<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อำเภอสวนผึ้ง | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%A0%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 30 Mar 2022 10:18:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อำเภอสวนผึ้ง | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 30 Mar 2022 10:18:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ยรรยง เจริญศรี]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อดุลย์ ถาวรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53789</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“เราพบว่าเด็กที่หลุดจากระบบส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากทิ้งการเรียน แต่เรายังมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่หลากหลายไม่พอสำหรับเขา ดังนั้น<strong>การทำงานระดับท้องถิ่น ข้อดีคือเราอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ช่วยค้นหาได้ว่าเขาชอบหรือถนัดอะไร หรือเขามีอุปสรรคใดที่ขัดขวางการเรียนรู้ แล้วเริ่มส่งเสริมช่วยเหลือจากตรงนั้น </strong>ขณะที่ทรัพยากรจากหน่วยงานภายนอกที่เข้ามา ก็ยิ่งทำให้แน่ใจได้ว่าเราสร้างรูปแบบการศึกษาที่พร้อมรองรับเด็กทุกคนได้จริง”</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c32a2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/อดุลย์-ถาวรกุล-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>อดุลย์ ถาวรกุล นายอำเภอสวนผึ้ง</strong> กล่าวถึงแนวทางการทำงานเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา หลังโครงการ ‘Zero Dropout’ ลงปักหมุดแรกที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ด้วยความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) พร้อมกำลังเสริมอันเข้มแข็งจากภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) โดยมีเป้าหมายว่าเด็กทุกคนต้องได้เรียน &#8230;ลดจำนวนน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์</p>



<p>‘สวนผึ้ง’ เป็นอำเภอหนึ่งที่มีความร่วมมือภายในเป็นอย่างดี จากที่เคยพบว่าปัญหาการมาโรงเรียนของเด็กส่วนใหญ่คือ ‘การเดินทาง’ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแนวเขาสลับซับซ้อน ทุรกันดาร ห่างไกลจากเขตเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กกระจายไปในตำบลต่าง ๆ มีการประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษา เพื่อส่งต่อเด็กให้ได้เรียนต่อข้ามช่วงชั้น ไม่หลุดจากระบบไปกลางทาง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นายอำเภอสวนผึ้งยอมรับว่าพอถึงระดับมัธยมศึกษา ยังมีพื้นที่รองรับเด็กเพียงโรงเรียนประจำอำเภอกับโรงเรียนขยายโอกาสไม่กี่แห่ง ทำให้โอกาสเรียนต่อของน้อง ๆ น้อยลงตามกัน ด้วยปัญหาความห่างไกลของพื้นที่อำเภอรอบนอก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ยิ่งพอเจอโควิด-19 โรงเรียนเปิดไม่ได้ เราต้องใช้วิธีเรียนออนแฮนด์เป็นหลัก เพราะพื้นที่เราเป็นแนวเขา โอกาสจัดการเรียนออนไลน์แทบเป็นไปไม่ได้เลย มีทั้งปัญหาเรื่องสัญญาณ อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เรื่องนี้เราพยายามแก้ด้วยการจัดห้องเรียนเสริมทันทีที่เด็กมาโรงเรียนได้ คือทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น อปท. หรือเขตพื้นที่การศึกษา เราพยายามเต็มที่ที่จะดึงเด็กไว้ในระบบให้ได้มากที่สุด”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จะลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ ต้องมีรูปแบบการศึกษาที่หลากหลาย</strong></h2>



<p>นายอำเภออดุลย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของฝ่ายปกครองท้องถิ่น ที่ต้องดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกด้าน สำหรับในด้านการศึกษา น้อง ๆ เมื่อถึงเวลาเข้าเรียน อำเภอจะตรวจสอบเด็กอายุถึงเกณฑ์ทุกคนตามทะเบียนราษฎร์ แล้วส่งต่อรายชื่อไปยังผู้ใหญ่บ้าน เพื่อจัดทีมลงพื้นที่สื่อสารกับทุกครอบครัวที่มีเด็กวัยถึงเกณฑ์ แล้วถ้าเด็กไม่มีปัญหาใดบกพร่องก็ให้เริ่มเรียนได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a3f27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/07-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แต่อย่างที่บอกว่าเมื่อถึงระดับชั้นที่สูงขึ้น แม้จะมีความร่วมมือในการส่งต่อระหว่างโรงเรียน แต่เด็กส่วนหนึ่งก็ยังหลุดลอดออกไปตรงรอยต่อช่วงชั้น หรือบางส่วนตกหล่นไปตั้งแต่กลางเทอมด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่ผ่านมาเมื่อเราพบ ก็มีศูนย์ กศน. ประจำตำบลที่พร้อมรองรับ</p>



<p>“ขณะที่เมื่อเริ่มเดินหน้าโครงการ ‘Zero Dropout’ ลดจำนวนเด็กนอกระบบให้เป็นศูนย์ เรามองว่ารูปแบบที่มีอยู่นี้ยังไม่เพียงพอ <strong>การนำเด็กเข้าเรียนในทุกวันนี้ มันต้องมีพื้นที่ทางเลือกที่หลากหลายให้เขา ไม่ใช่แค่เด็กหลุดแล้วพากลับเข้าโรงเรียนหรือ กศน. แต่วันนี้เราต้องมองไปถึงการศึกษาทางเลือกที่มันสอดรับกับชีวิต</strong></p>



<p><strong>“ถ้าแยกรายรายละเอียดการช่วยเหลือ ดูแล นำกลับ และส่งเสริม ที่ครอบคลุมปัญหาเฉพาะของเด็กแต่ละคนได้ ไม่เพียงเราจะพาเด็กเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ยังมั่นใจได้ว่าเขาจะพร้อมพาตัวเองไปให้ถึงปลายทางของการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตได้”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0100df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/05-ใกล้ชิด-เห็นปัญหา-รู้วิธีจัดการ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และนี่คือช่วงเวลาที่นายอำเภอบอกว่า งานของครู กศน. ณ ศูนย์ประจำตำบลวันนี้ คือการลงพื้นที่สอบถามปัญหา เก็บข้อมูลน้อง ๆ รายคน เพื่อนำเข้าระบบ เตรียมหาแนวทางช่วยแหลือ และเปิดโอกาสให้เด็กได้รับการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตตามบริบทพื้นที่</p>



<p>“สำคัญคือท้องถิ่นต้องปูพื้นความรู้ขยายความเข้าใจกับผู้ปกครองเด็ก ว่าการศึกษาทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในรั้วโรงเรียนเพียงอย่างเดียว เขาต้องรู้ว่าลูกหลานมีทางเลือก แม้บางคนมีความจำเป็นต้องช่วยครอบครัวหารายได้ ต้องอยู่กับบ้านดูแลน้องหรือปู่ย่าตายาย เด็กบางคนไม่มีเลข 13 หลัก จะเหตุผลใดก็ตาม ทุกคนต้องได้รับโอกาสศึกษาพัฒนาตนเองไปด้วย&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“หลังจากนี้ เมื่อโครงการเดินต่อไปข้างหน้า เราแน่ใจว่ามือที่ยื่นมาจากภายนอก ทั้ง กสศ. และแสนสิริ จะทำให้โอกาสทางการศึกษาที่อำเภอสวนผึ้งเปิดกว้างขึ้นในหลายรูปแบบ และจะเป็นโมเดลที่สามารถขยายไปในพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เด็กทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการศึกษาตามแนวทางของตน” นายอำเภอสวนผึ้งกล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘เก่ง ดี มีสุข’</strong></h2>



<p><strong>ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</strong> อีกหนึ่งพลังท้องถิ่นในการทำงานด้านการศึกษา กล่าวถึง 2 แนวคิดสำคัญที่จะทำให้โครงการ ‘Zero Dropout’ เดินไปถึงจุดหมายได้ คือ 1.เด็กต้องค้นพบความเก่งของตัวเอง เป็นคนดีของสังคม และเรียนรู้อย่างมีความสุข กับ 2.เมื่อเด็กเข้าเรียนไม่ว่าในรูปแบบไหน ช่วงชั้นใด เขาต้องสำเร็จถึงฝั่งตามที่ตั้งเป้าไว้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-705969"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ยรรยงค์-เจริญศรี-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ยรรยง เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเขต<br>พื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ส่วนของสถานศึกษา การผลักดันให้ตัวเลขเด็กนอกระบบในพื้นที่เป็นศูนย์ ไม่มีออกกลางคัน เอาเด็กแขวนลอยกลับมาได้หมด อย่างแรกเราต้องทำสถานศึกษาให้พร้อม มีสภาพแวดล้อมที่ดี อำนวยให้เกิดการเรียนรู้ได้หลายรูปแบบ ต่อมาคือ ‘ครู’ ซึ่งจะเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่อง มีการส่งเสริมประสบการณ์ใหม่ หลักความรู้ใหม่ ๆ และอีกประการหนึ่งคือความช่วยเหลือต้องไม่ลงไปที่เด็กเท่านั้น แต่ต้องไปถึงผู้ปกครองด้วย ให้อุปสรรคของเขาบรรเทาลง และยอมรับได้ว่าจะต้องสนับสนุนบุตรหลานด้านการศึกษาอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาหนึ่ง เพื่อแลกกับชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคต</p>



<p>“ในภาพรวมของเขต<strong>พื้นที่ จ.ราชบุรี เรามีเด็กที่อยู่ห่างไกลชายขอบจำนวนมาก การพยายามหาทางเลือกให้เด็กอยู่ในการศึกษา เราจะมุ่งไปที่การพัฒนาตนเองในทิศทางที่เขาจะไปได้ ครูมีหน้าที่อำนวยให้เด็กพบความเก่งที่มีในตัวเองทุกด้าน วิชาการก็เป็นเพียงด้านหนึ่ง แล้วเน้นเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ก่อนจะไปถึงหลักการข้อสุดท้ายคือเขาต้องมีความสุขกับการมาเรียน เหล่านี้คือปัจจัยที่จะทำให้เด็ก ๆ สำเร็จการศึกษาได้ ตามเป้าหมายที่ตัวเขา ครอบครัว และชุมชนต้องการ”</strong></p>



<p>ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1 ทิ้งท้ายว่า วันนี้การจะทำให้จังหวัดราชบุรีมีตัวเลขของเด็กเยาวชนนอกระบบเป็นศูนย์ถือว่าเริ่มเดินหน้าไปแล้ว จากอำเภอสวนผึ้ง แล้วงานค้นหาเก็บข้อมูลเด็กจะค่อย ๆ กระจายไปจนครบทุกเขตพื้นที่ ด้วยการทำงานที่เป็นระบบ พร้อมสอดประสานกันทุกภาคส่วน ด้วยทรัพยากรจากภาคเอกชนที่เข้ามาเสริม</p>



<p>“ผมเชื่อมั่นในพลังการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับ ในการเจาะลงไปที่ปัญหาของน้อง ๆ เป็นรายบุคคล เพื่อนำมาเป็นต้นทางในการออกแบบวิธีการช่วยเหลือ ส่วนหลังจากนี้ทุกสถานศึกษาในจังหวัด ก็ได้วางแนวทางเบื้องต้นเอาไว้แล้ว ในการรับไม้ต่อจาก อปท. อย่างเต็มที่”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-300322/">‘ใกล้ชิด เห็นปัญหา รู้วิธีจัดการ’ บทบาทท้องถิ่น กับการผลักดันสวนผึ้งเป็นพื้นที่ ‘Zero Dropout’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Mar 2022 04:37:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ต้นข้าว เคมี]]></category>
		<category><![CDATA[ทอง บุญธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[อำเภอสวนผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[รัตนา รุ่งสิริกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสินแร่สยาม]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=53448</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ถ้าไม่มีกลไกเชื่อมโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เด็กจำนวน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/">‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“<strong>ถ้าไม่มีกลไกเชื่อมโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เด็กจำนวนหนึ่งจะหลุดจากระบบไปเงียบ ๆ ในช่วงรอยต่อ เพราะเขาไม่มีความพร้อม ไม่มีทุน ไม่มีโรงเรียนมัธยมในพื้นที่รองรับ ไม่มีใครช่วยผลักดันชี้ทาง ยิ่งเขาอยู่ในวัยที่ยังไม่รู้เป้าหมาย ก็เหมือนกับไม่มีอะไรเลยที่จะช่วยประคองไว้</strong> นี่คืองานสำคัญที่ครู ผู้บริหารสถานศึกษา หน่วยงานในพื้นที่ รวมถึงมือจากภายนอกที่ยื่นเข้ามา ต้องช่วยกันคว้าเด็กกลุ่มนี้ไว้ แล้ววางแนวทางให้เขาไปต่อได้”</p>



<p>อาจารย์รัตนา รุ่งสิริกุล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หนึ่งในคณะทำงานโครงการ ‘Zero Dropout’ กล่าวถึงความเสี่ยงในการหลุดจากระบบการศึกษา ของน้อง ๆ ที่อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี พร้อมเผยถึงการทำงานระหว่างโรงเรียนประถมกับมัธยมศึกษา เพื่อช้อนเด็กกลุ่มเสี่ยงไว้จากการดรอปเอาท์ แล้วดึงความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมาช่วยกันทำให้น้อง ๆ ได้เรียนจนจบเส้นทางการศึกษาภาคบังคับ ตามความเหมาะสมของแต่ละคน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องราวของน้องทอง</strong><br><strong>‘ไม่อยากหยุดการเรียนรู้ไว้แค่นี้’</strong></h2>



<p>ในแดดจ้าเกือบเที่ยงวันกลางเดือนมีนาคมที่สวนผึ้ง เสื้อนักเรียนของ ‘ทอง’ ขาวเด่น สะท้อนแสงบาดตา ทองบอกว่าเสื้อตัวนี้ใหม่ที่สุด ทุกครั้งที่หยิบใส่ เขาจะรีบกลับบ้านแล้วถอดแช่ทิ้งไว้เป็นชั่วโมงจึงค่อยซัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a2aca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ทอง-บุญธรรม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ทอง บุญธรรม อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ผมจะเก็บไว้ใส่ตอนขึ้น ม.1 ครับ” ทองว่า แล้วเล่าว่าเพิ่งสละเสื้อนักเรียนตัวเก่าที่ใส่มานานตัวหนึ่ง ให้เพื่อน ๆ เขียนข้อความอวยพรก่อนแยกย้ายกันไปหลังจบชั้น ป.6&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อถามว่าทำไมไม่เขียนใส่สมุดแทนเสื้อนักเรียน ทองยิ้มทะลุแมสก์ แล้วตอบว่า “มันไม่เท่ครับ”</p>



<p>อาจารย์รัตนาเล่าว่า ทอง บุญธรรม อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม น้องอยู่กับแม่และยาย มีรายได้หลักทางเดียวจากแม่ ที่ทำงานรับจ้างรายวันในไซต์งานก่อสร้าง ส่วนใหญ่ทองจึงต้องอยู่กับยาย ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือช่วงปิดเทอม ทองจะไปทำงานรับจ้างเลี้ยงวัว ควาย แพะ หมู หรือบ้างเป็นงานในไร่ เช่นถอนหญ้า ผ่าฟืน ตักขี้วัวใส่ถุงกระสอบขาย</p>



<p>“ว่างจากงานผมก็อยู่บ้านช่วยยายครับ ยายแก่แล้ว” ทองสนุกเสมอที่ได้เล่าถึงชีวิตประจำวัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f267d1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/jบีครูพิทยา11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ห้องเรียน ป.6/2 เป็นพื้นที่สำหรับนักเรียนที่ต้องการรูปแบบการเรียนรู้พิเศษ</strong> จึงไม่ใช่แหล่งรวมตัวของนักเรียนที่โดดเด่นด้านวิชาการ แต่ครูประจำชั้นระบุว่าทองตั้งใจเรียน และพูดบ่อย ๆ ว่าเขาชอบเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่งทองรู้ว่าที่บ้านอาจไม่พร้อมส่งเสียให้ไปต่อ วันหนึ่งเมื่อใกล้จบ ป.6 ทองจึงเดินเข้าไปหาผู้อำนวยการโรงเรียนสินแร่สยาม เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าเขา ‘อยากเรียนหนังสือต่อ’</p>



<p>“ผมเริ่มชอบวิชาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ ป.4 ครูเขาสอนสนุก ได้รู้เรื่องแปลก ๆ เยอะ ผมชอบเรื่องหิน พอครูสอนว่าหินแบบไหนใช้ทำอะไร แบบไหนใช้ทำบ้านได้ ผมยิ่งตื่นเต้น อยากรู้อยากเรียนมากกว่านี้ อยากไปให้ถึงปริญญาตรี แล้วเป็นครูวิทยาศาสตร์ให้ได้ แต่ผมกลัวว่าจะไม่ได้เรียนอีกแล้ว เลยคิดว่าต้องไปหา ผอ. อยากให้ ผอ. ช่วยครับ” ทองเล่า   </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เรื่องราวของน้องต้นข้าว</strong><br><strong>“อยากจบ ม.3 จะได้ทำงานเลี้ยงดูที่บ้าน”</strong></h2>



<p><strong>‘</strong>ต้นข้าว’ เป็นเด็กพูดน้อย เรียนจบห้อง ป.6/2 เช่นเดียวกับทอง เวลาที่ทองพูดน้ำไหลไฟดับ ต้นข้าวจะฟัง ยิ้มและคอยมองเพื่อนอยู่ข้าง ๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c99e1a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/ต้นข้าว-เคมี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ต้นข้าว เคมี อายุ 12 ปี เพิ่งจบ ป.6/2 จากโรงเรียนสินแร่สยาม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต้นข้าว เคมี อายุ 13 ปี อาศัยอยู่กับลุงป้าที่ทำงานรับจ้างทั่วไป และตาอายุ 70 กว่าที่ทำอะไรไม่ค่อยไหวแล้ว เขาจึงต้องช่วยดูแล คอยทำงานบ้าน มีเวลาก็ออกไปรับจ้างเลี้ยงแพะบ้าง เมื่อถามว่าจบ ป.6 แล้วจะทำอะไรต่อ ต้นข้าวบอกว่าอยากเรียนให้จบ ม.3 แล้วทำงานแบ่งเบาภาระลุงกับป้า</p>



<p>“อยากเรียนครับ ทีแรกไม่แน่ใจว่าจบแล้วจะเรียนต่อไหม เพราะที่บ้านมีเรื่องต้องทำเยอะ อยากช่วยลุงกับป้าครับ ตอนอยู่บ้านผมต้องช่วยตาทำหลายอย่าง เขาแก่มากแล้ว แต่ตอนนี้คิดว่าต้องเรียนจบ ม.3 ก่อน แล้วค่อยดูอีกทีครับ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กลไกส่งต่อระหว่างโรงเรียน รองรับเด็กเสี่ยงหลุดช่วงรอยต่อการศึกษา ที่ อ.สวนผึ้ง</strong></h2>



<p>อาจารย์รัตนาอธิบายเส้นทางการศึกษาของ ‘ทอง’ กับ ‘ต้นข้าว’ ว่า น้องทั้งสองคนอยู่ในกลุ่มเด็กที่ได้รับการติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อหลังจบชั้น ป.6 ซึ่งโรงเรียนสินแร่สยามมีนโยบายผลักดันเด็กกลุ่มเสี่ยงให้ได้เรียนต่อ โดยร่วมกับ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ ตำบลตะนาวศรี อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ และเป็นโรงเรียนขยายโอกาสที่มีการจัดการศึกษาพิเศษ มีห้องเรียนสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการการดูแลเฉพาะ พร้อมหลักสูตรฝึกอาชีพ มุ่งส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ทั้งมีข้อตกลงความร่วมมือกับสถานศึกษาในระดับที่สูงกว่าชั้นมัธยมต้น ในการส่งต่อนักเรียนข้ามช่วงชั้น ตามความถนัดและความต้องการรายบุคคล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bef118"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/รุจิรพัฒน์-ส่งเสริมอาชีพ.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แม้เราสามารถช่วยให้เด็กคนหนึ่งเรียนต่อได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยเป็นอุปสรรคให้เขายังเวียนวนในความเสี่ยง ทั้งค่าใช้จ่ายรายวัน ค่าเดินทาง การดูแลจากครอบครัว รวมถึงเด็กกลุ่มที่ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างจากห้องเรียนปกติ ถ้าเขาไปเรียนในห้องเรียนทั่วไป ไม่มีครูที่มีประสบการณ์ด้านนี้คอยดูแล เขาจะเรียนตามเพื่อน ๆ ไม่ทัน ปรับตัวไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เด็กเสี่ยงหลุดกลางทางได้ทุกขณะ</p>



<p>“แต่ที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์มีการจัดการศึกษาซึ่งเน้นให้นักเรียนค้นหาความถนัดของตัวเอง มีหลักสูตรส่งเสริมอาชีพเช่น เลี้ยงไก่ไข่ ปลูกพืชผักสวนครัว ทำแปลงเกษตรหลายชนิด หรือมีครูเฉพาะทางส่งเสริมให้เด็กได้ทำงานฝีมือ ทั้งเป็นโรงเรียนประจำที่ช่วยทุ่นค่าใช้จ่ายเรื่องกินอยู่เดินทาง แบ่งเบาปัญหาเรื่องเด็กขาดผู้ดูแลที่เหมาะสม และที่สำคัญคือน้อง ๆ จะได้ฝึกความรับผิดชอบ ทักษะสังคม ซึมซับความสำคัญของการศึกษาหาความรู้ และค้นหาแรงบันดาลใจในชีวิต</p>



<p>“เพราะการเติบโตในพื้นที่ห่างไกลมันอาจจะทำให้เขาไม่มีต้นแบบให้เห็นชัด ๆ แต่ความคิดของเด็กจะเปลี่ยนแปลงไปได้ตามช่วงวัย ตามการรับรู้ อย่างน้อยที่สุด อีก 3 ปีจากนี้ เขาจะได้รับการบ่มเพาะ ปลูกสร้างทัศนคติ เพื่อมองเห็นตัวเอง มองเห็นสังคม มองเห็นอนาคตได้ชัดขึ้น และนี่คือโอกาสที่เราจะมอบให้เขาได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3e33cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/jพ28.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนปลายทางหลังจากนี้ โรงเรียนรุจิรพัฒน์ได้ร่วมมือกับสถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่ ในการสนับสนุนน้อง ๆ ที่มีความสามารถ มีความตั้งใจแต่ขาดโอกาส ให้ได้เรียนต่อระดับ ปวช. พร้อมส่งเสริมให้ไปได้สุดทางตามความสามารถและความตั้งใจ อันเป็นนโยบายส่งเสริมให้เด็กที่ไม่ถนัดด้านวิชาการ มีโอกาสศึกษาต่อและค้นพบอาชีพที่จะใช้เลี้ยงตัวได้อย่างยั่งยืน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>สำหรับทอง อาจารย์รัตนาบอกว่า หลังน้องเข้าพบ ผอ. ก็ได้รับการประสานทันที จนทองมั่นใจได้แล้วว่าเขาจะได้สานฝันที่จะเรียนให้ถึงระดับปริญญา และเป็นครูวิทยาศาสตร์ต่อไป ส่วนต้นข้าว ทางโรงเรียนได้ปรึกษากับผู้ปกครอง จนสรุปได้ว่าน้องจะเรียนต่อที่โรงเรียนรุจิรพัฒน์เช่นเดียวกัน และในระหว่างสามปีต่อจากนี้ ต้นข้าวจะได้ค้นหาคำตอบให้ตัวเองอีกครั้ง ว่าเมื่อเรียนจบ ม.3 แล้ว เขาจะไปทางไหนต่อ</p>



<p>และนี่คือเรื่องราวของน้อง ๆ กลุ่มเป้าหมายโครงการ ‘Zero Dropout’ ‘เด็กทุกคนต้องได้เรียน &#8230;ลดจำนวนน้อง ๆ ที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์’ ที่ปักหมุดแรกในอำเภอสวนผึ้ง โดยความร่วมมือของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดราชบุรี และ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-zero-dropout-250322/">‘ทอง กับ ต้นข้าว’ เปิดเทอมหน้าเรายังได้ไปต่อ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
