<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เคพีเอ็มจี ประเทศไทย | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%88%e0%b8%b5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 31 Oct 2024 08:22:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เคพีเอ็มจี ประเทศไทย | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-311024/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-311024</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 31 Oct 2024 08:22:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมการเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87786</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2567 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปร่วมกับภาคีภาคธุรกิจ อาทิ กลุ่มเซ็นทรัล มูลนิธิเอสซีจี บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด มูลนิธิยุวพัฒน์ เป็นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และการเตรียมความพร้อมในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประสบการณ์การทำงานด้านการศึกษา และระดมความคิดเห็นต่อแนวคิดการใช้นวัตกรรมการเงิน เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a2c2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวต้อนรับและฉายภาพข้อมูลสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้ผู้เข้าร่วมได้รับทราบตัวเลขเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 3-18 ปี พบว่ามีเด็กกว่า 1.02 ล้านคน ที่อยู่นอกระบบการศึกษา รวมทั้งมีเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกมากถึง 2.8 ล้านคน ซึ่งครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยอยู่ใต้เส้นความยากจน</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวว่า ในการช่วยเหลือเด็กเหล่านี้นอกจากจะต้องกำหนดมาตรการค้นหาและพาเด็กจำนวน 1.02 ล้านคน กลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาหรือการเรียนรู้แล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการกำหนดมาตรการป้องกันเด็กอีก 2.8 ล้านคน ไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะการเริ่มต้นด้วยการป้องกันจะเป็นการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นเหตุ ซึ่งจะได้ผลและยั่งยืนมากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c2e76c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/2-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูลเส้นทางการศึกษาของนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่ กสศ. เริ่มติดตามตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จำนวน 168,307 คน พบว่ามีเด็กได้เรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในปีการศึกษา 2563 จำนวน 134,760 คน คิดเป็น 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ หรือ 33,547 คน หลุดออกจากระบบการศึกษาต่อ&nbsp;</p>



<p>ในปีการศึกษา 2566 นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษกลุ่มนี้สามารถเรียนต่อระดับอุดมศึกษาผ่านระบบสอบคัดเลือก TCAS จำนวน 21,921 คน คิดเป็น 12.46 เปอร์เซ็นต์ และอีก 112,839 คน หรือ 67.54 เปอร์เซ็นต์ คือจำนวนเด็กที่ไม่มีข้อมูลในระบบ โดยอาจเป็นไปได้ว่าเด็กอาจไม่ได้เรียนต่อและออกไปประกอบอาชีพ หรือเรียนต่อโดยไม่ผ่านระบบ TCAS</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91a07a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/33-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เพราะความยากจน ทำให้เราอาจต้องสูญเสียเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพ” <strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าว พร้อมกับอธิบายต่อว่า องค์การยูเนสโกได้ประเมินว่า หากประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบให้เป็นศูนย์ หรือ Zero Dropout ได้สำเร็จ ประเทศไทยจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1.7 เปอร์เซ็นต์ และหากนักเรียนที่อยู่ใต้เส้นความยากจนมีการศึกษาสูงกว่าภาคบังคับ จะช่วยสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ด้วยเหตุนี้แนวคิด <strong>‘ปวงชนเพื่อการศึกษา’</strong> หรือ <strong>‘All for Education’</strong> จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้นมาได้</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> ได้ยกตัวอย่างแนวคิด <strong>All for Education Partnership</strong> ที่ภาคธุรกิจมาร่วมกับ กสศ. เพื่อผลักดันประเด็นดังกล่าว โดย กสศ. จะทำหน้าที่ช่วยชี้เป้ากลุ่มเป้าหมาย และร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรม พร้อมกับขยายผลนวัตกรรมให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ทั้งนี้ได้มีข้อเสนอกลไกตลาดทุนเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างยั่งยืน ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอแก้ไขปัญหา Asymmetric Information</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">แพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการลงทุน (Outcomes Fund เพื่อการศึกษา)</li>



<li style="font-size:16px">การส่งเสริมการออก Social Bond เพื่อการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">การหักสัดส่วนรายได้หรือกำไรเพื่อการศึกษา</li>
</ul>



<ol start="2">
<li style="font-size:16px">ชุดข้อเสนอสร้างแรงจูงใจ (incentive) เชิงสมัครใจและเชิงบังคับ</li>
</ol>



<ul>
<li style="font-size:16px">การใช้กฎหมายเพื่อส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR)</li>



<li style="font-size:16px">มาตรการสร้างแรงจูงใจแก่บริษัทจดทะเบียน</li>



<li style="font-size:16px">สถานประกอบการมีส่วนร่วมพัฒนากำลังคน</li>
</ul>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษากับบทบาทภาคธุรกิจ</strong></h2>



<p><strong>คุณสุธาสินี ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการศึกษาและสังคมอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล</strong> ได้ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับความสำคัญของการยกระดับการศึกษา เพื่อให้การศึกษาเกิดความเสมอภาค จากที่ ดร.ไกรยส ได้ฉายภาพให้เห็นรายได้เฉลี่ยหลังสำเร็จการศึกษาของเยาวชนไทยตลอดช่วงชีวิต ที่พบว่ามีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 20,920 บาท ซึ่งเป็นช่วงรายได้ที่ไม่เสียภาษี อย่างไรก็ตาม คุณสุธาสินีระบุว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศ จึงเล็งเห็นว่าครูเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงต้องรวมการพัฒนาบุคลากรครูเข้าไปด้วย หากครูตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นก็จะสามารถเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยส่งเสริมภาพรวมการศึกษาทั้งระบบได้ และจะนำไปสู่การพัฒนาคนให้มีรายได้มีมากขึ้นจนถึงเกณฑ์ภาษี ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งประเทศ</p>



<p>ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัลได้มีส่วนร่วมกับการส่งเสริมงานด้านการศึกษา โดยคุณสุธาสินีเล่าว่า มีการจัดอบรมและสนับสนุนบุคลากรครู เปิดมุมมองครูให้เห็นถึงผลกระทบในวงกว้างจากความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เน้นย้ำว่าครูคือกลไกสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของประเทศ</p>



<p>“อีกกลไกสำคัญคือพ่อแม่ แต่เรายังเข้าไม่ถึงกลุ่มพ่อแม่ กลไกเดียวที่เราเข้าถึงตอนนี้ก็คือระบบครู เซ็นทรัลจึงพยายามที่จะช่วยพัฒนาครู ให้เขาเห็นความสำคัญในการขับเคลื่อนให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ” <strong>คุณสุธาสินี</strong>กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e615"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/5-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สุธาสินี ศุภศิริสินธุ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทางด้านตัวแทนจาก <strong>บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย</strong> ระบุว่าทางบริษัทมีโครงการให้ทุนการศึกษา รวมถึงฝึกทักษะทางด้านบัญชี เทคโนโลยี และส่งเสริมความรู้ทางธุรกิจให้กับบริษัท มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ โดยมองว่าสิ่งที่ภาคเอกชนจะมีส่วนช่วยได้มี 2 ประเด็นสำคัญ</p>



<p>ประเด็นแรก ต้องสร้างเครือข่ายให้กับภาคเอกชน เพราะมีหลายองค์กรที่อยากเข้ามาช่วยเหลืองานด้านการศึกษาเช่นเดียวกัน แต่ยังเริ่มต้นไม่ถูก ดังนั้นหากมีการสร้างเครือข่ายและบอกต่อเรื่องราวกันจะสามารถช่วยเหลือได้อีกมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f81adb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/6-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถัดมาคือต้องมีการติดตามผลได้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการไปนั้นมีส่วนช่วยให้เกิดผลลัพธ์อย่างไร เช่น โครงการที่เคพีเอ็มจีทำอยู่จะพยายามขอเข้าไปเยี่ยมชม ติดตามผลทุก 3 เดือนว่าเป็นอย่างไรบ้าง การจัดการทางการเงินดีขึ้นหรือไม่ เพื่อที่จะสามารถนำไปต่อยอดขยายผลให้กับชุมชนอื่นต่อไป</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นวัตกรรมการเงินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong></h2>



<p>ในการประชุมได้มีการนำเสนอแนวคิดด้านนวัตกรรมการเงินและโมเดลตัวอย่างโดยที่ปรึกษาจากต่างประเทศ ซึ่งได้ช่วยขยายความว่านวัตกรรมการเงินเป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น สามารถออกแบบเพื่อให้ตอบโจทย์คนที่อยากจะใช้งานได้ อยู่ที่ว่าเรามีปัญหาอะไรที่อยากจะแก้ไขก็สามารถที่จะออกแบบกลไกทางการเงินในการช่วยแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d7362"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/7-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ตัวอย่างเช่น รัฐบาลสิงคโปร์และท้องถิ่นร่วมกันทำโมเดลนวัตกรรมทางการเงินแก้ปัญหาในประเทศตนเอง ซึ่งการทำงานลักษณะนี้เป็นการสร้าง partnership ในระยะยาว ทำให้สามารถวางแผนได้ดียิ่งขึ้น กล้าที่จะทำงานที่มีความท้าทายมากขึ้น</p>



<p>สำหรับ กสศ. มีการทดลองใช้เครื่องมือนี้อยู่บ้าง เช่น การออกหุ้นกู้ ซึ่งเป็นเครื่องมือทั่วไปที่บริษัทต่างๆ ใช้ ซึ่งต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ทางสังคม และมีความโปร่งใสในวิธีการใช้เงิน ซึ่งจะต้องมีการนำเงินส่วนนี้เก็บไว้ในบัญชีแยก เพื่อทำให้มั่นใจว่าเงินส่วนนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อโครงการด้านสังคมอย่างแท้จริง รวมถึงมีการรายงานความก้าวหน้าและแผนการใช้เงินเป็นระยะ เพื่อที่จะเบิกเงินนี้ออกมาใช้งานในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบของโครงการ Zero Dropout ที่ดำเนินงานร่วมกับบริษัท แสนสิริ</p>



<p>ภาพรวมความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการ Zero Dropout ระยะ 2 ปีแรก ครอบคลุมเด็กแทบทุกช่วงวัย รวมถึงมีการพัฒนางานเชิงข้อมูลและสร้างกลไกจังหวัดที่รวมศูนย์ให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันขับเคลื่อนงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งกลไกจังหวัดทำให้มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นว่าเมื่อ กสศ. ถอนตัวออกไปแล้วการดำเนินงานจะยังสามารถขับเคลื่อนต่อได้</p>



<p>นอกจากนี้มีการอธิบายถึงรูปแบบโครงการที่จ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่จะดำเนินการ โดยมีภาคเอกชนแบ่งรับความเสี่ยงโครงการ เริ่มจากผู้ให้บริการไปจับมือกับภาคเอกชน พัฒนาโครงการร่วมกัน ทำงานร่วมกันกับ กสศ. และผู้ประเมินผลลัพธ์โครงการเพื่อคัดเลือกตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ เมื่อดำเนินโครงการไปแล้วผู้ประเมินจะติดตามดูแลว่าเป็นอย่างไร หากไม่เป็นไปตามเป้าก็สามารถปรับการทำงานได้</p>



<p>การใช้งบประมาณตามโมเดลลักษณะนี้จะแตกต่างกับการให้ทุนแก่ผู้ให้บริการเพื่อนำไปดำเนินโครงการเองโดยขาดการติดตาม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการจ่ายเงินตามผลลัพธ์ที่เป็นไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40fb6f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/8-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-226d91"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/9-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการเพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Thailand Zero Droupout</strong></h3>



<p><strong>โครงการป้องกัน ลดความเสี่ยงเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> จากข้อมูลเด็กนอกระบบการศึกษาประมาณ 1.02 ล้านคน โดยอยู่ในช่วงวัยการศึกษาภาคบังคับ (ป.1-ม.3) กว่า 300,000 คน คิดเป็น 38 เปอร์เซ็นต์ของเด็กนอกระบบ จึงนำไปสู่ ‘โครงการครูนางฟ้า’ เพื่อป้องกันหรือลดความเสี่ยงเยาวชนที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>โครงการนี้ทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษา สถานพยาบาล และหน่วยงานในท้องถิ่น ต่อยอดมาจากความสำเร็จของโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ในการบำบัดและเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กที่มีความเสี่ยง ซึ่งโครงการจะจัดอบรมครูนางฟ้าในโรงเรียนต่างๆ ให้มีทักษะดูแลช่วยเหลือและให้คำปรึกษาแก่เด็กนักเรียน โดยในปี 2565 ได้รับทุนจากกองทุน Bkind ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับโรงเรียนคุณธรรม มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการขยายผลไปยัง 4 โรงเรียนนำร่องในเครือข่ายโรงเรียนคุณธรรมในจังหวัดนราธิวาส สิงห์บุรี และนครปฐม</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โครงการสร้างทักษะในการประกอบอาชีพ</strong></h3>



<p>ในกลุ่มเปราะบางอย่างนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ มีเพียง 1 ใน 10 ที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา โรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลจึงได้จัดทำ ‘โครงการพัฒนาอาชีพดูแลผู้สูงอายุ’ อาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการอบรมหลักสูตรดูแลผู้สูงอายุ จัดอบรมเรื่องนี้ให้กับเด็กที่มีฐานะยากจน กำพร้า ท้องไม่พร้อม เพื่อสร้างโอกาสการจ้างงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุให้ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีไปพร้อมกัน</p>



<p>ส่วนกลุ่มเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก ในปี 2566 มีเยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับจำนวน 9,103 คน คิดเป็น 73 เปอร์เซ็นต์ของเยาวชนในสถานพินิจ ‘โครงการอบรมเยาวชนในสถานพินิจเพื่อการประกอบอาชีพ’ จึงได้ดำเนินโครงการร่วมกับภาคีต่างๆ ฝึกอาชีพที่หลากหลายและทักษะต่างๆ ให้เยาวชนในสถานพินิจ จังหวัดอุดรธานี ให้สามารถส่งต่อไปทำงานยังสถานประกอบการเพื่อสร้างอาชีพและรายได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โครงการส่งเสริมเยาวชนกลุ่มพิเศษ</strong></h2>



<p>ปี 2565 ผู้พิการกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ได้รับการศึกษาถึงเพียงชั้นประถมศึกษา และมีผู้พิการกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศที่ยังขาดโอกาสในการจ้างงาน ทาง Vulcan Coalition จึงได้ริเริ่ม ‘โครงการจ้างงานผู้พิการเพื่อเป็น AI’ โดยมีการฝึกอบรมพัฒนาทักษะผู้พิการในการทำหน้าที่เป็น AI Trainer ช่วยจัดเตรียมข้อมูลในการพัฒนา AI ให้มีความคิดและเข้าใจภาษามนุษย์ โดยปัจจุบัน Vulcan มีพันธมิตรให้การสนับสนุนโครงการมากกว่า 60 องค์กร ทั้งภาครัฐและเอกชน</p>



<p>โครงการเหล่านี้ทาง กสศ. ได้นำเสนอให้กับภาคเอกชนที่มาร่วมประชุมและให้ร่วมกันระดมความเห็นว่าจะมีการร่วมมือกันพัฒนาและขยายผลอย่างไร พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะโอกาสในการพัฒนา <strong>‘กองทุน’</strong> หรือ <strong>‘กลไกการเงิน’</strong> ที่สนับสนุนโครงการที่มีเป้าหมายร่วมกันตามที่ได้นำเสนอ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11ce90"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/10-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน มูลนิธิยุวพัฒน์</strong> นำเสนอ 4 วิธี ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์คอนเนกชันระหว่างหน่วยงาน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีการแชร์กลุ่มเป้าหมายในโครงการที่แต่ละองค์กรทำอยู่ เช่น กลุ่มเด็กพิเศษ หรือเด็กด้อยโอกาส เป็นต้น เพื่อให้ได้พิจารณาว่ากลุ่มเป้าหมายใดเหมาะกับองค์กร</li>



<li style="font-size:16px">ควรแชร์วิธีการสร้างโครงการ เช่น โครงการให้ความรู้ด้านการเงินกับเด็กๆ ซึ่งสามารถแบ่งเด็กออกเป็นหลายช่วงวัย การแชร์วิธีการจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การให้ความรู้มีประสิทธิภาพสูงสุด</li>



<li style="font-size:16px">ควรมีวิธีและช่องทางการแชร์ข้อมูลร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกสรรคนที่จะมาอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้เหมาะสม โดยอาจเน้นการใช้ช่องทางออนไลน์ หรือเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อส่งสารไปให้ถึงกลุ่มที่ต้องการบอกกล่าว&nbsp;</li>
</ol>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-641541"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/11-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ตัวแทนจากภาคเอกชนต่างๆ เห็นตรงกันว่า ต้องมองที่องค์กรตนเองก่อนว่าต้องการโฟกัสกลุ่มเป้าหมายใดจึงจะเข้ามาขับเคลื่อนงานเป็นภาคีกัน ทั้งนี้จากการระดมความเห็นกันในกลุ่มย่อยเห็นร่วมกันในเรื่องการสนับสนุนการศึกษาแบบครบวงจร ไม่ว่ากลุ่มเป้าหมายในการทำงานจะเป็นเด็กที่เสี่ยงหรือเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแล้วก็ตาม สุดท้ายเด็กควรจะต้องมีอาชีพและมีรายได้ตามความต้องการของเด็ก&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้การที่ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยควรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้มาก เพื่อให้ครอบคลุมถึงคนส่วนใหญ่ พร้อมกับต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะอาชีพชั้นสูงด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-311024/">All for Education Partnership: กสศ. พร้อมภาคเอกชนร่วมคิดค้นนวัตกรรมการเงิน สร้างมิติใหม่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จัด Workshop หนุนภาคเอกชน เครือข่ายการศึกษา เข้าใช้งานฐานข้อมูลความเหลื่อมล้ำเชิงลึกในระบบ iSEE 3.0</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-170424/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-170424</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 17 Apr 2024 09:04:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[All for Education – iSEE 3.0 Workshop สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. อย่างต่อเนื่องเข้าร่วม ได้แก่ มูลนิธิกระจกเงา]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกำลังใจ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเกียรตินาคินภัทร]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อำนาจ หงษ์โต]]></category>
		<category><![CDATA[เจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิกรุงเทพประกันภัย]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิดวงประทีป]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=80209</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-170424/">กสศ. จัด Workshop หนุนภาคเอกชน เครือข่ายการศึกษา เข้าใช้งานฐานข้อมูลความเหลื่อมล้ำเชิงลึกในระบบ iSEE 3.0</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span id="docs-internal-guid-a6b7ef35-7fff-e86c-ed6d-9ca328786b90"><span style="font-size: 14pt; font-family: Sarabun, sans-serif; color: rgb(0, 0, 0); background-color: transparent; font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; vertical-align: baseline;">เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ </span><span style="font-size: 14pt; font-family: Sarabun, sans-serif; color: rgb(0, 0, 0); background-color: transparent; font-weight: 700; font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; vertical-align: baseline;">‘All for Education – iSEE 3.0 Workshop สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างมีส่วนร่วม’</span><span style="font-size: 14pt; font-family: Sarabun, sans-serif; color: rgb(0, 0, 0); background-color: transparent; font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; vertical-align: baseline;"> สาธิตการใช้งาน</span><span style="font-size: 14pt; font-family: Sarabun, sans-serif; color: rgb(0, 0, 0); font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; vertical-align: baseline;">ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ ‘iSEE’ ที่พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 3 เพื่อรองรับภารกิจการขยายเครือข่ายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา (All for Education) โดยมีภาคเอกชนและภาคประชาสังคมที่ทำงานร่วมกับ กสศ. อย่างต่อเนื่องเข้าร่วม ได้แก่ มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิยุวพัฒน์, มูลนิธิกำลังใจ, มูลนิธิกรุงเทพประกันภัย, มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย, มูลนิธิเกียรตินาคินภัทร, มูลนิธิ </span><span style="font-size: 14pt; font-family: Sarabun, sans-serif; color: rgb(0, 0, 0); background-color: transparent; font-variant-numeric: normal; font-variant-east-asian: normal; vertical-align: baseline;">50 ปีธนาคารแห่งประเทศไทย, บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด (Central Group), เคพีเอ็มจี ประเทศไทย และมูลนิธิดวงประทีป ร่วมทดลองใช้งานระบบพร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอคำแนะนำหลังทดลองใช้งาน</span></span></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d8ad00"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0417_สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแบบมีส่วนร่วม-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การวิจัยพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE: Information System for Equitable Education เป็นโครงการที่สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ร่วมกับ สพฐ. คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันวิจัยและพัฒนาระบบฐานข้อมูลเชิงสถิติขนาดใหญ่ (BIG Data) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดเเคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสมากกว่า 4 ล้านคน ผ่านโรงเรียนมากกว่า 30,000 แห่งทั่วประเทศ ผ่านการทำงานของคุณครูราว 400,000 คน ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเก็บข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของเด็กเยาวชนตามหลักเกณฑ์ Proxy Means Test โดยเชื่อมโยงเลขประจำตัว 13 หลักของเด็กและครอบครัวกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของรัฐรวม 6 กระทรวง และข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ที่จะช่วยค้นหา คัดกรองเด็กเยาวชนทั้งในและนอกระบบการศึกษาอย่างละเอียด ด้วยการสำรวจมิติแวดล้อมของเด็กและการปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา จะช่วยให้มองเห็นและติดตามสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กรายคนได้ทั้งในสภาวะปัจจุบันและระยะยาว </p>



<p>ขณะเดียวกัน กสศ. ในฐานะองค์กรซึ่งมีภารกิจเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม คาดหวังว่า iSEE จะไม่ได้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลสำหรับการทำงานของ กสศ. ผ่านไปยังโรงเรียนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น แต่ข้อมูลชุดนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายผู้ทำงานด้านการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในมิติต่าง ๆ จะร่วมกันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b5735"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0417_สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแบบมีส่วนร่วม-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และเนื่องในโอกาสที่ระบบ iSEE ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 3 กสศ. จึงจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสาธิตการใช้งาน หลังจากที่ผ่านมา iSEE ในเวอร์ชัน 1.0 และ 2.0 ได้ทำประโยชน์ต่องานของเครือข่ายการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยหลายหน่วยงานทำงานร่วมกับ กสศ. มาอย่างยาวนานผ่าน iSEE ตั้งแต่เวอร์ชัน 1.0 ต่างทราบดีว่า การทำงานลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ตั้งต้นจาก iSEE สามารถชี้เป้าและนำการดูแลช่วยเหลือเข้าไปถึงเด็กและเยาวชนได้อย่างทันท่วงที จนหลายโครงการที่มาจากความตั้งใจของหน่วยงานภาคีเกิดขึ้นและยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นไปตามความตั้งใจของการพัฒนาระบบ iSEE ณ จุดเริ่มต้น</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีข้อจำกัดเรื่องการมีเครื่องมือที่ช่วยให้มองเห็นสถานการณ์เชิงลึก iSEE จึงถือเป็นความพยายามของ กสศ. ที่จะนำข้อมูลปัญหาจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาวางแนวทางลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ตรงตามบริบท ผ่านการระดมความร่วมมือ ระดมทรัพยากร และสานพลังภาคีเครือข่าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e853c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อมูล iSEE ทำให้ทราบสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศว่า ‘จุดรอยต่อ’ ทางการศึกษาทำให้มีเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษามากที่สุด เนื่องจากประเทศไทยยังมีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อระบบการศึกษาทั้ง ‘ระหว่างพื้นที่’ หรือ ‘ระหว่างช่วงชั้นการศึกษา’ โดยเฉพาะรอยต่อช่วงชั้น ป.6 ขึ้นชั้น ม.1 และช่วงชั้น ม.3 ต่อ ม.4 หรือ ปวช. ที่เด็กเยาวชนจำนวนมากต้องย้ายไปเรียนต่อยังสถานศึกษาที่อยู่ไกลจากบ้านมากขึ้นราว 10-50 กิโลเมตร กลายเป็นอุปสรรคให้เด็กจำนวนมากหลุดจากระบบการศึกษาไป&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“สำหรับ กสศ. ที่ทำงานกับเด็กเยาวชนที่อยู่ในการศึกษาภาคบังคับเป็นหลัก การสนับสนุนผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายข้ามช่วงชั้นสู่การศึกษาระดับสูงขึ้น จำเป็นต้องดึงความร่วมมือจากภาคส่วนอื่น ๆ เข้ามาช่วย ซึ่ง iSEE จะแสดงข้อมูลของเด็ก โรงเรียน และสถานการณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ เชิงลึก ว่ายังมีน้อง ๆ ที่รอคอยการช่วยเหลือสนับสนุนอยู่ที่จุดใดของประเทศบ้าง มีบทบาทอย่างมากในการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อพาทุนต่าง ๆ ไปให้ถึงตัวเด็ก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f4cc4b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0417_สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแบบมีส่วนร่วม-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบ iSEE เผยว่านับตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 ครอบครัวจำนวนมากยังคงประสบกับปัญหารายได้ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานรายได้น้อยที่ไม่มีสัญญาจ้าง หรือทำงานผ่านสัญญาจ้างระยะสั้น โดยรายได้เฉลี่ยในปี 2566 ของประชากรกลุ่มนี้อยู่ที่ 1,039 บาท/เดือน ปัญหานี้สะท้อนโดยตรงไปถึงเด็กเยาวชนในระบบการศึกษา ที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ซึ่งมีราว 1.2 ล้านคน อย่างไรก็ตาม การที่ข้อมูลของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ได้ถูกบันทึกไว้ในระบบ iSEE โดยจำแนกตามพื้นที่ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และระดับโรงเรียน ได้เป็นต้นทางของการพบตัวเด็ก และเชื่อมโยงความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการภาคเอกชน และภาคประชาสังคมที่สนใจเข้ามามอบทุนการศึกษา หรือหาแนวทางดูแลช่วยเหลือให้กลุ่มเป้าหมายไปต่อได้</p>



<p>“สภาพการณ์จริงจากหน้างานที่เที่ยงตรงนอกจากจะเป็นข้อมูลในการทำงาน ยังมีประโยชน์มหาศาลกับครูในการดูแลช่วยเหลือเด็ก ๆ ในการสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกที่เกิดขึ้นระหว่างโรงเรียนกับเด็ก ส่งผลต่อการพาไปสู่ความช่วยเหลืออื่น ๆ ที่จะตามมาในพื้นที่ เช่นการระดมความร่วมมือจากชุมชน ภาคเอกชน บุคคลที่มีใจมีกำลังอยากมีส่วนร่วม ทั้งนี้ข้อมูลจากระบบ iSEE ที่ระบุว่าเด็กเยาวชนจากครอบครัวรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนจำนวนมาก อาศัยอยู่กับผู้สูงอายุ พ่อแม่หย่าร้าง หลายคนเผชิญปัญหาซ้ำซ้อนมากกว่าหนึ่งมิติ ข้อมูลเหล่านี้บอกกับเราว่าการสนับสนุนเงินทุนลงไปที่ตัวเด็กอย่างเดียวนั้นไม่พอ หากการจะลดความเหลื่อมล้ำที่ยั่งยืน ต้องมีการทำงานกับครอบครัวของเด็กด้วย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ประเด็นสำคัญคือ 50% ของผู้ปกครองของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ มีการศึกษาสูงสุดแค่ชั้นประถมฯ อันเป็นมูลเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวงจรความยากจนที่ส่งต่อไปยังสมาชิกรุ่นนลูก หรือเป็น ‘การส่งต่อความยากจนข้ามรุ่น’ ดังนั้นถ้ามีการผลักดันให้กลุ่มเป้าหมายสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ และเชื่อมต่อการศึกษาไปถึงมัธยมปลายหรือ ปวช. ได้มากขึ้น เด็กกลุ่มนี้จะเป็นคนรุ่นนแรกที่จบการศึกษาสูงที่สุดในครอบครัว และเป็นความก้าวหน้าในการยกระดับรายได้ประชากรไปพร้อมกันทั้งประเทศ นี่เองที่ระบบ iSEE จะเป็นเครื่องมือพาเราไปถึง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b67ad2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0417_สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแบบมีส่วนร่วม-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-718bfe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/0417_สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแบบมีส่วนร่วม-012.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า นอกจากเด็ก 1.2 ล้านคนที่ผ่านการคัดกรองเพื่อนำสู่ความช่วยเหลือ ข้อมูลปี 2566 ยังระบุว่ามีเด็กเยาวชนในระบบการศึกษาอีกราว 1 ล้านคนจากครอบครัวรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนซึ่งยังเข้าไม่ถึงงบประมาณจากภาครัฐ และเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ กสศ. พยายามระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน โดยการติดตามกลุ่มเป้าหมายพบว่าในจำนวนนี้มี 168,307 คนจบการศึกษาภาคบังคับและไปต่อในชั้น ม.4 หรือ ปวช. ได้ 1.3 แสนคน เท่ากับมีคนที่หลุดไปประมาณ 20% หรือราว 3.3 หมื่นคน และนี่คือ ‘ช่องว่างของรอยต่อ’ ซึ่งจำเป็นต้องมี Quick Wins หรือกลยุทธ์เร่งด่วนมาช่วยรองรับ ดังนั้นการปรับปรุงพัฒนา iSEE อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นความตั้งใจของ กสศ. เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมใช้งาน โดยนอกจากฐานข้อมูลเด็กและตัวเลขสถิติต่าง ๆ iSEE ยังถือเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับทุนและการทำงานทั้งหมดของ กสศ. โดยผู้ใช้งานสามารถค้นหาพื้นที่หรือปักหมุดไปยังสถานศึกษาที่มีเด็กยากจนเข้มข้นในแต่ละระดับ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการจัดงานระดมทุน มอบทุนการศึกษา หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตรงตามจุดประสงค์</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ส่วนหนึ่งของโครงการและกิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยภาคเอกชน ที่มีข้อมูลจากระบบ iSEE เป็นจุดเริ่มต้น</strong></h2>



<ul>
<li> <strong>‘โครงการสู้วิกฤตให้น้องอิ่ม &#8230;คนละมือ เพื่อมื้อน้อง’ </strong>โดย บริษัท <strong>เซ็นทรัลกรุ๊ป </strong>มอบทุน 1,500,000 บาท พร้อมถุงยังชีพ 1,700 ถุง ให้กับโรงเรียนที่มีนักเรียนในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) 24 โรงเรียนใน 9 จังหวัด</li>



<li><strong>‘โครงการทุนสานฝันเพื่อน้อง’</strong> โดย บริษัท<strong> เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป</strong> จำกัด (มหาชน) มอบทุนสนับสนุนมูลค่า 2,000,000 บาท ให้นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ศึกษาต่อในระดับชั้นสูงขึ้นจนจบการศึกษา</li>



<li><strong>‘โครงการราชบุรี Zero Dropout’</strong> โดย บริษัท <strong>แสนสิริ</strong> จำกัด มหาชน ออกหุ้นกู้ 100 ล้านบาท เพื่อทำให้จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบของการลดจำนวนเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาให้เป็น ‘ศูนย์’ ในระยะเวลา 3 ปี</li>



<li><strong>‘โครงการ KFC Bucket Search’</strong> โดย <strong>มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย </strong>สนับสนุนทุนการศึกษาและพัฒนาทักษะอาชีพแก่เยาวชน พร้อมมอบโอกาสฝึกงานกับ KFC เพื่อเป็นต้นแบบการสร้างเส้นทางการศึกษาสู่การมีงานทำ     </li>



<li><strong>‘โครงการทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง’ </strong>โดย <strong>มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย </strong>สนับสนุนทุนการศึกษาจำนวน 8,000,000 บาท ให้นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ได้ศึกษาต่อในระดับชั้นสูงขึ้นจนจบการศึกษา</li>



<li><strong>‘โครงการ KPMG Care and Shere’ </strong>โดย บริษัท <strong>เคพีเอ็มจี จำกัด</strong> บริจาคคอมพิวเตอร์ Laptop ให้กับ กสศ. เพื่อส่งต่อไปยังสถานศึกษาในถิ่นทุรกันดาร และมอบทุนสนับสนุนการศึกษาแก่นักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</li>
</ul>



<p>นอกจากนี้ยังมีโครงการและกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ อาทิ มูลนิธิก้าวคนละก้าว มูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มูลนิธิ 50 ปีธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท Exxon Mobil บริษัท การีน่า จำกัด ประเทศไทย บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิดวงประทีป และ มูลนิธิกระจกเงา เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb4a14"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/เจนเน็ต-รุ้งสิทธิกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager Brand Communication มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>หลังทดลองใช้งาน ผู้แทนจากหน่วยงานที่เข้าร่วม Workshop iSEE 3.0 ได้กล่าวถึงการนำประโยชน์จากระบบฐานข้อมูล iSEE ไปใช้ในภารกิจงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดย <strong>เจนเน็ต รุ้งสิทธิกุล Senior Marketing Manager Brand Communication</strong> <strong>มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า iSEE ทำให้เห็นความต้องการของกลุ่มเป้าหมายชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจำเป็นมากสำหรับมูลนิธิเคเอฟซี ที่ตั้งใจมุ่งให้ความช่วยเหลือไปที่การสร้างเส้นทางอาชีพรองรับ เพื่อให้เด็กเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสมีช่องทางสร้างรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวในระยะยาว นอกจากนี้ข้อมูลยังทำให้สามารถวางแนวทางทำงานกับกลุ่มเยาวชนนอกระบบการศึกษา เพื่อเตรียมพร้อมทำหลักสูตรเสริมทักษะอาชีพ อันเป็นหนึ่งในเส้นทางการเรียนรู้ที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ความต้องการของเด็กเยาวชนเป็นรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0c1629"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/อำนาจ-หงษ์โต.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อำนาจ หงษ์โต เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เคพีเอ็มจี จำกัด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>อำนาจ หงษ์โต เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการองค์กรและความยั่งยืน บริษัท เคพีเอ็มจี จำกัด</strong> กล่าวว่า iSEE ตอบโจทย์การทำงานของ KPMG ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อค้นหากลุ่มเปราะบาง และใช้ประเมินความเร่งด่วนของสถานการณ์ปัญหาด้านการศึกษาในแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ยังนำไปสู่การวิเคราะห์ปัญหา ว่าควรมีแนวทางการทำงานอย่างไรในการแก้ปัญหาให้ถูกจุดและเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce55a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/04/สายรุ้ง-รักษาชอบ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สายรุ้ง รักษาชอบ หัวหน้าโครงการทุน มูลนิธิดวงประทีป</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สายรุ้ง รักษาชอบ หัวหน้าโครงการทุน มูลนิธิดวงประทีป</strong> กล่าวว่า iSEE แสดงให้เห็นว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางด้านการศึกษาของประเทศจะระดมทรัพยากร และความช่วยเหลือพิเศษเพิ่มเติมลงไปได้ถูกจุดและถูกคนได้อย่างไร โดยนอกจากทุนการศึกษา ทางมูลนิธิยังมีแผนการส่งเสริมทักษะต่าง ๆ โดยชักชวนองค์กรที่มีศักยภาพเข้าไปเติมเต็มในพื้นที่หนึ่งหรือในเด็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยมองว่าการฝึกอบรมอาชีพจะเป็นความรู้ติดตัวและช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้เด็กเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสมีทักษะ มีอาชีพ มีเส้นทางเติบโตในสายงาน รวมถึงนำความรู้พื้นฐานไปใช้ต่อยอดได้ในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-170424/">กสศ. จัด Workshop หนุนภาคเอกชน เครือข่ายการศึกษา เข้าใช้งานฐานข้อมูลความเหลื่อมล้ำเชิงลึกในระบบ iSEE 3.0</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-covid-officially-launched-relief-group</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 26 Aug 2021 08:27:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นุชรี อยู่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Wongnai]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มธุรกิจ TCP]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[LINEMAN]]></category>
		<category><![CDATA[เคพีเอ็มจี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ลดาวัลย์ กันทวงศ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44952</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ห่วงสถานการณ์การระบาดในกลุ่มเด็กป่วย-กำพร้าโตก้าวกร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/">เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กสศ.ห่วงสถานการณ์การระบาดในกลุ่มเด็กป่วย-กำพร้าโตก้าวกระโดด จับมือภาคเอกชน กลุ่มธุรกิจ TCP มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LINEMAN wongnai ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย เปิด “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” นำร่องพื้นที่สีแดงเข้ม ปิดช่องว่าง เติมเต็มระบบการดูแลเด็ก ครัวเรือนเปราะบาง และลดความเหลื่อมล้ำเด็กในวิกฤตโควิด</strong></p>



<p>ด้วยอัตราเร่งของจำนวนผู้ป่วยเด็กและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสียสมาชิกในครอบครัวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กสศ. จึงเร่งระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนภายใต้ “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” เพื่อทำงานเชิงรุกในการรับมือกับเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิด-19 ในการสนับสนุน “<strong>ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.”&nbsp;</strong></p>



<p>เพื่อหนุนเสริมการทำงานของหน่วยงานหลักจากหลากหลายกระทรวง ช่วยให้เด็กกลุ่มเปราะบางได้รับการดูแลช่วยเหลือเร็วที่สุด และสนับสนุนให้ระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องในระยะฟื้นฟู โดยเครือข่ายประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ TCP มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย LINEMAN wongnai ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และเคพีเอ็มจี ประเทศไทย เป็นต้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-78d363"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong></strong><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า&nbsp;</p>



<p>“เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในกลุ่มเด็กยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ในระยะเวลาเพียงไม่ถึงเดือนจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 ของเด็กก้าวกระโดดเกือบ 2 เท่า และมีอัตราการติดเชื้อมากกว่า 2,000 คนต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่มียอดผู้ป่วยเด็ก (เด็ก แรกเกิด-18 ปี) ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ราว 65,000 คน และจากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2564 มีจำนวนเด็กติดเชื้อสะสมจากการรายงานของ ศบค. ที่ 119,814 คน เป็นการติดเชื้อของเด็กใน กทม. สะสม 26,224 คน และในส่วนภูมิภาคสะสม 93,590 คน โดย<strong>จังหวัดที่มียอดเด็กติดเชื้อสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี สมุทรสาคร และนนทบุรี</strong> ขณะที่จำนวนเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่จากโควิด-19 ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมี<strong>จำนวน 350 คนในพื้นที่ 55 จังหวัด”&nbsp;</strong></p>



<p>แม้ว่าความรุนแรงของโรคในเด็กนั้นไม่มาก แต่การรับมือกับปัญหาและผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และการศึกษาของเด็กในระยะยาวนั้นมีความซับซ้อนกว่า ทั้งสุขภาพกาย ใจ สังคม เศรษฐกิจ ปากท้อง โภชนาการ และความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>โดยในจำนวนนี้ราว 70% เป็นกลุ่มยากจนด้อยโอกาส หรือกลุ่มเปราะบาง รวมถึงการเฝ้าระวังระยะยาวของอาการที่หลงเหลือจากโควิด-19 อย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือน หรือ “Long COVID” ไม่ว่าจะเป็นอาการเหนื่อยล้า ปัญหาการหายใจ ปวดศีรษะ และอาการนอนไม่หลับ เป็นต้น</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า “หลังการระบาดของสายพันธุ์เดลต้าทำให้จำเป็นต้องหาทางรับมือกับวิถีชีวิตภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) สำหรับ กสศ. ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการระบาดทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองในการรับมือในการแก้ปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การพัฒนาเด็ก และการป้องกัน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2934f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>การจัดตั้งกลไก “อาสา กสศ.” และ “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” จึงเป็นหนึ่งในความพยายามหาทางออกที่จะแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ โดยเฉพาะทักษะและความรู้ในการปรับตัวเพื่อปลดล็อคการแก้ปัญหาร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นความรวดเร็วในการตอบสนอง (Speed to Market) ความคล่องตัว (Agility) การบริหารความเป็นเลิศจากฝั่งธุรกิจรวมถึงทักษะในการรับฟัง ความเสียสละ การทำงานในพื้นที่ของอาสา กสศ. ฯลฯ</p>



<p>“เราจะเห็นสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดจากการระดมทรัพยากรและความร่วมมือที่กลไกเครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ. และอาสา กสศ. เข้าไปเติมเต็มหน่วยงานรัฐ ภาคประชาสังคม เช่น ไรเดอร์จาก LINEMAN wongnai<strong> </strong>เข้ามาทำหน้าที่ในการส่งยาและอาหารให้กับเด็กที่ต้องกักตัวในกลุ่ม Home Isolation หรือ การเข้ามาสนับสนุนอาสาสมัครของ TCP เพื่อติดตามและมอนิเตอร์ เป็นผู้ช่วยทีมแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ หรือการสนับสนุนถุงการเรียนรู้ นำโรงเรียนไปหาเด็กๆ ในช่วงล็อกดาวน์ของมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งทุนสร้างโอกาสทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ในระยะฟื้นฟู เป็นต้น”&nbsp;</p>



<p><strong>นางสาวนุชรี อยู่วิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจ TCP</strong> กล่าวว่า</p>



<p>&nbsp;“วิกฤตจากโควิด-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ ณ ขณะนี้รุนแรงถึงที่สุด และคนอีกกลุ่มหนึ่งในสังคมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักคือเด็กกลุ่มเปราะบาง เรื่องด่วนที่กลุ่มธุรกิจ TCP จะเข้าไปดูแลร่วมกับ กสศ. คือ การดูแลสุขภาพความเป็นอยู่ของเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาปลอดภัยและอยู่ในสภาพที่พร้อมเรียนรู้ รวมทั้งมีทุนทรัพย์พอที่จะได้เรียนหนังสือต่อโดยไม่ต้องออกจากระบบกลางคัน โดยให้ความช่วยเหลือผ่านโครงการ &#8220;กลไกอาสาสมัครคุณภาพ&#8221; และโครงการ &#8220;ทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง&#8221; ที่ดูแลทั้งสุขภาพและทุนทรัพย์ไปพร้อมกัน”&nbsp;</p>



<p>นางสาวนุชรีกล่าวพร้อมกับระบุว่านี่คือเหตุผลหลักที่กลุ่มธุรกิจ TCP ได้ริเริ่มผนึกกำลังร่วมกับ กสศ. ในโครงการด้านการศึกษาเพื่อหยุดยั้งปัญหานี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a54c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>กลุ่มธุรกิจ TCP จึงสานพลัง กสศ. ช่วยเหลือเด็กๆ กลุ่มเป้าหมายระยะเร่งด่วน ผ่านการระดมทุนสนับสนุนโครงการสนับสนุนกลไกอาสาสมัครคุณภาพให้แก่อาสา กสศ. จำนวน 100 คน คนละ 400 บาท รวมงบประมาณ 1.2 ล้านบาท และโครงการทุนสานฝันการศึกษาเพื่อน้อง มอบโอกาสให้เยาวชนได้ศึกษาต่อในช่วงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช. 1) ผ่านการสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางการศึกษา จำนวน 400 คน คนละ 10,000 บาท รวมเป็นงบประมาณ 4 ล้านบาท เพื่อสร้างความเสมอภาค รวมถึงดูแลเด็กและเยาวชนครอบคลุมทุกมิติ</p>



<p>กลไกอาสาสมัครคุณภาพจะทำหน้าที่เป็นกำลังเสริมให้แก่หน่วยงานหลักต่างๆ เช่น อาสาสมัครคุณครูทั้งในระบบและนอกระบบในชุมชน อาสาสมัครเยาวชน ช่วยรับส่งผู้ป่วยเด็ก รวมถึงส่งชุดยาและเครื่องมือติดตามอาการหรืออุปกรณ์ช่วยชีวิตในกรณีจำเป็นเร่งด่วนตลอด 24 ชั่วโมง และยังสนับสนุนระบบอาสาสมัครดูแลเด็กสัมผัสเสี่ยงสูงที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระหว่างระยะเวลากักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัว (State Quarantine) รวมถึงดูแลเด็กป่วยติดเชื้อที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานพยาบาลทุกรูปแบบ พร้อมจัดตั้งอาสาสมัครเยี่ยมเด็กและครอบครัวในพื้นที่ชุมชน เพื่อติดตามการเลี้ยงดู ส่งยา อาหาร หรือเครื่องใช้จำเป็น</p>



<p><strong></strong><strong>นางลดาวัลย์ กันทวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</strong> กล่าวว่า</p>



<p>“ในระยะต้น มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือให้เด็กและครอบครัวได้รับการดูแลเร็วที่สุด ผ่านการสนับสนุนจิตอาสาที่ทำงานด่านหน้า ถ้าไม่มีครูอาสา จิตอาสา ก็จะไม่มีใครในพื้นที่ดูแลเด็ก จึงต้องช่วยเหลือต่อเนื่องไม่ให้พวกเขาหมดแรงเสียก่อน ระยะถัดมาคือการยกระดับคุณภาพชีวิตหลังจากที่หายป่วยแล้ว และงานเชิงป้องกันหรือฟื้นฟูเพื่อให้เด็กได้รับการศึกษา ที่จำเป็นต้องพึ่งพานวัตกรรมเพื่อช่วยเรื่องการเรียนรู้ให้เด็กกลุ่มเปราะบาง รวมถึงสนับสนุนให้ครอบครัวมีรายได้ที่ยั่งยืน การทำงานเพื่อลดผลกระทบต่อเด็กเยาวชนในอนาคต ต้องสร้างมาตรการเชิงป้องกัน ทั้งพ่อแม่ ครู ปกครองและชุมชน มูลนิธิตลาดหลักทรัพย์ฯ อยากเห็นการรวมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็กในทุกมิติ ทั้งด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา โรงพยาบาล อนามัย ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก สถานศึกษา รวมถึงจิตอาสา เพื่อร่วมกันดูแลเด็กในภาวะวิกฤตได้อย่างรอบด้าน เพื่อในอนาคตจะมีองค์กรพันธมิตร บริษัทจดทะเบียนอื่นๆ เข้ามาช่วยเหลือกันเป็นเครือข่าย ระดมความร่วมมือนำทรัพยากรมาใช้ได้อย่างถูกจุดและมีความยั่งยืนมากขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc8d5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong></strong><strong>นายอิสริยะ&nbsp; ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐกิจสัมพันธ์ LINEMAN wongnai</strong>&nbsp; กล่าวว่า</p>



<p>“ถือเป็นความร่วมมือที่มีประโยชน์และได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางได้อย่างตรงจุด ที่ผ่านมา LINEMAN wongnai เป็นแพลตฟอร์มออนดีมานด์ที่ให้บริการด้านการขนส่งทั้งอาหารและสิ่งของ โดยมีไรเดอร์กระจายตัวทุกพื้นที่ รวมทั้งได้อุดหนุนร้านค้าที่ถูกล็อกดาวน์ เพื่อนำอาหารไปส่งต่อให้กับชุมชนที่ขาดแคลน เช่น พื้นที่คลองเตย หรือไปส่งยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับพื้นที่ที่จัด Home Isolation ในยามวิกฤตนี้เราจะไม่นิ่งเฉยและยินดีเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหา โดยเฉพาะผู้ป่วยเด็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ต้องได้รับการช่วยเหลือดูแลที่ตรงจุดและรวดเร็ว ซึ่งบริการของเราตอบโจทย์นี้ และเมื่อทุกฝ่ายร่วมมือกันปิดช่องว่าง จะช่วยให้วิกฤตนี้คลี่คลายโดยเร็ว”</p>



<p>ทั้งนี้ กสศ.ยังเสนอให้มีการเยียวยาเด็กเยาวชนและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ในแนวทางเดียวกับประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิหรือเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ โดย</p>



<p>(1) การสนับสนุนทุนการศึกษาจนสำเร็จปริญญาตรีให้แก่เด็กที่กำพร้าพ่อแม่จากโควิด-19 พร้อมทั้งทุนประกอบอาชีพแก่พ่อ/แม่ที่ยังมีชีวิตอยู่เพื่อให้สามารถตั้งตัวได้&nbsp;</p>



<p>(2) กลุ่มเด็กเยาวชนผู้หายป่วยจากโควิด-19 มากกว่า 1 แสนคน ที่ยังต้องรับมือกับอาการหลงเหลือหลังติดเชื้อโควิด-19 ในระยะยาว (Long COVID) เด็กกลุ่มนี้จึงควรได้รับการติดตามตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อย 1-3 ปี โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&nbsp;</p>



<p>(3) กลุ่มยากจนซ้ำซ้อนที่ก่อนวิกฤตโควิด-19 มีสถานะยากจนพิเศษอยู่แล้ว และยังติดเชื้อโควิดทั้งบ้าน หรือสูญเสียสมาชิกครัวเรือนที่เป็นผู้หารายได้หลัก ภาครัฐควรเยียวยากระตุ้นให้เกิดการมีงานทำให้คนเหล่านี้สามารถกลับมาตั้งตัวได้อีกครั้ง ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงการป้องกันดูแลไม่ให้บุตรหลานต้องหลุดจากระบบการศึกษาในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-deeca2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/15-เปิดตัว-อาสา-กสศ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p>เกี่ยวกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู ด้วยยุทธศาสตร์การทำงานโดยมีข้อมูลเป็นฐาน การวิจัย สร้างองค์ความรู้ ต้นแบบ หรือนวัตกรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยรัฐเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กองทุน และมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-officially-launched-relief-group/">เปิดตัว “เครือข่ายอาสาเพื่อน กสศ.” ระดมความร่วมมือภาคเอกชน รับมือเด็กป่วย-กำพร้าจากโควิดพุ่ง ชี้ยอดเด็กป่วยก้าวกระโดด 2 เท่า กว่า 70% เป็นกลุ่มยากจน เปราะบาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
