<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เซียร์ราลีโอน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Jul 2020 04:26:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เซียร์ราลีโอน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส Ebola ในปี 2014</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1420-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2020 04:26:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Wongani Grace Taulo]]></category>
		<category><![CDATA[Ebola]]></category>
		<category><![CDATA[เซียร์ราลีโอน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17978</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เชียวชาญด้านการศึกษาจากยูนิเซฟเผยบทเรียนการเข้าถึงกล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1420-2/">หลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส Ebola ในปี 2014</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>ผู้เชียวชาญด้านการศึกษาจากยูนิเซฟเผยบทเรียนการเข้าถึงกลุ่มเด็กที่ยากจนที่สุดในประเทศเซียร์ราลีโอน ของแอฟริกา เมื่อโรงเรียนสามารถเปิดทำการได้อีกครั้ง หลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส </b><b>Ebola </b><b>ในปี 2014</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายการศึกษา ขององค์กร </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ประจำนิวยอร์ก บอกเล่าแบ่งปันประสบการณ์เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการศึกษา ประจำเซียร์รา เลโอน ว่า ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและท้าทายไม่น้อย เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการระบาดของไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">อย่างหนัก ส่งผลให้เด็กนักเรียนและเยาชนมากกว่า 1.8 ล้านคน ต้องระเห็จออกจากโรงเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การต้องออกจากโรงเรียนนี้เป็นผลมาจากการปิดโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาด ส่งผลให้ระบบการศึกษาตกอยู่ในภาวะล้าหลัง มีเด็กตกหล่น และมีอัตราการหยุดเรียนกลางคันเพิ่มสูงขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ผลกระทบจากการปิดโรงเรียน ไม่เพียงแต่มีต่อเรื่องของการศึกษาของเด็กเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อสุขภาพร่างกาย และแง่มุมวิถีชีวิตของเด็กๆ อีกอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ความรุนแรงในเด็ก การตั้งครรภ์ของคุณแม่วัยใส และการบังคับเด็กแต่งงาน ที่เพิ่มจำนวนสูงขึ้นจนน่าตกใจจากการปิดโรงเรียนร่วมหลายเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เฉพาะในประเทศเซียร์รา เลโอน การระบาดของไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">ทำให้ต้องทางรัฐบาลสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศกินเวลานานร่วม 9 เดือน เด็กนักเรียนหลายแสนคนต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน ส่วนที่ร้ายหน่อยก็ต้องออกมาเตร็ดเตร่ตามท้องถนน และกลายเป็นเหยื่อที่โดนเอารัดเอาเปรียบและถูกฉกฉวยประโยชน์ เพียงเพราะไม่มีพื้นที่ปลอดภัย ที่เรียกว่า &#8220;โรงเรียน&#8221; ให้พักพิง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในห้วงเวลาที่ หลายประเทศทั่วโลกยังไม่อาจประเมินผลกระทบและความเสียหายจากการปิดโรงเรียนเพราะการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ที่มีต่อเด็กนักเรียนและระบบการศึกษาในขณะนี้ได้ แต่ประสบการณ์จากไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">ที่ </span><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">ได้ประสบมา ได้ยืนยันอย่างหนึ่งว่า กลุ่มเด็กที่ยากจนกที่สุด และด้อยโอกาสมากที่สุดของสังคม คือ กลุ่มที่ได้รับความทุกข์ทรมานมากที่สุดจากการปิดโรงเรียน ทั้งในแง่ของการเรียนที่ถดถอย และการเผชิญกับปัญหาในชีวิตอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายการศึกษาของ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">เตือนว่า สิ่งหนึ่งที่ต้องตระหนักอยู่เสมอ เมื่อโรงเรียนสามารถเปิดได้อีกครั้งหลังวิกฤตการระบาดร้ายแรงต่างๆ ก็คือ ไม่ใช่เด็กนักเรียนทุกคนที่จะสามารถเดินทางกลับมาเรียนได้ตามปกติ หลังประตูโรงเรียนเปิดแล้ว</span></p>
<figure id="attachment_17981" aria-describedby="caption-attachment-17981" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-17981 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17981" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unicef</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กหลายคนจะต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนานาประการในการเดินทางมาโรงเรียน รวมถึงต้องประสบกับเงื่อนไขและข้อเรียกร้องมากมายที่ขัดขวางไม่ให้เด็กเหล่านี้กลับมาเรียนได้อีกครั้ง ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน หรือองค์การอิสระ ในการหาทางเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เด็กทุกคน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กยากจน จะได้กลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบทเรียนที่ </span><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">ได้เรียนรู้จากการหาทางเข้าถึงกลุ่มเด็กยากจนที่สุดของประเทศเซียร์ราลีโอน และเหมาะที่จะส่งผ่านให้นานาประเทศพิจารณานำไปประยุกต์ใช้ในช่วงที่โรงเรียนสามารถเปิดเรียนในอีกครั้ง หลังโรค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 เริ่มคลี่คลาย มี 2 ประการด้วยกันคือ </span></p>
<p><b>ประการแรก คือ การกำหนดเป้าหมายและแนวทางการสื่อสารให้เข้าถึงกลุ่มเด็กยากจนที่สุดของสังคม และประการที่สอง คือ การกำหนดแรงจูงใจพิเศษ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นและสิ่งอำนวยความสะดวกให้เด็กๆ ยากจนได้กลับมาเรียนที่โรงเรียน </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของ</span><b><i>การกำหนดเป้าหมายและแนวทางการสื่อสารเพื่อเข้าถึงกลุ่มเด็กยากจนที่สุดของสังคม</i></b> <span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า กลยุทธ์การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและชัดเจน ถือเป็นหลักประกันรับรองความสำเร็จในการกลับมาเรียนที่โรงเรียนของเด็กนักเรียน โดยเฉพาะ ในพื้นที่ชนบทห่างไกล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยกรณีของ เซียร์รา เลโอน ทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ได้ริเริ่มจัดทำแคมเปญรณรงค์เรื่อง &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Back-to-School&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ เรื่องมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน ไปจนถึง แนวทางการสนับสนุนผู้เรียนให้สามารถกลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้อย่างราบรื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เป้าหมายของสารที่ทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ต้องการจะสื่อ ก็คือการให้กำลังใจส่งเสริมสนับสนุนบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายให้เต็มใจยินยอมส่งเด็กๆ กลับมาเรียนที่โรงเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับเครื่องมือที่ใช้ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ยึดเอาสื่อวิทยุเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้มากที่สุด ขณะเดียวกัน ก็ใช้ &#8220;ชุมชนเคลื่อนที่&#8221; ที่ทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">คิดค้นพัฒนาขึ้น โดยหมายรวมถึง การจัดเจ้าหน้าที่ไปเคาะประตูตามบ้าน การร่วมมือกับเจ้าหน้าทีท้องถิ่นใช้ &#8220;ผู้ส่งสาร&#8221; (</span><span style="font-weight: 400;">Community Criers) </span><span style="font-weight: 400;">ติดลำโพง ในการเผยแพร่ข้อมูล </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรียกได้ว่า ทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ประยุกต์ใช้ทุกสื่อและโครงสร้างที่มือเพื่อกระจายข่าวสาร </span><span style="font-weight: 400;">Back-to-School </span><span style="font-weight: 400;">ให้ประชาชนรับรู้รับทราบมากที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในผลความสำเร็จของกลยุทธ์การใช้สื่ออย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือ ความสามารถในการเพิ่มจำนวนเด็กนักเรียนหญิงที่ท้องในวัยเรียนให้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ก่อนหน้านี้ กระทรวงศึกษาธิการของเซียร์รา เลโอน มีคำสั่งห้ามเด็กนักเรียนหญิงตั้งครรภ์มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนอย่างเด็ดขาด โดยทางรัฐบาลเพิ่งจะมีคำสั่งยกเลิกไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ในเวลานั้นทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">จึงจัดทำแคมเปญ ชั้นเรียนพิเศษ &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Bridging Programme&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ที่ให้เด็กนักเรียนหญิงตั้งครรภ์มาเรียนหนังสือที่โรงเรียนตามหลักสูตรเช่นเดียวกันเพื่อนร่วมชั้น แต่มาเรียนหลังเวลาเลิกเรียนแทน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรก ไม่ใช้ทุกคนที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวของ </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">กระนั้น ภายใต้การวางแผนการใช้สื่ออย่างจริงจัง เพื่อส่งต่อข้อความอธิบายความสำคัญและความจำเป็น รวมถึงสร้างความตระหนักเรื่องการศึกษาในหมู่เด็กหญิง ครอบครัว และชุมชน ส่งผลให้มีเด็กนักเรียนหญิงตั้งครรภ์เข้ามาลงทะเบียนในโครงการถึง 14,500 คน มากกว่าเป้าที่ทาง </span><span style="font-weight: 400;">UNICEF </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งไว้ที่ 3,000 คน ในจำนวนนี้ ยังรวมถึงเด็กนักเรียนหญิงที่ตั้งครรภ์ก่อนช่วงไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">ระบาด ที่เข้ามาลงทะเบียนเพื่อรื้อฟื้นและติดตามการเรียนของตนต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Bridging Programme </span><span style="font-weight: 400;">ยังทำให้เห็นถึง ประเด็นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งว่า การวางแผนกลยุทธ์การสื่อสาร ต้องคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีภูมิหลัง บริบทสิ่งแวดล้อม และเพศสภาพที่แตกต่างกันออกไป การจัดแบ่งกลุ่มเด็กให้เฉพาะเจาะจงมากที่สุดจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำให้เด็กกลับมาเรียนหน้งสือได้ตามปกติอีกครั้งภายหลังเหตุการณ์วิกฤต</span></p>
<figure id="attachment_17982" aria-describedby="caption-attachment-17982" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-17982 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17982" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unicef</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านบทเรียนที่สองจากวิกฤตไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">ก็คือ </span><b>การกำหนดแรงจูงใจที่จะอำนวยความสะดวกในการกลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน</b><span style="font-weight: 400;">ของเด็กนักเรียนยากจนที่สุดของสังคมไว้อย่างชัดเจน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า ผลกระทบจากวิกฤตด้านการสาธารณสุขที่มีต่อเศรษฐกิจนั้น สามารถเป็นจุดพลิกผันที่เลวร้ายที่สุดของชีวิตสำหรับบรรดาครอบครัวยากจนทั้งหลาย ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว หลายครอบครัว อาจตัดสินใจหรือจำเป็นต้องเลือกให้ลูกหลานของครอบครัวหยุดเรียนหนังสือเพื่อช่วยทำงานหารายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น เมื่อโรงเรียนกลับมาเปิดเรียนอีกครั้งหลังวิกฤต </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือกลยุทธ์และมาตรการในการช่วยลดภาระทางการศึกษาของเด็กนักเรียน ซึ่งใน เซียร์รา เลโอน รัฐบาลได้ประกาศยกค่าเทอมและค่าทดสอบต่างๆ เป็นเวลา 2 ปี เพื่อดึงดูดจูงใจให้พ่อแม่ผู้ปกครองส่งบุตรเข้ากลับมาเรียนที่โรงเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้หันไปร่วมมือเป็นพันธมิตรกับบรรดานักพัฒนาทั้งหลาย เพื่อจัดเตรียนมอุปกรณ์การเรียนการสอนแจกให้กับเด็กนักเรียนทุกคน โดยรวมถึง อุปกรณ์ช่วยเรียนสำหรับเด็กพิการและทุพพลภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในส่วนของครอบครัวยากจนที่ไม่อาจหางานทำได้ในช่วงไวรัส </span><span style="font-weight: 400;">Ebola </span><span style="font-weight: 400;">ระบาด ปัจจัยด้านอาหารก็ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งการกำหนดเงื่อนไข ให้มีอาหารฟรีที่โรงเรียน จึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ครอบครัวและชุมชนยอมส่งบุตรหลานมาโรงเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า การกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ มาตรการและแนวทางการทำงาน เพื่อจัดการให้เด็กนักเรียนกลับมาเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติภายหลังเหตุวิกฤตไม่มีสูตรตายตัวแน่นอน โดย </span><span style="font-weight: 400;">Wongani Grace Taulo </span><span style="font-weight: 400;">แนะว่า การวางแผนทั้งหมดต้องคำนึงถึงบริบทแวดล้อมของแต่ละประเทศ รวมถึงปัจจัยปลีกย่อยอื่นๆ ในพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า ก็คือการวางแผนเปิดโรงเรียนนี้ ต้องไม่ลืมคำนึงถึงเหล่าเด็กนักเรียนที่ยากจนที่สุดของสังคม เพราะการเพิกเฉย หรือ มองข้าม จะส่งผลต่อชะตากรรมในอนาคตของเด็กเหล่านี้ และมีผลทำให้วิกฤตการศึกษาโลกทวีความรุนแรงมากกว่าก่อนที่วิกฤตโรค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 จะระบาดเสียอีก </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มาภาพประจำเรื่อง :</strong> unicef<strong><br />
ที่มา :</strong> <a href="https://blogs.unicef.org/blog/lessons-from-ebola-how-to-reach-the-poorest-children-when-schools-reopen/?utm_source=facebook&amp;utm_medium=organic&amp;utm_campaign=education&amp;fbclid=IwAR24tVNIO2Cg7QkCuEr0adxvaSnt4UfmU8UpSS3RduTC62jGyC17ef1Zgqw" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Lessons from Ebola: how to reach the poorest children when schools reopen</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1420-2/">หลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส Ebola ในปี 2014</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
