<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อบต. | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Nov 2019 23:00:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อบต. | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ส่องแนวทางเจียระไน&#8221;ครูรัก(ษ์)ถิ่น&#8221; จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/76722-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 21 Nov 2019 23:00:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล]]></category>
		<category><![CDATA[ครูดอย]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4]]></category>
		<category><![CDATA[ศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนตำบล]]></category>
		<category><![CDATA[ชานน โชติคัดนานต์]]></category>
		<category><![CDATA[ช้างเผือก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9472</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-9477" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125237217-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. ไม่ได้ผลิตครูให้กลับมาเป็นครูในโรงเรียนอย่างเดียว</strong> <strong>แต่ต้องการให้กลับมาเป็นครูของชุมชน ดังนั้นการมีส่วนร่วมของชุมชนจึงมีความสำคัญ</strong> <strong>เพราะหากชุมชนอยากปั้นเด็กให้เป็นอย่างไร ชุมชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วม</strong> <strong>ผ่านการทำงานกับสถาบันผลิตและพัฒนาครูได้ทุกขั้นตอน นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาครูรุ่นใหม่”</strong> ผศ.ดร.พิศมัย รัตนโรจน์สกุล ผู้จัดการโครงการฯ<br />
กล่าวถึงเป้าหมายการผลิตครูที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น</p></blockquote>
<p>พื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นทุรกันดารมีปัญหาขาดแคลนครูที่มีหัวใจรักบ้านเกิด ครูที่เป็นคนต่างถิ่น เมื่อเข้ามาบรรจุโรงเรียนในพื้นที่ ก็จะโยกย้ายอยู่เป็นประจำ เพราะเป็นพื้นที่ชายแดน การเดินทางยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นหุบเขาสูง ห่างไกลความเจริญ จึงทำให้ไม่มีครูคนใดอยากมาเป็น <strong>“ครูดอย”</strong> เพราะครูไม่ใช่คนในท้องถิ่น จึงไม่มีใจรักและผูกพันกับเด็กในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กชนเผ่า <strong>“ม้ง”</strong> มีฐานะยากจน และ ขาดโอกาสทางการศึกษา</p>
<p>โรงเรียนและชุมชน จึงต้องการครูที่เป็นคนในพื้นที่จริงๆ เพราะ <strong>“ครูรุ่นใหม่”</strong> ไม่ใช่แค่เป็นครูสอนหนังสือเด็กแค่ในชั้นเรียน แต่ครูที่ต้องเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียน พัฒนาชุมชน และเข้าใจวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชนเผ่าม้ง เพื่อมาร่วมแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กที่ยากไร้</p>
<p>ความร่วมมือระหว่าง <strong>มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร</strong> กับ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<strong>ภายใต้โครงการสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน หรือ โครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น”</strong> ได้ลงทำงานร่วมกันในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก โดย<strong>โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4</strong> เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าไป <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> นักเรียนที่กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจน แต่ต้องการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และมีจิตใจต้องการเป็นครูในชุมชนของตนเอง</p>
<p>สำหรับกระบวนการ <strong>“ค้นหา คัดกรอง คัดเลือก”</strong> เด็กที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขที่จะได้รับทุนจาก กสศ. นั้น จะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง <strong>“มหาวิทยาลัย” “โรงเรียน”</strong> และ <strong>“ผู้นำชุมชน”</strong> เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม ในการผลิตครูตั้งแต่ต้นทาง นั่นคือโรงเรียนที่เด็กจะกลับมาบรรจุ และชุมชนที่เป็นถิ่นฐานบ้านเกิดของเด็ก และมหาวิทยาลัยซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บ่มเพาะความเป็นครูให้กับเด็ก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9478" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125208769-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ส่วนเด็กนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือก จะได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน เพื่อให้เด็กสามารถกลับสู่ชุมชนและกลับมาทำงานร่วมกับโรงเรียนและชุมชนได้ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่ อีกทั้งมหาวิทยาลัยยังสามารถติดตามดูแลเด็ก และทำงานร่วมกับทั้งโรงเรียนและชุมชนไปพร้อมๆ กันได้ด้วย เมื่อเด็กเรียนจบแล้ว จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูเพื่อกลับมาเป็นครูนักพัฒนาท้องถิ่นในชุมชนของตนเอง <strong>ถือเป็นมิติใหม่ในการให้ทุนการศึกษาและผลิตครูรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา</strong><br />
<strong>และการโยกย้ายของครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล</strong></p>
<p>ในการคัดเลือกหาเด็กยากจนขาดแคลนทุนทรัพย์ และ เป็นเด็กที่มีจิตใจรักวิชาชีพครู และรักบ้านเกิด นั้นนับเป็นภารกิจสำคัญของโรงเรียในชุมชน <strong>นายศักดิ์ดนัย พฤกษ์เจริญ</strong> ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ในฐานะโรงเรียนในอนาคตที่เด็กจะมาบรรจุเป็นครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงต้องพิถีพิถันในการค้นหา <strong>“ช้างเผือก” </strong>เชือกงามทั้งกายและใจมาเป็นครู</p>
<p>ผอ.ศักดิ์ดนัย ได้เล่าให้ฟังว่า โรงเรียนเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เด็กๆ ในพื้นที่มาโดยตลอด เพราะเป็นโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนห่างไกล เด็กส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าม้ง และมีฐานะยากจน ซึ่งตั้งแต่ร่วมโครงการกับ กสศ. ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน และประสานงานโดยมอบหมาย “ครูแนะแนว” ของโรงเรียนไปให้ความรู้แก่เด็กในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีฐานะยากจนและมีใจอยากเป็นครูให้มาสมัครกันเยอะๆ เพราะนี่คือโอกาสที่ดีทางการศึกษาสำหรับเด็กชายขอบ</p>
<p>ในการคัดเลือกเด็ก ผอ.ศักดิ์ดนัย กล่าวอย่างมั่นใจว่า ทางโรงเรียนมีข้อมูลเบื้องต้นที่จะทราบว่าเด็กคนใด จน หรือ ไม่จนจริง เพราะทุกปีทางครูประจำชั้นจะลงพื้นที่ไปเยี่ยมบ้านเด็กอยู่บ่อยครั้ง จึงทราบว่าครอบครัวใดมีฐานะยากจนและขาดโอกาสทางการศึกษาจริงๆ ขณะเดียวกันโรงเรียนเปิดโอกาสให้เด็กได้จัด “กิจกรรมเพื่อสังคม” เช่น <strong>โครงการ “พี่ให้น้อง”</strong> เป็นกิจกรรมที่เด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รวมตัวกันเองทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เช่น รับบริจาคเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ขนม และอาหาร ไปแจกเด็กๆ ในชุมชนที่มีฐานะยากจน หรือ โครงการ “ค่ายสานฝันพี่สู่น้อง” เป็นโครงการที่ศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เรียนจบออกไปแล้ว ได้ดิบได้ดีแล้วกลับมาจัดกิจกรรมจิตอาสาร่วมกับรุ่นน้องที่ยังเรียนอยู่ในโรงเรียน</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9479" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125183756-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>ดังนั้น ในกลุ่มเด็กที่เข้ามาสมัครโครงการครูรัก(ษ์) ถิ่น ครูจึงทราบว่าเด็กคนใดมาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และมีจิตใจชอบช่วยเหลือเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในโรงเรียนบ้าง</p>
<blockquote><p>“<strong>สิ่งที่ทางโรงเรียนคาดหวัง คือ อยากเห็นเด็กที่เข้าร่วมโครงการ</strong> <strong>เรียนจบออกมาแล้วกลับมาเป็นครูที่ดีของโรงเรียน และกลับมาพัฒนาชุมชนของตัวเอง</strong> <strong>ในนขณะที่เด็กอยู่ที่มหาวิทยาลัย ก็อยากให้จัดกิจกรรมดีๆ</strong> <strong>ที่ปลุกจิตสำนึกสาธารณะแก่เด็กระหว่างอยู่ในมหาวิทยาลัย สำหรับ กสศ. ก็อยากให้มีโครงการดีๆ</strong> <strong>แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะยังมีเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ชายขอบแบบนี้อีกมาก</strong>” นายศักดิ์ดนัย กล่าว</p></blockquote>
<p>ปัจจุบันมี “เด็กกลุ่มเป้าหมาย” จำนวนหนึ่งที่ยื่นใบสมัครขอรับทุน มาทางมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ทีมอาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร จึงได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจฐานะและสภาพความเป็นอยู่จริงของเด็กนักเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการ พร้อมกับสัมภาษณ์พ่อแม่หรือผู้ปกครองของนักเรียน เพื่อให้ทราบข้อมูลเชิงลึกในพื้นที่ ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ รวมถึงสัมภาษณ์เด็กนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อให้รับทราบถึงความคิดและทัศนคติ ว่าหากได้รับคัดเลือกแล้ว จะกลับมาพัฒนาโรงเรียน ชุมชน และสืบสานวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชนเผ่า “ม้ง” ให้ดำรงอยู่สืบไปได้อย่างไร</p>
<p>หลังจากได้ “ช้างเผือก” เชือกงามตามที่ กสศ. โรงเรียน และ มหาวิทยาลัยราภัฎกำแพงเพชร ต้องการ มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชรจะพาเด็กเข้าสู่กระบวนการปฐมนิเทศและเตรียมความพร้อมในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย</p>
<p><strong>ผศ.ดร.ศิริโสภา แสนบุญเวช</strong> หัวหน้าทีม ค้นหา คัดกรอง ที่โรงเรียนป่าไม้อุทิศ 4 ได้ให้ข้อมูลว่า เด็กที่ได้รับทุนในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น นี้ ต้องผ่านกระบวนการบ่มเพาะวิชาชีพ และอุดมการณ์ความเป็นครูนักพัฒนา รวมถึงเสริมวิชาพื้นฐานทั่วไปโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ และ เทคโนโลยี เพราะด้วยฐานะยากจนเข้าไม่ถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จึงขาดทักษะดิจิทัลและภาษาอังกฤษ และในระหว่างเรียน ทางมหาวิทยาลัยจะเสริมกิจกรรมทางสังคมผ่าน <strong>“ชมรมชนเผ่า”</strong> ที่จะรวมความหลากหลายของชนเผ่าในพื้นที่มารวมกัน เช่น ปกาเกอะญอ มูเซอ กระเหรี่ยง และ ม้ง เพื่อเป็นเวทีให้เด็กเหล่านี้ได้แสดงอัตลักษณ์และไม่หลงลืมรากเหง้าของชนเผ่าตัวเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9480" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125160953-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<blockquote><p>“<strong>เมื่อเด็กห่างไกลบ้านเข้ามาอยู่ในสถานที่ใหม่อาจจถูกวัฒนธรรมใหม่กลืน</strong> <strong>จนลืมวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเอง พอเรียนจบออกมาอาจจะไม่กลับไปเป็นครูในชุมชนตัวเองก็เป็นได้</strong> <strong>ดังนั้นการปลูกจิตสำนึกด้านวัฒนธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญ</strong>” ผศ.ดร.ศิริโสภา กล่าว</p></blockquote>
<p>นับว่ากิจกรรม “ชมรมชนเผ่า” ของมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร ตรงกับความต้องการของชุมชน <strong>ชานน โชติคัดนานต์</strong> นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คีรีราษฎร์ ในฐานะเป็นผู้นำที่มีสายเลือดความเป็น “ชนเผ่าม้ง” ที่เข้มข้น เห็นด้วยกับแนวทางการบ่มเพาะของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ของกสศ. เพราะทางชุมชนต้องการครูนักพัฒนาที่มีใจรักและห่วงแหนวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยเฉพาะภาษา การแต่งกาย หรือประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมต้องสืบสานให้คงอยู่ไม่ถูกกลืนหายไป</p>
<p>“ชุมชนอยากให้มหาวิทยาลัยและ กสศ. ช่วยปลูกฝังจิตสำนึกความภาคภูมิใจในตัวตน เพราะเดี๋ยวนี้เด็กๆ พอไปเรียนหรืออยู่ที่อื่นไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองเป็นม้ง เพราะอายที่พูดไทยไม่ชัดซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่จะเป็นสิ่งน่าอายหากเราลืมรากเหง้าตัวเองว่าเรา คือใครต่างหาก” นายกฯอบต. กล่าวด้วยความคาดหวัง</p>
<p>ทั้งหมดคือแนวทางในการเจียระไน “เด็กยากไร้” ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้กลับมาเป็นครูนักพัฒนาบ้านเกิด ไม่ละทิ้งถิ่นฐานไปเป็นแรงงานรับจ้างต่างถิ่น สุดท้ายถูกความเจริญจอมปลอมกลืนกินทั้งร่างกาย และจิตวิญญาณ โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จึงเป็นอีกแรงขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่สั่งสมมายาวนานในสังคมไทยให้เบาบางลง และยังเป็นมิติใหม่ทางการศึกษาในการผลิตครูรุ่นใหม่ เพื่อตอบโจทย์ชุมชน สังคม และ ประเทศชาติอย่างแท้จริง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9482" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1574125202263-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/76722-2/">ส่องแนวทางเจียระไน”ครูรัก(ษ์)ถิ่น” จาก‘เด็กม้งยากไร้’ สู่ ‘ครูดอยหัวใจนักพัฒนา’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ทะลุเป้า !!! สุโขทัยสำรวจช่วยเด็กนอกระบบ ผนึกกำลังท้องถิ่นดึงเยาวชนเข้าระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 Aug 2019 06:55:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โอกาสเปลี่ยนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[ชรบ.]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[อพม.]]></category>
		<category><![CDATA[อสม.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กปฐมวัย]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[สุโขทัย]]></category>
		<category><![CDATA[สุทธิศักดิ์ เพ็ชรผึ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน]]></category>
		<category><![CDATA[อปพร.]]></category>
		<category><![CDATA[อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7207</guid>

					<description><![CDATA[<p>นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่เกินกว่าที่ตั้งเป้าสำหรั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ทะลุเป้า !!! สุโขทัยสำรวจช่วยเด็กนอกระบบ ผนึกกำลังท้องถิ่นดึงเยาวชนเข้าระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7210" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/70105109_2778191062214885_185298783368642560_n.jpg" alt="" width="445" height="330" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/70105109_2778191062214885_185298783368642560_n.jpg 445w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/70105109_2778191062214885_185298783368642560_n-300x222.jpg 300w" sizes="(max-width: 445px) 100vw, 445px" /></p>
<p>นับเป็นอีกตัวอย่างความสำเร็จที่เกินกว่าที่ตั้งเป้าสำหรับโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) หลังจากจังหวัดสุโขทัยเริ่มต้นดำเนินการสำรวจติดตามเด็กนอกระบบการศึกษาเพื่อให้ความช่วยเหลือตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา จนปัจจุบันสำรวจค้นหาไปแล้ว 3,602 ราย จากทั้งหมด 7,349 ราย โดยในจำนวนนี้ต้องการให้ช่วยเหลือ 1,381 ราย เกินเป้าที่ตั้งไว้เริ่มต้น 500 ราย</p>
<p>นายสุทธิศักดิ์ เพ็ชรผึ้ง ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า เริ่มต้นการสำรวจในพื้นที่เป้าหมาย 5 อำเภอ ทั้ง เด็กปฐมวัยและนอกระบบการศึกษา ผ่านกลไกระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เมื่อหารือมีฉันทามติก็จะออกเป็นหนังสือสั่งการไปถึงอำเภอที่เป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการ</p>
<p>กลไกหลักก็จะเป็น กศน. และมีกลไกเสริมเป็นเครือข่ายในพื้นที่ทั้ง อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครป้องกันภัยพลเรือน (อปพร.) ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ซึ่งแต่ละหน่วยก็จะหนุนเสริมการทำงานของฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. เทศบาลที่ร่วมกันทำงานเป็นแกนหนุน</p>
<p>“เราวางโครงสร้างหน้าที่เป็นเน็ตเวิร์ค ในสามมิติคือ อำนาจรัฐ ความเคลื่อนไหวทางสังคม และ การจัดการเรียนรู้ ซี่งตอนนี้ผ่านขั้นตอนอำนาจรัฐที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดประชุมสั่งการเรียบร้อย กำลังอยู่ในขั้นตอนเคลื่อนไหวทางสังคม ที่ส่งผ่านจากผู้ว่าฯ มาถึงอำเภอ โดยใช้การประชาสัมพันธ์ทางแฟนเพจ และสื่อวิทยุของ อสมท. มีทั้งไลฟ์สด ไปจนถึงเสียงตามสายหมู่บ้าน ที่ให้ข้อมูลว่าหากพบเด็กด้อยโอกาสให้แจ้งกับ กศน.อำเภอ กศน.ตำบล ได้ทุกแห่ง” ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาการศึกษาฯ กล่าว</p>
<p>นายสุทธิศักดิ์ กล่าวว่า ในเรื่องข้อมูลเชิงพื้นที่ทาง กศน.เก็บข้อมูลอยู่แล้ว ซึ่งจะนำข้อมูลที่มีให้อาสาสมัครไปลงพื้นที่สำรวจเพื่อคอนเฟิร์ม ถ่ายรูปบ้านเด็ก กลไกสำคัญคือ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่จะประกาศเสียงตามสายไปยังลูกบ้าน ดังนั้นการมีประชุมจัดคิ๊กออฟก็จะให้ความสำคัญเชิญกำนันผู้ใหญ่บ้านมาร่วมประชุมเพื่อเสริมแรงกันทำงานร่วมกัน</p>
<p>“โดยเป้าหมายที่เห็นตรงกันคือต้องการการช่วยเหลือเด็ก ซึ่งเราจะชี้ให้แต่ละฝ่ายเห็นว่าหากเด็กในพื้นที่ได้รับโอกาส กลับเข้ามาสู่ระบบการศึกษาก็จะเป็นรากฐานที่ดีต่อไป เพราะเรื่องของเด็กก็จะเป็นเรื่องการพัฒนาให้พ้นจากความยากจน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในระยะยาว” นายสุทธิศักดิ์กล่าว</p>
<p>อีกประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่เมื่อสำรวจพบตัวเด็กแล้วพบว่า หนึ่งเด็กเบื่อหน่ายระบบการศึกษา และสองเด็กไม่รู้จะเรียนไปทำไมเพราะออกมาทำงานได้เงินแล้ว การพูดคุยกับเด็กจึงต้องเป็นการเน้นให้พูดคุยให้แรงบันดาลใจ แรงจูงใจซึ่งจะต้องมีนักจิตวิทยาเข้ามาร่วมด้วย ทั้งการอธิบายมุมมองระบบการศึกษาที่ไม่ได้มีแค่การศึกษาภายในระบบแต่ยังรวมไปถึงการศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีเด็กส่วนหนึ่งที่ไม่เอาอะไรเลยจะไม่เรียนหนังสืออย่างเดียว ซึ่งเราก็ต้องชี้ให้เห็นว่าการเรียนไม่จำเป็นต้องแต่งชุดนักเรียนไปเรียนเท่านั้น ไม่ต้องไปโดนทำโทษหน้าเสาธง ไม่ต้องโดน “บูลลี่” แต่ยังสามารถไปเรียนด้านอาชีพ หรือเรียน กศน. มสธ. มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่จบออกไปก็จะมีอาชีพ มีรายได้ ที่ชัดเจน ซี่งเหล่านี้เป็นทางเลือกที่ต้องอธิบายให้เด็กได้รับรู้</p>
<p>ผอ.กลุ่มพัฒนาการศึกษา กล่าวว่า ในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้จะเข้าสู่กระบวนการประชุมสหวิชาชีพ เพื่อวิเคราะห์เคสที่สำรวจมาร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ กศน. กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมการจัดหางาน ผู้ประกอบการ ซึ่งจะต้องมีความชัดเจนว่าหากฝึกอาชีพแล้วจะไปทำงานที่ไหนอย่างไร ได้รับการช่วยเหลืออะไรบ้าง เพื่อให้การเรียนของเด็กเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุด</p>
<p>“ถามว่าตอนนี้ถือว่าประสบความสำเร็จไหม เราก็โอเคแต่เราคาดหวังความต่อเนื่องให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ต้องขอบคุณทาง กสศ. และในฐานะคนทำงานก็ภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือเด็ก สามารถนำเงินภาษีประชาชนมาช่วยเด็กให้มีโอกาสได้เรียนต่อ เป็นส่วนหนึ่งที่ผมภูมิใจ เพราะเรามีนโยบายสร้างคนมาตั้งแต่แผนนโยบาย 8 ถึงแผนที่เน้นเรื่องการพัฒนาคน แต่เรากลับไปเน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบันเรามีคนตกงาน 106,000 คน มีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาร้อยละ 20 เรามีคนติดคุกเป็นอันดับ 6 ของโลก สิ่งที่ทำอยู่ตรงนี้จึงเป็นรากฐานพัฒนาประเทศต่อไปร่วมกับทาง กสศ.” นายสุทธิศักดิ์กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2/">ทะลุเป้า !!! สุโขทัยสำรวจช่วยเด็กนอกระบบ ผนึกกำลังท้องถิ่นดึงเยาวชนเข้าระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>อบจ.ยะลา โมเดลช่วย ‘เด็กนอกระบบ’ ลุยเสาะหาทุกพื้นที่ พาเข้าสู่ระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Aug 2019 06:11:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[อบต.]]></category>
		<category><![CDATA[จิตอาสา]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมงานสหวิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7056</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระบวนการติดตามเด็กนอกระบบกำลังขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/">อบจ.ยะลา โมเดลช่วย ‘เด็กนอกระบบ’ ลุยเสาะหาทุกพื้นที่ พาเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7060" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69648294_2766367603397231_7451297624633638912_n.jpg" alt="" width="900" height="900" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69648294_2766367603397231_7451297624633638912_n.jpg 900w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69648294_2766367603397231_7451297624633638912_n-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69648294_2766367603397231_7451297624633638912_n-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69648294_2766367603397231_7451297624633638912_n-768x768.jpg 768w" sizes="(max-width: 900px) 100vw, 900px" /></p>
<p>กระบวนการติดตามเด็กนอกระบบกำลังขับเคลื่อนอย่างเข้มข้นในพื้นที่นำร่อง 20 จังหวัดของประเทศไทย ในโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อค้นหาช่วยเหลือสนับสนุนในด้านต่างๆ และเด็กกลุ่มนี้กลับเข้าสู่ห้องเรียนตามช่วงวัยที่เหมาะสม นั่นจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็กได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพของประเทศต่อไป</p>
<p>ต้องยอมรับว่าในทางปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่ายกับการควานหาเด็กแต่ละคน อีกทั้งยังต้องลงไปพูดคุยถึงปัญหารายบุคคลที่มีรายละเอียดปลีกย่อย รวมทั้งต้องประสานงานด้านความช่วยเหลือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น ท้องถิ่น อบต. อบจ. จังหวัด มูลินิธิต่างๆ ภาคประชาสังคม อาสาสมัคร ฯลฯ ในพื้นที่ในการทำภารกิจครั้งนี้จึงถือเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้ปฏิบัติการครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี</p>
<p>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ระบุว่า กระบวนการทำงานยากตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ทั้งกระบวนการพูดคุยให้คนที่ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงเข้ามาเป็นจิตอาสาติดตามเสาะหาเด็ก ต้องอาศัยคนที่มีใจทำงานเพราะแต่ละพื้นที่มีเด็กจำนวนมากที่หลุดออกจากระบบการศึกษา และหลายคนก็อาจคิดว่าต่อให้เข้ามาในระบบการศึกษาแล้วต่อไปก็คงหลุดออกไปจากระบบอีกอยู่ดี</p>
<blockquote><p>“มันจึงยากที่ต้องบิ้วท์อารมณ์คนทำให้เขาเห็นควาสำคัญของตรงนี้ก่อน เขาถึงจะคล้อยตามว่าสิ่งที่กำลังทำกับเยาวชนให้เขาสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษา ตรงนี้มีความสำคัญ ยิ่งถ้าเขาได้ลงพื้นที่ได้เห็นเด็กก็จะสงสาร ถ้าช่วยได้แค่คนสองคนให้เขาได้โอกาสจากสังคมให้กลับมาในสังคม ต่อไปเขาก็จะเป็นกลายเป็นคนที่ช่วยเหลือสังคม” รุ่งกานต์กล่าว</p></blockquote>
<p>ตัวอย่างเบื้องต้นในพื้นที่ จังหวัดยะลา ติดตามเด็กมาได้เบื้องต้นแล้ว 6 คน พบว่าใน 5 คนอยากกลับไปเรียนหนังสือต่อ แต่ติดปัญหาเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองจะต้องแบกรับ ซึ่งเราก็จะต้องไปหาทางช่วยเหลือให้ได้เรียน มีเด็กคนหนึ่ง อายุ 15 ปี ไม่เคยเรียนหนังสือ อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่สนใจอยากเรียน อีกคนหนึ่งไม่อยากเรียนต่อเพราะอยากทำงานตรงนี้ก็จะต้องไปช่วยจัดอบรมวิชาชีพตามที่เขาต้องการ</p>
<p>รองปลัด อบจ.ยะลา กล่าวอีกว่า สิ่งที่ยากคือบริบทที่อยู่รอบตัวเด็ก เริ่มต้นเราจะต้องไปบิ้วท์ให้พ่อแม่เด็กเห็นความสำคัญของการศึกษาก่อน อย่างการเสาะหาเด็กบางคนมีชื่อในทะเบียนบ้านแต่ตัวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ เราก็ต้องไปสอบถามพ่อแม่ว่าเด็กไปอยู่ที่ไหน บางคนตัวไปอยู่นครศรีธรรมราช เขาก็โทรไปหาเมื่อเด็กบอกว่าอยากเรียนเราก็ต้องไปดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง<br />
<img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7061" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o.jpg" alt="" width="1566" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o.jpg 1566w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68776431_2766367646730560_1369554754459402240_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1566px) 100vw, 1566px" /><br />
อย่างไรก็ตาม ด้วยระบบราชการค่าใช้จ่ายบางอย่างไม่สามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้ อย่างค่าครองชีพ เงินที่จะใช้ระหว่างการเรียน ค่าอาหารเช้า อาหารเย็น บางคนประสบปัญหาพ่อแม่ ป่วย ยากจน เด็กบางคนจิตใจดีไม่อยากสร้างภาระให้พ่อแม่ บางครอบครัวมีพี่น้อง 6 คน พี่คนโตอยากเรียน ถึงจะได้ทุนแต่ก็ต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานเพราะไม่งั้นน้องก็ไม่มีอะไรกิน เราก็ต้องทำให้เขาเห็นความสำคัญของการเรียนและดึงเด็กกลับมาให้ได้</p>
<p>รุ่งกานต์ กล่าวว่า ช่วงวันที่ 21-22 ส.ค. มีการประชุมทีมงานสหวิชาชีพในพื้นที่เพื่อจะสร้างองค์ความรู้นำกระบวนการไปช่วยการคัดกรองเด็กว่าจะต้องมีความรู้เรื่องอะไรบ้าง มีหมอเข้ามาร่วมด้วยในการสัมภาษณ์ติดตามเด็ก เพราะเจ้าหน้าที่บางคนเป็นครู ราชการ เอ็นจีโอ ท้องถิ่น ในพื้นที่ไม่ได้เรียนหมอ หรือจิตวิทยามาก็จะต้องมีการสอนการกลั่นกรอง การวิเคราะห์</p>
<p>สำหรับกระบวนการหลังจากค้นพบเด็กก็จะเป็นการนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ และนำไปสู่การแก้ไขช่วยเหลือ เช่น หากเด็กมีปัญหาสุขภาพก็จะมีหน่วยงานมาช่วยดูแล การศึกษาในพื้นที่ก็จะมีฝ่ายสนับสนุน หรือคนที่อยากฝึกอาชีพก็จะหาสถานที่จัดฝึกให้ ทั้งหมดเราจะต้องเจอตัวเด็กก่อน ไปดูสภาพบ้าน พูดคุยกับครอบครัวว่ายากจนเข้าเกณฑ์ที่กำหนดอย่างไร</p>
<p>รองปลัด อบจ.ยะลา ย้ำขั้นตอนทำงานว่า กระบวนการข้างต้นนี้จะใช้เวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ งานตรงนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องละเอียดอ่อนต้องใช้เวลา อย่างวันแรกที่เจอเด็กเขาก็ยังดูแข็งๆ มีการต่อต้าน แต่พอเจอครั้งที่สองเริ่มได้ชวนคุย ก็ดูสนิทกันมากขึ้น ทั้งหมดต้องใช้ระยะเวลา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7074" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/outofschoolcreateO-1_wl-01-1.jpg" alt="" width="3508" height="4961" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/outofschoolcreateO-1_wl-01-1.jpg 3508w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/outofschoolcreateO-1_wl-01-1-212x300.jpg 212w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/outofschoolcreateO-1_wl-01-1-768x1086.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/outofschoolcreateO-1_wl-01-1-724x1024.jpg 724w" sizes="(max-width: 3508px) 100vw, 3508px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%a2%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2/">อบจ.ยะลา โมเดลช่วย ‘เด็กนอกระบบ’ ลุยเสาะหาทุกพื้นที่ พาเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
