<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อิษฏ์ ปักกันต์ธร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%8f%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%98%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Sep 2023 06:40:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อิษฏ์ ปักกันต์ธร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ต้องใช้ ‘ทุนหลากมิติ’ ไม่ใช่เพียงตัวเงิน เพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-210923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Sep 2023 06:35:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนหลากมิติ]]></category>
		<category><![CDATA[อิษฏ์ ปักกันต์ธร]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72179</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความนี้พยายามขยายมุมมองของ ‘ทุน’ ที่เป็นส่วนประกอบสำค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210923/">ต้องใช้ ‘ทุนหลากมิติ’ ไม่ใช่เพียงตัวเงิน เพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>บทความนี้พยายามขยายมุมมองของ ‘ทุน’ ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญเมื่อกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่มักจะถูกเชื่อมโยงไปสู่การมอบ ‘ทุนทรัพย์’<strong> </strong>แต่ถึงกระนั้นก็พบว่า<strong>การยุติวงจรความเหลื่อมล้ำมิใช่เรื่องง่าย เพราะปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนทุนทรัพย์แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากความขาดแคลนในมิติอื่น ๆ อีกด้วย&nbsp;</strong></p>



<p><strong>‘ทุนการศึกษา’ เป็นคำตอบแรก แต่ ‘ทุน’ อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทุนทรัพย์ กลับไม่ถูกหยิบยกหรือนำมาเชื่อมโยง เพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามากนัก</strong> ทั้งที่มีผลต่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในระยะยาว </p>



<p>มีเด็กและเยาวชนจำนวนไม่น้อยที่จำต้องออกจากระบบการศึกษาเพราะต้องดูแลพ่อแม่ คนในครอบครัวที่มีความพิการ  เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะบนพื้นที่สูง ที่ไม่สามารถพาตนเองไปเข้าเรียนได้ เพียงเพราะการเดินทางที่ใช้เวลานานจนไม่คุ้มกับการไปเรียนหนังสือ แม้จะไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์ในการเดินทางมากก็ตาม เหตุผลเหล่านี้ล้วนเป็นข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1f9a7e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ประเด็นการเข้าถึงการเรียนรู้ที่มีคุณภาพหรือทางเลือกของการเรียนที่หลากหลายและเหมาะสมกับผู้เรียน ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า<strong>เด็กและเยาวชนทุกที่มีทั้งความพร้อมและไม่พร้อม และยังต้องเบียดเสียดกันเข้าสู่สนามของการเรียนรู้ที่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และสังคม ‘เชื่อว่ามีคุณภาพ’</strong> สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ทุนที่เป็นตัวเงินอย่างเดียวอาจจะไม่ตอบโจทย์เรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในทุกข้อจำกัดและทุกเงื่อนไขที่เกิดขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเภทของทุน</strong></h2>



<p>ปิแอร์ บูร์ดิเยอ (Pierre Bourdieu) นักคิดชาวฝรั่งเศสจากครอบครัวชาวนา  ได้กล่าวถึงทุนในมิติหลากหลายที่ฝังอยู่ในส่วนต่างๆ ของสังคม  ประเภทของทุนต่างๆ มีดังนี้</p>



<ol><li><strong>ทุนทรัพย์ </strong>  หรือตัวเงิน</li><li><strong>ทุนที่หมายถึงทรัพย์สินที่สามารถก่อให้เกิดทรัพย์สินที่เพิ่มมากขึ้น</strong>  อาจจะเป็นเงิน เครื่องจักร เครื่องมือ สถานที่ </li><li><strong>ทุนทางวัฒนธรรม</strong>  สิ่งที่บุคคลได้รับการหล่อหลอมจากสังคมที่เอื้อให้นำไปสู่การสร้างมูลค่าได้ </li><li><strong>ทุนทางสัญลักษณ์</strong>  คุณสมบัติบางอย่างที่ต้องได้รับการยอมรับหรือตีความโดยสมาชิกในสังคมที่มีชุดการรับรู้และการประเมินค่าชุดเดียวกัน ทุนทางสัญลักษณ์จึงจะก่อให้เกิดมูลค่าขึ้นมา เช่น ความมี ‘บารมี’ ในสังคม เป็นต้น </li><li><strong>ทุนทางสังคม</strong> เครือข่ายทางสังคมที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าและผลประโยชน์ได้</li></ol>



<p>ในขณะเดียวกัน ศ.ดร.อานันท์ กาญจนพันธุ์ ได้กล่าวถึง ‘ทุนทางสังคม’ ที่นำไปสู่การพัฒนาเมืองไว้ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือการกล่าวถึงแนวคิดบางส่วนของอองรี เลอแฟบร์ (Henri Lefebvre) นักสังคมวิทยาและนักปรัชญาสายมาร์กซิสต์ชาวฝรั่งเศสว่า ทุนจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีศูนย์กลางของการทำงาน ซึ่งสัมพันธ์กับความเป็น ‘Space’ ที่ไม่ได้หมายถึง ‘พื้นที่’ เพียงลำพัง หากแต่หมายถึง ‘พื้นที่ของความสัมพันธ์ทางสังคม’ ซึ่งคล้ายกับที่บูร์ดิเยอกล่าวถึงว่าการเกิดขึ้นและปฏิสัมพันธ์ของทุนในแต่ละมิตินั้นล้วนเกิดบน ‘Field หรือ สนาม’ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cc4da5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/2-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พื้นที่และสนามที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนตีความถึง<strong>การใช้ทุนทางสังคมในการขับเคลื่อนหรืออุดช่องว่างของปัญหาต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีขอบเขตเชิงพื้นที่ ความสัมพันธ์ของผู้คนและทุนในพื้นที่เคลื่อนตัวไปพร้อม ๆ กัน </strong></p>



<p>เมื่อมองย้อนกลับมายังประเด็นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ กสศ. กำลังดำเนินการอยู่ จะพบว่าความพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันไปตามจุดมุ่งหมายของทุนในการสนับสนุน เช่น ทุนพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน พื้นที่หรือสนามจะอยู่ในระดับของชุมชน ตำบล เป็นต้น ส่วนโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่<strong> </strong>นั้นเป็นการทำงานกับพื้นที่ในระดับจังหวัด ซึ่งมีขอบเขตการทำงานที่ครอบคลุมกว้างขวาง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education)</strong></h2>



<p>ความพยายามในการพัฒนากลไกที่ประกอบไปด้วยผู้คนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สะท้อนภาพของการ ‘สร้างปฏิสัมพันธ์’ ของผู้คนที่มี ‘ทุน’ หลากหลายมิติบนพื้นที่ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfbde5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/3-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากความพยายามค้นหาทุนที่เป็นตัวเงิน&nbsp; ก็มีภาพปรากฏของการใช้ทุนทางสังคมอื่น ๆ ควบคู่กันไป เช่น การพึ่งพาเครือข่ายทางสังคมในการค้นหา มองเห็น และช่วยเหลือกลุ่มเด็กและเยาวชน ที่ทำให้สามารถค้นพบกลุ่มเป้าหมายที่พบได้ยากในพื้นที่ทางสังคมแบบปกติ การมีอาสาสมัครวัยเกษียณที่ใช้ทุนความรู้และทุนเครือข่ายที่ตนเองมี เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้แก่เด็กที่ต้องการการเรียนรู้แบบพิเศษในจังหวัดพะเยา การออกแบบระบบการช่วยเหลือครอบครัวที่มีคนพิการ เพื่อให้เด็กและเยาวชนในครอบครัวสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง การใช้ทุนทางสัญลักษณ์ของผู้ที่ได้รับความเคารพจากผู้คนในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การระดมทุนช่วยเหลือเด็กและเยาวชน เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>ภาพการปฏิบัติการในระดับพื้นที่เหล่านี้ สะท้อนให้เห็นการเคลื่อนตัวและการใช้ ‘ทุนทางสังคม’ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง<strong> </strong>ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะเชื่อมโยงไปสู่การทำให้เห็น ‘ทุน’ ในพื้นที่ เท่าที่จะถูกคลี่ขยายออกมาได้จากกระบวนการต่างๆ เช่น การดำเนินการผ่านกระบวนการทำ Resource Mapping (แผนที่ทางทรัพยากร) หรือ Social Mapping (แผนที่ทางสังคม) </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7bc05f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/4-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ท้ายที่สุดแล้ว <strong>การวิเคราะห์ให้เห็นทุนต่าง ๆ ที่ปฏิสัมพันธ์กับกลไกและเครือข่ายการทำงาน อาจะทำให้เห็น ‘ปัจจัยหนุนเสริม’ สำคัญที่สามารถอุดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระดับพื้นที่ และสามารถทำให้เห็นถึงส่วนที่ ‘ขาดจริงๆ’ ของพื้นที่</strong> (ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทุนที่เป็นเงินและงบประมาณเสมอไป) อันจะนำไปสู่การทำงานเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันของเครือข่าย เพื่อกำหนดทิศทางการจัดการปัญหาอย่างรอบด้านในอนาคต </p>



<p>ทั้งหมดนี้ก็เพื่อทำให้การขับเคลื่อนงาน ได้สะท้อนให้เห็นการเคลื่อนไหวที่มี ‘ชีวิต’ ที่เกิดจากการใช้ทุนที่มีของแต่ละเครือข่ายเพื่อสร้าง ‘ทรัพยากรบุคคล’ ให้กลับมาเป็นทุนสำคัญของการพัฒนาพื้นที่อย่างมีคุณภาพ และพลังดังกล่าวจะนำไปสู่การยกระดับการ ‘พึ่งพาตนเอง’ เพื่อพัฒนาพื้นที่และกำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเองได้อย่างสมบูรณ์</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-210923/">ต้องใช้ ‘ทุนหลากมิติ’ ไม่ใช่เพียงตัวเงิน เพื่อแก้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-280823/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Aug 2023 04:11:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อิษฏ์ ปักกันต์ธร]]></category>
		<category><![CDATA[Choi Un Shil]]></category>
		<category><![CDATA[Sachie Kumano]]></category>
		<category><![CDATA[ศุภวิชญ์ สุวรรณมณี]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยพะเยา]]></category>
		<category><![CDATA[รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[Learning City]]></category>
		<category><![CDATA[บพท.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71461</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Learning City บทเรียนจากต่างเมื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280823/">‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ‘Learning City บทเรียนจากต่างเมือง’ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นวันแรกของการเริ่มต้นมหกรรมเฉลิมฉลองเมืองแห่งการเรียนรู้ ในโครงการสนับสนุนทางวิชาการเพื่อพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดย<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มหาวิทยาลัยพะเยา</strong> และ<strong>หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)</strong> เพื่อสร้างความเข้าใจกลไกของเมืองแห่งการเรียนรู้ สะท้อนบทบาทหน้าที่ของภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงเครื่องมือที่ใช้ขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายสำคัญของ Learning City คือ การลดความเหลื่อมล้ำให้คนในพื้นที่ ทั้งเด็กด้อยโอกาสและผู้ที่เข้าไม่ถึงการศึกษา ซึ่งเมืองแห่งการเรียนรู้จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area-based Education: ABE) เชื่อมโยงไปสู่กลไกระดับจังหวัด ทำให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ง่ายยิ่งขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1bd438"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงแรก <strong>ดร.ชเวอุนซิล (Choi Un Shil) Expert Advisory คณะกรรมการเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก ประเทศเกาหลีใต้</strong> ได้พูดถึงหลักการดำเนินงาน Learning City ในประเทศเกาหลีใต้ไว้ว่า ‘เรียนรู้ด้วยกัน อยู่ร่วมกัน และสร้างความรักไปด้วยกัน’ ทั้งนี้ เทรนด์ของ Learning City ในเกาหลีใต้มีอยู่ 4 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1) การเรียนรู้โดยไม่แบ่งแยก มีเป้าหมายให้กลุ่มผู้พิการให้เข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม 2) การทำให้สถานที่รอบศูนย์การเรียนรู้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของทุกคน เช่น ทำให้ร้านหนังสือเป็นศูนย์รวมการเรียนรู้ควบคู่ไปกิจกรรมอื่น ๆ ได้ 3) โครงการส่งเสริมการเรียนรู้และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ และกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และสุดท้าย 4) โรงเรียนทักษะชีวิต ซึ่งออกแบบมาสำหรับกลุ่มคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ทำให้ได้พบช่องทางการประกอบอาชีพใหม่ ๆ และขณะนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรที่มีเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในเขตเมืองหลวง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26be13"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ชเวอุนซิล (Choi Un Shil) Expert Advisory คณะกรรมการเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก ประเทศเกาหลีใต้</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ Learning City หรือเมืองแห่งการเรียนรู้เป็นไปอย่างยั่งยืน ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเข้าถึงศูนย์การเรียนรู้ ผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.การเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้ไปอยู่ในแผนแม่บท การออกกฎต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสร้างความร่วมมือตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับหมู่บ้าน ตลอดจนการไปศึกษาดูงานการจัดการ Learning City ในต่างประเทศด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>ดร.ชเวอุนซิล</strong> กล่าวว่า เกาหลีใต้ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและแนวทางการดำเนินงานเมืองแห่งการเรียนรู้จากบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งบาหลีมุ่งมั่นกับการพัฒนามนุษย์เป็นอย่างมาก โดยดัชนีชี้วัดที่สำคัญคือคุณภาพของการเรียนรู้ตลอดชีวิต&nbsp;</p>



<p>หลังจากการเล่าถึง Learning City ในเกาหลีใต้ ได้มีการเสวนาแลกเปลี่ยนและถอดบทเรียนประสบการณ์จากต่างเมืองที่ผู้ร่วมเสวนาได้เดินทางไปแลกเปลี่ยนเก็บเกี่ยวจากบาหลี โดยมีการเสวนาภายใต้หัวข้อ ‘เมืองแห่งการเรียนรู้: ประสบการณ์จากบาหลี (Bali Manifesto)’ ประกอบไปด้วย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม </strong>รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนและยุทธศาสตร์องค์กร บพท. <strong>ศุภวิชญ์ สุวรรณมณี</strong> ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา เทศบาลนครยะลา <strong>ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนนรู้ กสศ. และ<strong> อิษฏ์ ปักกันต์ธร</strong> รักษาการหัวหน้าฝ่ายพัฒนากลไกและเครือข่ายบูรณาการเชิงพื้นที่ สำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ. ดำเนินรายการโดย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.ผณินทรา ธีรานนท์</strong> ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยพะเยา</p>



<p>ทั้งนี้ การแลกเปลี่ยนกับต่างแดนทำให้เห็นเทรนด์การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ Life Long Learning เช่น ความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) การผลักดันให้เกิดผู้เรียนรู้ (Learner) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ (Knowledge Platform) เนื่องจากในเมืองหนึ่งประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลาย ดังนั้นจึงต้องสร้างช่องทางหรือแหล่งการเรียนรู้ที่หลากหลาย เพื่อให้ตอบโจทย์ผู้คนได้ เช่น แหล่งเรียนรู้ใกล้บ้าน เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>สิ่งที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง คือการร่วมมือกันของภาคีเครือข่ายและแรงสนับสนุนจากหลายภาคส่วน (Networking and Supporting) และอีกประเด็นหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เนื่องจากเป็นเรื่องที่ส่งผลกับวิถีชีวิต ต่อมาคือปัจจัยทางเศรษฐกิจ (Economic) ซึ่งเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับความเหลื่อมล้ำในการเรียนรู้ อีกปัจจัยคือ การวิจัย (Research) เพื่อหาแนวทางสร้างการเรียนรู้อย่างยั่งยืน และสุดท้ายคือ นโยบาย (Policy) ที่จะต้องผลักดันให้ครอบคลุมในทุกระดับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98c676"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ภายในงานได้รับเกียรติจาก <strong>ซาจิเอะ คุมาโนะ (Sachie Kumano) Staff Member of SDGs and ESD Promotion Division of Okayama City, RCE Okayama, Japan </strong>นำเสนอ ‘การศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เมืองโอคายามะ ประเทศญี่ปุ่น’ หรือ Learning City ของประเทศญี่ปุ่น โดยพูดถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และการศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Education for Sustainable Development: ESD) ในเมืองโอคายามะที่เกิดขึ้นจากการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย นอกจากนี้ยังได้รับการส่งเสริมจากท้องถิ่นอย่างเทศบาล โดยมีการจัดตั้งฝ่ายส่งเสริม SDGs และ ESD ขึ้นมาโดยเฉพาะ มีการใช้กลวิธีการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและโรงเรียนพันธมิตรของยูเนสโก</p>



<p>ในด้านการเงิน ศูนย์การเรียนรู้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรภายใต้การดูแลของโอคายามะ นำไปสู่การทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยั่งยืนทั้งหมด 30 กิจกรรม มีการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการให้รางวัล ‘Good ESD Practice’ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน กระทั่งการขยายฐาน ESD ให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเปิดให้ภาคธุรกิจและองค์กรทางเศรษฐกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติ</p>



<p>ซาจิเอะ คุมาโนะ<strong> </strong>กล่าวโดยสรุปว่า ESD เน้นการปลูกฝังให้ประชาชนตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมชุมชน มีการโปรโมตส่งเสริมการเรียนรู้อย่างยั่งยืนผ่านชุมชน และทำงานร่วมกันกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายฝ่าย&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ การเสวนาในประเด็นถัดมาคือ แผนในอนาคตของเมืองแห่งการเรียนรู้ในประเทศไทย โดยผู้ร่วมเสวนาได้แลกเปลี่ยนมุมมองกันว่า ต้องส่งเสริมการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย และควรส่งเสริมให้กว้างกว่าในเขตรั้วโรงเรียน ซึ่งจะต้องใช้กลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ เป็นแกนกลางเชื่อมระหว่างการศึกษา เศรษฐกิจ และชุมชน กับหลายภาคส่วนในจังหวัด&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a482cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-07.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ธันว์ธิดา</strong> กล่าวว่า การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตต้องมีหลักประกันทั้งในแง่การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างเศรษฐกิจ จนท้ายที่สุดจะต้องสลายการเรียนรู้ทั้งในและนอกระบบ โดยสร้างให้ทุกพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และต้องไม่ละเลยกลุ่มคนที่ยากลำบาก ทั้งทางด้านการศึกษา รายได้ สวัสดิการ เพื่อให้ทุกคนเป็นพลังให้กับเมือง ดังนั้นจะต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้ที่มอบความสุขให้กับผู้เรียนได้ทั้งกระบวนการ&nbsp;</p>



<p>อีกด้านหนึ่ง การกำหนดนโยบายจะต้องเริ่มต้นจากคนในพื้นที่ เพื่อให้ตอบโจทย์เป้าหมายชีวิตและการพัฒนาของพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงตอบโจทย์ผู้เรียนรู้ด้วย ดังนั้นทุกคนจึงต้องสวมบทบาทผู้กำหนดนโยบายไปในตัว ดังกรณีของเทศบาลนครยะลาที่ได้จัดประชุมสภาประชาชนขึ้น เพื่อระดมความคิดนวัตกรรมพัฒนาเมืองยะลา ในโครงการ Yala Learning City โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย นอกจากนี้ยังมีการให้ทุนสนับสนุนการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1104f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1400x934.jpg" alt="" data-id="71472" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71472" class="wp-image-71472" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1400x934.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-2048x1366.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" width="1400" height="934" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1400x934.jpg" alt="" data-id="71473" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71473" class="wp-image-71473" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1400x934.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-2048x1366.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0828_ข่าว-176-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การทำแผนการพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือแผนการสร้าง Learning City เป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยให้ติดตามการดำเนินงานได้ เพราะแม้จะมีองค์กรที่คอยทำงานช่วยเหลือทางด้านการศึกษาในมิติต่าง ๆ อย่าง กสศ. บพท. และอีกหลายองค์กร แต่เมืองแห่งการเรียนรู้จะต้องยืนได้ด้วยตัวเอง จากการมีแผนงานที่ดี</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-280823/">‘Learning City’ บทเรียนจากต่างเมือง ลดความเหลื่อมล้ำ ขับเคลื่อนการศึกษาเชิงพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
