<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อาสาสมัคร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 06 Aug 2022 07:48:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อาสาสมัคร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>&#8216;กทม.&#8217; ผนึก &#8216;กสศ.&#8217; ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</title>
		<link>https://www.eef.or.th/nerws-060822/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Aug 2022 05:17:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศานนท์ หวังสร้างบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=59072</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมงานครั้งแร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/nerws-060822/">‘กทม.’ ผนึก ‘กสศ.’ ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมงานครั้งแรกกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมเก็บข้อมูล 50 เขตจากโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง ในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล สร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ และลดปัญหาความเหลื่อมล้ำนำไปสู่การแก้ปัญหาในทุกมิติ</strong></p>



<p>วันที่ 3 ส.ค. 2565 กทม.และ กสศ.ได้จัดการประชุม Teleconference ร่วมกับครูโรงเรียนในสังกัด กทม. 437 แห่ง เป็นครั้งแรก เพื่อชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565</p>



<p><strong>นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</strong> กล่าวว่า การแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบเป็นหนึ่งในนโยบายด้านการศึกษาที่สำคัญของกรุงเทพมหานคร โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถือเป็นปีแรกของการทำงานเพื่อจัดทำฐานข้อมูลเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสอย่างเป็นระบบ ทั้งที่อยู่ในระบบและนอกระบบการศึกษา ผ่านการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d8aeaf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/ศานนท์-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในการทำงานต้องอาศัยความร่วมมือของคุณครูสังกัด กทม. ทั้ง 437 โรงเรียน ช่วยลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนที่มีความเสี่ยงเป็นรายคน โดยเฉพาะกับครอบครัวของเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาส ที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะทางเศรษฐกิจ ต่ำกว่าเส้นความยากจนของประเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา สูงกว่าครอบครัวร่ำรวยถึง 4 เท่า และมีโอกาสศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาเพียง 12% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ 3 เท่า”</p>



<p>รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า แม้ปัจจุบันภาครัฐจะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี สำหรับการศึกษาภาคบังคับ แต่ในความเป็นจริง ด้วยช่องว่างความเหลื่อมล้ำที่ถ่างขยายกว้างและปัญหาทางเศรษฐกิจในระดับรุนแรง จึงยังคงเป็นอุปสรรคทำให้เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้ เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษากลางคัน ด้วยข้อจำกัดที่หลากหลาย เช่น ผู้ปกครองไม่มีค่าครองชีพเพียงพอ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา ค่าเดินทางไปโรงเรียน โดยเฉพาะเมื่อต้องข้ามช่วงชั้น ที่โรงเรียนอยู่ห่างไปหลายกิโลเมตร หรือแม้กระทั่งทัศนคติของครอบครัวต่อการศึกษา ที่เลือกให้เด็ก ๆ ออกมาทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในช่วงชั้นรอยต่อ ( ป. 6 และ ม. 3) การหลุดจากระบบการศึกษา ส่งผลให้ตกอยู่ในวงจรความเสี่ยงและกับดักความยากจนข้ามรุ่น</p>



<p>นายศานนท์ กล่าวว่า ด้วยภาระงานในโรงเรียนที่มีอยู่จำนวนมาก กรุงเทพมหานครคำนึงเป็นอย่างยิ่งว่าจะปล่อยให้คุณครู กทม. ทำงานแต่ฝ่ายเดียวไม่ได้ เรื่องนี้เป็นหน้าที่ทุกฝ่ายช่วยกัน “It takes a village to raise a child” การสร้างเด็กคนหนึ่งต้องอาศัย คนทั้งหมู่บ้าน ทั้งชุมชน ดังนั้น สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยกันพัฒนาให้เกิดกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต โรงเรียน ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ทำงานร่วมกับคุณครูเพื่อช่วยค้นหา ชี้เป้าหมายเด็กและเยาวชนกลุ่มที่ยากลำบากทั้งในและนอกระบบให้ได้โดยเร็ว การได้เห็นข้อมูลปัญหาเป็นรายคนจะช่วยให้สามารถออกแบบมาตรการการแก้ไขปัญหาได้</p>



<p>“ฐานข้อมูลที่จะได้มาจากปฏิบัติการร่วมกับ กสศ. ครั้งนี้ คือรากฐานสำคัญของการแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และการพัฒนาระบบหลักประกันโอกาสการเข้าถึงการศึกษาร่วมกับ กสศ. เพื่อส่งต่อข้อมูลเป็นรายคนไปยังหน่วยจัดการศึกษาทุกสังกัด และ กสศ. จะช่วยจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาคให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษเพื่อบรรเทาอุปสรรคการมาเรียนให้แก่เด็ก ๆ นอกจากนี้ยังร่วมพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกมิติเป็นรายคน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงทุกด้าน สุขภาพกาย จิตใจ สังคม ที่อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษา และการป้องกันหลุดจากระบบซ้ำ และเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี” นายศานนท์ กล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พลังของ ‘ข้อมูล’ คือหลักประกันทางการศึกษา</strong></h2>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า การดำเนินงาน โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอ) ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2565 ร่วมกับผู้บริหารเขตการศึกษา 50 เขต คุณครูและผู้บริหารสถานศึกษา 437 แห่ง ของ กทม. นอกจากจะเป็นการจัดสรรทุนการศึกษาให้แก่เด็กยากจนแล้ว ยังเป็นการสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษาในเขตพื้นที่ กทม. พัฒนาให้เกิดมาตรการป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างยั่งยืน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ในระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9620d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/ไกรยส-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ข้อมูลของเด็กเหล่านี้ ที่จะมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเก็บข้อมูลเป็นรายครอบครัว เป็นรายบุคคลของเด็ก จะถูกส่งคืนไปให้ กทม. เพื่อส่งต่อให้สำนักต่าง ๆ สามารถมาบูรณาการการใช้ข้อมูล ไปพัฒนาชุมชน พัฒนาโรงเรียน สามารถสนับสนุนให้ กทม. ได้มีมาตรการเชิงนโยบาย รวมถึงเป็นนโยบายระดับชาติได้ด้วย และยังใช้ติดตาม ส่งต่อ ให้เด็กได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องไปจนถึงระดับอุดมศึกษา หรือเทียบเท่าในอนาคต”&nbsp;</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า ด้วยข้อมูลเดียวกันนี้จะนำไปสู่โอกาสการเข้าถึงทุนอื่น ๆ ของ กสศ. เช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมี ทุนเสมอภาค, ทุนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ,ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น ,ทุนพระกนิษฐาสัมมาชีพ ทุนพัฒนาอาชีพและนวัตกรรมที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน และข้อมูลจะเชื่อมกับระบบ TCASS เพื่อส่งต่อโอกาสให้เด็กได้เข้าถึงกองทุนของหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำงานร่วมกับ กสศ. เช่น กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. และกองทุนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ</p>



<p>“เพราะฉะนั้นเด็กเยาวชนที่ได้รับการคัดกรองความยากจน และได้รับทุนเสมอภาคภายใต้โครงการนี้ เมื่อจบ ม. 3 ในโรงเรียนสังกัด กทม. แล้ว จะมีโอกาสเข้าสู่การรับทุนการศึกษาระดับสูงต่อไป ตั้งแต่ทุนที่เรียนจบไปเป็นครู ทุนการศึกษาระดับ ปวช. ปวส. หรือทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท เอก กสศ. มีทุนที่หลากหลาย ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่าไม่มีการต้องใช้คืน และเป็นทุนที่ตั้งใจขยายโอกาสให้กับเด็กยากจนโดยเฉพาะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4ac3c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/01-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกเหนือจากทุนการศึกษาของเด็กในระบบแล้ว การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะทำให้สามารถเก็บข้อมูลเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่อยู่ใน กทม. ด้วย โดยคุณครูผู้ลงพื้นที่อาจมีโอกาสได้พบเด็กที่เพิ่งย้ายตามผู้ปกครองเข้ามา และยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการศึกษา ซึ่งถ้าเจอก็สามารถส่งต่อให้เข้าสู่การดูแลของโรงเรียน กทม. กว่า 437 โรงเรียนได้ ในโครงการพาน้องกลับมาเรียน ที่ กสศ. เป็นหนึ่งในหน่วยงานทั้ง 11 หน่วยงาน ที่ดำเนินการอยู่ จะช่วยให้จำนวนเด็ก เยาวชน นอกระบบการศึกษาในความดูแลของ กทม. มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จะเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ส่วนเด็กที่หลุดออกไปแล้ว หรือว่ารอที่จะกลับเข้ามา จะมีการติดตามให้กลับเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การดูแลของ กสศ. จะเริ่มต้นตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยจะพยายามเชื่อมโยงข้อมูลไปให้ถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ต่อเนื่อง สำหรับกรุงเทพฯ เมื่อได้ข้อมูลรายบุคคลของโรงเรียนในสังกัด กทม. มาแล้ว จะมีการส่งข้อมูลให้กับคุณครูโดยเข้าถึงได้จากแอปพลิเคชันเพื่อให้มีการเยี่ยมบ้านหรือติดตามได้ต่อเนื่อง ซึ่งทุนการศึกษาที่น้อง ๆ จะได้ มีตั้งแต่อนุบาล 1 ถึง ม. 3 โดยจะมีการคัดกรองทุก ๆ 3 ปี</p>



<p>“เมื่อได้ทุนในช่วงอนุบาล 1 แล้ว จะมีการคัดกรองในช่วง ป.1 ป.4 และ ม.1 เพราะ กสศ. เชื่อว่าสถานะความยากจนอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงเร็ว และเมื่อมีการคัดกรองจะทำให้สามารถส่งต่อการดูแลช่วงรอยต่อไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสามารถเข้าถึงแหล่งทรัพยากรทุนทางการศึกษาอื่นๆต่อไปได้ในอนาคต”</p>



<p>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของ กสศ. จะกำหนดเป้าหมายเป็นบันได 6 ขั้น คือ บันไดขั้นที่ 1 นักเรียนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์เข้าสู่ระบบการศึกษา (หาตัวเจอ พากลับโรงเรียนเร็วที่สุด) บันไดขั้นที่ 2 เข้าสู่คัดกรองความยากจน บันไดขั้นที่ 3 ให้เงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข บันไดขั้นที่ 4 ติดตามผลการมาเรียน/การเจริญเติบโต/ผลการเรียนตลอดในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน บันไดขั้นที่ 5 ส่งต่อระบบดูแลช่วยเหลือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (สุขภาพ,พฤติกรรม,การเรียน) บันไดขั้นที่ 6 ได้รับโอกาสทางเลือก /ทุนนวัตกรรมสายอาชีพ /ทุนเติมเต็มศักยภาพ /กยศ. /ทุนอื่น จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเอกชน</p>



<p>“สำหรับกรุงเทพ ซึ่งเป็นปีแรกในการทำงานร่วมกันจะเน้นเป้าหมายในบันไดขั้นที่ 1-4 เป็นหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และให้เห็นความเชื่อมโยงว่าโครงการนี้ไม่ได้เป็นโครงการเพียงเพื่อการจ่ายเงิน แต่เป็นโครงการที่จะสร้างระบบหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ให้เด็ก กทม. ได้ในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e1860"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/08/02-437โรงเรียน-กทม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า กสศ. ยังได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : Information System for Equitable Education หรือ iSEE ขึ้นเพื่อรองรับฐานข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับ 6 กระทรวง และข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ที่สามารถระบุเป้าหมายของเด็กที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกนอกระบบการศึกษาทั่วประเทศได้อย่างแม่นยำ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีฐานข้อมูลจาก กทม. แต่จากนี้ไปก็จะมีข้อมูลของ กทม.อยู่ในนั้นด้วย จะทำให้ทุกฝ่ายสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้จากระบบนี้ และอาจขยายรวมไปถึงการได้รับทุนสนับสนุนด้านการศึกษาจากภาคเอกชนในภาคีเครือข่ายของ กสศ. ซึ่งใช้ฐานข้อมูลจาก iSEE ในการให้ความช่วยเหลือด้านการศึกษาในพื้นที่ที่เอกชนเหล่านี้ดำเนินงานอยู่</p>



<p>สุดท้าย เมื่อมีการคัดกรองแล้ว มีการจัดสรรทุนไปให้กับเด็กแล้ว ทาง กสศ. จะมีการติดตามอัตราการมาเรียนของเด็ก น้ำหนัก ส่วนสูง และในอนาคตอาจจะเป็นเรื่องของผลการเรียน หรือว่าข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่า เด็กเยาวชนเหล่านี้ยังอยู่ในโรงเรียน และไม่มีความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>“อัตราการมาเรียนต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หากมีอัตราลดลง ไม่ได้หมายความว่าเราจะตัดทุนเด็ก แต่จะมีการเตือนไปที่โรงเรียน เตือนไปที่ช่องทางต่าง ๆ เช่น สำนักการศึกษา หรือไปที่เขต ว่ามีเด็กเยาวชนที่อัตราการมาเรียนต่ำกว่าร้อยละ 80 แล้ว มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากทุนการศึกษาเพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนให้เกิดการเฝ้าระวังหรือแนะนำว่า ถ้ามีการติดตามช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็อาจจะสามารถคุ้มครอง ป้องกัน ไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาได้” ดร. ไกรยส กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/nerws-060822/">‘กทม.’ ผนึก ‘กสศ.’ ลุยค้นหาเด็กนร.ยากจนด้อยโอกาสในเมืองหลวง ระดมครู 437 รร. ผู้นำชุมชน อาสาสมัคร ภาคประชาสังคม ร่วมชี้เป้าเร่งทำฐานข้อมูลแก้ความเหลื่อมล้ำ หยุดวงจรจนข้ามรุ่น ป้องกันเด็กหลุดจากระบบการศึกษา .</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ส่งน้องให้ถึงมือหมอ’ รถพยาบาล ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต’ กสศ. รับเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-coordinating-center-to-help-children-in-crisis-ambulance-eef/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 16 Aug 2021 15:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ยงยุทธ ขาวขำ]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัคร]]></category>
		<category><![CDATA[ทวีศักดิ์ นิรตานนท์]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฐพงศ์ ธรรมแท้]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44571</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.ได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-coordinating-center-to-help-children-in-crisis-ambulance-eef/">‘ส่งน้องให้ถึงมือหมอ’ รถพยาบาล ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต’ กสศ. รับเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กสศ.ได้จัดตั้ง ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต กสศ.’ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่เด็กที่ได้รับผล กระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง ที่เข้าไม่ถึงการรักษาและความช่วยเหลือเร่งด่วน&nbsp;</p>



<p>นอกจากสนับสนุนให้มีศูนย์พักคอยเกียกกายสำหรับเด็ก สร้างเครือข่ายอาสาสมัครทั้งในและนอกระบบตามชุมชนต่าง ๆ สนับสนุนเครื่องมือทำงานกับหลายภาคส่วน กสศ. ยังจัดให้มีหน่วยรถพยาบาลเฉพาะกิจพร้อมทีมอาสาสมัคร รับส่งเด็กและครอบครัวที่ติดเชื้อโควิด -19</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66d358"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ณัฐพงศ์ ธรรมแท้<br>เตรียมงานอย่างรัดกุมพร้อมแข่งขันกับเวลา</h2>



<p>ณัฐพงศ์ ธรรมแท้ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครประจำรถพยาบาล กสศ. กล่าวว่า “ผู้ติดเชื้อหลายรายยังรอความช่วยเหลือจากที่บ้าน ด้วยความกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะมาถึงเมื่อไหร่ ทุกวินาทีผ่านไปย่อมหมายถึงอาการป่วยที่อาจทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของคนในครอบครัว มีโอกาสได้รับเชื้อตามไปด้วย”</p>



<p>รถพยาบาล กสศ. ได้เป็นส่วนหนึ่งในการนำความช่วยเหลือ เข้าไปหาเด็กทั่วกรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง ก่อนนำเข้าระบบความช่วยเหลือ รวมถึงการประสานกับโรงพยาบาลและศูนย์พักคอย&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9ce833"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“<strong>หน้าที่ของรถพยาบาล กสศ.คือ รองรับเคสฉุกเฉิน จัดลำดับความสำคัญจากอาการและพื้นที่ของผู้ติดเชื้อ จากนั้นวางแผนความช่วยเหลือให้มีการทำงานที่กระชับ รวดเร็ว เพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์</strong> ผู้ติดเชื้อ 90% ที่รับมาคือเด็กเล็ก มีตั้งแต่อายุเพียง 1-2 เดือน ดังนั้นเมื่อพ่อแม่ของเด็กที่รออยู่&nbsp; ได้ยินเราติดต่อประสานเข้าไปเขาจะดีใจมาก เพราะบางรายต้องคอยเป็นเวลาหลายวัน เสียงที่ตอบรับกลับมามีความหวังเจืออยู่ในนั้น ว่าลูกของเขากำลังจะได้รับการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว”</p>



<p>หลังปฏิบัติงานมาแล้วราวสามสัปดาห์ ทีมอาสาสมัครพบว่าทุกเคสที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ คือกลุ่มที่มีผลตรวจเบื้องต้นยืนยันว่าเป็นผู้ติดเชื้อ การปฏิบัติงานจึงต้องมีการสื่อสารกับผู้รอความช่วยเหลือเป็นระยะ ระบุตำแหน่งทีมงานและเวลาเดินทางไปถึง เพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมนำผู้ติดเชื้อขึ้นรถได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb76a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เจ้าหน้าที่จะเตรียมรถที่จัดสรรพื้นที่แยกส่วนผู้ติดเชื้อกับเจ้าหน้าที่ประจำรถ มีการซีลพลาสติกใสหุ้มบริเวณรองรับผู้ติดเชื้อ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาดและป้องกันไม่ให้เชื้อปนเปื้อนตกค้าง ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมชุด PPE เต็มรูปแบบ เข้าใจขั้นตอนการทำงานเป็นอย่างดีว่าเมื่อรับผู้ติดเชื้อขึ้นรถมาแล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง เช่น วัดค่าออกซิเจนในเลือด วัดไข้ ตรวจสอบลักษณะอาการ และประเมินได้ว่าผู้ป่วยจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงระดับใด</p>



<p>“ความสามารถในการประเมินผู้ติดเชื้อเบื้องต้น ทำให้เราตัดสินใจได้ว่าจะนำส่งผู้ป่วยไปยังศูนย์พักคอยหรือโรงพยาบาล เพราะบางรายจำเป็นต้องพาไปตรวจหาเชื้อซ้ำ บางรายคือผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องส่งให้ถึงมือแพทย์อย่างเร่งด่วนที่สุด ประสบการณ์จากหน้างานทำให้เราเห็นความสำคัญของการจัดระบบ และเตรียมพร้อมทั้งการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวผู้ติดเชื้อ การระมัดระวังไม่ให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มขึ้นในการทำงาน เพื่อให้ผู้ติดเชื้อและครอบครัวได้เข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็ว และยับยั้งการแพร่ระบาดให้ลดลงได้ในช่วงเวลาอันใกล้นี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-613d27"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ทวีศักดิ์ นิรตานนท์<br>ภารกิจ​ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา​ ​</h2>



<p>ทวีศักดิ์ นิรตานนท์ คือพนักงานขับรถตู้ที่หันมาทำงานจิตอาสา เขาเล่าว่าเห็นประกาศรับอาสาสมัครขับรถ ​โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ คือ ฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม และ​ปรับแต่งรถมีฉากกั้นระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร รวมทั้งแยกระบบปรับอากาศข้างหน้าและข้างหลังเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเขาผ่านเงื่อนไขทั้งสองข้อ จึงตัดสินใจทำงานอาสาสมัครในระหว่างที่ยังไม่มีงานเข้ามา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8af519"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>“ผมชอบขับรถและเคยทำงานจิตอาสามาก่อน&nbsp; ตอนนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยคน คิดว่าจะจอดรถทิ้งไว้เฉย ๆ ทำไม น่าจะได้ออกไปทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ จึงมาเป็นอาสาสมัครขับรถ </strong>พอได้ทำแล้วก็รู้สึกดี ได้เห็นเขาไปถึงจุดหมายปลายทาง ได้พาคนป่วยไปถึงมือหมอ ด้วยความหวังว่าเขาจะต้องหาย เราส่งเขาถึงจุดหมาย เขาก็ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วขอบคุณอีก”</p>



<p>ทวีศักดิ์เคยขับรถส่งผู้ป่วยไปจังหวัดขอนแก่น โดยเป็นผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างรอเตียงและทางโรงพยาบาลแจ้งว่าได้เตียงแล้ว​  จึงทำการนัดผู้ป่วยและไปรับที่บ้านแต่ละหลังรวม 5 คน ซึ่งเขามองว่าถ้าใจไม่รักก็คงทำไม่ได้ เพราะแค่ตระเวนรับก็ 3 ชั่วโมงแล้ว บางคนอยู่สมุทรสาคร บางคนอยู่บางนา ก็ต้องวางแผนการรับทีละคน และไปให้ถึงโรงพยาบาลปลายทางทันเวลาราชการ</p>



<p>“ถามว่ากลัวติดเชื้อไหม ไม่กลัวนะ เพราะเรามีอุปกรณ์ป้องกัน ถ้าเรามีสติ ไม่ประมาท เราก็ไม่ติด เราใส่ชุด PPE  ใส่หน้ากากเฟซชีลด์ ​​รถเราก็ปลอดภัย มีประตูไฟฟ้า ตั้งแต่ไปรับก็ไม่ได้ลงจากรถเลย เสร็จแล้วบางโรงพยาบาลมีล้างรถฆ่าเชื้อให้ด้วย แต่กลับบ้านเราก็ไปล้างเองอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ยงยุทธ ขาวขำ<br>ไม่ใช่แค่​ขับรถรับ-ส่ง แต่ต้องดูแลเรื่องเอกสารและให้กำลังใจ</h2>



<p>ยงยุทธ ขาวขำ<strong> </strong>โชเฟอร์อาสาสมัครวัย 52 ปีเล่าให้ฟังว่า เขารับส่งเด็กในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นหลัก ส่วนมากจะเป็นเด็กจากย่านคลองเตยและห้วยขวาง การทำหน้าที่โชเฟอร์ไม่ใช่แค่การขับรถเท่านั้น&nbsp; แต่ยังต้องช่วยเหลือเรื่องเอกสาร และให้กำลังใจผู้ป่วยอีกด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0bac60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/ส่งน้องให้ถึงมือหมอ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>“สถานการณ์ตอนนี้น่ากลัว แต่เราก็ป้องกันตัวเองอย่างดี มีอุปกรณ์ครบ แล้วก็คิดว่าถ้าเราไม่ช่วยแล้วเขาจะมีคนมาช่วยหรือเปล่า บางครั้งเด็กมาคนเดียว เพราะผู้ปกครองติดเชื้ออยู่โรงพยาบาล เราก็ต้องไปช่วยกรอกเอกสาร บางคนขึ้นมาหงอย ๆ เราก็ต้องชวนคุยให้เด็กมีกำลังใจ บางคนตรวจเสร็จรู้ว่าตัวเองติดเชื้อ เราก็บอกว่าสู้ ๆ เดี๋ยวก็หาย ของแบบนี้มันหายได้ ไม่ใช่เป็นแล้วไม่หาย ทำให้เขามีกำลังใจ ผู้โดยสารหัวเราะ เราก็หัวเราะ ผู้โดยสารหงอย เราก็ต้องชวนเขาคุย เด็ก ๆ ก็เป็นเหมือนกับลูกหลานเรา</p>



<p><strong>“สิ่งที่ได้คือความสุข เราส่งเขาเสร็จแล้ว เขาก็ไหว้แล้วไหว้อีกแทบทุกคน แต่สิ่งแรกที่ต้องมีคือต้องมีใจก่อน ถึงจะทำตรงนี้ได้ ถ้าไม่มีใจทำไปก็ไม่มีความสุข&nbsp; แต่ถ้ามีใจทำแล้วมีความสุขแน่นอน”​&nbsp;</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-coordinating-center-to-help-children-in-crisis-ambulance-eef/">‘ส่งน้องให้ถึงมือหมอ’ รถพยาบาล ‘ศูนย์ประสานช่วยเหลือเด็กในภาวะวิกฤต’ กสศ. รับเคสผู้ป่วยฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
