<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>เกรียงศักดิ์ ศรีบุญเรือง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a8%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 Sep 2023 08:38:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>เกรียงศักดิ์ ศรีบุญเรือง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>1 โรงเรียน 3 ระบบ โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ กาญจนบุรี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-290923/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-290923</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 Sep 2023 04:31:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นุชนาถ สอนสง]]></category>
		<category><![CDATA[เกรียงศักดิ์ ศรีบุญเรือง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72666</guid>

					<description><![CDATA[<p>การสร้างพื้นที่ที่เด็กในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยเรีย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290923/">1 โรงเรียน 3 ระบบ โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ กาญจนบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การสร้างพื้นที่ที่เด็กในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยเรียนร่วมกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดอัตราการออกกลางคัน&nbsp; โดยการจัดการเรียนการสอนมีความคล้ายกับการเรียนแบบโฮมสกูล</p>



<p><strong>กลุ่มเป้าหมาย :&nbsp;</strong> เด็กตกหล่น ออกกลางคัน และกลุ่มเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d8fc3f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ลงเว็บ-info-1โรงเรียน-3ระบบ-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td>สลายปมในและนอกระบบ</td><td>ตอบโจทย์ชีวิตจริง</td><td>เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ</td></tr><tr><td>&#8211; นำเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้กลับเข้ามาเรียนใน “โครงการ นรอ.ให้โอกาส” <br>-การจัดสวัสดิการให้กับเด็ก นับเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กไม่หลุดออกจากระบบซ้ำ เช่น ให้ทุนการศึกษา โดยโรงเรียนเข้าร่วมโครงการของมูลนิธิยุวพัฒน์<br></td><td>-พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับเด็กกลุ่มเป้าหมาย <br>&#8211; มีหลักสูตรที่ยืดหยุ่นและหลากหลาย เน้นทักษะอาชีพ  โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการอาชีพ และจัดทวิศึกษาให้เด็กมีวุฒิ ปวช.และม.6 </td><td>-เน้นการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จากครู บุคลากร และชุมชน กลายเป็นระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก<br></td></tr></tbody></table></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86a024"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ดร.นุชนาถ-สอนสง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ดร.นุชนาถ สอนสง&nbsp;<br></strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์</h4>



<p>“สถานศึกษาต้องมีหน้าที่หล่อเลี้ยงแรงบันดาลใจ ทำให้นักเรียนทุกคนเห็นว่าทางเลือกของการศึกษาไม่ได้มีแค่ทางเดียว แต่ยังมีพื้นที่อีกมากมายที่พร้อมให้โอกาส…เพราะสำหรับคนคนหนึ่งแล้ว ถ้าถึงวันที่เขาต้องการโอกาส แต่หันไปทางไหนก็มืดไปหมด ในฐานะผู้บริหารสถานศึกษาคนหนึ่ง เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดาย”</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e7c41f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/เกรียงศักดิ์-ศรีบุญเรือง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เกรียงศักดิ์ ศรีบุญเรือง&nbsp;<br></strong>หัวหน้ากองบริหารงานวิชาการ “ห้องเรียนออนไลน์” และหัวหน้าโครงการติดตามเด็กที่หลุดออกนอกระบบ โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์</h4>



<p>“ทุกโรงเรียนจะเจอภาวะการเรียนรู้ถดถอยเหมือนกันหลังช่วงโควิด เด็กนักเรียนบางกลุ่มไม่อยากกลับเข้าเรียนในระบบ เราก็เลยออกแบบ “ห้องเรียนออนไลน์” สำหรับรองรับกลุ่มนี้ เพื่อช่วยป้องกันปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา&nbsp; เคยไปเยี่ยมบ้านพบว่าเด็กบางคนไม่มีเงินไปเรียน บางคนถูกผู้ปกครองทอดทิ้ง&nbsp; เราต้องสร้างความตระหนักรู้ให้คุณครูว่าเด็กบางกลุ่มต้องการวุฒิการศึกษาเพื่อไปทำงานหรือมีโอกาสที่ดีขึ้นในชีวิต เราต้องให้โอกาสเขา &nbsp; ความยืดหยุ่นเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเด็กกลุ่มนี้”</p>



<p>“รูปแบบการเรียนที่มีทางเลือก โรงเรียนวางแนวทางไว้ตั้งแต่ปี 2550 เราทำมานานและยังทำต่อเนื่องมาตลอด เด็กที่ติดบางวิชาหรือออกไปทำงานแล้ว สามารถกลับเข้ามาสู่ห้องเรียนสัปดาห์ละ 1 วัน คือเราทำตั้งแต่ตอนที่ระบบออนไลน์ยังไม่สะดวกขนาดนี้ จนเวลาผ่านไป เทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ทำให้การจัดการศึกษาทางเลือกทำได้ง่ายขึ้น” <strong>ดร.นุชนาถ สอนสง ผู้อำนวยการโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> เล่าถึงความก้าวหน้าของโมเดลการศึกษา ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26fc93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1.-1-โรงเรียน-3-ระบบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์เคยเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ในปี 2564 จากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ตระหนักได้ว่า ระบบการศึกษาออนไลน์สามารถทำอะไรได้มากกว่าการสอนผ่าน Zoom หรือ Google Meet หรือการแจกใบงานให้นักเรียนนำกลับไปทำ แต่เทคโนโลยีของระบบออนไลน์ยังช่วยได้มากในเรื่องการจัดทำบทเรียนสำเร็จรูปที่เหมาะสมสำหรับนักเรียนทุกคน&nbsp;</p>



<p>“ช่วงโควิด-19 ภารกิจใหญ่ของเราคือ ต้องจัดการศึกษาให้ได้ เรามีการเยี่ยมบ้าน สำรวจความพร้อมของนักเรียน และพบว่ามีเด็กที่หลุดไปด้วยปัญหาเศรษฐกิจ บางคนต้องไปทำงาน เราก็เลยกลับมาคุยกันว่า เด็กที่หลุดออกไปหรือค่อย ๆ ห่างจากการเรียนรู้ไปทุกที จะทำยังไงให้เขากลับมาเรียนได้”</p>



<p>ทางโรงเรียนจึงเกิดแนวคิดที่จะทำห้องเรียนออนไลน์ที่ไม่ใช่เพียงการสอนแบบเรียลไทม์ แต่เป็นห้องเรียนที่รวบรวมเอาเนื้อหาในแต่ละสาระวิชามาจำแนกและจัดหมวดหมู่ให้ง่ายต่อการเรียนรู้ แล้วแขวนไว้ในระบบออนไลน์ในรูปแบบ ‘บทเรียนสำเร็จรูป’ เพื่อให้ครูและนักเรียนนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ โดยอาศัยเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนทบทวนซ้ำได้ หรือเรียนจากที่ไหน เวลาใด ก็ได้เช่นกัน&nbsp; </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2748e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO10-1-โรงเรียน-3-ระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนการศึกษาตามอัธยาศัย ทางโรงเรียนมีการวางแผนปูแนวทางร่างหลักสูตรไว้แล้ว โดยย้อนดูจากบทเรียนและประสบการณ์ที่โรงเรียนเคยทำมา ว่ามีอุปสรรคอะไรบ้าง และควรจัดการศึกษาอย่างไร แต่หลักการหนึ่งที่โรงเรียนให้ความสำคัญคือต้องไม่เพิ่มภาระครู</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ห้องเรียนวันศุกร์’ สู่นวัตกรรมสร้างโอกาสรองรับเด็กหลุดออกนอกระบบ</strong></h2>



<p>กล่าวโดยสังเขป พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 15 ระบุไว้ว่า การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ 1) การศึกษาในระบบ 2) การศึกษานอกระบบ และ 3) การศึกษาตามอัธยาศัย โดยสถานศึกษาอาจจัดการศึกษาในรูปแบบใดหนึ่ง หรือจะจัดทั้ง 3 รูปแบบเลยก็ได้ โดยให้มีการเทียบโอนผลการเรียนสะสมทั้งในรูปแบบเดียวกันหรือต่างรูปแบบ และไม่ว่าจะเป็นการสะสมผลการเรียนจากสถานศึกษาเดียวกันหรือไม่ก็ตาม รวมถึงสามารถเทียบโอนผลการเรียนจากการฝึกอาชีพหรือประสบการณ์การทำงานได้</p>



<p>ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว เมื่อลงรายละเอียดในวงเล็บ 2 มีการขยายความไว้ว่า <strong><em>“การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม”</em></strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-09b249"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO6-1-โรงเรียน-3-ระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อความตามในวงเล็บ 2 นี้เอง ที่นำมาสู่ความตั้งใจจะทลายกรอบจำกัดของการศึกษาเพียงรูปแบบเดียวที่โรงเรียนมีอยู่ เพื่อสร้างโอกาสสำหรับเด็กที่หลุดออกกลางคันและเด็กกลุ่มเสี่ยง โดยตั้งแต่ปี 2555 โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ เริ่มดัดแปลงพื้นที่ของห้องเรียนหนึ่งในอาคารหลังเก่า ให้เป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนตกค้าง ซึ่งครูแต่ละรายวิชาจะเวียนกันมาสอน พร้อมสอบวัดประเมินผล และออกวุฒิการศึกษาให้ เมื่อผู้เรียนเก็บหน่วยกิตได้ครบตามหลักสูตร</p>



<p><strong>ดร.นุชนาถ</strong> ระบุว่า จาก ‘ห้องเรียนวันศุกร์’ ที่จัดขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนส่วนหนึ่งของโรงเรียนที่คงเหลือหน่วยกิตตกค้างจนไม่สามารถจบการศึกษาได้ ทำให้โรงเรียนมองเห็นความเป็นไปได้ของการจัดการศึกษาในหลายรูปแบบ แต่ก็ยังไม่ได้ขยายผลจริงจัง จนกระทั่งการมาถึงของโควิด-19 ในปี 2564</p>



<p>“พอเจอโควิด เราพูดได้เลยว่าช่วงเวลานั้นเด็กนักเรียน 400 คน ในทุกระดับชั้นของโรงเรียน ทุกคนคือกลุ่มเสี่ยงที่พร้อมหลุดจากระบบได้ทุกเมื่อ ดังนั้นภารกิจใหญ่ของโรงเรียนคือ จะต้องจัดการศึกษาให้เด็ก ๆ ไปต่อได้ ประสบการณ์ที่โรงเรียนสั่งสมมาทั้งหมดจึงต้องนำมาใช้ เราเริ่มด้วยการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อดูความพร้อมเด็กเป็นรายคนว่าเหมาะจะเรียนรู้ในรูปแบบใด แล้วกลับมาหาวิธีจัดการศึกษาที่เหมาะสม ทั้งเริ่มทำใบงานจัดการศึกษาแบบออนแฮนด์ (on-hand) ควบคู่กับทดลองให้ครูหาทางสร้างพื้นที่เรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57b160"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO9-1-โรงเรียน-3-ระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การเรียนออนไลน์นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเรียนพร้อมกันทุกคน เพราะเรารู้ว่าแต่ละคนมีข้อจำกัดมากมาย ทั้งเรื่องเวลา เครื่องมืออุปกรณ์ เด็กบางคนต้องตามพ่อแม่ไปอยู่ที่อื่น บางคนอยู่กับปู่ย่าตายาย ไม่มีมีใครช่วยดูแล บางบ้านก็มีอุปกรณ์สื่อสารเพียงเครื่องเดียว ไอเดียที่เราคิดกันขึ้นมาจึงเป็นการผลิต ‘บทเรียนสำเร็จรูป’ แล้วเอาไปแขวนไว้ในห้องเรียนออนไลน์ ซึ่งเรามองว่าเป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ที่สุด ทั้งช่วยให้ผู้เรียนเรียนซ้ำได้ หรือเรียนจากที่ไหน เวลาใดก็ได้”&nbsp; </p>



<p>จนเมื่อวิกฤตโควิด-19 ซาลง แต่สถิติเด็กหลุดออกนอกระบบยังคงสูงขึ้น รวมถึงเด็กกลุ่มเปราะบางและกลุ่มเสี่ยงที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทางโรงเรียนจึงเริ่มทบทวนถึง ‘การจัดการศึกษาที่เหมาะสม’ ตามความจำเป็นของผู้เรียนแต่ละคน โดยต้องเป็นการศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นไปตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่ว่าด้วยการจัดการศึกษา 3 ระบบ แล้วนำโจทย์ที่โรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กส่วนใหญ่ต้องเจอมาเป็นฐานการออกแบบหลักสูตร คือเรื่องสภาพปัญหาความยากจน ด้อยโอกาส ครอบครัวแหว่งกลาง ขาดความเข้าอกเข้าใจ รวมถึงปัญหาพฤติกรรมของนักเรียนในช่วงผลัดเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งส่งผลต่อความเสี่ยงของการหลุดจากระบบทั้งสิ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สานพลังภาคี ร่วมสร้าง ‘พื้นที่แห่งโอกาส’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8941c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO5-1-โรงเรียน-3-ระบบ-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.นุชนาถ</strong> กล่าวว่า เมื่อมีเด็กหลุดจากระบบ การจะนำกลับมาต้องพิจารณารอบด้าน ว่าจะจัดการศึกษาอย่างไรโดยไม่ยึดติดรูปแบบใดตายตัว ดังนั้นกว่าจะได้หลักสูตร โรงเรียนต้องใช้เวลาศึกษาสภาพปัญหา ทำความเข้าใจบริบทพื้นที่ เตรียมความพร้อมครู รวมถึงสื่อสารให้ความรู้กับผู้ปกครอง ชุมชน กรรมการสถานศึกษา และออกไปเรียนรู้จากหน่วยงานอื่น ๆ ภายนอกพื้นที่</p>



<p>“การจะทลายกรอบจำกัดเดิม ๆ ไปสู่การศึกษาที่มีทางเลือก เราต้องทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องมีฐานความเข้าใจชุดเดียวกันก่อน คณะครูและผู้บริหารจึงต้องตระเวนศึกษาดูงาน รวมถึงได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานแวะเวียนมาให้ความรู้ โดยเฉพาะศูนย์การเรียน CYF เจ้าของนวัตกรรม ‘นครพนมโมเดล’ มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน สมาคมการจัดการศึกษาโดยองค์กรชุมชน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี สมาคมสภาการศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี คณะทำงานจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี</p>



<p>“การสนับสนุนของหน่วยงานเหล่านี้ทำให้คณะครูของเราเชื่อมั่นว่า เราสามารถจัดการศึกษาที่มากกว่าระบบเดียวได้ เพราะเราเห็นบทเรียนต้นแบบ เห็นกระบวนการ วิธีการ เข้าใจระเบียบข้อกฎหมาย เห็นความเป็นไปได้ของการทำงานที่จะไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับบุคลากรของโรงเรียนในระยะยาว และเห็นเป้าหมายร่วมกันว่า การช่วยเด็กเพิ่มขึ้นสักคนหนึ่ง ให้เขาได้เรียน ได้เข้าถึงโอกาส นั่นหมายถึงเรากำลังเปลี่ยนแปลงอนาคตของเขา ของคนรอบตัวเขา และของสังคมที่เขาจะเติบโตขึ้นเป็นส่วนหนึ่งในวันข้างหน้า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df9a02"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO9-1-โรงเรียน-3-ระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อนั้นเอง แนวทางปฏิบัติเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน ในชื่อ ‘การจัดการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กตกหล่น ออกกลางคัน และกลุ่มเสี่ยง’ ของโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ จึงปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร และพร้อมเดินหน้าอย่างเป็นระบบ โดยขับเคลื่อนด้วย 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่</p>



<p><strong>1. พัฒนาข้อมูลสารสนเทศ</strong> มีระบบดูแลช่วยเหลือและระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) เพื่อจำแนกกลุ่มเป้าหมายเด็กกลุ่มเสี่ยง เด็กออกกลางคัน ก่อนกำหนดแนวทางค้นหาติดตามที่ใช้การมีส่วนร่วมของชุมชน ซึ่งข้อมูลของเด็กทุกคนที่ชัดรอบด้านจะทำให้โรงเรียนทราบปัญหา ตำแหน่งที่อยู่ของเด็ก ประวัติการรับทุน และแนวโน้มความเสี่ยงต่าง ๆ</p>



<p><strong>2. พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาสำหรับเด็กแต่ละกลุ่ม</strong> ด้วยแนวทาง ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 2542 มาตรา 15 ให้มีทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย</p>



<p><strong>3. พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ตรงตามบริบทชีวิต และสอดคล้องกับยุคสมัย</strong> โดยเด็กที่หลุดจากระบบไปแล้วจะต้องได้รับการจัดการศึกษาที่เหมาะสมตามบริบท ตั้งแต่การจัดการเรียนรู้แบบ on-hand ผ่านใบงาน มีห้องเรียน on-demand ที่ออกแบบการเรียนรู้เฉพาะกลุ่ม และนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในช่วงสถานการณ์โควิด-19 คือ ‘ห้องเรียนออนไลน์’ ที่ครูทุกกลุ่มสาระวิชาช่วยกันพัฒนา ‘บทเรียนสำเร็จรูป’ ขึ้น แล้วนำไปแขวนไว้ในเว็บไซต์แยกตามกลุ่มสาระ มีบทเรียน แบบฝึกหัด แบบทดสอบ ที่นักเรียนเลือกเข้ามาเรียนได้ทุกเวลา และครูสามารถติดตามการเข้าเรียนได้</p>



<p>นอกจากนี้ การวัดประเมินผลยังปรับเกณฑ์ให้มีความยืดหยุ่น สามารถเทียบโอนจากสภาพการณ์และสถานการณ์จริง เช่น เด็กมีประสบการณ์ทำงานช่าง งานค้าขาย หรือปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ก็นำมาเทียบประเมินได้กับรายวิชาเพิ่มเติม คือวิชาทักษะอาชีพ วิชาพื้นฐานธุรกิจ และวิชาเกษตร</p>



<p><strong>4. พัฒนากลไกภาคีเครือข่ายความร่วมมือ</strong> โดยมีคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา ที่ประกอบด้วยหน่วยงานสาธารณสุข ชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่พร้อมสนับสนุนและเป็นส่วนหนึ่งของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ทั้งร่วมค้นหาติดตามนักเรียน ร่วมวางแผน ตัดสินใจ ผ่านการประชุมร่วมกันตามวาระ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ea2fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1.-1-โรงเรียน-3-ระบบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาที่มี ‘ทางเลือก’ ไม่ใช่แค่พาเด็กกลับห้องเรียน แต่ต้องป้องกัน ‘เหตุเวียนซ้ำ’</strong></h2>



<p><strong>ผู้อำนวยการโรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์</strong> กล่าวว่า ปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการพาเด็กกลับมาเรียนมากที่สุด คือ ผู้ปกครอง ซึ่งการสื่อสารและลงพื้นที่เยี่ยมบ้านสม่ำเสมอ คือกลไกเชื่อมต่อที่ทรงพลังที่สุด เพราะปัญหาใหญ่ที่ทำให้เด็กหลุดออกไปคือครอบครัว ถ้าคณะทำงานสามารถออกแบบการศึกษาที่หลากหลาย และเอื้อต่อการใช้ชีวิตในรูปการณ์สถานการณ์ต่าง ๆ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ปกครองพร้อมสนับสนุน และช่วยให้โรงเรียนบรรลุเป้าหมายในการพาเด็กกลับมาได้สำเร็จ</p>



<p>“การจะจัดการศึกษาที่มีทางเลือกได้ เราต้องมองให้เห็นสภาพรอบตัวเด็กและผู้ปกครอง ต้องทำความเข้าใจและขุดลึกลงไปจนพบลักษณะของปัญหาที่แต่ละครอบครัวต่อสู้อยู่ ทั้งความยากจน ภาระการหาเลี้ยงชีวิต ความเปราะบางในความสัมพันธ์ หรือลักษณะการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลาย อย่างเด็กบางคนหลุดไปเพราะไม่ถนัดเรียนในห้องเรียน บางคนต้องทำงานเลี้ยงตัวเอง บางคนเป็นเสาหลักดูแลครอบครัว บางคนต้องผ่านช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านจากเด็กไปสู่วัยรุ่น ก็อาจมีหลงทางไปบ้าง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-688865"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_บทความ-174_PHOTO1-1-โรงเรียน-3-ระบบ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับเราในฐานะสถานศึกษา ต้องเป็นหลักยึดให้เขาได้ ว่าเมื่อไหร่ที่พร้อมกลับมาเรียน อยากได้วุฒิการศึกษา อยากเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์เพื่อเอาไปยกระดับพัฒนาชีวิต เขาจะสามารถมองเห็นและกลับเข้ามาในพื้นที่โรงเรียนได้เสมอ</p>



<p>“การศึกษาที่มีทางเลือกจึงไม่ใช่แค่ค้นหาแล้วพาเด็กกลับมาสู่ห้องเรียน เพราะถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่า เขาต้องกลับมาเจอกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ ที่เคยผลักให้เขาหลุดไปแล้วรอบหนึ่ง แล้วสุดท้ายเหตุการณ์ก็เวียนซ้ำ ดังนั้นก่อนจัดการศึกษา เราต้องรู้พื้นฐานว่าเด็กหลุดออกไปเพราะอะไร ความต้องการของเขาคืออะไร และผู้ปกครองต้องการการสนับสนุนจากโรงเรียนในเรื่องใดบ้าง”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator"/>



<p><strong>ที่มา :</strong><a href="https://www.eef.or.th/article-280823/?fbclid=IwAR0wkX_mWzcjpJ4w1-o1BLHbFJAsoduPzmU4VCM0u--5Ph9gNOj_M6V0YVw" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.eef.or.th/article-280823/?fbclid=IwAR0wkX_mWzcjpJ4w1-o1BLHbFJAsoduPzmU4VCM0u--5Ph9gNOj_M6V0YVw"> เพราะการศึกษาไม่ได้มีเพียงทางเลือกเดียว รู้จักโมเดล ‘1 โรงเรียน 3 ระบบ’ สร้างพื้นที่แห่งโอกาสที่โรงเรียนไหนก็ทำได้</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-290923/">1 โรงเรียน 3 ระบบ โรงเรียนนิวิฐราษฎร์อุปถัมภ์ กาญจนบุรี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
