ๆ อย่าให้อะไรมาฉุดรั้งจากเป้าหมาย และอย่าลืมว่าไม่มีใครจะมาเห็นว่าเราเติบโตมายังไง มีต้นทุนชีวิตเท่าไหร่ หรือต้องดิ้นรนสักแค่ไหนเพื่อจะผ่านไปแต่ละวัน แต่สิ่งที่เขาใช้ตัดสินเราจะมีแค่ด้านที่เขาเห็น คือข้อเท็จจริงว่าเราเคยผิดพลาด เคยหลงทาง หรือล้มเหลว ฉะนั้นถ้าอยากเปลี่ยนทัศนคติของคนอื่น ก็ต้องเริ่มจากพิสูจน์ตัวเอง ว่าเราทำได้ ว่าเราดีพอ เพื่อให้มันมีข้อเท็จจริงใหม่ ๆ แล้วเสียงที่เคยพูดถึงตัวเราต่าง ๆ หรือกระทั่งเสียงที่อยู่ในใจเรา จะค่อย ๆ เงียบลง”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76.jpeg" alt="" class="wp-image-102430" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-76-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อีกเส้นทางไกลและมากมายด้วยข้อแม้ ของ <strong>‘นุช อรนุช’ </strong>กับชีวิตพลัดถิ่นตามผู้ปกครองมาทำงานต่างบ้านต่างเมือง ทำให้เธอต้องเรียนรู้ภาษาใหม่ พลัดจากวิถีเดิมคุ้นเคย ทั้งต้องดิ้นรนหาที่เรียนภายใต้ข้อจำกัดรอบด้าน จนได้เป็นนักเรียนที่ ‘มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท’ (มยช.) ย่านบางบอน ก่อนเริ่มต้นนับหนึ่งเรียนชั้นประถมศึกษาอีกครั้งในวัย 14 ปี ซึ่งระหว่างทางนั้นเธอต้องสู้กับเสียงทั้งจากภายนอกและภายใน ไม่น้อยไปกว่าปอน</p>



<p>ไม่เพียงกังวลเรื่องเรียนช้ากว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ในชีวิตประจำวัน นุชต้องแบกเอาความต่างของเชื้อชาติ ภาษา และเส้นทางเรียนรู้ที่ต่างจากความเข้าใจของคนส่วนใหญ่ไปทุกที่ เสียงของนุชที่ส่งออกมาตรงนี้ จึงเป็นการขอโอกาส ว่าอย่างน้อยที่สุด ขอแค่มองไปที่ตัวเธอ แล้วคิดว่าเธอเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งโอกาส ได้รับการยอมรับ และได้พบเจอหนทางที่จะเติบโตขึ้นในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง แค่นั้นก็เป็นกำลังใจสำหรับเธอแล้ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ครอบครัวหนูเป็นคนกะเหรี่ยง แน่นอนว่าความเป็นชนกลุ่มน้อย คือสถานะติดตัวเราตลอดไป และหลายครั้งก็เป็นสาเหตุของการย้ายถิ่นบ่อย ๆ จนเรารู้สึกไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่ไหนเลย &#8230;หนูคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน กับสิ่งที่พวกเราที่มาจากโรงเรียนการศึกษาทางเลือกเจออยู่เป็นประจำ คือเรามักถูกตัดสินว่าเป็นอย่างไร &#8230;ทั้งที่ความแตกต่างเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะวัดได้ว่าความเป็นมนุษย์ในตัวเรามีมากหรือน้อยกว่าใคร</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช.jpg" alt="" class="wp-image-102431" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“หนูชินกับเรื่องที่พอคนรู้ว่าเราเรียนโรงเรียนซึ่งต่างจากที่เค้าเข้าใจ ก็จะถามว่าเราท้องหรือติดยารึเปล่า คิดไปเองว่าหนูต้องทำอะไรไม่ดีมาแน่ ๆ และถึงพยายามอธิบาย แต่เขาจะไม่ได้ยิน เหมือนความคิดมันฝังไปแล้วว่าถ้าใครไม่อยู่ในโรงเรียนปกติ คือถูกไล่ออกมาและเป็นคนไม่ได้เรื่อง ซึ่งมันน่าเสียดาย เพราะจากประสบการณ์ หนูมีเพื่อนที่พอเจอเรื่องแบบนี้บ่อยเข้า บางคนก็หมดกำลังใจเรียนและยอมแพ้ไปเลย เพราะเขาเชื่อว่าถึงพยายามแค่ไหน สังคมก็คงไม่เหลือพื้นที่ให้ยืน &#8230;ฉะนั้นถ้าเสียงของหนูจะมีความหมายขึ้นมาบ้าง ก็อยากให้มองพวกเราว่าเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่มีรูปแบบการเรียนรู้และเส้นทางชีวิตไม่เหมือนกัน อยากให้ลองเปิดใจรับฟัง ให้โอกาสเติบโตอย่างที่เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเกินไปนัก &#8230;แค่นี้พวกเราก็มีกำลังใจมากขึ้นแล้วค่ะ”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2.jpg" alt="" class="wp-image-102432" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องนุช-อรนุช2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(ซ้าย) น้องนุช อรนุช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และมุมมองจาก <strong>‘คำหวาน บุญธิชา’ </strong>วัย 19 ปี ที่แม้จะผ่านชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามครรลองปกติ แต่ความที่โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ที่เรียนมา มีการจัดการศึกษายืดหยุ่นในชื่อ ‘ห้องเรียนระบบสอง’ เพื่อให้นักเรียนที่ไม่อาจไปโรงเรียนได้ทุกวันจบการศึกษาและรับวุฒิ คำหวานจึงเชื่อในความสำคัญของโอกาส จนเมื่อจบ ม.6 เธอเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘เคียงริมโขง’ ในฐานะผู้ให้ความรู้ชุมชนด้านสุขภาวะทางเพศ และเป็นพี่เลี้ยงให้กับเยาวชนที่ไม่อยู่ในระบบการศึกษาในพื้นที่</p>



<p></p>



<ul>
<li><a href="https://www.eef.or.th/infographic-120625/" target="_blank" rel="noopener" title="">รู้จักห้องเรียนระบบสอง</a></li>
</ul>



<p>ห้องเรียนระบบสองทำให้คำหวานเข้าใจ ว่าถ้าการศึกษาไม่ยืดหยุ่นพอ เด็กที่จำเป็นต้องทำงานเลี้ยงชีวิตจะหลุดออกไปและไม่มีโอกาสกลับมาอีก อย่างไรก็ตาม แม้ระบบปรับรองรับ แต่ด้วยสัดส่วนของเด็กที่ขาดความพร้อมซึ่งมีอยู่มาก ทำให้ในพื้นที่ยังมี ‘กลุ่มที่หลุดจากระบบและไม่ได้กลับมา’ อีกไม่น้อย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-.jpg" alt="" class="wp-image-102442" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา--272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">น้องคำหวาน บุญธิชา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>คำหวานบอกว่าเยาวชนเหล่านี้ไม่ได้อยากหยุดพัฒนาตัวเอง ทั้งในพื้นที่ก็มีการจัดตั้งกลุ่มพัฒนาทักษะอาชีพหลายแห่งขึ้นมารองรับ หากใน ‘ชุมชนเล็ก ๆ’ ที่เสียงพูดคุยเบา ๆ ก็ได้ยินไปทั่วทั้งหมู่บ้าน อุปสรรคใหญ่โตที่ฉุดรั้งเด็ก ๆ เหล่านี้ไว้จากการไขว่คว้าโอกาส จึงเป็นความไม่เชื่อมั่นในตัวเอง อันเป็นผลจากเสียงย้ำซ้ำที่ส่งต่อไปทั่วหมู่บ้าน ว่าใครที่ไม่ได้อยู่ในโรงเรียน = ไม่มีอนาคต ซึ่งกลายเป็นสิ่งที่คอยบั่นทอนจิตใจของเด็ก ๆ เรื่อยมา</p>



<p>“เราได้ยินมานานว่าคนไม่ได้เรียนคือคนล้มเหลวไม่ได้เรื่อง หรืออะไรแบบนั้น ซึ่งมันย้อนแย้งกับความจริงมาก เพราะคนในพื้นที่น่าจะรู้ว่า เด็กชุมชนเราส่วนใหญ่ที่ขาดโอกาส จะมาจากครอบครัวไม่พร้อม หลายคนยังไม่ทันโตพอก็ต้องไปทำงาน สักพักก็หลุดจากโรงเรียน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าชีวิตที่นอกโรงเรียนเขาจะไม่ได้เรียนรู้อะไร หรือพอไม่ได้เรียนแล้วจะกลายเป็นคนแบบที่เขาว่ากัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1.jpg" alt="" class="wp-image-102435" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/น้องคำหวาน-บุญธิชา-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ที่เราต้องการบอกจึงเป็นเรื่องที่ว่า อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งต่อเรื่องของการศึกษาที่ยืดหยุ่นออกไปให้มากที่สุด เพื่อเพิ่มพื้นที่โอกาสให้เด็กกลุ่มหนึ่งได้เรียน ได้มีวุฒิการศึกษาที่ทัดเทียมกับคนอื่น ๆ &#8230;และอยากให้ทุกสังคมมีพื้นที่รับฟังเด็ก ๆ เพิ่มขึ้น เพราะถ้ามีคนที่พร้อมตั้งใจฟังอย่างเปิดใจและไม่ตัดสินมากกว่าที่เป็นอยู่ เด็ก ๆ จะกล้าพูด กล้าบอก กล้าปลดปล่อยความคิดความในใจออกมา แล้วความสำคัญของการฟังนั้น จะไม่ได้อยู่ที่เราต้องเห็นด้วยหรือคัดค้านในสิ่งที่เขาพูด แต่ใจความจริง ๆ ของการฟัง คือข้อมูลเหล่านั้นจะมีความหมายมาก ๆ กับการที่ ‘เรา’ จะเอามาช่วยหาวิธีลดอุปสรรคที่ขวางเด็ก ๆ ไว้จากการเติบโตได้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>และนี่คือส่วนหนึ่ง ของ ‘เสียงที่ไม่มีใครได้ยิน’ ที่กำลังค่อย ๆ ดังชัดขึ้น &#8230;และจะเป็นหมุดหมายใหม่ ให้คณะทำงานโครงการหนุนเสริมทางวิชาการและการจัดการความรู้สำหรับการพัฒนาเด็กนอกระบบการศึกษา กสศ. นำไปใช้ทำงานระยะยาวต่อไป</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06.jpg" alt="" class="wp-image-102436" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/0521_ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคน-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210526/">“เราก็คือเด็กคนหนึ่ง ที่กำลังต่อสู้พยายามเพื่อเติบโต เหมือน ๆ กับเด็กทุกคน” : ชวนฟังเสียงที่อยากให้ทุกคนได้ยินจากน้อง ๆ บนเส้นทางการศึกษาทางเลือก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>0 ร มส ‘เปลี่ยนนักกีฬาโรงเรียนเป็นเด็กนอกระบบ’ เมื่อวันที่การศึกษาไม่เหลือพื้นที่ความฝันให้เด็ก ๆ และการกลับมาด้วย ‘โรงเรียนที่เลื่อนไหลตามจังหวะชีวิต’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150526-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 May 2026 10:36:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102136</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เคยนึกเสียใจว่าเพราะเราทุ่มกับสิ่งที่รัก เลยทำให้เรียน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150526-2/">0 ร มส ‘เปลี่ยนนักกีฬาโรงเรียนเป็นเด็กนอกระบบ’ เมื่อวันที่การศึกษาไม่เหลือพื้นที่ความฝันให้เด็ก ๆ และการกลับมาด้วย ‘โรงเรียนที่เลื่อนไหลตามจังหวะชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เคยนึกเสียใจว่าเพราะเราทุ่มกับสิ่งที่รัก เลยทำให้เรียนไม่จบ ทบทวนอยู่เป็นปีว่าเราทำผิดพลาด พยายามไม่พอ จนเสียโอกาสในชีวิตไปหมด แต่วันที่ได้วุฒิ ม.3 มาอยู่ในมือ เหมือนเราปลดปล่อยความรู้สึกผิดในใจออกไปได้ และเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ ความรักในอะไรสักอย่างไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแค่ตอนนั้นการเรียนไม่ได้มีพื้นที่อื่น ๆ เหลือให้เราเลย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อความมุ่งมั่นในกีฬา ผลักให้ชีวิตเด็กคนหนึ่ง เคลื่อนที่สวนทางกับจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อของการศึกษา จากนักเรียนที่ ‘ใครก็ชมว่าเรียนดี’ และเป็นนักวอลเลย์บอลของโรงเรียน <strong>‘น้องวา’ ปาลิตา ขุนเศษ</strong> จากตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ต้องกลายเป็น ‘เยาวชนที่ถูกคัดออกจากระบบการศึกษา’ และแบกรับ ‘ความรู้สึกผิด’ ไว้ในใจอีกเกือบหนึ่งปีเต็ม ว่า ‘เธอคือผู้ทำลายความหวังครอบครัวให้พังลง &#8230;ด้วยมือของตัวเอง’</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57.jpeg" alt="" class="wp-image-102138" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-57-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-1-</strong><br><strong>‘เด็กเรียนดี นักวอลเลย์บอลโรงเรียน และจุดเปลี่ยนสู่การเป็นเยาวชนนอกระบบ’</strong></h3>



<p>นับแต่เรียนประถมต้น <strong>‘วา’</strong> เริ่มเล่นวอลเลย์บอลและทำได้ดี จนเป็นตัวแทนโรงเรียนเข้าแข่งขันรายการระดับเขตและระดับจังหวัดมาตลอด ขณะที่เรื่องเรียนก็โดดเด่นไม่แพ้กัน&nbsp;</p>



<p>เมื่อเธอสามารถรักษาระดับเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.5 จนขึ้นชั้นมัธยม พร้อมได้เป็นนักเรียนในโปรแกรม ‘SME’ (Science Math English) ที่เน้นความเข้มข้นในวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ แต่วาก็ยังคงมาตรฐานการเรียนตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.2 ไว้ได้&nbsp;</p>



<p>จนผ่านเข้าช่วง ม.3 ความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นพร้อม ๆ กันของทั้งเรื่องเรียนและการแข่งขัน ก็กลับพามาถึง ‘จุดเปลี่ยน’ ซึ่งสำหรับในวัยนั้น วาบอกว่า “หนูไม่มีความสามารถพอจะรับมือได้เลย”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56.jpeg" alt="" class="wp-image-102137" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-56-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สัญญาณความเปลี่ยนแปลงปรากฏ เมื่อ ม.3 เทอม 1 วาเริ่มติด ร หลายวิชา เพราะไม่ได้ทำงานส่งครู หรือบางวิชาครูก็ตัดสินใจให้เกรดศูนย์ จากการขาดเรียนสะสม พลาดสอบเก็บคะแนน และทำคะแนนสอบปลายภาคไม่ถึงเกณฑ์</p>



<p>‘วา’ ย้อนเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า “มันเป็นช่วงเตรียมแข่งรายการสำคัญ เราต้องซ้อมทุกวันอยู่เป็นเดือน หนูจึงไม่เคยเข้าเรียนคาบบ่ายเลย แล้วจนแข่งเสร็จกลับมาเรียน ครูบอกว่าเราค้างส่งงานเยอะมาก ส่วนเรื่องเรียนก็ตามเพื่อนไม่ทันแล้ว เหมือนวงจรชีวิตรวนทั้งระบบ จับต้นชนปลายอะไรไม่ได้ คือใจเราอยากแก้ไขให้ดีขึ้น แต่หนูไม่รู้ต้องทำยังไงหรือเริ่มจากตรงไหน”</p>



<p>จนเข้า ม.3 เทอม 2 ต่อเนื่องถึงโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปีการศึกษา นอกจากเคี่ยวเข็ญตัวเองให้ทันบทเรียนใหม่ และเตรียมตัวสอบเข้า ม.ปลาย ‘วา’ ยังวิ่งวุ่นกับการแก้ศูนย์ ร ไม่จบสิ้น และความคิดที่ว่า ‘คงไม่มีทางให้ไปแล้วจริง ๆ’ ก็ค่อย ๆ ก่อร่างในใจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้นเราเริ่มท้อ แต่ก็บอกตัวเองว่าหยุดไม่ได้ ยอมไม่ได้ ช่วงเทอมสองหนูพยายามแก้ ร ไปห้าตัว และเตรียมสมัครเรียนต่อ ม.4 ไปด้วย จนถึงวันปิดภาคเรียน เพื่อนจบ ม.3 กันแล้ว หนูเหลือต้องแก้อีกหกตัว พร้อมไปสอบเข้าโรงเรียนใหม่และรู้ผลว่าติดแล้ว จากตรงนั้นหนูรู้ว่าเหลือเวลาไม่มากก่อนจะถึงวันรายงานตัว ก็ยิ่งพยายามขอนัดครูเพื่อแก้วิชาที่ค้าง แต่ก็เหมือนว่าถึงตรงนั้น ครูจะไม่มีเวลาให้เราแล้ว”</p>



<p>&#8230;สุดท้ายเมื่อเทอมใหม่มาถึง นักเรียนเกรด 3 กว่าจากห้อง 1 โปรแกรม SME และนักกีฬาวอลเลย์บอลคนสำคัญของโรงเรียน ก็พบว่าเธอหลุดออกมานอกระบบการศึกษาโดยไม่มีวุฒิ ม.3 และแน่นอนว่าไม่มีโรงเรียนไหนสามารถรับเธอเข้าเรียน ม.ปลายได้เช่นกัน</p>



<p>“&#8230;มันเหมือนเราเดินเข้าไปตรงไหนก็ถูกผลัก ถูกไล่ออกมา ทุกประตูปิดใส่เราหมด แต่หนูก็ยอมรับว่ามันคงเป็นบทลงโทษที่เราสมควรได้รับ ที่เราขาดเรียน ที่เราไม่รับผิดชอบ ที่เราเห็นการแข่งสำคัญกว่าเรื่องเรียน” วาพูดถึงความรู้สึกที่เข้าปะทะตัวเธอเมื่อวันนั้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59.jpeg" alt="" class="wp-image-102140" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-59-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากนั้นเกือบหนึ่งปี วาเก็บตัวเงียบอยู่บ้าน ใช้เวลาดูแลปู่ย่า ห่างเหินจากวอลเลย์บอลที่เธอรัก และยังคงไม่เห็นทางออก ว่าจะไปต่อยังไง      </p>



<p>“เกือบปีที่มีแต่เรื่องที่เรายิ่งนึกถึงก็ยิ่งเสียใจ คิดถึงกี่ทีก็ร้องไห้ ตื่นมาก็ร้อง กลางคืนนอนอยู่ก็สะดุ้งตื่นมาร้อง คงเพราะเราคือลูกหลานคนเดียวของบ้านด้วย เรามองปู่กับย่าทีไร ก็มีแต่ความรู้สึกผิดวนเวียนอยู่อย่างนั้น เหมือนทำให้ความหวังของครอบครัวพังด้วยตัวเอง &#8230;ส่วนกับเพื่อนก็แทบไม่เจอ หนูกลัวว่ายิ่งเจอจะยิ่งทำให้คิดถึงเรื่องเรียน แล้วเดี๋ยวก็ร้องไห้ออกมาอีก”</p>



<p>วากล่าวสรุปความทรงจำครั้งหลุดไปเป็นเยาวชนนอกระบบเต็มตัว ว่า “&#8230;หนูยอมรับว่าชีวิตที่พ้นจากโรงเรียนมาแล้ว เราหาทางออกไม่ได้เลย ไม่รู้จะนับหนึ่งตรงไหน &#8230;มีแต่เสียดายกับสิ่งที่ผ่านไป และเสียใจว่าทำไมเราทำได้แค่นี้เอง”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-2-</strong><br><strong>‘การกลับมาบนเส้นทางเรียนรู้ ความรู้สึกผิดที่ได้รับการปลดเปลื้อง และความหวังครั้งใหม่’</strong></h3>



<p>&nbsp;ปีแรกของการทำงาน Thailand Zero Dropout ตามมาตรการของรัฐบาล โดย กสศ. และภาคีการศึกษาทั่วประเทศ อบต.ละงู ทีมงานศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข และ กลุ่มการศึกษายืดหยุ่น Flexible Learning ลงพื้นที่สำรวจเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษา ด้วยกลไกสอดส่องดูแลโดยอาสาสมัครในพื้นที่ จนพบ ‘น้องวา’ พร้อมกับเด็ก ๆ กลุ่มแรก จากนั้นจึง ‘ชวนกลับมาเรียน’ ผ่านแพลตฟอร์ม ‘โรงเรียนเคลื่อนที่ Mobile School’ ที่มุ่งจัดการเรียนรู้โดยเน้นความสนใจ ความถนัด และบริบทความจำเป็นในชีวิตของผู้เรียนเป็นที่ตั้ง เพื่อสานต่อเส้นทางให้น้อง ๆ มีโอกาสได้รับวุฒิการศึกษา ทั้งระดับมัธยมต้นและมัธยมปลาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60.jpeg" alt="" class="wp-image-102141" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-60-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับน้องวาผู้ยังไม่อาจสลัดพ้นความหลังฝังใจ และรอคอยเสมอว่าจะมีประตูสักบานเปิดต้อนรับอีกครั้ง เธอจึงไม่ลังเลที่จะสมัครเรียน ตั้งแต่ก่อนที่คุณครูจากศูนย์การเรียนจะอธิบายรายละเอียดจนจบด้วยซ้ำ</p>



<p>“สมัครค่ะ สมัครเลย หนูไม่รอแล้ว &#8230;จำได้ว่าหนูบอกครูไปอย่างนั้น แค่ได้ยินว่าจะได้กลับไปเรียนอีก ตอนนั้นคือช่วงที่ อบต. มาค้นหาเด็กที่ไม่ได้เรียน เพื่อถามว่าเราสนใจจะเรียนผ่านศูนย์การเรียนไหม แล้วจะได้วุฒิด้วย วินาทีนั้นในใจหนูมันเหมือนสว่างวาบขึ้นมาทันที เชื่อไหมว่าพอคุยกับครูเสร็จ หนูวิ่งไปร้านถ่ายรูปเลย คือตื่นเต้นมาก ๆ อยากสมัครเรียนเดี๋ยวนั้น อยากแน่ใจว่าเขารับเราเข้าเรียนแล้วจริง ๆ”</p>



<p>เด็กคนหนึ่งที่เคยแสดงให้เห็นแล้วว่าเธอ ‘มุ่งมั่นกับทุกสิ่งที่ทำ’ เมื่อได้กลับมาอีกครั้ง วาพิสูจน์ตัวเองกับโอกาสครั้งนี้อย่างคุ้มค่า โดยทุ่มเทกับการเรียน และคว้าวุฒิ ม.3 ได้สำเร็จในปีการศึกษา 2568 ที่ผ่านมา พร้อมคำชมจากครูศูนย์การเรียนว่า เธอเป็นนักเรียน Mobile School คนเดียวของ อบต.ละงู รุ่นแรก ที่ปลดล็อกการใช้งานทุกฟีเจอร์บนแพลตฟอร์มได้ครบถ้วน จนพัฒนาตัวเองได้ทั้งมิติวิชาการ และยกระดับทักษะชีวิตรอบด้านอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการเติบโตทางทัศนคติ ที่เธอ ‘ยอมให้อภัยตัวเอง’ หลังพบว่าแท้จริงแล้ว การเรียนรู้นั้นไม่จำเป็นต้องมีกรอบกฎเกณฑ์ใดมาจำกัด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>วาเผยว่าถึงการเรียนผ่าน Mobile School จะค่อนข้างใหม่ แต่การปูพื้นฐานมาก่อนจากการเรียนออนไลน์ช่วงโควิด ทำให้เธอรู้จักเครื่องมือ และประโยชน์ของบทเรียนในหัวข้อต่าง ๆ ที่ครูออกแบบและเลือกสรรไว้ให้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58.jpeg" alt="" class="wp-image-102139" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-58-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“รูปแบบการเรียนของเราจะเป็นการสำรวจชีวิตประจำวัน ไม่ว่าทำงานบ้าน ดูแลปู่ย่า ไปเจอใคร ไปเที่ยวไหนทำอะไร ทุกอย่างเราจะเอามาทำเป็นโพสต์ภาพและเขียนบรรยาย เพื่อจะบอกถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้ จากนั้นครูจะช่วยวิเคราะห์และถอดส่วนต่าง ๆ ออกตามกลุ่มสาระวิชา วิธีนี้จะคล้ายกับตอนเรียนช่วงโควิด ซึ่งเราชอบมาก เพราะสามารถเรียนวิชาหลักไปพร้อมกับลงลึกเรื่องที่สนใจไปด้วย</p>



<p>“หนูคิดว่ามันเหมือนเราเรียนรู้ผ่านวิดีโอบุคของชีวิต ที่ครูจะมาชี้ให้เห็นขั้นตอนและผลลัพธ์ มีใบงาน ใบความรู้ และข้อสอบที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตัวเรา เลยยิ่งเรียนยิ่งสนุก แต่กลับกันคือเราต้องพยายามและมีวินัยมาก เพราะเป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองที่ไม่ได้เจอหน้าครูทุกวันเหมือนไปโรงเรียน ซึ่งส่วนตัวหนู ตรงนี้เป็นข้อดี เพราะกลายเป็นเราเลือกค้นคว้าได้ตามความสนใจ เช่นในบทเรียนที่ครูจัดไว้ จะมีฟีเจอร์สนุก ๆ รูปแบบคล้ายไลฟ์โค้ช ซึ่งจะให้ประสบการณ์และแนะนำในเรื่องต่าง ๆ แล้วพอเข้าไปดูบ่อย ความคิดเราจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป เริ่มไม่มองทุกอย่างเป็นแค่เส้นตรงเส้นเดียว แต่จะเข้าใจความหลากหลายของโลกนี้มากขึ้น”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>&#8230;และถึงตรงนี้ที่ปีการศึกษา 2569 มาถึง จากโอกาสกลับมาเรียนจนได้วุฒิ ม.3 ‘วา’ เตรียมเดินหน้าต่อด้วยการสมัครเรียนผ่านศูนย์การเรียน CYF เพื่อวุฒิ ม.ปลาย พร้อมตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนต่อในสาย NA (Nursing Assistant) เพื่อวุฒิผู้ช่วยพยาบาลเป็นลำดับต่อไป ก่อนวางแผนถึงการเติบโตในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยอยากเอาประสบการณ์ดูแลปู่กับย่าไปต่อยอดเป็นงานเลี้ยงชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61.jpeg" alt="" class="wp-image-102142" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-61-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อย้อนถามถึงความรู้สึกวันจบการศึกษา วาตอบกลั้วหัวเราะ ว่า “ภูมิใจมากค่ะ หนูรีบเอาวุฒิกลับไปใส่ตู้ที่บ้านเลย เพราะกระดาษแผ่นนั้นที่อยู่ในมือ คือสิ่งที่มาเยียวยาเราจากความรู้สึกผิด จากที่คิดว่าอนาคตสลายไปแล้ว แต่วันนั้น เรากลับมายิ้มได้ แล้วยิ่งรู้สึกมีไฟอยากเรียนต่อให้จบ ม.6 เร็ว ๆ ค่ะ”</p>



<p>ส่วนอีกเรื่องที่อยากได้ยินจากวา คือ ณ วันนี้เธอ ‘รู้สึกอย่างไรกับวอลเลย์บอล’ วาบอกว่าหลังจากเลิกเรียน เธอยังได้ไปเล่นบ้างกับทีม อบต.ละงู แต่ก็ไม่ได้จริงจังเหมือนเมื่อก่อน เพียงกลับไปหาเพราะรักและผูกพัน</p>



<p>“สำหรับหนู ทุกครั้งที่เล่นวอลเลย์ยังสนุกเสมอ เพราะคือสิ่งที่เรารัก แต่ให้กลับไปแข่งจริงจังก็คิดว่าคงไม่ ไฟในตัวเรามันมอดไปหมดแล้ว”</p>



<p>ก่อนจะกล่าวในสิ่งที่ทำให้เราแน่ใจ ว่าความรักในวอลเลย์บอลของวาไม่เคยเปลี่ยนแปลง ว่า “ตลอดหนึ่งปีที่หลุดไป หนูไม่เคยคิดว่าการเล่นวอลเลย์บอลทำให้เราเรียนไม่จบ แต่อย่างที่บอก ว่าทั้งหมดเป็นเพราะเราทำได้ไม่ดีพอมากกว่า ซึ่งวันนี้การเรียนกับศูนย์การเรียนก็ช่วยให้เรารู้แล้วว่า ความจริงตัวเราไม่ได้แย่ขนาดนั้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62.jpeg" alt="" class="wp-image-102143" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-62-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>-3-</strong><br><strong>‘จะเรียนรู้ด้วยวิธีไหน ผู้มุ่งมั่นพยายามจะไปสู่เป้าหมายได้เสมอ’         </strong></h3>



<p>เรื่องราวของ ‘น้องวา’ ไม่ใช่เส้นทางของการหลงผิดก้าวพลาดจนหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่สะท้อนถึงจังหวะชีวิตเด็กคนหนึ่งที่มุ่งมั่นในสิ่งที่รัก ทว่าระบบการศึกษาไม่อาจยืดหยุ่นและโอบรับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และเรื่องราวนี้กำลังบอก ‘พวกเรา’ ว่า ไม่ควรมีเด็กคนใดควรแบกรับความรู้สึกผิด เพียงเพราะเชื่อในสิ่งที่รักอย่างสุดหัวใจ หากเป็นระบบการศึกษาเอง ที่อาจต้อง ‘ปรับตัว’ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้ความฝัน ความถนัด และความจำเป็นอันหลากหลายของเด็กทุกคน ให้มีหนทางไปต่อ โดยไม่ครอบขังใครไว้ภายใต้กฎเกณฑ์เดียว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63.jpeg" alt="" class="wp-image-102144" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-63-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>และนั่นคือสิ่งที่วาเรียนรู้ผ่านศูนย์การเรียน จนได้ข้อสรุปว่า โรงเรียนแห่งนี้ไม่ว่าใครจำเป็นต้องทำงานเลี้ยงชีพ มีภาระดูแลคนที่บ้าน หรือมีความฝันใดก็ตาม ทุกคนจะยังเรียนรู้ได้ โดยสามารถจัดสรรเวลาให้เลื่อนไหลตามจังหวะชีวิต ซึ่งตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่อาจไปโรงเรียนทุกวัน แต่ยังฝันถึงการมีวุฒิการศึกษา</p>



<p>สุดท้ายในโอกาสวันเปิดเทอมใหม่ น้องวาอยากใช้พื้นที่ตรงนี้ บอกไปถึงเพื่อน ๆ ทุกคน ที่หลุดออกมาจากระบบและยังหาทางไปต่อไม่เจอ ว่า “อย่าเพิ่งหมดหวัง และขอให้พร้อมคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา อยากให้ทุกคนตั้งใจและเชื่อมั่น ว่าไม่ว่าจะเรียนรู้แบบไหนก็ตาม ถ้าไม่ยอมแพ้ซะอย่าง สุดท้ายวันของเราจะมาถึงค่ะ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150526-2/">0 ร มส ‘เปลี่ยนนักกีฬาโรงเรียนเป็นเด็กนอกระบบ’ เมื่อวันที่การศึกษาไม่เหลือพื้นที่ความฝันให้เด็ก ๆ และการกลับมาด้วย ‘โรงเรียนที่เลื่อนไหลตามจังหวะชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 03:20:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าสะท้อนโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[7-7-7]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101559</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักเรียนในระบบการศึกษาโดยส่วนใหญ่จะจำได้ดีว่าในชีวิตการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270426/">7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นักเรียนในระบบการศึกษาโดยส่วนใหญ่จะจำได้ดีว่าในชีวิตการเรียนมีสิ่งที่เฝ้ารออย่างจดจ่ออยู่ 2 ครั้งต่อภาคการเรียน คือสิ่งที่เรียกว่าปิดเทอมเล็ก และปิดเทอมใหญ่ แต่สำหรับ ‘กิ๊บ’ ‘ตั๊บ’ ‘นนท์’ เยาวชนที่ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมีเรื่องสนุกรออยู่ในทุกๆ 7 วัน&nbsp;</p>



<p>7-7-7 คือหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่แม้ผักจะไม่ได้โตใน 21 วัน แต่ ‘กิ๊บ’ ‘ตั๊บ’ ‘นนท์’ ต้องคอยสังเกตผักแปลงของตัวเอง ตั้งแต่ช่วง 7 วันแรกหลังเพาะเมล็ด 7 วันหลังต้นอ่อนงอก และ 7 วันสำหรับการประคับประคองผักให้แข็งแรงพอเพื่อย้ายลงกระถางและเติบโตจนขายได้ในอนาคต&nbsp;</p>



<p>ภายใต้สีเขียวของใบผัก กลับมีสิ่งที่กำลังเติบโตไปพร้อมกันคือ ‘ความมั่นใจ’’ ของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เคยถูกนิยามว่า ‘หลุดออกจากระบบ’ ‘มีปัญหาด้านพัฒนาการบกพร่อง’&nbsp;</p>



<p>ความมั่นใจนี้เกิดขึ้นได้จากการคณะทำงาน ‘วิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด’ ที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็น ‘หน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92.jpeg" alt="" class="wp-image-101560" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ซึ่งความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด เอกชัย ทิพยวัลย์ หรือผู้ใหญ่เอก ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านท่าสะท้อน และเป็นหัวหน้าหน่วยการเรียนรู้ บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ได้วัดกันที่งบประมาณ แต่วัดที่ความเปลี่ยนแปลงของเด็ก อย่างกรณีน้องกิ๊บ เด็กที่เคยหลุดจากระบบ แต่ปัจจุบันสามารถฝึกงานในร้านขายสินค้ามือสองญี่ปุ่นจนไลฟ์สดขายของและมีรายได้เป็นของตัวเองได้&nbsp;</p>



<p>&#8220;เราพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่ทำให้เห็นผ่านการปฏิบัติเช่น การใช้บ้านเด็กเป็นฐานการเรียนรู้ ให้เด็กดูแลกันเอง โดยมีคณะกรรมการเป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ&#8221; ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ และวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ดไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว ถ้าขาดการเชื่อมโยงระหว่าง วิสาหกิจชุมชน &#8211; ท้องถิ่น &#8211; นักวิชาการ และ สมัชชาการศึกษาที่สุราษฎร์ธานี กระบวนนี้จึงไม่ใช่แค่การทำงานตามโครงการ แต่คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งพอจะโอบอุ้มเด็กนอกระบบให้กลับมายืนได้อย่างมั่นใจในสังคมอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93.jpeg" alt="" class="wp-image-101561" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ผู้ใหญ่เอก’ เอกชัย ทิพยวัลย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดึงออกมาจากบ้าน ให้ ‘รอด’</strong></h3>



<p>การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด สู่การเป็นหน่วยการเรียนรู้ มีที่มาจากการค้นพบปัญหาของเด็กในชุมชนที่ถูกมองข้ามจากคนส่วนใหญ่ ตามแนวคิดที่ว่าเด็กในวันนี้ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในชุมชนวันหน้า&nbsp;</p>



<p>สุริยันต์ ชอบผล หรือกบ ประธานสภาองค์กรชุมชนท่าสะท้อนกล่าวว่าปัญหาเด็กหลุดระบบในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งการมั่วสุม น้ำกระท่อม หรือการใช้ชีวิตล่องลอยกลางคืน รวมถึงกลุ่มเด็กที่มีปัญหาทางด้านพัฒนาการ เผชิญโรคซึมเศร้า มีภาวะโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ LD ก็ถูกขับออกจากระบบไม่ต่างกัน</p>



<p>พอติดน้ำกระท่อม ติดเพื่อน ก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่เด็กมีต่อครอบครัว ชุมชน และทำให้พัฒนาการด้านการเรียนรู้ติดขัด สมาธิสั้น เกิดภาวะออทิสติกเทียม ปัญหาที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ชายขอบเมืองที่พ่อแม่เด็กต้องไปทำงาน ทิ้งเด็กไว้ในบ้าน</p>



<p>ในปีแรก โครงการเลยมุ่งเน้นไปที่การค้นหาและสร้างโอกาสให้เด็กกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่หมู่ที่ 1 ยันหมู่ที่ 7 ในตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94.jpeg" alt="" class="wp-image-101562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘กบ’ สุริยันต์ ชอบผล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งวิธีแรกๆ คือการดึงเด็กออกมาจากบ้าน ผ่าน ‘ทีมงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)’ โดยเฉพาะการเข้าหาเด็กที่ถูกละทิ้งอย่าง เด็กและเยาวชน ‘โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD)’ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน เขียน คำนวณ ซึ่งเป็นปัญหาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ คนอื่นเข้าถึงไม่ได้ และพอคิดแบบนี้ เด็ก LD หลายคนจึงถูกทิ้งไว้ในบ้าน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมีจำนวนไม่พอและไม่รู้ต้องทำอย่างไรที่จะเข้าถึงเด็กได้ทุกคน</p>



<p>“พี่อยากให้เด็กหลุดพ้นจากครอบครัว หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่เขาทำงาน ไม่ได้ดูแลลูก ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่ดี อย่างน้อยเราเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิสัยเด็ก” สาว-อุบลรัตน์ เมฆไลย ผู้รับผิดชอบโครงการและคณะทำงานหมู่ 2 อธิบาย</p>



<p>การดึงเด็กออกจากบ้านจึงเป็นหนทางที่จะทำให้เด็ก ‘รอด’ จากความเสี่ยงที่จะตามมา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แค่นิ่งขึ้น ก็เปรียบดังการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่</strong></h3>



<p>กิจกรรมที่เริ่มทำในช่วงแรกจึงมีทั้งนั่งสมาธิ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ WorkShop จากสิ่งที่ต้องการ และได้ปลูกผักแบบหลักสูตรชาวบ้าน 7-7-7&nbsp;</p>



<p>การที่ผู้ใหญ่เอก และคณะทำงานวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ชวนเยาวชนมาปลูกผัก ทำฟาร์ม อาจดูเหมือนการฝึกแรงงานภาคเกษตรทั่วไป แต่ในความจริง นี่คือภาพหนึ่งของการสร้างคุณค่าในตัวเอง ที่สามารถเปลี่ยนสถานะของเด็กจากผู้รอความช่วยเหลือ ให้กลายเป็นคนหนึ่งที่มีศักยภาพได้เหมือนกัน</p>



<p>“การปลูกผักไม่ใช่เรื่องง่าย”</p>



<p>&nbsp;โรจน์–วโรจน์ สกุลโต นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ปรึกษาของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด เล่าเพิ่มเติมว่า การปลูกผักต้องใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน และความรู้ประสานกัน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95.jpeg" alt="" class="wp-image-101564" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘โรจน์’ วโรจน์ สกุลโต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เมล็ดผักเล็กมาก ตอนเพาะลงถาดเพาะต้องใจเย็น ดูหัวดูท้าย ดูค่ากรดของน้ำ ดูปริมาณปุ๋ยน้ำ วันไหนแดดดีต้นก็จะยืดออก แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้เอาเมล็ดไปโดนแดดตรงๆ ไม่งั้นผักจะไม่สวย หรือแม้แต่การย้ายลงกระถางใหญ่ก็ต้องดูให้ดี ช่วงเวลาการตัดผักก็ต้องคำนวณว่าช่วงไหนผักจะไม่ขม” โรจน์กล่าว&nbsp;</p>



<p>เล็ก จันทิมา อิศรางกูร ณ อยุธยา คณะทำงานหมู่ 1 บ้านนาค้อ เสริมเข้ามาว่าทุกช่วงเวลาของการปลูกผักสำคัญหมด ถ้าไม่เอาใจใส่ผักจะตายได้ง่ายๆ&nbsp;</p>



<p>กิจกรรมการปลูกผักต้องใช้ความอดทนสูง แต่ สาว กลับบอกว่าเด็กๆ ตั้งใจเกินกว่าที่คาดหวังไว้&nbsp;</p>



<p>“เด็กๆ ที่ดูไม่ฟังใคร ดูซนและวุ่นวายเกือบตลอดเวลาของการทำกิจกรรม หรือบางคนเป็น LD ต้องคอยจับให้เขาอยู่นิ่งๆ ตลอด พอถึงช่วงเวลาหยอดเมล็ดลงแปลงผัก ทุกคนเงียบกันหมด ไม่มีใครพูด เขาตั้งใจกันมาจริงๆ” สาวกล่าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96.jpeg" alt="" class="wp-image-101565" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘เล็ก’ จันทิมา อิศรางกูร ณ อยุธยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ไฮโดรโปนิกส์มันมีระบบของมัน มีรอบการเก็บเกี่ยวที่ชัดเจน และที่สำคัญคือเรามีตลาดรองรับที่แน่นอนเมื่อเด็กเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมันไปปรากฏอยู่บนแผงในตลาด เขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีตัวตนในสังคมขึ้นมาทันที มันไม่ใช่แค่การปลูกผัก แต่มันคือการฝึกความรับผิดชอบและการวางแผนธุรกิจ” โรจน์กล่าว&nbsp;</p>



<p>จากจุดตั้งต้นเดิมที่หน่วยการเรียนรู้อยากให้เด็กมีอาชีพด้วยการปลูกผักไฮโดรฯ ขาย แต่ ณ ปัจจุบัน การปลูกผักได้กลายเป็นหนึ่งในองค์ความรู้แบบไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<p>“เด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่กับป่ายาง กับสวนผัก แต่เขาไม่เคยหันมาสนใจจริงจัง อีกอย่างมันเป็นการปฏิบัติที่ส่งผลได้จริง ขายได้จริง แปลงผักไฮโดรฯ ก็เลยเป็นหนึ่งในกิจกรรม เหมือนกับที่เราเรียนวิธีว่ายน้ำบนบก ถ้าไม่เห็นของจริง ไม่ลงน้ำจริง มันก็ทำไม่เป็น แต่พอเขาได้ลงมือทำบ่อยๆ มันเกิดความชำนาญ ความเคยชิน เขาก็สามารถทำเองได้” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>จุดเด่นที่ทำให้เด็กในโครงการนี้เห็นความหวัง คือการเชื่อมโยงกับตลาดอย่างเป็นรูปธรรม เพราะคณะทำงานได้ดีลกับภาคเอกชน ดีลกับตลาดเพื่อรับซื้อผลิตภัณฑ์ของเด็กอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>&#8220;เราไม่ได้ให้เด็กปลูกผักไปวันๆ แต่วางแผนตลาดไว้ให้หมดแล้ว ขอแค่เด็กทำจริง ตลาดรอบๆ อำเภอนี้ยินดีรับผลผลิตทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าอาชีพที่พวกเขากำลังฝึกอยู่เลี้ยงชีวิตได้จริง&#8221;</p>



<p>กระบวนการการปลูกผักตั้งแต่การหยอดเมล็ดเล็กๆ ลงแปลงเพาะ ได้เติมน้ำ เติมปุ๋ย ได้เฝ้ามองการเจริญเติบโตของแปลงผักนี้ ทำให้เด็กบางคน ‘นิ่งขึ้น’ ซึ่งสำหรับหน่วยการเรียนรู้รู้ดีว่าการนิ่งขึ้น มันจะได้สร้างการเปลี่ยนแปลงของตัวเด็กแล้ว โดยเฉพาะกับเด็ก LD ที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101566" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พาไปดู ให้รู้ ให้เห็น</strong></h3>



<p>เมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการ กระบวนการทำงานของหน่วย ABE ท่าสะท้อนมีความเข้มข้นขึ้น ผู้ใหญ่เอกเล่าว่าเป้าหมายหลักคือการพาเด็กออกไปเห็นโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ</p>



<p>&#8220;เรามองว่าเด็กกลุ่มนี้ขาดโอกาส สิ่งที่เราเติมเข้ามาคือการพาเขาออกไปศึกษาดูงานข้างนอก พัฒนาทักษะให้เขาเห็นไอเดียใหม่ๆ เช่น การไปดูงานกะลาเงินล้านที่พัทลุง เพื่อให้เห็นว่าของเหลือใช้ก็สร้างมูลค่าได้ หรือไปดูไร่นมัสการที่ปลูกกล้วยหอมจนสร้างรายได้หลักแสน เพื่อให้เด็กเห็นว่างานเกษตรก็เป็นอาชีพที่มั่นคงได้โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้าง&#8221;</p>



<p>โรจน์ ย้ำถึงความสำคัญของการพาเด็กไปดูงาน ‘กะลาเงินล้าน’ ที่พัทลุง และการทำเกษตรแบบมืออาชีพที่เกาะสมุย</p>



<p>“เราสอดแทรกการพาไปข้างนอก เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ให้เขาเห็นว่าอาชีพเกษตรสามารถสร้างเงินได้จริงโดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างเขาอย่างเดียว”&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายสุดท้ายของกระบวนการนี้ไม่ใช่แค่การมีอาชีพติดตัว แต่คือการทำให้เด็ก ‘รู้สา’ ซึ่งเป็นคำในภาษาใต้ที่หมายถึงการรู้ความ รับผิดชอบตัวเองได้ และมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ&nbsp;</p>



<p>“น้องเขาภูมิใจในตัวเองว่าเขาสามารถหาเงินได้เองแล้วนะ ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่แล้ว มันคือการสร้างโอกาสที่กินได้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ” โรนจ์ อธิบาย&nbsp;</p>



<p>นอกจากความภูมิใจ เด็กเยาวชนยังได้โชว์ศักยภาพของตัวเองแบบที่ไม่ได้อคติมาปิดบัง&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกเล่าว่าที่ผ่านมามีเด็กคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการพูด ไม่เข้าสังคม และขี้อาย แต่เด็กคนนั้นสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองการปลูกผัก จากงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 46 สิ่งนี้ทำให้หน่วยการเรียนรู้ภูมิใจมาก&nbsp;</p>



<p>“จากคนที่พ่อแม่ไม่คิดว่าจะรอด ตอนนี้ได้รางวัล ทุกคนชื่นชม มีภาพติดไว้ที่ศาลา กล้าพูด กล้าคุยมากขึ้น ได้กลับมามีที่เรียนอีกครั้ง ผมภูมิใจมากเลย” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98.jpeg" alt="" class="wp-image-101567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คอนเนค เข้าใจ และมองเป้าหมายในทางเดียวกัน</strong></h3>



<p>กบ บอกว่ารางวัลการปลูกผักของเด็ก เป็นสิ่งนี้เล็กๆ ที่สำคัญในแง่ของการทำงานของหน่วยการเรียนรู้อย่างมาก</p>



<p>“ทำงานกับเด็กยากนะ และท้อด้วย บางคนก็มีงานหลายบทบาททั้ง อสม. ทั้งคณะกรรมการชุมชน ไหนจะอาชีพของตัวเอง แล้วพวกเขาก็เข้ามาเป็นทีมพี่เลี้ยงด้วย พอเด็กคนนั้นได้รางวัล เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กว่าสิ่งที่เราทำมาไม่สูญเปล่า มันรู้สึกดีมากเลยว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้” กบ กล่าว</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้หน่วยเรียนรู้ท่าสะท้อนเดินหน้าได้โดยไม่สะดุด คือการออกแบบ ‘ทีมงาน’ ที่เข้าใจกันและกัน ผู้ใหญ่เอกอธิบายว่า คณะทำงานของหน่วยเรียนรู้มีตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาที่มีใจอยากช่วยเด็ก มีทีมอสม. ที่มีข้อมูลพื้นฐานแต่ละครอบครัว มีหน่วยงานข้างนอกเข้ามามีส่วนร่วม และภาคีการศึกษาที่ทั่วถึงทั้งจังหวัด</p>



<p>“อย่างโรจน์ ตอนแรกเขาไม่ได้มาทำงานกับเรานะ เป็นแค่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร แต่พอเราวางแผนว่าจะมีการปลูกผักเลยต้องใช้ความรู้เชิงวิชาการ เราก็ไปคุยไปดีลกับเขา ซึ่งพอเห็นความเป็นไปได้เขาก็เลยเข้ามาช่วยหน่วยการเรียนรู้แบบเต็มตัว ต้องขอบคุณเขาสำหรับงานเอกสาร การเติมเต็มองค์ความรู้แบบที่ชาวบ้านไม่ค่อยรู้” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกย้ำว่า การจะดึงภาคีอย่างเกษตรจังหวัด, ประมง หรือ ปศุสัตว์ เข้ามาช่วยได้นั้น ต้องสร้างความไว้วางใจล่วงหน้า</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99.jpeg" alt="" class="wp-image-101568" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>&#8220;เราทำงานกับชุมชนอยู่แล้ว เราช่วยงานหน่วยงานต่างๆ ก่อน เมื่อเขามีความเชื่อถือในตัวเรา พอเราทำเรื่องเด็ก เขาก็ยินดีเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เป็นวิทยากรให้ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้เขาเห็นว่าเขาเข้ามาแล้วได้อะไร อย่างน้อยคือภาพความสำเร็จที่ส่งผลต่อเด็กจริงๆ และการยกย่องขอบคุณให้เขามีตัวตนในผลงานนั้นด้วย&#8221;&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับงานเรื่องกระบวนการองค์ความรู้ ก็มีโรจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนของงานวิชาการและงานเอกสารที่ซับซ้อน ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของคนทำงานในพื้นที่</p>



<p>&#8220;งานเอกสารของ กสศ. มีระบบชัดเจน งานเอกสารก็สำคัญมากต่อการดำเนินโครงการ ผมจึงเข้ามาช่วยงานตรงนี้ ในขณะที่ผู้ใหญ่เอกและพี่กบจะเป็นฝ่ายปฏิบัติการที่เข้าถึงตัวเด็กและชุมชนได้จริง&#8221;</p>



<p>นอกจากนี้ การแบ่งบทบาทหน้าที่ยังกระจายลงไปตามหมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการดูแลเด็กในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากใครคนใดคนหนึ่งติดภารกิจ ก็จะมีคนสำรองที่ถูกบ่มเพาะผ่านการร่วมกิจกรรมมาแทนที่ได้ทันที ทำให้งานไม่หยุดชะงัก</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกอธิบายเพิ่มเติมว่า มีทีมทำงานหลายคนที่ขอออกจากหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการออกในลักษณะที่กลับไปจัดการภาระหน้าที่ของตัวเอง เพราะทุกคนมีบทบาทในชุมชนต่างกัน&nbsp;</p>



<p>“คนที่ออกไปหลักๆ คือกลับไปจัดการตัวเอง ไม่ได้ออกเพราะไม่อยากทำ เช่น คนนี้ทำสวนยาง ตัวเขาก็เป็นกรรมการหมู่บ้าน แล้วก็เป็นคนทำงานก็หน่วยการเรียนด้วย ภาระเขาเยอะ เลยขอออกไปจัดการดีกว่า แต่เขาก็ยังกลับมาเข้าหน่วยเป็นคณะทำงานได้ หรือตอนที่มีกิจกรรมถ้าเขาว่างเราก็เชิญมาเหมือนเดิม ส่วนใหญ่ก็คนรู้จักกันทั้งนั้น”&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า หากทีมทำงานคนใดคนนึงหายไป ไม่ค่อยส่งกระทบต่อการทำงาน เพราะทุกคนรับรู้ว่าเป้าหมายของทีมคืออะไร ใครทำอะไรตรงไหนอยู่ แล้วมีคนที่พร้อมจะเข้ามาทำงานแทนด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100.jpeg" alt="" class="wp-image-101569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“เวลาเราเสร็จจากกิจกรรม เราก็จะนัดกรรมการมาประชุมอีกครั้งเพื่อสรุปโครงการหรือสรุปกิจกรรมที่เราทำ เราก็จะเรียกสรุปว่าผลที่กิจกรรมวันนี้มีปัญหาเรื่องอุปสรรคอะไรบ้าง น้องคนไหนเป็นยังไงก็พยายามพูดคุยกับกรรมการว่าถ้าคนนี้เราพยายามอย่าไปพูดปมด้อยเขา เราพยายามทำความเข้าใจให้กับคนทำงานด้วยว่ามันจะไม่เหมือนเราทุกคน กรรมการแต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นเราพยายามทำความรู้ความเข้าใจให้เหมือนกัน ไปในทิศทางเดียวกัน”&nbsp;</p>



<p>และไม่ใช่แค่เด็กเยาวชนได้เรียนรู้ คณะทำงานก็ได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>&#8220;คำว่าล้มเหลวในนิยามของผม ไม่ใช่เด็กหนีไปติดคุกเพราะนั่นคือพฤติกรรมเขา แต่ล้มเหลวคือการที่เด็กมาร่วมกิจกรรมกับเราแล้วเขายังอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนา&#8221; ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>ความแข็งแกร่งของท่าสะท้อนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ ‘สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานี’ ซึ่งถือเป็นจังหวัดต้นแบบที่ขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นระบบ&nbsp;</p>



<p>ในระดับนโยบาย สุราษฎร์ธานีใช้กลไก Thailand Zero Dropout (TZD) ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) เป็นการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่าเป็น ผู้ใหญ่เอกและกบ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้นำชุมชน แต่ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้จัดการเรียนรู้’ ที่ใช้ทุนทางสังคมและคอนเนคชั่นส่วนตัวดึงหน่วยงานประมง เกษตร และปศุสัตว์เข้ามาเป็นพวก จนมาเจอกับโรจน์ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดเข้ามาเติมเต็มงานจัดการและเอกสาร เพื่อให้คนหน้างานเดินได้อย่างคล่องตัว รวมถึงมีทีมทำงานที่เข้าใจกันและกัน อย่างคนในชุมชน แม่ๆ อสม. ที่มีข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน</p>



<p>ความพิเศษของที่นี่คือการไม่ได้มองว่าปัญหาเด็กนอกระบบเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือ ‘ภารกิจร่วม’ ที่เชื่อมโยงทั้งพื้นที่และนโยบายเข้าด้วยกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270426/">7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 11:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[RE-LEARN]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101308</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กจะต้องอยู่ในระบบศึกษา อ่านตำรา เข้าสอบ ศึกษาต่อชั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160426/">สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กจะต้องอยู่ในระบบศึกษา อ่านตำรา เข้าสอบ ศึกษาต่อชั้นปริญญาตรี เมื่อจบก็เข้าทำงาน เปรียบดั่งกีฬาวิ่งที่ต้องเริ่มจากจุดปล่อยตัว วิ่งไปตามลู่ในระยะที่สนามจำกัดไว้ห้ามเกินเส้นชอล์ก แล้วรอถึงช่วงเวลาที่จะถึงเส้นชัย&nbsp;</p>



<p>หากเด็ก หรือเยาวชนคนไหนก้าวเท้าออกจากลู่วิ่ง ที่เรียกว่า ‘ระบบการศึกษา’ จะถูกปรับว่าผิดกติกา และกลายเป็น ‘ผู้แพ้’ ไปโดยปริยาย นี่เป็นเหตุผลสำคัญในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ <strong>‘RE-LIFE • RE-LEARN • RE-FRAME เพราะเสียงที่ถูกลืม คือพลังในอนาคต’</strong> ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เมื่อ 26–29 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เราได้เจอกับนักวิ่งนอกสนามกว่า 60 คน ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน และคนทำงานเป็นเหล่าโค้ชจาก‘หน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) ทั่วประเทศมารวมตัวกันเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคนทำงานภาคสนาม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58.jpeg" alt="" class="wp-image-101310" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมก็อยากให้เข้าใจพวกผมใหม่นะ บางทีสิ่งที่เขาคิดกันก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่คิดก็ได้” ‘แทม’ เยาวชนวัย 23 ปี เดินทางมาจากเชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนๆ ในหน่วยการเรียนรู้ ‘ฅนวัยใส’&nbsp;</p>



<p>แทมบอกว่าตัวเองคือกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นที่อยากสื่อสารว่า เมื่อตอนเกิดปัญหา ‘ท้องในวัยเรียน’ แล้วแจ้งกับคนรอบตัว สิ่งแรกคือ ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รุมว่าเขา แต่อยากขอให้แสดงความเห็นใจกันบ้าง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้น ม.3 แฟนท้อง จำได้ว่าโดนพูดไม่ดีใส่จากหลายๆ คน บางคนก็บอกว่า ‘ไม่รอดหรอก’ บางคนก็บอกว่า ‘เดี๋ยวก็เลิกกัน วัยรุ่นไม่คิดอะไร’ ความเป็นจริงคือ เราเครียดมาก่อนแล้ว แล้วคุยกันแล้วว่าจะยังไงดี ความรู้สึกแรกคืออยากให้ผู้ใหญ่ฟังเราบ้าง”</p>



<p>คาร์ฟูล คือนักเรียนชั้นม.5 ในหน่วยการเรียนรู้กลุ่ม CYC.&amp;The Gang (ซีวายซีแอนด์เดอะแก๊ง) ที่เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งคาร์ฟูลยังคงเรียนอยู่ แต่ความตั้งใจที่มางานนี้เพื่อต่อยอดความรู้นำไปปรับใช้กับเพื่อนๆ นอกระบบคนอื่นที่ไม่ได้มา</p>



<p>“เพื่อนผมมีคนที่ไม่ได้เรียน บางคนติดน้ำท่อม บางคนแว้นรถ แต่ก็ยังทำกิจกรรมด้วยกันได้ปกติ เวลามีแข่งบอลเขาก็มา ตอนแรกที่บอกแม่ว่าคบเพื่อนกลุ่มนี้ แม่ด่าเหมือนกันว่า ‘ไปคบทำไมเด็กไม่ดี’ แต่สำหรับผมเขาก็เป็นคนดีนะ ไม่ได้แย่อะไร”</p>



<p>‘เดี๋ยวก็ไปไม่รอด’ ‘เดี๋ยวก็เลิกกัน’ ‘เด็กโตมายังไงก็ไม่มีคุณภาพ’ ‘ไม่ได้รักลูกจริง’ ที่เกิดขึ้นกับแทม และพ่อแม่วัยรุ่นหลายๆ คน หรือ ‘ไปคบทำไมเด็กไม่ดี’ ที่คาร์ฟูล เล่าให้ฟัง คือ <strong>‘อคติ’</strong> ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าอคตินี้ ฝังรากลึกทำงานกับ <strong>‘เด็กนอกระบบ’</strong> มาอย่างยาวนาน ส่งผลสู่การเลือกปฏิบัติ และกดทับเด็กให้จมอยู่กับที่โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ศักยภาพของตนเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57.jpeg" alt="" class="wp-image-101309" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อคติเด็กนอกระบบ มีอยู่จริง จากอะไร?</strong></h3>



<p>นเรศ สงเคราะห์สุข หรืออาจารย์ต๋อม หัวหน้าโครงการหนุนเสริมทางวิชาการ สังเคราะห์จัดการความรู้และพัฒนาเครือข่ายหน่วยจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. โยนคำถามสู่คณะทำงานเด็กนอกระบบ ในเซกชันหนึ่งของงานประชุมเชิงปฏิบัติการว่า “อคติมีจริงไหม และแข็งแรงจากอะไร”&nbsp;</p>



<p>คนทำงานจากหลายๆ หน่วยการเรียนรู้ยอมรับความจริงที่ว่าอคติเด็กนอกระบบในสังคมไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นผ่าน ‘มายาคติ’ ที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>“ปฏิบัติการของอคติทำงานในระดับที่ร้ายแรงกว่าแค่มองคนต่างออกไป แต่มันคือการพยายามลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้ไม่เท่ากันหรือเปล่า” ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง ครูประจำโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งและผู้ก่อตั้งห้องเรียนสี่ตารางวา หรือศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จ.อุตรดิตถ์ กล่าว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ความน่าสนใจของอคติในไทยคือ ‘มิติของชนชั้น’&nbsp;</p>



<p>“นิยามการเป็นเด็กรอบระบบการศึกษามันไม่ได้ถูกพูดถึงลูกหลานคนรวยในแบบเดียวกับที่ลูกหลานคนชนชั้นล่างต้องเจอ เพราะมันมีมิติของชนชั้นในเรื่องของอคติด้วย มีมิติของเรื่องเพศ และปัจจัยของกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง”</p>



<p>ครูติ๊กอธิบายว่าเราจะไม่เห็นอคติทางการศึกษาทำงานกับลูกหลานคนรวยที่ลาออกมาเรียน Home School หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศในแบบเดียวกับที่เด็กชนชั้นล่างต้องเผชิญ เมื่อเด็กจากครอบครัวเปราะบางก้าวออกจากระบบการศึกษา พวกเขาจะถูกนิยามทันทีว่าเป็น ‘เด็กนอกระบบ’ ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสังคม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="813" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59.jpeg" alt="" class="wp-image-101311" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59-300x203.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59-768x520.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เวลาคนพูดถึงเด็กนอกระบบ เขาไม่ได้มองว่าทำไมถึงนอกระบบ แต่เขาเห็นแค่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความนอกระบบ” อ.ต๋อม กล่าว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ อคติยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อกีดกันคนส่วนใหญ่ให้ห่างไกลจากทรัพยากรและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนชายขอบและเด็กนอกระบบที่มักถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาเพียงเพราะพวกเขาไม่เดินตามเส้นทางที่รัฐขีดไว้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>RE-LEARN : รื้อถอนมาตรฐานความสำเร็จที่มีเพียง ‘คำตอบเดียว’</strong></h3>



<p>&#8220;คนที่ไม่ไปถึงเกณฑ์ที่สังคมต้องการ หรือชนชั้นนำของสังคมต้องการเนี่ย จะกลายเป็นคนไม่มีตัวตน และเมื่อเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในสังคม คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนที่ต้องเข้ามาเป็นสาเหตุของปัญหาเสมอ&#8221;&nbsp;</p>



<p>เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในสังคม เช่น ปัญหาการรวมกลุ่มของวัยรุ่นหรือปัญหายาเสพติด เด็กนอกระบบกลุ่มนี้จะกลายเป็น ‘จำเลยสังคม’ และถูกตีตราว่าเป็นสาเหตุของปัญหาเสมอ อคตินี้ทำหน้าที่กีดกันพวกเขาออกจากทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและการเข้าถึงโอกาสทางสังคมที่ดีกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>อ.ต๋อม อธิบายว่าเมื่อเด็กๆ ขาดทั้งโอกาสและพื้นที่ที่พร้อมจะเข้าใจ สังคมจึงหยิบ ‘ความรุนแรง’ มาใช้แก้ปัญหาแบบฉาบฉวย ซึ่งในทางปฏิบัติ นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว ความรุงแรงกลับทำลายอนาคตของเด็กในระยะยาว จนหลายคนหลุดเข้าไปอยู่ในวงจร ‘ยาเสพติด’ หรือต้องกลายเป็น ‘พ่อแม่วัยรุ่น’ โดยไม่มีระบบประคองให้พวกเขาเติบโตได้อย่างแข็งแรง ขณะที่อีกไม่น้อยต้องถูกผลักให้กลายเป็น ‘แรงงานเด็ก’ รับภาระหนักเกินวัยจนส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60.jpeg" alt="" class="wp-image-101312" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์ต๋อม-นเรศ สงเคราะห์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อคติเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยการ ‘ผลิตซ้ำ’ ชุดความเชื่อจากชนชั้นนำที่ครอบงำสังคมมาอย่างยาวนาน โรงเรียนและแผนพัฒนาของรัฐยุคหนึ่งทำให้เราเชื่อว่า คนที่สังคมต้องการคือคนที่จบปริญญาตรีหรือการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์เท่านั้น ใครที่ขัดขวางหรือทำไม่ได้ตามแผนนี้ จะถูกมองว่าเป็นผู้ขัดขวางการเจริญเติบโตของประเทศ&nbsp;</p>



<p>โจทย์ที่หน่วยการเรียนรู้เห็นตรงกันคือ ปัญหาของเด็กและเยาวชนนอกระบบไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกส่วน แต่กลับร้อยรัดและส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ โดยมีชนวนเหตุสำคัญคือ ‘อคติ’ และวิธีคิดแบบขาวดำของคนในสังคมที่คอยตีตรา ตัดสิน และสร้างกำแพงสูงจนเด็กกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงโอกาส ‘การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต’ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหามากกว่าการศึกษาในกรอบแบบเดิม ๆ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สร้างนิเวศแห่งความหวังที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></h3>



<p>ภาพในอนาคต ที่การประชุมปฏิบัติครั้งนี้อยากให้เกิดขึ้นคือ การรื้อถอนอคติไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องทำผ่านการเปลี่ยน ‘นิเวศการเรียนรู้’ ทั้งหมด</p>



<p>“ความสำเร็จมันควรมีเส้นทางที่มากมาย และทุกคนต้องยอมรับว่ามันเป็นเส้นทางไปสู่ความสำเร็จได้ด้วย” ครูติ๊กกล่าว&nbsp;</p>



<p>เสาหลักสำคัญของกระบวนการนี้ อาจจะเริ่มต้นจากการปรับ Mindset ของทุกภาคส่วน รวมถึงคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กนอกระบบโดยตรงด้วยเช่นกัน อย่างการที่ผู้ทำงานด้านการศึกษาต้องมองหาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การศึกษาในระบบแบบเดิม เพื่อคลี่คลายปัญหาอคติ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-766x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101313" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-766x1024.jpeg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure>



<p></p>



<p>“ไม่ใช่แค่เด็กที่ต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง แต่ครอบครัว ชุมชน และคนทำงานด้านการศึกษาต้องยอมรับว่าความสำเร็จมีหลายเส้นทาง” ครูติ๊กกล่าว&nbsp;</p>



<p>อ.ต๋อม บอกว่า ส่วนนี้เป็นส่วนที่ยากที่สุด แต่ครูติ๊กบอกว่ากระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตที่ระบบการศึกษารุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่หากจบแค่ ป.2 ก็ไม่ได้ถูกด้อยค่าเท่ากับเด็กที่จบแค่ ม.3 ในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ซึ่งสิ่งนี้อาจจะใช้บทบาทของสื่อและเครือข่ายทางความคิดเข้ามาประกอบด้วย ภาคีที่ทำงานด้านสื่อเสนอว่าสื่อต้องหยุดผลิตซ้ำอคติที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านลบ และช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ที่มองเห็นศักยภาพที่หลากหลายของเด็กนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>รวมถึงการสร้างเส้นทางที่หลากหลาย อ.ต๋อม กล่าวว่า อนาคตของเด็กนอกระบบต้องมีเส้นทางที่เปิดกว้างมากกว่าปัจจุบัน การศึกษาไม่ใช่แค่การนั่งในห้องเรียน แต่คือการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับอนาคตที่พวกเขาต้องการจะเป็นจริงๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-766x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101314" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-766x1024.jpeg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure>



<p></p>



<p>สุดท้ายแล้วสิ่งที่สามารถทำได้เลย สำหรับกระบวนการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของเด็กนอกระบบคือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ และสร้างทักษะการเอาตัวรอดให้กับเด็กในแต่ละพื้นที่ เพราะปัญหาของเด็กในแต่ละพื้นที่มีบริบท และมิติสังคมที่แตกต่างกัน เด็กในเชียงรายอาจต่างจากเด็กในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&#8220;การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือถ้าเราเรียนรู้ว่าเราถูกกดทับ เราไม่สามารถจะไปบังคับให้สังคมทุกคนเหมือนกันทำตามสิ่งที่เราต้องการได้ แต่ว่าเราจะสร้างมาตรฐานให้เราเอาตัวรอดได้&#8221; ครูติ๊กทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160426/">สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-260226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2026 07:59:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิปัญญาอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[นาฏยศิลป์พื้นเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปวัฒนธรรมอีสาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[THE ISAAN RECORD]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100155</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลูกหลานของชาวนา เด็กจากครอบครัวที่หย่าร้าง เงินก้อนสุดท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260226/">ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ลูกหลานของชาวนา เด็กจากครอบครัวที่หย่าร้าง เงินก้อนสุดท้ายที่กำใส่มือเพื่อเดินทางเข้ามาเรียนที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ คือคำอธิบายของกลุ่มผู้เรียนหลักๆ ที่ <strong>ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ</strong> อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์กล่าวภาพรวมให้เราฟังคร่าวๆ เส้นทางในอดีตของเธอมีบางช่วงชีวิตที่ฟ้อนรำบนพื้นผิวขรุขระไม่ต่างจากลูกศิษย์ของเธอ การเดินทางมาพบกับเวทีหมอลำศึกษาของศูนย์การเรียนรู้ปัญญากัลป์โดยความร่วมมือจาก กสศ. คืออีกหนึ่งทางที่เธออยากช่วยเป็นกระบอกเสียงในการสนับสนุนพร้อมทั้งสะท้อนภาพความจริงที่พบเห็นคือการเข้ามาและโบกมือลาของนักเรียน&nbsp;</p>



<p>The Isaan Record ร่วมกับ กสศ. ชวนเธอสนทนาเกี่ยวกับภาพวนเวียนดังกล่าวโดยเชื่อมร้อยไปกับพัฒนาการของหลักสูตรนาฏยศิลป์พื้นเมืองที่จะต้องถูกผลักดันเพื่อโอบรับคนที่ไม่มีโอกาส รวมไปถึงหลักสูตรหมอลำศึกษาในสายตานาฏยาจารย์ในระบบการศึกษา</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ปากต่อปาก การศึกษาหมอลำในอดีต</strong></h3>



<p>ก่อนการเกิดขึ้นของหลักสูตรดนตรีและนาฏยศิลปพื้นเมือง การฝากตัวยกพานขันไหว้ให้กับบรมครูหมอลำและอยู่กินที่บ้านของท่านนั้นๆ เพื่อศึกษาและรับความรู้ในการที่จะนำไปใช้ประกอบอาชีพ คือระบบการศึกษาของหมอลำในอดีต ครูหมอลำน้อยคนนักที่จะได้ศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยม ประถมศึกษาคือการศึกษาสูงสุดของพวกท่านเหล่านั้นและวิธีแบบมุขปาฐะ การส่งต่อจากปากต่อปาก นั่นคือสื่อการสอนเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การศึกษาหมอลำไม่ได้เป็นไปอย่างมีระบบระเบียบ และไม่ได้ถูกจัดเรียงเป็นตำราที่จะส่งต่อไปให้รุ่นต่อรุ่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ" class="wp-image-100158" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“เราอยากให้ศิลปะพื้นบ้านทัดเทียมกับสาขาอื่นๆ โดยเฉพาะการแสดงหมอลำ เพราะศิลปินบ้านนอกบ้านนาที่ไม่มีโอกาสเข้าไปเรียนในระบบ เขาก็ไปเรียนรู้จากพ่อครูแม่ครู บ่มเพาะจนกลายเป็นศิลปินที่เรายกย่องได้ อย่างแม่หวี (<strong>ดร.ฉวีวรรณ ดำเนิน</strong> ศิลปินแห่งชาติ) แม่ก็เรียนจากครูหมอลำ เรียนนอกระบบทั้งนั้น ไม่ได้เข้าสู่ระบบ แต่ถ้าใครเก่งจริง โดดเด่นจริง ถึงจะได้เป็นศิลปินแห่งชาติ ซึ่งก็มีไม่กี่คน เพราะทุกอย่างต้องต่อสู้เอง ต้องบ่มเพาะเอง ไม่มีใครมาสอนเป็นขั้นตอน</p>



<p>“ลูกศิษย์ที่เข้าไปอยู่ในวงหมอลำ บางคนก็หัดลำได้แล้วก็ขึ้นเวที บางคนดัง บางคนไม่ดัง บางวงก็ต้องล้มเพราะไม่มีงาน ไม่มีความต่อเนื่อง การถ่ายทอดก็ขาดไป กว่าจะมีศิษย์เอกที่โด่งดังได้สักคนหนึ่ง ก็นานมาก</p>



<p>“เราเองก็เป็นลูกหมอลำ อยู่ในวงการนี้ตั้งแต่เกิด แม่ก็คิดว่า หมอลำเรานี่เก่งมาก แต่ปัญหาคือไม่มีโอกาส ไม่มีเวทีให้เล่น บางคนไม่มีลูกศิษย์ บางคนก็ไม่มีเวลาสอน เพราะต้องไปทำอาชีพอื่น หลายคนก็เคยเป็นพระเอกหมอลำ มีชื่อเสียง แต่พอเจ็บป่วยก็ไม่มีสวัสดิการรองรับ&nbsp;</p>



<p>“เราจึงคิดว่า ถ้าหมอลำได้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนหรือวิทยาลัย มันจะดีมาก จะช่วยสืบทอดต่อเนื่อง รุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่หายไปเหมือนการสอนกันที่บ้าน”</p>



<p>ดร.พรสวรรค์เล่าว่าหลักจากเธอสำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 เธอมีปณิธานอย่างแรงกล้าที่จะศึกษาต่อ แต่ช่วงที่จบใหม่ๆ นั้นโรงเรียนมัธยมปลายที่ต้องการเข้าศึกษามีระยะทางที่ไกลมาก จึงตั้งหลักอยู่ที่บ้านและเข้าศึกษาที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ในเวลาต่อมา การแสดงศิลปะพื้นบ้านเป็นสิ่งที่เธอนั้นสนใจเป็นพิเศษ แต่ในอดีตหลักสูตรศิลปะการแสดงพื้นบ้านนั้นไม่ใช่วิชาหลักเป็นแค่เพียงวิชาเลือกในระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>ช่วงแรกของการพัฒนาหลักสูตรศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่จะผลักดันให้เป็นวิชาหลักคือ การลงพื้นที่ภาคสนามเพื่อเก็บข้อมูลว่าแต่ละสำนักมีวิธีการแสดง การฟ้อน ทำนองการร้องลำอย่างไร และนำมาจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบแบบแผน เพื่อที่จะได้ต่อลมหายใจของรากเหง้าพื้นบ้านที่ในอดีตไม่ได้มีระเบียบแบบแผนอย่างชัดเจน&nbsp;</p>



<p>เพราะนอกจากอาชีพหมอลำแล้ว เกษตรกรรมคืออาชีพหลัก หรือบางเหตุการณ์ก็ทำให้ตัวหมอลำจะต้องดิ้นรนผันเปลี่ยนอาชีพเพื่อปากท้อง สาเหตุนี้ทำให้ข้อมูลภูมิปัญญาไม่ได้ถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งวิชาก็สูญหายไปพร้อมกับตัวคนหลังจากครูท่านนั้นๆ เสียชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-row qubely-section qubely-block-47b4d7"><div class="qubely-row-overlay"></div><div class="qubely-container"><div class="qubely-row ">
<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-138dbe"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-4e59e935"><img decoding="async" loading="lazy" width="1999" height="1502" class="gb-image gb-image-4e59e935" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1.jpg 1999w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-1363x1024.jpg 1363w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-768x577.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image1-1536x1154.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1999px) 100vw, 1999px" /></figure>
</div></div>



<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-9be2f8"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-92006cbc"><img decoding="async" loading="lazy" width="1999" height="1502" class="gb-image gb-image-92006cbc" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3.jpg 1999w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-1363x1024.jpg 1363w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-768x577.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image3-1536x1154.jpg 1536w" sizes="(max-width: 1999px) 100vw, 1999px" /></figure>
</div></div>
</div></div></div>



<p>“เราเองก็เคยเรียนต่อแบบยากลำบาก หลังจบ ม.1 ก็อยากเรียนต่อแต่ไปไม่ไหว ต้องกลับมาตั้งหลัก จนพอมีวิทยาลัยที่กาฬสินธุ์เปิดถึงได้ไปเรียนต่อ ม.4 ตอนนั้นอาจารย์ที่มาสอน ส่วนใหญ่จบแค่ ป.6 หรือ ม.3 แต่เป็นศิลปินดังในอดีต และมีโอกาสเข้ามาสอนในสถาบัน แม้ตอนนั้นยังไม่เป็นวิชาอย่างเป็นทางการ</p>



<p>“หลังเรียนจบก็ได้มาเป็นครู ช่วยเขาวางแผน จัดทำหลักสูตร และเป็นอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตรนั้น ทำให้การเรียนการสอนศิลปะหมอลำมีระบบและมีความต่อเนื่องจริงๆ ไม่ใช่สอนกันที่บ้านแล้วขาดช่วง แต่พอเข้ามาอยู่ในสถาบัน มันก็ไม่มีวันสิ้นสุด เด็กที่เข้ามาเรียนก็จะได้สืบทอดต่อไปเรื่อยๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า”</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ฉากทรรศแห่งความจริงที่ไม่ใช่การแสดง</strong></h3>



<p>ข้อมูลของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และงานวิจัยเชิงสำรวจ พบว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กต้องออกจากโรงเรียนหรือไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ มีอยู่ด้วยกัน 7 ประการ โดยความยากจนเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากที่สุด คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของทั้งหมด (ร้อยละ 46.70) ตามมาด้วยปัญหาครอบครัว (ร้อยละ 16.14) การออกกลางคันหรือถูกผลักออกจากโรงเรียน (ร้อยละ 12.03) และการไม่ได้รับสวัสดิการด้านการศึกษา (ร้อยละ 8.88) ขณะที่สาเหตุอื่นๆ ได้แก่ ปัญหาสุขภาพ (ร้อยละ 5.91) การอยู่ในกระบวนการยุติธรรม (ร้อยละ 4.93) และการถูกกระทำความรุนแรง (ร้อยละ 3.63)</p>



<p>เดือนธันวาคม 2567 ประเทศไทยมีเด็กและเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษาแล้วถึง 982,304 ค<strong>น</strong> กลุ่มนี้ถูกจัดว่าเป็นเด็กนอกระบบการศึกษา(Out-of-school Children) ซึ่งหมายถึงทั้งเด็กที่ไม่เคยเข้าเรียนเลย และเด็กที่เคยเรียนแต่หลุดออกจากระบบ โดยในจำนวนนี้ประมาณ 900,000 คนใช้ชีวิตอยู่นอกโรงเรียน</p>



<p>หากมองตามช่วงวัย จะพบว่าเด็กนอกระบบแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่</p>



<ul>
<li>เด็กวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับ 279,296 คน</li>



<li>เด็กวัยที่ควรอยู่ระหว่างการศึกษาภาคบังคับ 387,591 คน</li>



<li>เด็กวัยหลังการศึกษาภาคบังคับ 315,417 คน</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ ยังมีเด็กและเยาวชนอีกประมาณ 2.8 ล้านคน ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งหมายถึงเด็กที่ยังอยู่ในโรงเรียน แต่มีแนวโน้มว่าจะออกกลางคัน โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อระหว่างระดับการศึกษา ตั้งแต่ประถมศึกษาไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;</p>



<p>จากสถิติแล้วคงไม่แปลกที่ข้อมูลตรงหน้าของ ดร.พรสวรรค์ เป็นหนึ่งในหลายเปอร์เซ็นต์ที่ปรากฎเป็นตัวคนที่มีเนื้อหนังและความรู้สึก</p>



<p>การมาเรียนหนังสือสำหรับลูกศิษย์หลายคนต้องประหยัดเงินไว้เพื่อซื้ออุปกรณ์การเรียน บางครั้งก็มากินข้าวที่บ้านครู แต่ด้วยความเกรงใจจึงกินได้เพียงบางมื้อบางคาบ หลายครอบครัวมีฐานะยากจน เช่น ครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปทำงานตามที่ต่างๆ เพื่อหารายได้ อีกทั้งยังมีผู้ปกครองสูงอายุที่มีเพียงรายได้จากการทำนา แล้วนำเงินที่ได้ส่งลูกหลานมาเรียน</p>



<p>การเรียนในระบบต้องเรียนทุกวันและมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้บางคนไม่สามารถเรียนต่อได้ ต้องออกกลางคัน และไปเลือกเส้นทางอื่น เช่น ออกไปเป็นหมอลำ ออกไปประกอบอาชีพส่วนตัว หรือเป็นศิลปินเดี่ยว เพื่อเลี้ยงชีพและช่วยเหลือครอบครัว</p>



<p><strong>&#8220;แม่คะ หนูขออนุญาตออกไปทำงาน” </strong>ศิษย์หลายคนพูดกับเราแบบนี้เพราะเลี่ยงที่จะพูดสาเหตุตรงๆ แต่ในฐานะครูเราทราบเลยว่าเขากลัวเพื่อนๆ หรือคนอื่นดูแคลนเหยียดหยามว่าฐานะยากจน</p>



<p>เราเลยบอกกับเขาว่า &#8220;ลูก พูดกับแม่ให้ชัดๆ ก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้น&#8221;</p>



<p>เท่านั้นแหละเขาก็พูดตรงๆ กับเราว่า &#8220;แม่คะ หนูไม่มีเงินเรียนต่อ&#8221;&nbsp;</p>



<p>เธอจำลองบทสนทนาระหว่างศิษย์กับตัวเธอในวันที่เขาเดินมาบอกลาได้อย่างกับเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงหน้า ขณะเล่านัยย์ตาทั้งสองคลอไปด้วยน้ำตาเหมือนจะปริ่มล้นออกมาตรงแก้ม </p>



<figure class="gb-block-image gb-block-image-b3e91349"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-b3e91349" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>กศน.คือทางที่หมอลำหลายคนเลือกสำหรับต่อยอดโอกาสทางการศึกษาแต่ไม่ได้ตอบโจทย์ทั้งหมด ด้วยลักษณะการทำงานที่เวลาพักผ่อนไม่สัมพันธ์กับเวลาเรียนเท่าที่ควร หลักสูตรหมอลำศึกษาของศูนย์การเรียนรู้ปัญญากัลป์ จึงเป็นสิ่งใหม่ที่เธอรู้สึกว่าเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นและโอบรับคนที่ไม่มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา&nbsp;</p>



<p>“เราคิดว่าถ้ามีระบบการเรียนการสอนแบบนี้ เกิดขึ้นในสมัยเราและได้ใกล้ชิดครูบาอาจารย์มากกว่านี้ เมื่อก่อน การจะเข้าไปกราบศิลปินแห่งชาติได้ ถ้าไม่ใช่ลูกศิษย์ใกล้ชิดจริงๆ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะ</p>



<p>“การจะได้เรียนรู้หรือได้ใกล้ชิดท่าน ต้องใช้ความพยายามมาก การจะเดินทางไปหาท่านก็ไม่ใช่ว่าท่านไม่อยากเจอเรา จริงๆ ท่านอยากเจอเรามากด้วยซ้ำ แต่เราต่างหากที่เข้าไม่ถึงท่าน</p>



<p>“พอแม่มาเห็นว่า วันแรกได้เรียนกับพ่อครูคนนี้ แม่ครูคนนั้น วันที่สองได้เรียนกับอีกคนหนึ่ง ได้เจอพ่อครูแม่ครูที่อยู่ในระบบการศึกษาตลอด แม่ก็คิดเลยว่า ทำไมถึงทำได้ดีขนาดนี้” เธอกล่าวถึงหลักสูตรหมอลำที่ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17-20 สิงหาคม พ.ศ.2568</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ท่วงทำนองที่โอบรับคนหล่นหาย</strong></h3>



<p>“เด็กตาดำๆ หอบวุฒิ ม.3 จาก กศน. ภาพจำคือหน้าแม่พ่อ กับน้องที่ยังลำบาก ออกเดินตามฝัน เพื่อหวังสักวันให้คนที่ฮัก ได้มีที่พึ่งที่พัก มีชีวิตดีกว่านี้” ท่อนหนึ่งของเพลงหอบฝันมาหลังฮ่านของ อุ๋งอิ๋ง สาวน้อยเพชรบ้านแพง เป็นจุดเริ่มต้นของ <strong>ดร.ศุภชัย ไตรไทยธีระ</strong> ในการก่อตั้งหลักสูตรหมอลำศึกษา ซึ่งในความคิดของดร.พรสวรรค์ เธอยังไม่เข้าใจมากนักในตอนแรกที่ได้ยินชื่อหลักสูตรนี้</p>



<p>แต่เมื่อทำความเข้าใจแล้วว่าเป็นหลักสูตรที่บูรณาการ 8 กลุ่มสาระตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ.2551 ปรับปรุง พ.ศ.2560 ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในวงหมอลำ เธอกล่าวชื่นชมว่าเป็นการบูรณาการที่ดีมากๆ และคิดว่าหลักสูตรนี้จะผลิตบุคลากรทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านเพื่อสร้างสรรค์ อนุรักษ์ให้ยืนยาวต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-row qubely-section qubely-block-0da8a8"><div class="qubely-row-overlay"></div><div class="qubely-container"><div class="qubely-row ">
<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-75be07"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-bd689d69"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-bd689d69" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-06-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</div></div>



<div class="wp-block-qubely-column qubely-column qubely-column-front qubely-block-871c48"><div class="qubely-column-inner">
<figure class="gb-block-image gb-block-image-99ba9803"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-99ba9803" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</div></div>
</div></div></div>



<p>“การศึกษาในระบบที่พวกเราทำอยู่ก็มีปัจจัยคือเรารับนักเรียนได้อย่างจำกัด ไหนจะเป็นเรื่องห้องเรียนและอุปกรณ์ต่างๆ เราก็ดีใจนะที่เห็นพวกเขามีโครงการแบบนี้ เพราะเราจะได้ถ่ายทอดให้ลูกหลานว่า ขนบธรรมเนียมเป็นยังไง การเป็นครูเป็นลูกศิษย์ต้องวางตัวยังไง การเป็นหมอลำรุ่นน้องควรเคารพรุ่นพี่ยังไง การเป็นศิลปินควรมีอะไรติดตัวบ้าง ความพอเพียงอยู่ที่จุดไหน และจะรักษาเอกลักษณ์อย่างไร สิ่งไหนถึงจะเรียกว่าพอดี</p>



<p>“เราอยากอธิบายให้ลูกศิษย์ฟัง เพราะทุกวันนี้เห็นหมอลำบางคณะทำไปแบบที่เรามองว่าไม่ค่อยสวยงาม แต่บางคณะก็ทำได้ดีตามที่ครูบาอาจารย์สอน ซึ่งมันก็แล้วแต่ใครจะเลือกทำไปทางไหน</p>



<p>“ถ้ามาในแนวทางนี้ ไม่ว่าจะเป็นนักอนุรักษ์ คนรุ่นเก่าที่รักษาของเดิมไว้ ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมสมัยอย่างพวกเรา หรือแนวสร้างสรรค์แบบลูกๆ รุ่นใหม่ ทุกคนก็จะได้รู้ว่าความพอดีอยู่ตรงไหน กาลเทศะอยู่ตรงไหน และเราก็จะได้สอนลูกศิษย์ในคณะหมอลำที่ไม่มีโอกาสได้มาเรียนในระบบด้วย เป็นการสร้างโอกาสให้คนที่ไม่มีทุนทรัพย์ไปพร้อมกัน”</p>



<figure class="gb-block-image gb-block-image-c622c74c"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" class="gb-image gb-image-c622c74c" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05.jpg" alt="ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ อาจารย์ประจำภาควิชานาฏศิลป์" title="0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/0226_ดร.พรสวรรค์-พรดอนก่อ-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>“ดิฉันอยากฝากไว้ว่า ลูกศิษย์ลูกหาคนไหนที่สนใจอยากมาเรียน ตอนนี้เรามีการเรียนการสอนที่หลากหลายให้เลือก ถ้าใครอยากเข้ามาเรียนในระบบ ที่ต้องเรียนทุกวัน ปฏิบัติตามกรอบตามระเบียบของสถาบัน ก็สามารถสมัครเรียนได้เลย เพราะสถาบันต่างๆ เปิดการเรียนการสอนทั่วประเทศ หรือแม้แต่การเรียนรู้ในวงหมอลำ ก็ยังสามารถเข้าไปเรียนได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>และที่สำคัญที่สุด คือโครงการนี้ เขาเปิดโอกาสให้กับคนทำงาน ศิลปิน หรือใครที่ยังไม่มีโอกาส ไม่มีเงิน ไม่มีเวลา ได้มาเรียนในสถาบันของเขา แม่ก็อยากฝากไว้ว่า ตอนนี้ไม่มีพรมแดนกั้น การศึกษาเริ่มโอบรับคนไม่ให้หล่นหายไประหว่างทาง นั่นมันหมายถึงว่า ศาสตร์และศิลป์อีสานของเราที่เป็นศิลปะที่งดงามของประเทศไทย กำลังถูกยกย่องส่งเสริมให้คงอยู่ต่อไปค่ะ </p>
</blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-260226/">ดร.พรสวรรค์ พรดอนก่อ ลมหายใจของศิลปวัฒนธรรมอีสาน ท่วงท่าที่ไม่เรียบราบของการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“อาชญากรรมในมือเด็กและเยาวชน ยังมีระเบิดเวลารออีกหลายลูก เราทำลายไม่ได้ แต่เราทำให้มันไม่ทำงานได้”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Feb 2026 14:01:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อาชญากรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99776</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ชุมชนพอรู้ว่าเด็กคนไหนใช้ยาก็ผลักออก ไม่อยากยุ่ง พอเกิ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160226/">“อาชญากรรมในมือเด็กและเยาวชน ยังมีระเบิดเวลารออีกหลายลูก เราทำลายไม่ได้ แต่เราทำให้มันไม่ทำงานได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ชุมชนพอรู้ว่าเด็กคนไหนใช้ยาก็ผลักออก ไม่อยากยุ่ง พอเกิดเรื่องขึ้นจึงเอาแต่โทษเด็ก โทษครอบครัว แล้วอีกไม่นานคนก็ลืม จนกว่าจะถึงวันของระเบิดลูกต่อไป”&nbsp;</p>



<p>ประโยคแรกๆ จาก ‘อ.ต๋อม’ นเรศ สงเคราะห์สุข หัวหน้าโครงการหนุนเสริมวิชาการ สังเคราะห์จัดการความรู้และพัฒนาเครือข่ายหน่วยจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หลังจากตามอ่านข่าวและคอมเมนท์ต่างๆ จากเหตุการณ์ความสูญเสียที่โรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา </p>



<p>“<em>หากรู้ว่าลูกเป็นจิตเวช ต้องเข้มงวดในการดูแลมากกว่านี้นะคะ คุณต้องมีความรับผิดชอบต่อคนในสังคมด้วย”</em></p>



<p><em>“พ่อแม่ต้องสร้างกรงขังไว้อย่าปล่อยมันมาฆ่าใครอีก”</em></p>



<p><em>“แค่คำขอโทษมันไม่พอหรอก”&nbsp;</em></p>



<p>มันไม่พอจริงๆ ในความเห็นของ อ.ต๋อม เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวัน โดยเฉพาะถ้าพิจารณาสถานการณ์ยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชนในปัจจุบันควบคู่ไปด้วย&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลจาก ฐานผู้ป่วยใน รพ.ธัญญารักษ์ สงขลา ปี 2564-2568 ในกลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปี ในไทย ระบุว่า 4 ใน 10 ของเด็กเยาวชนนอกระบบมีประวัติเคยใช้ยาเสพติด&nbsp;</p>



<p>ข้อมูลยังเผยด้วยว่าส่วนใหญ่ใช้ ‘ยาเสพติดหลายตัว’ โดยกลุ่มที่จบชั้นมัธยมต้นมีสัดส่วนใช้ยาเสพติดหลายตัวมากกว่า กลุ่มที่จบการศึกษาสูงกว่า (สัดส่วนอยู่ที่ 63% กับ 52%) รองลงมาคือยาบ้า&nbsp;</p>



<p>และ การออกกลางคันช่วงมัธยมต้น มีผลต่อการติดยาเสพติดของเด็กเยาวชนนอกระบบ</p>



<p>ที่สำคัญ ตอนนี้ตัวเลขเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณยาและคนเสพเพิ่มขึ้นทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8.jpeg" alt="" class="wp-image-99777" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-8-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ในอาเซียน เยาวชนอายุน้อยกว่า 18 ปี มีการใช้ยาเสพติด แอมเฟตามีน หรือยาบ้า สูงสุด และที่มากขึ้นเรื่อยๆ การใช้หลายชนิดร่วมกันคือ ยาบ้า กัญชา และกระท่อม อายุที่เริ่มใช้ลดลงเรื่อยๆ พบได้ตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไป&nbsp;</p>



<p>ในมุมของคนทำงานในพื้นที่และทำงานกับเด็กเยาวชนที่ติดยาเสพติดมายาวนาน อ.ต๋อมบอกว่า สถานการณ์ตอนนี้ไปไกลกว่าเดิมเยอะ การใช้ยาเสพติดในปัจจุบัน เด็กอยากใช้แบบแรง จึงเป็นอีกคำตอบหนึ่งว่าทำไมการป่วยจิตเวชจากยาจึงเยอะขึ้น แรงขึ้น ที่มากขึ้นและรุนแรงตามไปด้วยคือการผลักออกจากชุมชน</p>



<p>“ยังไงก็เกิด การไม่เกิดต่างหากที่แปลก”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>จากประสบการณ์ที่คลุกคลีทำงานกับเด็กนอกระบบมาหลายสิบปี อ.ต๋อมบอกว่า เราต้องยอมรับความจริงกันก่อนว่า เด็กเยาวชนที่ติดยาเสพติดมีอยู่ทุกที่ และไม่มีใครทำให้ยาเสพติดหายไปจากเด็กและเยาวชนได้&nbsp;</p>



<p>เปรียบเหมือนระเบิดเวลาที่มีทุกที่&nbsp;</p>



<p>เรามีเด็กกลุ่มเสี่ยงก่ออาชญากรรมอยู่ทุกที่&nbsp;</p>



<p>เราไม่สามารถหยิบระเบิดเวลาออกมาได้หมด&nbsp;</p>



<p>แต่สิ่งที่เราพอจะทำได้คือ ทำทุกวิถีทางให้ระเบิดเวลาเหล่านี้สงบนิ่ง ไม่ทำงาน ด้วยการสร้างพื้นที่ปลอดภัย&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-99778" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-9.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘อ.ต๋อม’ นเรศ สงเคราะห์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พื้นที่ปลอดภัย : ไม่ได้อบอุ่นประคบประหงม แต่ปลอดความรุนแรง</strong></h3>



<p>“เหมือนคนสูบบุหรี่ เราไปทำให้เค้าเลิกไม่ได้ แต่เราไปทำให้เค้ารู้ได้ว่าเวลาสูบ ต้องเดินออกไปให้ไกล จะได้ไม่กระทบคนอื่น”&nbsp;</p>



<p>อ.ต๋อม อธิบายเนื้องานการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กนอกระบบตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา&nbsp;</p>



<p>“เด็กต้องการยาที่ทำให้อยู่กลางคืนได้ยาวๆ เด็กหลายคนต้องการเวลากลางคืนยาวๆ เกมจึงช่วยได้ส่วนหนึ่ง ทำไมน้ำกระท่อมถึงฮิต เพราะเด็กต้องการอยู่ยาว”&nbsp;</p>



<p>ดูเผินๆ เหมือนให้ท้ายหรือเข้าข้างแต่ยืนยันจากประสบการณ์ทำงาน อ.ต๋อมยืนยันว่า ความรุนแรงไม่เคยแก้ปัญหาได้ ที่ผ่านมาเราพร้อมจะสนใจพฤติกรรม แต่ไม่พร้อมเปิดใจ เข้าใจเงื่อนไขชีวิตที่มากกว่านั้น&nbsp;</p>



<p>&#8220;พอเจอเคสแบบนี้(เจอเด็กติดยาในชุมชน) ผมได้คุยกับผู้ ใหญ่บ้านบางคน เขาจัดการโดยแจ้งตำรวจ บอกว่าพอแจ้งตำรวจ ตำรวจบอกว่าถ้าไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ก็ทำอะไรไม่ได้ คือ ระบบมันพังหมดเลย ระบบรับมือไม่ทันเแล้ว เพราะมันไปติดอยู่กับวิธีเก่า กฎหมายเก่า ความรู้เก่า ตามไม่ทันสถานการณ์”&nbsp;</p>



<p>อาจารย์ยกตัวอย่างพื้นที่กองผักปิ้ง ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ที่เด็กส่วนใหญ่เป็นชาติพันธุ์ลาหู่ จำนวนไม่น้อยเสพยา ดมกาวบ้าง น้ำกระท่อมบ้าง ยาบ้าก็มี แต่ผู้ใหญ่ที่นั่น ต่อรองได้&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่ หรือ ที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘พี่เลี้ยงแห่งกองผักปิ้ง’ คือ <strong>ไมตรี จำเริญสุขสกุล</strong> พี่เลี้ยงโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ยอมรับว่าพื้นที่กองผักปิ้งเป็นสถานที่ที่ชุกชุมไปด้วยปัญหายาเสพติดเพราะสภาพแวดล้อมติดกับชายแดน&nbsp;</p>



<p>“เด็กบางคนก็เสพยานะ แต่เขามีเหตุผลคือต้องเสพยาเพื่อให้ตัวเองมีแรงทำงาน ถ้าเขาหมดแรงเขาก็จะไม่มีเงิน มันคือทางเลือกสุดท้ายที่เขาทำได้”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10.jpeg" alt="" class="wp-image-99780" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-10-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ไมตรี จำเริญสุขสกุล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>แต่วิธีที่ไมตรีเลือกทำคือยกลานบ้านให้เป็นพื้นที่ของเด็กๆ กลุ่มนี้ เปิดฟรีให้ ‘พัก คุย เล่น นั่ง กิน นอน’ และ ‘ทำกิจกรรม’ ใช้วิธีการพูดคุยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน จนถึงวันหนึ่งเด็กคนนั้นก็จะเปิดใจเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยที่พวกเขาไม่ต้องถาม&nbsp;</p>



<p>การไม่ตัดสินจากไมตรีและยุพิน ทำให้เด็กๆ มาที่บ้านหลังนี้ จนเกิดความไว้ใจจนเด็กเดินเข้าไปบ้านแล้วบอกว่า “ผมอยากเลิกยา”&nbsp;</p>



<p><strong>ป่าดิ</strong> เด็กชาติพันธุ์ลาหู่วัย 15 ปีที่ไร้สัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน ป่าดิเล่าว่าไมตรีและภรรยาดีกับเขามากๆ ก่อนหน้านี้ เขาไม่สามารถเลิกดมกาวและเลิกกัญชาได้ แต่พอถูกดึงเข้ามาอยู่ในสายตาของไมตรี ป่าถูกสอนแบบไม่สอน จนค่อยๆ เรียนรู้ด้วยตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“ถ้าเขาอยากให้ช่วยอะไร ผมก็ยินดีทำ” ป่าดิบอกความรู้สึก&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-99781" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-11.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /><figcaption class="wp-element-caption">ป่าดิ<br></figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“จุดแข็งของเด็กๆ ผมรู้สึกว่าจริงใจ มันพูดจริงทำจริง เขารับปากแล้วก็ทำอย่างนั้นจริงๆ ต่อให้เรามองไม่เห็นเขาก็ทำจริงๆ” ไมตรียืนยัน&nbsp;</p>



<p>ถึงจะเป็นผลลัพธ์เชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ แต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง และไม่เพียงเป็นพื้นที่ปลอดภัยแค่ของเด็ก แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ชุมชนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น จากที่เคยสงสัยก็เริ่มเปิดใจ เข้าใจ และสุดท้ายคือไม่ผลักไส</p>



<p>“พื้นที่ปลอดภัยแบบนี้มันไม่ใช่ประคบประหงม และไม่จำเป็นต้องรุนแรง แต่พื้นที่สามารถต่อรองได้ทั้งสองฝั่ง เช่น ถ้าจะกินน้ำท่อม ขอต่อรองว่าลดยาแก้ไอหน่อยได้มั้ย เราต้องการทำให้มันเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ด้วย ไม่ใช่ ตามใจทั้งหมด แล้วก็ไม่ได้แข็งเพราะใช้แต่กฎเกณฑ์&#8221;</p>



<p>เพราะหัวใจของพื้นที่ปลอดภัยในความหมายนี้คือการดึงเด็กเข้ามาไม่ใช่ผลักออก&nbsp;</p>



<p>“inclusive เค้าเท่านั้น ปล่อยเค้าไม่ได้&#8221; อ.ต๋อมยืนยัน&nbsp;</p>



<p>เพราะการผลักไสรังแต่ทำให้ระเบิดเวลาเร่งทำงาน แต่การพาเด็กๆ กลับเข้ามาในชุมชน ให้เค้ามีตัวตน จะช่วยให้เค้าเริ่มขยับตัวและเรียนรู้ที่จะเคารพคนอื่น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ประเมิน &#8211; ต่อรอง &#8211; ใช้ความรู้แทนที่ความกลัว-ชิงเวลา&nbsp;</strong></h3>



<p>แต่ในทางปฏิบัติ เซฟโซนต้องเริ่มต้นจากการ ‘ประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ’</p>



<p>“หากพบว่าผู้ป่วยอยู่ในสภาวะอันตรายหรือขาดการกินยาจนคุมตัวเองไม่ได้ ‘ระบบต้องทำงานทันที’ โดยการจำกัดพื้นที่หรือใช้ระบบการบำบัดแบบปิดเพื่อปกป้องคนส่วนใหญ่ในชุมชนให้รู้สึกปลอดภัยก่อน”&nbsp;</p>



<p>ต่อด้วย ‘ต่อรอง’&nbsp;</p>



<p>เมื่อประเมินแล้วว่าสามารถดึงเข้าสู่พื้นที่ปลอดภัยได้ พื้นที่นั้นต้องเป็นพื้นที่ที่ต่อรองได้ทั้งสองฝั่ง เช่น การต่อรองให้ลดปริมาณยาแก้ไอในน้ำกระท่อม</p>



<p>จากนั้น ‘ใช้ความรู้เข้าแทนที่ความกลัวในชุมชน’&nbsp;</p>



<p>“ปัจจุบันชุมชนมักกลัวไปหมดจนไม่กล้ายุ่ง แต่ยิ่งคุณรู้จริงมากเท่าไหร่ ความกลัวคุณจะลดลงเท่านั้น”&nbsp;</p>



<p>เช่น หากชุมชนมีความรู้ในการสังเกตสัญญาณอาการของผู้ป่วย และรู้วิธีการรับมือที่เหมาะสม ทัศนคติของสังคมจะเริ่มดีขึ้นและลดการผลักไสผู้ใช้ยาออกไป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12.jpeg" alt="" class="wp-image-99782" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-12-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>สุดท้าย คือ ‘การชิงเวลา’ เพื่อลดการปะทุของระเบิดเวลา หรือเด็กเยาวชนที่ทั้งป่วยจิตเวชและเสพยา&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายไม่ใช่การทำให้ทุกคนเลิกยาได้ในทันที แต่คือการชิงเวลาของการไม่ป่วยจิตเวช ทำให้ระเบิดเวลาเหล่านั้นไม่ทำงานหรือยืดเวลาการทำงานออกไป และให้เขาเรียนรู้ที่จะอยู่กับสังคมได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อน</p>



<p>ทั้งนี้ อ.ต๋อมยืนยันว่ารัฐต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในงานเชิงป้องกันแบบนี้ ไม่ปล่อยให้ครอบครัวชุมชนเป็นจำเลยเพียงลำพังอย่างที่ผ่านๆ มา&nbsp;</p>



<p>&#8220;ทำงานกับเด็กที่ใช้ยาอาจไม่เหนื่อยเท่ากับการทำงานเชิงความคิดกับผู้ใหญ่รอบตัวมันต้องทำงานเชิงความคิดหลายส่วน ต้องทำงานกับรัฐที่ต้องเข้าใจสิ่งแวดล้อม เข้าใจว่าการทำงานกับผู้ป่วย จิตเวชจากยาหรือหน้างานจริงเป็นอย่างไร คนรู้เรื่องนี้จริงๆ มีน้อยมาก&#8221;</p>



<p>ทั้งหมดนี้ก็เพื่อลดวงจรสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่าปล่อยให้การสูญเสียครั้งล่าสุดและทุกครั้งที่ผ่านมาสูญเปล่า เพราะเราต่างมีส่วนเร่งให้ระเบิดเวลาทำงานหรือสร้างพื้นที่ปลอดภัยช่วยกันทำให้ชนวนตายด้านได้ทั้งนั้น&nbsp;</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p>อ้างอิง :&nbsp;</p>



<p>• ผลสรุปการเสพยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นนอกระบบการศึกษา โรงพบาบาลธัญญารักษ์ สงขลา&nbsp;<br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-280525/">ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-260525/">เรื่องเล่าจากพี่เลี้ยงแห่งกองผักปิ้ง ผู้ดูแลเด็กนอกสายตา</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-280425/?fbclid=IwY2xjawP9M8FleHRuA2FlbQIxMABicmlkETJGa1NRN2g5TUJsamFwbFNTc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHlXig_mc6sXwzUp-ZeUEfercm0-TUPWcF-WvSR2eg_Xdc-rQAk2ud7b7hPNl_aem_BEGmRtYLqwEUTaOmy9yRNA">“ถ้าดีแปลว่าดี แต่ไม่ดีก็ไม่ได้แปลว่าเลว” คุยเรื่อง ‘พื้นที่ของเด็ก’ กับผู้ใหญ่ นเรศ สงเคราะห์สุข ที่มองว่า เมื่อรู้สึกอิสระ เด็กๆ จะไม่กลัวที่จะแสดงศักยภาพ</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160226/">“อาชญากรรมในมือเด็กและเยาวชน ยังมีระเบิดเวลารออีกหลายลูก เราทำลายไม่ได้ แต่เราทำให้มันไม่ทำงานได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนที่เด็กนอกระบบอยากไป เป็นแบบไหนบ้าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-080825/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 08:45:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95612</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็ก ๆ เลือกโรงเรียนเองได้ไหม? คำถามนี้คงจะมีคำตอบที่หล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080825/">โรงเรียนที่เด็กนอกระบบอยากไป เป็นแบบไหนบ้าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็ก ๆ เลือกโรงเรียนเองได้ไหม?</p>



<p>คำถามนี้คงจะมีคำตอบที่หลากหลาย ผู้ปกครองบางคนอยากเลือกให้ลูก ในขณะเดียวกันบางคนก็มองว่าให้ลูกเลือกได้ ในเมื่อผู้เรียนก็คือพวกเขา</p>



<p>แต่เด็กบางคนไม่ได้เกิดมาพร้อมกับตัวเลือกขนาดนั้น ระบบของโรงเรียนแบบปกติที่มีอยู่ก็ไม่ตรงกับเงื่อนไขชีวิตของพวกเขา</p>



<p><strong>ถ้าเราเปิดโอกาสให้เด็กทุกคนเลือกโรงเรียนในแบบของตัวเองได้ มันจะเป็นแบบไหน?</strong></p>



<p>กสศ. สำรวจคำตอบจากเด็ก 4 คน ใน 4 พื้นที่ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ปัจจุบันน้องๆ ไม่ได้อยู่ในโรงเรียนระบบปกติทั่วไป แต่พวกเขาทุกคนเคยผ่านการเรียนในโรงเรียนมาก่อน แล้ววันนี้ การเรียนแบบไหนที่ถูกใจน้องๆ ที่สุด?</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-917766"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/01_ตูม-กนกศักดิ์-เซี่ยงว่อง_โรงเรียนที่มีครูที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่มีครูที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย</strong></h3>



<p>“อยู่ที่นี่เราคุยเล่นได้ ไม่เข้าใจก็ถามครูได้”</p>



<p>การถามครูได้ คือสิ่งที่ <strong>‘ตูม’ กนกศักดิ์ เซี่ยงว่อง</strong> เด็กชายอายุ 17 ปี ชอบมากๆ ในการเรียนที่ สกร. (ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้) ตูมอาจจะไม่ใช่เด็กที่เรียนเก่งที่สุด แต่ตูมก็ขยันไม่แพ้ใคร เพราะฉะนั้นการมีครูคอยช่วยเหลือและประคับประคองทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจในการเรียนมากขึ้น</p>



<p>ก่อนหน้านี้ตูมเรียนอยู่ในโรงเรียนระบบปกติแห่งหนึ่งในจังหวัดราชบุรี ตูมก็เหมือนเด็กคนอื่นๆ ทั่วไปที่เรียนบ้าง เล่นบ้าง แต่ตูมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกับการโดนเลือกปฏิบัติจากครูสักเท่าไหร่</p>



<p>ตูมไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่เพื่อนในห้องเสียงดัง ครูถึงเลือกที่จะดุหรือตีตูมแค่คนเดียว บางครั้งที่ครูพูดว่าถ้าสงสัยก็สามารถถามได้ พอถึงเวลาที่ตูมถามบ้าง เขากลับโดนครูต่อว่าว่าไม่ตั้งใจเรียน จริงๆ แล้วไม่ใช่ตูมคนเดียวที่โดน เพื่อนคนอื่นก็โดนบ้างเหมือนกัน</p>



<p>“บางทีก็นั่งคุยกับเพื่อนว่าทำไมครูถึงต้องว่าเราแบบนั้น”</p>



<p>พอเจอแบบนี้เข้าบ่อยๆ ความรู้สึกไม่อยากไปโรงเรียนก็ค่อยๆ เกิดขึ้น ตูมเล่าว่ามีบางครั้งที่ตัวเองโดดเรียนบ้าง หรือไม่ก็ตื่นสายๆ จะได้ไม่ต้องไปโรงเรียน แต่ก็โดนพ่อดุบ้าง เพราะถ้าไม่เรียนก็ไม่มีวุฒิ ถ้าไม่มีวุฒิก็จะหางานยาก</p>



<p>ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจที่ตูมเจออยู่ ที่ตัวเองต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ตูมเลยรู้สึกว่าการออกจากโรงเรียนน่าจะดีกว่า แต่เพื่อไม่ให้การเรียนสิ้นสุดลง <strong>‘จีราพร เทียนทอง’</strong> หรือที่เด็กๆ เรียกกว่า <strong>แม่พร</strong> อสม. (อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) จึงชักชวนให้ตูมลองไปเรียน สกร. เผื่อว่าตูมจะได้เจอพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองในนั้น</p>



<p>ตูมจะเรียนที่ สกร. เฉพาะในวันอาทิตย์ตั้งแต่ 9 โมงถึงเที่ยง ส่วนวันธรรมดาก็เอาเวลาไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานขนลังนม เลี้ยงไก่ ปลูกผำ</p>



<p>การเรียนที่ สกร. ทำให้ตูมรู้สึกสดชื่นมากขึ้น โดยเฉพาะการที่มีครูที่ใจดี และพร้อมจะช่วยเหลือเขา ตูมบอกว่าอยู่ที่นี่เขาเฮฮาได้ คุยเล่นกับเพื่อนได้ แถมยังได้เรียนวิชาที่สนใจอีกด้วย เพราะที่นี่ครูจะให้เด็กเลือกว่าอยากเสริมทักษะด้านไหนบ้าง</p>



<p>เพราะฉะนั้นโรงเรียนในฝันสำหรับตูม คือ สถานที่ที่ทำให้เขาสามารถเป็นตัวเองได้ ซึ่งก็ต้องมาจากครูที่รักและเอาใจใส่เด็กๆ ด้วย&nbsp;</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">อ่านเรื่องราวของตูม: <a href="https://www.eef.or.th/article-300425/" target="_blank" rel="noopener" title="“เสกดินให้ปลูกอะไรก็ขึ้น เสกน้ำไว้รดพืชในสวน” พลังวิเศษในฝันของ ‘เด็กนอกระบบ’ ราชบุรี ที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร และมีความฝันอยากดูแลครอบครัว">“เสกดินให้ปลูกอะไรก็ขึ้น เสกน้ำไว้รดพืชในสวน” พลังวิเศษในฝันของ ‘เด็กนอกระบบ’ ราชบุรี ที่ใช้ชีวิตไม่เหมือนใคร และมีความฝันอยากดูแลครอบครัว</a></li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20a315"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/02_เอิร์ธ-ธนภัทร-ธรรมแสง_โรงเรียนที่อยู่ทุกที่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่อยู่ทุกที่</strong></h3>



<p>“อยากให้โรงเรียนเป็นทุกที่”</p>



<p>คำตอบจาก <strong>‘เอิร์ธ’ ธนภัทร ธรรมแสง</strong> เด็กชายอายุ 17 จากจังหวัดเชียงราย เมื่อเราถามว่าสำหรับเอิร์ธแล้ว อยากให้โรงเรียนเป็นแบบไหน</p>



<p>ที่เอิร์ธบอกว่าอยากให้โรงเรียนเป็นทุกที่ อาจจะเป็นเพราะว่าตัวเองไม่ค่อยได้อยู่กับที่สักเท่าไหร่ เนื่องจากเอิร์ธทำงานเป็นคนส่งแก๊ส หน้าที่ของเขาคือตามไปส่งแก๊สกับพี่ๆ กับเช็กรถให้นิดๆ หน่อยๆ</p>



<p>ตารางแต่ละวันของเอิร์ธไม่แน่นอน รวมถึงที่ที่จะต้องไปอีกด้วย เพราะฉะนั้นเขามักจะอยู่ไม่เป็นที่ เอิร์ธจึงรู้สึกว่าถ้าได้เรียน ก็อยากเรียนจากที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้</p>



<p>ก่อนหน้านี้เอิร์ธเป็นเด็กนักเรียนในโรงเรียนปกติ เข้า 8 โมง ออกจากโรงเรียน 4 โมง จนกระทั่งพ่อเสียซึ่งนี่หมายความว่าเขาเสียเสาหลักในบ้านไป เอิร์ธบอกกับเราว่าไม่อยากเห็นแม่ทำงานคนเดียว เลยอยากหาทางให้ตัวเองทำงานไปด้วยได้ และเรียนได้เหมือนกัน</p>



<p>ที่โรงเรียนห้วยซ้อวิทยาคม รัชมังคลาภิเษก อ.เชียงของ จ.เชียงราย จึงมีนวัตกรรมการศึกษายืดหยุ่นสำหรับเด็กที่มีเงื่อนไขในชีวิต ไม่ว่าจะมีปัญหาเศรษฐกิจ อยากทำงานไปด้วย หรือต้องเลี้ยงลูกไปด้วย ก็สามารถยังอยู่ในระบบการศึกษาได้ นวัตกรรมนี้เรียกว่า <strong>‘ห้องเรียนระบบสอง’</strong></p>



<p>เอิร์ธเข้าห้องเรียนระบบสองตั้งแต่ ม.5 เทอมสอง วิธีการเรียนในระบบสองทำให้เขาสามารถแบ่งเวลาไปทำงานได้สะดวกมากขึ้น แถมบางทีการทำงานก็เป็นการเรียนรู้ไปในตัวด้วยเหมือนกัน</p>



<p>“ชอบระบบสองเพราะว่าผมออกมาหาเงินเองได้”</p>



<p>ตอนนี้เอิร์ธผ่อนโทรศัพท์มือถือและรถมอเตอร์ไซต์ที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง เขาเล่าอย่างภูมิใจว่าภายในสิ้นปีนี้ก็คงจะผ่อนหมดแล้ว</p>



<p>สำหรับแม่ของเอิร์ธเองก็ภูมิใจในลูกชายไม่น้อย การทำงานไปด้วยเรียนไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เอิร์ธก็ทำได้</p>



<p>“แม่ไม่ได้หวังว่าต้องเกรดสี่เกรดสาม แต่คือคุยกันตั้งแต่แรกแล้วว่า การมีวุฒิมันทำให้เขาไปทำงานในอีกสังคมนึง อยากให้ได้ทักษะชีวิตมากกว่า อยากให้ดูแลตัวเองได้มากกว่าที่เหลือก็แล้วแต่เขา ให้เขาไปตกผลึกเอาเอง”</p>



<p>เอิร์ธจึงอยากเห็นทุกๆ ที่เป็นโรงเรียนเพราะจะได้ทำให้เขามีเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น บางคนอาจจะบอกว่าสำหรับเด็กการเรียนสำคัญที่สุด แต่ถ้าแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นได้ด้วย แบบนั้นจะดีกับเอิร์ธมากกว่า</p>



<p>“ตั้งแต่ทำงานมาผมรู้สึกว่าโรงเรียนเป็นทุกที่จริงๆ”</p>



<p>เอิร์ธเล่าว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน คือ ทักษะการสื่อสารกับคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า หรือคนที่ อายุมากกว่า เขาบอกว่านี่คือข้อดีของการทำงานที่การเรียนในโรงเรียนให้ไม่ได้</p>



<p>ยังมีเด็กหลายคนที่มีเงื่อนไขชีวิตอื่นๆ นอกเหนือจากการเรียน เพราะฉะนั้นก็คงจะดีถ้าเราได้เห็นทุกๆ ที่เป็นโรงเรียนจริงๆ และการเรียนก็สามารถให้วุฒิการศึกษากับผู้เรียนได้ด้วย</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">อ่านเรื่องราวของเอิร์ธ: <a href="https://www.eef.or.th/article-090625/" target="_blank" rel="noopener" title="นอกห้องสี่เหลี่ยมก็เรียนรู้ได้ : บทเรียนจากรถส่งแก๊สที่สอนให้เจรจา ไร่ยางที่สอนให้คิดกำไร ในสไตล์ของเด็กระบบสอง ณ ห้วยซ้อ">นอกห้องสี่เหลี่ยมก็เรียนรู้ได้ : บทเรียนจากรถส่งแก๊สที่สอนให้เจรจา ไร่ยางที่สอนให้คิดกำไร ในสไตล์ของเด็กระบบสอง ณ ห้วยซ้อ</a></li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-90a778"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/03_อิฐ-อนุชา-ขุนหวาง_โรงเรียนที่มีครูพร้อมจะช่วยเหลือนักเรียน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่มีครูพร้อมจะช่วยเหลือนักเรียน</strong></h3>



<p>“เมื่อก่อนชอบเรียน ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม”</p>



<p><strong>‘อิฐ’ อนุชา ขุนหวาง</strong> กล่าว ที่ต้องใช้คำว่าเมื่อก่อน เนื่องจากในปัจจุบันอิฐไม่ได้เรียนแล้ว เขาออกจากโรงเรียนในจังหวัดระนองตั้งแต่ ม.3 เพราะพ่อแม่บอกให้ออก ซึ่งอิฐเองก็ไม่รู้ทำไมต้องออก แต่อย่างน้อยเขาก็ได้มีโอกาสทำงานและหาเงินดูแลน้องๆ ทั้ง 3 คน ด้วยตัวเอง</p>



<p>เด็กหลายคนไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์ แต่ไม่ใช่สำหรับอิฐ เขาบอกว่าคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่เขาชอบที่สุดในสมัยที่ยังอยู่ในโรงเรียน</p>



<p>“ชอบเรียนคณิต เพราะครูใจดี”</p>



<p>นิยามของครูใจดีในความหมายของอิฐ คือ ครูที่ชอบช่วยเหลือเด็ก และครูที่ไม่ตีเด็ก อิฐเล่าว่าครูคณิตคนนี้ชอบช่วยเหลือเด็ก เวลาที่อิฐมีข้อสงสัยอะไรก็สามารถยกมือขึ้นถามได้เลย และครูก็จะมาให้อธิบายให้ฟังเป็นรายคนด้วย นี่จึงเป็นเหตุที่อิฐเข้าใจคณิตได้ง่าย</p>



<p>เพราะเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน อิฐจึงนำเนื้อหาที่ได้เรียนมาสอนต่อให้น้องๆ ที่บ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นวิชาคณิต อังกฤษ หรือวิทยาศาสตร์ อิฐก็สอนได้หมดเลย</p>



<p>อิฐเป็นเด็กที่พยายามแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว แม่แท้ๆ ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น เมื่อไม่เหลือใครเขาจึงต้องผันตัวมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัวเพื่อดูแลน้องๆ ให้ได้ดีที่สุด</p>



<p>คุยไปคุยมาแล้วเราค้นพบว่า พื้นที่ปลอดภัยสำหรับอิฐ คือ การได้อยู่กับคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย ตอนนี้คนที่ทำให้อิฐรู้สึกปลอดภัยมีทั้ง <strong>‘หมอแนน’ สุรานีย์ สุวรรณเนาว์</strong> พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง และพี่ๆ จากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคมไม่ว่าจะเป็น <strong>‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย</strong> ที่รับบทเป็นพี่ชายให้อิฐ รวมไปถึง <strong>‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</strong> ที่เป็นผู้ใหญ่อีกคนที่พึ่งพาได้ และที่สำคัญคือ <strong>‘แม่ปอ’ สุวรรณา สมิง </strong>ผู้ช่วยหัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง ที่เป็นอีกคนที่อิฐสนิทด้วย และเรียกว่าแม่</p>



<p>“ถ้าทักไปบอกหมอแนนว่ามีอาการซึมเศร้า เขาจะถามว่ากินยาหรือยัง เขาจะเป็นห่วง”</p>



<p>บางทีเด็กก็ไม่ได้อยากได้อะไรมาก ขอแค่ใครสักคนที่เป็นห่วงเขา ดูแลเขา และเป็นคนที่เขาสามารถพึ่งพาได้ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าคนๆ นั้นจะต้องเป็นคนในครอบครัวเสมอไป</p>



<p>อิฐบอกว่าตัวเองไม่ได้อยากไปเที่ยวไหน อยากอยู่กับน้องในบ้านที่ปลอดภัยและสงบ บ้านที่ปลอดภัยของอิฐก็อยากให้มีพ่อและแม่ด้วย ถึงแม้จะย้ายออกไปแล้วแต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">อ่านเรื่องราวของอิฐ: <a href="https://www.eef.or.th/article-090725/" target="_blank" rel="noopener" title="เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย">เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</a></li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a6b47d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/08/04_ตะวัน_โรงเรียนที่ไม่มีการทำร้ายกัน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนที่ไม่มีการทำร้ายกัน</strong></h3>



<p>“อยากให้โรงเรียนเป็นที่ที่เรียนแล้วครูไม่ว่า ไม่ด่า ทำให้เราอยากเรียนรู้”</p>



<p>เพราะตอนที่ยังต้องไปโรงเรียน <strong>‘ตะวัน’</strong> มักจะโดนครูดุและตี หลายครั้งที่เขากลับมาบ้านพร้อมกับแผลที่ครูตีในโรงเรียน เพราะฉะนั้นแล้วขอแค่มีครูที่ไม่ว่า ไม่ตี แค่นี้ตะวันก็พอใจแล้ว</p>



<p><strong>‘ไมตรี จำเริญสุขสกุล’</strong> พ่อของตะวันเล่าให้เราฟังว่าเขาเองก็พยายามปกป้องสิทธิ์ให้กับลูก เพื่อให้ลูกได้เรียนอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข แต่ดูไปดูมาแล้วระบบของโรงเรียนอาจจะไม่ได้เหมาะกับเด็กทุกคน ไมตรีจึงอยากพาลูกออกมาหาความรู้ข้างนอกมากกว่า อย่างน้อยเขาก็สบายใจได้ว่าตะวันจะไม่โดนตีอีก</p>



<p>พื้นที่ ‘โครงการการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ไมตรีสร้างขึ้นมานั้นจึงพยายามเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กให้ได้มากที่สุด ทั้งให้กับตะวันเอง และเด็กคนอื่นๆ ที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับการศึกษาแบบปกติอีกด้วย</p>



<p>“ครูบอกกับเราว่า ‘สอนไม่ไหว ลูกคุณมีปัญหาทางเสมอง’ ก็เลยพาไปหาหมอ สรุปว่าไม่มีอะไร”</p>



<p>แม้จะได้ยินแบบนี้แต่ไมตรีก็ยังตั้งคำถามในใจว่าลูกเขาจะเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือ ในเมื่อครูสอนไม่ได้ เขาก็จะเป็นคนสอนลูกเอง และก็ค้นพบว่าลูกของเขาเรียนได้ อ่านออกเขียนได้ปกติเหมือนเด็กทั่วไป ที่สำคัญคือลูกเขาไม่ต้องทนเจ็บตัว</p>



<p>ไมตรีเลือกที่จะสอนลูกเองที่บ้าน แม้จะมีกังวลบ้างว่าที่สอนไปเด็กจะเอาความรู้ตรงนี้ไปหางานทำได้หรือไม่ ไมตรีเลยพยายามสอนทักษะการทำงานอย่างปลูกผัก เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ อย่างน้อยๆ ถ้าไม่มีใครจ้างงาน ก็สามารถเอาทักษะเหล่านี้มาทำธุรกิจของตัวเองได้</p>



<p>“การเรียนที่สำคัญคือไม่ใช่แค่ตัวหนังสืออย่างเดียว มันคือชีวิตของเขา ศีลธรรมอันดีงามยุคนี้มันหายไป เรียนเรื่อง ก.ไก่ ข.ไข่ เอบีซี แต่ลืมไปเลยเรื่องความถูกต้อง” ไมตรีทิ้งท้าย</p>



<p>ไมตรีหวังกว่าพื้นที่แห่งนี้จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กคนอื่นๆ ได้ด้วย ปัจจุบันที่นี่มีเด็กคนอื่นๆ เรียนรวมอยู่ด้วย บางคนคือเด็กที่ชาวบ้านมองว่าเกเรบ้าง ติดยาบ้าง เป็นปัญหาสังคมบ้าง แต่สำหรับไมตรีทุกคนคือเด็กคนหนึ่งที่อยากได้โอกาสในชีวิต ซึ่งพวกเขาก็สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ ถ้าหากได้รับการสนับสนุน<br></p>



<ul>
<li style="font-size:16px">อ่านเรื่องราว: <a href="https://www.eef.or.th/article-260525/" target="_blank" rel="noopener" title="เรื่องเล่าจากพี่เลี้ยงแห่งกองผักปิ้ง ผู้ดูแลเด็กนอกสายตา">เรื่องเล่าจากพี่เลี้ยงแห่งกองผักปิ้ง ผู้ดูแลเด็กนอกสายตา</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-080825/">โรงเรียนที่เด็กนอกระบบอยากไป เป็นแบบไหนบ้าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘วินิจฉัย รักษาใจ ให้เด็ก ๆ นอกระบบพ้นขีดอันตราย’ ไม่ง่ายแต่ทำได้ที่ระนอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-150725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Jul 2025 01:39:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[รักษาใจ]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[ระนอง]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94887</guid>

					<description><![CDATA[<p>พื้นที่อันตรายคือครอบครัวและโรงเรียน&#160; สำหรับเด็กบา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150725/">‘วินิจฉัย รักษาใจ ให้เด็ก ๆ นอกระบบพ้นขีดอันตราย’ ไม่ง่ายแต่ทำได้ที่ระนอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พื้นที่อันตรายคือครอบครัวและโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>สำหรับเด็กบางคน พื้นที่อันตรายของเค้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวที่ไม่เคยหมดไป รวมถึงการถูกด้อยค่าหรือบุลลี่ที่เกิดขึ้นในรั้วโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>ความอันตรายเหล่านี้มากพอทำให้เด็กหลายคนหลุดออกนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>ที่ตำบลม่วงกลวง อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ก็ไม่ต่างจากที่อื่นๆ โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนที่มากขึ้นเรื่อยๆ&nbsp;</p>



<p>‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย จากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม หัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง 1 ใน 40 ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) บอกว่าที่นี่เด็กๆ ถูกโอบล้อมด้วยพื้นที่อันตราย การจะสร้างพื้นที่ปลอดภัยได้ต้องพาเค้าออกมาจากพื้นที่อันตรายก่อน และพื้นที่อันตรายคือโรงเรียนและครอบครัว</p>



<p>ในฐานะคนทำงานด้านเด็กและเยาวชนมานาน หนุ่มบอกว่า ต้องยอมรับว่าเด็กหลายคนที่หลุดออกนอกระบบการศึกษาไม่ใช่เด็กหน้าห้อง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70.jpeg" alt="" class="wp-image-94894" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-70-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">หนุ่ม-นิพนธ์ มีชัย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ถูกเพื่อนบูลลี่ โดนครูสั่งงานหรือตัดเกรดทำให้เขาอยู่กับระบบไม่ได้ หมายความว่าเด็กจะเจออันตรายสองชั้นเลยทั้งในครอบครัวและโรงเรียน ถ้าภูมิเขาไม่แข็งแรงพอก็จะติดยา นี่คือสภาวะความเสี่ยงของเด็กที่นี่ ”&nbsp;</p>



<p>พื้นที่อันตรายต่อมาคือครอบครัว มองด้วยตาเปล่าเราอาจไม่มีทางรู้ว่าบ้านหลังไหนใช้ความรุนแรง ไม่ว่าทางกาย คำพูด หรือทางใจ โดยเฉพาะถ้าบุคคลที่ใช้ความรุนแรงเป็นคนที่เด็กรัก การเอา ‘ความใน’ ออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะถ้าการเอาเรื่องในบ้านนั้นออกมาพูดจะเป็นการวกกลับมาทำร้ายพ่อแม่ </p>



<p>แต่สุดท้าย เด็กก็คือตัวแสดงผลของทุกอย่าง </p>



<p>‘อิฐ’ อนุชา ขุนหวาง ที่ตัดสินใจออกจากโรงเรียนหลังจบม.3 มาทำงานดูแลน้อง 3 คน พ่อกับแม่แยกทาง ตอนนี้อิฐอายุ 21 ทำงานรับจ้างแทบทุกอย่าง เพื่อเป็นรายได้หลักของครอบครัว และอิฐถูกวินิจฉัยว่าเป็นซึมเศร้า เคยพยายามฆ่าตัวตายโดยการกินยาแต่ไม่สำเร็จ</p>



<p>แต่อิฐผ่านมันมาได้และอยู่มาจนถึงวันนี้ เพราะเจอ ‘คน’ นอกครอบครัวที่ทำให้เค้ารู้สึกไว้ใจและปลอดภัย หนึ่งในนั้นคือ ‘หมอแนน’ คนที่อิฐมักจะไลน์หาบ่อยๆ เมื่อรู้สึกว่าตัวเองดิ่ง และภาวะซึมเศร้าเข้าจู่โจม</p>



<p>สุรานีย์ สุวรรณเนาว์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง หรือ ‘หมอแนน’ ที่คนม่วงกลวงเรียกติดปากรวมถึงอิฐด้วย&nbsp;</p>



<p>หมอแนนเป็นคนระนองโดยกำเนิดและไปเรียนต่อเฉพาะทางด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่นที่สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต การเป็นคนพื้นที่และมีความรู้เฉพาะทาง ทำให้การเข้ามาสร้างพื้นที่ปลอดภัยในพื้นที่นี้ มีทั้งความแตกต่าง ยากและเฉพาะตัว </p>



<p>หมอแนนเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความน่ากลัวของโรงพยาบาลให้เป็นบ้านที่ใครๆ ก็อยากมา </p>



<p>“เวลาพามาโรงพยาบาลเด็กๆ ก็ร้องไห้ มาด้วยความเจ็บป่วย แม่ก็จะขู่ลูกอย่าร้องนะเดี๋ยวหมอฉีดยา เราก็จะเบรกตอนนั้นเลยและบอกว่าอย่าไปฝังหัวลูกแบบนั้น จริงๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่ที่ปกป้องดูแลรักษานะไม่ใช่พื้นที่ที่จะเอาคุณมาฆ่าแกง แต่ให้เขาเรียนรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ฉันรู้สึกตัวเองเจ็บปวด ไม่ปลอดภัยหรือไม่สบาย คุณต้องมาที่นี่ เพราะที่นี่มันเป็นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่ป่วยนะ ทั้งร่างกายและใจ”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68.jpeg" alt="" class="wp-image-94892" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-68-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">หมอแนน-สุรานีย์ สุวรรณเนาว์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>วิธีที่หมอแนนใช้กับเด็กๆ เวลาต้องฉีดยาหรือฉีดวัคซีน คือ บอกว่าเดี๋ยวหมอจะเติมพลังให้หนูแต่ว่ามดมันจะกัดหนูนิดนึงนะตอนเติมพลัง&nbsp;</p>



<p>ด้วยหลักคิดเดียวกันนี้ หมอแนนเอามาใช้ทำงานในโครงการฯ ร่วมกับหนุ่ม แจง และทีมปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม ที่เริ่มต้นจากการร่วมกันวินิจฉัยอาการของเด็กนอกระบบแต่ละคนก่อนว่า พวกเขาป่วยข้างในด้วยอาการอะไรหรือแวดล้อมด้วยความเสี่ยงอะไรบ้าง จากนั้น ดึงพวกเขาออกมา แล้วค่อยว่ากันในสเต็ปถัดไปเรื่องสร้างพื้นที่ปลอดภัย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>วินิจฉัย อาการป่วยใจเบื้องต้น</strong>&nbsp;</h3>



<p>รพ.สต.มีข้อมูลเบื้องต้นของคนเจ็บป่วย พิการ ด้อยโอกาส ผู้สูงวัย ไปจนถึงแม่วัยรุ่น (แม่วัยใส) อยู่แล้ว การค้นหาเด็กนอกระบบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ จึงไม่ใช่เรื่องยาก เพราะสิ่งที่ยากกว่าคือการเข้าหาเด็กๆ กลุ่มนี้&nbsp;</p>



<p>“เยาวชนที่เสพส่วนใหญ่จะไปหลบอยู่ตามกระท่อมในสวน หรือไม่ก็แพ กระชังปลา จะไม่ออกมาวุ่นวายในชุมชนเหมือนพื้นที่อื่น ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนในชุมชนอย่าง ขโมย หรือ ทำร้ายร่างกายเลยไม่ค่อยมี เพราะเค้าจะแยกตัวไป รู้อีกทีตอนอาละวาด ควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว ขั้นนั้นครอบครัวถึงจะพามา”&nbsp;</p>



<p>ปัญหายาเสพติดอยู่ใต้ร่มใหญ่อย่างความยากจนอีกที เฉพาะกรณีนี้แยกย่อยออกได้อีกว่าเด็กจำนวนไม่น้อยอยู่ในครอบครัวแตกแยก ยังไม่รวมอีกสองเรื่องใหญ่คือ พ่อแม่วัยรุ่นท้องไม่พร้อม และ เยาวชนกลุ่มเปราะบาง/พิการ&nbsp;</p>



<p>‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ อีกหนึ่งกำลังสำคัญจากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม ที่คลุกคลีในพื้นที่มานาน บอกว่าเด็กคนหนึ่งแบกไว้มากกว่าหนึ่งปัญหา บางคนเหมาจบครบทุกเรื่องจนไม่รู้ว่าจะเริ่มแก้ยังไงก่อนดี&nbsp;</p>



<p>“เด็กเหมือนกับตัวแสดงผลที่มันเกิดมาจากปัญหาอื่นๆ ดังนั้นโครงการฯ นี้ถ้าทำแค่เด็กอย่างเดียวมันหนักและยากมาก ไปทำผู้ใหญ่อย่างเดียวมันก็ไม่ได้อีก เลยมองว่าจะต้องมีครอบครัวหรือชุมชนเข้ามาเกี่ยว ทำเป็นทีม ทีมเป็นกลไกสำคัญ”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1067" height="1600" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65.jpeg" alt="" class="wp-image-94889" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65.jpeg 1067w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-65-1024x1536.jpeg 1024w" sizes="(max-width: 1067px) 100vw, 1067px" /><figcaption class="wp-element-caption">แจง-ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ถึงแนนกับหนุ่มจะเป็นคนวางหมาก แต่คนเดินหมากสำคัญในเกมนี้คือหมอแนน ที่ใช้ความรู้ด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่นเป็นตัวรุก หากเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ชัยชนะแต่คือความไว้ใจจากเด็กๆ&nbsp;</p>



<p>“พอได้ไปเรียนเชิงลึก ทำให้มองปัญหาวัยรุ่นเปลี่ยนไป เราจะเห็นเลยว่าพื้นฐานที่ผ่านมาเค้าเจออะไรมาบ้าง ทำไมวันนี้เค้าดื้อ ก้าวร้าว และคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรกับเค้า การรู้ลึกมากขึ้นช่วยปิดต้นตอกับแก้ไขปลายทางที่เกิดขึ้นแล้ว”&nbsp;</p>



<p>‘เราะห์’ อุไรรัตน์ หวันร่าหมาน หนึ่งในเด็กหลุดออกนอกระบบที่หมอแนนดูแล น้องเราะห์พิการ มาพร้อมภาวะพัฒนาการทางสมองช้าเพราะตอนเด็กเป็นลมชักแล้วไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง เรียนจนถึงชั้นประถมจึงต้องลาออกและแม่ต้องเผชิญกับปัญหาการดูแลลูกที่มีพัฒนาการช้าทางด้านสมองและร่างกาย&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดนี้บาดแผลทางใจไม่ปราฏในลูกสาวที่พิการและพัฒนาการสมองช้า แต่กลับไปฝังในใจของคนเป็นแม่ หมอแนนเองก็ไม่เคยคุยกับแม่ตรงๆ แต่เห็นได้จากการไม่เคยปล่อยลูกให้คลาดสายตา</p>



<p>“แม่เก็บตัว ไม่เข้าสังคม กลัวสายตาคนอื่น ชุมชนไม่ได้มีใครรังเกียจแต่ตัวแม่อาจมีอคติต่อตัวเอง โทษตัวเองว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรื่องเกิดขึ้น”&nbsp;</p>



<p>โครงการฯ จึงพาทั้งน้องเราะห์และคุณแม่กลับมาสู่ความเป็นปกติอีกครั้ง สำหรับน้องเราะห์ เริ่มต้นจากการฟื้นฟูและฝึกร่างกายให้ดูแลตัวเองได้ ช่วยงานบ้านได้ตามศักยภาพ ซึ่งนั่นเท่ากับการฟื้นฟูคุณแม่ไปในตัวด้วย&nbsp;</p>



<p>“แผลเป็นของแม่ อาจได้ทำหน้าที่เป็นประสบการณ์ให้แม่ว่าต่อไปต้องดูแลลูกอย่างไร ดังนั้นบาดแผลไม่จำเป็นต้องหายไป แต่การเลือกที่จะใช้ชีวิตบนบาดแผลยังไงให้ไม่เจ็บปวด อยู่กับมันให้ได้ ซึ่งการที่เห็นลูกสามารถดูแลตัวเองได้ก็สามารถทำให้เขาอยู่ต่อได้”&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67.jpeg" alt="" class="wp-image-94891" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-67-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">เราะห์-อุไรรัตน์ หวันร่าหมาน และแม่</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>รักษาด้วยความไว้ใจและปลอดภัย</strong></h3>



<p>การอยู่ต่อได้ของเด็กคนหนึ่ง เราจำเป็นต้องรู้ว่าเค้าเจ็บป่วยด้วยสาเหตุอะไรไม่ว่าจะเป็นทางกาย ทางใจ และทางสังคม จากนั้นหาวิธีฟื้นฟู เยียวยา เพื่อพาเค้ากลับมาใช้ชีวิตตามศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>“พอเค้ารู้สึกว่าตัวเองอยู่ในบ้านที่ปลอดภัยมากพอ ตอนนั้นการเรียนรู้ถึงจะเกิดขึ้น” หนุ่ม ย้ำ&nbsp;</p>



<p>หนุ่ม แจง สองหัวเรี่ยวหัวแรงจากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์สังคม จึงไม่ได้ตั้งต้นโครงการฯ ด้วยการพาเด็กกลับเข้าโรงเรียน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จะนับหนึ่งจากการค้นหาว่ามันจะมีการเรียนรู้แบบไหนบ้างที่เหมาะกับพวกเค้า</p>



<p>“ถ้าเด็กยังไม่พร้อม เราคิดว่าไม่ควรรีบให้เขากลับไปจุดนั้นถ้ามันยังไม่ใช่สำหรับเขา เพราะฉะนั้น ในคอนเซ็ปต์การสร้างพื้นที่ปลอดภัยคือถ้าเด็กไม่รู้สึกปลอดภัยก่อนเขาก็จะไม่มีเรี่ยวแรงที่อยากจะเรียนรู้”&nbsp;</p>



<p>ทั้งสามยอมรับว่า เด็กที่หลุดออกนอกระบบที่ดูแลอยู่มีศักยภาพไม่เท่ากัน บางคนทำได้เต็มที่คือดูแลและช่วยเหลือตัวเองอย่างน้องเราะห์ ส่วนอีกหลายคน ปากท้องของครอบครัวมาก่อนการเรียนอย่างอิฐที่ต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ และพี่ ให้น้องๆ อีกสามคนได้กินอิ่ม นอนหลับและไปโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าอิฐเป็นซึมเศร้า ถึงอายุแค่ 21 แต่ทำหลายอย่างที่โตเกินตัว รวมถึงการอดทน แบกและเก็บทุกอย่างไว้ มีเรื่องอะไรก็ไม่เคยปรึกษาใคร&nbsp;</p>



<p>“กลัวไปรบกวนคนอื่น เพราะคิดว่าเรื่องของตัวเองไม่สำคัญ” อิฐบอกกับเราในตอนท้ายของการสนทนา</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69.jpeg" alt="" class="wp-image-94893" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-69-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อิฐ-อนุชา ขุนหวาง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>และการรับฟัง ค่อยๆ ทำให้อิฐวางใจและรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ นั่นเป็นวิธีการสร้างพื้นที่ปลอดภัยของหมอแนน คนที่อิฐกล้าโทรมาหาแล้วบอกว่า “ตอนนี้ผมเริ่มซึมแล้ว ผมต้องกินยามั้ย” </p>



<p>หมอแนนบอกว่า พื้นที่ปลอดภัย คือใครก็ได้ที่เค้าไว้วางใจมากที่สุด </p>



<p>“สถานที่อาจจะเป็นรองละ สำคัญกว่าคือคนที่มาเติมเต็มหรือมาทำให้เขามีความสุขได้และทำให้เขาปลอดภัย”&nbsp;</p>



<p>การเรียนรู้ที่โครงการฯ ออกแบบมาให้น้องเราะห์ อิฐ และเด็กๆ คนอื่น จึงแตกต่างกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งหมดตั้งต้นที่ความสุข&nbsp;</p>



<p>“เรามองเห็นความสุขของเด็กที่มาทำกิจกรรม เลยเล็งไปที่ความสุข และเด็กกลุ่มนี้ไม่มีศักยภาพมากพอทำอาชีพเลี้ยงตัวเอง แต่คนที่ทำอาชีพเลี้ยงเค้าคือผู้ปกครอง ควรจะอยู่กับเค้าได้และมีรายได้ด้วย และเด็กเองก็มีศักยภาพในการช่วยเหลือตัวเอง ดูแลตัวเอง หลายคนช่วยแม่แกะเนื้อปู แกะสะตอ เค้าคงไม่สามารถทำเป็นอาชีพได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เป็นผู้ช่วยได้” </p>



<p>และความภูมิใจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ก็คือความสุขอย่างนึง </p>



<p>“น้องกลุ่มพิการอย่างเราะห์ เราพูดคุยว่าอยู่บ้านทำอะไรได้บ้าง ดูแลตัวเองได้ในระดับนึง อาบน้ำ แต่งตัว พับผ้า มันเป็นความภูมิใจที่ได้ทำกิจวัตรประจำวันหลังตื่นนอนได้ เป็นความภูมิใจแรกในชีวิตที่ไม่ว่าเด็กปกติ หรือไม่ปกติควรมี ควรทำ”</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1196" height="1600" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71.jpeg" alt="" class="wp-image-94895" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71.jpeg 1196w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71-765x1024.jpeg 765w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-71-1148x1536.jpeg 1148w" sizes="(max-width: 1196px) 100vw, 1196px" /></figure>



<p></p>



<p>ความสุขเกิดจากการวางใจกับใครสักคนได้ เลยเป็นแรงบันดาลใจของการสร้างพื้นที่ปลอดภัยและจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อการเรียนรู้โดยใช้นิเวศ ‘บ้าน’ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญของโครงการนี้ และบ้านที่วางเอาไว้มี 4 แบบ คือ</p>



<p>1.บ้านฉัน : นิเวศที่เอื้อต่อการทํากิจกรรมของเด็ก สถานที่ไม่พลุกพล่าน เป็นส่วนตัว เป็นพื้นที่เปิดใจ เด็กแสดงความคิดเห็นได้&nbsp;</p>



<p>2.หน้าบ้านฉัน : พื้นที่หน้าบ้านแกนนําที่มีเด็กๆ เข้ามาร่วมกิจกรรมอย่างมีความสุข เป็นพื้นที่ปลดปล่อย มีอิสระ ค้นหาตัวเองค้นหาความฝัน</p>



<p>3.หลังบ้านฉัน : เป็นพื้นที่ ที่เด็กๆ สามารถมาร่วมทํากิจกรรม เด็กมานั่ง มานอน มาเล่น มาหาอะไรทํา มาหาอะไรกิน มาระบายความในใจ มาเรียนรู้อาชีพ มาเป็นที่พักผ่อน ไม่สบายใจก็สามารถมานอนเล่นได้ มาปรึกษาได้ทุกเรื่อง เป็นพื้นที่ส่งต่อความรู้ ส่งต่ออาชีพ</p>



<p>4.รอบบ้านฉัน : พื้นที่เรียนรู้ฉบับกระเป๋า ที่สามารถพกพาไปจัดกระบวนการเรียนรู้ ได้ทุกที รอบรั้วบ้าน รอบรั้วชุมชน โดยมีหมอแนนเป็นฝ่ายสวัสดิการคอยซัพพอร์ตใจตลอดทาง เพราะรู้ดีว่าเป็นเด็กสมัยนี้มันไม่ง่าย&nbsp;</p>



<p>“ไม่ใช่แค่เด็กระนอง แต่เด็กรุ่นนี้ถ้าเติบโตมาไม่ดี เขาจะมีความเข้มแข็งทางด้านจิตใจต่ำ ต่างจากเจนเรา (เจนเอ็กซ์) ที่ถูกหล่อหลอมจากทักษะชีวิต จากประสบการณ์ที่ทำให้เราเข้มแข็ง มันต้องเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ พอเจอปัญหาก็จะรับมือได้ แต่เด็กๆ สมัยนี้ไม่ใช่ พ่อแม่ไม่ใช่ฮีโร่สำหรับเขา”&nbsp;</p>



<p>ด้วยสื่อที่เข้าถึงง่ายแค่หน้าจอ เด็กๆ สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ แล้วเขาสามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าพ่อแม่ หลายอย่างมันทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่มากกว่าพ่อแม่ หลายอย่างไม่ต้องพึ่งพาผู้ปกครอง&nbsp;</p>



<p>“เด็กสามารถดูแลตัวเองได้ พ่อแม่ไม่อยู่ไม่เป็นไรเอาตังค์วางไว้ให้หนูสั่งอาหารกินเอง เขาเลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่ ฉันดูแลตัวเองได้ เด็กบางคนสามารถหาเงินได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องพึ่งพาพ่อแม่ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาจึงไม่ได้ผ่านประสบการณ์ชีวิต เมื่อไหร่ที่เขาขึ้นสูงแล้วตกตุ๊บมันจึงเจ็บ แก้ปัญหาเองไม่ได้ เด็กไม่ได้เรียนรู้ประสบการณ์การแก้ไขปัญหา พ่อแม่ก็ไม่ปรึกษาเพราะว่าไม่ใช่ฮีโร่” หมอแนนชี้สาเหตุร่วม&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66.jpeg" alt="" class="wp-image-94890" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-66-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>‘บ้าน’ ในโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง จึงให้เวลาและความสำคัญการวางรากฐานอย่างมาก นั่นคือความปลอดภัยและไว้ใจ ส่วนกลางทาง หรือ ปลายทาง จะออกหัวหรือก้อยที่การเรียนรู้แบบไหน ให้เด็กๆ ออกแบบเอง&nbsp;</p>



<p>“เราไม่ได้มองเชิงกายภาพอย่างเดียวแต่ต้องมีมิติทางทางใจ สามารถให้คำปรึกษาเด็กไว้วางใจ ผู้ปกครองไว้วางใจ ออกแบบกิจกรรมที่มาเรียนรู้ร่วมกัน แล้วในความคำว่าปลอดภัยมันต้องเปิดฟังความคิดเห็น ให้เด็กๆ มีโอกาสได้เป็นพื้นที่ของเขาจริงๆ ด้วย ให้เขาได้ค้นหาตัวเอง ที่สำคัญคือมันจะทำให้เขาได้เรียนรู้แล้วฉุกคิด ถ้าเขาผ่านกระบวนการแบบนี้ วันนึงเขาอาจไปเจอปัญหาแล้วเขาเอาตัวรอดได้ นั่นคือพอแล้ว”หนุ่มทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-150725/">‘วินิจฉัย รักษาใจ ให้เด็ก ๆ นอกระบบพ้นขีดอันตราย’ ไม่ง่ายแต่ทำได้ที่ระนอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-090725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 09 Jul 2025 10:38:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[ซึมเศร้า]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94837</guid>

					<description><![CDATA[<p>หอแต๋วแตก บ้านผีปอบ และโดราเอมอน สามสิ่งนี้ช่วยสร้างสีส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090725/">เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หอแต๋วแตก บ้านผีปอบ และโดราเอมอน</p>



<p>สามสิ่งนี้ช่วยสร้างสีสันในชีวิตของ <strong>‘อิฐ’ อนุชา ขุนหวาง</strong> ได้ดีมาก ปกติตารางในแต่ละวันของอิฐเริ่มตั้งแต่ตี 5 และจบตอน 3 ทุ่ม อิฐบอกว่าถ้ามีเวลาก็จะนั่งดูหนังในโทรศัพท์ อิฐไม่มียูทูปเบอร์ที่ชอบ ไม่ค่อยเล่น TikTok เท่าไหร่ สิ่งที่เขาชอบที่สุดคือการได้ดูหนังตลกเก่าๆ แบบนี้ เขาบอกว่าเรื่องที่ดูซ้ำและชอบมากที่สุดคือ หอแต๋วแตก แหกกระเจิง&nbsp;</p>



<p>เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย อิฐ พี่ชายวัย 21 ปีที่รับบทเป็น ‘ทุกอย่าง’ ให้น้องๆ 3 คนในบ้าน&nbsp;</p>



<p>“ตื่นตั้งแต่ตี 5 มาหุงข้าว ทำกับข้าว ปลุกน้อง พาน้องไปกินข้าวและอาบน้ำ จากนั้นก็ไปส่งน้องที่โรงเรียน”</p>



<p>หลังจากส่งน้องที่โรงเรียนเสร็จ สิ่งต่อมาที่อิฐทำคือทำงาน อย่าถามว่าทำงานอะไรบ้าง ให้ถามว่าอิฐไม่ทำงานอะไรบ้างดีกว่า งานที่ทำอยู่ประจำตอนนี้คือรับจ้างทำความสะอาดบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ ถ้ามีเวลาว่างจากงานประจำอิฐก็จะตามพ่อไปเก็บถังปาล์ม หาปลา ตกปู โพสต์ขายข้าวต้มมัด ส่งขนมให้ลูกค้า ซึ่งบ้านของอิฐก็อยู่ในพื้นที่ ต.ม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง</p>



<p>ฟังแล้วรู้สึกว่าอิฐใช้เวลา 24 ชั่วโมงต่อวันได้คุ้มสุดๆ แต่<strong>สิ่งที่ขาดไปในกิจวัตรประจำวันคือการเรียน</strong> อิฐออกจากโรงเรียนตั้งแต่ ม.3 เหตุผลที่ต้องออกเพราะว่าพ่อกับแม่ให้ออก อิฐบอกกับเราว่าความรู้สึกตอนนั้นมันบอกไม่ถูก</p>



<p>“เมื่อก่อนชอบเรียน ตอนนี้ชอบทำงาน ไม่รู้ทำไม มันอาจจะเป็นหน้าที่ของเราไปแล้ว”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49.jpeg" alt="" class="wp-image-94845" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-49-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อิฐ-อนุชา ขุนหวาง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อไม่มีเรียน ชีวิตของอิฐเลยมีแต่เลี้ยงน้องและทำงาน ถ้าถามว่าทำไมเด็กคนหนึ่งต้องทำสารพัดอย่างขนาดนี้ ก็คงเป็นเพราะว่าตอนนี้เขาคือเสาหลักของบ้าน เนื่องจากพ่อและพี่ชายติดยาเสพติด ส่วนแม่ก็ย้ายไปอยู่ที่อื่น</p>



<p>ผลข้างเคียงของยาเสพติดนอกจากที่มันจะทำลายร่างกายและความคิด ยาเสพติดยังทำร้ายคนรอบข้างอีกด้วย อิฐและน้องๆ คือกลุ่มคนที่เจอกับความรุนแรงจากที่อยู่ใกล้คนเสพยา บางครั้งพ่อไปลงที่น้อง อิฐก็ต้องเข้าไปห้าม และเมื่อห้ามเขาก็จะโดนลูกหลงไปด้วยเช่นกัน ในขณะเดียวกันปัญหานี้ส่งผลให้อิฐไม่มีเพื่อน เพราะเพื่อนรู้ว่าพ่อของอิฐอารมณ์รุนแรง จึงไม่มีใครๆ กล้ามาที่บ้าน</p>



<p>“เขาบอกว่าเสพยาแล้วจะขยัน ผมไม่เห็นคนเสพแล้วขยันสักคน”</p>



<p>อิฐพูดขึ้นระหว่างทางไปหาดบางเบน ซึ่งห่างจากบ้านอิฐไม่ถึง 5 กม. แต่นี่คือการมาเที่ยวทะเลครั้งที่สองในชีวิตของอิฐ&nbsp;</p>



<p>ที่นี่หายาเสพติดได้ง่ายมาก อิฐบอกว่ากำเงินไม่ถึง 50 บาทก็หายาได้แล้ว พ่อกับพี่ชายเคยพูดว่ายาทำให้พวกเขามีแรงทำงานมากขึ้น แต่อิฐไม่เห็นด้วย</p>



<p>เพราะแบบนี้เองทำให้น้องๆ คือคนที่อิฐรักและเป็นห่วงมากที่สุด เขาไม่อยากให้น้องโดนทำร้าย ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากให้น้องๆ โตไปและมีพฤติกรรมแบบพ่อ ตอนนี้อะไรที่ทำได้เขาจึงทำไปก่อน เงินที่ได้มาก็เอาไปเลี้ยงน้องทั้งหมด อิฐเล่าให้เราฟังว่าถ้าน้องขออะไร ก็จะพยายามให้เท่าที่ให้ได้และให้ทันที</p>



<p>แต่ของที่ให้ตัวเอง อิฐกลับคิดแล้วคิดอีก อิฐหยิบโทรศัพท์ให้เราดูและบอกว่าเขาใช้เวลาคิดว่าควรจะซื้อโทรศัพท์เครื่องนี้หรือไม่เป็นเวลาเกือบปี ทั้งๆ ตัวเองก็มีเงินเก็บพร้อมแล้ว แต่เพราะอะไรไม่รู้ทำให้อิฐรู้สึกว่าไม่อยากซื้อของให้ตัวเอง จนกระทั่งคิดได้ว่าโทรศัพท์เครื่องนี้สามารถใช้ให้น้องๆ ติดต่อกับแม่ได้ เขาจึงตัดสินใจซื้อทันที</p>



<p>ด้วยความที่เป็นคนที่นึกถึงคนอื่นก่อนเสมอ เวลามีเรื่องราวทุกข์ใจอะไรก็เลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง เพราะมองว่าทำแบบนี้แล้วคนอื่นน่าจะสบายใจมากกว่า ไม่ใช่ว่าอิฐไม่เคยลองปรึกษามาก่อน เขาลองเอาความกังวลใจไปเล่าให้พ่อ ญาติ หรือคนรอบตัวคนอื่นๆ ฟัง สิ่งที่ได้กลับมาคือการมองว่าเรื่องของอิฐเป็น ‘เรื่องเล็กน้อย’</p>



<p>“เคยปรึกษาทั้งพ่อและแม่เรื่องที่พ่อเสพยา เขาก็บอกว่ามันเรื่องเล็กนิดเดียว ก็เลยเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว อย่างน้อยมันก็ดีกับคนอื่น”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-95110" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92-1024x1536.jpeg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-92.jpeg 1067w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>เมื่อต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับอิฐโดยที่เขาไม่รู้ตัวคือ ‘โรคซึมเศร้า’ อิฐไม่รู้ว่าโรคซึมเศร้าคืออะไร มารู้อีกทีก็ตอนที่หมอบอก ซึ่งอิฐต้องใช้เวลากินยาเป็นปีๆ กว่าจะดีขึ้น</p>



<p>อิฐเคยมีความคิดที่อยากจะลาโลกใบนี้ และเขาลองทำมาแล้วครั้งหนึ่ง โชคดีที่คนแถวบ้านมาเห็นจึงช่วยไว้ทัน อิฐเล่าว่าตอนนี้ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายอีกแล้ว เพราะก็คิดได้ว่าถ้าเขาไม่อยู่น้องๆ ก็คงจะลำบาก ภาระและหน้าที่ทำให้อิฐมีแรงใช้ชีวิตต่อ อีกสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือศาสนา อิฐนับถือศาสนาอิสลามซึ่งตามหลักแล้วฆ่าตัวตายถือว่าเป็นบาป</p>



<p>แต่ท่ามกลางมรสุมชีวิต ก็ยังมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แสงสว่างนี้มาจากผู้ใหญ่กลุ่มหนึ่งที่มองเห็นความขยันและหวังดีของอิฐ พวกเขาเข้ามาช่วยเป็นที่พึ่งให้อิฐเพื่อที่จะไม่ได้โดดเดี่ยวจนเกินไป</p>



<p>แสงสว่างที่ว่านี้คือ ‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ​ และ  ‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย  จากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ที่อิฐเรียกว่าพี่ และ ‘หมอแนน’ สุรานีย์ สุวรรณเนาว์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง ที่ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจให้อิฐ (อ่านต่อ <a href="https://www.eef.or.th/article-150725/" target="_blank" rel="noopener" title="">https://www.eef.or.th/article-150725/</a>) </p>



<p>ทั้งสามเห็นความ ‘รักดี’ ของอิฐมาตั้งแต่ต้นเลยตัดสินใจร่วมกันว่า ก่อนจะพาอิฐกลับเข้าไปเรียนรู้ใหม่ ต้องพาเด็กหนุ่มคนนี้ออกจากพื้นที่อันตรายก่อน จึงตัดสินใจชวนอิฐเข้ามาในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง ชวนอิฐใช้เวลาว่างจากการทำงานมาทำกิจกรรมต่างๆ&nbsp;</p>



<p>ผ่านไป 1 ปี อิฐได้เปิดโลกกว้างมากขึ้นจากการทำกิจกรรมกับกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ และ กสศ. เขาได้พักผ่อนจากการทำงานและได้ไปเล่นตามประสาเด็กบ้าง บางทีทีมก็พาไปเปิดหูเปิดตาที่กรุงเทพฯ ซึ่งหนุ่มและคนอื่นๆ ก็เห็นว่าอิฐมีความสดใสขึ้นเยอะ</p>



<p>ล่าสุด จากที่เคยพักวางเป้าหมายเรื่องการเรียนต่อของตัวเองเอาไว้ก่อนเพราะอยากให้น้องได้เรียนเต็มที่ แต่ตอนนี้อิฐบอกแผนไว้คร่าวๆ ว่าอยากกลับไปเรียนต่อกศน. การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย)&nbsp; เพราะรอบข้างมีผู้ใหญ่ใจดีคอยหนุนเต็มไปหมด&nbsp;</p>



<p>เพราะความฝันของอิฐตอนนี้คือการทำงานในโรงพยาบาล อิฐบอกว่าจะเป็นงานอะไรก็ได้ ขอแค่ได้อยู่ในโรงพยาบาลเพราะเขาอยากช่วยเหลือคน ทุกวันนี้อิฐมีทักษะจากการทำงานดูแลผู้สูงอายุซึ่งเป็นงานประจำที่ตัวเองทำอยู่ และเป็นรายได้หลักจากการทำงานตอนนี้&nbsp;</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>น้ำข้นกว่าเลือดได้ พื้นที่ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องมาจากคนในครอบครัว</strong></h3>



<p>“เด็กเหมือนตัวแสดงผลที่มันเกิดจากปัญหาอื่นๆ”</p>



<p><strong>‘แจง’ ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</strong> สมาชิกกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์กล่าว เธออยู่ในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา จ.ระนอง 1 ใน 40 ของโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50.jpeg" alt="" class="wp-image-94846" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-50-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">แจง-ณัฐกานต์ ไท้สุวรรณ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อิฐเองก็เป็นเด็กที่แจงใกล้ชิดและรู้จักเป็นอย่างดี เขาคือผลสะท้อนของปัญหายาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งถ้าเป็นเด็กคนอื่นเมื่อต้องมาอยู่ท่ามกลางพื้นที่เทาๆ แบบนี้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะหลงผิดไปกับคนรอบตัวด้วย แต่อิฐไม่เป็นแบบนั้น แจงบอกว่านี่ก็เป็นความพิเศษของเด็กคนนี้</p>



<p>เพราะรอบตัวเด็กมีหลายปัญหา และปัญหาของเด็กแต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงออกแบบการทำงานให้ช่วยเหลือเด็กได้จากการปรับสภาพแวดล้อมโดยรวม ซึ่งก็ต้องทำร่วมกับผู้ปกครอง ถ้าทำกับผู้ปกครองไม่ได้ก็ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชุมชน โดยต้องมีแกนนำคนสำคัญที่สร้างความไว้วางใจให้เด็กได้ ซึ่งสำหรับอิฐคนคนนั้นคือ <strong>‘สุวรรณา สมิง’</strong> หรือที่อิฐมักเรียกว่า <strong>‘แม่ปอ’</strong> ผู้ช่วยหัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษาจังหวัดระนอง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53.jpeg" alt="" class="wp-image-94849" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-53-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">แม่ปอ-สุวรรณา สมิง และ อิฐ-อนุชา ขุนหวาง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>เรามักเห็นแม่ปอคุยเล่นกับอิฐ หัวเราะคิกคักกันสองคน แม่ปอบอกว่ากว่าจะสนิทกันได้ขนาดนี้ ต้องมาจากการสร้างความเชื่อใจให้กับอิฐ</p>



<p>“ช่วงแรกเราจะมีกิจกรรมให้น้องแนะนำตัวเองว่าเรียนจบชั้นไหน อยากทำงานอะไร ตอนนี้เจอปัญหาอะไรบ้าง จากนั้นเราก็แลกเปลี่ยนเรื่องของตัวเองสมัยก่อน และวิธีที่เราผ่านมาได้”</p>



<p>วิธีของแม่ปอคือการทำให้เด็กๆ ได้รู้ว่าปัญหาที่พวกเขาเจอ แม่เองก็เคยเจอมาเหมือนกันและผ่านมันมาจนโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีได้ เพื่อที่เด็กๆ จะได้ไม่รู้สึกว่าเขาเผชิญปัญหาชีวิตอยู่คนเดียว<br>เพราะบางทีครอบครัวตามสายเลือดอาจจะไม่ใช่ที่พึ่งที่ดีที่สุด กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยใหม่ๆ ให้กับเด็กได้ <strong>‘หนุ่ม’ นิพนธ์ มีชัย</strong> อีกสมาชิกจากกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ หัวหน้าโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม บอกกับเราว่าตอนนี้อิฐมีที่พึ่งเพิ่มขึ้นในหลายมิติแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="1067" height="1600" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48.jpeg" alt="" class="wp-image-94843" style="width:600px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48.jpeg 1067w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-48-1024x1536.jpeg 1024w" sizes="(max-width: 1067px) 100vw, 1067px" /><figcaption class="wp-element-caption">หนุ่ม-นิพนธ์ มีชัย</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ถ้าเขาอยากได้ความเป็นแม่เขาจะมองหาแม่ปอ แต่ถ้าเขาอยากได้คำปรึกษาแบบพี่น้องเขาจะทักหาผมไม่ก็แจง อิฐก็รู้สึกดีขึ้นเพราะมีพื้นที่ปลอดภัยให้เลือก”</p>



<p>กว่าเด็กคนหนึ่งจะเติบโตได้ อย่างน้อยเขาควรมีที่พักทางใจ หรือใครสักคนที่เขารู้สึกว่าเขาอยู่ด้วยแล้วปลอดภัย กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์ไม่ได้ช่วยชี้ทางให้กับอิฐได้ทุกอย่าง เพียงแต่เข้ามาช่วยให้อิฐไม่รู้สึกโดดเดี่ยวจนเกินไป และที่สำคัญคือพยายามป้องกันไม่ให้อิฐรวมถึงเด็กคนอื่นๆ ดำดิ่งไปสู่พื้นที่อันตราย</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>‘ทักษะชีวิต’ สำคัญไม่แพ้ทักษะวิชาการ</strong></h3>



<p>พ่อแม่บางคนคาดหวังให้ลูกจำสูตรคณิตศาสตร์แม่นๆ ท่องศัพท์ภาษาอังกฤษได้เป็นร้อยๆ คำ แต่ในขณะเดียวกันก็มีพ่อแม่บางคนที่ไม่ขออะไรจากลูกมาก ขอแค่ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้ว โครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม โดยกลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์จึงพยายามออกแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมเด็กทุกคน</p>



<p>“ดูแลตัวเองได้ก็พอแล้ว” คือความคาดหวังของมะห์ (แม่) ที่มีต่อลูกสาว <strong>‘เราะห์’ อุไรรัตน์ หวันว่าหมาน</strong> มะห์บอกกับเราว่าแค่เห็นลูกพอดูแลตัวเองได้ แค่นี้ก็พอใจแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-94847" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">เราะห์-อุไรรัตน์ และมะห์ (แม่)</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในบรรดาพี่น้องทั้ง 3 คน เราะห์ในวัย 22 ปีเป็นลูกคนเล็กสุด เธอเป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า อันเนื่องมาจากโรคลมชักตั้งแต่เด็ก ทำให้ไม่สามารถเรียนหนังสือเหมือนคนอื่นได้ ส่วนการใช้ชีวิตประจำก่อนหน้านี้ มะห์บอกว่าตัวเองต้องเป็นคนลงมือทำให้ทุกอย่าง ตั้งแต่ตื่นจนนอน ซึ่งมะห์เองก็ต้องตัวประกบอยู่กับลูกเสมอ</p>



<p>ครอบครัวของมะห์ทำประมงในพื้นที่ท่ายาง จ.ระนอง มีทั้งตกปลา ลอกปู จากนั้นก็แกะเนื้อแล้วส่งขายตามกิโล เราะห์มีส่วนช่วยครอบครัวทำงานโดยการฉีกเนื้อปู ถ้าไม่ได้ทำงานอะไร เราะห์จะตื่นตั้งแต่ 8 โมงเช้า อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน กินข้าวและอยู่กับมะห์</p>



<p>ชีวิตประจำวันของเราะห์มีแม่จัดการให้เสมอ จนกระทั่งมีโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษาเกิดขึ้น <strong>‘สุรานีย์ สุวรรณเนาว์’</strong> หรือที่คนในพื้นที่รู้จักว่า <strong>‘หมอแนน’</strong> พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลม่วงกลวง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง เป็นคนช่วยมะห์และเราะห์เข้าร่วมโครงการ</p>



<p>เพราะเด็กแต่ละคนมีความต้องการและปัญหาที่ไม่เหมือนกัน โครงการนี้จึงออกแบบการเรียนให้กับเราะห์โดยมุ่งให้เธอสามารถใช้ชีวิตพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง เอาตั้งแต่ทำกับข้าว พับผ้าปูที่นอน หรือแม้กระทั่งเขียนชื่อ</p>



<p>เรามีโอกาสได้ไปตามดูกิจวัตรประจำวันของเราะห์ที่บ้าน ความตื่นเต้นของเราะห์แสดงให้เราเห็นผ่านรอยยิ้มและการหัวเราะ ด่านแรกของวันนี้คือปูที่นอนซึ่งเราะห์ทำได้เรียบร้อยดี</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52.jpeg" alt="" class="wp-image-94848" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/07/image-52-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>นี่เป็นความภูมิใจเล็กๆ น้อยๆ ของเราะห์ที่ได้เห็นคนอื่นกินฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง สำหรับมะห์ที่มองอยู่ก็ดูจะภูมิใจไม่แพ้กัน</p>



<p>“รู้สึกเหนื่อยน้อยลง เราไม่ต้องพูดกับเขามาก” มะห์บอก</p>



<p>ถ้าใครมองว่าการทอดไข่เจียว พับผ้า เป็นเรื่องเล็กๆ ก็เข้าใจได้ แต่สำหรับมะห์นี่คือก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้เธอสบายใจได้ว่า ถ้าถึงวันที่แม่ไม่อยู่ เราะห์สามารถอยู่ได้และมีศักยภาพที่พัฒนาตัวเองได้&nbsp;</p>



<p>ในอนาคตเราะห์อาจจะดูแลตัวเองในด้านอื่นๆ ได้อีก ซึ่งกว่าจะถึงจุดนั้นได้ก็ต้องมีการพัฒนาและช่วยเหลือกันต่ออีกเรื่อยๆ กลุ่มปัญญาชนสร้างสรรค์เล่าว่า มีพ่อแม่หลายคนปิดกั้นความสามารถของลูกเนื่องจากเห็นว่าพวกเขาเป็นเด็กพิเศษ จริงๆ แล้วเด็กกลุ่มนี้เขาก็มีศักยภาพของตัวเอง เพียงแต่คนรอบตัวอาจจะต้องลงแรงกันพอสมควรกว่าจะเจอสิ่งนั้นได้ ดีกว่าไปปิดกั้นไม่ให้เขาทำอะไรเลย</p>



<p>“พ่อแม่เด็กพิเศษหลายคนไม่คิดว่าลูกจะมีศักยภาพทำได้ ลูกไม่ทำก็ไม่เป็นไร เช่น กินข้าวไม่เก็บหรือล้างจาน ก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไรเพราะลูกไม่ปกติ แต่เราจะคุยกับพ่อแม่ว่าลูกมีศักยภาพทำสิ่งเหล่านี้ได้ แค่ต้องผ่านการฝึกฝน” หมอแนนย้ำ&nbsp;</p>



<p>อิฐที่เหมือนจะเป็นเพื่อนเพียงไม่กี่คนของเราะห์ อิฐจะคอยแปลคำของเราะห์ให้คนอื่นฟังอีกที กรณีที่เราะห์พูดเร็วหรือรัวเกินไป แล้วคนอื่นฟังไม่ทัน&nbsp;</p>



<p>การได้ใช้เวลาร่วมกันในโครงการพัฒนาการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนนอกระบบการศึกษา ทำให้อิฐเข้าใจเราะห์โดยไม่ต้องอธิบาย ขณะเดียวกันนอกจากแม่ เราะห์ก็คุยเล่นกับอิฐได้อย่างธรรมชาติ &#8211; ต่างคนต่างเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกัน</p>



<p>นอกจากการปูที่นอนโชว์แล้ว วันที่เราไป เราะห์ยังโชว์ฝีมือการทอดไข่เจียวสูตรพิเศษให้เราดูด้วย</p>



<p>น้ำปลา 3 เหยาะ น้ำตาล 1 ช้อน เทน้ำมันประมาณหนึ่งใส่กระทะ และเปิดไฟกลาง นี่คือวิธีการทำไข่เจียวสูตรของเราะห์โดยเฉพาะ วันนี้อิฐมากับเราด้วย อิฐจึงทำหน้าที่เป็นนักชิมอาหาร เขาบอกว่าอร่อย</p>



<p>“เห็นไหมละ น้อง (เราะห์) ทำเอง” เราะห์อวด</p>



<p> </p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ณัฐริฎา สิริสอน<br>ภาพ : อธิคม แสงไชย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-090725/">เพราะชีวิตเล่นตลก หนังตลกเลยเข้ามาช่วย : ชีวิตที่ซึมเศร้า ไม่ตลก แต่มีความหวังของ ‘อิฐ’ เด็กนอกระบบในพื้นที่อันตราย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 May 2025 11:47:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[Mutual]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านกองผักปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93667</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรงเรียนคืออะไร?” คำถามนี้อาจจะฟังดูมีคำตอบตายตัวว่าเป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280525/">ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“โรงเรียนคืออะไร?”</strong></p>



<p>คำถามนี้อาจจะฟังดูมีคำตอบตายตัวว่าเป็นสถานที่ที่มีอาคารสำหรับเรียนหนังสือ มีกระดานเอาไว้ให้ครูเขียนตัวอักษร มีสนามหญ้าให้เตะบอล และมีเสาธงให้ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้า</p>



<p>แต่สำหรับเด็กที่ ‘บ้านกองผักปิ้ง’ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาแบบนั้นเสมอไป</p>



<p>“โรงเรียนคือที่ที่เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้”​&nbsp;</p>



<p>นี่คือคำตอบจาก <strong>ป่าดิ เด็กชายวัย 15 ปี</strong> อดีตกัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียนในตัวเมืองเชียงดาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5fe6e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01_ป่าดิ-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ป่าดิ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ป่าดิเป็นเด็กชาติพันธุ์ลาหู่ที่ไร้สัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน และก่อนได้มารู้จักกับไมตรี ป่าดิเคยถูกส่งไปอยู่ฝั่งพม่ากับญาติเพื่อทำงานหาเงิน เขาเคยเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนในเมืองนะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน แต่พอจบภาคเรียนกลับต้องซ้ำชั้น แม่ของป่าดิจึงต้องพาเขาย้ายไปเรียนที่โรงเรียนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่แทน</p>



<p>“ตอนนั้นผมเรียนถึงแค่ ป.2 ก็โดนไล่ออก เพราะผมเกเร ผมดมกาว ตีกับคนอื่นไปทั่ว”</p>



<p>หมู่บ้านกองผักปิ้ง เป็นพื้นที่สีแดงที่กรมการปกครองมองว่ายาเสพติดชุกชุม เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดชายแดน ยาเสพติดจึงเดินทางเข้า-ออกได้ง่าย และต่อให้ไม่ออกไปไหน ยาเสพติดก็พร้อมมาเคาะประตูหน้าบ้านเสมอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกของที่นี่หากป่าดิจะรู้จักกับการดมสารเสพติดในกาวตั้งแต่อายุยังน้อย</p>



<p>ป่าดิต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่โรงเรียนในตัวเมืองเชียงดาว ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลประจำโรงเรียน ได้เตะบอลกับเพื่อนๆ ภายใต้เสื้อหมายเลข 11 และครอบครองตำแหน่งกัปตันทีม แม้จะมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของทีม แต่ปัญหาเรื่องการเรียนและการเงินของครอบครัว ทำให้ป่าดิต้องลาออก แม้ว่ายังไม่จบชั้นประถมก็ตาม</p>



<p>“ตอนเรียนอยู่ผมเป็นนักฟุตบอลนะพี่ ใส่เสื้อเบอร์ 11 ผมเป็นกัปตันทีม ตอนที่ยังไม่ออกก็ไปแข่งเรื่อยๆ”</p>



<p>ชีวิตประจำวันของป่าดิตั้งแต่ออกจากโรงเรียนจึงเป็นการตื่นเพื่อออกไปทำงาน บ้างก็เป็นการตัดกระเทียม บ้างก็เป็นการเก็บข้าวโพด ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างจะให้ทำอะไร ซึ่งการที่ป่าดิได้รู้จักกับ <strong>‘ไมตรี จำเริญสุขสกุล-ยุพิน ซาจ๊ะ’</strong> ทำให้ป่าดิมีพื้นที่ที่จะได้เป็นเด็กอีกครั้ง เพราะเมื่อไหร่ที่ว่าง เขาก็จะมานั่งเล่นที่บ้านของไมตรีและยุพินเป็นประจำ</p>



<p>“ตอนกลางคืนผมก็มานอนที่นี่นะ มานอนเล่นเกมกับเพื่อน ใช้ไวไฟของที่นี่เล่น FreeFire บางวันก็มากินข้าวที่นี่เลย”</p>



<p>นอกจากนี้ยังทำให้เขาได้เอาประสบการณ์การทำงานในแต่ละวันของตัวเองมาร้อยเรียงเป็นบันทึก เกิดเป็นชิ้นงานสำหรับการศึกษาที่ทำให้เขาได้วุฒิป.6 ติดตัว</p>



<p>“เวลาไปทำงานก็จะถ่ายรูปมาโพสต์ใน Facebook แล้วจะมีครูเข้ามาถามคำถามในคอมเมนต์”</p>



<p><strong>ไมตรี พี่เลี้ยงโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา</strong> เจ้าของบ้านที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ บ้านกองผักปิ้งวิ่งเข้ามาหา อธิบายว่า การเรียนของป่าดิและเด็กกองผักปิ้งคนอื่นๆ คือ การเรียนแบบองค์รวม ที่จะให้เขาลองคิดจากกิจกรรมหรืองานที่ตัวเองทำว่า พวกเขาได้เรียนรู้อะไร และครูจะเอาไปพิจารณาเทียบเคียงกับวิชาการตามหลักสูตรปกติทั่วไป</p>



<p>หรือที่เรียกว่า <strong>‘ห้องเรียนชีวิต’</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc4638"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02_ไมตรี-จำเริญสุขสกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ไมตรี จำเริญสุขสกุล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตัวอย่างเช่น ถ้าเขาไปทำงานปลูกข้าว ครูก็จะถามว่าปลูกกี่ไร่ มีพื้นที่เท่าไหร่ เขาก็ต้องไปคิดหาคำตอบ เรื่องนี้ก็จะตรงกับวิชาคณิตศาสตร์”&nbsp;</p>



<p>“เรามองว่าการเรียนไม่จำเป็นต้องเป็นการนั่งฟังใครสักคนบ่น แต่เราสามารถเรียนรู้ได้ทุกๆ ที่ แม้กระทั่งใต้ต้นไม้ก็สามารถเป็นห้องเรียนได้” ไมตรีเสริม</p>



<p>สำหรับป่าดิ วิธีการเรียนแบบนี้ทำให้เขามีความสุขที่ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการทำงาน หรือการไปร่วมกิจกรรมที่ทางไมตรีและยุพินจัดมาให้ ซึ่งต่อให้วิธีการพูดของป่าดิจะสำเนียงลาหู่ ทำให้เราจับใจความได้ยาก แต่ที่สัมผัสได้จากน้ำเสียงคือ ความดีใจที่เก็บไว้ไม่อยู่เพราะกำลังจะได้วุฒิการศึกษา</p>



<p>“ผมดีใจนะที่จะจบ ป.6 แล้ว หลังจากนี้ผมก็อยากเรียนต่อนะ เรียนแบบนี้ก็ได้ จะได้มีความรู้เพราะตอนนี้ยังมีความรู้ไม่มาก”</p>



<p>ส่วนความฝันที่จะได้เป็นนักบอลของป่าดิก็ยังไม่หายไปไหน เพียงแต่อาจจะไม่ได้มีเส้นทางที่ชัดเจน ป่าดิยังคงชอบเล่นฟุตบอล ถ้าเจอสนามบอลก็จะเข้าไปเล่น หรือถ้าไม่มีที่เล่นจริงๆ ก็จะมาเตะฟุตบอลที่บ้านของไมตรี และวันไหนที่ ‘เอ็มบัปเป้’ นักเตะขวัญใจป่าดิลงสนาม เขาก็จะรับชมการแข่งขันผ่านจอมือถือของตัวเอง</p>



<p>พื้นที่<strong> ‘โครงการการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.</strong>) ใต้รั้วบ้านของไมตรีและยุพิน จึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กได้มีโอกาสกลับมาเป็นเด็กธรรมดาๆ อีกครั้ง ไม่ใช่เด็กเกเรเพราะไม่เรียนหนังสือแบบที่ผู้ใหญ่คนอื่นในหมู่บ้านเข้าใจ จนผลักให้พวกเขาอยู่นอกสายตา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากเป็นนายช่าง</strong></h3>



<p>“อยากเรียนวิชาช่างยนต์ เพราะอนาคตผมอยากเปิดอู่ครับ” <strong>เดวิด เด็กชายวัย 17 ปี</strong> ตอบเมื่อโดนยิงคำถามว่าจะเอาวุฒิที่กำลังจะได้ไปทำอะไรต่อ ซึ่งเจ้าตัวก็ชี้ให้ดูว่ารถมอเตอร์ไซต์ของตัวเองก็ผ่านการเปลี่ยนล้อ เปลี่ยนโซ่ เปลี่ยนสายไฟด้วยสองมือของตัวเอง</p>



<p>แต่ถ้าถามเดวิดว่าอยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนไหม เขาตอบกลับโดยทันทีว่า<strong>ไม่อยาก</strong></p>



<p>เดวิดเป็นเด็กที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เพราะไม่มีเอกสารยืนยันการเกิดจากพ่อแท้ๆ และในตอนนี้เดวิดกลายเป็นกำลังสำคัญในการทำงานหาเงินดูแลปากท้องของตัวเอง แม่ และน้องๆ ในครอบครัว เพราะพ่อใหม่ถูกจับจากคดียาเสพติดการเรียนจึงไม่ได้อยู่ในทางเลือกหลักของเด็กชายคนนี้</p>



<p>เดวิดเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะได้วุฒิป.6 จากการเข้าร่วมโครงการภายใต้พื้นที่บ้านของไมตรีและยุพิน ซึ่งก่อนหน้านี้ ระดับชั้นสุดท้ายที่เดวิดได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียน คือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทั้งที่เขาควรจะได้ขึ้น ป.5</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57567f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_เดวิด-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"> เดวิด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนแรกผมได้ขึ้นป.5 แต่เพราะผมไปทำงานแล้วขาดเรียนไปเดือนนึง ครูเขาเลยเอาผมลงมาป.4 เหมือนเดิม”</p>



<p>นอกจากการถูกลดระดับชั้น เดวิดยังรู้สึกว่าการเรียนในโรงเรียนนั้นไม่ได้ประโยชน์ต่อตัวเองสักเท่าไร และต้องเผชิญหน้ากับครูที่มักจะดุด่าเขา</p>



<p>“แค่เสื้อออกนอกกางเกงนิดเดียว เขาก็ถือไม้มายืนด่าแล้ว เวลาเรียนแล้วจะขอไปเข้าห้องน้ำเขาก็ไม่ให้ไป”</p>



<p>เดวิดจึงลาออกจากโรงเรียนมาทำงานในสวนในไร่ รับจ้างทั่วไป ไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปเรียนอีกเลย แต่การที่มีไมตรีเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ห่างกัน ทำให้เดวิดเข้ามาอยู่ใต้ร่มโครงการ และในตอนนี้เดวิดกำลังจะได้วุฒิ ป.6 จาก <strong>‘ห้องเรียนในฝัน’</strong></p>



<p>เดวิดอธิบายว่า ห้องเรียนในฝันคือการเรียนรู้ผ่านการบันทึกงานที่ตัวเองรับจ้างทำในแต่ละวันลงใน Facebook ส่วนตัวของตัวเอง หรือหากวันไหนไม่มีงานแต่เข้ามาทำกิจกรรมกับไมตรีก็สามารถจดบันทึกได้เช่นกัน</p>



<p>“ถ้าผมไปทำงานหักข้าวโพด ผมก็จะถ่ายรูปไร่ข้าวโพดเพื่อไปโพสต์บน Facebook แล้วผมก็จะเขียนว่าผมไปทำงานที่ไหน ทำยังไง แล้วก็เขียนชื่อตัวเองไว้ในโพสต์พร้อมแท็กที่อยู่ รอครูเข้ามาถามใต้โพสต์”</p>



<p>ซึ่งคำถามที่ครูถาม จะเป็นคำถามที่เปิดโอกาสให้เด็กคิดและค้นคว้าคำตอบด้วยตัวเอง เช่น หากในโพสต์ระบุว่าไปทำงานช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ครูก็จะถามว่าพระอาทิตย์ขึ้นกี่โมง เด็กที่ถูกถามก็ต้องไปค้นคำตอบใน Google มาตอบให้ถูกต้อง&nbsp;</p>



<p>เดวิดจึงมองว่า การเรียนรู้แบบนี้ไม่ได้ยาก เพียงแค่ต้องโพสต์ให้ครบ 30 คอร์ส โดยที่ภาพและเนื้อหาไม่ซ้ำกันก็พอ แต่สิ่งเดียวที่เดวิดไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการเรียนแบบนี้ คือการที่ต้องตอบคำถามเยอะๆ&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับป่าดิเพื่อนของเขาที่รู้สึกว่าคำถามประเภท “5 ปีข้างหน้าอยากเป็นอะไร” นั้นเป็นคำถามที่ยากที่สุด เพราะแค่พรุ่งนี้จะทำอะไรเขาก็คิดไม่ออกแล้ว แต่การถูกตั้งคำถามในแต่ละครั้งก็ทำให้พวกเขาได้ฝึกคิด ฝึกหาข้อมูล</p>



<p>และต่อให้ไม่ชอบที่จะตอบคำถาม แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะตอบไม่ว่าจะถูกถามกี่คำถามก็ตาม เพราะทุกคำตอบมีคะแนน และจะทำให้เขาเข้าใกล้ความฝันที่ใกล้จะเอื้อมถึงอย่างการได้วุฒิการศึกษา ที่สามารถต่อยอดอนาคตของพวกเขาได้</p>



<p>“ถ้าไปรับจ้างเขาก็จะมาถามใต้โพสต์ว่าได้เท่าไหร่ ทำยังไง เราก็ต้องตอบกลับไปในนั้นแล้วครูเขาจะคิดคะแนนให้ แต่เขาถามเยอะ ถามหลายอย่าง”</p>



<p>โดยการไปรับจ้างแต่ละครั้งนั้นได้ค่าแรงไม่เท่ากัน บางครั้งก็ได้มาก บางครั้งก็ได้น้อย แต่ถ้าเดวิดสามารถเป็นเจ้าของอู่ได้ เขาเชื่อว่าตัวเองจะมีรายได้ที่ดีและมั่นคง เพราะเขาเห็นว่าเจ้าของอู่ในเมืองนะรวย</p>



<p><strong>ต่อ วัย 15 ปี</strong>ก็เป็นอีกคนที่เห็นว่าการมีอาชีพที่มั่นคงจะทำให้ปากท้องของตัวเองดีขึ้น ถึงแม้จะไม่ชอบเรียน จนทำให้ต้องออกจากโรงเรียนตอนอยู่ ป.5 แต่เขาก็ยังอยากเรียนแบบเดียวกับเพื่อนๆ ที่แวะเวียนมาเล่นที่บ้านของไมตรีเพื่อให้ได้วุฒิ ม.6 ก่อนจะไปฝึกวิชาช่างไฟเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9e9dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ต่อ-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ต่อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อยากเป็นช่างไฟ เพราะรายได้มันเยอะ”</p>



<p>หากต่อสามารถซ่อมไฟ หรือเปลี่ยนไฟได้ เขาเชื่อว่าตัวเองจะมีรายได้ที่ดี เพราะที่ผ่านมาเวลาไฟในหมู่บ้านมีปัญหา ก็จะมีเพียงช่างไฟชาวไทใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับจ้างซ่อม</p>



<p>ความฝันของเด็กๆ บ้านกองผักปิ้งอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่หวือหวา เพียงแค่มีงานที่ได้รายได้ดีก็เพียงพอ เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขาในตอนนี้ คือ ปากท้องต้องมาก่อน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเด็กเกเรสู่เด็กในสายตา</strong></h3>



<p>ในขณะที่หนุ่มๆ ในบ้านไมตรีฝันอยากเป็นช่าง ฝันอยากเป็นนักบอล <strong>รุ้ง เด็กหญิงวัย 20 ปี</strong>ไม่ได้มีความฝันอะไรเป็นพิเศษ&nbsp;</p>



<p>รุ้งเป็นอีกหนึ่งคนที่เคยเข้าระบบการศึกษาทั่วไป แต่เพราะต้องย้ายที่เรียนไปมาและมีปัญหาสุขภาพ ทำให้ไม่ค่อยได้ไปเรียน ท้ายที่สุดก็ต้องลาออกจากโรงเรียน</p>



<p>“หนูออกตอนม.1 เพราะเราไม่ได้ไปเรียนเลยซ้ำชั้นบ่อย ซ้ำชั้นเดิมหลายๆ ครั้ง ตามเพื่อนเขาไม่ทัน”</p>



<p>ถึงแม้รุ้งจะไม่มีความฝันเหมือนใคร แต่รุ้งก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พื้นที่แห่งนี้เปิดรับ เพราะแค่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้</p>



<p>“พี่เขามาถามว่าอยากเรียนไหม ถ้าอยากเรียนให้เขียนชื่อไป ผมไม่มีทางเลือก ไม่รู้ทำยังไงถึงจะได้เรียนต่อ ผมเลยบอกชื่อไป เขาเลยเรียกให้มาอยู่ที่นี่”​ ป่าดิเล่าให้ฟังหลังจากเราถามว่ามาอยู่กับไมตรีได้อย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1476cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05_รุ้ง-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากใครบอกว่าโรงเรียน คือ บ้านหลังที่ 2 บ้านหลังที่สองของป่าดิ คือ บ้านของไมตรีและยุพิน เพราะตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่เขามาอยู่ที่นี่ ป่าดิแวะเวียนมานั่งเล่น มากินข้าว มาค้างคืนอยู่เป็นประจำ</p>



<p>ป่าดิเล่าว่าไมตรีและยุพินดีกับเขามากๆ เพราะก่อนหน้าที่ป่าดิจะได้เข้าโครงการ เขาไม่สามารถเลิกดมกาวและเลิกกัญชาได้ แต่พอถูกดึงเขามาอยู่ในสายตาของไมตรี ถูกสอนให้ค่อยๆ เลิก ป่าดิในตอนนี้จึงไม่กลับไปแตะสารเสพติดอีกเลย และถ้าพี่เลี้ยงทั้งสองคนอยากให้เขาช่วยอะไร เขาก็ยินดีทำ</p>



<p>1 ในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไมตรีและยุพินจัดสรรให้กับเด็กในโครงการ คือ กิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมลาหู่ อย่างการเต้นจะคึ (การเต้นเพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมสำคัญของชาวลาหู่) ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสออกนอกพื้นที่เพื่อไปแสดงที่กรุงเทพ และได้รับโอกาสจากคนในหมู่บ้านให้ไปแสดงในวันสำคัญของหมู่บ้าน</p>



<p>“ก่อนหน้านี้เด็กพวกนี้จะโดนผู้นำหมู่บ้านด่าตลอดว่าไม่ได้เรื่อง เป็นเด็กมีปัญหา”&nbsp;</p>



<p>ไมตรีอธิบายว่า หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในหมู่บ้านอ้าแขนต้อนรับเด็กกลุ่มนี้ มิหนำซ้ำยังมองว่าเป็นเด็กเกเรเพราะไม่ไปเรียน และเป็นต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทกับเด็กชาติพันธุ์อื่น</p>



<p>“เขาด่าพวกผมใส่ลำโพง ด่าระบุชื่อเรียงคน แต่ว่าพวกผมไม่ได้เป็นคนทำ”</p>



<p>เดวิดและเพื่อนๆ เคยโดนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด่าผ่านเสียงตามสาย ซึ่งข้อความในเสียงตามสายบอกว่าพวกเขาเป็น ‘คนเลว’ เพราะยกพวกไปทะเลาะวิวาทกับคนนอกหมู่บ้าน เดวิดและเพื่อนจึงต้องยกโขยงกันไปหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเพื่อประท้วงว่าพวกเขาไม่ได้ทำ</p>



<p>“ผมไปคุยว่าทำไมเรียกชื่อพวกผมทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็ขึ้นเสียงใส่ว่าไปทำไม่ดีแบบนั้นทำไม ผมเลยโมโหขึ้นเสียงกลับไปว่าไม่ได้ทำ ฟังมาจากไหน ฟังให้ดีๆ ก่อนว่าใครเป็นคนทำ”</p>



<p>พอเดวิดยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้ทำ ฝ่ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็ขอโทษและบอกว่าได้ยินมาจากคนอื่น แต่การขอโทษนั้นได้ยินเพียงเดวิดและเพื่อนๆ ไม่เหมือนตอนด่าออกลำโพงของหมู่บ้านที่ได้ยินกันทั้งหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านจึงเข้าใจผิดไปกันหมดว่าเดวิดและเพื่อนเป็นเด็กเกเร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93679" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง.jpg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>แต่พอพื้นที่บ้านของไมตรีเปิดให้เด็กๆ วิ่งเข้ามาหา โครงการเริ่มต้นขึ้นให้เด็กๆ ได้เรียน ได้มีวุฒิ ผู้คนในหมู่บ้านก็เริ่มมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับเด็กๆ กลุ่มนี้ พอมีงานสำคัญก็เรียกให้ไปแสดงการเต้นจะคึ เพราะไม่มีใครในหมู่บ้านเต้นได้นอกจากเด็กๆ กลุ่มนี้&nbsp;</p>



<p>“ผมพาพวกเขาไปเต้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน”</p>



<p>ไมตรี ยุพิน และพื้นที่ภายใต้รั้วบ้านแห่งนี้ จึงเป็นเหมือนที่พักพิงที่มีคนพร้อมรับฟังให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้านที่ถูกคนในหมู่บ้านตีตราว่าเป็นเด็กเกเรเพราะไม่เรียนหนังสือ ให้มีโอกาสได้รับวุฒิการศึกษา และถอยห่างจากปัญหายาเสพติดที่ผู้ใหญ่คนอื่นในสังคมไม่ใส่ใจ</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์<br>ภาพ : ธาตรี แสงมีอานุภาพ<br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280525/">ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
