<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>องค์การสหประชาชาติ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Jul 2020 04:08:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>องค์การสหประชาชาติ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักเรียนที่มีความแตกต่างและหลากหลาย เรียนร่วมกันได้ในห้องเรียนเดียวกัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/translationarticle-24-07-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 04:08:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[GEM]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Inclusive Education]]></category>
		<category><![CDATA[Global Education Monitoring Report: Inclusion and education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18818</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทั่วโลกมีเด็กจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษาในโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/translationarticle-24-07-20/">นักเรียนที่มีความแตกต่างและหลากหลาย เรียนร่วมกันได้ในห้องเรียนเดียวกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ทั่วโลกมีเด็กจำนวนมากที่ไม่มีโอกาสได้เข้ารับการศึกษาในโรงเรียน ทั้งด้วยข้อจำกัดด้านร่างกายอย่างความพิการหรือความแตกต่างในด้านอื่นๆ เชื้อชาติ ภาษา ศาสนา เพศ และความยากจน ทั้งๆ ที่เด็กทุกคนมีสิทธิในการได้รับการศึกษาจากครอบครัวและชุมชนที่พวกเขาเติบโตขึ้นมา มีสิทธิในการได้เรียนรู้และมีพัฒนาการที่เหมาะสมในแต่ละปี เด็กทุกคนควรจะได้รับการศึกษาอย่างถูกต้อง เกิดประโยชน์ แม้ว่าพวกเขาอาจจะมีความแตกต่างก็ตาม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มีเด็กนักเรียนกว่า 93 ล้านคนทั่วโลกที่บกพร่องทางร่างกาย แต่นั่นไม่อาจเป็นข้อจำกัดในการมีความฝันในการเรียนไม่ต่างจากเด็กนักเรียนทั่วไป ฝันที่มีอนาคตที่ดีได้เช่นเดียวกัน รวมถึงความต้องการคุณภาพการศึกษาที่ช่วยพัฒนาทักษะและส่งเสริมศักยภาพของพวกเขาทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จำนวนกว่า 50% ของเด็กพิการนั้นไม่ได้เข้าเรียนในโรงเรียน เปรียบเทียบกับ 13% ของเด็กปกติ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้เรียนที่มีความพิการ มักจะเป็นกลุ่มที่ถูกละเลยจากระดับผู้กำหนดนโยบายทางการศึกษา ถูกจำกัดการเข้าถึงการศึกษาและความสามารถในการเป็นส่วนหนึ่งต่อสังคม เศรษฐกิจ และชีวิตทางการเมือง ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางการศึกษาที่แบ่งแยกความแตกต่าง เป็นผลของการตัดสินใจที่ล้มเหลวของผู้มีอำนาจในการนำนักเรียนผู้พิการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในโรงเรียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>อะไรคือ Inclusive Education?</h4>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-18821" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) เป็นการจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนรวมกับเด็กทั่วไปในชั้นเรียนของโรงเรียนทั่วไป เป็นการเสนอให้นักการศึกษาพิจารณาคำนึงถึงคุณค่าของการพัฒนาชีวิตคน ซึ่งจะต้องได้รับการพัฒนาทุกด้านของวิถีแห่งชีวิต เพื่อให้มีความสามารถ ความรู้ และทักษะในการดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัวและสังคมได้อย่างเป็นสุขและมีคุณค่า อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่กลุ่มเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้ได้รับการศึกษาเพิ่มขึ้น</span></p>
<p><b>การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมจึงหมายถึงรูปแบบการเรียนในห้องเรียนที่นักเรียนมีความแตกต่างและหลากหลายได้เรียนร่วมในห้องเรียนเดียวกัน </b><span style="font-weight: 400;">สามารถทำกิจกรรมนอกสถานที่หรือกิจกรรมหลังเลิกเรียนร่วมกันได้ โรงเรียนสามารถจัดให้เล่นกีฬาหรือมีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ได้ร่วมกัน แนวคิดนี้เป็นการให้คุณค่ากับความหลากหลายและการสนับสนุนนักเรียนแต่ละคนในห้องเรียน ถ้าหากเป็นการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เด็กนักเรียนทุกคนจะต้องรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนเดียวกับห้องเรียนนั้น ไม่รู้สึกแปลกแยกหรือมีระยะจากเด็กนักเรียนทั่วไป ทั้งนักเรียนที่มีความพิการและพ่อแม่สามารถเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดเป้าหมายและตัดสินใจร่วมกับทางโรงเรียนได้ บุคลากรของโรงเรียนเองจะต้องได้รับการฝึกฝน อบรม สนับสนุน มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมความร่วมมือ และตอบสนองกับความต้องการของเด็กนักเรียนทุกคน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ทำไมการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมจึงเป็นเรื่องสำคัญ?</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18822" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/230720_inclusive-edu-EDIT_บทความกสศ-pic2-2048x1076.jpg 2048w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบการจัดการศึกษาแบบนี้จะเป็นการสร้างคุณภาพทางการศึกษาที่ดีมากขึ้นสำหรับนักเรียนทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงเด็กนักเรียนผู้พิการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเด็กนักเรียนที่พูดภาษาอื่นหรือเป็นเชื้อชาติคนกลุ่มน้อย ลดทัศนคติในการแบ่งแยกความต้องการ ในส่วนของโรงเรียนจะต้องเป็นการจัดเตรียมพื้นที่ให้เป็นบริบทที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง จากการเรียนรู้ในครอบครัวมาสู่พื้นที่โลกใหม่ เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้พัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ด้วยความเคารพและความเข้าใจต่อกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีความหลากหลายและมีพื้นหลังที่แตกต่างกัน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และเล่นร่วมกันได้ภายในพื้นที่โรงเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากรายงาน Global Education Monitoring Report: Inclusion and education โดยองค์การสหประชาชาติ ปี 2020 ระบุว่า มีประเทศน้อยกว่า 10% ที่มีกฎหมายรองรับเรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">การจัดการศึกษาแบบเรียนรวมอย่างแน่นอน ในรายงานยังระบุถึงปัจจัยหลักที่เป็นสาเหตุของการคัดแยกผู้เรียนที่มีความแตกต่างออกจากระบบการศึกษา ทั้งพื้นหลังทางครอบครัว เอกลักษณ์ ความสามารถ อาทิ เพศ อายุ ที่อยู่ ความยากจน ความพิการ เชื้อชาติ ชาติกำเนิด ภาษา ศาสนา การอพยพ และสถานการณ์บังคับให้ย้ายถิ่น เพศสภาพ การแสดงทางเพศ ประวัติการติดคุก ความเชื่อ และทัศนคติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานจาก </span><span style="font-weight: 400;">Global Education Monitoring (GEM) ปี 2020 เองก็ระบุการเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หันกลับมาให้ความสำคัญกับเด็กที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง รวมถึงการสนับสนุนให้โรงเรียนต่างๆ ส่งเสริมสังคมที่มีความยืดหยุ่นและมีความเท่าเทียมมากขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>องค์ประกอบพื้นฐานของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม</h4>
<ul>
<li><span style="font-weight: 400;">มีผู้ช่วยสอนและผู้เชี่ยวชาญ : กลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพอย่างมากในการช่วยส่งเสริมให้เกิดความหลากหลาย หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้ครูผู้สอนสามารถมองเห็นความต้องการของเด็กนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียม หรือช่วยส่งเสริมให้นักเรียนที่ละทิ้งการเรียนในห้องเรียนให้กลับมาอีกครั้งด้วยการสื่อสารแบบตัวต่อตัวมากขึ้น</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">หลักสูตรที่ครอบคลุมเด็กทุกกลุ่ม : การมีหลักสูตรนี้รวมถึงการนำแนวคิดที่สำคัญของท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมของเด็กที่เป็นกลุ่มชายขอบ หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องที่แบ่งแยกสิ่งดีและสิ่งที่แยก เปิดโอกาสให้มีการปรับหลักสูตรที่เข้ากับรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียนที่อาจมีความต้องการเฉพาะ</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">การมีส่วนร่วมของครอบครัว : โรงเรียนจะต้องเปิดพื้นที่ให้พ่อแม่สามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแจ้งความต้องการของเด็ก เสนอความคิดเห็นในการกำหนดรูปแบบการเรียนรู้ในห้องเรียน สำหรับระบบโรงเรียนที่มีความหลากหลาย การคำนึงถึงผู้เรียนทุกคนนั้นหมายถึงการคิดวิธีที่หลากหลายในการเข้าถึงครอบครัวภายใต้เงื่อนไขที่โรงเรียนมี</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;">รัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ : จำเป็นต้องมีรัฐบาลที่รับผิดชอบต่อการดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ที่เลือกปฏิบัติ ออกเอกสารทางกฎหมายที่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายอย่างเท่าเทียม และยกเลิกนโยบายที่ไม่เป็นธรรม</span></li>
</ul>
<p><span style="font-weight: 400;">แนวคิดการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมเป็นเรื่องที่ว่าด้วยการพัฒนาและการออกแบบโรงเรียน ห้องเรียน โปรแกรมการศึกษา และกิจกรรมใหม่ นักเรียนทุกคนจะได้เข้ามาเรียนรู้ร่วมกันอย่างไม่แบ่งแยก และเป็นการทำให้แน่ใจว่าการเข้าถึงคุณภาพการศึกษาที่ดีนั้นสอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของเด็กทุกคน เพื่อการตอบรับ การยอมรับ การเคารพ และการสนับสนุน ระบบการเรียนแบบนี้จะทำให้ผู้เรียนทุกคนได้มีส่วนร่วมใน</span><span style="font-weight: 400;">การ</span><span style="font-weight: 400;">เรียนภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกัน ด้วยการสนับสนุนให้ยกเลิกอุปสรรคที่นำไปสู่การกีดกันทางการศึกษาได้ต่อไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong></p>
<ul>
<li><a href="https://www.opensocietyfoundations.org/explainers/value-inclusive-education#:~:text=Inclusive%20education%20means%20different%20and,same%20sports%20meets%20and%20plays." target="_blank" rel="noopener noreferrer">The Value of Inclusive Education : Open Society Foundation</a></li>
<li><a href="https://www.newtimes.co.rw/lifestyle/value-inclusive-education" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The value of inclusive education : The New Times</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/translationarticle-24-07-20/">นักเรียนที่มีความแตกต่างและหลากหลาย เรียนร่วมกันได้ในห้องเรียนเดียวกัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/6942-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 12:07:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[G20]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Gordon Brown]]></category>
		<category><![CDATA[World Innovation Summit for Education]]></category>
		<category><![CDATA[WISE]]></category>
		<category><![CDATA[International Development Association]]></category>
		<category><![CDATA[IDA]]></category>
		<category><![CDATA[Larry Summers]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Debt Service Suspension Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[DSSI]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17582</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; นาย Gordon [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6942-2/">ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-17584" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-21-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;">แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>นาย Gordon Brown ตัวแทนทูตพิเศษของยูเอ็น ออกโรงวิงวอน บรรดารัฐบาลและเอกชนชั้นนำ รวมถึงทุกองค์กรหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกระดับชั้น ร่วมมือร่วมใจเร่งลงทุนเพื่อฟื้นฟูปฎิรูปด้านการศึกษา ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อดีตนายกรัฐมนตรีของอังกฤษกล่าวเตือนในฐานะทูตพิเศษด้านการศึกษาโลก (Global Education) แห่งองค์การสหประชาชาติ (UN) โดยระบุว่า ภาวะชะงักงันที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จะมีผลกระทบต่อวงการการศึกษาทั่วโลกอย่างมหาศาลชนิดที่ไม่มีอะไรเทียบเท่าได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นับเป็นความเสียหายที่มีอำนาจทำลายล้างรุนแรงเพียงพอที่จะเป็น </span><b>&#8220;โศกนาฎกรรม&#8221;</b><span style="font-weight: 400;"> ของมนุษยชาติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นาย Gordon Brown ได้เรียกร้องให้นานาประเทศทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการศึกษาเป็นลำดับต้นๆ เพื่อกลบลบช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ขยายกว้างมากขึ้นในช่วงวิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การลงทุนและให้จัดสรรทุนงบประมาณให้แก่การศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องคำนึงถึงอย่างจริงจัง&#8221; อดีตผู้นำอังกฤษในช่วงปี 2007-2010 ระบุ ก่อนกล่าวเสริมว่า โศกนาฏกรรมของมนุษยชาติจะเกิดขึ้นหากว่าทั่วโลกละเลยที่จะไม่ลงมือทำอันใด และปล่อยให้การศึกษาอยู่ในสภาพขาดแคลนทุนทรัพย์เพื่อฟื้นฟูพัฒนา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยความขาดแคลนดังกล่าว เปรียบได้กับการทำลายรากฐานในการพัฒนาประเทศที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนจากวิกฤตไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ และการศึกษา คือส่วนหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาฟื้นฟูจาก COVID-19 โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศยากจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่ผ่านมา ทาง UN ย้ำเสมอว่า ภาวะชะงักงันจาก COVID-19 ในด้านการศึกษา ที่หมายรวมถึง การปิดโรงเรียนในหลายประเทศทั่วโลก คือความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ขณะที่ บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างวิตกกังวลว่า วิกฤต COVID-19 จะส่งผลให้ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำตกอยู่ในภาวะอัตคัต เพราะขาดแคลนทุนทรัพย์และทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนหนังสือของเด็กนักเรียนในประเทศ</span></p>
<figure id="attachment_17585" aria-describedby="caption-attachment-17585" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17585 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-29-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17585" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Santi Vedrí</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;นอกจากชักจูงให้นานาประเทศตระหนักว่า พวกเขาไม่สามารถสร้างอนาคตที่ยาวนานและยั่งยืนได้โดยปราศจากการลงทุนด้านการศึกษา พวกเราจำเป็นต้องกระตุ้นเตือนให้พวกเขารู้ว่า การศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะปลดล็อคโอกาสในการจ้างงานอีกทางหนึ่งด้วย&#8221; นาย Gordon Brown กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความคิดเห็นของอดีตผู้นำอังกฤษครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ World Innovation Summit for Education (WISE) ที่ทาง UN เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น ภายใต้หัวข้อหลัก &#8220;Education Disrupted, Education Reimagined&#8221; โดยมีเป้าหมายเพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนปฎิรูประบบการศึกษาทั่วโลกหลังยุควิกฤต COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในมุมมองของอดีตผู้นำประเทศ นาย Gordon Brown มองว่า นอกเหนือไปจากการที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณลงทุนด้านการศึกษาอย่างจริงจังแล้ว รัฐบาลในประเทศร่ำรวยและองค์กรด้านการเงินระหว่างประเทศต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงการพิจารณาทบทวนปรับเปลี่ยนมาตรการเพื่อผ่อนคลายภาระหนี้ให้กับบรรดาประเทศยากจน เพื่อให้ประเทศเหล่านี้ มีงบประมาณที่เพียงพอเพื่อนำไปลงทุนด้านการศึกษาและการสาธารณสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นาย Gordon Brown อธิบายว่า ด้วยสถานการณ์ของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่จนทำให้เศรษฐกิจของแทบจะทุกประเทศทั่วโลกตกอยู่ในภาวะย่ำแย่หรือถดถอย กลายเป็นข้อจำกัดที่ทำให้รัฐบาลของหลายประเทศตกอยู่ในสภาพงบประมาณจำกัด ยิ่งประเทศไหนที่มีภาระหนี้อยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ประชากรราว 80,000 ล้านคนใน 76 ประเทศยากจนทั่วโลกต้องเผชิญกับการหาเงินเพื่อจ่าย</span><span style="font-weight: 400;">หนี้</span><span style="font-weight: 400;">อย่างน้อยในช่วง 18 เดือนข้่างหน้า&#8221; อดีตผู้นำอังกฤษกล่าว โดยประเทศยากจนเหล่านี้คือประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำซึ่งได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจาก International Development Association (IDA &#8211; สมาคมพัฒนาการระหว่างประเทศ) อีกทั้ง ยังเป็นบ้านของเด็กวัยเรียน 80% ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นาย Gordon Brown มองว่า แทนที่จะเก็บค่าธรรมเนียมดอกเบี้ยจากประเทศเหล่านี้ ก็ปล่อยให้นำเงินส่วนนี้ไปใช้ในด้านการศึกษาและสาธารณสุขจะดีกว่า โดยน่าจะเป็นหนทางที่เร็วที่สุดที่ทุกฝ่ายจะได้เห็นเม็ดเงินเข้าไปลงทุนในด้านการศึกษาและการสาธารณสุข</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะไม่ได้มีการเอ่ยชื่อประเทศหรือกลุ่มองค์กรที่จะต้องเข้ามารับผิดชอบในการจัดสรรมาตรการผ่อนผันชำระหนี้ แต่ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทูตพิเศษด้านการศึกษาของ UN เคยแสดงความเห็นระหว่างพูดคุยกับ นาย Larry Summers อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ  เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเอ่ยถึง จีน ในฐานะนักลงทุนและเจ้าหนี้รายใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลก ว่าสมควรเป็นแกนนำหลังในการจัดการมาตรการผ่อนผันบรรเทาภาระหนี้ </span></p>
<figure id="attachment_17586" aria-describedby="caption-attachment-17586" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17586 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-16-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17586" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; kian zhang</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ที่ผ่านมา การตัดสินใจของจีนเพื่อเป็นนักลงทุนระยะยาวให้แก่บรรดาประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงเร่งลงทุนพัฒนาในด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในต่างแดนล้วนเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมยินดี ดังนั้น นี่จึง</span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;">เวลาสำคัญสำหรับจีนที่จะยกระดับบทบาทผู้นำ รวมกับเจ้าหนี้รายอื่นๆ ในการผ่อนผันการชำระหนี้ในปีนี้และปีหน้าออกไป&#8221; ทูตพิเศษยูเอ็นกล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากดำรงตำแหน่งในฐานะทูตพิเศษด้านการศึกษาโลกของ UN แล้ว นาย Gordon Brown ยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการด้านการศึกษาแห่งอังกฤษ และถือเป็นหนึ่งในแกนนำสำคัญที่อุทิศตัวสนับสนุนการลงทุนเพื่อการปฎิรูปด้านการศึกษา โดยเชื่อว่า การจัดสรรเงินโดยตรงให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายด้านค่าเทอม โครงการอาหารกลางวัน การฝึกอบรมเสริมทักษะครู และการพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมการศึกษาใหม่ๆ จะมีส่วนช่วยอย่างมากในการพลิกโฉมวงการการศึกษาให้ก้าวหน้า ทั่วถึง และเท่าเทียมเสมอภาคกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเห็นของนาย Gordon Brown ยังมีขึ้นหลังจากที่บรรดาผู้นำกลุ่มประเทศชั้นนำ 20 ประเทศ (G20) บรรลุข้อตกลงเห็นชอบให้ระงับการชำระหนี้ให้แก่ประเทศที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ในโครงการ Debt Service </span><span style="font-weight: 400;">Suspension Initiative (DSSI) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องเพื่อระงับการชำระหนี้ให้แก่ประเทศที่มีประวัติดี โดยคาดว่าจะมีถึง 73 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว ทำให้ลดภาระที่ต้องแบกรัรบจากผลกระทบทางเศรษฐกิจเพราะการระบาดของ COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทาง G20 เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนว่า จนถึงขณะนี้ มีประเทศเข้ายื่นขอเข้าร่วมโครงการแล้ว 41 แห่ง ในจำนวนนี้ 26 แห่งมาจากภูมิภาคแอฟริกา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่มา : </span><a href="https://www.cnbc.com/2020/06/26/gordon-brown-potential-human-tragedy-unfolding-in-global-education.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Potential ‘human tragedy’ unfolding in global education, former UK PM says</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/6942-2/">ก่อนที่วิกฤต COVID-19 จะทำให้เกิดโศกนาฎกรรมในแวดวงการศึกษาโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คำถามสำคัญ 3 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/5154-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2020 10:51:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Suzanne Grant Lewis]]></category>
		<category><![CDATA[International Institute for Educational Planning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=16976</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้อำนวยการแห่ง International Institute for Educational [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5154-2/">คำถามสำคัญ 3 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้อำนวยการแห่ง International Institute for Educational Planning จากองค์การสหประชาชาติ ได้ตั้งคำถามสำคัญ 3 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบให้ได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หลายโรงเรียนทั่วโลกเริ่มเดินหน้ามาตรการกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้งหลังจากปิดไปตามสถานการณ์ COVID-19 เป็นระยะเวลาหลายเดือน เจ้าหน้าที่ด้านการศึกษาทั่วโลกเองก็ได้มีการกำหนดแผนรองรับการ “เปิดเทอม” ใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่เเน่นอนต่อการแพร่ระบาดระลอก 2 ที่อาจเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่โรงเรียน ครู เจ้าหน้าที่การศึกษา ล้วนแต่มาพร้อมกับภารกิจและหน้าที่ใหม่ อย่างเช่นการสร้างระบบที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาระยะห่างทางสังคมไปพร้อมๆ กับการรักษาความสะอาด ปลอดเชื้อโรค โดยที่จะต้องรองรับการเรียนการสอนระหว่างครูกับนักเรียนให้เป็นไปตามพัฒนาการและความต้องการที่ถูกต้อง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>3 คำถามสำคัญจาก Suzanne Grant Lewis</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">การปิดโรงเรียนไปอย่างยาวนานนั้นส่งผลต่อระบบการศึกษาในระยะยาวอย่างแน่นอน อย่างที่ ซูซานน์ แกรนท์ ลิวอิส (Suzanne Grant Lewis) ผู้อำนวยการแห่ง International Institute for Educational Planning จากองค์การสหประชาชาติ ได้ตั้งประเด็นคำถามให้หลายประเทศเน้นที่มุมมองในระยะสั้น โดย<a href="https://en.unesco.org/events/back-school-preparing-and-managing-reopening-schools-covid-19-education-webinar-6">สุนทรพจน์</a></span><span style="font-weight: 400;">ของเธอได้ตั้งคำถามสำคัญ 3 ข้อ ที่ทั้งรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเองจะต้องตอบให้ได้อย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>1. เวลา: “เมื่อไหร่ที่จะเหมาะสมในการเปิดโรงเรียน?”</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-16981" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic1-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic1-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic1-300x158.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความสำคัญอันดับแรกเลยก็คือการปกป้องคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน” ซูซานน์กล่าว “ทั้งครอบครัว ครู เเละโรงเรียนต้องมีความมั่นใจได้ว่า ระบบโรงเรียนนั้นมีความสามารถในการปกป้องคุ้มครองทั้งกายภาพและสุขภาพจิตของเด็กนักเรียน ครู เเละบุคลากรในโรงเรียนได้”  ยกตัวอย่างเช่น แม้ว่าการเปิดโรงเรียนนั้นจะมีความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไวรัส แม้ว่าโรงเรียนจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความสะอาดให้พร้อม การลดจำนวนผู้เรียนต่อห้องเพื่อตอบโจทย์เรื่องการรักษาระยะห่าง หรือการสนับสนุนในเชิงจิตวิทยาสังคมให้ตรงกับความต้องการของโรงเรียน ต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศนั้นมีก็ปัจจัยอื่นๆ แตกต่างกัน แม้จะเป็นภายในประเทศเดียวกัน แต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน ดังนั้น การพิจารณาเปิดโรงเรียนอีกครั้งจึงต้องการบริบทในการประเมินที่เฉพาะเจาะจง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซูซานน์เองเน้นย้ำเรื่องความสำคัญของการปกป้องประโยชน์ด้านการศึกษาและการเปิดให้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง “ผลที่เกิดขึ้นจากการปิดโรงเรียนนั้นดูเหมือนว่าจะไม่เท่าเทียมและความแตกต่างกันก็เป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไข ยกตัวอย่างเช่นการลดหลักสูตรหรือการปรับเวลาสอบใหม่” เธอแสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำให้แน่ใจว่าประเด็นเรื่องสุขภาพนั้นก็สำคัญเช่นกัน เเละเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาในการตัดสินใจกลับมาเปิดโรงเรียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>2. เงื่อนไข​: รู้เงื่อนไขล่วงหน้าอะไรบ้างก่อนจะเปิดโรงเรียน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-16982" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกณฑ์หลักๆ ในการนำมาพิจารณาเพื่อเปิดโรงเรียนก็คือเรื่องของการป้องกันไวรัส (ทางกายภาพ) เจ้าหน้าที่จะต้องเริ่มที่การกำหนดพื้นที่การติดเชื้อ เปิดโรงเรียนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อน้อยที่สุด หรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความสะอาดพร้อมที่สุด ซูซานน์กล่าวว่า “เกณฑ์ข้อต่อมาก็คือความพร้อมของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคุณครู  จำนวนนักเรียนและคุณครูต่อห้องจะต้องเปลี่ยนไป ซึ่งจะเป็นความจำเป็นอย่างมากในการปรับรูปแบบการเรียนตามปกติ” ซูซานน์แนะนำให้ใช้เทคนิค  </span><a href="https://learningportal.iiep.unesco.org/en/glossary/school-mapping"><span style="font-weight: 400;">School Mapping</span></a><span style="font-weight: 400;"> เข้ามาเป็นเครื่องมือในการประเมินการปรับรูปแบบการเรียน เช่น ปรับการเรียนเป็นกะแบบสองช่วงเวลา เป็นต้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เงื่อนไขข้อที่สามคือ ความสามารถขององค์การการปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ในการรับหน้าที่เปลี่ยนแปลงแผนตามความจำเป็น “บุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นครูใหญ่ จะต้องมีความสามารถในการปรับตัวสู่รูปแบบการเรียนใหม่ อย่างเช่นการเปลี่ยนจากเรียนออนไลน์มาเป็นการกลับเข้าสู่ห้องเรียนของเด็กๆ เราจะต้องเน้นไปที่จำนวนครูที่เต็มใจกลับมาสอนเด็กๆ ซึ่งอาจมีจำนวนลดลง และจำนวนเด็กๆ ที่อาจระงับการเรียนต่อในระบบที่เพิ่มขึ้นได้”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>3. ขั้นตอน: รัฐจะจัดการให้การเปิดโรงเรียนนั้นเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?<b><br />
</b></h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-16983" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic3-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic3-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/3คำถามสำคัญจาก-Suzanne-Grant-Lewis_บทความกสศ-pic3-300x158.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายในระดับรัฐบาลคือการกำหนดกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานที่สามารถใช้ได้กับโรงเรียนต่างๆ ในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ “หนึ่งในคำถามคือ ใคร จะเป็นคนกลับเข้าโรงเรียนเป็นคนแรก? บางประเทศเลือกจากข้อมูลทางภูมิศาสตร์ พิจารณาจากความสามารถในการเข้าถึงการเรียนทางไกล ซึ่งหมายถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลและประชากรมีอัตราความยากจนก็จะต้องเปิดโรงเรียนเป็นลำดับแรก”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือลองดูตัวอย่างจากประเทศจีน โรงเรียนที่กลับมาเปิดเป็นลำดับแรกคือโรงเรียนในพื้นที่ที่มีนักเรียนน้อย โดยเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลาย เพื่อให้สามารถสอบปลายภาคได้ทันกำหนดการ อย่างเดนมาร์กและนอร์เวย์ โรงเรียนเปิดให้กับเด็กนักเรียนระดับอนุบาลถึงประถมก่อน เพราะเป็นกลุ่มเด็กที่มีความสามารถในการเรียนออนไลน์ได้น้อยกว่าเด็กโต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><i><span style="font-weight: 400;">ปรึกษา ประสาน สื่อสาร </span></i><span style="font-weight: 400;">คือหัวใจของการกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง เป็นเรื่องสำคัญมากที่จะกลับไปสร้างความเชื่อใจกันใหม่ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย ซึ่งจะเป็นไปได้ผ่านการสื่อสารกันภายในกลุ่มคอมมูนิตี้ในโรงเรียนหรือแคมเปญ back-to-school ที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงมากในการจะลาออกหรือระงับการเรียนต่อ” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปิดโรงเรียนไปหลายเดือนนั้นเป็นการเพิ่มช่องว่างของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ทุกประเทศจะมีหน้าที่เดียวกันคือการทำให้แน่ใจว่า การหยุดเรียนไปชั่วคราวนั้นจะไม่กลายเป็นความเปราะบางตลอดกาลของเด็ก ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญในการวางแผนและเตรียมตัวรับมือต่ออนาคตของการศึกษาที่กำลังจะเปลี่ยนไป</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา :</p>
<ul>
<li><a href="https://www.globalpartnership.org/blog/7-ways-help-teachers-succeed-when-schools-reopen" target="_blank" rel="noopener noreferrer">7 ways to help teachers succeed when schools reopen</a></li>
<li><a href="http://www.iiep.unesco.org/en/reopening-schools-how-get-education-back-track-after-covid-19-13424" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Reopening schools: How to get education back on track after COVID-19</a></li>
<li><a href="https://www.nzherald.co.nz/nz/news/article.cfm?c_id=1&amp;objectid=12339328&amp;fbclid=IwAR1avYWCGovEoApa23yCy1z7jQcIVTM8F2CrdcDcAvXvvarg9HTOPbckJ-g" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Government spends $4m to boost creative learning programme and hire 300 art teachers</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/5154-2/">คำถามสำคัญ 3 ข้อ เพื่อให้รัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบอย่างชัดเจน ก่อนตัดสินใจเปิดโรงเรียนอีกครั้ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ปิดโรงเรียน&#8221; หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/2134624-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 06 Jun 2020 04:13:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Julian Thomas]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ออสเตรเลีย]]></category>
		<category><![CDATA[UN]]></category>
		<category><![CDATA[Audrey Azoulay]]></category>
		<category><![CDATA[International Telecommunication Union]]></category>
		<category><![CDATA[ITU]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การสหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15564</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; คำสั่งปิดโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2134624-2/">“ปิดโรงเรียน” หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_15567" aria-describedby="caption-attachment-15567" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15567 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumb-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-15567" class="wp-caption-text">ที่มารูป : edition.cnn.com</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><strong>แปลและเรียบเรียง : <span style="font-weight: 400;">นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำสั่งปิดโรงเรียน เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของนานาประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย ไม่เพียงแต่มีผลทำให้การเรียนการสอนของเด็กนักเรียนหลายร้อยล้านคนในภูมิภาคแห่งนี้หยุดชะงักเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นภาพสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นภายในภูมิภาคเอเชียอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ สเตรทไทม์ส หยิบยกรายงานพิเศษของสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ระบุว่า นักเรียนเอเชียหลายล้านคนกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เพราะไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมชั้นเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงเทคโนโลยีสำคัญที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนทางไกลได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนออกโรงเตือนว่า จำนวนนักเรียนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้น หากการปิดโรงเรียนกินเวลายืดเยื้อนานออกไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (</span><span style="font-weight: 400;">UNESCO) </span><span style="font-weight: 400;">เปิดเผยว่า มีนักเรียนนักศึกษาและเยาวชนทั่วโลกราว 363 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดโรงเรียน และจำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น หากรัฐบาลหลายประเทศตัดสินใจขยายการบังคับใช้มาตรการล็อคดาวน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Audrey Azoulay </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการทั่วไปของยูเนสโก กล่าวผ่านแถลงการณ์ว่า ยิ่งการปิดโรงเรียนกินเวลานานมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งทำให้สิทธิทางการศึกษาของเด็กโดนริดรอนมากขึ้นเท่านั้น และเป็นหน้าที่สำคัญที่รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกจะสรรหามาตรการสำคัญ เพื่อทำให้แน่ใจว่า วิกฤติดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทุกคน มีการใช้นวัตกรรมอย่างเหมาะสม และไม่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาขยายวงกว้างมากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า ขณะนี้ โรงเรียนหลายแห่งทั่วโลกต่างหันมาใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล และแพล็ตฟอร์มทางการศึกษาออนไลน์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงนักเรียนจากระยะไกล ทว่า ปัจจัยด้าน &#8220;</span><span style="font-weight: 400;">Digital Divide&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">หรือ ความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เกิดจากโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศที่ไม่เท่าเทียมกัน ถือเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญของระบบการศึกษาทางไกลในหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย</span></p>
<figure id="attachment_15569" aria-describedby="caption-attachment-15569" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15569 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15569" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : straitstimes.com</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (</span><span style="font-weight: 400;">International Telecommunication Union (ITU)) </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศในสังกัดขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชากรโลกราว 4,100 ล้านคน หรือ 54% ที่มีอินเทอร์เน็ตใช้ ขณะที่ เพียง 2 ใน 10 ของประชากรในประเทศด้อยพัฒนาสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ </span><span style="font-weight: 400;">Julian Thomas </span><span style="font-weight: 400;">ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที ในออสเตรเลีย กล่าวว่า การเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดิจิทัลเหล่านี้สะท้อนความไม่เท่าเทียมในกลุ่มประชากร และกลายเป็นผลลบต่อมิติทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;ค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต กลายเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับครอบครัวรายได้ต่ำ และโครงสร้างพื้นฐานกับบริการที่จำเป็นสำหรับทุกคนในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่บ้านยังไม่เท่าเทียมกันเมื่อเทียบระหว่างพื้นที่ในเมือง ชนบท กับพื้นที่ห่างไกล&#8221; ศาสตราจารย์ </span><span style="font-weight: 400;">Thomas </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ครอบครัวรายได้ต่ำส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่า ถึงจะสะดวกต่อการสื่อสาร แต่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นช่องทางสำหรับการเรียนหนังสือออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า หลายครอบครัวหาทางออกด้วยการพึ่งพาการใช้งานเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต ผ่านโรงเรียน ห้องสมุด และศูนย์ชุมชนต่างๆ ทว่า เมื่อมาตรการล็อคดาวน์เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ได้หมายถึงการปิดโรงเรียน แต่ยังรวมถึงการปิดสถานที่สาธารณะเหล่านี้ ก็ยิ่งทำให้นักเรียนในกลุ่มครอบครัวยากจนเสียประโยชน์มากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะยังไม่มีตัวเลขที่ประเมินออกมาแน่ชัด แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายก็ออกมายอมรับว่า หลายประเทศในเอเชียยังมีปัญหากับการเข้าไม่ถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ต และทำให้การเรียนการสอนออนไลน์ไม่ราบรื่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ไม่เพียงทำให้มีเด็กนักเรียนต้องเรียนล้าหลังไม่ทันเพื่อนเท่านั้น แต่ยังเสี่ยงทำให้เด็กกลุ่มนี้ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาอีกด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กหญิง ที่มักถูกมองว่า มีบทบาทเป็นช้างเท้าหลัง และต้องอยู่รับภาระเลี้ยงดูจุนเจือครอบครัวในสังคมเอเชีย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ แม้ว่าสถานการณ์ส่วนใหญ่จะเริ่มคลี่คลาย เมื่อหลายโรงเรียนในเอเชีย เริ่มกลับมาเปิดให้เรียนได้อีกครั้ง กระนั้น ความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หน่วยงานด้านการศึกษาและโรงเรียนทั่วเอเชีย เร่งจัดการกับ </span><span style="font-weight: 400;">Digital Divide </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้นในลุล่วง</span></p>
<figure id="attachment_15568" aria-describedby="caption-attachment-15568" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-15568 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-15568" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : edition.cnn.com</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการเกาหลีใต้ มีคำสั่งปิดโรงเรียนทั่วกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบหลายร้อยแห่ง หลังจากที่เพิ่งเปิดเรียนได้เพียงไม่กี่วัน เนื่องจากตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มจำนวนขึ้นจนน่าวิตก และประกาศให้ทำการเรียนการสอนออนไลน์ต่อไปอีกสักระยะ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong></p>
<p class="pg-headline"><a href="https://edition.cnn.com/2020/05/29/asia/south-korea-coronavirus-shuts-down-again-intl/index.html?utm_medium=social&amp;utm_term=link&amp;utm_content=2020-05-29T13%3A45%3A06&amp;utm_source=fbCNNi&amp;fbclid=IwAR288BXkGgyvAxS56QNKd7j_7ndbK4QQKAUTLHstUiQY_RGg90YgMtX5o8Q" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Hundreds of South Korea schools close again after reopening</a><br />
<a href="https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/asia-school-closures-for-coronavirus-expose-digital-divide" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Coronavirus: School closures in Asia expose digital divide</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2134624-2/">“ปิดโรงเรียน” หนีโควิด-19 สะท้อนความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัลทั่วเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
