<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อัญชลี วานิช เทพบุตร | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%b5-%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%8a-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Apr 2022 05:15:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อัญชลี วานิช เทพบุตร | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Reskill &#8211; ภูเก็ต : จากวิกฤตสู่กลยุทธ์ร่วม เพื่อรับมือ ‘ความท้าทายใหม่’ ในโลกยุคหลังโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-1104222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2022 05:08:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี วานิช เทพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โควิด 19 : ความท้าทายใหม่กับการพัฒนาทักษะและความพร้อมให้แก่ประชากรวัยแรงงานของไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=54495</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ภูเก็ต ได้รับผลกระทบรุนแรงจากโควิด-19 ทำให้เกิดอาการ ‘ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-1104222/">Reskill – ภูเก็ต : จากวิกฤตสู่กลยุทธ์ร่วม เพื่อรับมือ ‘ความท้าทายใหม่’ ในโลกยุคหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ภูเก็ต ได้รับผลกระทบรุนแรงจากโควิด-19 ทำให้เกิดอาการ ‘จนเฉียบพลัน’ จากเมืองท่องเที่ยวที่เคยทำรายได้ 33,000 บาทต่อครอบครัวโดยเฉลี่ย แต่พอเกิดโรคระบาด ธุรกิจแทบทั้งหมดกลายเป็นศูนย์ รายได้ประชากรลดลงมาเหลือที่ 1,961 บาท เป็นเกณฑ์คนจนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของประเทศไทย”</p>



<p>เสียงสะท้อนจาก อัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ผ่านเวทีนโยบาย ‘โควิด 19 : ความท้าทายใหม่กับการพัฒนาทักษะและความพร้อมให้แก่ประชากรวัยแรงงานของไทย’ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนว่า ประเทศไทยยุคหลังโควิด-19 จะไม่ใช่โลกที่เราคุ้นเคยอีกต่อไป แม้แต่พื้นที่เป้าหมายของตลาดแรงงานที่เคยมีความคึกคักทางเศรษฐกิจสูงยังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างต่อเนื่องและยาวนานถึงปัจจุบัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นจึงมีทั้งสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ต้องแก้ไข รวมถึงการวางยุทธศาสตร์ใหม่ทั้งในระยะกลางและระยะยาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3fd3f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/a2-2-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อทบทวนสถานการณ์และค้นหาก้าวต่อไปในการเผชิญหน้ากับวิกฤตโควิด-19 บทเรียนจาก ‘ภูเก็ต’ คือภาพสะท้อนพลังความร่วมมือ ร่วมคิด และร่วมทำ ของคนในพื้นที่ด้วยเป้าหมายเดียวกันว่า เมื่อถึงวันที่การระบาดของโรคสงบและโอกาสครั้งใหม่มาถึง พวกเขาจะสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ด้วยจังหวะก้าวที่ไกลกว่าเดิม</p>



<p>อัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย ได้ให้ภาพผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อภาคเศรษฐกิจและท้องถิ่น โดยยกตัวอย่างจังหวัดภูเก็ตว่า เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ เพราะสิ่งที่ต้องเผชิญถือว่าหนักหน่วงมากและไม่มีใครเคยนึกว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานมากขนาดนี้ในการเยียวยาและฟื้นฟู</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b9329"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/b1-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. พบว่า วัยแรงงานช่วงอายุ 15-21 ปี ต้องเจอกับภาวะการตกงานสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เฉพาะในไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 อยู่ที่ 17.3 % แต่ที่น่ากลัวกว่านั้น คือยังมีกลุ่มคนที่เสมือนว่างงานเป็นช่องว่างให้ไม่ได้รับการช่วยเหลือ เพราะบางคนยังถือว่าได้รับการจ้างงาน แต่เป็นแบบ Leave without pay กลุ่มนี้มีประมาณ 40,000 คน หรือบางคนได้ข้อเสนอให้ลดเวลาทำงานซึ่งหมายถึงรายได้ที่ลงตามมาด้วย เช่น ให้ทำเพียง 10 วันต่อเดือน แต่ก็ต้องทำเพื่อประคองชีวิตไปให้ได้จนกว่าสถานการณ์จะฟื้นกลับมา ทั้งในส่วนของผู้จ้างและผู้ใช้แรงงาน</p>



<p>“สิ่งที่พวกเราทำเพื่อรับมือสถานการณ์เหล่านี้ อันดับแรกคือวางกลยุทธ์ร่วมกันในจังหวัดภูเก็ต จากนั้นภาคีเครือข่ายจึงแยกไปทำงานเพื่อช่วยเหลือตามบทบาทหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น อบจ.ภูเก็ต สถาบันการศึกษาในพื้นที่ หรือกระทั่งคนที่ตกงานก็มาช่วยคนที่ตกงานด้วยกันในการ Reskill เพื่อสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการมากขึ้น เพราะเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์ฟื้นกลับมาจะได้สามารถทำงานได้ทันที เดิมแรงงานไทยส่วนใหญ่จะนิยมทำงานหน้าที่เดียว เช่น แม่บ้านจากแค่ต้องรีดผ้าปูเตียง เมื่อ Reskill จะต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าล้างแอร์ ทำความสะอาดสระน้ำ เรามีการออกแบบหลักสูตรการเรียนรู้ร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือดีมากจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดภูเก็ต วิทยาลัยอาชีวะ และวิทยาลัยเทคนิค ซึ่งเป็นประโยชน์มาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9d356"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/04/b3-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อัญชลี กล่าวต่อไปว่า ที่กล่าวมาเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ซึ่งแต่ละหมัดจะต้องออกไปให้ตรงเป้า เพราะเราเสียเวลาและทรัพยากรไม่ได้อีกแล้ว โควิด-19 ทำให้รู้ว่า หลังจากนี้ ภูเก็ตจะอาศัยการท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่ได้อีกต่อไป เราจึงเริ่มพูดถึงเป้าหมายการเป็น Digital City เพื่อเพิ่มศักยภาพ ขณะเดียวกันก็ต้องออกแบบให้ครอบคลุมไปถึงเด็กที่ด้อยโอกาสไม่ให้แปลกแยกกับเทคโนโลยี ตรงนี้คือโจทย์ที่ต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไร อีกเรื่องหนึ่งที่พื้นที่คิดกันมากคือเรื่องเกษตรแม่นยำ เนื่องจากโควิด-19 ทำให้มีเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาไม่น้อย และส่วนใหญ่ไปสู่ภาคเกษตรมากขึ้น ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้การเกษตรยกระดับขึ้นไปเป็นเกษตรอัจฉริยะหรือเกษตรแม่นยำได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ยากเพราะตรงนี้เด็กที่หลุดออกไปมีใจในเรื่องนี้อยู่แล้ว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-1104222/">Reskill – ภูเก็ต : จากวิกฤตสู่กลยุทธ์ร่วม เพื่อรับมือ ‘ความท้าทายใหม่’ ในโลกยุคหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ อัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ภูเก็ต นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-01-11/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Nov 2021 04:37:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี วานิช เทพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ภูเก็ต]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47278</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทเรียนจากการศึกษาเชิงพื้นที่ -นับตั้งแต่เมษายน 2563 มี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-01-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ อัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ภูเก็ต นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading">บทเรียนจากการศึกษาเชิงพื้นที่</h2>



<p>-นับตั้งแต่เมษายน 2563 มีพ่อแม่ผู้ปกครองตกงานมากถึง 13-15% อัตราคนที่เคยเรียนต่อ กศน. จากเดิมปี 2562 สมัคร 1,800 คน ล่าสุดเหลือเพียง 170 คน มีเด็กหายไปจากระบบการศึกษาในเทอมแรกของปีการศึกษา 2564 ราว 10% และยังมีกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะหลุดจากระบบอีกจำนวนไม่น้อย สาเหตุหลักคือไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม ค่าเดินทาง อุปกรณ์การเรียน ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โควิด จึงทำให้ถูกผลักเข้ามาเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดจากการศึกษาทันที&nbsp;</p>



<p>-นโยบายการแก้ปัญหาในพื้นที่ จำเป็นต้องมีการปรับยุทธศาสตร์ให้รองรับกับปัญหาและจำนวนกลุ่มยากจนเฉียบพลัน ทว่าขั้นตอนการทำงานในระดับชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา เป็นการทำงานที่แยกส่วนมีหน่วยงานดูแลเฉพาะซึ่งขึ้นตรงกับส่วนกลาง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de3908"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/4_อัญชลี-วานิช-เทพบุตร-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ในการทำงานเชิงพื้นที่ เรามีกลไกสำรวจระดับตำบลและอำเภอ มีครู กศน. เป็น CM (Case manager) และยังมี อสม. และ อพม. ทำงานร่วมกัน ประสานข้อมูลทั้งโรงเรียนในจังหวัด รวมถึงเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่ไปศึกษาต่อชั้นมัธยมและอุดมศึกษาในจังหวัดอื่น ๆ มี Call center เปิดรับสายร้องเรียนเคสเด็กสุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบ เป็นการทำงานเชิงลึกเพื่อคัดกรองกลุ่มเป้าหมายทุกระดับชั้น แต่เมื่อได้ข้อมูลและแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัด แต่ละระดับชั้นก็ต้องส่งเรื่องไปยังหน่วยงานต่างกัน&nbsp;</p>



<p>-คณะทำงานได้เสนอมาตรการลด งดเว้นค่าเล่าเรียน หรืออนุมัติอุดหนุนเงินช่วยเหลือเร่งด่วน เพื่อชะลอจำนวนเด็กที่จะหลุดจากระบบ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือ “ยังไม่มีคำสั่ง” ไม่สามารถเปลี่ยนแผนงานทันทีได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a32cd3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/4_อัญชลี-วานิช-เทพบุตร-01-1-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ดังนั้นแม้ว่าคณะทำงานจะมองเห็นวิธีการช่วยเหลือที่จำเป็นต้องทำฉุกเฉิน แต่ด้วยความซับซ้อนของระบบ ที่ต้องส่งจากส่วนภูมิภาคเข้าไปยังส่วนกลาง แล้วรอการตัดสินใจจากหลายฝ่ายให้เคาะนโยบายร่วมกัน ก่อนจะส่งกลับมายังพื้นที่อีกครั้ง ความล่าช้าทำให้แก้ปัญหาไม่ทันการณ์&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">หน่วยงานกลางที่คอยเชื่อมประสาน มีอำนาจตัดสินใจทันที</h2>



<p>-หากจะกล่าวถึง “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” อย่างแรกคือต้องมองว่าปัญหาการศึกษาคือวาระแห่งชาติ ซึ่งหมายรวมไปถึงทุก ๆ พื้นที่ในประเทศ การทำงานจึงต้องมีความยึดหยุ่น มีการออกแบบและตัดสินใจที่เป็นอิสระจากส่วนกลาง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน&nbsp;</p>



<p>-การแก้ปัญหาของโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ฯ จ.ภูเก็ต เราได้เห็นว่าการมีหน่วยงานที่ทำงานได้คล่องตัว เช่น กสศ. ที่แม้จะมาจากส่วนกลาง แต่เข้ามาทำงานในฐานะด่านหน้า มีข้อมูล คุ้นเคยกับเคสเด็กด้อยโอกาสในหลายระดับ มีเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ทำให้สามารถดึงความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ มาช่วยกัน&nbsp; ส่งความช่วยเหลือเข้าไปช้อนเด็กได้เร็วขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-08bd63"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/4_อัญชลี-วานิช-เทพบุตร-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-การปรับนโยบายทันทีเมื่อสถานการณ์ไม่สอดคล้องกับแผนการที่วางไว้ สามารถอุดหนุนเงินช่วยเหลือเร่งด่วน ประสานเครือข่ายโรงเรียนและ กศน. เพื่อส่งต่อเด็กที่หลุดจากระบบได้ทันท่วงที ผลคือแม้เศรษฐกิจในจังหวัดจะยังเป็นปัญหา แต่เด็กเยาวชนเหล่านี้ยังมีหนทางในการศึกษาต่อ&nbsp;</p>



<p>-หากถามว่าอะไรจะเป็น “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” ให้กับเด็กและเยาวชนได้ สิ่งสำคัญคือการกำหนดนโยบาย ต้องกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังพื้นที่ เราต้องยอมรับว่าการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่ผ่านขั้นตอนภายในหน่วยงานต้นสังกัด ทำให้เราแก้ปัญหาไม่ทันการณ์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8d452d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/4_อัญชลี-วานิช-เทพบุตร-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ควรมีหน่วยงานที่มีอำนาจ สามารถตัดสินใจปัญหาในพื้นที่ได้ เข้าถึงเหตุรวดเร็ว มองไปที่ปลายทางจริงๆว่าสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรก็ได้ให้ช่วยเด็กก่อนทันที&nbsp;</p>



<p>-ประสบการณ์จากโควิด-19 ครั้งนี้ ทุกฝ่ายจำเป็นต้องถอดบทเรียนให้ได้ แล้วนำมาปรับเปลี่ยนบทบาทหน้าที่ ออกแบบแนวทางว่าจะทำงานกันต่อไปอย่างไร เชื่อว่าเพียงเท่านี้ก็จะสามารถช่วยให้เด็กอยู่ในระบบการศึกษาได้มั่นคงขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-01-11/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ อัญชลี วานิช เทพบุตร ประธานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ภูเก็ต นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อจังหวัดภูเก็ต “ยากจนเฉียบพลัน” และเด็ก “หายไปจากระบบการศึกษา” 10%</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-phuket-acute-poverty/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Jun 2021 10:09:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี วานิช เทพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ยากจนเฉียบพลัน]]></category>
		<category><![CDATA[ภูเก็ต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41901</guid>

					<description><![CDATA[<p>ใครจะเชื่อว่าเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตจะ “ยากจนเฉียบพล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-phuket-acute-poverty/">เมื่อจังหวัดภูเก็ต “ยากจนเฉียบพลัน” และเด็ก “หายไปจากระบบการศึกษา” 10%</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading">ใครจะเชื่อว่าเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตจะ “ยากจนเฉียบพลัน”</h3>



<p><strong>อัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดภูเก็ต </strong>กล่าวว่า<strong></strong></p>



<p>“ภูเก็ตจากเมืองท่องเที่ยวมีรายได้ดี รายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัวต่อคนต่อเดือนอยู่ที่ 33,000 บาท แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เก็บข้อมูลตัวเลข ชี้ว่ารายได้ต่อคนต่อเดือนของประชากรภูเก็ตเหลือเพียง 1,961 บาท ต่ำกว่าเกณฑ์คนจนทั่วประเทศไทยของ จปฐ. ซึ่งอยู่ที่ 3,000 บาท”</p>



<p>“สิ่งที่เกิดขึ้นหนักหนาสาหัสเรียกว่าจนเฉียบพลัน พ่อแม่ผู้ปกครองตกงานตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วถึง 13 – 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ประชากรแฝงกว่า 4 แสนคน พอเกิดโควิดตกงานต้องกลับภูมิลำเนากว่า 50,000 คน ส่งผลตัวเลขกลับด้านอย่างมีนัยสำคัญ คือ คนที่เคยเรียน กศน. เคยทำงานในโรงแรมส่งตัวเองเรียน หรือฝึกอาชีพเพิ่มเติม เมื่อถูกพักงาน อัตราคนเรียนต่อ กศน.น้อยลง จากเดิมปี 2562 สมัคร 1,800 คน วันนี้เหลือเพียง 170 คน นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กหายไปจากระบบเมื่อวันเปิดเทอมที่ผ่านมา 10 เปอร์เซ็นต์ และยังมีกลุ่มที่มีโอกาสหลุดจากระบบในช่วงสิ้นภาคเรียนที่ 1 อีก ที่ยังต้องประเมินอีกครั้ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2793c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/05-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading">บทบาทของสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทยและภาคีเครือข่าย</h3>



<p>สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย เป็น Core Team มีภาคีเครือข่ายทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และสถาบันการศึกษาต่าง ๆ และยังได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<p>ภารกิจต่อปัญหา “ยากจนเฉียบพลัน” นั้นเป็นงานเร่งด่วน เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่มีรายได้การทำธุรกิจท่องเที่ยวเป็นหลัก เมื่อไม่มีรายได้ส่งผลให้เด็กและเยาวชนจังหวัดภูเก็ตมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a4afa7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ทางโครงการฯ จึงพัฒนากลไกให้พร้อมสำหรับการทำงาน โดยมีกลไกด้านพัฒนาเด็กปฐมวัย ด้านพัฒนาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ด้านพัฒนาเด็กกลุ่มเสี่ยง ด้านประชาสัมพันธ์ ติดตามประเมินผล การจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา และการพัฒนาระบบข้อมูล</p>



<p>กลไกสำรวจและช่วยเหลือระดับอำเภอและตำบล คือ ครู กศน. ทำหน้าที่สำรวจและเป็น CM (Case manager) โดยมี อสม. และ อพม. ในพื้นที่เป็นมดงานคอยช่วยเหลือและสำรวจเชิงลึกให้ด้วย ช่วยแบ่งเบาการทำงานให้ครู กศน. ประกอบกับช่วงโควิด-19 ครู กศน. ลงพื้นที่ไม่ได้ มดงานในพื้นที่จึงช่วยเติมเต็มงานส่วนนี้ได้</p>



<p>มีภารกิจร่วมกันเพื่อช่วยสร้างโอกาสให้กับกลุ่มเป้าหมายทั้ง 3 กลุ่ม คือ</p>



<p>1. เด็กปฐมวัย ตั้งเป้าหมายสำรวจที่ 3,217 คน คัดกรอง 3,124 คน ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 363 คน จากเป้าหมายช่วยเหลือ 880 คน</p>



<p>2. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ต้องการพัฒนาศูนย์ทั้งหมด 35 อำเภอ จาก 19 อปท.</p>



<p>3. เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ตั้งเป้าหมายสำรวจ 3,851 คน สำรวจแล้ว 1,365 คน ช่วยเหลือแล้ว 157 คน ในจำนวนเด็กนอกระบบที่ช่วยเหลือแล้ว มีเด็กเสี่ยงหลุดจากนอกระบบการศึกษา 40 คน รวมอยู่ด้วย</p>



<p>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ฯ สามารถขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี นอกจากทีมงานหลักแล้ว ยังได้รับความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัด ที่มองเห็นความสำคัญของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของเด็ก ๆ ในจังหวัดภูเก็ต ทำให้เกิดการเชื่อมโยงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมนำไปสู่การบรรจุเป็นแผนงานระดับจังหวัด เกิดการบูรณาการทำงานในระดับพื้นที่ทั้ง 19 อปท. เพื่อร่วมกันทำงานช่วยเหลือสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้กับลูกหลานภูเก็ตต่อไป</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-028f5269 gb-headline-text">ช่วยเคสกำลังจมน้ำให้ได้ก่อนและขยายผลไปสู่ความร่วมมือกับหลายภาคส่วน</h3>



<p><strong>อัญชลี วานิช เทพบุตร </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรากำลังช่วยเคสกำลังจมน้ำให้ได้ก่อนซึ่ง กสศ. ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ดี เรามีภาคีเครือข่ายเยอะ ก็พยายามส่งต่อพยายามช่วย เพราะตอนนี้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกลดทอนไปเยอะ มีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเยอะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ee237"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/02-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ล่าสุดภูเก็ต-พิษณุโลกประกาศจับมือ กสศ. เป็นจังหวัดทดลองระดมทุกหน่วยรุกเฝ้าระวัง ป้องกันเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา</p>



<p>“สนับสนุนให้ปัญหาการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งสองสภาไม่ควรตัดงบประมาณ ไม่ใช่ที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด แต่งบที่ควรตัดกลับยกมือกันพรึ่บ กสศ. จะเป็นองค์กรหน้าด่านที่ดีที่สุด มีข้อมูล คุ้นเคยกับเด็กยากจน มีเครือข่ายองค์กรภาคีในพื้นที่ มีมดงาน หลายองค์กรที่มาช่วยกัน ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ มีจิตอาสาหัวใจเต็มร้อย โดยภูเก็ตจะทำงานร่วมกับ กสศ. เป็นแล็บทดลองแก้ปัญหาเรื่องนี้</p>



<p>“นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรยื่นมือมาช่วย โดยเฉพาะเรื่องทุนสนับสนุนเพิ่มเติม อย่าให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา และควรมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) ให้แก่โรงเรียนเอกชน เพื่อเติมลมหายใจ ไม่ต้องไปเคลียร์ลูกหนี้ เป็นการช่วยเด็กทางอ้อม ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้เด็ก ๆ ครอบครัวจนเฉียบพลัน และจนถาวร ผ่านพ้นวิกฤตปีการศึกษา 2564 ให้ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89e04b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> </p>



<p>1. [LIVE] EEF Forum:โอกาสทางการศึกษาเพื่อเด็กทุกคน เมื่อการไปโรงเรียนมีต้นทุนสูงเกินครัวเรือนยากจนแบกรับ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564<br>2. ข้อมูล: เพจจังหวัดต้นแบบสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-phuket-acute-poverty/">เมื่อจังหวัดภูเก็ต “ยากจนเฉียบพลัน” และเด็ก “หายไปจากระบบการศึกษา” 10%</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2021 10:22:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสุขปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[รณชัย จิตรวิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี วานิช เทพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41825</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่ ต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/">กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่ ต้นทุนการศึกษาสูงเกินแบกรับ พบกลุ่มใหม่ครัวเรือนจนเฉียบพลัน ส่งผลจังหวัดภูเก็ตเด็กหายไปจากระบบแล้ว 10% และยังหลุดต่อเนื่อง ขณะที่ชุมชนแออัด กทม. พบหนี้นอกระบบเพิ่ม หลายครอบครัวกู้เงินผ่อนมือถือเรียนออนไลน์ แนวโน้มไม่มีค่าเดินทางไปโรงเรียน แนะรัฐออกมาตรการเร่งด่วน บูรณาการแก้ครัวเรือนยากจนในพื้นที่ ปรับเงินอุดหนุนรายหัว หลังคงอัตราเดิมนาน 10 ปี ด้าน รศ.ดร.สังศิต แนะตั้งกองทุนหมุนเวียนการศึกษา 5 หมื่นล้านรับมือวิกฤต</strong></strong></p>



<p>ศ. ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า นอกจาก กสศ.ดูแลนักเรียนยากจนพิเศษ เส้นรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทลงมา วิกฤตโควิดทำให้เกิดปรากฏการณ์ความยากจนที่ซ้ำซ้อน ทั้งยากจนเฉียบพลัน จนถาวร และเกือบจ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจ ในปีการศึกษา 2564 เบื้องต้นเราพบว่าจะมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ 5,654 คน แต่อีกเดือนเศษจะเพิ่มเป็นหมื่นคน และคาดการณ์ว่าสิ้นปีการศึกษา 2564 จะมีเด็กหลุดจากระบบ 65,000 คน ถ้าหลุดจากระบบประถมศึกษาอาจจะไม่มาก เพราะเป็นการศึกษาภาคบังคับราว 4% มัธยมศึกษาตอนต้นอยู่ที่ 19 &#8211; 20% มัธยมปลายอยู่ที่ 48% และในจำนวนนี้โอกาสเข้ามหาวิทยาลัยได้เพียง 8 &#8211; 10% กสศ.อุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอยู่ที่ปีละ 3,000 บาท ต้นทุนการศึกษานั้นมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร อยู่ประมาณ 2,058 &#8211; 6,034 บาท ทำให้การเรียนต่อเป็นไปไม่ได้ นโยบายการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวก็ใช้อัตราเดิมมา 10 กว่าปี ไม่มีการปรับเพิ่ม ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รายได้ลด หนี้นอกระบบเพิ่ม ดังนั้นจะต้องเร่งแก้ปัญหาจริงจัง โดยการปรับเงินอุดหนุนรายหัว ค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายจริง ตอนนี้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงเกือบ 2 &#8211; 3 พัน ไม่เช่นนั้นในภาคเรียนที่สองจะเห็นการหลุดจากระบบมากกว่านี้ เด็กที่ใกล้เสี่ยงหลุดหรือหลุดแล้ว ทัศนคติ ความมุ่งมั่นทางการศึกษาน้อยมาก การดึงกลับมาเรียนหนังสือ ถ้าไม่ทำแบบประณีต สามารถเข้าถึงวิธีคิดหรือปัญหาจริง เทอมสองจะเห็นเด็กหลุดมากขึ้นและเป็นวิกฤตของประเทศอย่างแท้จริง และขอเสนอให้มีการประนอมหนี้การศึกษา เรียนฟรีแบบไม่มีค่าเทอม และการหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง ยกตัวอย่างโมเดลของจังหวัดพิษณุโลกและภูเก็ตเป็นการทำงานเชิงรุก บูรณาการเชื่อมโยงไปสู่การทำงานในพื้นที่ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-626ce5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ค่าน้ำมันรถไปกลับวันละประมาณ 40 บาท เดือนละ 800 บาท ผู้ปกครองมีรายได้ 1,077 บาทต่อคนต่อเดือน จะไปรอดหรือครับ นี่เป็นปัญหาหนักมาก เด็กที่เพิ่มมากขึ้น 7 &#8211; 8 แสนคนที่ยากจน ถ้าเอาเส้นรายได้ 1,021 บาท จะมีเด็กยากจนพิเศษ 9 แสนคน ถ้าใช้เส้นแบ่ง 1,388 บาท จะเกิดเด็กยากจนและยากจนพิเศษ 1.9 ล้านคน เด็กเพิ่มขึ้น 2 &#8211; 3เท่า แต่เราช้อนได้เพียง 10 &#8211; 15% เท่านั้น ทั้งนี้ กสศ.จะมีการประชุมบอร์ดเพื่อกำหนดทิศทางใน 3 ปีข้างหน้าในท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ไม่ลดลง จะกำหนดบทบาทภารกิจอย่างไรเพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเปราะบางยากจนให้ดียิ่งขึ้นให้ได้” ศ. ดร.สมพงษ์กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-38fd92e3 gb-headline-text">ภูเก็ตเจอวิกฤตจนเฉียบพลัน ส่งผลเด็กหายไปจากระบบ 10% เผยสอบติดโรงเรียนรัฐ แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องถูกคัดชื่อออก</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b4ed3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อัญชลี-วานิช-เทพบุตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุการณ์จากโรคระบาดครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าสึนามิมาก ผลกระทบต่อเนื่องมาถึงครัวเรือนและเด็กเยาวชน ภูเก็ตเคยเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้นของโลก ปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต ทำรายได้กว่า 440,000 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัวต่อคนต่อเดือนอยู่ที่ 33,000 บาท แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เก็บข้อมูลตัวเลข ชี้ว่ารายได้ต่อคนต่อเดือนของประชากรภูเก็ตเหลือเพียง 1,961 บาท ต่ำกว่าเกณณ์คนจนทั่วประเทศไทยของ จปฐ. ซึ่งอยู่ที่ 3,000 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นหนักหนาสาหัส เรียกว่าจนเฉียบพลัน พ่อแม่ผู้ปกครองตกงานตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วถึง 13 &#8211; 15% ขณะที่ประชากรแฝงกว่า 4 แสนคนพอเกิดโควิด ตกงาน ต้องกลับภูมิลำเนากว่า 50,000 คน ส่งผลตัวเลขกลับด้านอย่างมีนัยสำคัญ คือคนที่เคยเรียน กศน. เคยทำงานในโรงแรมส่งตัวเองเรียน หรือฝึกอาชีพเพิ่มเติม เมื่อถูกพักงาน อัตราคนเรียนต่อ กศน.น้อยลง จากเดิมปี 2562 สมัคร 1,800 คน วันนี้เหลือเพียง 170 คน นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กหายไปจากระบบเมื่อวันเปิดเทอมที่ผ่านมา 10% และยังมีกลุ่มที่มีโอกาสหลุดจากระบบในช่วงสิ้นภาคเรียนที่ 1 อีก ที่ยังต้องประเมินอีกครั้ง</p>



<p>“หลายกรณีพ่อแม่จนเฉียบพลัน เคยเป็นพนักงานโรงแรม แต่รายได้เป็นศูนย์ ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เด็กหลายคนสอบติดโรงเรียนรัฐ ต้องวางเงิน 3,000 &#8211; 4,500 บาท เมื่อไม่มีต้องถูกลบชื่อออกให้เด็กคนอื่น ๆ เรียน หรือเด็กบางคนเคยเรียนโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ แต่วันนี้ต้องลาออกเรียนโรงเรียนวัด โรงเรียนรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น บางกรณียังค้างค่าเรียน ออกก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้วุฒิการศึกษา แม้ว่าจะขอทำสัญญาประนอมหนี้ ขอวุฒิการศึกษาเด็กก่อนก็ยังไม่ได้ บางโรงเรียนไม่ให้เด็กเข้าห้องสอบเพราะไม่ได้จ่ายค่าเทอม วิกฤตแบบนี้แล้วเราจะทิ้งเด็กได้อย่างไร ต้องให้เด็กเข้าเรียนก่อน ที่ภูเก็ต ถ้าเปรียบเทียบสภาพคน วันนี้เป็นตายเท่ากัน เราต้องช่วยเคสระยะสั้นเฉพาะหน้าก่อน ช่วยเด็กที่กำลังจะจมน้ำให้ได้ ต้องมาช่วยเป็นการด่วน ไม่ใช่หลุดจากระบบแล้วเอื้อมมือช่วย </p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d6a01c81 gb-headline-text">พิษณุโลก-ภูเก็ตประกาศจับมือ กสศ. เป็นจังหวัดทดลองระดมทุกหน่วยรุกเฝ้าระวัง ป้องกันเด็กหลุด</h3>



<p>นางอัญชลีกล่าวว่า สนับสนุนให้ปัญหาการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งสองสภาไม่ควรตัดงบประมาณ ไม่ใช่ที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด แต่งบที่ควรตัดกลับยกมือกันพรึ่บ กสศ.จะเป็นองค์กรหน้าด่านที่ดีที่สุด มีข้อมูล คุ้นเคยกับเด็กยากจน มีเครือข่ายองค์กรภาคีในพื้นที่ มีมดงานหลายองค์กรที่มาช่วยกัน ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ มีจิตอาสาหัวใจเต็มร้อย โดยภูเก็ตจะทำงานร่วมกับ กสศ.เป็นแล็บทดลองแก้ปัญหาเรื่องนี้ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรยื่นมือมาช่วย โดยเฉพาะเรื่องทุนสนับสนุนเพิ่มเติม อย่าให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา และควรมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan)ให้แก่โรงเรียนเอกชน เพื่อเติมลมหายใจ ไม่ต้องไปเคลียร์ลูกหนี้ เป็นการช่วยเด็กทางอ้อม ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้เด็ก ๆ ครอบครัวจนเฉียบพลันและจนถาวรผ่านพ้นวิกฤตปีการศึกษา 2564 ให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-739d7b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/รณชัย-จิตรวิเศษ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงกับประชาชน ปัญหาทางเศรษฐกิจและการศึกษามีผลเกี่ยวเนื่องกัน แต่ละครัวเรือนย่อมนึกถึงปากท้องก่อนเรื่องการเรียน ต้องคิดเอาตัวรอด ทำให้สุ่มเสี่ยงที่เด็กจะหลุดจากระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น เพื่อไปหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว การเข้าสู่ตลาดแรงงานเร็วทำให้เป็นแรงงานค่าแรงถูกที่ไม่มีทักษะความรู้ จึงได้มีนโยบายให้จังหวัดทำงานเชิงรุก ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ แทนที่จะไปตามหาเด็กที่หลุดจากระบบไปแล้ว จะเป็นการยากที่ทำให้เขากลับเข้ามาในระบบอีก ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน พาเด็กก่อนที่จะหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งพ่อแม่ตัดสินใจว่าจะไม่ส่งลูกเรียนต่อมาฝึกอาชีพเพื่อให้อย่างน้อยมีความรู้ ไม่ใช่แรงงานไร้ฝีมือ และยังเผื่อไปต่อยอดได้ในอนาคต อีกทั้งการทำงานร่วมกับ กสศ. สมาคมสุขปัญญา มูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ ร่วมกันดูแลไม่ให้เด็กหลุดจากระบบหรือหลุดจากระบบอย่างมีคุณค่า มีการศึกษาติดตัว สามารถเอาตัวรอดได้ เป็นการร่วมมือของหลายภาคส่วนที่เข้าใจเรื่องการศึกษา เชื่อมโยงผู้บริหารศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด เป็นการดูแลแบบครบวงจร เพราะการทำงานเพียงลำพังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะไม่เข้มแข็งพอ อาจมองภาพการช่วยเหลือไม่ครบวงจร หรือไม่มีกำลังพอดูแล จึงตั้งคณะทำงานประกอบด้วยทั้งท้องถิ่น ราชการ พมจ. เอกชน ภาคการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา อดีตผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ทุกส่วนจะมาพูดคุยเพื่อเห็นภาพการทำงานร่วมกันที่สามารถสนับสนุนส่งไม้ต่อให้กันได้</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-1279e709 gb-headline-text">ชุมชนแออัด กทม. หนี้นอกระบบเพิ่ม หลายครอบครัวกู้ผ่อนมือถือเรียนออนไลน์ แนวโน้มไม่มีค่าเดินทางไปโรงเรียน </h3>



<p>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. รุนแรงกว่าพื้นที่อื่น ๆ คนจนในพื้นที่เผชิญกับความยากลำบาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานภาคบริการ มีแนวโน้มภาระหนี้สินนอกระบบเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้สินจากการศึกษา รายงานจากชุมชนพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองบางรายต้องไปกู้เงินนอกระบบเพื่อซื้อมือถือให้บุตรหลานเรียนออนไลน์ กลายเป็นหนี้ระยะยาวดอกเบี้ยสูง เกิดความตึงเครียดในครัวเรือน หรือถ้าไปโรงเรียนได้ก็จะไม่มีเงินค่าเดินทาง แนวโน้มในอีกสองเดือนอาจนำไปสู่การหลุดจากระบบการศึกษาหลายหมื่นคน ซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ef22b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายอนรรฆกล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหานั้นจะต้องช่วยเหลือลงไปสองส่วน คือ ส่วนแรก ด้านครัวเรือนที่จะต้องเน้นความช่วยเหลือไปยังกลุ่มเป้าหมายชุมชนแออัด ไซต์งานก่อสร้าง หรือครัวเรือนนอกชุมชนก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องไปดูความต้องการว่าอยากให้ช่วยเหลือด้านใดบ้าง และระยะกลางจะต้องทำให้เกิดการจ้างงาน ส่วนที่สองคือ ด้านการศึกษา ทั้งการลดค่าใช้จ่ายภาคการศึกษา สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง อุปกรณ์ ค่าเดินทาง ไปจนถึงการติดตามเฝ้าระวังเด็กที่จะหลุดจากระบบ สร้างการป้องกันได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญคือต้องบูรณาการการทำงานจากแต่ละภาคส่วนมาร่วมแก้ปัญหาครั้งนี้</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-6c0b55d1 gb-headline-text">นักเศรษฐศาสตร์การศึกษาชี้ วัคซีนตัวแปรหลัก ลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นคืนทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา </h3>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE พบว่ามีนักเรียนยากจนพิเศษ 1.17 ล้านคนหรือ 18% ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มยากจนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาสูงกว่ากลุ่มครอบครัวที่รวย 4 เท่า คือยิ่งจนยิ่งแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งในครอบครัวยากจนพิเศษมีรายได้เฉลี่ย 1,077 บาทต่อเดือนต่อคน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงถึง 2,000 &#8211; 6,000 บาทต่อปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-371af4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อาจารย์ภูมิศรัณย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า ปัญหาเด็กนอกระบบไม่ใช่แค่ปัญหาการศึกษา แต่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย โดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดคำนวณว่า หากประเทศไทยไม่มีเด็กหลุดจากระบบจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 3% ขณะที่อดีตนักเศรษฐศาสตร์จากยูเนสโกประเมินว่า การที่ประเทศไทยแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่า 228,000 ล้านบาทต่อปี รายงานธนาคารโลกล่าสุดในเดือนมิถุนายนระบุว่า การเข้าถึงวัคซีนเป็นตัวแปรสำคัญต่อสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศต่าง ๆ เศรษฐกิจโลกขยายตัว 5.6% เร็วกว่าที่คาดไว้ 1.5% เพราะการมาของวัคซีน ในขณะที่ประเทศยากจนกำลังพัฒนาเศรษฐกิจทรุดลง คนจนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโตเพียง 2.9% ต่ำสุดในรอบ 20 ปี จะมีมากกว่า 100 ล้านคนที่กลายเป็นกลุ่มยากจนสูงสุด หรือ extream poverty</p>



<p>“ดังนั้น ควรเร่งการฉีดวัคซีนในครู ในเด็กหากทำได้ และในภาพรวม ควรฉีดให้ได้ 90% เพื่อการฟื้นกลับคืนทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษาโดยเร็ว เพราะจะทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่การฟื้นฟู และยิ่งเปิดเรียนเร็วเท่าไหร่ยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเท่านั้น โดยผลกระทบจากการปิดเรียน 4 เดือน ส่งผลต่อจีดีพีไทย 9.12 แสนเหรียญสหรัฐ”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-094543c6 gb-headline-text">รศ. ดร.สังศิตชี้รัฐบาลควรผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งกองทุนหมุนเวียนการศึกษา 50,000 ล้าน</h3>



<p>รศ. ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ วุฒิสมาชิก ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา กล่าวว่า ข้อมูลจากธนาคารโลกชี้ว่า ปี 2562 คนยากจนในประเทศไทยมีจำนวน 3.7 ล้าน ปี 2563 พบมีคนยากจน 5.2 ล้านคน เพียงแค่ 1 ปี มีคนยากจนเพิ่มขึ้นถึง 1.5 ล้านคน ปี 2564 คนยากจนอาจเพิ่มขึ้น 6.7 – 7 ล้านคน เพราะปัญหาเศรษฐกิจยังหนัก คนยากจนเพิ่มมากขึ้น คนเหล่านี้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ในบรรดาปัญหาทั้งหมดในประเทศไทยคิดว่าปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31d222"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/รองศาสตราจารย์-สังศิต-พิริยะรังสรรค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ วุฒิสมาชิก ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p>รศ. ดร.สังศิตกล่าวว่า เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้แสดงถึงความรับผิดรับชอบต่อประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น คิดว่าถ้าหากรัฐบาลมองเห็นว่าเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การที่จะให้นักเรียนต้องหยุดเรียนเพราะขาดแคลนเงินทอง พ่อแม่ตกงาน ครอบครัวมีลูก 2 &#8211; 3 คน แต่มีมือถือเครื่องเดียว เรียนออนไลน์ก็ไม่ได้ จะเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต ต้องหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว รัฐบาลควรทำเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา สำหรับคนยากจนที่รัฐบาลมุ่งเป้าไปเลยว่าครอบครัวไหนยากจน เข้าไม่ถึงการศึกษาจริง เป็นเวลาที่ดีมากที่รัฐบาลจะสำรวจตัวเลขได้ออกมาชัดเจนว่า 77 จังหวัดมีจำนวนครัวเรือนยากจนได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพื่อรัฐบาลจะได้พุ่งเป้าทำงานกับคนเหล่านี้ และต้องสร้างพันธมิตรระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน สถานศึกษา ภาคประชาสังคม มาร่วมเป็นกรรมการช่วยดูแลในแต่ละจังหวัดของตัวเอง และรัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น เช่น ให้งบประมาณเดือนละ 5 หมื่นล้าน ตลอด 1 ปี รวมประมาณ 6 แสนล้านบาทต่อปี คาดว่าประมาณปี 2566 รัฐบาลจะคลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้ เศรษฐกิจภาพรวมของโลกและประเทศไทยดีขึ้น</p>



<p>“การจัดตั้งกองทุนเราดูแลแบบตรงเป้า ผมคิดว่าภาครัฐไม่ควรทำงานคนเดียว ต้องทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เป็นจิตอาสาสำรวจความขาดแคลน สำหรับเงิน 5 หมื่นล้านบาทต่อเดือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ของรัฐบาล ตัดงบก่อสร้าง งบกองทัพ รัฐบาลหาเงินได้แน่นอน แต่สิ่งที่รัฐบาลจะได้ประโยชน์ในระยะยาว คือจะคลี่คลายได้โดยเร็ว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/">กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
