<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>อนรรฆ พิทักษ์ธานิน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%86-%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 01 Feb 2022 12:25:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>อนรรฆ พิทักษ์ธานิน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 05 Jan 2022 04:04:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบช่วยเหลือดูแลเด็กหลุดจากระบบการศึกษาช่วงโควิด-19]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กอยากเรียนต่อต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พาน้องกลับโรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[เนตรดาว ยั่งยุบล]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=50194</guid>

					<description><![CDATA[<p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>“งานของ กสศ.คือการแสวงหาความร่วมมือเพื่อช่วยให้เด็กๆ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา เป็นความพยายามที่อยากให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าไปสนับสนุนในส่วนใดก็ได้ เพราะเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ซึ่งทั้งภาคธุรกิจ ภาครัฐ ประชาชน ผู้นำทางความคิด จะมาร่วมเป็นเครือข่ายทางสังคมที่แน่นแฟ้น เอาชนะอุปสรรคไปด้วยกัน โดยทาง กสศ.จะพยายามทำทุกทางเพื่อนำข้อมูลที่มีมาใช้ประสานให้เกิดเป็นเครือข่าย สร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้นในการทำงานทุกระดับ&#8221; &#8211; <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong></p></blockquote>



<p>4.3 หมื่นคน คือตัวเลขที่ กสศ.และ สพฐ.สำรวจพบเด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงเทอม 1 ปีการศึกษา 2564 ตามแนวทางการสร้าง ‘ระบบป้องกันและช่วยเหลือเด็กหลุดออกนอกระบบ’ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กเยาวชนที่หายไปจากระบบในช่วงรอยต่อช่วงชั้น</p>



<p>ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้จำนวนเด็กเยาวชนกลุ่มนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กสศ.ได้ร่วมกับเครือข่ายคณะทำงานทุกระดับ มุ่งค้นหาและวางแนวทางช่วยเหลือผลักดันให้น้องๆ กลุ่มนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb3235"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ระดมสมองหยุดปัญหา-Drop-out-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม การค้นพบและนำพาเด็กเยาวชนคนหนึ่งที่หลุดไปจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน หรือกระบวนการพัฒนาทักษะ ยังไม่ใช่ปลายทางสุดท้ายของการทำงานที่แท้จริง</p>



<p>ชวนฟังนานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า มาร่วมแง้ม ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่างๆ ที่เป็นสาเหตุให้น้องๆ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาได้ไม่สุดทาง&nbsp;&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">กำแพงกฎระเบียบ/หลักสูตรไม่ตอบโจทย์</h2>



<p>“ประการแรกสุด ทุกฝ่ายต้องมีเป้าหมายร่วมกันก่อนว่า ถ้าเจอตัวเด็กแล้วเขามีความพร้อม เราต้องช่วยพากลับโรงเรียนได้ทันที ดังนั้นทุกโรงเรียนต้องรับรู้ร่วมกันว่า <strong>ปราการที่แข็งแรงของกฎระเบียบ เช่น การไม่สามารถรับเด็กเข้ากลางเทอมได้ คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้เด็กหลุดมือเราไป เพราะแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่สัปดาห์หรือไม่กี่เดือนของการรอรอบปฏิทินการศึกษา แต่สำหรับน้องๆ ที่พ้นจากรั้วโรงเรียนไปแล้ว วิถีชีวิตทุกวันที่ผ่านไปของเขาจะยิ่งเบนออกไปจากการศึกษา ทำให้รู้สึกหมดไฟกับการเรียนลงทุกที</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1955b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นอกจากนี้ การพาเด็กกลับสู่ระบบการศึกษาต้องมีมาตรการรองรับในทุกด้าน ไม่ใช่แค่เรานำเด็กมาเชื่อมเข้ากับโรงเรียนแล้วถือเป็นอันสิ้นสุด แต่สิ่งที่จะช่วยให้เขารักษาเป้าหมายและคงความพยายามไว้ได้ต่อไป คือระบบรองรับที่ช่วยดูแลรอบด้าน ทั้งการเรียน สังคม อารมณ์ จิตใจ สำคัญคือต้องมีหลักสูตรการเรียนที่ตอบโจทย์กับความสนใจและความจำเป็นในชีวิตของเขา เพราะท้ายสุดถ้าการศึกษาไม่ช่วยให้เขาพัฒนาชีวิตได้จริงๆ วันหนึ่งเขาจะหมดความสนใจแล้วหลุดออกไปอีก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4a683"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/รุ่งกานต์-สิริรัตน์เรืองสุข.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา<br>โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จ.ยะลา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดโรงเรียนที่พอเพียง/คุณภาพครูที่เพียงพอ</h2>



<p>“ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล ปัญหาการคมนาคมคืออุปสรรคที่ไม่ได้เพียงลดทอนกำลังใจของเด็กเท่านั้น แต่ในเชิงรูปธรรมแล้ว มันได้ตัดขาดเด็กๆ ออกจากโรงเรียนในหลายช่วงเวลาของปี เนื่องจากบนดอยสูง ในป่าเขา หรือเกาะห่างไกล พวกเขาต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกล ต่อสู้กับภัยธรรมชาติทั้งน้ำหลาก ดินถล่ม นานามรสุม หรือกระทั่งความเสี่ยงจากสัตว์ร้าย การขาดแคลนโรงเรียนคุณภาพที่กระจายอยู่ไม่พอเพียงในหลายพื้นที่ จึงเป็นปัจจัยต้นๆ ที่ทำให้เด็กหลายคนหลุดออกไป หรือส่วนหนึ่งที่ฝ่าฟันจนจบ ป.6 หรือ ม.3 ได้ ก็หมดหนทางไปต่อในช่วงชั้นที่สูงขึ้น เพราะไม่มีโรงเรียนใกล้บ้านรองรับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-67d9c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/02-กสศ-ธนาคารโลก-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา นอกจากจะหมายถึงความทั่วถึงของโรงเรียนแล้ว เรื่องของคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการศึกษาก็ยังมีช่องว่างขนาดใหญ่อยู่มาก แล้วในอนาคตก็จะยิ่งถ่างกว้างออกไปอีก ด้วยวงรอบของครูคนหนึ่ง ที่เขาบรรจุครั้งแรกในถิ่นทุรกันดาร พอพัฒนาความสามารถถึงระดับหนึ่ง ก็ไม่ลังเลที่จะย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ผลคือ ครูเก่งๆ ก็ไปกระจุกกันไม่กี่ที่ ซึ่งตรงนี้เราต้องไม่ลืมว่านั่นคือสิทธิ์ของเขาที่จะทำได้ ในการพาตัวเองไปหาความก้าวหน้าในชีวิต แต่ผลที่ตามมาคือ <strong>โรงเรียนเล็กๆ ต้องเจอกับปัญหาการขาดแคลนครูที่มีคุณภาพ เวียนวนกับการขาดช่วงการทำงาน และที่สำคัญคือ โรงเรียนไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครองได้ว่า สุดท้ายแล้วเมื่อเขาส่งลูกหลานมาเรียนแล้วจะช่วยพัฒนาความสามารถหรือยกระดับชีวิตได้ เขาก็ดึงเด็กออกจากการศึกษาไปเพราะมองว่าไม่จำเป็น”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-270323"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/ผอ-ปกรณ์-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า จังหวัดน่าน<br>ประธานชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ขาดที่ปรึกษาช่วยชี้ทาง/ผลลัพธ์ทางการศึกษาไม่สร้างแรงจูงใจ</h2>



<p>“แม้ว่าภูมิหลังของเด็กที่ออกนอกระบบส่วนใหญ่จะมาจากความยากจน แต่<strong>หากเราส่องลึกลงไปภายในแก่นแกนของปัญหา จะเห็นว่าความเปราะบางในใจเด็ก ถือว่ามีส่วนอย่างมากที่จะช่วยรั้งเขาไว้ในระบบหรือผลักให้หลุดออกไป การรับเด็กเข้ามาสู่ระบบการศึกษา&nbsp; ไม่ว่าในหรือนอกโรงเรียน จึงต้องมี Case Manager ที่ดูแลเด็กได้เป็นรายคน และเป็นที่พึ่งให้กับครอบครัวของเขาได้ด้วย</strong> การมีที่ปรึกษาใกล้ชิด จะทำให้เด็กอุ่นใจ เชื่อมั่นว่ามีคนที่เข้าใจและให้คำแนะนำได้กับการตัดสินใจในทุกทางแยกสุ่มเสี่ยงของชีวิต โดยการทำงานกับเด็กบางกลุ่ม ที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีความสามารถด้านภาษาถิ่น เข้าใจบริบทวัฒนธรรมความเชื่อต่าง ๆ เพื่อการทำงานที่ลงลึกในเชิงคุณภาพ พร้อมเข้าไปประคองเด็กได้ในทุกช่วงเวลาเพื่อไม่ให้เขาหลุดออกไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9deef8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกประการหนึ่งคือการสร้างแรงจูงใจในการศึกษา เด็กบางคนแม้โอกาสผ่านมาถึงแต่เขาเลือกปฏิเสธ เพราะมองไม่เห็นว่าการเรียนจะพาเขาไปไหนได้ บ้างมองว่าแม้จบ ป.ตรี ก็มีรายได้ไม่มากไปกว่างานที่มีอยู่รอบตัว มันคือเรื่องของแนวคิดและมุมมองต่อโลกการศึกษาที่เด็กเขายังเห็นไม่กว้าง จึงต้องมีการถ่ายทอดทัศนคติ แรงจูงใจ และผลักดันให้เขาได้ค้นพบ-มีประสบการณ์ในงานที่สนใจหรือถนัด จนเขารู้ว่าปลายทางของการศึกษาพัฒนาตนเองจะช่วยเปิดโอกาสในชีวิตได้มากแค่ไหน แล้วความสำเร็จที่เริ่มจากจุดเล็ก ๆ นั้นเองที่จะปลุกพลังในตัวให้เขามีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38e70c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ศิริพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการ ‘คลองเตยดีจัง’</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">‘One Size Fit All’ &#8230;เสื้อตัวเดียวไม่ได้ใส่ได้กับทุกคน</h2>



<p>“การศึกษาที่จัดการเชิงเดี่ยวแบบครอบทั้งหมดรวมศูนย์ หรือตัดเสื้อตัวเดียวสำหรับสวมใส่ทุกพื้นที่ คือการจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เสมอภาคที่ทำให้เด็กหลุดไปจากระบบ หรือแม้ว่าเรานำเขากลับเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าเด็กจะอยู่กับระบบการศึกษาไปได้จนถึงปลายทาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0fc8b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ประเทศเรามีความแตกต่างของภูมิภาคทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ มีบริบทพื้นที่ชายแดน มีโรงเรียนหลายรูปแบบที่นโยบายเดียวไม่อาจจัดการได้ทั้งหมด ถ้ากล่าวถึงเฉพาะเด็กหลุดจากระบบ เรามีอย่างน้อย 15 ประเด็นปัญหาที่ซับซ้อนและเปราะบาง โดยเฉพาะต้องไม่ลืมว่าเรามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ มีเด็กพื้นที่ห่างไกลที่ขาดพื้นฐานด้านการใช้ภาษาและวัฒนธรรมจากส่วนกลาง เด็กบางคนอยู่ในสภาพแวดล้อมป่าเขา หรือยังมีเด็กที่ก้าวพลาดต้องเข้าไปอยู่ในสถานพินิจฯ</p>



<p>“จากประเด็นที่แตกต่าง แม้เราจะมีการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังไม่สอดคล้องกับการเรียนรู้และสภาวการณ์ที่เด็กเผชิญจริงๆ เช่น เด็กในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเขากลับออกมาก็ไม่มีกระบวนการรองรับทั้งในการเรียนและการพัฒนาทักษะวิชาชีพ หรือในการเรียน กศน. เองก็ยังไม่ได้มีการยอมรับให้เข้าเรียนต่อระดับชั้นสูงขึ้นได้ในทุกโรงเรียน กลายเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบตรงช่วงรอยต่อ และท้ายที่สุดเขาก็กลับเข้าไปสู่วงจรเดิมอีกครั้ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cf3f65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/พี่นก-เนตรดาว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานงานเครือข่าย<br>การทำงานเด็กนอกระบบการศึกษา 41 เครือข่าย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<h2 class="wp-block-heading">ตะเข็บรอยต่อโรงเรียนต่างพื้นที่/ขาดความพร้อมในการเรียนช่วงโรงเรียนปิดเพราะสถานการณ์โรคระบาด</h2>



<p>“ผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้มีครอบครัวที่สูญเสียงาน ต้องอพยพย้ายถิ่นไปทำงานในพื้นที่อื่น หรือตัดสินใจกลับภูมิลำเนา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญว่า เมื่อเด็กและเยาวชนต้องย้ายถิ่นตามผู้ปกครองไป เด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เขาจะเข้าศึกษาต่อได้อย่างไร เพราะบางคนอาจต้องย้ายไปช่วงกลางปีการศึกษา หรือจบ ป.6 หรือ ม.3 แล้วขาดความพร้อมในการเรียนต่อ ตรงนี้จำเป็นต้องมีระบบช่วยเหลือและประชาสัมพันธ์ข้อมูลให้ไปถึงผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เด็กต้องหลุดไปเพราะเข้าไม่ถึงความรู้ในขั้นตอนการพาลูกหลานเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนปลายทางไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-71e046"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/01/อุปสรรคการศึกษา-หลากเหตุผล-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อีกปัญหาหนึ่งคือขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์ ไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์ พื้นที่ และผู้อำนวยความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เด็กมีโอกาสหลุดจากการศึกษาเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่คนที่ตามกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้แล้วก็ยังเสี่ยงที่จะหลุดไปอีก ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้หน่วยงานใดหนึ่งได้ แต่ต้องเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือตัวเลขต่างๆ คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ ดังนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลเพื่อออกแบบการทำงานตามความถนัดของแต่ละหน่วยได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด แล้วถ้ามีเด็กออกจากโรงเรียนกลางคันที่ กทม. เมื่อเขาไปอยู่ที่อื่นก็จะยังเข้าเรียนต่อได้โดยไม่ต้องหลุดจากการศึกษาไปเงียบๆ”&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3bc5f7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา<br>สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-obstacles-factors-that-cause-children-to-fall-out-of-the-education-system-050122/">นานาทรรศนะจากคนทำงานด่านหน้า ‘อุปสรรค-ปัจจัย’ ต่าง ๆ ที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Dec 2021 07:43:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[นราธิวาส]]></category>
		<category><![CDATA[ปิติ ยางกลาง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนไทรน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[วิทิต เติมผลบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[​รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข]]></category>
		<category><![CDATA[นนทบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านค่าย]]></category>
		<category><![CDATA[รังษินี นุ้ยพริ้ม]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49498</guid>

					<description><![CDATA[<p>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เครือข่ายการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำรวจสถานการณ์ปัญหาเด็กเสี่ยงหลุดนอกระบบในพื้นที่ พบยากจนฉับพลัน – ย้ายถิ่นจากการตกงาน &#8211; เรียนออนไลน์ไม่มีประสิทธิผล&nbsp; ต้นเหตุเด็กไทยเสี่ยงหลุดระบบการศึกษาในช่วงโควิด-19 ศ. ดร.สมพงษ์ห่วง 3 เดือนอันตรายเด็กหลุดนอกระบบ อาจเข้าสู่วงจรสีเทา ชี้ต้องเร่งหยุดวิกฤตด้วยมาตรการเร่งด่วน&nbsp; เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน” Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น จับมือหลายหน่วยงานทดลองทั้งระดับจังหวัด ท้องถิ่น และโรงเรียน</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับเครือข่ายการศึกษา <strong>จัดเสวนา “หยุดวงจรเด็กหลุดออกนอกระบบจากวิกฤตโควิด-19 เจาะลึกกระบวนการช่วยเหลือฟื้นฟูจากพื้นที่ต้นแบบ” </strong>เพื่อสำรวจสถานการณ์เด็กจากผลกระทบโควิด-19 และระดมสมองจากพื้นที่และองค์กรต้นแบบ ที่สามารถแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบในระยะเร่งด่วน เพื่อเร่งหาแนวทางการรับมือป้องกันและแก้ปัญหาเด็กกลุ่มเปราะบางในระยะฟื้นฟูหลังการระบาดของโควิด-19<strong>&nbsp;</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-958a5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ​กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีเด็กเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากผลกระทบของโควิด-19 ช่วงสองปีเศษ ทำให้ครอบครัวคนไทยที่มีรายได้เป็นเงินเดือน ลูกจ้างรายวันทั้งหลาย เกิดสภาพ ‘ตายดิบ’ หรือ ‘ตายครึ่งตัว’ มีนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นสูงเป็นสถิติใหม่ถึง 1,244,591 คน หรือคิดเป็น 19.98% ของนักเรียนทั้งหมด สร้างสถิติสูงสุดจากที่ผ่านมา เปรียบเทียบจากเทอม 1/2563 ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษจำนวน 994,428 คน หรือเพิ่มขึ้นจำนวน 250,163 คน&nbsp;</p>



<p>กสศ.และเครือข่ายภาคีในพื้นที่ ได้รวบรวมสาเหตุการหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามาจาก 2 ประเด็นหลักคือ&nbsp;</p>



<ol><li><strong>&nbsp;หลุดจากความยากจนฉับพลัน </strong>จากสึนามิไวรัสโควิด-19 สองปีสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำกลับมาหนักขึ้น ทั้งคนตกงาน ต้องย้ายถิ่นฐาน ไม่มีรายได้&nbsp;</li><li><strong>หลุดจากเรียนออนไลน์ ออนแฮนด์ </strong>ทำให้เกิดความถดถอยทางการศึกษาไปถึง 50% เด็ก ป.1-ป.3 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ คิดเลขไม่ได้ การเรียนรู้จากระบบออนไลน์มีประสิทธิภาพแค่ 50% มีความเหลื่อมล้ำในประเด็นอุปกรณ์ไอที การสำรวจของ กสศ. พบว่าเด็กนักเรียนใน​ 29​ จังหวัด ประสบปัญหาไม่มีไฟฟ้าและอุปกรณ์ถึง 87% เมื่อเรียนไม่ทัน เด็กติดศูนย์ ติด ร. เปิดเทอมไม่มาเรียน หายตัวไปจากระบบการศึกษาแบบเงียบๆ แม้จะยังมีชื่ออยู่ในระบบก็ตาม&nbsp;</li></ol>



<p>ศ.ดร.สมพงษ์กล่าวว่า การช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งให้รอด ไม่ใช่แค่เรื่องทุนการศึกษาอย่างเดียว ต้องมองให้ครบมิติเพื่อป้องกันไม่ให้หลุดจากระบบซ้ำอีก&nbsp;</p>



<ol><li><strong>สุขภาพกาย</strong> เช่น การเข้าถึงวัคซีน ภาวะโภชนาการ&nbsp;</li><li><strong>สุขภาพใจ </strong>เด็กกลุ่มนี้ มีแนวโน้มเครียด ซึมเศร้า มีแรงกดดัน ความกังวลในช่วงการกลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง&nbsp;</li><li><strong>สังคม</strong> ภาวะโดดเดี่ยวไม่มีเพื่อน การทำงานที่เสี่ยงอันตราย หรือถูกเอาเปรียบค่าแรง&nbsp;</li><li><strong>ด้านการศึกษา</strong> ความรู้ที่ถดถอย เรียนไม่ทันเพื่อน&nbsp;</li></ol>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงคือช่วงสามเดือนอันตราย ถ้าเด็กหลุดจากระบบการศึกษานานถึงสามเดือนจะเสี่ยงที่พวกเขาจะเข้าสู่วงจรสีเทา ทั้งติดเพื่อน ติดเกม ติดยาเสพติด หรือถ้าเราไม่ทำอะไรแล้วพวกเขาเข้าไปในสถานพินิจ พอออกมาสามเดือนก็มีโอกาสกลับเข้าไปซ้ำได้อีก ตรงนี้เป็นบทเรียนที่เราเริ่มเห็นแล้วว่า สังคมไม่อาจปล่อยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปแบบลำพัง ต่างคนต่างทำไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเด็กยากจนด้อยโอกาส ช่วยกันซ่อมชีวิต ซ่อมจิตวิญญาณให้เขากลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” ศ.ดร.สมพงษ์กล่าว&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10ab29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศิริพร พรมวงศ์ ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวถึงสถานการณ์เด็กกลุ่มเสี่ยงในชุมชนเมืองว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมเมืองมีหลายด้าน กลายเป็นความยากจนครบวงจร ทั้งที่อยู่ การศึกษา รายได้ หาเช้ากินเช้า หาค่ำกินค่ำ หลายครอบครัวตกงานถาวร&nbsp;</p>



<p>การที่จะให้เด็กคนหนึ่งหลุดพ้นความยากจนนั้นยากมาก เด็กต้องออกมาช่วยพ่อแม่ทำงาน งานแรกคือแจกไพ่ ขายลอตเตอรี่ เรียงเบอร์ ยิ่งมีการระบาดของโควิด-19 ความเหลื่อมล้ำยิ่งมาก เด็กหลุดออกจากระบบมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและเยาวชนใน 4 ชุมชนที่มีประชากรกว่า 5,000 คน ในจำนวนนี้มีกลุ่มที่อายุ 0-20 ปี ราว 1,400 คน พบว่ามีจำนวนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา 200 คนที่ยังมีชื่ออยู่ในโรงเรียน แต่ผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กเบื่อหน่ายการเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่เข้าใจ ทำให้ไม่มีจุดหมายในการเรียนต่อ มีแนวโน้มหลุดจากระบบ</p>



<p>ขณะที่ในจังหวัดยะลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุด <strong>นางสาว</strong><strong>​</strong><strong>รุ่งกานต์ สิริรัตน์เรืองสุข รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา</strong> กล่าวว่า ในจังหวัดมีปัญหาเรื่องทุพโภชนาการเป็นอันดับสองของประเทศ เด็กแคระแกร็น เด็กปฐมวัยไม่ใช่หลุดจากระบบการศึกษา แต่เข้าไม่ถึงการศึกษา ส่วนเด็กในระบบการศึกษาอยู่ในครอบครัวยากจน มีพี่น้องหลายคน มีความยากลำบากในการมาเรียน ที่ผ่านมามีเด็กหลุดจากระบบก็ดึงกลับมาพัฒนาทักษะชีวิต สร้างแรงบันดาลใจ แต่ก็ยังหลุดไปอีก ส่วนหนึ่งเพราะระบบการศึกษาไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิต โมเดลการศึกษาจริงๆ ต้องตอบโจทย์สิ่งที่เด็กต้องการ คือเรื่องรายได้ ปากท้อง ทำให้พยายามสอดแทรกทักษะอาชีพเข้าไปในหลักสูตร&nbsp;</p>



<p>จากข้อมูลในพื้นที่มีเด็กหลุดจากระบบการศึกษาจำนวนมาก โดยใน 3 อำเภอนำร่องมีเด็กนอกระบบและต้องการความช่วยเหลือกว่า 2,800 คน​ และยังมีเด็กในระบบการศึกษาอีกประมาณ 1,000 คนต้องการความช่วยเหลือ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัดทำให้ช่วยได้เพียงแค่ 377 คน&nbsp;</p>



<p>สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปัญหาที่หนัก และเป็นเรื่องที่​กระทรวงศึกษาธิการ เจ้าภาพหลัก ไม่สามารถทำงานได้เพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย ต้องมาร่วมมือกันแก้ปัญหา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย ต้องทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกองคาพยพ ซึ่งยะลามีต้นทุนที่ดีในเรื่องความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ที่ช่วยหนุนเสริมการทำงาน&nbsp;</p>



<p>“แค่เด็กออกจากโรงเรียนหนึ่งเดือนก็อันตรายแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เด็กไม่หลุดไปจากระบบ เปรียบเทียบกับโรงพยาบาลที่มีห้อง ER Emergency Room หรือห้องฉุกเฉิน โรงเรียนก็น่าจะมี Emergency Classroom หรือห้องเรียนฉุกเฉิน ที่เมื่อรับเด็กกลับเข้ามาเรียนแล้วจะใช้กระบวนการสอนเสริมอย่างไร เรียกเด็กมาคุยเพื่อเก็บงานวิธีใดก็ได้ แต่ให้คุณรับเด็กไว้ก่อน แล้วกระบวนการจัดการภายในให้เป็นเรื่องของโรงเรียน และต้องขอฝากไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ให้ไปขบคิดต่อยอดคิดค้นหลักสูตรวิธีการที่เป็น Emergency Classroom เมื่อรับเด็กกลับมาเรียนแล้วจะมีรูปแบบในลักษณะแบบใดต่อไป”​ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลากล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a14fc5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย </strong>กล่าวว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในภาพรวมจะมีบรรยากาศที่เป็นไปในทางดีขึ้น แต่ผลกระทบจากวิกฤตยังคงเข้มข้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของเด็กและเยาวชนนอกระบบที่ขาดแคลนโอกาสในการเข้าศึกษาต่อ เนื่องจากการย้ายถิ่นฐานเพราะพ่อแม่ตกงาน และปัญหาการขาดความพร้อมในการเรียนออนไลน์&nbsp;</p>



<p>“เมื่อผู้ปกครองเด็กขาดรายได้ บางส่วนเขาก็ต้องย้ายกลับภูมิลำเนา หรือบ้างโยกย้ายไปหางานทำที่อื่น ทำให้มีเด็กจำนวนมากต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน สิ่งที่เกิดขึ้นคือเคสของเด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนต่อด้วยปัญหาต่างๆ เช่น ความไม่รู้ขั้นตอนในการพาลูกเข้าโรงเรียน หรือโรงเรียนไม่มีระบบรองรับนักเรียนกลางเทอม ประเด็นเหล่านี้เราไม่สามารถโยนภาระการดูแลแก้ไขให้กับหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องมีการเชื่อมร้อย-ประสานชุมชน ท้องถิ่น ภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน เพราะคนที่รู้สถานการณ์หรือคะแนนตัวเลขได้คือหน่วยงานที่ทำงานในพื้นที่ จากนั้นถ้ามีการส่งต่อข้อมูลและออกแบบการทำงานระหว่างหน่วยงานตามความถนัดได้ เราจะสามารถสร้างแพลตฟอร์มที่ส่งต่อถึงกันได้หมด ถ้ามีเด็กออกกลางคันที่ กทม. เขาไปอยู่ที่อื่น จะเข้าเรียนต่อได้อย่างไร มีวิธีไหนช่วยให้เขาไม่ต้องหลุดไปเฉยๆ ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4fe60"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวิทิต เติมผลบุญ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ </strong>กล่าวว่า จังหวัดนครพนมได้พัฒนาโมเดลจังหวัด โดยรวมหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาช่วยกันสร้างกลไก เชื่อมกันเป็นวงจรเพื่อไปสู่เป้าหมายว่า จะทำอย่างไรให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาหมดจากจังหวัดได้ภายในสามปี ปีแรกของการทำงานเร่งให้ความสำคัญกับฐานข้อมูลเด็ก และทรัพยากรของแต่ละหน่วยงาน เพื่อแบ่งปันและเชื่อมโยงงานกัน&nbsp;</p>



<p>เราพบว่าเด็กแต่ละกลุ่มมีวิธีจัดการต่างกัน คือ 1. ต้นน้ำ หมายถึง กลุ่มเสี่ยงในโรงเรียน 2. กลางน้ำ คือเด็กแขวนลอย-หลุดนอกระบบ 3. ปลายน้ำ คือเด็กในกระบวนการยุติธรรม พอได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เราจึงพัฒนาหลักสูตรและการประเมินใหม่ เช่น กลุ่มปลายน้ำ ทำงานร่วมกับสถานพินิจฯ เป้าหมายคือทำให้เด็กได้วุฒิก่อนกลับสู่สังคม นำตัวชี้วัดจำเป็นมาออกแบบให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่เขา ‘ต้องรู้’ มีเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯ ช่วยเสริมในสิ่งที่ ‘ควรรู้’ และมีกรมฝีมือแรงงานหรือสถาบันอาชีวะมาช่วยต่อยอดในสิ่งที่เขา ‘อยากรู้’ จนเด็กในสถานพินิจฯ ได้รับวุฒิการศึกษาร้อยเปอร์เซ็นต์ เตรียมนำโมเดลไปขยายผลเพิ่มในอีก 6 จังหวัด&nbsp;</p>



<p>“สำหรับกลุ่มเสี่ยง ก่อนเด็กจะหลุดจะมีสัญญาณเตือน เช่น ติด 0 ติด ร. หลายวิชา ขาดเรียนบ่อย สุดท้ายเด็กก็หายตัวไปจากโรงเรียนเต็มตัว ส่วนใหญ่เด็กกลุ่มนี้แต่ละโรงเรียนมีจำนวนราว 5-10% เท่านั้น วิธีการแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบคือ ต้องทำห้องเรียนพิเศษขึ้นมารองรับเด็กกลุ่มนี้ จัดเป็นห้องเรียนตามอัธยาศัย แก้ปัญหาเป็นรายคน เช่น เด็กอยากซ่อมรถก็ให้ไปเรียนซ่อมที่อู่รถหนึ่งชั่วโมง ให้เจ้าของอู่ช่วยประเมิน หรือจัดการฝึกฝีมือแรงานในสิ่งที่เด็กอยากเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดออกจากระบบ&nbsp;</p>



<p><strong>นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย</strong> <strong>จังหวัดนนทบุรี </strong>กล่าวว่า “ไทรน้อยโมเดล” เป็นการทำงานร่วมกันกับ กสศ. ในการช่วยเหลือนักเรียนเพื่อให้เด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาได้กลับเข้ามาเรียนต่อ&nbsp;</p>



<p>การรับเด็กกลับเข้ามาเรียนจะมีระบบดูแลช่วยเหลือ ต้องยอมรับว่าเมื่อออกไปจากระบบหนึ่ง เทอมแล้ว ​แต่ยังต้องมีกระบวนการวัดผล ประเมินผลในช่วงที่หายไป โดยให้มาเรียนซ่อมเสริมเพิ่มเติม ใช้การประเมินแบบแบบยืดหยุ่น ทั้งนี้เพื่อให้เด็กรู้สึกมีความสุขและปลอดภัยเมื่ออยู่ในโรงเรียน มีคุณครูคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญคือเราจะต้องรักษาพลังบวก​ให้เขาผ่านไปตลอดรอดฝั่ง มีระบบดูแลช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา อุปสรรค การเรียนก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ให้พลังด้านลบมาบั่นทอนให้พวกเขาออกจากโรงเรียนไปอีก แล้วการดึงกลับเข้ามาจะยากลำบาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e3305"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/15-เด็กหลุดนอกระบบ-วิกฤตที่ยังไม่จบ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>น.ส.รังษินี นุ้ยพริ้ม ครูโรงเรียนบ้านค่าย จังหวัดนราธิวาส</strong> กล่าวว่า การที่มีเครือข่ายที่เข้มแข็งทำให้เกิดการติดตามและสกัดเด็กหลุดจากระบบได้เป็นอย่างดี ทั้งเครือข่ายชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อนร่วมโรงเรียน กรรมการสถานศึกษา ซึ่งการติดตามเด็กต้องไม่ใช่แค่การเรียน แต่ต้องครอบคลุมทั้งจิตใจ ความเครียด สุขภาพกาย ความปลอดภัย เพราะความเครียดก็มีผลต่อการหลุดจากระบบการศึกษา&nbsp;</p>



<p>เมื่อดึงเด็กกลับเข้ามาในระบบ เราจะต้องมีวิธีฟื้นฟู ทั้งการลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก พูดคุยกับผู้ปกครอง บางคนเรียนออนไซต์เก่ง แต่พอเรียนออนไลน์ก็หายไป พอเยี่ยมบ้านก็พบว่าไม่มีอุปกรณ์ แต่สุดท้ายทางชุมชนได้เข้าไปช่วยเหลือจนกลับมาเรียนได้ เมื่อกลับมาเรียนก็ต้องสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนที่ดี ให้เด็กมีตัวตน มีการตั้งคำถามที่เขาอยากตอบ เน้นเรื่องที่เขาสนใจ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-emergency-classroom-flexible-course-adjustments-161221/">เสนอแนวทางทำ “ห้องเรียนฉุกเฉิน”  Emergency Classroom สร้างระบบดูแลช่วยเหลือฟื้นฟู  ปรับหลักสูตรยืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 17 Jun 2021 10:22:58 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสุขปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[รณชัย จิตรวิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อัญชลี วานิช เทพบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากาญจนบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41825</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่ ต้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/">กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่ ต้นทุนการศึกษาสูงเกินแบกรับ พบกลุ่มใหม่ครัวเรือนจนเฉียบพลัน ส่งผลจังหวัดภูเก็ตเด็กหายไปจากระบบแล้ว 10% และยังหลุดต่อเนื่อง ขณะที่ชุมชนแออัด กทม. พบหนี้นอกระบบเพิ่ม หลายครอบครัวกู้เงินผ่อนมือถือเรียนออนไลน์ แนวโน้มไม่มีค่าเดินทางไปโรงเรียน แนะรัฐออกมาตรการเร่งด่วน บูรณาการแก้ครัวเรือนยากจนในพื้นที่ ปรับเงินอุดหนุนรายหัว หลังคงอัตราเดิมนาน 10 ปี ด้าน รศ.ดร.สังศิต แนะตั้งกองทุนหมุนเวียนการศึกษา 5 หมื่นล้านรับมือวิกฤต</strong></strong></p>



<p>ศ. ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า นอกจาก กสศ.ดูแลนักเรียนยากจนพิเศษ เส้นรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทลงมา วิกฤตโควิดทำให้เกิดปรากฏการณ์ความยากจนที่ซ้ำซ้อน ทั้งยากจนเฉียบพลัน จนถาวร และเกือบจ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบเศรษฐกิจ ในปีการศึกษา 2564 เบื้องต้นเราพบว่าจะมีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาประมาณ 5,654 คน แต่อีกเดือนเศษจะเพิ่มเป็นหมื่นคน และคาดการณ์ว่าสิ้นปีการศึกษา 2564 จะมีเด็กหลุดจากระบบ 65,000 คน ถ้าหลุดจากระบบประถมศึกษาอาจจะไม่มาก เพราะเป็นการศึกษาภาคบังคับราว 4% มัธยมศึกษาตอนต้นอยู่ที่ 19 &#8211; 20% มัธยมปลายอยู่ที่ 48% และในจำนวนนี้โอกาสเข้ามหาวิทยาลัยได้เพียง 8 &#8211; 10% กสศ.อุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอยู่ที่ปีละ 3,000 บาท ต้นทุนการศึกษานั้นมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร อยู่ประมาณ 2,058 &#8211; 6,034 บาท ทำให้การเรียนต่อเป็นไปไม่ได้ นโยบายการจัดสรรเงินอุดหนุนรายหัวก็ใช้อัตราเดิมมา 10 กว่าปี ไม่มีการปรับเพิ่ม ท่ามกลางสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รายได้ลด หนี้นอกระบบเพิ่ม ดังนั้นจะต้องเร่งแก้ปัญหาจริงจัง โดยการปรับเงินอุดหนุนรายหัว ค่าเล่าเรียน ค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน ให้สอดรับกับค่าใช้จ่ายจริง ตอนนี้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายจริงเกือบ 2 &#8211; 3 พัน ไม่เช่นนั้นในภาคเรียนที่สองจะเห็นการหลุดจากระบบมากกว่านี้ เด็กที่ใกล้เสี่ยงหลุดหรือหลุดแล้ว ทัศนคติ ความมุ่งมั่นทางการศึกษาน้อยมาก การดึงกลับมาเรียนหนังสือ ถ้าไม่ทำแบบประณีต สามารถเข้าถึงวิธีคิดหรือปัญหาจริง เทอมสองจะเห็นเด็กหลุดมากขึ้นและเป็นวิกฤตของประเทศอย่างแท้จริง และขอเสนอให้มีการประนอมหนี้การศึกษา เรียนฟรีแบบไม่มีค่าเทอม และการหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ผู้ปกครอง ยกตัวอย่างโมเดลของจังหวัดพิษณุโลกและภูเก็ตเป็นการทำงานเชิงรุก บูรณาการเชื่อมโยงไปสู่การทำงานในพื้นที่ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-626ce5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>“ค่าน้ำมันรถไปกลับวันละประมาณ 40 บาท เดือนละ 800 บาท ผู้ปกครองมีรายได้ 1,077 บาทต่อคนต่อเดือน จะไปรอดหรือครับ นี่เป็นปัญหาหนักมาก เด็กที่เพิ่มมากขึ้น 7 &#8211; 8 แสนคนที่ยากจน ถ้าเอาเส้นรายได้ 1,021 บาท จะมีเด็กยากจนพิเศษ 9 แสนคน ถ้าใช้เส้นแบ่ง 1,388 บาท จะเกิดเด็กยากจนและยากจนพิเศษ 1.9 ล้านคน เด็กเพิ่มขึ้น 2 &#8211; 3เท่า แต่เราช้อนได้เพียง 10 &#8211; 15% เท่านั้น ทั้งนี้ กสศ.จะมีการประชุมบอร์ดเพื่อกำหนดทิศทางใน 3 ปีข้างหน้าในท่ามกลางวิกฤตโควิดที่ไม่ลดลง จะกำหนดบทบาทภารกิจอย่างไรเพื่อช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเปราะบางยากจนให้ดียิ่งขึ้นให้ได้” ศ. ดร.สมพงษ์กล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-38fd92e3 gb-headline-text">ภูเก็ตเจอวิกฤตจนเฉียบพลัน ส่งผลเด็กหายไปจากระบบ 10% เผยสอบติดโรงเรียนรัฐ แต่ไม่มีเงินจ่าย ต้องถูกคัดชื่อออก</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0b4ed3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อัญชลี-วานิช-เทพบุตร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นางอัญชลี วานิช เทพบุตร นายกสมาคมสตรีสร้างสรรค์สังคมไทย โครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุการณ์จากโรคระบาดครั้งนี้หนักหนาสาหัสกว่าสึนามิมาก ผลกระทบต่อเนื่องมาถึงครัวเรือนและเด็กเยาวชน ภูเก็ตเคยเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้นของโลก ปี 2562 ก่อนเกิดวิกฤต ทำรายได้กว่า 440,000 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัวต่อคนต่อเดือนอยู่ที่ 33,000 บาท แต่เมื่อเกิดวิกฤตโควิด มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เก็บข้อมูลตัวเลข ชี้ว่ารายได้ต่อคนต่อเดือนของประชากรภูเก็ตเหลือเพียง 1,961 บาท ต่ำกว่าเกณณ์คนจนทั่วประเทศไทยของ จปฐ. ซึ่งอยู่ที่ 3,000 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นหนักหนาสาหัส เรียกว่าจนเฉียบพลัน พ่อแม่ผู้ปกครองตกงานตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้วถึง 13 &#8211; 15% ขณะที่ประชากรแฝงกว่า 4 แสนคนพอเกิดโควิด ตกงาน ต้องกลับภูมิลำเนากว่า 50,000 คน ส่งผลตัวเลขกลับด้านอย่างมีนัยสำคัญ คือคนที่เคยเรียน กศน. เคยทำงานในโรงแรมส่งตัวเองเรียน หรือฝึกอาชีพเพิ่มเติม เมื่อถูกพักงาน อัตราคนเรียนต่อ กศน.น้อยลง จากเดิมปี 2562 สมัคร 1,800 คน วันนี้เหลือเพียง 170 คน นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กหายไปจากระบบเมื่อวันเปิดเทอมที่ผ่านมา 10% และยังมีกลุ่มที่มีโอกาสหลุดจากระบบในช่วงสิ้นภาคเรียนที่ 1 อีก ที่ยังต้องประเมินอีกครั้ง</p>



<p>“หลายกรณีพ่อแม่จนเฉียบพลัน เคยเป็นพนักงานโรงแรม แต่รายได้เป็นศูนย์ ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เด็กหลายคนสอบติดโรงเรียนรัฐ ต้องวางเงิน 3,000 &#8211; 4,500 บาท เมื่อไม่มีต้องถูกลบชื่อออกให้เด็กคนอื่น ๆ เรียน หรือเด็กบางคนเคยเรียนโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ แต่วันนี้ต้องลาออกเรียนโรงเรียนวัด โรงเรียนรัฐ ยิ่งไปกว่านั้น บางกรณียังค้างค่าเรียน ออกก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้วุฒิการศึกษา แม้ว่าจะขอทำสัญญาประนอมหนี้ ขอวุฒิการศึกษาเด็กก่อนก็ยังไม่ได้ บางโรงเรียนไม่ให้เด็กเข้าห้องสอบเพราะไม่ได้จ่ายค่าเทอม วิกฤตแบบนี้แล้วเราจะทิ้งเด็กได้อย่างไร ต้องให้เด็กเข้าเรียนก่อน ที่ภูเก็ต ถ้าเปรียบเทียบสภาพคน วันนี้เป็นตายเท่ากัน เราต้องช่วยเคสระยะสั้นเฉพาะหน้าก่อน ช่วยเด็กที่กำลังจะจมน้ำให้ได้ ต้องมาช่วยเป็นการด่วน ไม่ใช่หลุดจากระบบแล้วเอื้อมมือช่วย </p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-d6a01c81 gb-headline-text">พิษณุโลก-ภูเก็ตประกาศจับมือ กสศ. เป็นจังหวัดทดลองระดมทุกหน่วยรุกเฝ้าระวัง ป้องกันเด็กหลุด</h3>



<p>นางอัญชลีกล่าวว่า สนับสนุนให้ปัญหาการศึกษาเป็นวาระแห่งชาติ ทั้งสองสภาไม่ควรตัดงบประมาณ ไม่ใช่ที่ไม่ควรตัดก็ไปตัด แต่งบที่ควรตัดกลับยกมือกันพรึ่บ กสศ.จะเป็นองค์กรหน้าด่านที่ดีที่สุด มีข้อมูล คุ้นเคยกับเด็กยากจน มีเครือข่ายองค์กรภาคีในพื้นที่ มีมดงานหลายองค์กรที่มาช่วยกัน ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ มีจิตอาสาหัวใจเต็มร้อย โดยภูเก็ตจะทำงานร่วมกับ กสศ.เป็นแล็บทดลองแก้ปัญหาเรื่องนี้ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรยื่นมือมาช่วย โดยเฉพาะเรื่องทุนสนับสนุนเพิ่มเติม อย่าให้เด็กเสียโอกาสทางการศึกษา และควรมีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan)ให้แก่โรงเรียนเอกชน เพื่อเติมลมหายใจ ไม่ต้องไปเคลียร์ลูกหนี้ เป็นการช่วยเด็กทางอ้อม ทั้งหมดนี้เพื่อเพิ่มแต้มต่อให้เด็ก ๆ ครอบครัวจนเฉียบพลันและจนถาวรผ่านพ้นวิกฤตปีการศึกษา 2564 ให้ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-739d7b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/รณชัย-จิตรวิเศษ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงกับประชาชน ปัญหาทางเศรษฐกิจและการศึกษามีผลเกี่ยวเนื่องกัน แต่ละครัวเรือนย่อมนึกถึงปากท้องก่อนเรื่องการเรียน ต้องคิดเอาตัวรอด ทำให้สุ่มเสี่ยงที่เด็กจะหลุดจากระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น เพื่อไปหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว การเข้าสู่ตลาดแรงงานเร็วทำให้เป็นแรงงานค่าแรงถูกที่ไม่มีทักษะความรู้ จึงได้มีนโยบายให้จังหวัดทำงานเชิงรุก ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบ แทนที่จะไปตามหาเด็กที่หลุดจากระบบไปแล้ว จะเป็นการยากที่ทำให้เขากลับเข้ามาในระบบอีก ทางจังหวัดได้ร่วมมือกับผู้ตรวจการแผ่นดิน พาเด็กก่อนที่จะหลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งพ่อแม่ตัดสินใจว่าจะไม่ส่งลูกเรียนต่อมาฝึกอาชีพเพื่อให้อย่างน้อยมีความรู้ ไม่ใช่แรงงานไร้ฝีมือ และยังเผื่อไปต่อยอดได้ในอนาคต อีกทั้งการทำงานร่วมกับ กสศ. สมาคมสุขปัญญา มูลนิธิพลเอก ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ ร่วมกันดูแลไม่ให้เด็กหลุดจากระบบหรือหลุดจากระบบอย่างมีคุณค่า มีการศึกษาติดตัว สามารถเอาตัวรอดได้ เป็นการร่วมมือของหลายภาคส่วนที่เข้าใจเรื่องการศึกษา เชื่อมโยงผู้บริหารศึกษา เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัด เป็นการดูแลแบบครบวงจร เพราะการทำงานเพียงลำพังฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะไม่เข้มแข็งพอ อาจมองภาพการช่วยเหลือไม่ครบวงจร หรือไม่มีกำลังพอดูแล จึงตั้งคณะทำงานประกอบด้วยทั้งท้องถิ่น ราชการ พมจ. เอกชน ภาคการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา อดีตผู้ที่อยู่ในแวดวงการศึกษา ทุกส่วนจะมาพูดคุยเพื่อเห็นภาพการทำงานร่วมกันที่สามารถสนับสนุนส่งไม้ต่อให้กันได้</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-1279e709 gb-headline-text">ชุมชนแออัด กทม. หนี้นอกระบบเพิ่ม หลายครอบครัวกู้ผ่อนมือถือเรียนออนไลน์ แนวโน้มไม่มีค่าเดินทางไปโรงเรียน </h3>



<p>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ. กล่าวว่า ผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ กทม. รุนแรงกว่าพื้นที่อื่น ๆ คนจนในพื้นที่เผชิญกับความยากลำบาก ส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ แรงงานภาคบริการ มีแนวโน้มภาระหนี้สินนอกระบบเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะหนี้สินจากการศึกษา รายงานจากชุมชนพบว่า พ่อแม่ผู้ปกครองบางรายต้องไปกู้เงินนอกระบบเพื่อซื้อมือถือให้บุตรหลานเรียนออนไลน์ กลายเป็นหนี้ระยะยาวดอกเบี้ยสูง เกิดความตึงเครียดในครัวเรือน หรือถ้าไปโรงเรียนได้ก็จะไม่มีเงินค่าเดินทาง แนวโน้มในอีกสองเดือนอาจนำไปสู่การหลุดจากระบบการศึกษาหลายหมื่นคน ซึ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูงขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ef22b8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อนรรฆ-พิทักษ์ธานิน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานครบนฐานภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>นายอนรรฆกล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหานั้นจะต้องช่วยเหลือลงไปสองส่วน คือ ส่วนแรก ด้านครัวเรือนที่จะต้องเน้นความช่วยเหลือไปยังกลุ่มเป้าหมายชุมชนแออัด ไซต์งานก่อสร้าง หรือครัวเรือนนอกชุมชนก็มีความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งจะต้องไปดูความต้องการว่าอยากให้ช่วยเหลือด้านใดบ้าง และระยะกลางจะต้องทำให้เกิดการจ้างงาน ส่วนที่สองคือ ด้านการศึกษา ทั้งการลดค่าใช้จ่ายภาคการศึกษา สนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง อุปกรณ์ ค่าเดินทาง ไปจนถึงการติดตามเฝ้าระวังเด็กที่จะหลุดจากระบบ สร้างการป้องกันได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญคือต้องบูรณาการการทำงานจากแต่ละภาคส่วนมาร่วมแก้ปัญหาครั้งนี้</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-6c0b55d1 gb-headline-text">นักเศรษฐศาสตร์การศึกษาชี้ วัคซีนตัวแปรหลัก ลดความเหลื่อมล้ำ ฟื้นคืนทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา </h3>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ iSEE พบว่ามีนักเรียนยากจนพิเศษ 1.17 ล้านคนหรือ 18% ของนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นกลุ่มยากจนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายการศึกษาสูงกว่ากลุ่มครอบครัวที่รวย 4 เท่า คือยิ่งจนยิ่งแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูง ซึ่งในครอบครัวยากจนพิเศษมีรายได้เฉลี่ย 1,077 บาทต่อเดือนต่อคน ในขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาสูงถึง 2,000 &#8211; 6,000 บาทต่อปี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-371af4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อาจารย์ภูมิศรัณย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า ปัญหาเด็กนอกระบบไม่ใช่แค่ปัญหาการศึกษา แต่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจด้วย โดยนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดคำนวณว่า หากประเทศไทยไม่มีเด็กหลุดจากระบบจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้น 3% ขณะที่อดีตนักเศรษฐศาสตร์จากยูเนสโกประเมินว่า การที่ประเทศไทยแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษาได้จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจมากกว่า 228,000 ล้านบาทต่อปี รายงานธนาคารโลกล่าสุดในเดือนมิถุนายนระบุว่า การเข้าถึงวัคซีนเป็นตัวแปรสำคัญต่อสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำของประเทศต่าง ๆ เศรษฐกิจโลกขยายตัว 5.6% เร็วกว่าที่คาดไว้ 1.5% เพราะการมาของวัคซีน ในขณะที่ประเทศยากจนกำลังพัฒนาเศรษฐกิจทรุดลง คนจนเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจโตเพียง 2.9% ต่ำสุดในรอบ 20 ปี จะมีมากกว่า 100 ล้านคนที่กลายเป็นกลุ่มยากจนสูงสุด หรือ extream poverty</p>



<p>“ดังนั้น ควรเร่งการฉีดวัคซีนในครู ในเด็กหากทำได้ และในภาพรวม ควรฉีดให้ได้ 90% เพื่อการฟื้นกลับคืนทั้งทางเศรษฐกิจ การศึกษาโดยเร็ว เพราะจะทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่การฟื้นฟู และยิ่งเปิดเรียนเร็วเท่าไหร่ยิ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเท่านั้น โดยผลกระทบจากการปิดเรียน 4 เดือน ส่งผลต่อจีดีพีไทย 9.12 แสนเหรียญสหรัฐ”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-094543c6 gb-headline-text">รศ. ดร.สังศิตชี้รัฐบาลควรผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ ตั้งกองทุนหมุนเวียนการศึกษา 50,000 ล้าน</h3>



<p>รศ. ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ วุฒิสมาชิก ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา กล่าวว่า ข้อมูลจากธนาคารโลกชี้ว่า ปี 2562 คนยากจนในประเทศไทยมีจำนวน 3.7 ล้าน ปี 2563 พบมีคนยากจน 5.2 ล้านคน เพียงแค่ 1 ปี มีคนยากจนเพิ่มขึ้นถึง 1.5 ล้านคน ปี 2564 คนยากจนอาจเพิ่มขึ้น 6.7 – 7 ล้านคน เพราะปัญหาเศรษฐกิจยังหนัก คนยากจนเพิ่มมากขึ้น คนเหล่านี้รัฐบาลต้องเข้ามาดูแล ในบรรดาปัญหาทั้งหมดในประเทศไทยคิดว่าปัญหาการศึกษาเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31d222"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/รองศาสตราจารย์-สังศิต-พิริยะรังสรรค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ วุฒิสมาชิก ประธานคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p>รศ. ดร.สังศิตกล่าวว่า เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้แสดงถึงความรับผิดรับชอบต่อประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น คิดว่าถ้าหากรัฐบาลมองเห็นว่าเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในประเทศไทย การที่จะให้นักเรียนต้องหยุดเรียนเพราะขาดแคลนเงินทอง พ่อแม่ตกงาน ครอบครัวมีลูก 2 &#8211; 3 คน แต่มีมือถือเครื่องเดียว เรียนออนไลน์ก็ไม่ได้ จะเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต ต้องหาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว รัฐบาลควรทำเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา สำหรับคนยากจนที่รัฐบาลมุ่งเป้าไปเลยว่าครอบครัวไหนยากจน เข้าไม่ถึงการศึกษาจริง เป็นเวลาที่ดีมากที่รัฐบาลจะสำรวจตัวเลขได้ออกมาชัดเจนว่า 77 จังหวัดมีจำนวนครัวเรือนยากจนได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพื่อรัฐบาลจะได้พุ่งเป้าทำงานกับคนเหล่านี้ และต้องสร้างพันธมิตรระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ว่าฯ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน สถานศึกษา ภาคประชาสังคม มาร่วมเป็นกรรมการช่วยดูแลในแต่ละจังหวัดของตัวเอง และรัฐบาลจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็น เช่น ให้งบประมาณเดือนละ 5 หมื่นล้าน ตลอด 1 ปี รวมประมาณ 6 แสนล้านบาทต่อปี คาดว่าประมาณปี 2566 รัฐบาลจะคลี่คลายปัญหาดังกล่าวได้ เศรษฐกิจภาพรวมของโลกและประเทศไทยดีขึ้น</p>



<p>“การจัดตั้งกองทุนเราดูแลแบบตรงเป้า ผมคิดว่าภาครัฐไม่ควรทำงานคนเดียว ต้องทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เป็นจิตอาสาสำรวจความขาดแคลน สำหรับเงิน 5 หมื่นล้านบาทต่อเดือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ของรัฐบาล ตัดงบก่อสร้าง งบกองทัพ รัฐบาลหาเงินได้แน่นอน แต่สิ่งที่รัฐบาลจะได้ประโยชน์ในระยะยาว คือจะคลี่คลายได้โดยเร็ว”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-explore-children-falling-out-of-system-after-new-semester/">กสศ.สำรวจสถานการณ์เด็กหลุดออกนอกระบบหลังเปิดเทอมใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.เปิดข้อมูล 4 วิกฤตที่มองไม่เห็น “เด็กในชุมชนแออัด-แคมป์คนงาน”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-4-invisible-crisis-children-in-slum-worker-camp/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2021 08:32:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ทองพูล บัวศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ชาญวิทย์ พวงมาเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานคร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูข้างถนน]]></category>
		<category><![CDATA[ผลกระทบจากโควิด-19 วิกฤตที่มองไม่เห็น ความเหลื่อมล้ำของเด็กเปราะบางในชุมชนแออัดและพื้นที่เสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[The Active]]></category>
		<category><![CDATA[The Reporters]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการคลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41404</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาการระบาดแบบคลัสเตอร์ มาตรการกักตัว วิกฤตเศรษฐกิจใน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-4-invisible-crisis-children-in-slum-worker-camp/">กสศ.เปิดข้อมูล 4 วิกฤตที่มองไม่เห็น “เด็กในชุมชนแออัด-แคมป์คนงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ปัญหาการระบาดแบบคลัสเตอร์ มาตรการกักตัว วิกฤตเศรษฐกิจในครัวเรือนส่งผล </strong><strong>เครียดเงียบ – เรียนรู้ถดถอย – กินไม่ครบมื้อ – เสี่ยงหลุดจากระบบเพิ่ม</strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp; สำนักข่าว The Reporters และ The Active ร่วมกันจัดเสวนาออนไลน์เรื่อง “ผลกระทบจากโควิด-19 วิกฤตที่มองไม่เห็น ความเหลื่อมล้ำของเด็กเปราะบางในชุมชนแออัดและพื้นที่เสี่ยง”</strong> &nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b98e22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/รวม.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. ได้เข้าไปทำงานกับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ชุมชนแออัดทั่วกทม. ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 รอบแรก จนถึงวิกฤตครั้งล่าสุดนี้ พบว่า เด็กและเยาวชนในพื้นที่เสี่ยง กำลังเผชิญ 4 ปัญหาใหญ่ที่มากับภาวะโรคระบาด เรื่องแรกคือภาวะ ‘เครียดเงียบ’ อันเป็นผลจากห่วงโซ่ความรุนแรงของโควิด-19 &nbsp;ที่ทำให้เด็กและเยาวชนต้องซึมซับปัญหาเข้าไปในจิตใจของเขา ทั้งเรื่องที่ครอบครัวต้องขาดรายได้ สภาพแวดล้อมใกล้ตัวที่มีอัตราผู้ป่วยเพิ่มขึ้น รวมถึงคนรอบตัวกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด หรือการที่ต้องกักตัวไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ ทั้งที่ธรรมชาติในวัยของเขาจำเป็นต้องได้วิ่งเล่นสนุกสนาน ขณะที่สิ่งเดียวที่เด็กตอบสนองได้มีเพียงความเงียบ ซึ่งสังเกตได้ผ่านสายตาที่เศร้ากังวลของเด็กๆ &nbsp;“วิกฤตครั้งนี้ เสียงของความเงียบงันกำลังอยู่ภายในตัวเด็ก ๆ เราต้องพยายามฟังเสียงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาวะจำยอม หรือการเก็บกักตัวเองที่ระบายออกมาไม่ได้จนกลายเป็นภาวะเครียดเงียบให้ได้ยิน เพื่อหาทางเยียวยาเขา”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-55f01f30 gb-headline-text">แนะมาตรการ “รพ.สนามสำหรับครอบครัว” เน้นลดค่าใช้จ่ายการศึกษา</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ae821"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อ.สมพงษ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์</strong> กล่าวว่า ปัญหาที่สองคือการปิดโรงเรียนทำให้ภาวะการเรียนรู้ของเด็กถดถอยกว่าปกติราว 2-5 เดือน ซึ่งจะยิ่งทำให้คุณภาพการเรียนรู้ในภาพรวมตกต่ำลงไปกว่าเดิมอีกมาก สามคือภาวะทุพโภชนาการ จากการกินไม่ครบมื้อ บางมื้อไม่ได้กินอิ่มเต็มที่ หรือได้สารอาหารไม่ครบหมวดหมู่ และสี่คือประเด็นที่ติดตามมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ คือเด็กกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงสูงในการหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากหลายครอบครัวขาดรายได้ จึงไม่มีกำลังส่งเสียบุตรหลานให้เรียนไหว&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>



<p>กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. กล่าวต่อไปว่า ประเด็นปัญหาทั้ง 4 ด้าน คือข้อบ่งชี้ว่าแม้จะยังไม่เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 แต่เด็กและเยาวชนในชุมชนแออัดทุกแห่ง ล้วนสูญเสียสิทธิในทุกด้าน มีชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง พัฒนาการถดถอย ขาดความคุ้มครอง ไม่มีส่วนร่วม และเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กกลุ่มเปราะบางและขาดโอกาสในสังคม</p>



<p>“ขอเสนอให้มีโรงพยาบาลสนามสำหรับครอบครัว ช่วงเปิดเทอมที่จะถึงนี้ต้องทำให้ค่าเทอมเป็นศูนย์ รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ชุดเครื่องแบบลูกเสือที่ไม่ค่อยได้ใส่ เพราะผู้ปกครองที่ตกงานจะไปหาเงินจากไหนมาจ่าย และต้องมีการฉีดวัคซีนให้ครูและบุคลากรในพื้นที่ ประสานงานการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็ก และเสนอไปยังผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้มีนโยบายจัดสรรอาหารเช้าสำหรับนักเรียนเช่นเดียวกับโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-5a450219 gb-headline-text">รับมือวิกฤตกสศ.ส่ง “โรงเรียนในถุง” แก้ปัญหาการเรียนรู้ถดถอย</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-41d83f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อุดม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า&nbsp; จากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบภาวะความรู้ถดถอย หรือ Learning Loss &nbsp;และพบว่าการเรียนออนไลน์ในพื้นที่ชุนชนแออัดเองก็ยังทำไม่ได้&nbsp;&nbsp;&nbsp; กสศ. ทำงานร่วมกับครูจากเครือข่ายประชาสังคมของเด็กนอกระบบในชุมชนแออัด ซึ่งเป็นเสมือนอาสาสมัครการศึกษาของชุมชน ราว 100 คน ได้พัฒนาพื้นที่ทดลองนำการเรียนรู้ไปหาเด็ก เพื่อเยียวยาผลกระทบด้านการเรียนรู้ถดถอย ไม่ให้พัฒนาการต้องหยุดชะงักและเตรียมความพร้อมสำหรับแผนการช่วยเหลือฟื้นฟูระยะต่อไป โดย กสศ. ได้ออกแบบ “โรงเรียนในถุง”​ หรือ ถุงการเรียนรู้เติมยิ้ม ให้เด็กๆใน พื้นที่ชุมชนโรงหมู, ชุมชนริมคลองวัดสะพาน, ชุมชนแฟลต 23-24-25 ชุมชนบ้านมั่นคง &nbsp;โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ&nbsp; รวมไปถึงบางพื้นที่ในชุมชนริมทางรถไฟ เช่น ชุมชนโค้งรถไฟยมราช, ชุมชนบ่อนไก่, ชุมชนไซต์ก่อสร้างที่ ครูจิ๋ว ทองพูล บัวศรี แห่งมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กดูแลอยู่ รวมทั้งสิ้นกว่า 1,500 คน</p>



<p>“นอกจากชุมชนแออัดในกทม.แล้ว ถุงการเรียนรู้ยัง ทดลองในพื้นที่ชนบท จ.น่าน&nbsp; พร้อมกับสนับสนุนอาสาสมัครการศึกษา ด้วยแนวคิดที่ว่าวิกฤตแบบนี้จำเป็นต้องมีคนมาช่วยครู ทำให้เด็กได้เรียนรู้&nbsp; จากสถานการณ์ยังมีบทเรียน คือ นักการศึกษาต้องมีทักษะและความรู้ ในการจัดการศึกษาภายใต้สถานการณ์การศึกษาใหม่ๆ ตลอดจนแนวทางการถ่ายทอดสู่นักเรียน และให้ความสำคัญกับการลดช่องว่างการเรียนรู้ของนักเรียน”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-3dfe1e42 gb-headline-text">ชี้เร่งด่วนสุดคือต้องผลักดันให้เด็กเข้าถึงทรัพยากรภาครัฐ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7fc6f8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ทองพลู.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวทองพูล บัวศรี (ครูจิ๋ว) ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน (ไซต์ก่อสร้างและริมทางรถไฟ)</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวทองพูล บัวศรี (ครูจิ๋ว) ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน (ไซต์ก่อสร้างและริมทางรถไฟ)</strong> กล่าวว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบรุนแรงกับเด็กเร่ร่อนบนท้องถนนและคนต่างด้าวอย่างรุนแรง ทั้งในด้านการติดเชื้อจากคนในครอบครัว&nbsp; หรือมีคนในครอบครัวติดเชื้อ ซึ่งภาคประชาสังคมต้องประสานงานเพื่อให้เด็กเหล่านี้ได้รับการรักษาหรือการกักตัวดูแลอย่างทันท่วงที และจากการสำรวจกลุ่มเด็กขายพวงมาลัย ทำงานบนท้องถนน&nbsp; เช่น ในย่านวัดญวน-คลองส้มป่อย วัดพระยา ปีนี้มีโอกาสหลุดจากระบบหลายสิบชีวิต&nbsp; บางส่วนค้างค่าเทอม ทำให้ไม่ได้ใบจบการศึกษา ทั้งที่ตั้งใจเรียนได้เกรด 4 ทุกวิชา&nbsp; บางคนไม่มีสิทธิฝึกงาน แม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันทำให้เด็กกลับมาได้รับการศึกษา และเด็กเล็กควรได้รับการดูแลให้อิ่มท้องรวมถึงสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน&nbsp;&nbsp; เช่น แพมเพิร์ส นมผง &nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ในส่วนของไซต์ก่อสร้างจำนวน 16 แห่ง ที่ดูแลอยู่&nbsp; เด็กทั้งหมดเกิดความเครียดเพราะติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม 2 คูณ 4 เมตร ครอบครัวทะเลาะกัน มีความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้น สิ่งสำคัญทุกฝ่ายต้องช่วยกันให้เด็กๆสามารถเข้าถึงทรัพยากรการดูแลของภาครัฐ&nbsp; เช่น ค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองเพื่อให้ได้รับการดูแลจากสถานสงเคราะห์กรณีพ่อแม่ติดเชื้อ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในเรื่องปากท้อง&nbsp; การช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา”</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-4ced8c0b gb-headline-text">แนะแก้ปัญหาการระบาดควบคู่การเรียนรู้เด็กและสร้างอาชีพพ่อแม่</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-566a2c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/น.ส.ศิริพร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวศิริพร พรมวงศ์ (ครูอ๋อมแอ๋ม) ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นางสาวศิริพร พรมวงศ์ (ครูอ๋อมแอ๋ม) ผู้จัดการโครงการคลองเตยดีจัง</strong> กล่าวว่า อัตราการติดเชื้อที่คลองเตยยังไม่มีแนวโน้มลดลง ตลาดคลองเตยพบผู้ติดเชื้อ 700 กว่าคนเป็นอีกคลัสเตอร์ที่ใหญ่ ปัญหาคือการที่เด็กติดเชื้อแต่ผู้ปกครองไม่ติด การช่วยเหลือต้องทำให้ผู้ปกครองได้ไปอยู่ในโรงพยาบาลสนามหรือฮอสพิเทลได้&nbsp; ไม่เช่นนั้นเด็กก็จะอยู่ไม่ได้ นอกจากนี้ เราได้รวบรวมข้อมูลเด็กในหลายชุมชน พบว่ามีเด็กในช่วงวัย 0-12 ปี จำนวนมากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล เนื่องจากครอบครัวสูญเสียงาน แต่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของเด็กเป็นจำนวนค่อนข้างสูง เช่น ค่านมหรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป สบู่ แป้ง ที่เด็กไม่สามารถใช้ร่วมกับผู้ใหญ่ได้ และสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้พัฒนาการของเด็กไม่ขาดช่วง</p>



<p>“สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ มอบสื่อการเรียนรู้และอาหารสำหรับช่วงวิกฤต พยายามสร้างแรงจูงใจให้ครอบครัวได้ใช้เวลาด้วยกัน และต้องมองถึงการสร้างอาชีพให้พ่อแม่ที่ต้องเลี้ยงลูก การช่วยเหลือทำในมิติเดียวไม่ได้ ในระยะยาวทุกครอบครัวก็มีภาระทางเศรษฐกิจที่ต้องแบกรับ นอกจากนี้ยังได้ใช้โมเดลการจ้างงานเยาวชนในพื้นที่ที่ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยเพราะต้องออกมาทำงานเก็บเงินก่อน เข้ามาช่วยเป็นอาสาสมัคร สำรวจจัดทำฐานข้อมูลการช่วยเหลือ การแพ็คของ ขนส่งผู้ติดเชื้อ ก็สามารถบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าได้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2afb4a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/ผอ.ชาญวิทย์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายชาญวิทย์ พวงมาเทศ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายชาญวิทย์ พวงมาเทศ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ</strong> กล่าวว่า การจัดการเรียนการสอนของ กทม. จะใช้วิธี 4 ออน คือ 1.ออนไลน์  2.ออนแอร์&nbsp; 3.ออนแฮนด์&nbsp; และ  4.ออนไซต์ &nbsp;ซึ่งสำหรับเขตพื้นที่คลองเตยการเรียนออนแอร์ หรือ ออนไลน์ ทำได้น้อยมาก ทำได้มากที่สุดคือออนแฮนด์ นำใบงานไปให้เด็ก สำหรับส่วนค่าเรียนของ รร.ศูนย์รวมน้ำใจ ไม่มีค่าใช้จ่ายเรียนฟรีทุกอย่าง มีอาหารเช้าและกลางวัน โดยอาจจะมีบางส่วนที่ผู้ปกครองอาจต้องจ่ายเพิ่มเช่นค่าชุดนักเรียนที่ได้ 360 บาทต่อหัว &nbsp;ซึ่งหากจะมีชุดนักเรียนเรียนได้ครบทั้งสัปดาห์อาจจะต้องจ่ายเงินเพิ่มบ้าง หรือชุดพละหรือชุดลูกเสือเนตรนารีที่จะได้ปีละหนึ่งชุดที่ต้องเลือกว่าจะเป็นชุดพละหรือชุดลูกเสือเนตรนารี</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-51538323 gb-headline-text">จับตาวิกฤตเศรษฐกิจโจทย์ใหญ่รัฐรับมือวิกฤตความเหลื่อมล้ำ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-75970d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/นายอนรรฆ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานคร</figcaption></figure></div></div></div>



<p><strong>นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้า<strong>โครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานคร</strong></strong> &nbsp;กล่าวว่า วิกฤติโควิด-19 ครั้งนี้ ทำให้เราเห็นชัดเจนว่าบทบาทภาคประชาสังคมของชุมชนมีพลังสูงในการรับมือกับปัญหาความไม่แน่นอน ความเสี่ยงใหม่ที่เข้ามา ซึ่งระบบราชการไม่สามารถปรับตัวจัดการกับปัญหาได้ทัน&nbsp; นี่คือโจทย์ระยะยาว&nbsp; ที่ภาครัฐควรสนับสนุนระบบการทำงานกับภาคประชาสังคมเพื่อเป็นเพื่อนร่วมทาง&nbsp; ช่วยภาครัฐแก้ปัญหาได้ทันท่วงที&nbsp;&nbsp; เพราะระบบโครงสร้างราชการแบบเดิมนั้นปรับตัวได้ช้า เราจำเป็นต้องมีหุ้นส่วนที่ดีในการทำงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp; โดยเฉพาะปัญหาของเด็กกลุ่มเปราะบางนั้นจะซับซ้อนหลากหลายขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าสังคมไทยยังไม่มีองค์ความรู้เชิงระบบในการบริหารจัดการ เด็กและเยาวชนลูกหลานแรงงานข้ามชาติ ทั้งที่เป็นกลุ่มสำคัญในพื้นที่กทม. และก่อให้เกิดผลกระทบสูง ประเด็นเรื่องสุขภาพทั้งด้านการตรวจ ดูแลรักษา ถือเป็นประเด็นเร่งด่วนที่รัฐต้องให้ความสำคัญ&nbsp;</p>



<p>“ผลกระทบหลังโควิด-19 จะวิกฤติในหลายจังหวัด การตกงานจะไม่ใช่สามอาทิตย์ แต่เป็นปี โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยว ครัวเรือนที่ทำงานท่องเที่ยว ความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้น การขยับฐานะทางสังคม การได้รับการศึกษาจะแย่ลง ดังนั้นการลดค่าเทอมเทอมเดียวอาจไม่พอ คนจนได้รับผลกระทบเดือนนึง แต่ชีวิตบอบช้ำไปสามเดือน เป็นโจทย์ที่ภาครัฐต้องคิด ว่าสวัสดิการ หรือการช่วยเหลือแบบไหนจะได้ผลมากที่สุดในระยะยาว </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มาภาพประกอบบทความ :</strong> freepik @crowf</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-4-invisible-crisis-children-in-slum-worker-camp/">กสศ.เปิดข้อมูล 4 วิกฤตที่มองไม่เห็น “เด็กในชุมชนแออัด-แคมป์คนงาน”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/province-03-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2020 04:38:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ปันกันเล่า ปันกันฟัง]]></category>
		<category><![CDATA[HDF MERCY CENTRE]]></category>
		<category><![CDATA[ประไพ สานุสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[ชุมชนโรงหมู]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริพร พรมวงศ์]]></category>
		<category><![CDATA[นิสา แก้วแกมทอง]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล (เมอร์ซี่)]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21029</guid>

					<description><![CDATA[<p>การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทาง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/province-03-09-20/">“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21031" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">.) </span><span style="font-weight: 400;">กับเครือข่ายประชาสังคมที่ทำงานช่วยเหลือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">เด็กนอกระบบการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร</span> <span style="font-weight: 400;">โดยมีศูนย์แม่โขงศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">สถาบันเอเชียศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span> <span style="font-weight: 400;">ร่วมสนับสนุนงานวิชาการ</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อสร้างความยั่งยืนในการทำงานร่วมกัน จึงเป็นที่มาของ เวที</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ครั้งที่</span><span style="font-weight: 400;"> 1 </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่</span><span style="font-weight: 400;"> 29 </span><span style="font-weight: 400;">สิงหาคมที่ผ่านมา</span> <span style="font-weight: 400;">โดยมี</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">คลองเตยดีจัง</span><span style="font-weight: 400;">&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">ชุมชนโรงหมูเป็นเจ้าภาพในครั้งแรก</span> <span style="font-weight: 400;">ก่อนจะเดินสายไปพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้</span> <span style="font-weight: 400;">สภาพ</span><span style="font-weight: 400;">พื้นที่และรับฟังปัญหาจากปากเด็กและคนทำงาน</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อกระชับความร่วมมือสร้างนวัตกรรมการช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาในระดับเชิงพื้นที่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กระเทาะปัญหา-ทางออกช่วยเด็กคลองเตย<span style="font-weight: 400;">​</span></h4>
<p><span style="font-weight: 400;">“ชุมชนโรงหมู” คือพื้นที่การศึกษาการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ดนตรีและศิลปะกลางชุมชนคลองเตย “ครูแอ๋ม” ศิริพร พรมวงศ์ ครูอาสา “คลองเตยดีจัง” ครูข้างถนนที่ทำงานกับเด็กและเยาวชนมากกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> 8 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">เล่าที่มาของ “โรงเล่น” ของชุมชนโรงหมูให้เราฟังว่า เริ่มต้นจากการนำ </span><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">มาจูงใจเข้าหาเด็กๆ ที่มีปัญหายาเสพติด</span> <span style="font-weight: 400;">ชักชวนกันมาช่วยทำความสะอาด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">โรงหมู</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่เป็นโรงฆ่าสัตว์ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นและสกปรก ครูแอ๋มเล่าให้ฟังว่าการทำงานกับเด็กต้องอดทน ใจเย็น และขยันทำงานอย่างต่อเนื่อง</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะการจะทำให้เด็กคนนึงเปิดใจ จนกระทั่งกลายเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่เลี้ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ดูแลเด็กคนอื่นได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า</span><span style="font-weight: 400;"> 6 –7 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">เพื่อให้เด็กเข้าใจยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง</span></p>
<p><figure id="attachment_21032" aria-describedby="caption-attachment-21032" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-21032 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-02-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21032" class="wp-caption-text">“ครูแอ๋ม” ศิริพร พรมวงศ์ ครูอาสา “คลองเตยดีจัง”</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มใช้กิจกรรม</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ดนตรี</span><span style="font-weight: 400;">” และ “</span><span style="font-weight: 400;">ศิลปะ</span><span style="font-weight: 400;">” ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">เด็กๆ เข้ามาร่วมจนเกินความใกล้ชิดกับเด็กๆ มากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มพบว่าปัญหาของเด็กแต่ละคนล้วนมีความต้องการคล้ายๆ</span> <span style="font-weight: 400;">กัน</span><span style="font-weight: 400;"> นั่น</span><span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ทุนการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">”  </span><span style="font-weight: 400;">เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาด้านรายได้ในครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">น้อยคนนักที่จะได้เรียนจนจบมัธยมศึกษาปีที่</span><span style="font-weight: 400;"> 3 </span><span style="font-weight: 400;">ได้ดีสุดในชุมชน</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">การเรียน</span><span style="font-weight: 400;">จบชั้นมัธยมปลาย</span> <span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋มจึงพยายามออกแบบกระบวนการเรียนรู้และการหาแหล่งทุนเพื่อมาช่วยเหลือเด็ก</span><span style="font-weight: 400;"> 4 </span><span style="font-weight: 400;">กลุ่ม</span> <span style="font-weight: 400;">คือ 1.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กเล็ก 2.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กประถมต้น 3.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กมัธยมต้น และ 4.</span><span style="font-weight: 400;">เด็กมัธยมปลาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์บนข้อจำกัดความแตกต่างของช่วงวัยครูแอ๋ม</span><span style="font-weight: 400;">เลยเลือกที่จะ</span><span style="font-weight: 400;">สร้างความภาคภูมิใจให้แก่เด็กๆ ด้วยการมอบ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ตำแหน่ง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">หน้าที่</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่เลี้ยง</span><span style="font-weight: 400;">” ให้คอย</span><span style="font-weight: 400;">ดูแลน้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กๆ ภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">แม้แต่เด็กที่เคยมีปัญหายังกลับใจมาร่วมตั้งวงดนตรีและร่วมสอนศิลปะให้น้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ในชุมชน</span><span style="font-weight: 400;">แห่งนี้</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21033" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-03-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วิธีระดมทุนในการช่วยเหลือเด็กๆ ในชุมชนโรงหมูของ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">คลองเตยดีจัง”</span> <span style="font-weight: 400;">ในช่วงแรกๆ</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">คือการใช้วิธี</span><span style="font-weight: 400;"> Crowdfunding </span><span style="font-weight: 400;">ผ่านทางโซเซียลมีเดียแบบรายกรณี</span> <span style="font-weight: 400;">โดยให้เด็กที่มีความตั้งใจดี</span> <span style="font-weight: 400;">มีความพยายามบอกเล่าเรื่องราวชีวิตตัวเองและแรงบันดาลใจที่อยากได้ทุนการศึกษา โดยอัดเป็นคลิปวีดีโอเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์</span> <span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมาก</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กเหล่านี้ได้รับทุนการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">เมื่อเรียนจบยังกลับมาเป็น</span> <span style="font-weight: 400;">ครูอาสาในชุมชนสลัมคลองเตย</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเขาอยากแบ่งปันช่วยเหลือน้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ให้เข้าถึงทุนการศึกษาเหมือนพวกเขา </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">สิ่งสำคัญของการเป็นครูอาสาไม่ใช่เพียงหาทุนให้เด็กเท่านั้น</span> <span style="font-weight: 400;">ต้องช่วย</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">วางแผนชีวิต</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ให้กับเขาด้วย</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กแต่ละคนมีสภาพปัญหาครอบครัวแตกต่างกัน</span> <span style="font-weight: 400;">ต้นทุนความต้องการการศึกษาย่อมแตกต่างกันไป: </span><span style="font-weight: 400;">ครูแอ๋ม</span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p></blockquote>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">“ครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21034" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-04-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">พี่ไพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ประไพ</span> <span style="font-weight: 400;">สานุสันต์</span> <span style="font-weight: 400;">ผู้จัดการฝ่ายบริการสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;"> HDF MERCY CENTRE </span><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ช่วยเหลือเด็กในชุมชนแออัด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">พี่ไพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ยังเป็นประธานสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตย</span> <span style="font-weight: 400;">เล่าถึงปัญหาใหญ่ของชุมชนคลองเตย</span><span style="font-weight: 400;"> 36 </span><span style="font-weight: 400;">ที่ทำให้เด็กขาดโอกาสทางการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">ความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยจากปัญหาไล่รื้อและปัญหาปากท้อง</span> <span style="font-weight: 400;">แต่ละครอบครัวต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">จนพ่อแม่ไม่มีเวลาให้กับลูก</span><span style="font-weight: 400;">จน</span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เด็กตกอยู่ในสภาวะ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เช่น 1.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กติดยาเสพติด 2.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กหนีออกจากบ้านไปอยู่ข้างถนนหรือใต้สะพาน 3.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กไม่ได้รับการศึกษา และ 4.</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเด็กที่ไม่มีครอบครัวญาติพี่น้องดูแล</span></p>
<p><figure id="attachment_21035" aria-describedby="caption-attachment-21035" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21035 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-05-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21035" class="wp-caption-text">“พี่ไพ” ประไพ สานุสันต์ ผู้จัดการฝ่ายบริการสังคม มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคล</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นำมาสู่การสร้าง</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ครูข้างถนน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เดินเท้าเข้าไปหาเด็กแบบประชิดตัว</span> <span style="font-weight: 400;">ตามข้างถนน</span> <span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;">ใต้สะพาน</span> <span style="font-weight: 400;">ช่วยพวกเขาให้มีที่พัก</span> <span style="font-weight: 400;">มีข้าวกิน</span> <span style="font-weight: 400;">และมีการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ครูข้างถนน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ล้วนเป็นคนในชุมชนที่ประสบปัญหากับตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากได้รับการสนับสนุนด้านเครือข่ายและทักษะวิชาการ</span> <span style="font-weight: 400;">ย่อมทำให้การทำงานช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาเข้มแข็งขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ในวงเสวนายังแลกเปลี่ยนประสบการณ์</span> <span style="font-weight: 400;">ถึงสภาพปัญหาเด็กนอกระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่สถานการณ์ไวรัสโควิด</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">ระบาด ปัญหาเด็กนอกระบบก็รุนแรงมากยิ่งขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจที่ย่ำแย่</span><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">ทุนสนับสนุนจากภายนอกทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหดหาย</span> <span style="font-weight: 400;">อาสาสมัครและเครือข่ายคนทำงานเริ่มอ่อนแอ</span> <span style="font-weight: 400;">ดังนั้นทุนการศึกษาเด็กนอกระบบของ</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">จึงเข้ามาช่วยบรรเทาปัญหาเด็กหลุดนอกระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะแม้ว่าเด็กจะสามารถเข้าถึงการศึกษานอกโรงเรียน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">.) </span><span style="font-weight: 400;">แต่ทุน</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. จะ</span><span style="font-weight: 400;">เข้ามาช่วยเติมเต็ม</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">การพัฒนาศักยภาพและทักษะชีวิต</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เพราะเด็กหรือพ่อแม่ผู้ปกครองบางคนต้องการให้ลูกฝึก</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ทักษะอาชีพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">มากกว่าเรียน</span> <span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">เด็กนอกระบบส่วนใหญ่อายุมาก</span><span style="font-weight: 400;"> ทำให้</span><span style="font-weight: 400;">รู้สึกเขินอายหากกลับสู่การเรียนภาคบังคับ</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กบางคนมีประวัติด่างพร้อย มีปัญหาครอบครัว</span><span style="font-weight: 400;"> การ</span><span style="font-weight: 400;">สมัครเข้าทำงานจึงยากลำบาก</span> <span style="font-weight: 400;">หรือบางคนมีปัญหาโรคประจำตัว</span><span style="font-weight: 400;"> (ด้าน</span><span style="font-weight: 400;">จิตเวช</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">จากปัญหาใช้สารเสพติดเกินขนาดทำให้ไม่สามารถเรียนตามระบบ</span> <span style="font-weight: 400;">กศน</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้จบ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างแนวทางการช่วยเหลือของเครือข่ายเด็กนอกระบบแห่งหนึ่งในพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กทม</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้เสนอการ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ฝึกทักษะอาชีพ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็นทางออกด้วยการ</span> <span style="font-weight: 400;">สอนชงกาแฟสด</span> <span style="font-weight: 400;">กาแฟโบราณ</span> <span style="font-weight: 400;">และ</span> <span style="font-weight: 400;">เบเกอรี่</span> <span style="font-weight: 400;">ฯลฯ</span> <span style="font-weight: 400;">โดยเปิดเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ร้านการแฟต้นแบบ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่บริหารจัดการทุกอย่างโดยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">เปิดโอกาสได้เรียนรู้การเปิดร้านกาแฟเป็นอย่างไร</span> <span style="font-weight: 400;">เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ภายในร้านได้รับบริจาคจนสามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาถูก</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่ครูพี่เลี้ยงจะคอยดูแลและสอดแทรกทักษะชีวิตสอนให้เด็กรู้จักแบ่งปันในสิ่งที่ตัวเองได้รับและส่งต่อสิ่งดีๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ให้กับเพื่อนๆ</span> <span style="font-weight: 400;">น้องๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">กิจกรรมบำบัดใจคู่ขนานให้ทุน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21036" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-07-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากบนเวที</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">นี้ยังมีการเสนอให้จัด</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กิจกรรมบำบัดจิตใจ</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ให้แก่</span> <span style="font-weight: 400;">ผู้ดูแลเด็กและเด็กที่มีปัญหา</span><span style="font-weight: 400;"> โดย</span><span style="font-weight: 400;">ศูนย์ให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนแห่งหนึ่งสะท้อนปัญหาว่า</span> <span style="font-weight: 400;">จำนวนเยาวชนในการดูแลเพิ่มมากขึ้น</span> <span style="font-weight: 400;">จาก</span><span style="font-weight: 400;"> 100 </span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;"> 198 </span><span style="font-weight: 400;">คน</span> <span style="font-weight: 400;">เกิดจากปัญหาตกงานและปัญหาครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">ทำให้หันไปใช้ยาเสพติดเป็นทางออก</span> <span style="font-weight: 400;">จึงเข้ามาขอรับการช่วยเหลือ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21037" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-08-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งที่เด็กและเยาวชนเหล่านี้ต้องการ</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">การเยียวยาทางจิตใจ</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะจิตใจบอบช้ำจากการถูกทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ จึงไม่เห็นคุณค่าในตัวเองชอบดูถูกตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ไม่สนใจการศึกษา หรือการพัฒนาทักษะอาชีพ</span> <span style="font-weight: 400;">เปรียบเสมือนกับการให้เงิน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">ทุนการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">เด็ก</span><span style="font-weight: 400;"> 200 </span><span style="font-weight: 400;">บาท</span> <span style="font-weight: 400;">แต่เด็กเป็นหนี้</span><span style="font-weight: 400;">(</span><span style="font-weight: 400;">ปัญหาทางใจ</span><span style="font-weight: 400;">) 2 </span><span style="font-weight: 400;">แสนบาท</span> <span style="font-weight: 400;">เด็กจึงไม่เห็นค่าของทุนการศึกษา</span> <span style="font-weight: 400;">ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังคนและเวลาที่มีอย่างจำกัด</span> <span style="font-weight: 400;">เพราะต้องดูแลเด็กเป็นจำนวนมาก</span> <span style="font-weight: 400;">จนบางครั้งเกิดปัญหาอย่างเด็กบางคนที่มีปัญหาทางจิตข่มขู่คุกคามเจ้าหน้าที่จากความไม่พอใจที่ตัวเองไม่ได้รับการดูแลเยียวยาทางจิตใจ</span></p>
<p><figure id="attachment_21038" aria-describedby="caption-attachment-21038" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21038 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-09-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21038" class="wp-caption-text">อนรรฆ พิทักษ์ธานิน หัวหน้าโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะ</span><span style="font-weight: 400;"> 10 </span><span style="font-weight: 400;">เดือนของโครงการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาเครือข่ายครูและเด็กนอกระบบการศึกษาในกรุงเทพมหานคร บนฐานภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">สิ่งที่ทาง</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">อนรรฆ</span> <span style="font-weight: 400;">พิทักษ์ธานิน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งเป้าหมาย</span><span style="font-weight: 400;">ในฐานะหัวหน้าโครงการฯ</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">สะท้อนปัญหาจากเครือข่ายเด็กนอกระบบในพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กทม</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อนำไปสู่การยกระดับเป็น</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">องค์ความรู้</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">นวัตกรรมการให้บริการการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ในเชิงนโยบายที่จะเข้ามาแก้ปัญหา</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเปราะบาง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">หรือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ผ่านการทำงานกับภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">องค์กรพัฒนาเอกชน</span><span style="font-weight: 400;"> (</span><span style="font-weight: 400;">NGO</span><span style="font-weight: 400;">) </span><span style="font-weight: 400;">ที่มีประสบการณ์และเผชิญปัญหาเชิงพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">สามารถส่งต่อความช่วยเหลือปัญหาครอบครัว</span> <span style="font-weight: 400;">ปัญหาเศรษฐกิจ</span> <span style="font-weight: 400;">และปัญหาจิตใจ</span> <span style="font-weight: 400;">ที่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว</span> <span style="font-weight: 400;">จึงกลายเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างกัน</span></p>
<p><figure id="attachment_21039" aria-describedby="caption-attachment-21039" style="width: 856px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21039 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-10-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /><figcaption id="caption-attachment-21039" class="wp-caption-text">นิสา แก้วแกมทอง รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">นิสา</span> <span style="font-weight: 400;">แก้วแกมทอง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">รักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เชิงพื้นที่</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ยังระบุว่าไม่ใช่เฉพาะในพื้นที่ กทม. เท่านั้นที่ กสศ. ผนึกกำลังเข้าช่วยเหลือเด็กนอกระบบ </span><span style="font-weight: 400;">ใน</span><span style="font-weight: 400;">ปี</span><span style="font-weight: 400;"> 2563 </span><span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">ได้ผนึกกำลังกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมร่วมกันทำงานค้นหาและสำรวจเด็กนอกระบบ</span><span style="font-weight: 400;"> 65 </span><span style="font-weight: 400;">จังหวัดทั่วประเทศ</span> <span style="font-weight: 400;">เป็นการทำงานที่ต่อเนื่องจากปีก่อน</span><span style="font-weight: 400;"> 20 </span><span style="font-weight: 400;">จังหวัด</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความพิเศษในปีนี้</span> <span style="font-weight: 400;">คือ</span><span style="font-weight: 400;">เป็นการผนึกพลังร่วมกันระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">กับเครือข่ายเชิงพื้นที่ </span><span style="font-weight: 400;">เพื่อช่วยเหลือ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเสี่ยง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">กลุ่มเปราะบาง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่อายุ</span><span style="font-weight: 400;"> 0–25 </span><span style="font-weight: 400;">ปี</span> <span style="font-weight: 400;">ให้เข้าถึงทุนการศึกษาที่ไม่เฉพาะการศึกษาภาคปกติ</span> <span style="font-weight: 400;">แต่สามารถฝึกทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง</span> <span style="font-weight: 400;">ด้วยการ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">Reskill</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “Upskill” </span><span style="font-weight: 400;">ถือเป็นสนับสนุนทุนการศึกษาให้เกิดการเรียนรู้</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">ในห้องเรียน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">และ</span><span style="font-weight: 400;"> “</span><span style="font-weight: 400;">นอกห้องเรียน</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">เป็นไปตามความต้องการของเด็กที่หลุดออกนอกระบบการศึกษา</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21040" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/คลองเตย-11-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เวที</span><span style="font-weight: 400;"> &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">ปันกันเล่า</span> <span style="font-weight: 400;">ปันกันฟัง</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะจัดขึ้นครั้งต่อๆ</span> <span style="font-weight: 400;">ไป</span> <span style="font-weight: 400;">นับเป็นมิติใหม่ในการทำงานเชิงพื้นที่ระหว่าง</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">. </span><span style="font-weight: 400;">กับ</span> <span style="font-weight: 400;">เครือข่ายภาคประชาสังคม</span> <span style="font-weight: 400;">ที่จะเข้ามาร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อมาช่วยกันจัดกระบวนการเรียนรู้และส่งต่อความช่วยเหลือแก่เด็กนอกระบบการศึกษานับหมื่นคนให้เข้าถึงโอกาสทางการศึกษาจาก</span> <span style="font-weight: 400;">กสศ</span><span style="font-weight: 400;">.</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/province-03-09-20/">“คุณครูข้างถนน” กลไกเชิงพื้นที่ช่วย “กลุ่มเสี่ยง” หลุดนอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1111-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Mar 2020 16:24:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Post COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์แม่โขงศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[อนรรฆ พิทักษ์ธานิน]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย]]></category>
		<category><![CDATA[กศน.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12279</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เขียน อนรรฆ พิทักษ์ธานิน นักวิจัยหัวหน้าโครงการพัฒนา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1111-2/">COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12284" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/EEF_เด็กเปราะบาง_thumbnail-09-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">ผู้เขียน อนรรฆ พิทักษ์ธานิน<br />
</span>นักวิจัยหัวหน้าโครงการพัฒนาองค์ความรู้และแม่แบบเพื่อการดูแลและสนับสนุนด้านการศึกษา ของเด็กบนท้องถนน (Children in Street) ในกรุงเทพมหานคร กสศ.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ส่งผลกระทบแทบจะครอบคลุมถึงทุกคนในปัจจุบัน ตั้งแต่การเพิ่มขึ้นของความเสี่ยงทางสุขภาพ การต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ความตึงเครียดและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ แม้จะมีคำกล่าวว่าเชื้อไวรัสส่งผลไม่เลือกหน้าไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว กลุ่มคนเปราะบางและด้อยโอกาสในสังคมดูจะได้รับความเสี่ยงทั้งในทางสุขภาพและเศรษฐกิจสังคมที่มากกว่าผู้มีฐานะทางสังคม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กเปราะบางด้อยโอกาสและเด็กบนท้องถนน ดูจะเป็นกลุ่มประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม ชีวิตของพวกเขานอกจากจะพบกับความเสี่ยงทางสุขภาพจากการอยู่อาศัยและใช้ชีวิตแล้ว การแพร่ระบาดอาจส่งผลให้ชีวิตของพวกเขาหลังจากนี้เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อเราพิจารณาความเสี่ยงที่เด็กเปราะบางด้อยโอกาสและเด็กบนท้องถนนจะได้รับจากสถานการณ์การแพร่ระบาด อาจกล่าวได้ว่าพวกเขาอาจต้องพบความเสี่ยงหลัก 2 ประการ คือ ความเสี่ยงทางสุขภาพ และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสังคม เช่นเดียวกับกลุ่มเปราะบางในเมือง ในสังคม กลุ่มอื่นๆ ที่จะต้องประสบกับความเสี่ยงดังกล่าวในระดับที่รุนแรงแตกต่างกัน</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12287" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01.png" alt="" width="3563" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-1536x1023.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-01-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>ความเสี่ยงทางสุขภาพ</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นที่แน่นอนว่าการแพร่ระบาดของเชื้อจะส่งผลให้คนส่วนใหญ่มีความเสี่ยงทางสุขภาพและความเจ็บป่วยเพิ่มสูงขึ้นไปด้วย อย่างไรก็ดี กลุ่มเด็กเปราะบางด้อยโอกาสหรือแม้แต่เด็กบนท้องถนนดูจะเป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่มีความเสี่ยงทางสุขภาพที่ค่อนข้างสูง ชีวิตและการหารายได้ของพวกเขาและครอบครัวที่สัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะอย่างยากจะหลีกเลี่ยง ส่งผลต่อความเสี่ยงทางสุขภาพที่มากขึ้นตามไปด้วย  รวมถึงสถานะทางเศรษฐกิจของเด็กและครอบครัวที่มีรายได้วันชนวัน มีอาหารกินมื้อชนมื้อ ก็ดูจะไม่อาจทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงเครื่อง</span><span style="font-weight: 400;">มือป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ ในทางเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการปฏิบัติตัวในภาวะแพร่ระบาดก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่พวกเขาและครอบครัวส่วนใหญ่เข้าถึงได้ไม่มากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาวะการแพร่ระบาดขนาดใหญ่ (Pandemic) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเจ็บป่วยของผู้คนเท่านั้น การแพร่ระบาดในระดับดังกล่าวนี้ยังก่อให้เกิด</span><b>ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและสังคม</b><span style="font-weight: 400;">ในระดับที่กว้างและลึกด้วยเช่นกัน ในระยะสั้น COVID-19 จะส่งผลให้เกิดการว่างและการขาดรายได้อย่างฉับพลันของแรงงานหลายระดับของสังคมทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการล็อคดาวน์ ครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสรวมถึงเด็กหลายคนที่มีรายได้จากการทำงานในพื้นที่สาธารณะหรือเป็นแรงงานรับจ้างในเมืองต้องประสบกับการขาดรายได้  จากความยากจนและรายได้ที่เพียงพอแต่เดิมจะส่งผลให้ไม่เพียงพอมากยิ่งขึ้น พร้อมกับความเปราะบางทางเศรษฐกิจที่จะเพิ่มสูงขึ้น ในระยะกลาง/ยาว ไม่เพียงแต่ความเปราะบางทางเศรษฐกิจและปากท้องจะเพิ่มสูงขึ้นตามความยืดเยื้อของการแพร่ระบาดเท่านั้น ผลกระทบของ COVID-19 อาจจะทำให้การว่างงานและความยากจนของผู้คนเพิ่มสูงขึ้นในระยะยาว ภาคการผลิตและบริการที่เป็นตัวจักรทางเศรษฐกิจอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวที่ยาวนานและอาจปรากฏความเปลี่ยนแปลงในแบบแผนการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (supply-chain) ของประเทศอันส่งผลต่อความต้องการทางด้านแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกว้างขวาง และจะส่งผลกระทบต่อทั้งเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัวอย่างยากจะหลีกเลี่ยง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วง COVID-19 และ Post COVID-19 จะมีแนวโน้มที่ทำให้เด็กเปราะบางด้อยโอกาสมีแนวที่จะหลุดออกนอกระบบการศึกษา (drop out) มากยิ่งขึ้น ความแร้นแค้นและฝืดเคืองที่ครอบครัวของพวกเขาต้องประสบจะส่งผลกระทบต่อทุนทรัพย์ในการเข้าถึงระบบการศึกษา ในทางเดียวกัน เด็กจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะต้องออกมาทำงานหารายได้จุนเจือครอบครัวมากขึ้น อันส่งผลต่อการออกจากระบบการศึกษาและความไม่ต่อเนื่องในการรับการศึกษา ในส่วนของเด็กบนท้องถนนที่ใช้ชีวิตหรือมีชีวิตที่สัมพันธ์กับพื้นที่สาธารณะ แหล่งงานที่ลดน้อยลงและความช่วยเหลือขององค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่มีข้อจำกัดในสถานการณ์แพร่ระบาดและความเข้มงวดในการใช้ชีวิต จะส่งผลให้พวกเขาไม่เพียงแต่จะมีคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ลงจากการขาดรายได้เท่านั้น หากแต่การเข้าไม่ถึงหลักประกันทางสังคมทั้งบริการทางด้านสาธารณสุข การเข้าถึงการดูแลด้านการศึกษาและการเรียนรู้ หรือความช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆ จะทำให้ชีวิตของพวกเขาย่ำแย่ลงมากยิ่งขึ้นด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจสังคมดังที่กล่าวมา จะส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างยากจะปฏิเสธ เฉกเช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำทางด้านอื่นๆ ของสังคม ที่คนยากคนจนและเด็กเปราะบางด้อยโอกาสต้องพบเจอในระดับที่รุนแรงกว่าคนหลายกลุ่ม</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12288" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03.png" alt="" width="3563" height="2371" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-1024x681.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/03/eef_เด็กเปราะบาง_bannerfb-03-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">เราควรมีทางออกหรือแนวทางอย่างไรสำหรับเรื่องนี้?</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภายใต้การแพร่ระบาดขนาดใหญ่ในปัจจุบัน ภาพของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากเหตุการณ์แม้จะยังดูไม่ชัดเจนและอาจเรียกได้ว่าอยู่ใน “ภาวะฝุ่นตลบ” หากแต่การวางกรอบแนวทางเพื่อลดผลกระทบของการแพร่ระบาดโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจสังคมเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะสั้น ภาครัฐจำเป็นที่จะต้องมีระบบการสนับสนุนเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัว รวมถึงเด็กบนท้องถนน ให้สามารถเข้าถึงหลักประกันทางสังคมให้สามารถผ่านพ้นช่วงแห่งวิกฤตินี้ไปให้ได้อย่างครอบคลุมทั่วถึง ตลอดจนเข้าถึงการป้องกันและให้ความรู้ทางสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันดูเหมือนว่ายังไม่มีมาตรการของรัฐใดที่เข้ามาดูแลช่วยเหลือเด็กกลุ่มเปราะบางและเด็กบนท้องถนนโดยเฉพาะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความช่วยเหลือของรัฐ เช่น เงินเยียวยา 5,000 บาทสำหรับแรงงานนอกระบบหรือลูกจ้างรายวัน แม้จะเป็นสิ่งที่ดีและสะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของภาครัฐต่อประชากรกลุ่มเปราะบาง หากแต่วิธีการในการเข้าถึงความช่วยเหลือดูเหมือนจะกีดกันกลุ่มเปราะบางหลายกลุ่มออกไป โดยเฉพาะครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสที่ประสบความยากจนที่สุด (extreme poverty) ที่ไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนออนไลน์ การมีบัญชีเงินฝาก หรือระบบพร้อมเพย์ได้  นอกจากนี้ ควรกล่าวได้ว่าลักษณะการจ่ายเงินเป็นรายเดือนอาจไม่สอดคล้องกับชีวิตของลูกจ้างหรือคนทำงานรายวันหาเช้ากินค่ำที่มีรายได้เพียงวันชนวัน และแทบไม่มีหลักประกันใดในชีวิต รวมถึงมาตรการดังกล่าวก็ไม่ครอบคลุมเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีที่ทำมาหาเลี้ยงชีพหรือช่วยเหลือครอบครัวในการหารายได้ ในทางเดียวกัน ครอบครัวของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มที่จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการนี้เนื่องจากเป็นคนไทยที่มีปัญหาด้านสิทธิสถานะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เป็นโจทย์ที่ควรคิดต่อไปด้วยว่า หากสถานการณ์ของ Covid-19 ลากยาวออกไปจนถึงช่วงเวลาเปิดเทอม การจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาจะออกมาในรูปแบบใด? การเรียนการสอนแบบออนไลน์แม้จะเป็นทางออกหนึ่ง แต่นั่นไม่ใช่ทางออกของทั้งหมดเพราะจะมีเด็กจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีการสื่อสาร </span><span style="font-weight: 400;">นี่คือโจทย์ที่อาจจะต้องมีการคิดอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือการสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในระยะกลาง/ยาว หน่วยงานด้านการศึกษาและสถานศึกษาทุกแห่งควรมีการจัดทำข้อมูลผลกระทบจาก COVID-19 ของเด็กเปราะบางด้อยโอกาสและครอบครัวโดยละเอียด พร้อมทั้งการออกแบบแพคเกจการช่วยเหลือที่เหมาะสม ครอบคลุม และเพียงพออย่างต่อเนื่อง รวมถึงระบบเฝ้าระวังการออกจากระบบการศึกษา เพื่อป้องกันการหลุดออกนอกระบบการศึกษาของเด็กซึ่งในส่วนนี้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) น่าจะสามารถเข้ามาเติบเต็มด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกัน ในกรณีของเด็กบนท้องถนนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นจากสถานการณ์บีบคั้นทางเศรษฐกิจของครอบครัว หน่วยงานด้านการศึกษา เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) ควรร่วมมือกับภาคประชาสังคมในการสำรวจและจัดทำข้อมูลผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด และให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในทุกมิติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ เป็นโจทย์ที่น่าคิดต่อไปว่าความต้องการด้านแรงงานและตลาดแรงงานที่จะได้รับผลกระทบจากแบบแผนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างค่อนข้างรวดเร็ว จำเป็นที่จะต้องมีการปรับหลักสูตรการศึกษาด้านอาชีพหรือการสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีพที่เท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หากไม่เช่นนั้น ภาวะการว่างงานและความเปราะบางทางรายได้จะเป็นสิ่งที่ตามมาในอนาคต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้เรายังไม่รู้ถึงจุดสิ้นสุดของการแพร่ระบาดครั้งใหญ่นี้ หากแต่เป็นที่แน่ชัดว่า ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นเดียวกับความเหลื่อมล้ำในมิติอื่นๆ การวางแผนและนโยบายที่ตั้งอยู่ในฐานข้อมูลและสถานการณ์ที่เป็นจริง จะมีส่วนช่วยชะลอหรือป้องกันความเหลื่อมล้ำที่กำลังเพิ่มขยายขึ้นและเป็นเหตุที่ไม่นำไปสู่ความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่กดทับประชากรบางกลุ่มจนหมดความหวังจากรุ่นสู่รุ่น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อาจนับเป็นโชคดีที่หลายภาคส่วนเริ่มเห็นความสำคัญของผลกระทบดังกล่าวนี้</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1111-2/">COVID-19 กับเด็กเปราะบางด้อยโอกาส ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
