<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อุดม กูลดี | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1-%E0%B8%81%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%B5/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 Jun 2024 11:45:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อุดม กูลดี | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปัจฉิมครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1… สิ่งที่ครูรุ่นพี่อยากฝากบอกครูรุ่นน้อง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-170624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 11:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เกศฤทัย คำษร]]></category>
		<category><![CDATA[นิตยา เรืองมาก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นิตยา เรืองมาก]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม กูลดี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=82928</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระบวนของการสร้างครูของโรงเรียน และครูของชุมชน ภายใต้ชื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170624-2/">ปัจฉิมครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1… สิ่งที่ครูรุ่นพี่อยากฝากบอกครูรุ่นน้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กระบวนของการสร้างครูของโรงเรียน และครูของชุมชน ภายใต้ชื่อ <strong>‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น’</strong> ผ่านมาแล้วกว่า 5 ปีตั้งแต่เริ่มจัดตั้งโครงการในปี 2562 โดยมีเป้าหมายในการผลิตครูรุ่นใหม่หัวใจรัก(ษ์)ถิ่น 5 รุ่นรวมกว่า 1500 คน ซึ่งปี 2567 นี้ ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 ที่นับเป็นรุ่นปฐมบทได้สำเร็จการศึกษาตามเป้าหมายครบทั้ง 327 คนแล้ว  และเตรียมพร้อมสำหรับการทำหน้าที่ครูที่โรงเรียนบ้านเกิดใน 285 โรงเรียนพื้นที่ห่างไกล ซึ่งจะได้บรรจุเป็นข้าราชการครูเต็มตัวในเดือนตุลาคมปีนี้</p>



<p><strong>“เรียนจบ แต่อาชีพครูไม่จบ” </strong>ครูรัก(ษ์)ถิ่น แม้จะเรียนจบ 4 ปีจากสถาบันการศึกษาแล้วก็ตาม แต่พวกเขาจะยังคงสร้างความต่อเนื่อง ทำหน้าที่พัฒนาการศึกษาในโรงเรียนปลายทางอย่างน้อย 6 ปีต่อเนื่องตามเงื่อนไขทุนจดทะเบียน</p>



<p>เมื่อมีวันปฐมนิเทศ ก็ย่อมต้องถึงวันแห่งการปัจฉิมนิเทศ สำหรับครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 ไม่ใช่การปัจฉิมเพื่อการจากลา แต่เป็นการปัจฉิมสถานะจากนักศึกษาสู่การเป็นครูจริงๆ เราจึงชวนครูรุ่นพี่ 5 คน ที่เดินทางในเส้นทางการศึกษา และมีคำหน้าว่าครูหรืออาจารย์อย่างยาวนาน มาฝากบอกอะไรแก่ครูรุ่นใหม่ที่จะช่วยกันสร้างการศึกษาให้มีความหวังต่อไป</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ </strong>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล  </h4>



<p>ในฐานะหัวเรือใหญ่ร่วมก่อฐานโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น อาจารย์ดารณี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และประธานอนุกรรมการพัฒนาระบบการผลิตและพัฒนาครูสำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล มีสิ่งที่อยากฝากบอกครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1 </p>



<p>“อันดับแรกเลยต้องขอบคุณที่เลือกมาเรียนครู เขาเรียนรู้มาเยอะ อยากให้เขามีความสุขกับการทำงาน อาชีพครูมีคุณค่า ทำประโยชน์ให้คนอื่น เรามีความสุข สร้างความสุข สร้างพลังให้ตัวเรา เด็กทุกคนมีชีวิตมีจิตใจ การที่เราได้มีโอกาสให้และหล่อหลอมให้เด็กคนหนึ่งได้โตมาทั้งร่างกายจิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคม อยากให้เขาภูมิใจที่ได้เป็นครู ที่เราตั้งชื่อว่าครูรัก(ษ์)ถิ่น เมื่อไหร่ที่เขารักในวิชาชีพครู แล้วก็รักถิ่นฐานบ้านเกิด จิตวิญญาณของเขาก็จะทำงาน เพราะเขามีความรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของ ความรู้สึกเป็นเจ้าของมันก็จะทำให้เขามุ่งมั่นในการที่จะสร้าง พัฒนา แล้วตัวเขาก็จะมีความสุขในการอยู่ด้วย”</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ขอบคุณที่เลือกมาเรียนครู เขาเรียนรู้มาเยอะ อยากให้เขามีความสุขกับการทำงาน อาชีพครูมีคุณค่า ทำประโยชน์ให้คนอื่น เรามีความสุข สร้างความสุข สร้างพลังให้ตัวเรา เด็กทุกคนมีชีวิตมีจิตใจ ที่เราตั้งชื่อว่าครูรัก(ษ์)ถิ่น เมื่อไหร่ที่เขารักในวิชาชีพครู ก็จะรักถิ่นฐานบ้านเกิด จิตวิญญาณของเขาก็จะทำงาน เพราะเขามีความรู้สึกเป็นเจ้าของ ความรู้สึกเป็นเจ้าของมันก็จะทำให้เขามุ่งมั่นในการสร้าง พัฒนา แล้วตัวเขาก็จะมีความสุขในการอยู่ด้วย”</p>
</blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ddf57e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/01_รองศาสตราจารย์ดารณี-อุทัยรัตนกิจ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อาจารย์พิศมัย รัตนโรจน์สกุล</strong> ผู้จัดการโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</h4>



<p>จากประสบการณ์ในการลงพื้นที่ไปเจอนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่นมาทุกที่ อาจารย์ก็จะบอกเขาเสมอว่าสิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือนักศึกษากำลังจะจบปี 4 จะรู้สึกว่าเขากำลังจะเป็นอิสระ จะหลุดพ้นแล้ว เหมือนลูกโป่งกำลังฟีบ เพราะเขาเหนื่อยกันมามาก วันแรกที่เขาเข้ารับทุนมันฮึกเหิม ตั้งปณิธานกัน ‘ฉันจะเป็นครูที่ดี’ ‘ฉันไปพัฒนาชุมชน’ แล้วพอไปเรียนไปเรื่อยๆ เจอทั้งงานหนัก ทั้งฝึกสอน เกิดสถานการณ์ที่มันบั่นทอน ความรู้สึกเหล่านี้มันหดหายไป ความเข้มข้นในจิตใจของเขาต่อการกลับไปเป็นครูที่มุ่งมั่นลดลง </p>



<p>อย่าลืมอุดมการณ์ความเป็นครู ตั้งแต่ที่บอกไว้ในตอนแรกจะรับทุนครูรักษ์ถิ่นแล้ว ที่บอกว่าจะเป็นครูแบบไหน จะตั้งใจทําอะไรบ้าง อย่าลืมสิ่งตัวเองตั้งใจไว้ </p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“อย่าลืมอุดมการณ์ความเป็นครู ตั้งแต่ที่บอกไว้ในตอนแรกจะรับทุนครูรักษ์ถิ่นแล้ว ที่บอกว่าจะเป็นครูแบบไหน จะตั้งใจทําอะไรบ้าง อย่าลืมสิ่งตัวเองตั้งใจไว้”</p>
</blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8dfdb5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/02_พิศมัย-รัตนโรจน์สกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พิศมัย รัตนโรจน์สกุล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อาจารย์นิตยา เรืองมาก</strong> รองคณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง</h4>



<p>สิ่งสําคัญที่สุดของคุณสมบัติคือเราอยากให้นักศึกษาที่เราผลิตออกไปเป็นครูต้นแบบ ไม่ใช่ไม่ใช่สักแต่เป็นครูอย่างเดียว แต่เป็นต้นแบบเรื่องที่ดี คุณสมบัติตัวที่สองก็คือความรับผิดชอบต่อหน้าที่และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าทุกวันนี้ครูมีทั้งบวกและลบ เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไรให้ครูมีความรับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ของตัวเอง และสุดท้ายคือในเรื่องของจรรยาบรรณ อย่างไรเสียคนเป็นครู คือเรามีหัวโขนที่ค้ำคออยู่แล้ว</p>



<p>“อยากให้นักศึกษาที่เราผลิตออกไปเป็นครูต้นแบบ ไม่ใช่สักแต่เป็นครูอย่างเดียว แต่เป็นต้นแบบในเรื่องที่ดี คุณสมบัติที่สองคือความรับผิดชอบต่อหน้าที่และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ และสุดท้ายคือจรรยาบรรณ อย่างไรเสียคนเป็นครู เรามีหัวโขนที่ค้ำคออยู่แล้ว”</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“อยากให้นักศึกษาที่เราผลิตออกไปเป็นครูต้นแบบ ไม่ใช่สักแต่เป็นครูอย่างเดียว แต่เป็นต้นแบบในเรื่องที่ดี คุณสมบัติที่สองคือความรับผิดชอบต่อหน้าที่และความซื่อสัตย์ต่ออาชีพ และสุดท้ายคือจรรยาบรรณ อย่างไรเสียคนเป็นครู เรามีหัวโขนที่ค้ำคออยู่แล้ว”</p>



<p></p>
</blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d03568"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/03_นิตยา-เรืองมาก.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นิตยา เรืองมาก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>เกศฤทัย คำษร</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจันเดย์ จังหวัดกาญจนบุรี</h4>



<p>คาดหวังว่าเขาจะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน หรือแม้แต่การเป็นตัวแทนของโรงเรียนที่เข้าไปประสานและพัฒนาชุมชนในเรื่องต่างๆ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนต้องอยู่ในบริบทช่วยเกื้อหนุนกัน แล้วถ้าครูๆ เชื่อมสังคมสู่โรงเรียนได้แล้ว เขาก็จะสามารถเอาสิ่งดีๆ ในชุมชนเข้ามาสู่โรงเรียนได้ เช่นบ้านนักเรียน ถ้าเราเข้าไปสัมพันธ์กับเขาได้ บางบ้านก็จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดี เช่นด้านภูมิปัญญาต่างๆ หรือผู้ปกครองเองก็เป็นวิทยากรที่ดีได้ การที่ผู้ปกครองมีความร่วมมือมีความเข้าใจโรงเรียนไปทางเดียวกัน สิ่งเหล่านี้สามารถสร้างสังคมที่ดีได้ </p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“คาดหวังว่าเขาจะส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับชุมชน หรือแม้แต่การเป็นตัวแทนของโรงเรียนที่เข้าไปประสานและพัฒนาชุมชนในเรื่องต่างๆ เพราะความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนต้องอยู่ในบริบทช่วยเกื้อหนุนกัน แล้วถ้าครูๆ เชื่อมสังคมสู่โรงเรียนได้แล้ว เขาก็จะสามารถเอาสิ่งดีๆ ในชุมชนเข้ามาสู่โรงเรียนได้ ”</p>
</blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-11ad67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/04_เกศฤทัย-คำษร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เกศฤทัย คำษร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อุดม กูลดี</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ เกาะยาว จังหวัดพังงา</h4>



<p>อยากฝากบอกก็คืออยากให้มีครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นต่อไปเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ 5 รุ่นแล้วจบไป เพราะการผลิตครูแบบนี้มันตอบโจทย์โรงเรียน และมั่นใจว่าวันที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้เข้ามาสอนในโรงเรียนเต็มตัว เขาจะเป็นครูที่ดีที่โรงเรียนแล้วก็สามารถที่จะถ่ายทอดให้กับเด็ก แล้วก็อยู่ร่วมกับชุมชนได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“มั่นใจว่าวันที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นได้เข้ามาสอนในโรงเรียนเต็มตัว เขาจะเป็นครูที่ดีที่โรงเรียนสามารถถ่ายทอดให้กับเด็ก แล้วก็อยู่ร่วมกับชุมชนได้” </p>
</blockquote>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-03cc5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/06/05_อุดม-กูลดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อุดม กูลดี</figcaption></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170624-2/">ปัจฉิมครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 1… สิ่งที่ครูรุ่นพี่อยากฝากบอกครูรุ่นน้อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-240524/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 May 2024 05:41:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Welcome Teacher : สวัสดีคุณครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[วิฑูรย์ บุญสพ]]></category>
		<category><![CDATA[สมบูรณ์ อาษาราษฏร์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม กูลดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวกะพ้อ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81954</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันแรกที่ อุดม กูลดี มารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนอ่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240524/">“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันแรกที่ <strong>อุดม กูลดี</strong> มารับตำแหน่งผู้อำนวยการ<strong>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ</strong> โรงเรียนที่ตั้งอยู่บนเกาะยาวใหญ่ จังหวัดพังงา ก็มีครูคนหนึ่งที่เดินมาบอกเขาว่า กำลังจะย้ายไปโรงเรียนอื่น เหตุการณ์นี้ถือเป็นเรื่องปกติของโรงเรียน ที่ครูมักจะบรรจุที่โรงเรียนอยู่ประมาณ 1-2 ปี ก่อนจะขอย้ายไปที่อื่น</p>



<p>สำหรับเขานี่ถือเป็นโจทย์รับน้องที่เขาต้องหาทางแก้ไขในฐานะผู้นำโรงเรียน ผอ.อุดมมองว่า เป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่เลือกได้ว่า อยากทำงานที่ไหน การออกมาทำงานไกลบ้าน อยู่บนเกาะที่ห่างไกลแผ่นดินใหญ่ ย่อมไม่ได้สะดวกสบาย โดยเฉพาะการเดินทาง</p>



<p>“ผมว่าทุกคนอยากกลับบ้าน ต่อให้อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้าน เขาอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว อยากกลับไปอยู่ที่ที่เคยอยู่ เขามาอยู่บนเกาะจะกลับบ้านที่ลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยมันก็ไม่สะดวกสบาย ต้องนั่งเรือไปรักษา เวลาเกิดคลื่นลมมีความเสี่ยงอันตรายในชีวิต เขาก็คิดว่ากลับบ้านดีกว่า เหมือนเราที่มีความตั้งใจว่าอยากกลับบ้าน ก็ไม่ได้ห้ามใครจะกลับบ้าน เข้าใจวิถีชีวิตเขา ผมเชื่อว่าถ้ากลับไปอยู่กับครอบครัว เขาก็มีความสุขกับการทำงาน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-132b6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/01_ผอ.อุดม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานแรกของอุดมในฐานะผอ.โรงเรียน คือ การแก้ปัญหาครูโยกย้าย เขาเริ่มจากการทำนโยบาย <strong>‘ชวนน้องกลับบ้าน’</strong> ชวนครูที่เป็นคนเกาะยาวใหญ่ ที่ไปสอนพื้นที่อื่น ให้ขอย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียน จนขยับมาเข้า<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong> โดย<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>สนับสนุนทุนการศึกษาสำหรับเด็กขาดโอกาสได้เรียนครูตามความฝัน และแก้ปัญหาครูขาดแคลนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องจบออกมาบรรจุในโรงเรียนใกล้บ้านอย่างน้อย 6 ปีหลังเรียนจบ</p>



<p>เพราะเกาะยาวใหญ่เป็นบ้านเกิดของ ผอ.อุดม และความรักในการทำงานอยู่ในระบบการศึกษา จึงเป็นความตั้งใจของเขาที่อยากกลับมาอยู่บ้านเกิด พัฒนาระบบการศึกษาและชุมชน ซึ่ง ผอ.อุดมไม่ได้มีเป้าหมายนี้เพียงคนเดียว คนอื่นๆ บนเกาะต่างมีเป้าหมายนี้เช่นกัน กลายเป็นการรวมพลังภายใต้โจทย์ที่ว่าต้องพัฒนาเกาะยาวใหญ่ให้ดีขึ้น การเข้าร่วม<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong>ของโรงเรียนอ่าวกะพ้อกลายเป็นผลพลอยได้หนึ่ง มันช่วยแก้ปัญหาที่โรงเรียนมีมาตลอด ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาชุมชน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-709ab7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/02_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เด็กไม่ออกมาทำงานก็ย้ายไปเรียนต่อที่อื่น การเสพยาเสพติด สารพัดปัญหาบนเกาะยาวใหญ่ที่แก้ผ่านความเชื่อของ ‘ศาสนาอิสลาม’</strong></h2>



<p>“เป็นเรื่องที่ฝังอยู่ในใจผม ตอนที่ผมเป็นวัยรุ่นเพื่อนติดยาเสพติดเยอะ มีอาการหลายๆ อย่าง เช่น ลงแดง เสียชีวิตไปก็หลายคน ผมก็ต้องไปช่วยทำศพให้เขา มันเป็นอะไรที่เศร้าใจมาก ก็คิดว่าสังคมบ้านเราต้องอยู่แบบนี้เหรอ แล้วลูกหลานเราต่อไปจะอยู่อย่างไร”</p>



<p>การใช้ชีวิตบนเกาะที่ยาวนานจนเข้าทำเนียบคนเก่าคนแก่ ก็ทำให้<strong>สมบูรณ์ อาษาราษฏร์</strong> วิทยากรอิสลามศึกษา ประจำโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ได้เห็นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น อย่างปัญหาการเสพยาของวัยรุ่นบนเกาะ ก็มีต้นตอส่วนหนึ่งมาจากที่ต้องออกจากการเรียนกลางคัน ไม่ว่าด้วยฐานะเศรษฐกิจครอบครัวที่ไม่เอื้ออำนวย หรือถูกส่งไปเรียนข้างนอกแล้วเรียนไม่จบ ต้องกลับมาอยู่ที่บ้าน ชีวิตของเด็กหลายคนจึงไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ หรือไม่มีโอกาสเติบโต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-42901c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/03_สมบูรณ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมบูรณ์ อาษาราษฏร์ วิทยากรอิสลามศึกษา โรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นความตั้งใจที่สมบูรณ์อยากพัฒนาเกาะยาวใหญ่ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะที่ชุมชนในตำบลพรุในที่เขาอาศัยอยู่ ‘ศาสนาอิสลาม’ เป็นเครื่องมือหนึ่งที่สมบูรณ์มองว่า จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ตามหลักศาสนาอิสลามแล้ว ผู้ที่นับถือจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจหลักคำสอนอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าถึงวิถีชีวิตที่ถูกต้องตามหลักศาสนา เด็กๆ ถูกส่งไปเรียนศาสนาตั้งแต่ยังเล็กๆ สถานที่เรียนถ้าไม่ใช่ที่มัสยิดที่จะมี ‘โต๊ะครู’ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาอิสลามสอน ก็จะเป็นที่ ‘ปอเนาะ’ โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามอย่างเข้มข้น</p>



<p>น่าเสียดายที่สภาพแวดล้อมบนเกาะยาวใหญ่ไม่สามารถดึงดูดใจผู้ปกครองให้ส่งลูกมาเรียนได้ พวกเขาตัดสินใจส่งลูกไปเรียนที่อื่นตามแต่กำลังทรัพย์ที่มี ยะลา ภูเก็ต ตรัง ฯลฯ คือจุดหมายที่ครอบครัวนิยมส่งไป ความห่างเหินเลยเกิดขึ้นภายในครอบครัว และมีผลต่อประสิทธิภาพในการเรียน</p>



<p>“เมื่อเด็กเรียนไม่จบ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น เรื่องเงิน ส่งไปเรียนได้ถึงม.5 ไม่มีทุนส่งต่อ ก็ต้องย้ายกลับมา หรือความห่างเหิน พ่อแม่ไม่ได้ดูแลลูกอย่างใกล้ชิด ส่งไปอย่างเดียว ไม่รู้ว่าลูกฝั่งโน้นเรียนหรือเปล่า ถ้าลูกคุณตั้งใจเรียนก็โอเค แต่ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็มีโอกาสที่จะเรียนไม่จบ ไม่สนใจเรียน แต่พ่อแม่บางคนไม่เห็น เหมือนปิดหูปิดตา อยู่ห่างไกลด้วย บางทีไปหวังกับครูให้ดูแล เขาเองก็มีเด็กที่ต้องดูแลเป็นร้อยคน เรามีลูกคนเดียวต้องซัปพอร์ตให้ถูกต้อง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c3bd05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/04_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เป็นเรื่องที่ผอ.อุดมเห็นตรงกัน เกิดการผลักดันให้โรงเรียนอ่าวกะพ้อใช้ ‘หลักสูตรอิสลามศึกษา’ คือ จัดให้มีการสอนศาสนาอิสลามควบคู่ไปกับวิชาอื่นๆ นี่ก็เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการอยากให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และมีวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับความเชื่อของตัวเอง เปิดโอกาสให้โรงเรียนในพื้นที่ที่ประชากรนับถืออิสลามเป็นส่วนใหญ่ สามารถออกแบบจัดการเรียนการสอนศาสนาได้</p>



<p>หลักสูตรนี้เปิดให้จ้างวิทยากรอิสลามศึกษา คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิสลามเข้ามาสอนได้ สมบูรณ์ก็เลยได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมผ่านตำแหน่งวิทยากรอิสลามศึกษา สอนศาสนานักเรียนอ่าวกะพ้อทุกชั้น &nbsp;</p>



<p>ความเข้มข้นของการสอนศาสนาบนเกาะยาวใหญ่ช่วยลดอัตราการส่งเด็กๆ ออกไปเรียนข้างนอก รวมถึงลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น</p>



<p>“เราเป็นโรงเรียนรัฐบาล จะได้เปรียบกว่าโรงเรียนเอกชนอื่นๆ ที่เขาเปิดสอนศาสนาโดยเฉพาะ เด็กเรามีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานได้มากกว่า เพราะเราสอนวิชาสามัญด้วย” ผอ.อุดมขยายเพิ่มเติม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f8439"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/05_สมบูรณ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากชวนครูกลับบ้าน สู่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</strong></h2>



<p>ประชากรบนเกาะยาวใหญ่นับถือศาสนาอิสลามเกือบ 90% ศาสนาเลยเป็นหนึ่งในสิ่งที่เชื่อมคนทั้งเกาะไว้ด้วยกัน ภาพที่เห็นชัดเจน คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน ชุมชน และมัสยิด สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม โรงเรียนเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับชุมชน เช่น การเลือกตั้ง ประชุมหมู่บ้าน และกิจกรรมบางอย่างที่ไม่สามารถจัดที่มัสยิดได้อย่างจัดสอบคุรุสัมพันธ์ การสอบสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม&nbsp;</p>



<p>บ่อยครั้งที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อมักส่งนักเรียนและบุคลากรครูไปช่วยงานมัสยิดและชุมชน ขณะเดียวกันมัสยิดและชุมชนเองก็พร้อมจะส่งคนมาช่วยงานโรงเรียนเช่นเดียวกัน&nbsp;</p>



<p>“ที่เกาะยาวใหญ่เรารู้จักทั้งเกาะ มีความสนิทสนมจนกลายเป็นความผูกพันอย่างพี่น้อง เราถือว่าเด็กทุกคนเป็นเด็กของชุมชน เพราะฉะนั้นมีกิจกรรมอะไรที่ช่วยได้จะส่งเด็กไป เช่น จะไปช่วย ตั้งแต่เกิดจนตาย เช่น พิธีต้อนรับเด็กแรกเกิด ขึ้นบ้านใหม่ คนอ่านคัมภีร์อัลกุรอานในพิธีต่างๆ ละหมาดให้คนตาย (ละหมาดญะนาซะห์) ส่งเด็กๆ ไปช่วย ส่วนครูผู้หญิงก็จะไปช่วยทำครัวทำอาหาร บางทีโรงเรียนก็ซื้อข้าวสาร 1 กระสอบช่วยเขา ทำให้โรงเรียนกับชุมชนจะผูกพันกันมาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-19f3a4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/06_เกาะยาวใหญ่.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับผอ.อุดม จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ครูในโรงเรียนควรเป็นคนในพื้นที่ เพราะพวกเขารู้จักพื้นที่ดี และสามารถใช้ชีวิตในความสัมพันธ์นี้ ที่สำคัญมันช่วยลดจำนวนการย้ายของครูที่เป็นปัญหาเกิดขึ้นในโรงเรียนยาวนาน</p>



<p>“ผมว่าทุกคนอยากกลับบ้าน ต่อให้อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้าน เขาอยากกลับไปอยู่กับครอบครัว อยากกลับไปอยู่ที่ที่เคยอยู่ เขามาอยู่บนเกาะจะกลับบ้านทีลำบาก เจ็บไข้ได้ป่วยมันก็ไม่สะดวกสบาย ต้องนั่งเรือไปรักษา เวลาเกิดคลื่นลมมีความเสี่ยงอันตรายในชีวิต เขาก็คิดว่ากลับบ้านดีกว่า เหมือนเราที่มีความตั้งใจว่าอยากกลับบ้าน ก็ไม่ได้ห้ามใครจะกลับบ้าน เข้าใจวิถีชีวิตเขา ผมเชื่อว่าถ้ากลับไปอยู่กับครอบครัว เขาก็มีความสุขกับการทำงาน”</p>



<p>ก่อนจะเข้าร่วมโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ผอ.อุดมมีความตั้งใจทำนโยบาย ‘ชวนน้องกลับบ้าน’ คือ ชวนครูๆ ย้ายกลับมาสอนที่โรงเรียน แต่นโยบายนี้มีความยากตรงที่ว่า ครูที่จะย้ายมาและโรงเรียนปลายทางต้องระบุคำขอให้ตรงกัน การย้ายจึงจะสมบูรณ์&nbsp;</p>



<p>แต่โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นแตกต่างออกไป คือ เป็นการคัดเลือกเด็กในพื้นที่ไปเรียนครู เพื่อกลับมาบรรจุที่บ้านเกิด ทำให้คนในโรงเรียนและชุมชนเองได้เห็นพัฒนาการเด็ก เกิดความใกล้ชิด&nbsp;</p>



<p><strong>วิฑูรย์ บุญสพ</strong> กำนันตำบลพรุใน เล่าให้ฟังว่า ความใกล้ชิดระหว่างครูกับผู้ปกครองเป็นสายใยที่เกิดขึ้นมานาน ผู้ปกครองไม่ได้พูดคุยกับครูแค่เรื่องผลการเรียน หรือต้องการแค่ใบเกรด แต่อยากสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา รวมไปถึงทำให้บรรดาคุณครูที่มาจากต่างบ้านต่างเมืองได้อบอุ่นใจเหมือนยังอยู่บ้านตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“มันเป็นแนวทางของโรงเรียนอ่าวกะพ้อดั้งเดิม สมัยผมเด็กๆ ครูจะมาจากจังหวัดไหนก็ตาม ถ้ามาบรรจุที่โรงเรียนนี้จะได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนอย่างดี เขาจะไม่ยอมให้ครูต้องหุงข้าวกินเอง ต้องไปกินกับคนในชุมชน อยู่แล้วมันเกิดความผูกพันมีความสุข โครงการนี้ทำให้เราได้ความสัมพันธ์นี้กลับมา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-725002"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/07_วิฑูรย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">วิฑูรย์ บุญสพ กำนันตำบลพรุใน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทุกๆ เช้า ผู้ปกครองจะไปทักทายครูเมื่อส่งลูกๆ พอถึงมื้ออาหารเย็นก็ชวนครูมากินข้าวที่บ้าน กำนันบอกว่า ถือเป็นการแข่งขันเล็กๆ ด้วยซ้ำ ถ้าบ้านหลังไหนได้ตัวครูไปกินข้าวด้วย ก็จะมีบ้านอื่นๆ ต่อคิวรอชวนครูไปกินข้าวต่อ</p>



<p>แต่น่าเสียดายที่ความสัมพันธ์นี้ค่อยๆ เบาบางลง เลยเป็นโอกาสดีที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นจะช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้ให้กลับมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อครูรัก(ษ์)ถิ่น พร้อมเป็นนักพัฒนาชุมชนไปด้วย</strong></h2>



<p>ปัจจุบันครูรัก(ษ์)ถิ่นดำเนินมาถึงรุ่นที่ 5 และเร็วๆ นี้ครูรุ่นที่ 1 กำลังจะจบการศึกษา  กลับไปบรรจุที่โรงเรียนในบ้านเกิด <strong>ศิริพงษ์ ไถนาเพรียว </strong>หรือ<strong>มู </strong>เป็นครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกของอ่าวกะพ้อ ตอนนี้ทั้งโรงเรียนและชุมชนเลยต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของมู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-179e2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/08_ศิริพงษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ศิริพงษ์</strong> <strong>ไถนาเพรียว </strong>ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกของโรงเรียนอ่าวกะพ้อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่ใช้คำว่า ‘กลับ’ เพราะการเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น นักศึกษาครูต้องกลับไปสังเกตการณ์สอนที่โรงเรียนที่ตัวเองจะไปบรรจุทุกปีการศึกษา และการเรียนปีสุดท้ายจะต้องไปฝึกสอนที่นั่น คนในโรงเรียนและชุมชนจึงคุ้นเคยกับมูเป็นอย่างดี โดยเฉพาะสมบูรณ์ที่รับบทที่ปรึกษาให้มูตอนทำผลงานจบ คือ ออกแบบนวัตกรรมการศึกษา สิ่งที่ครูรัก(ษ์)ถิ่นต้องทำ มูเลือกทำเป็นนิทานพิธีฮัจญ์ (Hajj) หนึ่งในพิธีสำคัญของคนมุสลิม การปฏิบัติศาสนกิจสำคัญของชาวมุสลิมตามบทบัญญัติแห่งศาสนาอิสลาม ซึ่งจะต้องทำพิธีที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย พิธีจะทำในวันที่ 8 – 13 ของเดือนซุลฮิจญะฮ์ (เดือนที่ 12 ในปฏิทินอิสลาม) ของทุกปี</p>



<p>การเดินทางไปซาอุดีอาระเบียถือเป็นเรื่องใหญ่ของบางคน ทั้งเรืองค่าใช้จ่ายและความยากในการเดินทาง พิธีฮัจญ์เลยเป็นเพียงความฝันสำหรับบางคน นิทานของมูเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับพิธีและนำนิทานนั้นมาจำลองเป็นพิธีกรรมในโรงเรียน เพื่อให้คนที่ไม่เคยไปได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ ส่วนคนที่วางแผนว่าจะไป จะได้เรียนรู้ข้อมูลก่อนเพื่อเตรียมตัว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b4898"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/09_นิทานฮัจญ์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งการทำโปรเจกต์นี้ไม่ได้มีแค่สมบูรณ์ ยังมีคนอื่นๆ ในเกาะยาวใหญ่พร้อมมาช่วย เพราะพวกเขารู้สึกว่า โอกาสไปถึงพิธีอาจยาก เช่นนั้น การมาร่วมพิธีจำลอง ได้สัมผัส รับรู้ข้อมูลสำคัญ น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดี และได้ช่วยเหลือคนในชุมชนด้วยกัน</p>



<p>“จำลองพิธีขึ้นมา จัดเป็นจุดๆ ให้คนเดินไป มีใช้สนามฟุตบอลโรงเรียน ใต้ถุนอาคารเรียน มัสยิด แต่ละจุดก็อธิบายว่าเขาต้องทำอะไรบ้าง จัดให้สมจริงที่สุด เด็กๆ เราเอาแค่ชั้นมัธยมเพราะคุยง่ายกว่า ได้ความรู้จากตรงนี้ด้วย” สมบูรณ์ย้อนความหลังให้ฟัง ถึงวันที่จำลองพิธีฮัจญ์บนเกาะยาวใหญ่</p>



<p>เด็กกิจกรรม ตั้งใจเรียน อัธยาศัยดี ช่วยเหลือครอบครัว สิ่งที่คนเกาะยาวใหญ่รับรู้ได้จากตัวของมู เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาได้รับทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น การเป็นคนในพื้นที่และเข้าไปช่วยเหลือทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้วิฑูรย์รู้สึกว่า เมื่อมูกลับมาเขาจะไม่ได้เป็นแค่ครูในโรงเรียน พัฒนานักเรียน แก้ปัญหาที่ผ่านๆ มา แต่เขาสามารถเป็น ‘นักพัฒนาชุมชน’ ได้ด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b28ea6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/10_รร.อ่าวกะพ้อ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมสนิทกับมูเพราะได้สังเกตเขามาตั้งแต่แรกๆ อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยก็จะรายงานเป็นระยะว่า ตอนนี้เขาพัฒนามูไปถึงไหนแล้ว เราก็ได้รู้ได้ติดตามข่าวการเปลี่ยนแปลงของเด็กที่ไป ซึ่งผมว่าดีมาก แล้วสุดท้ายที่ผมเห็นผลงานจบของมู ผมกลับมาคิดว่า เราไม่ได้แค่ครู แต่เราได้นักพัฒนาชุมชนด้วย</p>



<p>“ตอนนี้ชีวิตมูกลายเป็นตัวอย่าง เสริมความมุ่งมั่นของเด็กๆ ความมานะอุตสาหะ มูเป็นต้นแบบ เขาไม่เที่ยว บุหรี่ไม่สูบ ตั้งใจเรียน กลับมาพัฒนาชุมชน” กำนันเสริม</p>



<p>สำหรับผอ.อุดม เขาไม่มีลิสต์ความคาดหวังว่า ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นแรกต้องเป็นอย่างไร นอกจากกำลังใจในฐานะคนที่มีเป้าหมายเหมือนกัน เพราะการได้อยู่ใกล้ชิดตั้งแต่คัดเลือกนักเรียนเข้าโครงการ ได้เห็นความกระบวนการพัฒนาจากนักเรียนเป็นนักศึกษาครู และวันนี้กำลังจะกลายเป็นครูเต็มตัว ทั้งหมดทำให้ผอ.อุดมไม่มีคำถาม หรือความกังวลใดๆ&nbsp;</p>



<p>“ผมตั้งใจทำโครงการชวนน้องกลับบ้านอยู่แล้ว พอมาเห็นโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มันตอบโจทย์ของการแก้ปัญหาในชุมชนจริงๆ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่แบบนี้ เป็นเกาะห่างไกล ยิ่งเราได้เด็กที่มาจากชุมชนเราเอง ไปผ่านกระบวนการพัฒนาที่มหาลัย ซึ่งเขาทำดีมาก จากที่เราได้ไปเห็น การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ผมมั่นใจว่าวันที่เขาเดินทางกลับมาที่นี่ เขาจะมาเป็นครูที่ดีในโรงเรียน สามารถทอดถ่ายความรู้ให้เด็กและอยู่ร่วมกับชุมชนได้” ผอ.อุดมทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-240524/">“ไม่เคยมีครูอยู่ถึงวันเกษียณ” ปัญหาโรงเรียนบนเกาะยาวใหญ่ แก้ได้ด้วยการชวนครูกลับบ้าน หัวใจสำคัญของครูรัก(ษ์)ถิ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Oct 2020 04:08:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ความเคลื่อนไหว]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อุดม กูลดี]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนอ่าวกะพ้อ]]></category>
		<category><![CDATA[พังงา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22532</guid>

					<description><![CDATA[<p>​ &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#038;nbs [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="size-full wp-image-22534 alignright" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในปัจจัยของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มาจากสถานที่ตั้งโดยเฉพาะกับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล พื้นที่เขาสูง ไปจนถึงพื้นที่บนเกาะที่มีปัญหาทั้งเรื่องการเข้าถึงทรัพยากรและการเดินทาง จนเป็นอุปสรรคให้ครูต่างถิ่นต้องถอดใจขอย้ายออก กระทบไปถึงการเรียนของเด็กที่ขาดความต่อเนื่อง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่เคยประสบปัญหามีอัตราการโยกย้ายของคุณครูที่มาประจำการสูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนถูกมองว่าเป็นเพียงแค่ “โรงเรียนทางผ่าน”  ด้วย ทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่กลางทะเลฝั่งอันดามันระหว่างจังหวัดพังงา กระบี่ และภูเก็ต การเดินทางที่เร็วที่ที่สุด คือเดินทางข้ามฝากโดยเรือเฟอรีประมาณ 1 ชม. แต่หากช่วงมรสุมก็จะเดินทางลำบาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูที่โรงเรียนย้ายบ่อยมาก เพราะครูที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ มาอยู่สักพักก็ไป แต่ก่อนที่เห็นก็คือมาบรรจุเป็นครูผู้ช่วย พอเริ่มปรับตัวได้เด็กเริ่มคุ้นเคยกับครูก็ขอย้าย ส่งผลต่อคุณภาพการเรียนที่ไม่ต่อเนื่อง บางคนต้องอยู่ 4 ปี แต่พอ 2 ปี ก็ทำเรื่องขอย้ายเป็นกรณีพิเศษ”  อุดม กูลดี ผู้อำนวยการโรงเรียนอ่าวกะพ้อ เล่าถึงสถานการณ์ที่ผ่านมา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ความคุ้นเคย ความผูกพัน เชื่อมครูกับชุมชน</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22537" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/a-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นับเป็นอีกความพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการค้นหาเด็กที่มีความสามารถ ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นครู และมีฐานะยากลำบากในพื้นที่ห่างไกล มาเรียนครูเมื่อจบแล้วไปก็จะกลับไปบรรจุเป็นครูที่โรงเรียนในพื้นที่ของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.อุดม มองว่า โครงการนี้จะแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ได้ 100% เพราะเด็กที่อยู่ในพื้นที่ก็จะคุ้นเคยกับชุมชนกับโรงเรียน เมื่อได้มาเป็นครูก็จะไม่ย้ายไปไหน และยังเข้าใจบริบทชุมชน เข้าใจวัฒนธรรม อย่างในพื้นที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม การที่มีครูที่เข้าใจประเพณีวัฒนธรรม ศาสนา ก็จะช่วยให้เกิดความผูกพันกับชุมชนได้ง่ายขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตัวผมเองก็เป็นคนในพื้นที่บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียนไป 400 เมตร ตอนเด็กก็เรียนที่นี่ เป็นศิษย์เก่าที่นี่ ต่อมาก็เป็นครูที่นี่ เป็นรองผอ.ที่นี่  สุดท้ายก็ขอย้ายกลับมาเป็น ผอ.ที่นี่ ตอนนี้ก็พยายามชวนครูที่เป็นคนในพื้นที่ให้กลับมาสอนที่โรงเรียน”​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"> </span>ถ้าไม่มีโครงการนี้ลูกเขาคงไม่ได้เรียนต่อ</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22536" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/b-5-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1  ทางโรงเรียนได้รับการประสานมาจากทาง กสศ. ว่า ทางโรงเรียนอ่าวกะพ้อจะมีตำแหน่งว่างที่เด็กซี่งจบการศึกษาจะกลับมาบรรจุ 1 ตำแหน่ง จากนั้นจึงได้เริ่มต้นประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ชวนนักเรียนชั้น ม. 6 และผู้ปกครองมาฟังรายละเอียดควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจในชุมชน ประสานผ่านผู้นำชุมชน ให้คนที่สนใจมาสมัคร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผอ.รร.อ่าวกะพ้อ เล่าให้ฟังว่า ​ทาง มรภ. ยะลาก็ประสานมาให้ช่วยพาไปเยี่ยมบ้านนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งได้พาทีมงานไปเยี่ยมบ้านจนครบทุกคน ซี่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะสิ่งที่คณะทำงานได้มาลงพื้นที่ ได้มาเห็นของจริง ได้สัมผัสได้พูดคุยกับเพ่อแม่เด็กโดยตรง บางทีเราเองยังนึกไม่ถึงเลยเด็กเขาลำบากกันถึงขนาดนี้  บางหลังที่ไปนี่คุยไปพ่อแม่เขาร้องไห้ไปด้วย บอกว่าถ้าไม่มีโครงการนี้ลูกของคงไม่ได้เรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สุดท้ายเด็กจากโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 1 จำนวนสองคน ซึ่งเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียน เป็นเด็กดี แต่ฐานะยากลำบาก โดยคนหนี่งจะกลับมาบรรจุที่โรงเรียนอ่าวกะพ้อ และอีกคนจะไปบรรจุที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง  ซึ่งทั้งคู่เริ่มต้นเข้าเรียนแล้วอยู่ในช่วงการปรับตัวไม่มีปัญหาอะไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพ รร.ปลายทาง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-22535" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/c-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกสิ่งที่สำคัญในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น คือการพัฒนาโรงเรียนปลายทาง ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถาบันผลิตครูและโรงเรียนปลายทางที่นักศึกษาเมื่อจบการศึกษาแล้วจะกลับมาบรรจุ ทั้งการร่วมกันช่วยออกแบบหลักสูตร จัดระบบการเรียนการสอน รวมไปถึงการทำงานเชื่อมโยงกับชุมชนด้วย ทั้งหมดผลดีที่เกิดขึ้นก็จะส่งไปถึงเด็กนักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโครงการครูรักษ์ถิ่นรุ่นที่ 2 ขณะนี้ได้รับการประสานมาแล้วว่าในพื้นที่จะมีตำแหน่งว่างที่โรงเรียนอ่าวมะม่วง 1 อัตรา  ซึ่ง ผอ.อุดม มองว่า การทำงานจะง่ายขึ้นกว่าที่ผ่านมาเพราะทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว  แต่คาดว่าจะหนักในขั้นตอน</span><span style="font-weight: 400;">การคัดเลือกเพราะคิดว่ามีเด็กมากกว่าเดิมที่จะเข้ามาสมัครในโครงการ เพราะได้เห็นตัวอย่างจากรุ่นที่ 1 และผู้ปกครองจำนวนมากอยากให้ลูกหลานจบมารับราชการทำงานที่มั่นคง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตอนนี้เด็กๆ ให้ความสนใจโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นอย่างมาก ยิ่งได้เห็นตัวอย่างจากรุ่นพี่สองคน ซี่งชาวบ้านทุกคนอยากให้เด็กๆ เข้าโครงการกลับมาเป็นครูสอนหนังสือที่บ้านตัวเอง  ซี่งเชื่อว่าสุดท้ายโครงการนี้จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่โรงเรียนตั้งไว้ก็คือทำให้เด็กดี เด็กเก่ง เด็กมีความสุข” ผอ.อุดม กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/teacher-200-010-2020/">โรงเรียนอ่าวกะพ้อ ต้นแบบลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาครูในพื้นที่ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
