<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อพม. SMART | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%A1-smart/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Dec 2024 12:57:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อพม. SMART | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-2452/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 Sep 2023 03:14:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศุภสิทธิ์ พรรณารุโนทัย]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71834</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ขาดโอก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2452/">เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ขาดโอกาสทางการศึกษา โดยเฉพาะเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาสที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาไป ด้วยสาเหตุและปัจจัยต่างๆ เด็กและเยาวชนเหล่านี้ไม่เพียงเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย</p>



<p>ความเหลื่อมล้ำทางสังคมนำมาสู่ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้น โจทย์สำคัญที่จะต้องแก้ให้ได้คือการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพื่อทำให้คนด้อยโอกาส สามารถเข้าถึงสิทธิต่างๆ ที่พวกเขาพึงได้รับมากขึ้น</p>



<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> และ <strong>มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ</strong> จึงร่วมกันดำเนินโครงการ ‘การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์’ หรือ ‘พม. Smart’ เพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส</p>



<p>ที่ผ่านมา มีการทดลองใช้ พม. Smart ใน 2 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลกและสุโขทัย และเป้าหมายต่อไปคือการขยายผลไปใช้ในจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ</p>



<p>สนทนากับ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. ถึงแนวคิดเบื้องหลังของการพัฒนาแอปพลิเคชัน พม. Smart เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม และพูดคุยถึงปัญหาที่เด็กเยาวชนด้อยโอกาสต้องเผชิญ ตลอดจนมองเส้นทางข้างหน้าของแอปพลิเคชันตัวนี้ว่า จะพัฒนาไปในทิศทางใดเพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสได้มากขึ้น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นของ พม. Smart</strong></h2>



<p>ความตั้งใจแรกของการพัฒนาแอปพลิเคชันตัวนี้ เริ่มจากการที่ กสศ. อยากจะทำการวิจัยเรื่องของสิทธิประโยชน์ของเด็กและเยาวชนในประเทศไทย คำถามตั้งต้นคือ เยาวชนในไทยควรจะมีสิทธิประโยชน์ในด้านใดบ้าง แล้วตอนนี้พวกเขามีสิทธิประโยชน์อะไรอยู่บ้าง และสำรวจต่อไปว่า สิทธิประโยชน์ของเยาวชนในต่างประเทศมีลักษณะอย่างไร เพื่อตอบสิ่งที่เราสงสัยคือ ตั้งแต่เกิดจนโต เด็กหนึ่งคนต้องการสิทธิประโยชน์อะไรบ้างเพื่อให้เขาสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ&nbsp;</p>



<p>โครงการดังกล่าวเริ่มทำระยะแรกในช่วงปี 2562 โดยความร่วมมือกับ <strong>ศาสตราจารย์ นายแพทย์ศุภสิทธิ์ พรรณารุโนทัย </strong>เพื่อหาคำตอบว่า ชุดสวัสดิการของเด็กและเยาวชนไทยควรมีอะไรบ้าง ก็ได้ข้อมูลมาพอสมควร เป็นลักษณะของการทบทวนวรรณกรรม เพื่อสำรวจว่าที่ผ่านมาเราทำอะไรไปแล้วบ้าง และมีข้อมูลตรงไหนที่เป็นประโยชน์ กระบวนการนี้กินเวลาประมาณ 1 ปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b284ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ต่อมาในระยะที่ 2 ช่วงปี 2563 เมื่อเราเริ่มก่อตั้งศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในภาวะวิกฤตทางการศึกษาขึ้น ก็ทำให้เราพบว่า เวลาที่เด็กคนหนึ่งมีปัญหาหรือประสบภาวะด้อยโอกาส เขาไม่ได้เจอเพียงปัญหาใดปัญหาหนึ่ง แต่ต้องเผชิญปัญหาหลายๆ อย่างพร้อมกัน เช่น ความยากจน ความพิการ การถูกรังแก เร่ร่อน จนเป็นโจทย์ให้เราขบคิดว่า หากสถานการณ์เป็นแบบนี้ เราจะแก้ปัญหาที่จุดใดก่อน และถ้าแก้จุดไหนเรียบร้อยแล้ว ควรทำอะไรต่อไป เราสังเคราะห์ออกมาเป็นชุดความรู้ที่จะนำไปจัดการกับการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งมีปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>แต่พอระยะที่ 2 จบลง ปัญหาที่ตามมาคือ แม้จะมีชุดความรู้ที่ใช้ในการจัดการกับปัญหาดังกล่าวแล้ว แต่กลับไม่มีใครเข้ามาสนับสนุนตัวระบบ ทำให้ปัญหาต่างๆ ไม่ถูกแก้ไขตามระบบที่วางแผนไว้ เพราะสวัสดิการจะต้องไปควบคู่กับระบบงบประมาณ แต่หลายครั้งงบประมาณในแต่ละพื้นที่ก็มีจำกัด และอาจไปไม่ถึงผู้ที่เดือดร้อนและด้อยโอกาส&nbsp;</p>



<p>จึงนำมาสู่การทำงานในระยะที่ 3 ซึ่งก็คือการพัฒนาระบบ พม. Smart ที่ในระยะแรกยังไม่ได้เป็นแอปพลิเคชันแต่อย่างใด โจทย์ในครั้งนี้คือ เมื่อนำงานวิจัยที่เราทำมาทั้งหมดไปใช้จริงในพื้นที่ มันได้ผลไหม แล้วต้องใช้ในลักษณะไหนจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด แต่ทางโครงการ พม. Smart ที่จะทำในจุดนี้ ก็มีข้อจำกัดว่า ต้องการให้นำระบบไปทดลองใช้ในพื้นที่ที่มีฐานงานของ กสศ. อยู่บ้างแล้ว เพราะการเข้าถึงหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบมันง่ายกว่า เมื่อเทียบกับการให้ทีมงานลงพื้นที่เข้าไปแนะนำตัวในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับ กสศ. หรือโครงการในลักษณะดังกล่าวเลย </p>



<p>เราทดลองใช้ใน 4-5 จังหวัด แต่ระบบดังกล่าวไปจุดติดในจังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (สนง.พมจ.) ที่พิษณุโลกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก ประกอบกับทีมวิจัยที่ลงพื้นที่ได้นำวิธีวิจัยแบบการประเมินเชิงพัฒนา (developmental evaluation) หรือ DE เข้ามาใช้ ทำให้เราสามารถเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งว่าในพื้นที่ต้องการอะไร&nbsp;</p>



<p>ปัญหาที่ทีมพบจากการลงพื้นที่และใช้วิธีแบบ DE คือ หนึ่ง เอกสารเยอะ เอกสารประมาณ 10 หน้าต่อเด็กหนึ่งคน เมื่อต้องส่งต่อเคส ก็ต้องเอาเอกสารทั้งหมดส่งไปให้หน่วยงานอื่น ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็มีรูปแบบในการบันทึกเอกสารที่แตกต่างกันอีก และหากกระบวนการทำงานมีหลายทอด มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ ก็จะเสียเวลารอให้หน่วยงานต่างๆ กรอกเอกสารใหม่ เพื่อปรับให้เข้ากับรูปแบบที่หน่วยงานของตนกำหนดไว้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กินเวลามาก และทำให้กระบวนการให้ความช่วยเหลือล่าช้า</p>



<p>ทาง กสศ. และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จึงพัฒนาระบบ พม. Smart ขึ้นเพื่อลดปัญหาความล่าช้าและยุ่งยากจากขั้นตอนการส่งเอกสารดังกล่าว และเพื่อทำให้การให้ความช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสมีความรวดเร็วมากขึ้น </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบ พม. Smart เข้ามาช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสอย่างไร</strong></h2>



<p>ประการแรกคือโอกาส เพราะเมื่อประสบปัญหา เด็กคนนั้นจะถูกแยกตัวออกมา และพาไปอยู่ที่บ้านพักเด็ก เขาต้องกรอกแบบฟอร์มกว่า 20 หน้า หลังจากนั้นหากเป็นกรณีที่เด็กถูกละเมิดสิทธิ เด็กก็จะถูกส่งให้ทางตำรวจ ซึ่งแบบฟอร์ม 20 หน้าที่กรอกไป ก็ต้องกรอกกันใหม่เพื่อให้เข้ากับสำนวนของตำรวจอีก พอตำรวจสืบเสร็จสิ้น แล้วจะส่งตัวเด็กกลับไปให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เขาก็ต้องมาทำเอกสารให้เหมาะสมกับหน่วยงานนั้นอีก มันจึงเกิดความล่าช้า แต่พอใช้ระบบ พม. Smart มันก็ลดขั้นตอนลงไปเยอะ และดำเนินการผ่านระบบได้เลย </p>



<p>ในช่วงแรก ระบบ พม. Smart ดำเนินการผ่าน LINE เป็นหลัก แต่เพื่อความสะดวกมากขึ้น เพื่อรองรับระบบที่ขยายใหญ่ขึ้น และเพื่อให้รองรับและใช้ระบบดังกล่าวได้ทั่วประเทศ จึงมีการพัฒนาแอปพลิเคชัน พม. Smart ขึ้นมาในภายหลัง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบที่ดำเนินการบนแอปพลิเคชัน พม. Smart มีความแตกต่างจากตอนที่ระบบดำเนินการบน LINE อย่างไร</strong></h2>



<p>โจทย์คือระบบต้องเหมาะกับคนทำงานในระดับพื้นที่ ซึ่งก็คือ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เพราะงั้นเราต้องทำให้ระบบมันสะดวกที่สุด ลดขั้นตอนลงให้มากที่สุด เพื่อให้พวกเขาสามารถทำงานได้ง่าย ซึ่งแอปพลิเคชันก็ตอบโจทย์ในจุดนี้</p>



<p>เมื่อพัฒนาเป็นแอปพลิเคชัน จุดยืนของ พม. Smart ก็ชัดเจนขึ้น ว่าเป็นระบบให้ความช่วยเหลือ โดยเริ่มใช้ที่จังหวัดสุโขทัย ขณะเดียวกันระบบแจ้งเหตุและการรับมือเหตุด่วนเหตุร้าย เช่น เด็กถูกทำร้าย จะถูกพัฒนาเป็นแอปพลิเคชันอีกตัวคือ ‘พิษณุโลกพร้อมช่วย’ ซึ่งใช้งานครั้งแรกที่จังหวัดพิษณุโลก และในเวลาต่อมาก็จะถูกพัฒนาต่อเป็น ‘ESS Thailand’ </p>



<p>การแตกออกมาเป็นแอปพลิเคชัน 2 ตัว คือ พม. Smart และ ESS Thailand ก็ทำให้การแบ่งประเภทของการให้ความช่วยเหลือชัดเจนยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-226d39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/Smart01.jpeg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การเก็บข้อมูลเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสของ พม. Smart มีลักษณะอย่างไร และช่วยทำให้พวกเขาเข้าถึงสิทธิได้อย่างไร</strong></h2>



<p>เดิมทีแต่ละกรมก็มีการเก็บข้อมูลเป็นส่วนๆ เช่น เด็กและเยาวชนก้อนหนึ่ง ผู้พิการก็อีกก้อนหนึ่ง ในแต่ละก้อนก็จะแยกย่อยลงไปอีก แต่ละกรมก็มีฐานข้อมูลของตัวเอง แต่เมื่อดูในระดับพื้นที่ เด็กแต่ละคนไม่ได้เผชิญแค่ปัญหาเดียว ดังนั้น ถ้าเราเป็น อพม. เราไม่สามารถเปิดแอปพลิเคชัน 4-5 แอป เพื่อที่จะเข้าถึงข้อมูลในแต่ละส่วนได้</p>



<p>ดังนั้น พม. Smart จึงนำข้อมูลในแต่ละส่วนมาบูรณาการ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวก และลดความทับซ้อนในการทำงานลง ในอนาคตเมื่อเด็กและเยาวชนเข้าถึงระบบนี้ เขาก็จะสามารถกรอกข้อมูลทีเดียวทุกด้าน และจะลดปัญหาการไม่เข้าถึงสิทธิด้านต่างๆ ของตัวเด็กด้วย</p>



<p>ยกตัวอย่างเช่นกรณีผู้พิการ เขาไม่สามารถไปที่ พม. และให้ พม. ดำเนินการออกบัตรคนพิการได้ด้วยตัวเอง แต่จะต้องได้รับการรับรองจากแพทย์ ดังนั้น ขั้นตอนก็คือผู้พิการจะต้องไปพบแพทย์ เพื่อขอใบรับรองว่ามีความพิการจริง จากนั้นจึงค่อยมายื่นเรื่องเพื่อขอรับบัตรคนพิการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิได้ แต่ปัญหาคือหากผู้พิการคนนั้นอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การจะไปพบแพทย์ก็ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจมีค่าใช้จ่ายสูงในการเข้าถึงสิทธิ เช่น ต้องขายวัวสักตัวเพื่อให้ได้เงินค่าเดินทางไปพบแพทย์ให้ออกใบรับรอง&nbsp;</p>



<p>ในอนาคต เราจึงมีความตั้งใจว่า จะพัฒนาระบบให้สะดวกเพื่อช่วยให้คนเข้าถึงสิทธิมากยิ่งขึ้น เช่น หากไปพบแพทย์แล้ว แพทย์รับรองว่าพิการจริง แพทย์คนนั้นก็จะสามารถกดยืนยันในระบบผ่านแอปพลิเคชันได้เลยว่าบุคคลผู้นี้มีความพิการ และจะต้องได้รับสิทธิประโยช์ที่ควรจะได้รับ ไม่ต้องเอาบัตรรับรองจากแพทย์ ไปขอรับบัตรคนพิการให้ยุ่งยาก</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อนำแอปพลิเคชันมาใช้ อพม. ที่ทำงานในพื้นที่มีปัญหาในการใช้แอปพลิเคชันดังกล่าวหรือเปล่า</strong></h2>



<p>ไม่มีปัญหา ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า เราก็มีการจัดอบรมเรื่องการใช้งานแอปพลิเคชัน พม. Smart ให้แก่ อพม. อยู่เสมอ ที่ผ่านมา เมื่อมีการอบรมที่กรุงเทพฯ เราก็พา อพม. ในแต่ละจังหวัดมาร่วมอบรม และหลังจากอบรมเสร็จสิ้น พอพวกเขากลับไป ด้วยความที่ อพม. ในพื้นที่แม้จะไม่ใช่วัยรุ่นหนุ่มสาว แต่ก็มีความรู้เรื่องเทคโนโลยี ทำให้การจัดการอบรมในรอบต่อๆ ไปสามารถทำผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย </p>



<p>ขณะเดียวกันในการออกแบบแอปพลิเคชัน พม. Smart ทีมวิจัยและพัฒนาก็ต้องลงพื้นที่เพื่อทำความเข้าใจคนทำงานอย่าง อพม. ให้มากที่สุด เพราะหมุดหมายปลายทางคือเมื่อแอปพลิเคชันออกมาแล้ว พวกเขาต้องนำไปใช้งานได้จริง เพราะฉะนั้นแอปพลิเคชันจึงต้องถูกออกแบบบนพื้นฐานของความเข้าใจ อพม. และมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้พอสมควร </p>



<p>ดังนั้น หลังนำแอปพลิเคชันมาใช้งาน เราจึงไม่พบปัญหาเรื่องการขาดความรู้ความเข้าใจทางเทคโนโลยีแต่อย่างใด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พม. Smart มีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้อย่างไร</strong></h2>



<p>พม. Smart ไม่ได้ช่วยลดเพียงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย เพราะช่วยให้เด็กเยาวชนกลุ่มที่ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิได้ พอเขาพึงพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ก็จะถูกส่งเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานแบบที่เด็กเยาวชนทุกคนพึงได้รับ</p>



<p>เพราะงั้นการจะลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงต้องลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วย ซึ่งตัวระบบ พม. Smart ก็แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าว บนพื้นฐานของการทำให้เด็กเยาวชนด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงสิทธิของตนเองได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d424cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน การเดินทางของ พม. Smart เป็นอย่างไร</strong></h2>



<p>มันโตเร็วมาก ตอนแรกสุดเรากะว่า เราจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ตั้งใจจะขยายพื้นที่ไปมากขนาดนี้ เราหวังแค่ให้เกิดการทำงานในระดับพื้นที่ โดยใช้องค์ความรู้ของเรามาช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส และครอบครัวที่มีความเปราะบาง พม. Smart เป็นเพียงเครื่องมือ แต่กลายเป็นว่าเครื่องมือตัวนี้มันก็ประสบความสำเร็จมาก ไปไกลกว่าตัวองค์ความรู้ด้วยซ้ำ</p>



<p>แม้จะโตไวแบบนี้ เป้าหมายของเราก็ยังเหมือนเดิม เพียงแต่เราอาจต้องแบ่งกำลังคนเพื่อมาช่วยทำให้ระบบ พม. Smart ดำเนินต่อไปได้อย่างเข้มแข็งและมีเสถียรภาพ ส่วนในด้านการพัฒนาองค์ความรู้ เราก็ต้องทำต่อไปเหมือนเดิม ไม่งั้นสุดท้ายแอปพลิเคชันตัวนี้ก็จะเป็นแอปพลิเคชันที่ตาย มันจะต้องมีองค์ความรู้ควบคู่กันไป ไม่ใช่เป็นแค่แอปพลิเคชันเปล่าๆ</p>



<p>จุดต่อไปคือต้องแก้โจทย์เรื่องความทับซ้อนของสิทธิ ไม่ให้ระบบการจ่ายเงินจากสิทธิต่างๆ มันทับซ้อนกัน ซึ่งการจะพัฒนาตรงนี้ได้ เราจะต้องพัฒนาองค์ความรู้ต่อไป&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>อนาคตของ พม. Smart จะเดินไปในทิศทางไหน</strong></h2>



<p>อยากให้พัฒนาไปถึงจุดที่สามารถเชื่อมโยงระบบช่วยเหลือเด็กเข้าด้วยกันได้อย่างแท้จริง เพราะว่าตอนนี้มีหลายโครงการที่เราทำอยู่ แต่ยังไม่ได้เชื่อมถึงกัน ปัญหาบางอย่างของเด็กและเยาวชนอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่าหนึ่งหน่วยงาน แต่ถ้าในอนาคตเราทำให้ระบบต่างๆ สามารถเชื่อมกันได้ ก็จะทำให้ปัญหาด้านสิทธิหลายอย่างของเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้รับการแก้ไขมากขึ้น</p>



<p>และจากข้อมูลที่เรารวบรวมไว้มาหลายปี เราคิดว่าหากสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประมวลผลและแปรข้อมูลให้ออกมาในรูปแบบของชุดสถิติด้านต่างๆ ก็จะทำให้หน่วยงานอื่นๆ สามารถนำข้อมูลสถิติตรงนี้ไปใช้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องสิทธิของเด็กเยาวชนได้อีกทางหนึ่ง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-2452/">เจาะลึก พม. Smart แอปพลิเคชันแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม เพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ของตนเอง นำไปสู่ ESS Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Mar 2023 09:27:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[จุติ ไกรฤกษ์]]></category>
		<category><![CDATA[พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=65359</guid>

					<description><![CDATA[<p>14 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/">กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>14 มีนาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาระบบให้ความช่วยเหลือเด็กเยาวชนและผู้ประสบปัญหาทางสังคม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ <strong>อพม. Smart</strong> และบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแจ้งเหตุ ช่วยเหลือ และส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม หรือ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน Emergency Social Services: <strong>ESS Thailand</strong> โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e78b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ </strong>กล่าวว่า การดำเนินโครงการดังกล่าวทั้งระบบ อพม. Smart และ ระบบ ESS Thailand ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สามารถช่วยเหลือประชาชนได้นับแสนคน และต้องขอขอบคุณ กสศ. และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ตลอดจนความร่วมมือเป็นอย่างดีของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ได้พัฒนาและขยายผลระบบการช่วยเหลือดังกล่าวขึ้น เพื่อช่วยเหลือและส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาสเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคมให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม เป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบางให้สามารถเข้าถึงสิทธิและบริการ โดยมีอาสาสมัครจากส่วนต่าง ๆ เป็นผู้เฝ้าระวังเหตุและรับแจ้งเหตุทั่วประเทศ</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาระบบการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาส เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม (การขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ : อพม. Smart) เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวง พม. และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อนำระบบการส่งต่อให้การดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนและครอบครัวด้อยโอกาสที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางการศึกษาและสังคม ผ่าน application อพม.Smart บนโทรศัพท์มือถือด้วยบริการทางสังคมเชิงรุกในการดูแลช่วยเหลือในระดับพื้นที่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3da301"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ อพม. สามารถแจ้งเหตุส่งข้อมูลขอรับความช่วยเหลือ ผ่าน  Web Application ระบบจะประมวลผลและติดตามข้อมูลได้แบบ Real Time  ระบบดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอน ภาระทางเอกสาร ระยะเวลา และกระบวนการทำงานระหว่าง อพม. และเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บในระบบจะนำมาประมวลผลเพื่อสนับสนุนการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างความเสมอภาคให้กับเด็กเยาวชนและครอบครัวที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาและสังคมต่อไป ซึ่ง กสศ. พม. และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ จะร่วมกันพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายผลระบบการช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวผ่านระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส </strong>กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาระบบการแจ้งเหตุ ช่วยเหลือ และส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาสและครอบครัว เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและสังคม หรือ ระบบ Emergency Social Services: ESS Thailand  กสศ. ร่วมกับกระทรวง พม. สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พัฒนาระบบและกลไกในการสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กเยาวชน กลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และครอบครัว เข้าถึงการคุ้มครองทางสังคม สิทธิ สวัสดิการ และชุดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม  และสนับสนุนให้เกิดการบูรณาการเชื่อมโยงและส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อประโยชน์ในการดูแล ช่วยเหลือเด็กเยาวชน กลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส และครอบครัวอย่างเหมาสมและทันท่วงที   </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e8f1e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“บทบาทของ กสศ. คือ การสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา และบูรณาการฐานข้อมูลรายบุคคลระหว่างภาคี สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบางด้อยโอกาส และครอบครัว เพื่อบรรเทาอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาหรือการพัฒนาตามศักยภาพ สนับสนุนการพัฒนางานวิจัย องค์ความรู้ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้กลุ่มเด็กเยาวชนยากจนด้อยโอกาส รวมถึงสมาชิกในครอบครัว ได้รับบริการ การคุ้มครอง  และเข้าถึงชุดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เหมาะสม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เกิดขึ้นจากความไม่พร้อมทางสังคมได้ ตลอดจนเหนี่ยวนำความร่วมมือจากภาคีทุกภาคส่วน อาทิ เครือข่ายภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลและช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างเหมาะสม ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรมที่ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่และประเทศไทย ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับสิทธิประโยชน์สวัสดิการตามช่วงวัยและตามกรณีได้อย่างเหมาะสม รวมถึงร่วมติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน ให้เกิดผลที่เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิผล” <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าว</p>



<p>สำหรับการทำงานของระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม (Emergency Social Services: ESS) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา ได้ร่วมกันดำเนินการเพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคมทั่วประเทศ จะให้บริการเฉพาะปัญหาที่มีความเร่งด่วน ผ่านระบบ Line OA สามารถค้นหาด้วยคําว่า @ESS Help Me ในระบบ Line และดำเนินการเพิ่มเพื่อน จากนั้นผู้ประสบปัญหาหรือผู้พบเห็นเหตุการณ์ จะสามารถแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่ประสบได้ โดยเลือกระบุปัญหาเป็น 5 กลุ่ม 1) ข่มขู่ว่าจะทำร้ายหรือทำร้าย  2) กักขังหน่วงเหนี่ยว  3) เสี่ยงถูกล่วงละเมิดทางเพศ 4) ผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และ 5) มั่วสุมจนก่อให้เกิดเหตุร้าย เพียงเท่านี้ข้อมูลจะส่งเข้าไปยังกลุ่มไลน์ที่มีทีมสหวิชาชีพในพื้นที่นั้น ๆ เป็นแอดมินร่วมกันอยู่ อาทิ ตำรวจ พมจ.  หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด อัยการจังหวัด หรือเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งหลังได้รับการแจ้งเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะเข้าไปดำเนินการระงับเหตุหรือบรรเทาเหตุที่เกิดขึ้นได้ในทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85082b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/03/05-กสศ.-MOU-ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ระบบ ESS เป็นบริการแจ้งเหตุอิเล็กทรอนิกส์ที่สะดวก รวดเร็ว ผู้ใช้งานสามารถแชร์พิกัดจุดเกิดเหตุได้แม่นยำ ช่วยลดความเสี่ยงหรือความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุความรุนแรง ช่วยให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ด้วยการรวบรวมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาไว้ในที่เดียวกัน จึงสามารถดูแลและส่งต่อผู้ประสบเหตุถึงมือทีมสหวิชาชีพได้ตรงกับสถานการณ์ปัญหา รวมถึงมีแนวทางในการดูแลความสูญเสียและความปลอดภัยของผู้ประสบเหตุต่อเนื่องในระยะยาว จนกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง โดย พม. และกสศ.จะเริ่มเปิดใช้ระบบแจ้งเหตุ ESS ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 เป็นต้นไป และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 เมษายน 2566 ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B) ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ภายในงานวันผู้สูงอายุแห่งชาติ และวันแห่งครอบครัว ประจำปี 2566</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-mou-smart-ess-thailand-140323/">กสศ. MOU ภาคีเครือข่ายพัฒนาระบบ ‘อพม. Smart’ และ ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ‘ESS Thailand’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว &#8216;อพม. SMART&#8217; ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Nov 2022 06:40:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์]]></category>
		<category><![CDATA[อพม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61537</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061122/">พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว ‘อพม. SMART’ ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ร่วมกันดำเนินโครงการ “การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “อพม. Smart” เพื่อพัฒนาระบบช่วยเหลือเด็กเยาวชนผู้ด้อยโอกาส โดยได้นำต้นแบบความสำเร็จใน 2 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ พิษณุโลกและสุโขทัย มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และจัดอบรมการใช้ระบบแก่เจ้าหน้าที่ หวังขยายผลทั่วประเทศ</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-040bc1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/จุติ-ไกรฤกษ์-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ<br>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</strong> กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญในการดำเนินงานของ พม. คือ การมุ่งสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียมกัน มีความมั่นคงในชีวิตและมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานบนสิทธิพลเมืองและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ พม. จึงตระหนักและให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของคน และการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยเสริมพลังและให้ความสำคัญกับสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การยกระดับหรือขยายหลักประกันด้านการคุ้มครองทางสังคมขั้นพื้นฐานให้ครอบคลุมและเพียงพอที่จะสามารถให้ทุกคนดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b0a57a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Smart01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยคณะผู้วิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดสุโขทัยร่วมกันจัดทำโครงการ การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม รวมถึงกลุ่มเปราะบาง ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ และสะดวกรวดเร็วต่อประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และยังได้ขยายผลเพิ่ม 4 จังหวัด ได้แก่ อุตรดิตถ์ ชัยนาท เพชรบูรณ์ และพิจิตร ซึ่งทีมวิจัย ฯ สามารถขยายผลได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยใช้งบประมาณของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และวันนี้ระบบ อพม. Smart สามารถใช้งานได้จริงใน 6 จังหวัด นำร่องแล้วได้รับเสียงตอบรับที่ดีจาก อพม. ในฐานะผู้ใช้งาน</p>



<p>“กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเปราะบาง ขอขอบคุณหน่วยงานทั้งสองเป็นอย่างมากที่ได้มอบสิ่งดี ๆ นี้ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และขอขอบคุณ อพม. ที่เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบ อพม. Smart ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ceba5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/ศุภสิทธิ์-พรรณารุโณทัย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศาสตราจารย์ นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย<br>ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ นพ.ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย ประธานมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ </strong>กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญในการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ สำหรับเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางและผู้ด้อยโอกาส คือ กลุ่มเป้าหมายเหล่านี้มักประสบปัญหาที่มีลักษณะซ้ำซ้อน และบ่อยครั้งที่ปัญหานั้นมีความรุนแรงต้องได้รับการดูแลเป็นกรณีพิเศษ จำเป็นต้องมีการประสานงาน ส่งต่อ และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งการแก้ไขปัญหาเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้รับโอกาสที่เหมาะสมและเพียงพอ พร้อมทั้งปิดช่องว่างของปัญหาได้อย่างครอบคลุมควรมีการวางแผนการช่วยเหลือสนับสนุนได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และต้องมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อการจัดการข้อมูลให้เหมาะสม</p>



<p>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือเด็กและเยาวชนด้อยโอกาส โดยใช้กรอบแนวคิดของการวิจัยเชิงประจักษ์ในการดำเนินการ ร่วมกับแนวทางการประเมินผลผ่านการพัฒนา เพื่อให้สามารถเข้าใจผู้ใช้งานอย่างแท้จริง และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงประเด็น ซึ่งผลจากการวิจัยระดับพื้นที่ส่งผลให้เกิดเป็นระบบ “พม. พิษณุโลกพร้อมช่วย” และ “อพม. Smart” ที่ใช้งานได้จริง จนปัจจุบันได้ขยายพื้นที่การใช้งานออกไปอีกถึง 4 จังหวัด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fcb3d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/Smart02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยกระทรวง พม. ยังได้มีนโยบายที่จะขยายพื้นที่การใช้งานระบบ “อพม. Smart” ให้ครอบคลุมทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร จึงได้กำหนดจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การพัฒนาระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือระบบ อพม. Smart” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลการใช้งานระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart และเพื่อพัฒนาระบบการส่งต่อข้อมูลข้ามหน่วยงาน เพื่อเป็นการการลดภาระทางด้านเอกสาร เพิ่มความรวดเร็วในการเข้าถึงและส่งต่อรายกรณี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด นักสังคมสงเคราะห์ และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0148fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/11/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>เปิดเผยว่า ระบบการขอรับการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อพม. Smart กำลังจะก้าวไปอีกขั้น ด้วยความสนับสนุนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและมั่นคงของมนุษย์ ที่กำหนดให้มีการขยายการใช้งานออกไปสู่ทั่วประเทศ และด้วยพลังของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดและอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุกท่านในวันนี้ ย่อมส่งผลให้ในที่สุดกลุ่มเป้าหมายคือ เด็กเยาวชนและกลุ่มเปราะบาง ได้รับการดูแลช่วยเหลืออย่างทันท่วงที</p>



<p>“ในนามของ กสศ. และ ภาคีวิชาการ มูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ ยังคงมุ่งมั่นและจะร่วมทำงานกับ พม. อย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาแนวทาง กระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และไม่เพิ่มภาระให้กับผู้ปฏิบัติงาน สนับสนุนการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ&nbsp; มาช่วยให้เราสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ทำงานที่ชัดเจน และการบูรณาการการทำงานทั้งในเชิงของงานข้อมูล งานวิชาการ และงานกลไกในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด เพื่อให้ท้ายที่สุดแล้วการทำงานในทุกระดับจะต้องสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ การป้องกันและช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหรือประสบปัญหา”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061122/">พม. ร่วมมือ กสศ. เปิดตัว ‘อพม. SMART’ ระบบนำร่องช่วยเหลือเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
