<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อังกฤษ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 13 Mar 2022 16:43:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อังกฤษ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สส.อังกฤษวอนรัฐเร่งปฎิรูประบบการศึกษาลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-covid-pandemic-fuels-deepening-education-140322/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 13 Mar 2022 16:42:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52987</guid>

					<description><![CDATA[<p>บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของสหราชอาณาจักรรวมตัวออกโรงเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-pandemic-fuels-deepening-education-140322/">สส.อังกฤษวอนรัฐเร่งปฎิรูประบบการศึกษาลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของสหราชอาณาจักรรวมตัวออกโรงเรียกร้องให้รัฐบาลนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสั พร้อมด้วยกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยกเครื่องปฏิรูประบบการศึกษาเพื่อบรรเทาปัญหาความเหลื่อมล้ำ หลังผลการศึกษาของคณะกรรมการคัดสรรด้านการศึกษา (Education Select Committee) พบว่า การระบดของไวรัสโควิด-19 ส่งให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในแต่ละภูมิภาคทั่วประเทศอังกฤษขยายวงกว้างมากขึ้นกว่าเดิม</strong></p>



<p>ทั้งนี้ รายงานของทางคณะกรรมการคัดสรรด้านการศึกษาพบว่า ผลกระทบ &#8220;ร้ายแรง&#8221; ของการปิดโรงเรียนในช่วงการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น โดยเขตการศึกษาใน Yorkshire, Humber, และภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ กลายเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงมากที่สุด&nbsp;</p>



<p>พร้อมกันนี้ ทางคณะกรรมการฯ ยังเตือนว่า โครงการกวดวิชาแห่งชาติ (National Tutoring Programme) ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ในปีนี้อยู่มาก โดยโครงการติวเตอร์แห่งชาตินี้ มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กอังกฤษจะได้รับการติวคุณภาพสูงในจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1fa883"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/06-แปล-สส.อังกฤษวอนรัฐเร่ง-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนของการจัดทำรายงานในครั้งนี้ นอกจากจะมีขึ้นเพื่อติดตามสถานการณ์ทางการศึกษาภายในประเทศแล้ว ทางคณะกรรมการฯ ยังมีเป้าหมายเพื่อรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการฟื้นฟูทางด้านการศึกษาในประเทศหลังจากที่ต้องหยุดชะงักไป 2 ปี ซึ่งสิ่งที่รายงานค้นพบนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาปรับเป้าหมายความพยายามของรัฐในโครงการติดตามผลการศึกษาต่าง ๆ โดยให้มีการกระจายอำนาจหน้าที่การทำงานและลดขั้นตอนความซ้ำซ้อนของระบบราชการ&nbsp;</p>



<p>สำหรับหนึ่งในดัชนีชี้วัดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาก็คือวิชาคณิตศาสตร์หลัก ที่ผลการเรียนของนักเรียนแต่ละภูมิภาคแสดงความแตกต่างอย่าเห็นได้ชัดจนน่าตกใจ โดยพื้นที่การศึกษาในเขตตะวันตกเฉียงใต้ (South West) สูญเสียการเรียนรู้โดยเฉลี่ยที่ 0.5 เดือน ขณะที่ในกรุงลอนดอนอยู่ที่ 0.9 เดือน, ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ 4 เดือน และในยอร์คเชียร์ (Yorkshire) และฮัมเบอร์ (Humber) ที่ 5.3 เดือน</p>



<p>ด้านสถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า วิชาคณิตศาสตร์หลักถือเป็นหนึ่งในวิชาที่นักเรียนของโรงเรียนประถม Greenhill Primary School ในเมือง Sheffield ต้องได้รับการติวพิเศษอย่างเข้มข้น เนื่องจากความรู้ส่วนใหญ่ของนักเรียนหดหายไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1553e5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/06-แปล-สส.อังกฤษวอนรัฐเร่ง-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Toni Whitehouse คุณครู ประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กล่าวว่า การปิดโรงเรียนมีผลกระทบมหาศาลไม่ใช่แค่กับการเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงพฤติกรรมการเรียนรู้ ซึ่งเจ้าตัวพบว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่สามารถนั่งนิ่งๆ มีสมาธิกับการเรียน มีข้อติดขัดในการเข้าร่วมการอภิปรายแสดงความเห็นภายในห้องเรียน และมีปัญหากับการร่วมมือทำงานหรือทำกิจกรรมกับเพื่อนร่วมห้อง</p>



<p>ขณะเดียวกัน นอกจากจะต้องเดินหน้าสอนหัวข้อใหม่ตามหลักสูตรแล้ว คุณครูยังต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพื้นฐานบางอย่างอีกด้วย โดยครูToni ได้ยกตัวอย่างกรณีของเด็กในความดูแลของตนเองว่า หลังจากกลับมาเรียนที่ห้องเรียน นักเรียนในห้องบางคนไม่เข้าใจว่าจะต้องใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ตรงไหน หรือลืมว่าตรงใส่เครื่องหมาย &#8220;จุด&#8221; ตรงท้ายประโยค ซึ่งทั้งหมดเป็นทักษะที่ครูต้องสอนให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่ช่วงอายุ 4-5 ขวบ&nbsp;</p>



<p>ด้าน Annabel หนึ่งในนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยอมรับว่า ห้องเรียนเสริมพิเศษกับบรรดาครูในแต่ละวิชาเป็นตัวช่วยสำคัญในการรื้อฟื้นทบทวนความรู้ของตนเองหลังจากที่ไม่ได้มาโรงเรียนนานร่วม 2 ปี โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์และตรรกะ ซึ่งในช่วงล็อคดาวน์ Annabel ระบุว่าแทบจะไม่ได้เรียนอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน ดังนั้นจึงสูญเสียความมั่นใจไปมากเมื่อกลับมาเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง</p>



<p>ขณะที่ทาง Nicola นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อีกราย กล่าวว่า สิ่งที่ตนกังวลจริง ๆ ก็คือการเลื่อนระดับชั้นไปสู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เพราะการล็อคดาวน์ที่ต้องเรียนออนไลน์ที่บ้านบางส่วน ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจในระดับความรู้ของตนสักเท่าไรนัก </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>โควิด-19 สร้างความเสียหายระยะยาว</strong></h2>



<p>ทั้งนี้ ในรายงานประจำปีของกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ ระบุว่า ความเสี่ยงที่จะล้มเหลวในการชดเชยการสูญเสียการเรียนรู้จากการระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด -19 ของอังกฤษในห้วงเวลานี้จัดอยู่ในประเภท &#8220;วิกฤตหรือมีโอกาสเกิดขึ้นมาก&#8221;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b32f8f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/06-แปล-สส.อังกฤษวอนรัฐเร่ง-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กระนั้น สำหรับ Robert Halfon ประธานคณะกรรมการคัดสรรด้านการศึกษากล่าวว่าความเสียหายจากโควิด-19 จะมีผลต่อเนื่องในระยะยาว พร้อมย้ำว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจนน่าหวั่นใจ เด็ก ๆ สูญเสียการเรียนรู้ไปหลายเดือน โดยเฉพาะ เด็กด้อยโอกาสมักจะล้าหลังในวิชาคณิตศาสตร์ประมาณ&nbsp; 5-8 เดือน&nbsp;</p>



<p>&#8220;เรากำลังทำลายโอกาสในชีวิตของพวกเขาหากเราไม่ได้จัดการวางแผนดำเนินการในโครงการติดตามฟื้นฟูการศึกษาที่ถูกต้อง&#8221; Robert Halfon กล่าว พร้อมแสดงความกังวลว่า หากเงินเกือบ 5,000 ล้านปอนด์ที่ทุ่มเทไปจนถึงตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ผลดีนัก ก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะเกลี้ยกล่อมให้กระทรวงการคลังจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมแก่ระบบการศึกษาได้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบจัดสรรงบที่สับสน</strong></h2>



<p>ทั้งนี้ ที่ผ่านมา รัฐบาลอังกฤษได้นำร่องทดลองลองใช้แนวทางส่วนหนึ่งของโครงการกวดวิชา แห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหลักของโครงการติดตามผลการฟื้นฟูการศึกษาของรัฐบาล เพื่อรับครูพี่เลี้ยงทางวิชาการสำหรับนักเรียน กระนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็พบว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะคัดสรรบุคลากรคุณภาพและมีคุณสมบัติดีพอเข้าร่วมโครงการติวเตอร์แห่งชาติ</p>



<p>ดังนั้น ในปี 2022 นี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงแก้ไขด้วยการใช้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ของตนเองภายใต้งบพิเศษบางส่วนจากรัฐบาลในการจัดห้องเรียนติวพิเศษแทนที่จะใช้โรงเรียนกวดวิชาที่มีความชำนาญซึ่งผ่านการคัดสรรคัดกรองจากรัฐบาลกลาง ซึ่ง Nicola Shipman ประธานบริหารโรงเรียนในเขตการศึกษา Greenhillกล่าวว่า วิธีดังกล่าวเป็นการทบทวนแนวทางการใช้งบให้คุ้มค่า เพราะใช้งบผ่านบุคลากรที่รู้จักพฤติกรรมการเรียนและมีความใกล้ชิดกับนักเรียนเป็นอย่างดี</p>



<p>นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังสามารถเสนอของบประมาณจากโครงการกวดวิชาแห่งชาติเพื่อจัดการเรียนกวดวิชาเพิ่มเติมด้วยตนเองสำหรับกลุ่มนักเรียนด้อยโอกาส หรือพยายามจับคู่กับหน่วยงานกวดวิชาและที่ปรึกษาทางวิชาการสำหรับนักเรียน ผ่านทาง Randstad บริษัทเอกชน ซึ่งชนะการประมูลเข้ามารับผิดชอบดูแล&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษเผยว่าขณะนี้มีหลักสูตรเพียง 52,000 หลักสูตร หรือ เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายในปีนี้สำหรับหลักสูตรกวดวิชาทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งเห็นได้ว่า การจัดการด้วยเงื่อนไขข้างต้นทำให้มีหลักสูตรกวดวิชาได้น้อย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92b44d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/03/06-แปล-สส.อังกฤษวอนรัฐเร่ง-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สส.อังกฤษ ออกโรงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการดำเนินงานของ&nbsp; Randstad ขาดความโปร่งใส อีกทั้งยังมีความไม่ชอบมาพากลในการตัดสินใจที่จะผ่อนคลายเป้าหมายเพื่อเข้าถึงนักเรียนที่ยากจนกว่าด้วยการสอนพิเศษ</p>



<p>ทั้งนี้ หาก Radnstad ไม่ปรับปรุงประสิทธิภาพในดีขึ้นกว่าเดิม ทางสส.อังกฤษก็เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกสัญญากับบริษัทดังกล่าว ก่อนย้ำว่า การเพิ่มเส้นทางการให้ทุนที่แสนสับสนวุ่นวายในปัจจุบันควรแทนที่ด้วยการให้รัฐบาลจัดสรรเงินโดยตรงให้กับทางโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่ต้องการหรือมีความจำเป็นเร่งด่วนมากที่สุด</p>



<p>จนถึงขณะนี้ รัฐบาลอังกฤษใช้งบประมาณเพื่อฟื้นฟูการศึกษาทั่วประเทศไปแล้วมากกว่า 5,000 ล้านปอนด์&nbsp;</p>



<p>กระนั้น ทางโฆษกกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษ แสดงความเชื่อมั่นว่า การกวดวิชามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนนักเรียนให้สามารถฟื้นฟูความรู้ได้ทันกับที่สูญเสียไป และการส่งมอบอยู่ในเส้นทางที่จะบรรลุเป้าหมายของรัฐในการตั้งหลักสูตรสอนพิเศษให้ได้ 2 ล้านหลักสูตรภายในปีการศึกษานี้</p>



<p>&#8220;เราจะยังคงทำงานร่วมกับทาง Randstad เพื่อให้แน่ใจว่าเด็กอังกฤษทุกคนไม่ว่าจะมีภูมิหลังแบบใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กจากครอบครัวด้อยโอกาสทั่วประเทศจะได้รับประโยชน์จากการสอนพิเศษคุณภาพสูง รวมถึงโครงการติดตามการเรียนรู้ที่สูญเสียไป&#8221; โฆษกกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษกล่าว </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา : </strong><a href="https://www.bbc.com/news/education-60683839" title="https://www.bbc.com/news/education-60683839">Covid pandemic fuels deepening education inequalities in England, say MPs</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-pandemic-fuels-deepening-education-140322/">สส.อังกฤษวอนรัฐเร่งปฎิรูประบบการศึกษาลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุนการกุศลเพื่อการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-ft-31287b64/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Feb 2022 08:29:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนการกุศลเพื่อการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52181</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถาบันการเงินเอกชนชั้นนำในอังกฤษร่วมมือเปิดตัวกองทุนการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ft-31287b64/">เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุนการกุศลเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถาบันการเงินเอกชนชั้นนำในอังกฤษร่วมมือเปิดตัวกองทุนการกุศลเพื่อการศึกษา โดยตั้งเงื่อนไขแลกเปลี่ยนให้นักลงทุนรายย่อยมีโอกาสเข้าถึงกองทุนรวมชั้นนำของประเทศ หากนักลงทุนรายย่อยเหล่านี้เต็มใจแบ่งปันผลกำไรที่ได้จากการลงทุนในตลาดบริจาคให้กับองค์กรการกุศลเพื่อการศึกษาที่สถาบันการเงินเอกชนชั้นนำเหล่านี้ให้การสนับสนุนอยู่</strong></p>



<p>โดยเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์สรายงานว่า บรรดานักลงทุนรายย่อยในอังกฤษจะสามารถเข้าถึงกองทุนรวมของกลุ่มไพรเวทอิควิตี้กรุ๊ปชั้นนำ 8 กลุ่ม หากนักลงทุนเหล่านี้มุ่งมั่นที่จะบริจาครายได้ครึ่งหนึ่งให้กับ Greater Share องค์กรการกุศลที่เพิ่งเปิดใหม่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งสร้างขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะจัดสรรเงินทุนอย่างน้อย 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนด้านการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2533ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17-แปล-เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุน01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รายงานระบุว่า Greater Share นี้ ถือเป็นโครงการริเริ่มโดยใช้นวัตกรรมทางการเงินที่ผสมผสานเชื่อมโยงระหว่างผลกำไรในตลาดเข้าการกุศล ภายใต้การสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทการเงินการลงทุนชั้นนำ เช่น</p>



<p>&nbsp;Advent International, Bain Capital, Cinven, Hg Capital, Nautic Partners และ Permira โดยทั้งหมดเป็นบริษัทจัดการการลงทุนที่ให้การสนับสนุนทางการเงินและทำการลงทุนในบริษัทที่มีแนวโน้มหรือโอกาสเติบโตที่ดี</p>



<p>ทั้งนี้ นักลงทุนกระเป๋าหนักที่ยินดีและเต็มใจที่จะบริจาคเงินอย่างน้อย 500,000 เหรียญสหรัฐเข้ากองทุน Greater Share นี้จะได้รับ เงินต้นและอัตราผลตอบแทนของการลงทุนในกองทุนหลังจากที่ลงทุนเข้าไปแล้ว 10 ปี โดยขึ้นอยู่กับผลประกอบการของตัวกองทุน ขณะที่ เงินที่นักลงทุนบริจาค ทางกลุ่มบริษัทการเงินการลงทุนชั้นนำที่ให้การสนับสนุนกองทุน Greater Share จะจัดการจับคู่เงินบริจาคเหล่านี้กับทางองค์กรการกุลศลเพื่อการศึกษาต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7f5e52"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17-แปล-เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุน02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นแนวทางใหม่ในการขยายช่องทางสนับสนุนองค์กรการกุศล ผ่านเครื่องมือยกระดับทางการเงิน (financial leverage) โดยมุ่งเน้นไปที่การบริจาคให้กับกลุ่มองค์กรกุศลที่ทางที่ปรึกษากลยุทธ์การลงทุนคัดเลือกมา โดยองค์กรการกุศลนี้จะเน้นที่องค์กรที่มุ่งให้การส่งเสริมสนับสนุน “การเรียนรู้ที่ให้เด็กเป็นศูนย์กลาง” หรือ “child-centred learning”</p>



<p>(Financial leverage หมายถึงเครื่องมือทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการลงทุนให้สูงขึ้น ช่วยทำให้นักลงทุนสามารถทำผลตอบแทนได้มากขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้ขาดทุนมากขึ้นด้วยเช่นกัน&nbsp; โดยเครื่องมือในตลาดการลงทุนที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการลงทุนให้สูงขึ้นก็จะเป็นตราสารอนุพันธ์ประเภทต่างๆ ไม่ว่า ฟิวเจอร์, ออฟชั่น, ฟอร์วาร์ด, และ สวอป ฯลฯ )</p>



<p>พอล เฟลทเชอร์ (Paul Fletcher) ประธานกองทุน Greater Share แสดงความเชื่อว่าการดำเนินการในครั้งนี้จะสามารถสร้างโอกาสและการเปลี่ยนแปลงในชีวิตให้กับเด็กๆ ทั่วโลกมากยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-656bf6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17-แปล-เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุน03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การใช้ความเชี่ยวชาญของกองทุนไพรเวทอิควิตี้ชั้นนำของโลกและองค์กรพัฒนาเอกชนที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่เด็กในชุมชนชายขอบสามารถเรียนรู้ได้ เราสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงและวัดผลได้สำหรับเด็ก&#8221; พอล เฟลทเชอร์ (Paul Fletcher) ประธานกองทุน Greater Share กล่าว</p>



<p>นอกจากนี้ เฟลทเชอร์ยังกล่าวเสริมอีกว่า บรรดากองทุนที่สร้างผลกระทบทางสังคมในขณะนี้ต่างเปิดทางให้นักลงทุนผู้มั่งคั่งได้ลงทุนในองค์กรที่สามารถสร้างรายได้ผลตอบแทนควบคู่ไปกับการมอบประโยชน์ทางสังคม ขณะที่ฝ่ายองค์กรการกุศลหลายแห่งก็เริ่มแสวงหาแนวทางที่จะเพิ่มเงินบริจาคด้วย &#8220;การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับพันธกิจ&#8221; ขององค์กรมากขึ้น</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของ The Children’s Investment Fund Foundation หรือ มูลนิธิกองทุนเพื่อการลงทุนสำหรับเด็ก ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากการเข้าไปลงทุนในกองทุนที่หลากหลาย</p>



<p>หลายฝ่ายมองว่ารูปแบบใหม่ของการจัดหาเงินเพื่อการกุศลนี้เป็นอีกหนึ่งช่องทางให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนสามารถเข้าถึงผู้จัดการการลงทุนชั้นนำหรือผู้เชี่ยวชาญ พร้อม ๆ กับการที่สามารถเข้าถึงทางเลือกในการหักลดหย่อนภาษีในกรณีที่บริจาคเพื่อการกุศล ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็จะทำให้จำนวนเงินที่สมทบทุนบริจาคเข้ากองทุนเพิ่มมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0bb96d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/17-แปล-เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุน04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนขององค์กรการกุศลผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งกำลังสร้างเครือข่ายเพื่อให้ได้รับประสบการณ์และคำแนะนำทางการเงินจากกลุ่มไพรเวทอิควีตี้ มีตั้งแต่ องค์กรด้านการศึกษาที่มีเครือข่ายระดับโลกอย่าง Teach for All ไปจนถึงองค์กร Camfed ซึ่้งเน้นยกระดับการศึกษาในแถบซับซาฮารา (ตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา) ในแอฟริกา, กลุ่ม aeioTU ในละตินอเมริกา, กลุ่ม Kaivalya ในอินเดีย, กลุ่ม KIPP แล ะNational Institution for Student Success ในสหรัฐ, และกลุ่ม London Early Years Foundation กับกลุ่ม West London Zone ในสหราชอาณาจักร</p>



<p>รายงานระบุว่า องค์กรการกุศลข้างต้นทั้งหมดได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการการศึกษาของกองทุน Greater Share ภายใต้การปรึกษาร่วมกับ Bridgespan ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษาด้านการกุศล และคาดว่าองค์กรการกุศลที่คัดเลือกมานี้ทั้งหมดจะได้รับเงินทุนช่วยเหลือในช่วง 10 ปีนับจากนี้ โดยจำนวนเงินที่ได้รับจะมีการพิจารณาเป็นระยะๆ</p>



<p>ด้าน เกรแฮม เอลตัน (Graham Elton)  หัวหน้าฝ่ายกองทุนรวมประจำภูมิภาคยุโรปของบริษัท Bain ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งกองทุน Greater Share กล่าวว่า คนที่มีฝีมือในการหาเงินย่อมมุ่งเน้นไปที่การทำเงินเป็นหลัก แถมยังให้ความสำคัญกับวิธีที่จะใช้เงินที่หามาได้อย่างสมเหตุสมผลและมีประโยชน์สำหรับตนเอง</p>



<p>&#8220;รูปแบบดังกล่าวเป็นการปูทางไปสู่การผสมผสานแนวทางด้านการกุศลกับโครงสร้างทางการเงินเข้าไว้ด้วยกันเพื่อใช้เป็นทุนตั้งต้นริเริ่มเพื่อสนับสนุนการดำเนินการขององค์การอิสระต่างๆ ที่มุ่งแก้ไขปัญหาทางสังคม การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ, สุขภาพ, สิ่งแวดล้อม และการศึกษา&#8221; เอลตัน กล่าว </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.ft.com/content/31287b64-443e-4560-8da7-fd8aea03d9dd" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.ft.com/content/31287b64-443e-4560-8da7-fd8aea03d9dd">Financial Times</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ft-31287b64/">เอกชนอังกฤษเปิดตัวกองทุนการกุศลเพื่อการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษปรับกฎ ตกเลข-อังกฤษ ห้ามกู้เงินเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-ban-students-from-college-loans/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Feb 2022 08:11:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[กู้เงินเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับกฎระเบียบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52146</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลอังกฤษพิจารณาปรับกฎระเบียบการขอกู้ยืมเงินเพื่อการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ban-students-from-college-loans/">อังกฤษปรับกฎ ตกเลข-อังกฤษ ห้ามกู้เงินเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>รัฐบาลอังกฤษพิจารณาปรับกฎระเบียบการขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ด้วยการมีคำสั่งเพิ่มข้อกำหนดไม่อนุญาตให้นักเรียนในระดับมัธยมศึกษาที่สอบตกวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษยื่นเอกสารขอกู้ยืมเงินเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป โดยเน้นย้ำว่า ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ต้องการกีดกันนักเรียนออกจากการศึกษาขั้นสูง แต่มีขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความพร้อมของตนเองก่อนเดินหน้าเข้าศึกษาต่อในรั้วมหาวิทยาลัย</p>



<p>เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ข่าว CNBC รายงานอ้างอิงคำประกาศของรัฐบาลอังกฤษในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (24 กุมภาพันธ์) โดยระบุชัดว่า กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณารับรองข้อกำหนดที่ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่สอบไม่ผ่านวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ จะไม่มีสิทธิ์ยื่นเรื่องของกู้ยืมเงินเพื่อเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dafaba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/19-แปล-อังกฤษปรับกฎ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่ทางกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อทางรัฐบาล โดยให้เหตุผลว่า การกำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำที่ต้องให้สอบผ่านทั้งสองวิชาที่นี่มีจุดประสงค์หลักให้เป็นข้อกำหนดความสามารถขั้นพื้นฐานของนักเรียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักเรียนจะไม่ถูกผลักให้เข้าสู่การศึกษาในระดับอุดมศึกษาก่อนที่ตัวนักเรียนเองจะพร้อม</p>



<p>นอกจากนี้ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญก็คือการควบคุมจำนวนนักเรียนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้คอร์สเรียนราคาถูกคุณภาพต่ำ หรือไร้มาตรฐานผุดขึ้นจนเกิดการควบคุมของภาครัฐฯ ขณะเดียวกัน ข้อเสนอดังกล่าวยังมีขึ้นท่ามกลางข้อเรียกร้องจากหลายฝ่ายที่ต้องการให้รัฐบาลอังกฤษพิจารณาทบทวนการจัดสรรงบประมาณให้กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ</p>



<p>รายงานระบุว่า ข้อเสนอของทางการกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษก็คือการกำหนดเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต่ำไม่ให้นักเรียนในอังกฤษได้รับเงินกู้จากวิทยาลัยที่ได้รับทุนจากรัฐ หากไม่สามารถสอบระดับ 4 หรือเทียบเท่าเกรด C ในวิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษในการสอบวัดระดับเพื่อจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในการสอบ GCSEs</p>



<p>ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการยังได้มีการเสนอเกณฑ์ข้อกำหนดอื่น ๆ ในการสมัครขอกู้เงินเพื่อการศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย ด้วยการที่นักเรียนที่ประสงค์จะยื่นขอสินเชื่อต้องได้ เกรด E หรือเทียบเท่าระดับ A อย่างน้อย 2 วิชาในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โดยมีข้อยกเว้นบางประการ เช่น ยกเว้นสำหรับนักเรียนที่เป็นผู้ใหญ่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-34267e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/19-แปล-อังกฤษปรับกฎ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ในปัจจุบัน ในสหราชอาณาจักร เงินกู้ยืมของวิทยาลัยเป็นเงินให้กู้ยืมจากรัฐโดยตรง ดังนั้น โดยปกติแล้วการชำระคืนจะเป็นการจ่ายตรงจากการหักจากเช็คเงินเดือนของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาหลังจากที่พวกเขาเหล่านี้มีรายได้เกินจำนวนที่กำหนด</p>



<p>โดยนักศึกษาที่เริ่มเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก่อนเดือนกันยายนปี 2012 ที่ค่าล่าเรียนอยู่ที่ 3,465 ปอนด์ (ราว 151,558 บาท) ต่อปี ให้เริ่มชำระคืนเงินกู้เมื่อมีรายได้มากกว่า 19,895 ปอนด์ (ราว 870,205 บาท) ต่อปี ขณะที่นักศึกษาที่เริ่มเรียนหลังเดือนกันยายนปี 2012 ซึ่งค่าเล่าเรียนต่อปีเพิ่มสูงถึง 9,000 ปอนด์ (ราว 393,659 บาท) ต่อปี จะเริ่มต้นจ่ายเงินที่กู้ยืมมาเรียนได้ก็ต่อเมื่อสามารถหารายได้ได้มากกว่า 27,295 ปอนด์ (ราว 1,193,881 บาท) ต่อปี</p>



<p>สำหรับค่าเล่าเรียนระดับมหาวิทยาลัยในสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ในอังกฤษประจำปีการศึกษา 2022-2023 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 9,250 ปอนด์ (ราว 404,594 บาท) ต่อปี</p>



<p>ทั้งนี้จากฐานข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าในปี 2021 ที่ผ่านมา มีนักเรียนในสหราชอาณาจักรประมาณ 22% สอบไม่ผ่านเกรด 4 ในวิชาคณิตศาสตร์ ในขณะที่เกือบ 19% ไม่สามารถสอบผ่านเกรด 4 ในวิชาภาษาอังกฤษ</p>



<p>อย่างไรก็ตามในมุมมองของ อลิสแตร์ จาร์วิส (Alistair Jarvis) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร องค์กร Universities UK กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลอังกฤษสมควรทำมากกว่า คือการหามาตรการที่จะ &#8220;ขยายโอกาส&#8221; ทางการศึกษามากกว่าที่จะ &#8220;จำกัดการเข้าถึงการศึกษา&#8221; แบบนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fbdda2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/19-แปล-อังกฤษปรับกฎ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน แม้จาร์วิสจะยอมรับว่า ต้องรับฟังรายละเอียดของข้อเสนอของทางกระทรวงศึกษาธิการก่อนที่ทางสภาจะลงมติรับรองให้มีผลบังคับใช้ทางกฎหมายอีกครั้ง กระนั้น ในฐานะตัวแทนของ Universities UK ขอคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่า มาตรการที่นี่ว่านี้จะทำให้ความก้าวหน้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาของหลายฝ่ายที่พยายามให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันการศึกษาที่เปิดรับผู้คนด้อยโอกาสในสังคมให้เข้าถึงการศึกษาในระดับสูง และมีหน้าที่การงานที่ดีกว่าเดิม ถอยหลังเข้าคลองไป</p>



<p>ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักบริการเข้าศึกษามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของสหราชอาณาจักร (Universities and Colleges Admissions Service) เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่า 28% ของคนหนุ่มสาวจากพื้นที่ด้อยโอกาสที่สุดของประเทศสามารถสมัครเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในปีนี้ เพิ่มขึ้นเกือบ 18% เมื่อเทียบกับปี 2013</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.cnbc.com/2022/02/23/uk-could-ban-students-who-fail-math-and-english-from-college-loans.html" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.cnbc.com/2022/02/23/uk-could-ban-students-who-fail-math-and-english-from-college-loans.html">UK could ban students from college loans if they fail math and English</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-ban-students-from-college-loans/">อังกฤษปรับกฎ ตกเลข-อังกฤษ ห้ามกู้เงินเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19 ทำเด็กเรียนโฮมสคูลเพิ่มมากขึ้น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-increase-in-home-schooling-since-start-of-pandemic-210222/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 20 Feb 2022 13:47:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[โฮมสคูล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=52017</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษเผยผลสำรวจแนวทางและรูปแบบกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-increase-in-home-schooling-since-start-of-pandemic-210222/">อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19 ทำเด็กเรียนโฮมสคูลเพิ่มมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษเผยผลสำรวจแนวทางและรูปแบบการศึกษาของเด็กนักเรียนทั่วอังกฤษ พบ วิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองในประเทศหันมาพิจารณาการเรียนหนังสือที่บ้านหรือ โฮมสกูลเป็นการถาวรเพิ่มมากขึ้นถึง 34% เพราะกังวลในเรื่องความปลอดภัยและสุขอนามัยของตัวเด็กนักเรียนเป็นหลัก ขณะที่เด็กอีกส่วนหนึ่งยอมรับว่ามีความสุขกับการเรียนหนังสือที่บ้านที่ตนเองมากกว่า แม้อาจจะพบเจอเพื่อนสนิทได้น้อยลง แต่ก็มีทางเลือกในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนมาทดแทน</strong></p>



<p>รายงานระบุว่ามีเด็กนักเรียนอังกฤษจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ตัดสินใจเรียนจากที่บ้าน หรือ เข้าสู่ระบบโฮมสกูคล (home school) แบบถาวร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ย่านฝั่งตะวันตกของอังกฤษ โดยตัวเลขนักเรียนโฮมสกูลเริ่มขยับให้เห็นมากขึ้นนับตั้งแต่ที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5b35dc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/15-แปล-อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลการสำรวจพบว่าจำนวนพ่อแม่ผู้ปกครองที่หันมาตัดสินใจให้ลูก ๆ เรียนโฮมสกูลแบบถาวรเพิ่มขึ้นถึง 34 % ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากเดิมซึ่งอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 20 % โดยในบางพื้นที่อย่างใน Wiltshire ตัวเลขดังกล่าวขยับขึ้น 23% ขณะที่ใน Bath และทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Somerset ขยับเพิ่มสูงขึ้นถึง 45%&nbsp;</p>



<p>เดซี วัย 13 ปี หนึ่งในนักเรียนอังกฤษที่ตัดสินในเรียนโฮมสกูลนับตั้งแต่ที่มีการล็อคดาวน์ระลอกแรกยอมรับว่าตนเองรู้สึกชอบการเรียนที่บ้านมากกว่า เพราะให้ความรู้สึกดีเหมือนเมฆที่ลอยสูงขึ้น และเมื่อต้องคิดว่าจะต้องกลับไปเรียนที่โรงเรียนในวันพรุ่งนี้ เดซีรู้สึกได้เลยว่า ตนเองไม่อยากกลับไป&nbsp;</p>



<p>ด้านโทบี้ น้องชายวัย 11 ปีของเดซีที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากระดับประถมศึกษาเมื่อปีที่ผ่านมา ตัดสินใจเรียนระดับมัธยมด้วยระบบโฮมสกูล เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องที่สะดวกมากกว่าที่จะเรียนหนังสือที่บ้าน แถมยังรู้สึกสะดวกสบายมากกว่าเพราะได้เรียนท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ตนเองคุ้นเคย&nbsp;</p>



<p>ฝ่าย แคโรลีน คุณแม่ของเดซีและโทบี้ กล่าวว่า ในภาพรวมแล้ว แม้เด็กๆ จะไม่ได้ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียน แต่ขณะนี้เด็กๆ กลับดูมีความสุขมากกว่าแต่ก่อน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f232cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/15-แปล-อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนของทอม วัย 13 ปีเพิ่งจะตัดสินใจยุติการเรียนที่โรงเรียนเมื่อ 3 สัปดาห์ที่แล้ว และมาเรียนระบบโฮมสกูล ภายใต้การดูแลของพ่อแม่เป็นหลัก โดยทอมกล่าวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจมาเรียนหนังสือจากที่บ้านเป็นเพราะรู้สึกไม่มีความสุข แถมยังต้องเผชิญกับความเคร่งเครียดที่โรงเรียนมัธยม&nbsp;</p>



<p>&#8220;แม้จะไม่ได้ใช้เวลากับเพื่อนในโรงเรียนมากพอ แต่ผมก็ยังสามารถติดต่อกับเพื่อน ๆ ได้ดีสม่ำเสมอ&#8221; ทอมกล่าว&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ ฟาเบียน แม่ของทอม ซึ่งหันมาสนับสนุนการเรียนโฮมสกูลของลูกกล่าวว่า ภาวะล็อคดาวน์และการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ตนเองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยก่อนหน้าโควิด-19 ระบาด ตนเองไม่เคยคิดจะเป็นครูสอนประจำบ้าน แต่จู่ ๆ หลังโควิด-19 ตนและสมาชิกในครอบครัวก็สัมผัสได้ว่า การอยู่บ้านไม่ได้น่ากลัวหรือน่าเบื่ออย่างที่คิด</p>



<p>รายงานระบุว่า ปัจจุบันมีนักเรียนในย่าน Wiltshire ราว 788 คนเรียนโฮมสกูลแบบถาวร ส่วนในย่าน Bathและ ตะวันออกเฉียงเหนือของ Somerset อยู่ที่ราว 188 คน</p>



<p>Pat Black หัวหน้าฝ่ายการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของมหาวิทยาลัย Bath Spa กล่าวว่าภาวะหยุดชะงักที่เกิดจากไวรัสโควิด-19 เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขโฮมสกูลเพิ่มสูงขึ้น</p>



<p>“เรามีการเรียนการสอนในรูปแบบที่ต่างจากปกติมาก ไม่ว่าจะเป็นการล็อกดาวน์ และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ยังคงมีผลบังคับใช้เมื่อนักเรียนกลับมาที่โรงเรียน บวกกับการที่ต้องทดสอบอุณหภูมิ ตรวจเอทีเค ทำความสะอาดอย่างเคร่งครัด เข้มงวดตลอดเวลา ทำให้เด็กเครียดและไม่อยากมาโรงเรียนเพื่อเรียนในสภาพแวดล้อมที่ต้องระแวดระวังเช่นนี้&#8221; Pat Black กล่าว </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-334b3c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/15-แปล-อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม Steve Chalke ผู้ก่อตั้ง Oasis Community Learning ซึ่งดูแลโรงเรียน 52 แห่งทั่วประเทศ รวมถึง 9 แห่งในตะวันตก ออกมาโต้แย้งว่า แม้การให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่บ้านอาจ &#8220;น่าดึงดูด&#8221; แต่ก็ไม่สามารถทดแทนการไปโรงเรียนได้</p>



<p>“การได้ไปโรงเรียนเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกคน คุณต้องการความคิดเห็นที่หลากหลายจากผู้คนที่แตกต่างกัน อีกทั้งโรงเรียนยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเข้าสังคม เป็นเรื่องของทักษะทางสังคมที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ในกลุ่มเท่านั้น” Chalke ก่อนเสริมว่า การเรียนที่บ้านอาจถูกมองว่าเป็น &#8220;ทางแก้ไขที่ง่ายที่สุด&#8221; ในกรณีที่เด็กไม่ชอบไปโรงเรียน แต่ขณะเดียวกันก็มีความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญด้วยเช่นกัน อย่างน้อย พ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีความสามารถในการประมวล คิดวิเคราะห์และจัดตารางเรียนหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษาที่หลากหลายได้ ซึ่งแน่นอนว่า การคิดออกแบบหลักสูตรการเรียนเป็นสิ่งที่ทางโรงเรียนมีแนวโน้มจะทำได้ดีกว่า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“โรงเรียนคือการอยู่ร่วมกันและเรียนรู้จากกันและกัน มากพอๆ กับการเรียนรู้จากครู” Chalke กล่าวปิดท้าย</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.bbc.com/news/uk-england-wiltshire-60379562" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.bbc.com/news/uk-england-wiltshire-60379562">Increase in home schooling since start of pandemic</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-increase-in-home-schooling-since-start-of-pandemic-210222/">อังกฤษเผยผลสำรวจพบโควิด-19 ทำเด็กเรียนโฮมสคูลเพิ่มมากขึ้น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษออกคู่มือแนะแนวฉบับปรับปรุงสังเกตสัญญาณทำร้ายตนเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-self-harm/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 05 Feb 2022 07:41:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[สัญญาณทำร้ายตนเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=51477</guid>

					<description><![CDATA[<p>อังกฤษออกคู่มือแนะแนวฉบับปรับปรุงใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่แ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-self-harm/">อังกฤษออกคู่มือแนะแนวฉบับปรับปรุงสังเกตสัญญาณทำร้ายตนเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>อังกฤษออกคู่มือแนะแนวฉบับปรับปรุงใหม่สำหรับเจ้าหน้าที่และนักสังคมสงเคราะห์ เพื่อสังเกตสัญญาณพฤติกรรมของคนที่เสี่ยงทำร้ายตนเอง โดยคู่มือฉบับใหม่นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้รวมเจ้าหน้าที่ในโรงเรียนและเรือนจำทั่วอังกฤษและเวลส์ ให้ร่วมทำหน้าที่ช่วยระบุตัวบุคคลที่เสี่ยงทำร้ายตนเอง หลังมีรายงานว่านักเรียนและนักโทษมีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง ซึ่งหมายรวมถึงการฆ่าตัวตายเพิ่มมากขึ้นในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา</strong></p>



<p>ทั้งนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำคู่มือในครั้งนี้กล่าวว่า คนทุกคนล้วนมีส่วนร่วมในการช่วยจัดการปัญหาการทำร้ายตนเองที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ได้เป็นแค่หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเท่านั้น</p>



<p>ขณะที่องค์กรการกุศลด้านสุขภาพจิตกล่าวสนับสนุนคู่มือฉบับใหม่ เพราะจะช่วยให้คุณครูสามารถช่วยเหลือเยาวชนได้ พร้อมเตือนว่า โรงเรียนทั่วอังกฤษในขณะนี้ต้องการแรงสนับสนุนทางด้านสุขภาพจิตมากขึ้นเรื่อยๆ</p>



<p>เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์บีบีซีของอังกฤษรายงานว่า คู่มือฉบับนี้เป็นแนวทางปฏิบัติใหม่ฉบับแรกที่จัดทำโดย National Institute for Health and Care Excellence (NICE) ในรอบ 11 ปี และจะมีการสอบถามความเห็นกับสาธารณะเกี่ยวกับคู่มือแนวทางดังกล่าวจนถึงวันที่ 1 มีนาคม</p>



<p>สำหรับการทำร้ายตัวเองคือพฤติกรรมที่ใครสักคนจงใจสร้างความเสียหายหรือทำร้ายร่างกายของตนเพื่อพยายามรับมือกับความทุกข์ทางอารมณ์ หรือรู้สึกว่าการทำร้ายตนเองทำให้ตนเองสงบควบคุมได้ และมีอีกหลายกรณีหลายเหตุผลที่ตัดสินใจทำร้ายตนเอง</p>



<p>โดยจากการสำรวจในปี 2017 พบว่า วัยรุ่นหญิง 1 ใน 5 และวัยรุ่นชาย 1 ใน 10 อายุระหว่าง 17-19 ปี เคยทำร้ายตัวเองหรือพยายามฆ่าตัวตาย และในกลุ่มเด็กอายุ 11-16 ปี แบ่งเป็นเด็กหญิง 7% และเด็กชายมากกว่า 3% ซึ่งจัดเป็นผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตจะมีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเอง</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ทีมผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ตัวเลขผลการศึกษาดังกล่าวอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หมายความว่าตัวเลขจริงอาจมีมากกว่า เนื่องจากมีเพียงไม่กี่คนที่ไปโรงพยาบาลและปัญหามักถูกซ่อนไว้</p>



<p>เอลซ่า อาร์โนลด์ (Elsa Arnold) วัย 20 ปี จากอีสต์ ลอนดอน ยอมรับว่า เริ่มต้นทำร้ายตนเองครั้งแรกเมื่ออายุ 15 ปี เนื่องจากถูกกลั่นแกล้งรังแกที่โรงเรียน โดยเจ้าตัวรู้สึกว่าไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตวัยรุ่นที่โรงเรียนได้ บวกกับแรงกดดันในเรื่องการเรียน ทำให้การทำร้ายตนเองยิ่งหนักข้อขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6b06f3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/02/03-แปล-อังกฤษออกคู่มือแนะแนว-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อาร์โนลด์เล่าว่า แรกเริ่มทางโรงเรียนแนะนำให้เข้าร่วมคอร์สบำบัด แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นอะไรรุนแรง ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด และทำให้มีอาการหนักขึ้น จนเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า โชคดีที่สุดท้ายเธอตัดสินใจเข้ารับการบำบัดกับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง</p>



<p>ในฐานะผู้มีประสบการณ์ อาร์โนลด์กล่าวว่า หนุ่มสาววัยรุ่นมักรอให้ตนเองไปจนถึงจุดวิกฤตก่อนจึงจะตัดสินใจขอความช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ โดยในกรณีของตนเองหากได้รับการสนับสนุนที่ดีในช่วงวัยรุ่น ช่วงชีวิตในวัยนั้นย่อมเป็นความทรงจำที่ดีของตน</p>



<p>ปัจจุบันอาร์โนลด์กำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งมากขึ้น โดยเจ้าตัวกล่าวว่า ไม่รู้สึกติดอยู่ในวังวน หรือถูกเข้าใจผิดเหมือนที่โรงเรียน และกำลังรณรงค์หาทุนสนับสนุนศูนย์เพื่อเยียวยาจิตใจสำหรับเด็กอายุ 11 ถึง 25 ปีทั่วประเทศอังกฤษ ซึ่งให้การสนับสนุนเยาวชนเมื่อต้องเผชิญปัญหาสุขภาพจิตของตนเป็นครั้งแรก</p>



<p>ด้านศาสตราจารย์นาฟ คาปูร์ (Nav Kapur) ที่ปรึกษาการจัดทำคู่มือฉบับปรับปรุงใหม่ และเป็นศาสตราจารย์ด้านจิตเวชและสุขภาพประชากรแห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ กล่าวว่า &#8220;การทำร้ายตัวเองสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย รวมถึงไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมใดก็ตาม และคู่มือฉบับใหม่เป็นโอกาสในการแก้ไขปรับปรุงสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะในมุมมองที่จะประเมินสังเกตอาการเบื้องต้นและการให้การดูแลในภายหลัง”</p>



<p>สื่อท้องถิ่นอังกฤษรายงานว่า คู่มือแนะแนวฉบับใหม่จะขยายให้ครอบคลุมกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือทำงานในสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ด้านกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการดูแลสังคม และนักสังคมสงเคราะห์</p>



<p>ทั้งนี้ สาระสำคัญสำหรับคู่มือฉบับใหม่ก็คือการให้แนวทางสำหรับใครก็ตามที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและบังเอิญพบกรณีการทำร้ายตนเอง ให้สามารถจัดการประเมินทางจิตสังคมโดยเร็วที่สุด ซึ่งแต่เดิมการกระทำดังกล่าวควรดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต โดยการประเมินเหล่านี้จะเป็นการพยายามทำความเข้าใจว่าเหตุใดบุคคลนั้นจึงทำร้ายตัวเองและให้การรับรองว่าคนเหล่านี้จะได้รับการดูแลตามที่ต้องการ ในขณะเดียวกันก็ให้แนวทางสำหรับการแจ้งข้อมูลกับสมาชิกในครอบครัวเกี่ยวกับสภาพของผู้ที่มีพฤติกรรมทำร้ายตนเอง</p>



<p>ขณะที่ ดร.พอล ไครสป์ (Paul Chrisp) แห่ง NICE กล่าวว่า &#8220;เป็นสิ่งสำคัญที่คณะกรรมการของเราได้เสนอแนะสำหรับสถาบันการศึกษาและกระบวนการทางอาญา โดยข้อมูลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าคนที่ทำงานในภาคส่วนเหล่านี้จะได้รับประโยชน์จากคำแนะนำที่ชัดเจนว่าพวกเขาควรช่วยเหลือผู้ที่ทำร้ายตนเองอย่างไร ซึ่งคู่มือนี้กำหนดแนวทางให้ทุกคนที่ทำร้ายตัวเองรู้ว่าจะได้รับการสนับสนุนและการรักษาที่พวกเขาต้องการ&#8221;</p>



<p>เอมมา โธมัส (Emma Thomas) จากองค์กรการกุศล YoungMinds ซึ่งทำงานขับเคลื่อนปัญหาสุขภาพจิตของคนหนุ่มสาว กล่าวว่า การระบาดใหญ่ของไวรัสโควิด-19 &#8220;ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนกลุ่มนี้ ทำให้หนุ่มสาวอังกฤษจำนวนมากต่างหันมาทำร้ายตัวเองมากขึ้น</p>



<p>“ก่อนโควิด-19 ระบาด 1 ใน 3 ของโรงเรียนไม่ได้ให้การสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในโรงเรียน ดังนั้นเราจึงเรียกร้องให้รัฐบาลลงทุนในการเปิดตัวทีมเหล่านี้ต่อไป และการสนับสนุนด้านสุขภาพจิตในโรงเรียนอื่นๆ” เอมมา โธมัส กล่าว</p>



<p><strong>วิธีการสังเกตอาการทำร้ายตนเอง</strong></p>



<p>&#8211; ลองมองหาบาดแผลและรอยฟกช้ำในจุดที่คาดไม่ถึง<br>&#8211; ให้ความใส่ใจกับคนที่นับถือตนเองต่ำ (low self-esteem) และคนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมเข้าสังคม หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลุ่ม</p>



<p><strong>วิธีหลีกเลี่ยงการทำร้ายตนเอง</strong></p>



<p>&#8211; ลองพูดถึงความรู้สึกของคุณกับเพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรืออาสาสมัคร<br>&#8211; ลองฝึกการหายใจให้สงบหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่รู้สึกผ่อนคลายเพื่อลดความรู้สึกวิตกกังวล<br>&#8211; ลองเขียนความรู้สึกของคุณลงบนกระดาษ โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครอ่าน<br>&#8211; ดึงตัวเองออกจากความรู้สึกลบด้วยการไปทำกิจกรรมอื่น เช่น การออกไปเดินเล่น ฟังเพลง หรือทำอย่างอื่นที่คุณสนใจ</p>



<p><strong>วิธีการบำบัดรักษาอาการทำร้ายตนเอง</strong></p>



<p>&#8211; พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เช่น แพทย์ GP โดยเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะหารือเกี่ยวกับทางเลือกที่ดีที่สุด ซึ่งรวมถึงการช่วยเหลือตนเองหรือเข้าหากลุ่มสนับสนุน<br>&#8211; สำหรับผู้ใหญ่ คู่มือแนะนำฉบับใหม่ได้แนะนำให้เสนอการบำบัดพฤติกรรมที่เรียกว่า Cognitive Behavioral Therapy หรือ CBT ซึ่งเป็นวิธีการทำจิตบำบัดรูปแบบหนึ่ง ด้วยการพูดคุยกับนักจิตบำบัดหรือแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงความคิด ความเชื่อ หรือการรับรู้ของตนเองที่อาจผิดเพี้ยนไปจากความจริง มีเป้าหมายเพื่อจัดการสภาวะอารมณ์และกระบวนการคิดที่เป็นปัญหา ซึ่งจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ป่วยให้กลับมาเป็นปกติหรือที่คล้ายกัน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ทำร้ายตัวเองโดยเฉพาะ<br>&#8211; สำหรับเด็กและเยาวชนที่มีปัญหาทางอารมณ์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมักเป็นสัญญาณที่บ่งชี้พฤติกรรมจะทำร้ายตัวเอง คู่มือแนะนำฉบับใหม่ระบุว่า ให้ลองพิจารณาประยุกต์ใช้การบำบัดรักษาแบบพฤติกรรมบำบัดวิภาษวิธี หรือ Dialectical behavior therapy (DBT) เป็นจิตบำบัดที่ออกแบบเพื่อช่วยให้เปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมที่ไร้ประโยชน์ เช่น การทำร้ายตัวเอง การคิดถึงการฆ่าตัวตาย และการติดสารเสพติด โดยวิธีนี้ช่วยให้ควบคุมอารมณ์และความคิดของตนได้มากขึ้น โดยเรียนรู้เกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้เกิดปฏิกิริยา และช่วยประเมินว่าจะใช้ทักษะเช่นไรในการรับมือกับลำดับเหตุการณ์ ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาที่ไม่พึงประสงค์</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.bbc.com/news/health-60026475" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.bbc.com/news/health-60026475">Self-harm guidance to include advice for schools and prisons</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-self-harm/">อังกฤษออกคู่มือแนะแนวฉบับปรับปรุงสังเกตสัญญาณทำร้ายตนเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฝ่านค้านอังกฤษวอนรัฐปรับโครงสร้างลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-uk-children-240122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 23 Jan 2022 06:42:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับโครงสร้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50823</guid>

					<description><![CDATA[<p>สมาชิกพรรคฝ่ายค้านในอังกฤษเปิดเผยผลสำเร็จเด็กยากจนทั่วป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-uk-children-240122/">ฝ่านค้านอังกฤษวอนรัฐปรับโครงสร้างลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สมาชิกพรรคฝ่ายค้านในอังกฤษเปิดเผยผลสำเร็จเด็กยากจนทั่วประเทศ พบโควิด-19 บวกกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยังคงมีการแบ่งแยกกีดกันทางเชื้อชาติ ส่งผลให้มาตรการฟื้นฟูเยียวยาของรัฐ รวมถึงเงินช่วยเหลือกระจายไม่ทั่วถึง และทำให้เด็กต่างเชื้อชาติในอังกฤษ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กผิวสีมากกว่าครึ่งยังคงตกอยู่ในความยากจน โดยในจำนวนนี้มีโอกาสเสี่ยงสูงกว่า 2 เท่าที่จะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างยากจนเมื่อเทียบกับประชากรกลุ่มผิวขาวในวัยเดียวกัน</strong></p>



<p>สื่อท้องถิ่นอังกฤษรายงานว่า การศึกษาครั้งนี้ดำเนินการโดยพรรคแรงงาน ด้วยการใช้ฐานข้อมูลสำมะโนประชากรของรัฐบาล พิจารณาจากครัวเรือนยากจนที่เข้าเกณฑ์รายได้น้อย คือมีรายได้ต่อปีต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 60% โดยพบว่าแต่เดิมสถานการณ์ของเด็กผิวสีก่อนเกิดวิกฤตการระบาดก็ไม่ค่อยดีอยู่ก่อนแล้ว เพราะเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ ทำให้ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กยากจนผิวสีในอังกฤษเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว โดยสัดส่วนเด็กผิวสียากจนในอังกฤษเพิ่มขึ้นจาก 205,000 คนหรือ 42% ในช่วงปี 2010-2011 มาอยู่ที่ประมาณ 412,000 คนหรือ 53% ในช่วงปี 2019-2020</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fa1c8e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/13-แปล-ฝ่านค้านอังกฤษวอนรัฐ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) หัวหน้าพรรคแรงงานกล่าวว่าจำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นแม้ว่ารัฐบาลจะอนุมัติกองทุนเพื่อช่วยเหลือครัวเรือนอย่าง Household Support Fund มูลค่า 500 ล้านปอนด์ออกมา สะท้อนให้เห็นได้ว่า มาตรการดังกล่าวของรัฐไม่ทั่วถึง และยังคงมีความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติเกิดขึ้น</p>



<p>โดยผลการศึกษาพบว่าในช่วงปี 2019-2020 มีเด็กอังกฤษราว 4.3 ล้านคน คืออายุไม่เกิน 16 ปี รวมถึงกลุ่มนักศึกษาอายุไม่เกิน 19 ปี จัดอยู่ในกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อยและยากจน ซึ่งสัดส่วนดังกล่าวคิดเป็น 31% ของเด็กทั้งหมดในอังกฤษที่มีอยู่ 14 ล้านคน</p>



<p>สำหรับในจำนวนเด็กยากจนในอังกฤษทั้งหมดนี้ เด็กแต่ละเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอังกฤษยังมีระดับความยากจนไม่เท่ากัน โดยตัวงานวิจัยได้แบ่งเด็กออกเป็น 9 กลุ่มตามเชื้อชาติ แล้วพบว่า เด็กเชื้อชาติบังกลาเทศเป็นกลุ่มเด็กที่ยากจนที่สุด คือเด็กบังกลาเทศกว่า 61% อาศัยอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ความยากจน</p>



<p>สำหรับเชื้อชาติอื่นๆ ประกอบด้วย เด็กปากีสถาน (55%) เด็กผิวสีแอฟริกันและแถบแคริบเบียน (53%) เชื้อชาติอื่นๆ (51% เชื้อชาติเอเชีย (50%) เชื้อชาติผสมหรือลูกครึ่ง (32%) อินเดีย (27%) เด็กยุโรป-อเมริกันผิวขาว 26% และจีน (12%)</p>



<p>อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกันที่ขนาด เด็กผิวขาวยังคงเป็นกลุ่มเด็กยากจนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด หรือจำนวนมากที่สุดในอังกฤษ คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 68% ขณะที่เด็กผิวสีถือเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดรองลงมา ด้วยความยากจนมากกว่า 400,000 คน คิดเป็น 10% ของความยากจนในประเทศเด็กทั้งหมด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6010ca"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/13-แปล-ฝ่านค้านอังกฤษวอนรัฐ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นักวิเคราะห์มองว่า ผลการสำรวจดังกล่าวกำลังชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่สามารถวางนโยบายความยากจน โดยเมินเฉยต่อการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ การแบ่งแยกและการเลือกปฏิบัติที่เกิดขึ้นได้</p>



<p>ด้านโฆษกฝ่ายรัฐบาลกล่าวว่า แม้ตัวเลขอย่างเป็นทางการล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่ายังคงมีเด็กอังกฤษหลายแสนหลายล้านคนที่ใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นมาใต้เส้นความยากจน ทั้งยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นในกลุ่มยากจน แต่ที่ผ่านมาภาครัฐได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มประชากรยากจนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบเพื่อเพิ่มเงินช่วยเหลือต่อปีแก่ครัวเรือนยากจนอีกราว 1,000 ปอนด์ (ราว 44,874 บาท)&nbsp; ออกมาตรการสินเชื่อเพื่อครัวเรือนรายได้น้อย และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนปีนี้ เป็นชั่วโมงละ 9.50 ปอนด์ (ราว 426 บาท) ตลอดจนให้ความช่วยเหลือในเรื่องของค่าเดินทางต่างๆ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากแก้ปัญหาด้วยการจัดสรรงบประมาณแล้ว ทางพรรคแรงงานของอังกฤษเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างที่แบ่งแยกและเลือกปฏิบัติจนบั่นทอนโอกาสของเด็กผิวสีและเด็กต่างเชื้อชาติในอังกฤษ จนทำให้เด็กกลุ่มนี้ถูกผลักเข้าสู่กลุ่มยากจนไปโดยปริยาย</p>



<p></p>



<p>ที่มา :</p>



<ul><li><a href="https://www.theguardian.com/world/2022/jan/02/more-than-half-of-uks-black-children-live-in-poverty-analysis-shows" title="https://www.theguardian.com/world/2022/jan/02/more-than-half-of-uks-black-children-live-in-poverty-analysis-shows" target="_blank" rel="noreferrer noopener">More than half of UK’s black children live in poverty, analysis shows</a></li><li><a href="https://www.gbnews.uk/news/labour-more-than-half-of-black-children-are-growing-up-in-poverty/196881" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.gbnews.uk/news/labour-more-than-half-of-black-children-are-growing-up-in-poverty/196881">Labour: More than half of black children are growing up in poverty</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-uk-children-240122/">ฝ่านค้านอังกฤษวอนรัฐปรับโครงสร้างลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ &#8211; เวลส์ &#8211; อเมริกา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 20 Jan 2022 10:19:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[เวลส์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเปลี่ยนใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ลดช่องว่างการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อเมริกา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50732</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลังเปิดเทอมแบบออนไซต์ (on-site) แม้เด็กหลายคนจะหัวใจพอ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/">นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ – เวลส์ – อเมริกา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลังเปิดเทอมแบบออนไซต์ (on-site) แม้เด็กหลายคนจะหัวใจพองฟูที่ได้กลับมาเจอเพื่อนๆ และครูอีกครั้ง แต่ตลอดช่วงวิกฤตระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เด็กต้องห่างจากโรงเรียนไปนาน ทำให้เด็กบางคนเจอภาวะสูญเสียการเรียนรู้ (Learning Loss) ครั้นพอเปิดเทอม ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน เกิดปรากฏการณ์ “ช่องว่างการเรียนรู้” หรือ Learning Gap&nbsp;</p>



<p>ประเด็น “ช่องว่างการเรียนรู้” หรือ Learning Gap นั้น ศ. นพ.วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เคยกล่าวในงานเสวนาออนไลน์ “โรงเรียนเปลี่ยนใหม่ ปิด Gap ห้องเรียนยุคโควิด-19 ครั้งที่ 1” ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ว่า ช่องว่างการเรียนรู้เกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทยมานานและมากกว่าที่เกิดขึ้นจากโควิด-19 แต่หลายฝ่ายไม่รู้ตัว เป็นช่องว่างที่ทำให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาโดยใช่เหตุ ไม่บรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้เต็มศักยภาพ&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ชี้ให้เห็นว่า นักเรียนแต่ละคนมีพื้นฐานแตกต่างกัน ถ้าไม่ระวังจะมีเด็กจำนวนหนึ่งที่ไม่บรรลุเป้าหมายการเรียนรู้และไม่ได้รับการดูแล เป็นช่องว่างที่ต้องปิด เพื่อทำให้อย่างน้อยนักเรียนทุกคนต้องบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ขั้นต่ำ </p>



<p>ทว่า “การปิดช่องว่างการเรียนรู้” นั้นต้องทำอย่างไร หลายคนคงมีข้อสงสัยเกิดขึ้นในใจ</p>



<p>ในต่างประเทศนั้น มีปรากฏการณ์ “ช่องว่างการเรียนรู้” เกิดขึ้นในหมู่เด็กนักเรียนมายาวนานเช่นกัน แน่นอนว่าอาจมีวิกฤตโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้ช่องว่างกว้างขึ้น แต่ตลอดช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นความพยายามของหลายประเทศ ในการออกนโยบายด้านการศึกษามาเพื่อ “ปิด” หรือ “ลดช่องว่างการเรียนรู้”</p>



<p>บทความนี้จะชวนมาร่วมถอดบทเรียนจาก 3 นโยบายที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ได้แก่ อังกฤษ เวลส์ และอเมริกา&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ในอังกฤษและเวลส์นั้น นโยบายที่เกิดขึ้นเป็นนโยบายในระดับชาติ ส่วนอเมริกานั้นมีข้อเสนอจากฝั่งเอกชน โดยโรงเรียนรัฐจำนวนไม่น้อยนำข้อเสนอแนะนั้นไปต่อยอดและปรับใช้</p>



<p>มาดูกันว่า ทั้ง 3 ประเทศรับมือและบรรเทา “ช่องว่างการเรียนรู้” ที่เกิดในหมู่นักเรียนอย่างไร</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">1. อังกฤษ : ก่อตั้งกองทุน 1 พันล้านปอนด์ “educational catch-up initiatives” เพื่อฟื้นฟูนักเรียนเต็มศักยภาพ</h2>



<p>สำหรับประเทศที่มีงบประมาณจำนวนมากอย่างอังกฤษ รัฐบาลตัดสินใจตั้งกองทุนงบประมาณ 1 พันล้านปอนด์ ชื่อ educational catch-up initiatives เพื่อให้โรงเรียนได้นำไปใช้ให้มั่นใจว่านักเรียนสามารถฟื้นตัวกลับมาได้&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดให้มีโครงการ National Tutoring Programme โดยโรงเรียนสามารถจ้างติวเตอร์เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีช่องว่างการเรียนรู้ มีการจัด in-house mentor ให้กับกลุ่มนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ยากลำบาก ซึ่งผู้มาเป็น mentor จะต้องผ่านการอบรมเป็นการเฉพาะ รวมถึงกลุ่มนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่กำลังอบรมเพื่อรับใบอนุญาตการสอน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">2.เวลส์: รับสมัครครูและผู้ช่วยสอนเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยเหลือนักเรียนทุกกลุ่มอายุ</h2>



<p>เวลส์ได้ออกนโยบายระดับชาติ<em> </em>โดยประกาศรับสมัครครูเพิ่มขึ้นจำนวน 600 คน และผู้ช่วยสอนจำนวน 300 คน ในปี 2020-2021 เพื่อช่วยเหลือนักเรียน รวมทั้งนักเรียนกลุ่มด้อยโอกาส เปราะบางในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะแก่กลุ่มนักเรียนที่กำลังต้องสอบในช่วงจบการศึกษาในปี 2021 นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรทรัพยากรในด้านการเรียนแก่ครูประจำการ และครูที่กำลังเข้ามาใหม่อีกด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3.สหรัฐอเมริกา: โปรแกรมฟื้นฟูการศึกษาแบบติวเข้มข้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ</h2>



<p>ปลายปี 2020 บริษัท McKinsey ได้เผยแพร่รายงานด้านการศึกษา ที่มาพร้อมข้อเสนอแนะในการลด Learning Gap โดยใช้โปรแกรมฟื้นฟูการศึกษาแบบเข้มข้น 2 รูปแบบ ทั้งนี้หลังรายงานได้เผยแพร่ออกไป มีโรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐอเมริกานำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการฟื้นฟูการศึกษาแบบเข้มข้นไปปรับใช้ โดยโปรแกรมฟื้นฟูที่ McKinsey เสนอแนะเพื่อลดช่องว่างการเรียนรู้ ได้แก่</p>



<p><strong>3.1) Acceleration Academies : ฟื้นฟูเข้มข้นภายใน 2 สัปดาห์</strong></p>



<p>McKinsey ได้วิจัยและค้นคว้ากรณีศึกษาต่างๆ จนพบว่า หากโรงเรียนจัดทำ Acceleration Academies หรือหลักสูตรฟื้นฟูเข้มข้นภายใน 2 สัปดาห์ นั้น จะสามารถช่วยฟื้นฟูและเสริมความรู้ให้แก่นักเรียนได้ในอัตราที่เทียบเท่าระยะการเรียนเดิม 6 เดือนเลยทีเดียว</p>



<p>หลักสูตร “Acceleration Academies” ที่ McKinsey เสนอแนะ ประกอบด้วยองค์ประกอบดังนี้</p>



<p>-จัดการเรียนการสอนต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ <br>-ตลอดหลักสูตรใช้เวลาราว 25 ชั่วโมง ​โดยโฟกัสการสอนไปที่วิชาใดวิชาหนึ่ง เช่น คณิตศาสตร์​หรือภาษาอังกฤษ (การอ่านเขียน)<br>-นักเรียนที่เข้าร่วมควรเป็นกลุ่มเล็ก ระหว่าง 8-12 คน<br>-งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายต่อเด็ก 1 คน คือประมาณ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ทั้งนี้หากต้องการนำหลักสูตรไปดำเนินการฟื้นฟูแก่เด็กนักเรียนครึ่งหนึ่งของประเทศ จะใช้เงินราว 42 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p><strong>3.2) High-intensity tutoring : ติวเสริมเข้มข้นแบบกลุ่มเล็ก</strong></p>



<p>การติวเสริมให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนไม่ทันเพื่อน นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางฟื้นฟูการศึกษาที่มีหลายตัวอย่างยืนยันว่าได้ผล โดยผลสำรวจพบว่า เด็กที่ผ่านการติวเสริมสม่ำเสมอระยะ 1 ปี จะได้รับความรู้ในอัตราที่เทียบเท่าระยะการเรียนเดิม 1-2 ปีเลยทีเดียว</p>



<p>ทั้งนี้ McKinsey ได้เสนอแนะว่า การติวเสริมที่ได้ผลนั้น มักมีองค์ประกอบดังนี้&nbsp;</p>



<p>-ติวแบบกลุ่มเล็ก นักเรียน 2 คนต่อครู 1 คน<br>-ควรต้องใช้ครูมืออาชีพ หรือนักศึกษาครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ที่ผ่านการฝึกสอนมาแล้ว <br>-ชั้นเรียนติวเสริมที่ดำเนินการในช่วงเวลาเรียน จะได้ผลกว่าชั้นเรียนที่ติวเสริมนอกเวลาเรียน<br>-งบประมาณที่รัฐต้องจ่ายต่อเด็ก 1 คน คือประมาณ 2,500 ดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p>ทั้งนี้หากต้องการนำหลักสูตรไปดำเนินการฟื้นฟูแก่เด็กนักเรียนครึ่งหนึ่งของประเทศ จะใช้เงินราว 66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>



<p></p>



<p>อ้างอิง :</p>



<ul><li><a href="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/" title="https://www.eef.or.th/news-5-measures-to-restore-learning-regression/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">GAP การศึกษาไทย ใหญ่กว่า COVID GAP แนะ 5 ข้อฟื้นฟูเรียนรู้ถดถอย รับเปิดเทอม เสนอครูเป็นผู้ก่อการ ร่วมพัฒนาระบบการศึกษาทุกระบบ</a></li><li><a href="https://www.mckinsey.com/industries/public-and-social-sector/our-insights/covid-19-and-learning-loss-disparities-grow-and-students-need-help" title="https://www.mckinsey.com/industries/public-and-social-sector/our-insights/covid-19-and-learning-loss-disparities-grow-and-students-need-help" target="_blank" rel="noreferrer noopener">COVID-19 and learning loss—disparities grow and students need help</a></li><li><a href="https://www.palmbeachschools.org/news/what_s_new/april_2021/summer_acceleration_academies_provide_support" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.palmbeachschools.org/news/what_s_new/april_2021/summer_acceleration_academies_provide_support">Summer Acceleration Academies Provide Support</a></li></ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-narrowing-the-learning-gap-210122/">นโยบาย “ลดช่องว่างการเรียนรู้” ยิ่งลด เด็กยิ่งได้ ถอดบทเรียนจาก: อังกฤษ – เวลส์ – อเมริกา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็กนานร่วมหลายปี</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-covid-19-impact-of-lockdown-on-childrens-development-will-last-for-years-and-years-100122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 08 Jan 2022 07:38:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50281</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและการสื่อสารในอังกฤษเปิดเผยผลการศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-19-impact-of-lockdown-on-childrens-development-will-last-for-years-and-years-100122/">ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็กนานร่วมหลายปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาและการสื่อสารในอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาในในเบื้องต้น พบว่า การล็อกดาวน์และจำกัดให้เด็กเล็กในระดับอนุบาลหรือก่อนวัยเรียนให้อยู่แต่ภายในบ้าน ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น จะส่งผลกระทบทางลบต่อพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาและทักษะการสื่อสารของตัวเด็กเอง อีกทั้งผลกระทบดังกล่าวจะสร้างความเสียหายกินเวลานานร่วมหลายปี กว่าที่จะสามารถฟื้นทักษะการสื่อสารให้มีศักยภาพเหมาะสมตามพัฒนาการวัยของเด็กตามที่ควรจะเป็นได้</strong></p>



<p>ทั้งนี้ สำนักข่าวสกายนิวส์ของอังกฤษเปิดเผยผลการศึกษาของซาราห์ โบเนตติ (Sarah Bonetti) ซึ่งพบว่า พัฒนาการทางภาษาและการสื่อสารที่ล่าช้ากลายเป็นเรื่องปกติสามัญที่เริ่มพบเห็นได้ทั่วไปในเด็กเล็กทั่วประเทศอังกฤษมากขึ้น โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เด็กๆ มีพัฒนาล่าช้าเป็นเพราะมาตรการล็อกดาวน์ที่จำกัดไม่ให้เด็กสามารถเรียนหนังสือที่โรงเรียนได้ตามปกติ</p>



<p>ความเห็นของโบเนตติสอดคล้องกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญอีกหลายสำนักที่ออกมาเตือนตรงกันว่า ผลกระทบจากการล็อกดาวน์ที่มีต่อเด็กเล็กจะกินเวลายาวนานร่วมหลายปี กว่าที่จะสามารถฟื้นฟูกลับมาจนอยู่ในระดับเดียวกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาดได้ โดยโบเนตติย้ำชัดว่า การล่าช้าในพัฒนาการด้านการสื่อสารจะส่งผลกระทบทางลบต่อศักยภาพในการเรียนรู้ของเด็กคนนั้นในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24e292"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/05-ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ นอกจากทักษะทางภาษาและการสื่อสารแล้ว โบเนตติกล่าวในฐานะผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าสถาบันนโยบายการศึกษาด้านพัฒนาการของเด็กก่อนวัยเรียนว่า การล็อกดาวน์ยังส่งผลกระทบทางลบต่อพัฒนาการทางสังคมและอารมรณ์ พฤติกรรมปฏิสัมพันธ์การโต้ตอบกับเพื่อนร่วมวัย ระเบียบวินัยในตนเอง และการจัดการความกังวลของตัวเด็กเอง</p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น การที่เด็กขาดความเอาใจใส่ หมดความสนใจ ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะเรียน ยังเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าวิตกกังวลไม่แพ้กับความล่าช้าในพัฒนาการด้านทักษะทางภาษและการสื่อสาร</p>



<p>&#8220;มันไม่ใช่แค่จำนวนคลังคำศัพท์ของเด็กเท่านั้นที่หายไป มันยังหมายรวมถึงความจำในเรื่องของรูปทรงตัวอักษร การออกเสียงก็ติดขัด หรือเลือนหายไปด้วยเช่นกัน ดังนั้น เรียกได้ว่า เป็นการหดหายของกระบวนการเรียนรู้หนังสือทั้งหมด&#8221; ซาราห์ โบเนตติ กล่าว</p>



<p>โดยโบเนตติย้ำว่า การที่เด็กได้อยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีทางเหมือนกับการที่เด็กได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเพื่อนในวัยเดียวกัน ซึ่งการล็อกดาวน์ในช่วงเวลามากกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้เด็กก่อนวัยเรียนเหล่านี้พลาดช่วงเวลาที่จะได้อยู่กับเพื่อน รวมถึงการเรียนรู้ที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในวัยเดียวกัน หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เด็กถูกตัดขาดจากการเรียนรู้ที่จะได้เริ่มอยู่ร่วมกับสังคมโลก</p>



<p>ทั้งนี้ กลุ่มเด็กที่โบเนตติเป็นห่วงมากที่สุดก็คือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสและยากจนในสังคม เพราะสถานะทางเศรษฐกิจและสังคมของตัวเด็กและครอบครัวทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำของตัวเด็กกับเพื่อนร่วมวัยถ่างกว้างมากขึ้นจนน่าวิตก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c6dadf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/06-ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในทัศนะมุมมองของโบเนตติเชื่อว่า การวางกลยุทธ์จัดการการศึกษาในระยะยาวเป็นหนึ่งในแนวทางที่จำเป็นเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กเล็กเหล่านี้สามารถมีพัฒนาการได้ทัดเทียมเพื่อนร่วมวัยคนอื่นๆ ได้ ไม่เช่นนั้น โบเนตติเตือนว่า หากไม่วางแผนแก้ปัญหาในระยยาว ผลลัพธ์ทางลบในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งจะคงอยู่นานหลายปี และจะส่งผลต่อวิถีชีวิตรวมถึงขัดขวางวิธีการเรียนรู้ในอนาคตของตัวเด็กเองด้วย</p>



<p>ความกังวลข้างต้นของโบเนตติได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาคม National Day Nurseries Association โดยปูร์นิมา ทานูกา (Purnima Tanuku) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดูแลเด็กของศูนย์ดูแลเด็กเล็กในเครือของสมาคมทั่วประเทศอังกฤษ สังเกตเห็นว่า พฤติกรรมของเด็กและพัฒนาการทางสังคมและอารมณ์ของเด็กได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในช่วงโควิด-19 ระบาดอย่างเห็นได้ชัดเจน</p>



<p>&#8220;เจ้าหน้าที่ต้องอุทิศเวลามากกว่าเดิมในการตามประกบเด็กเล็กแบบตัวต่อตัวเพื่อช่วยปรับให้พื้นฐานของเด็กให้รู้สึกมั่นคงและมั่นใจมากขึ้น&#8221; ปูร์นิมากล่าว ก่อนเสริมว่า พ่อแม่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่ใช่ไม่เอาใจใส่กับการเรียนออนไลน์หรือเรียนทางไกลของเด็กเล็ก แต่การที่พ่อแม่ต้องทำงานไปด้วย (work from home) ทำให้ไม่สามารถตามประกบเพื่อสอนลูกวัยเด็กของตนได้อย่างเต็มที่</p>



<p>ขณะนี้สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล รวมถึงเนิร์สเซอรี่ Little Pioneers ต่างเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถกลับมาทำการเรียนการสอนได้อย่างปลอดภัยในปีหน้า โดยฮอลลีย์ บาร์นาเคิล (Hollie Barnacle) กล่าว่า เจ้าหน้าที่ของสถานรับเลี้ยงเด็กในเบอร์นิงแฮมต่างตั้งใจเตรียมหลักสูตรและอุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมต่อการกลับมาสอนเด็กเล็กในช่วงยุคที่โควิด-19 ยังระบาดได้อย่างปลอดภัยทั้งกับตัวผู้สอนละผู้เรียนเอง โดยจะมุ่งให้ผู้เรียนได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมวัยมากขึ้น</p>



<p>“เราพยายามเพิ่มทักษะการสื่อสารและภาษาของเด็กๆ ผ่านการเล่าเรื่อง ร้องเพลง และเพลงคล้องจอง เพื่อแนะนำภาษาที่ซับซ้อนมากขึ้นให้กับเด็กๆ” บาร์นาเคิลจากเนิร์สเซอรี่ Little Pioneers กล่าว</p>



<p>รายงานระบุว่า จนถึงขณะนี้โรงเรียนหลายแห่งทั่วอังกฤษต่างเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณของความล่าช้าในพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กที่เริ่มไม่สอดคล้องกับวัย </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1d9bc2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/07-ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็ก.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ สเตฟานี โรพิค (Stephanie Ropic) นักบำบัดด้านการพูดและการใช้ภาษา ซึ่งทำงานร่วมกับโรงเรียนประถมศึกษาหลายแห่งทั่วเมืองเบอร์มิงแฮม กล่าวว่า ความต้องการนักบำบัดด้านการพูดและภาษาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เพราะผลกระทบจากการล็อกดาวน์เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พัฒนาการทางการพูดของเด็กล่าช้ากว่าวัย</p>



<p>ในฐานะนักบำบัด โรพิคกล่าวชัดเจนว่า ปัญหาของพัฒนาการการพูดที่ล่าช้าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการขาดโอกาสในการสื่อสารกับผู้คนที่หลากหลายของตัวเด็กเอง ซึ่งการติดอยู่แต่ในบ้าน ทำให้เด็กตกอยู่ในสภาวะการขาดโอกาสดังกล่าวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ขณะเดียวกัน การติดอยู่แต่ในบ้านกับพ่อแม่ แม้จะได้พูดคุยกับพ่อแม่ แต่การที่เด็กขาดโอกาสเล่นกับเด็กคนอื่นๆ ก็ให้ผลลัพธ์พัฒนาการเรียนรู้ที่ล่าช้าเช่นเดียวกัน</p>



<p>ในส่วนของโรพิคเอง เจ้าตัวเล่าว่า เฉพาะในส่วนของโรงเรียนที่ร่วมทำงานอยู่ เธอพบว่า 80% ของเด็กที่เริ่มต้นการรับเข้าเรียนไม่มีทักษะทางภาษาที่เหมาะสมกับวัย เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาดที่คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 40%</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://news.sky.com/story/covid-19-impact-of-lockdown-on-childrens-development-will-last-for-years-and-years-12500806" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://news.sky.com/story/covid-19-impact-of-lockdown-on-childrens-development-will-last-for-years-and-years-12500806">COVID-19: Impact of lockdown on children&#8217;s development will &#8216;last for years and years&#8217;</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-covid-19-impact-of-lockdown-on-childrens-development-will-last-for-years-and-years-100122/">ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษชี้ล็อกดาวน์กระทบพัฒนาการเด็กนานร่วมหลายปี</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษออกแคมเปญเรียกครูหวนคืนสู่ห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-education-secretary-calls-for-ex-teachers-to-return-to-classrooms/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 Dec 2021 03:16:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[Russell Hobby]]></category>
		<category><![CDATA[Get Into Teaching]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49833</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษออกแคมเปญเรียกร้องให้ผู้ที่เคยทำ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-secretary-calls-for-ex-teachers-to-return-to-classrooms/">อังกฤษออกแคมเปญเรียกครูหวนคืนสู่ห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษออกแคมเปญเรียกร้องให้ผู้ที่เคยทำอาชีพครู ทว่าเลิกราหรือลาออกไปแล้ว หวนกลับมาทำหน้าที่สอนนักเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง หลังสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงมากกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนครูอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากนี้ที่ตัวกลายพันธุ์โอมิครอนระบาด ทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะทำให้ครูทั่วอังกฤษไม่เพียงพอในช่วงเปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึง</strong></p>



<p>เว็บไซต์ทางการของกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษออกแถลงการณ์เรียกร้องขอความร่วมมือให้กับอดีตครูอาชีพ ที่ยังคงมีทักษะและมีเวลาหวนกลับคืนสู่ห้องเรียนเพื่อมาช่วยสอนหนังสือเด็กนักเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง โดยอดีตครูที่สนใจสามารถลงชื่อแสดงความประสงค์เข้าร่วมกับทางกระทรวงผ่านช่องทางที่ระบุ</p>



<p>แถลงการณ์ระบุว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ตัวกลายพันธุ์ไอมิครอน ทำให้มีแนวโน้มครูขาดแคลนอย่างหนัก โดยเฉพาะในบางพื้นที่ที่แต่เดิมจำนวนครูและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็มีจำนวนไม่เพียงพออยู่ก่อนแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3489fa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/18-แปล-อังกฤษออกแคมเปญเรียกครู-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แน่นอนว่า การแก้ปัญหาด้วยการใช้เครื่องมือและการเรียนออนไลน์อาจช่วยบรรเทาปัญหาครูได้เปลาะหนึ่ง กระนั้น การเรียนการสอนกับครู หรือการเรียนโดยมีนักการศึกษา เจ้าหน้าที่ หรือผู้เชี่ยวชาญคอยสนับสนุนประกบคู่กับเด็กยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษจึงแนะนำให้ผู้ที่มีศักยภาพเป็นครู หรืออดีตครู ให้สมัครเข้าร่วมโครงการของกระทรวง เพื่อให้พร้อมที่จะเข้าร่วมสอนในห้องเรียนในช่วงพนักงานตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป</p>



<p>ขณะเดียวกัน สำหรับครูที่เพิ่งเกษียณอายุหรือเคยได้รับการฝึกฝนเป็นครู แต่ตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพไปทำอย่างอื่น ให้ลองพิจารณาว่าสามารถหาช่วงเวลาในวันเปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิได้เพื่อมาช่วยได้หรือไม่ หนึ่งวันต่อสัปดาห์ก็ได้ เพื่อให้สามารถทำให้การศึกษาแบบตัวต่อตัวดำเนินต่อไปได้</p>



<p>รายงานระบุว่า ทางกระทรวงศึกษาธิการจะกำหนดช่องทางให้ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอรับสมัครเข้าร่วมโครงการ ซึ่งนาดฮิม ซาฮาวี (Nadhim Zahawi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษกล่าวว่า เป็นพันธกิจหลักของตนเองนับตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่งในการใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่เพื่อปกป้องและพัฒนาการศึกษาในทุกด้านของอังกฤษ ซึ่งรวมถึงการออกมาเรียกร้องให้อดีตครูตัดสินใจหวนเข้าสู่วงการห้องเรียนอีกครั้ง อย่างน้อยก็ชั่วคราวในปีหน้า</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b57930"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/18-แปล-อังกฤษออกแคมเปญเรียกครู-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ แม้ว่า 99.9% ของโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศอังกฤษ จะสามารถเปิดทำการสอนได้อย่างต่อเนื่องในช่วงภาคการศึกษาล่าสุดที่เพิ่งจบไป แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิดตัวกลายพันธุ์โอมิครอนทำให้ ทางกระทรวงจำเป็นต้องจัดหามาตรการเพื่อใช้เป็นหลักประกันให้แน่ใจว่า การเรียนการสอนแบบตัวต่อตัวสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น</p>



<p>&#8220;ใครก็ตามที่คิดว่าคุณมีศักยภาพและขีดความสามารถในการสอน ให้เข้าร่วมโครงการของกระทรวงศึกษาธิการ เบื้องต้นสามารถเข้าเว็บไซต์ผ่านช่องทาง <a href="https://getintoteaching.education.gov.uk/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://getintoteaching.education.gov.uk/">&#8220;Get Into Teaching&#8221;</a> โดยนอกจากจะมีความสามารถในการสอนแล้ว ครูมืออาชีพทั้งหลายจะต้องได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ และลดโอกาสที่จำนวนผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายใหม่จะเพิ่มขึ้น</p>



<p>ขณะเดียวกัน ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านการจัดสรรครูจะยังคงเดินหน้ารับสมัครคัดเลือกครูในทางอื่นต่อไป เพื่อช่วยให้แน่ใจว่า โรงเรียนและวิทยาลัยไม่จำเป็นต้องปิดตัวเพราะปัญหาจากการขาดแคลนบุคลากร</p>



<p>แถลงการณ์กระทรวงศึกษาธิการเรียกร้องให้อดีตครูวิชาชีพติดต่อหน่วยงานที่ระบุ เพื่อลงชื่อสมัครตามระเบียบของหน่วยงานรัฐบาล เพื่อรับประกันการตรวจสอบและรับรองการจ้างงาน เพื่อให้แน่ใจว่าอดีตครูที่สนใจสามารถเลือกสอนในโรงเรียนและวิทยาลัยโดยเร็วที่สุดตามที่ต้องการ&nbsp;</p>



<p>นอกจากการเร่งจัดสรรบุคลากรครูแล้ว ทางกระทรวง ได้ให้การสนับสนุนด้านโซเชียลมีเดียและเครื่องมือการสื่อสารแก่โรงเรียนและวิทยาลัย หน่วยงานท้องถิ่น สหภาพการสอน หน่วยงานจัดหาครู และองค์กรในภาคส่วนต่างๆ เช่น Teach First เพื่อช่วยให้อดีตครูเหล่านี้มีส่วนร่วมกับเครือข่ายและฐานข้อมูลสำหรับการสอน</p>



<p>&#8220;รัฐบาลจะทำงานเพื่อเข้าถึงอดีตครูผ่านช่องทางการสื่อสารของตนเอง ซึ่งรวมถึงผ่าน Get Into Teaching โครงการบำเหน็จบำนาญครู และการโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต&#8221; แถลงการณ์กระทรวงศึกษาธิการอังกฤษระบุ</p>



<p>ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษเปิดเผยว่า กระทรวง จะยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานอิสระ Teach First เพื่อสำรวจว่าศิษย์เก่าที่เคยฝึกเป็นครู แต่ปัจจุบันทำงานนอกสายอาชีพ สามารถกลับเข้าห้องเรียนชั่วคราวเพื่อรองรับการฟื้นตัวของบุคลากรในโรงเรียนในวงกว้างในปีใหม่ได้หรือไม่</p>



<p>รัซเซลล์ ฮ็อบบี้ (Russell Hobby) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนหรือเกิดอะไรขึ้นบนโลก แต่ครูก็ยังคงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญและเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ เพราะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เรียน ซึ่งในช่วงที่การหยุดชะงักของชีวิตในโรงเรียนและการขยายเวลาอยู่บ้าน ส่งผลให้การศึกษาของนักเรียนได้รับความเดือดร้อนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มาจากภูมิหลังที่ด้อยโอกาสและยากจน ครูจึงยิ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c84a0a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/18-แปล-อังกฤษออกแคมเปญเรียกครู-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>&#8220;จากความท้าทายที่โรงเรียนเผชิญอยู่ในขณะนี้ เราต้องการที่ลงมือทำในสิ่งที่เราสามารถช่วยได้มากกว่านี้ รวมถึงวิธีที่เราและศิษย์เก่าของเราที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นครู แต่ปัจจุบันทำงานนอกสายอาชีพ อาจจะสามารถสนับสนุนให้โรงเรียนเปิดต่อไปได้อย่างปลอดภัยในปีใหม่&#8221; รัซเซลล์ ฮ็อบบี้ กล่าว</p>



<p>ด้านกระทรวงศึกษาธิการอังกฤษกล่าวปิดท้ายด้วยการขอความร่วมมือให้อดีตครูจัดสรรเวลามาเข้าโครงการช่วยสอน หรือหากไม่ใช่ครูอาชีพ แต่มีศักยภาพและขีดความสามารถที่จะสอนได้ ก็สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้เช่นกัน ซึ่งทางรัฐบาลอังกฤษได้จัดสรรงบประมาณเพื่อให้การตอบแทนอย่างเหมาะสม ขอเพียงแค่ก้าวออกมาแสดงตัวให้หน่วยงานรัฐในพื้นที่รับทราบเท่านั้น</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.gov.uk/government/news/education-secretary-calls-for-ex-teachers-to-return-to-classrooms" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.gov.uk/government/news/education-secretary-calls-for-ex-teachers-to-return-to-classrooms">Education Secretary calls for ex-teachers to return to classrooms</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-education-secretary-calls-for-ex-teachers-to-return-to-classrooms/">อังกฤษออกแคมเปญเรียกครูหวนคืนสู่ห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อังกฤษเผยผลสำเร็จโครงการ Kickstart แก้ปัญหาหนุ่มสาวตกงานได้มากกว่า 1 แสนคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-kickstart-youth-jobless-plan-helps-100000/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 21 Nov 2021 04:26:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[Kickstart]]></category>
		<category><![CDATA[Department for Work and Pensions]]></category>
		<category><![CDATA[DWP]]></category>
		<category><![CDATA[Universal Credit]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48108</guid>

					<description><![CDATA[<p>รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยผลสำเร็จของโครงการ Kickstart ที่ดำเน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-kickstart-youth-jobless-plan-helps-100000/">อังกฤษเผยผลสำเร็จโครงการ Kickstart แก้ปัญหาหนุ่มสาวตกงานได้มากกว่า 1 แสนคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>รัฐบาลอังกฤษเปิดเผยผลสำเร็จของโครงการ Kickstart ที่ดำเนินการมาระยะ 1 ปี โดยโครงการนี้ภาครัฐร่วมมือกับภาคเอกชนชั้นนำในประเทศ ในการให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนทั่วอังกฤษที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาและแนวโน้มเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะตกงานเป็นระยะเวลานาน โดยรายงานระบุว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา โครงการสามารถให้ความช่วยเหลือเยาวชนอังกฤษได้มากถึง 100,000 คน</strong></p>



<p>สถานีโทรทัศน์บีบีซี (BBC) ของอังกฤษรายงานว่า โครงการสร้างงาน Kickstart มูลค่า 2,000 ล้านปอนด์ที่รัฐบาลดำเนินการมาปีกว่า ช่วยให้คนหนุ่มสาวในอังกฤษมากกว่า 100,000 คน สามารถเรียนจบและมีหน้าที่การงานที่มั่นคงทำได้ โดยโครงการ Kickstart นี้เริ่มต้นดำเนินการเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว และเน้นไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงตกเข้าสู่ภาวะตกงานเป็นระยะเวลานาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b8aace"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-แปล-อังกฤษเผยผลสำเร็จ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ Kickstart บริษัทหรือธุรกิจต่างๆ ที่สนใจจะสมัครเข้าร่วมผ่านกระทรวงแรงงานและบำนาญ หรือ Department for Work and Pensions (DWP) เพื่อสร้างสถานที่บ่มเพาะที่เรียกว่า Kickstart สำหรับฝึกอบรมนักเรียนนักศึกษาที่จบใหม่ โดยสถานที่ดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานรัฐว่ามีความเหมาะสมแล้ว ก่อนเปิดรับเยาวชนคนหนุ่มสาวเข้าร่วมในโครงการ</p>



<p>จากนั้น คนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 16- 24 ปีที่อยู่ในโครงการช่วยเหลือของภาครัฐ หรือ Universal Credit จะได้รับการจับคู่กับหน้าที่การงานตามความถนัด โดยมีโค้ชที่ทำงานในศูนย์จัดหางานคอยสอนงานและดูแลให้ จากนั้นเยาวชนคนหนุ่มสาวเหล่านี้จะได้รับการสัมภาษณ์จากเหล่านายจ้างเพื่อพิจารณาตัดสินใจว่าจะรับพวกเขาเข้าทำงานต่อไปหรือไม่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d1b29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-แปล-อังกฤษเผยผลสำเร็จ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยการรับเยาวชนหนุ่มสาวเหล่านี้เข้าในโครงการเข้าทำงานในแต่ละตำแหน่ง ทางรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมค่าจ้างขั้นต่ำเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยกำหนดระยะเวลาทำงานไว้ที่ 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พร้อมให้ทุนสนับสนุนเพิ่มเติมอีก 1,500 ปอนด์ต่อตำแหน่งเพื่อช่วยครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการปรับตัวช่วยในการพัฒนาทักษะต่อไป</p>



<p>รายงานระบุว่า แม้จะสามารถใช้ความช่วยเหลือได้แล้วมากกว่า 100,000 คน แต่งบประมาณที่มีอยู่ในโครงการสามารถให้ความช่วยเหลือได้สูงสุดถึง 250,000 คน ดังนั้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจึงออกมาเรียกร้องให้บรรดาบริษัทเอกชนทั้งหลายสมัครเข้าร่วมโครงการ Kickstart ที่จะมีกำหนดปิดรับสมัครในวันที่ 17 ธันวาคมนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-417077"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-แปล-อังกฤษเผยผลสำเร็จ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เธรีส คอฟฟีย์ (Thérèse Coffey) รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานและบำนาญ หรือ Department for Work and Pensions (DWP) กล่าวว่า ขณะนี้โครงการ Kickstart กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ดังนั้นจึงอยากแนะนำให้เหล่านายจ้าง ตลอดจนเยาวชนหนุ่มสาวอังกฤษทั้งหลายหันมาใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการ Kickstart เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายฟื้นฟูอังกฤษของริชิ สุนาค (Rishi Sunak) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอังกฤษ โดยในช่วงแรกการดำเนินการของโครงการค่อนข้างเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากข้อติดขัดจากวิกฤตโควิด-19 ระบาด กระนั้นจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมก็เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ทางการอังกฤษเริ่มคลายมาตรการล็อกดาวน์และกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a1d39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/17-แปล-อังกฤษเผยผลสำเร็จ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้านข้อมูลจากกระทรวงแรงงานและบำนาญ (DWP) ระบุว่า อัตราเฉลี่ยขณะนี้ มีคนหนุ่มสาวมากกว่า 3,400 คนเริ่มงานในโครงการ Kickstart ในแต่ละสัปดาห์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ขณะที่บรรดาเอกชนที่เข้าร่วมก็มีบริษัทชั้นนำอย่าง Yorkshire Water, Pinewood Studios, JD Sports, English Football League Trust และ SeaGrown ฟาร์มสาหร่ายนอกชายฝั่งแห่งแรกของสหราชอาณาจักร</p>



<p>&#8220;ความสำเร็จในอนาคตของเราขึ้นอยู่กับคนหนุ่มสาวของเรา นั่นคือเหตุผลที่เราแนะนำโครงการ Kickstart เพื่อให้พวกเขามีทักษะ ประสบการณ์ และโอกาสที่จำเป็นในการบรรลุศักยภาพสูงสุด และผมได้เห็นโดยตรงว่าโครงการได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนอย่างไร ผมจึงภูมิใจที่คนหนุ่มสาวกว่า 100,000 คนสามารถเริ่มงานผ่านโครงการ Kickstart ซึ่งผมตั้งเป้าว่าจะดำเนินการโครงการดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือคนหนุ่มสาวในปีหน้าในขณะที่กำลังประประคองให้รอดพ้นจากวิกฤตระบาด&#8221; สุนาค รัฐมนตรีคลังอังกฤษ ระบุ</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.bbc.com/news/business-59292194" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.bbc.com/news/business-59292194">Kickstart youth jobless plan helps 100,000</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-kickstart-youth-jobless-plan-helps-100000/">อังกฤษเผยผลสำเร็จโครงการ Kickstart แก้ปัญหาหนุ่มสาวตกงานได้มากกว่า 1 แสนคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
